2010-01-15 Pushkar... a holy city in Rajastan
ตื่นสายเพราะนัด Mr.โกวะดัน คนขับรถ ตอน 10 โมง แม้จะตื่นสายก็ยังพอมีเวลาเหลือสำหรับทานอาหารเช้าและเช็คอีเมล. 9 โมง 55 นาที รถก็มารับ ตรงเวลาดีเหลือเกิน ออกเดินทางไป "พุชคาร์" กัน


เก้าอี้ห้องคอมพิวเตอร์ของโรงแรม ตกแต่งซ๊ะ...


Tollway


Highway มีแผงกั้นกันสัตว์เดินข้ามถนน


ทางหลวงหมายเลข 8 ป้ายบอกทางมีทั้งภาษาอังกฤษด้วย... ดีจัง


ร้านขายหินอ่อน มีให้เห็นเป็นระยะตลอดสองฝั่งถนน


พอขับห่างจากเมืองใหญ่ ป้ายส่วนมากจะไม่มีภาษาอังกฤษ... ใครขับเองก็หลงหล่ะงานนี้


เทือกเขา Aravalli เป็นเส้นแบ่งกันฝั่งอุดมสมบูรณ์และฝั่งทะเลทราย

นั่งรถหลับๆ ตื่นๆ มาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึง Pushkar เข้าพักที่โรงแรม New park Hotel เช็คอินแล้วเอากระเป๋าเข้าเก็บในห้องพักซึ่งอยู่ชั้นสอง เสร็จแล้วขึ้นไปชั้นสามเป็นดาดฟ้า ซึ่งเป็นร้านอาหารของโรงแรม สั่งอาหารทาน รสชาดใช้ได้เลยทีเดียว พอทานเสร็จก็กลับมาพักผ่อนอิริยาบถ บ่ายสามโมง Mr.โกวะดัน มารับไปเที่ยวในเมือง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร เราปรึกษากันแล้วว่าหลังจากเดินเล่นรอบเมืองแล้วจะเดินกลับโรงแรมเอง จึงให้ Mr.โกวะดันกลับไปพักผ่อนได้

Pushkar เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของ Rajastan สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ วัดพระพรหม (Brahma temple), ทะเลสาบพุชคาร์ (Pushkar Lake), ท่าอาบน้ำ (Bathing ghats) และยังมีวัดที่น่าเที่ยวชมอีกหลายแห่ง ทะเลสาบพุชคาร์ถือว่าเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ทุกปีประมาณเดือนพฤศจิกายนตอนพระจันทร์เต็มดวง (ของเมืองไทยก็ช่วงลอยกระทง) จะมีเทศกาลพุชคาร์ (Pushkar Fair) ผู้คนจากในเมืองและต่างถิ่นพากันมาสักการะทะเลสาบตามท่าน้ำต่างๆ ซึ่งมีถึง 52 ท่า รอบทะเลสาบ เสียดายที่เรามาผิดเดือน และน้ำในทะเลสาบตอนนี้ก็แห้งมาก เหลือให้เห็นเพียงแอ่งน้ำขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่ และท่าน้ำที่ผู้คนมาสักการะและทำกิจวัตรก็เปิดใช้เพียงสองสามแห่งเท่านั้น


ภาพแรกที่ขับรถมาถึงตัวเมืองพุชคาร์


ทะเลสาบพุชคาร์ (Pushkar lake) แห้งมาก เหลือแต่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ตรงมุมด้านหนึ่งของทะเลสาบ


รูปเคารพ Durka Devi ภาษาไทยเรียกว่า พระแม่อุมาเทวี ปางนี้เรียกว่า พระศรีมหาทุรคาเทวี เป็นเทพธิดาแห่งการสงครามและการขจัดอุปสรรคทั้งมวล


แบบว่า มีทะเลทรายส่วนตัวอ่ะนาย... ภาพนี้ถ่ายบนถนน ตรงกันข้ามโรงแรม Pushkar lake palace.


อาคารและร้านค้ารอบทะเลสาบพุชคาร์


มีหลายร้านที่ไม่จำเพาะเจาะจงขายของชนิดเดียว.. ร้านนี้ขายเสื้อผ้าและเครื่องทองเหลือง


ทางลงสู่ Ghat เสียดายที่ถ่ายบรรยากาศที่ท่าน้ำมาให้ดูไม่ได้


แห่หลัว


รถเข็นขายขนมหวาน


อาคารบ้านเรือนระหว่างเดินกลับโรงแรม


คู่แข่ง... นานๆ ที จะเห็นป้ายโค้ก


ร้านตัดผม


โรงเรียนสอนทำเครื่องประดับเงิน


เจ้าของร้าน.. อายุแค่ 19 เองหิ

เดินเล่นไปตามทางขนานกับทะเลสาบ สองข้างถนนเป็นร้านค้า ร้านรวงที่นี่ขายของใช้ประจำวัน ยันของฝากนักท่องเที่ยว ดังนั้นจึงเห็นคนท้องถิ่นผสมปนเปกับนักท่องเที่ยว แวะซื้อชาทัชมาฮาลที่เพื่อนบอกว่ารสชาดดีทีเดียว... ราคาถูกมากๆๆๆๆๆ กล่องละ 100 รูปี มี 100 ซอง ตกซองละประมาณ 80 สตางค์ เดินไม่รอบทะเลสาบเพราะกว้างมากๆ รวมทั้งเริ่มเมื่อยขาจึงพากันเดินกลับ ระหว่างทางเจอโรงเรียนสอนทำเครื่องประดับเงิน แวะดู เจ้าของร้านเป็นเด็กหนุ่มวัย 19 ปี ความคิดดีมาก แทนที่จะเปิดร้านขายเครื่องประดับเงินเฉยๆ แต่เขากลับเปิดเป็นโรงเรียนสอนนักท่องเที่ยว ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงก็ทำเป็นแล้ว พอทำเสร็จก็ได้ของที่ทำเป็นของที่ระลึก หรือถ้าใครอยากซื้อเครื่องประดับเป็นของที่ระลึกเฉยๆ ก็ได้ ป้าแมรี่เลยได้แหวนไปฝากหลาน 1 วง

แวะซื้อบุหรี่แขก..เมนทอล หอมเย็นชื่นใจ 1 ซอง ปกติอยู่บ้านก็ไม่สูบ แต่นี่ vacation ขอสูบให้ชุ่มปอดซะหน่อย... รู้สึกสดชื่นดีจริงๆ

ถึงโรงแรมแล้วนอนพักพอหายเมื่อยขา ประมาณ 6 โมงเย็น เดินไปทานอาหารเย็นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก ชื่อร้าน Little Italy เป็นอาหารมังสวิรัติ... เมืองนี้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์... ใครเป็นโรคขาดแอลกอฮอล์ไม่ได้ ไม่แนะนำให้มาเที่ยวที่นี่ อิ..อิ..



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2553 15:29:29 น.
Counter : 1943 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
All Blog
MY VIP Friend