2010-01-13 ไปชัยปุระ (Jaipur) กัน ป๊ะ!!!
ส่วนที่แย่ที่สุดของการท่องเที่ยวคือการต้องตื่นแต่เช้า เพราะเป็นคนนอนดึกตื่นสาย เช้านี้ก็เช่นกัน แหกขี้ตาตั้งแต่เจ็ดโมง อากาศหนาวซึ่งเรานอนใต้ผ้าห่มอันอบอุ่นทำให้ขี้เกียจลุก. ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วก็แต่งตัว หลังจากทำครึ่งหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน (อีกครึ่งไม่ได้ทำ เพราะอากาศหนาว ไม่ได้อาบน้ำ อิ..อิ..) ก็จัดกระเป๋าเตรียมพร้อมไว้ ลงไปทานอาหารเช้าแล้วจะได้ไม่ต้องมา มะเลิกมะลาก เก็บกระเป๋าให้วุ่นวาย

วันนี้เราจะเดินทางจากอักรา (Agra) ไป ชัยปุระ (Jaipur) โดยมีคนขับรถชื่อ Mr.โกวะดัน ซึ่งจะเป็นพลขับจากนี้ไปจนทั่วราชาสถาน (Rajasthan) ขออธิบายนิดหนึ่งว่า ราชาสถานเป็นเหมือนภาค และจะมีเมืองต่างๆ เทียบได้กับจังหวัด ถ้าเที่ยบกับประเทศไทย ส่วนเมืองต่างๆ ในราชาสถานที่เราจะไปในทริปนี้คือ ชัยปุระ (Jaipur), พุชคาร์ (Pushkar), จ๊อดเปอร์ (Jodhpur), ไจซาลเมอร์ (Jaisalmer) จบทริปราชาสถานเที่ยวนี้ที่ อุไดเปอร์ (Udaipur)

ฟาเตปุระ (Fatehpur Sikri) เมืองแรกแห่งราชวงศ์โมกุล (Mughal)

รอจนกระทั่งเก้าโมงกว่า รถตู้และไกด์ชิบู ก็มารับ รู้งี้ของีบต่ออีกหน่อยก็ดีอ่ะ นั่งรถจากอักรามาทางตะวันตกเฉียงใต้ไม่ถึงชั่วโมง ก็จอดแวะชมวังฟาเตปุระ แม้จะสายแล้วแต่ยังมีหมอกจางๆ ไกด์พาเดินชมโดยรอบ พร้อมอธิบายประวัติและเกร็ดความรู้ได้อย่างละเอียดสมกับเป็นไกด์มืออาชีพจริงๆ (เราฟังมั่ง ไม่ฟังมั่ง, มัวแต่เพลินกับการถ่ายรูป อีกอย่างคือฟังไปก็ต้องกลับมาหาข้อมูลที่เป็นภาษาไทยอ่านอยู่ดี อิ..อิ..) เท่าที่ฟังมาเมืองนี้เป็นเมืองแรกที่ราชวงศ์โมกุลสร้างขึ้น ทำเลที่ตั้งเป็นเนินเขา โดยใช้หินทรายสีแดงในการก่อสร้าง พระราชวังฟาเตเปอร์นี้ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดสถาปัตยกรรมแบบโมกุล แต่หลังจากสร้างเมืองได้ 14 ปี ก็ต้องย้ายเมืองไปที่อักรา ทั้งนี้เนื่องจากฟาเตปุระ ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน เมืองจึงถูกทิ้งร้างไปในที่สุด ฟาเตปุระสิครี ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1986


แหกขี้ตามาดื่มชัย เราตั้งชื่อเองไม่หวงลิขสิทธิ์ Bolly wood เอาไปตั้งชื่อหนังคงมีคนชมทะลุโรง อิ..อิ.. ด้านซ้ายมือของรูปเป็นสมุดบันทึกทำเองซึ่งสามารถดูวิธีการทำได้ที่ลิงค์นี้นะฮาร์ฟฟฟฟ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&date=29-11-2009&group=5&gblog=4


Auto rickshaw (ตุ๊กๆ แขก) ต่อคิวเติมน้ำมันกันอย่างบ้าคลัง รูปนี้ถ่ายออกจากหลังรถอ่ะ


Gangster เจ้าถิ่น


แผงขายผลไม้ข้างทาง


ประตูและกำแพงเมืองฟาเตปุระ เราต้องลงรถจุดนี้แล้วนั่ง Auto rickshaw เข้าไปอีกประมาณ 1 Km.


สวนภายในวัง


อีกมุมหนึ่งของสวน ตอนนี้สิบเอ็ดโมงกว่าแล้วยังเห็นหมอกอยู่เลย


สุดระเบียงคตเป็นทางเข้าส่วนในของราชวัง


Diwan-i-Khas เป็นท้องพระโรงว่าราชการ โด่งดังเพราะเสาหินกลางโถงที่แกะสลักอย่างงดงามตามศิลปะโมกุลแท้


มุมพักผ่อนข้างระเบียงคต


หินดัด... ต้นกำเนิดของเหล็กดัด อิ..อิ.. ภาพนี้ถ่ายจากภายใน Diwan-i-Khas


อ่างเก็บน้ำ จากภาพไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่ของจริงใหญ่มาก ถ้าสังเกตุดูดีๆ มีคนยืนอยู่ด้านซ้ายของภาพ


ศาลาหินสลัก ลวดลายสุดวิจิตรบรรจง


ลานเกมส์ ตรงกลางรูปถ้าดูดีๆ จะเห็นเป็นตาราง ใช้สำหรับเล่นหมากรุกโดยใช้คนเป็นหมาก... หรือเป็นเบี้ย


เวทีดนตรีกลางน้ำ ไกด์อธิบายว่า ที่ต้องอยู่กลางน้ำเพราะเมื่อเวลาบรรเลงดนตรีจะมีเสียงสะท้อนกังวาลจากผิวน้ำ... เลิศ...


บันไดขึ้นป้อม ไม่อนุญาตให้ขึ้น


Jama Masjid หรือ Jami mosque แปลว่าสุเหร่าวันศุกร์ (สุเหร่านี้เป็นคนละอันกันกับ Jama Masjid ที่ Dehli) ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นอาคารแรกๆ ที่ก่อสร้างขึ้นภายในวัง


ซุ้มประตูเข้าอาคารส่วนใน


ทุกส่วนประกอบทำด้วยหินทรายสีแดง ขนาดกันสาดยังทำด้วยหินเลย เดินดูรอบๆ แต่ไม่กล้าอยู่ใกล้ กลัวหล่นใส่หัว


ถึงเวลาพักอีกแล้ว อิ..อิ.. อายุรทัศนาจร


ดอกไม้ในสวน


ทางไปสุขา... คิดว่าป้ายนี้คงไม่ได้สร้างในสมัยโมกุลหรอกน๊า อิ..อิ..


Morning news


ทางหลายแพร่ง


นั่ง Auto rickshaw กลับไปขึ้นรถ

ถึงรถก็ต้องบอกลาคุณไกด์ชิบู เพราะเมืองถัดไปก็จะมีไกด์อีกคนมาทำหน้าที่ แต่ Mr.โกวะดัน ก็ยังคงเป็นสารถีให้เรา ออกรถแล้วก็นั่งชมวิวข้างทาง ดูเหมือนหมอกจะไม่จางลงเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรก็ไม่ได้หนาจัดจนต้องลุ้นตัวโก่ง จอดพักกลางทางเพื่อเข้าห้องน้ำและหาอะไรทาน จุดที่จอดพักมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่สำคัญ... ห้องน้ำ มีชาวต่างชาติมากมายที่มาแวะจอดที่นี่

เดินทางต่อมาถึง Jaipur ตอนสี่โมงเย็น พอเข้าเขตตัวเมืองรถก็จอดรับไกด์ของ Amber tour ประจำ Jaipur ที่มายืนรอเพื่อจะพาเราไปโรงแรม. รถติดสี่แยกไฟแดง, มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 13-14 อุ้มน้องมาเคาะกระจกขอเงิน เราถ่ายรูปไว้และชอบรูปนี้มากๆ ก็เลยควักเงินจะให้ แต่รถดันออกเสียก่อนเพราะไฟเขียวได้ไม่ถึงหนึ่งวินาทีโอ้แม่เจ้า.. บีบแตรยังกะรีบไปสู่สรวงสวรรค์ยังงัยยังงั้นเลยอ่ะ รู้สึกเสียใจมากทุกครั้งที่เห็นรูปของเธอ ปกติการควักเงินออกจากกระเป๋านี่ไม่ใช่วิสัยเลยนะ (แบบว่าเค็มจนรู้ตัวเองหิ ) จนถึงทุกวันนี้ยังรู้สึกติดค้างเด็กคนนั้นอยู่ยังงัยชอบกล

ไม่ไกลจากจุดที่จอดรับคุณไกด์เท่าไหร่ ก็มาถึงโรงแรม Pearl Palace. นัดแนะกับคนขับและไกด์สำหรับ แพลนของพรุ่งนี้, แล้วทั้งคนขับและไกด์ก็แยกย้ายกันกลับเลย จากนั้นเช็คอินได้ห้อง 304 แล้วเอาของเก็บที่ห้อง ห้องสวยดี เตียงก็นุ๊มนุ่ม ก็เลยเอนหลังจนถึงห้าโมง จึงขึ้นไปห้องอาหารที่อยู่บนดาดฟ้า วิวสวยมองเห็น Jaipur โดยรอบ, ไม่ไกลจากโรงแรมมีป้อมเก่าแก่ทำให้ได้บรรยากาศที่ต่างออกไป สั่งอาหารเย็น พอทานเสร็จ พอลก็ลงไปเช็คเมลที่ห้องอินเตอร์เน็ตของโรงแรม ส่วนเราก็ออกไปเดินเล่นกับป้าแมรี่, อากาศเย็นสบายดี (แต่ต้องใส่เสื้อกันหนาวนะ). กลับถึงห้องสองทุ่มกว่า อาบน้ำอุ่น... สบายตัวดีจัง


เข้าสู่เขตราชาสถาน (Rajasthan)


คนเทินหม้อ เทินไห เทินฟืน มีให้เห็นตลอดทาง


สิบล้อแขก... มีภาพวาดประดับประดาสวยงาม และมีตัวหนังสือคิดว่าน่าจะเป็นกลอนคล้ายสิบล้อบ้านเรานะ จะถามคนขับก็พูดภาษาอังกฤษได้ไม่มาก เด๋วจาเป็นเรื่องใหญ่อีก


สองข้างทางเป็นทุ่งเครื่องเทศสลับบ้านและกระท่อม... รูปนี้เป็นทุ่งมัสตาร์ด


โรงงานอิฐก็มีให้เห็นเป็นระยะ.. ที่เห็นตรงกลางรูปเป็นปล่อยไฟจากเตาเผาอิฐ


เลี้ยงแพะกลางถนน.. ถนนโดนยึดไปหนึ่งเลนส์และรถต้องชะลออย่างแรง


นี่เป็นถนนสี่เลนส์ รถคันนี้ตามหลักสากลต้องขับอีกฝั่ง (หลังเกาะกลางถนนตามภาพ) แต่พี่แกใหญ่อ่ะ นอกจากขับผิดเลนส์แล้วยังขับไวมั๊กๆ ใจเราหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยหิ


แวะพักเที่ยงตอนบ่ายสอง.. รูปนี้เป็นหลักกิโลหน้าจุดจอดพัก


ผู้โดยสารชั้น V.I.P. มีให้เห็นจนชินตา... ไม่อยากบอกว่าหนาวมากนะน่ะ


ที่อินเดีย รู้สึกว่าเป๊ปซี่จะดังกว่าโค้กนะ


Jaipur... นครสีชมพู


ร่องรอยสถาปัตยกรรมอันวิจิตร มีให้เห็นตั้งแต่ขับเข้ามาในเขตเมือง น่าเสียดายที่โดนปล่อยให้ผุพังไปตามกาลเวลา


สี่แยกตำรวจโบก


ตลาดนัดใกล้กับ Jaigarh Fort


รูปเด็กอุ้มน้องมาขอเงินที่เล่าให้ฟัง... ในตาเธอมีประกายแห่งความหวัง...


วัฒนธรรมใหม่ที่กำลังกลืนกินวัฒนธรรมเก่าอย่างรวดเร็ว


วันที่ยาวนาน... ถึงโรงแรมเสียที


หนึ่งในปฏิมากรรมที่โรงแรมตั้งโชว์ให้แขกได้เพลิดเพลิน... ชอบมากกก


Sunset ที่ Jaipur.. รูปนี้ถ่ายที่ Roof top ซึ่งเป็นห้องอาหารของโรงแรม


กำแพงเมืองและป้อมปราการ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2553 22:38:53 น.
Counter : 3920 Pageviews.

1 comments
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ
โดย: auraball วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:56:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
All Blog
MY VIP Friend