2010-01-20 Udaipur... เมืองแห่งทะเลสาบ
หลังจากทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าของโรงแรมแล้วก็ถึงเวลาเที่ยวเมือง Udaipur ซึ่งมีนามแฝงสองสามชื่อ เช่น Venice of the East - เมืองเวนิชตะวันออก, Most romantic city of India - เมืองโรแมนติค ที่สุดของอินเดีย หรือจะเป็น Kashmir of Rajasthan - แคชเมียร์แห่งแคว้นราชาสถาน... ก็แล้วแต่จะตั้งชื่อกันไป ชื่อเสียงเหล่านี้ได้มาจากการที่ Udaipur เป็นเมืองที่มีทะเลสาบมากที่สุดของอินเดีย ประกอบกับทะเลสาบแต่ละแห่งก็ล้วนแล้วแต่สวยงาม. คู่บ่าวสาวที่แต่งงานกัน นิยมมาฮันนีมูน ที่เมือง Udaipur แห่งนี้ จึงเป็นเหตุให้มีการขนานนามว่าเป็นเมืองโรแมนติคที่สุดในอินเดีย ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น

ไกด์มารอรับที่ล๊อบบี้อยู่แล้ว แนะนำตัวเป็นอย่างแรก... ไกด์ชื่อยาวมากๆ เลยย่อว่า Mr.CD ไกด์แนะนำโปรแกรมของวันนี้ว่าจะไปเที่ยวชม Jagdish Temple, Udaipur City Palace, Lake Pichola, Bharatiya Lok Kala Mandal แต่สองผู้เฒ่าอยากไปชมวิถีชีวิตนักเรียนที่นี่ (เพราะจะได้เที่ยวแบบไม่เหมือนใครอ่ะนะ) เลยตัดโปรแกรม Udaipur City Palace และ Bharatiya Lok Kala Mandal ออก... น่าเสียดายจริงๆ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรออกไป เอาไว้มีโอกาสก็จะมาเที่ยวเองทีหลัง.... ไกด์พาเดินไปวัดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม

Jagdish Temple

Jagdish Temple เป็นวัดฮินดูขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางตัวเมือง Udaipur สร้างโดย Maharana Jagat singh สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1651 หรือ ประมาณ 350 ปีก่อน ความสำคัญของวัดนี้คือ เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบอินโด-อารยัน มีปฏิมากรรมหินแกะสลักแบบนูนต่ำอยู่แทบทุกตารางนิ้วของพื้นผิวผนังและเสา แต่สิ่งที่ทำให้วัดนี้มีชื่อเสียงคือรูปปั้นนูนต่ำที่แกะสลักประดับตรงเสาหินตรงกลางอาคาร ซึ่งมีความปราณีตสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ผู้คนมาทำบุญสักการะกันอย่างมากมาย ผสมปนเปไปกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาสังเกตุการณ์ และเก็บภาพประทับใจ

จากนั้นพากันเดินลงมาหน้าวัด Mr.โกวะดันขับรถมารับ ออกรถเดินทางไปทะสาบ Pichola ที่จริงทะเลสาบอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม แต่จุดที่ไกด์พาไปอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทะเลสาบที่นี่กำลังได้รับผลกระทบจาก Global Warming เพราะระดับน้ำลดลงเรื่อยๆ ในแต่ละปี บางจุดของทะเลสาบเหือดแห้งจนวัว ควาย สามารถลงไปเล็มหญ้าได้ ถ้าน้ำแห้งจนหมดทะเลสาบ เมืองแห่งนี้ก็จะหมดความน่าสนใจไปในบัดดล


Good morning Udaipur... ภาพนี้ถ่ายตอนทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมบนดาดฟ้า


อาคารกลางทะเลสาบบางหลังถูกทิ้งร้าง... น่าเสียดาย


Udaipur City Palace... ถ่ายจาก Roof top ของโรงแรม


คุณวัวคงเหนื่อย จะเข้าเกสท์เฮาส์แล้วนะ อิ..อิ..


Morning delivery!!!


ทางขึ้น Jagdish temple


รูปเคารพพระศิวะตรงทางขึ้น


รูปเคารพสัมฤทธิ์ ไม่แน่ใจว่าเป็นเทพเจ้าองค์ไหน มั่วแต่ถ่ายรูปเลยไม่ได้ตั้งใจฟังไกด์อธิบาย


ไม่เข้าใจว่าวัดฮินดูทำไมมีพระพุทธบาท... ไม่ได้ฟังไกด์อีกเช่นเคย


หินสลักนูนต่ำดูเหมือนรูป พระนางสิริมหามายา และพระพุทธเจ้าตอนประสูติ... เข้ามาผิดวัดหรือเปล่าเรา, นี่วัดฮินดูนี่นา


รูปสลักโดยมากเป็นช้าง, ม้า, ดอกไม้ และผู้หญิง


สลักกันให้ทั่ว ทุกหลืบ ซอก มุม


ภาพวาด เห็นสวยดี เลยถ่ายมา... ไม่รู้ความหมายหรอกนะ


ลงมาจากวัด มีแม่ค้ามาขายดอกไม้ และมีนักบวชกำลังนั่งแต่หน้าอยู่บนทางขึ้น


Lake Palace ที่ทะเลสาบ Pichola สร้างจากหินอ่อนทั้งหลัง สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ.1746 ใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ปัจจุบันเป็นโรงแรม Taj Hotel Resorts and Palaces


เจิมมาจากวัดฮินดูอ่ะ... เงินทองไหลมาเทมา... สาธุ


Mr.โกวะดัน ซิงห์ ขับรถให้เรามา 9 วันเต็มๆ


อูฐกับตุ๊กๆ พาหนะยุคใหม่และยุคเก่า ร่วมสมัย

Dakan Kothda Primary School

เดินทางต่อไปโรงเรียนชนบทในถิ่นทุรกันดาร พูดซะน่ากลัวเลย... ที่จริงโรงเรียนอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ถึง 10 กิโลเมตร แวะตลาดสดเพื่อซื้อผลไม้ไปฝากเด็กนักเรียน. Dakan Kothda เป็นโรงเรียนประถม มีชั้นนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึง ป.5 อาคารเรียนเป็นอาคารฉาบปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่เนินเขา โรงเรียนไม่มีน้ำประปาและไม่มีไฟฟ้า ไม่มีโต๊ะ ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีห้องน้ำ. มีอาจารย์ใหญ่ 1 คน มีครู 2 คน มีนักเรียนแปดสิบกว่าคน นั่นหมายความว่า ครูต้องวิ่งสอนแต่ละห้องให้เวียนหัวกันไปข้างหนึ่ง แบบเรียนที่ใช้สอนเป็นของโรงเรียนเพราะนักเรียนไม่สามารถซื้อเองได้ นักเรียนเกือบทั้งหมดมาจากครอบครัวยากจน ผู้ปกครองไม่อยากให้มาเรียน ดังนั้นโรงเรียนจึงแจกอาหารเที่ยงฟรี นักเรียนจึงพากันมาเรียน... พาลให้นึกถึงเด็กนักเรียนในเมืองบ้านเรา ตัวเล็กตัวน้อยก็พากันพกมือถือ, เอาเงินไปโรงเรียนวันละหลายสิบบาท แถมยังไม่ตั้งใจเรียนอีกต่างหาก

ครูที่นี่ใจดี พอคณะเราไปถึง (คณะ 3 คนอ่ะนะ อิ..อิ..) ก็เตรียมโต๊ะประชุมให้นั่ง แถมยังเอาขนมหวาน(มาก) และเอาชัย (ชาอินเดีย) มารับรอง. เราเอาพุทรามาแจกให้เด็กนักเรียน จากนั้นนั่งคุยกัน, ถกปัญหาวิธีการพัฒนาระบบการศึกษา ใช้เวลาที่โรงเรียนนี้ 1 ชั่วโมง ก็ถึงเวลาเดินทางกลับ ก่อนกลับก็บริจาคเงินช่วยเหลือโรงเรียน แม้เงินก้อนนี้จะไม่ใหญ่โต แต่ก็แสดงน้ำใจที่เรามี และก็ทำให้เราสุขใจมากมาย


จอดรถหน้าตลาด มีร้าน 'ฉะปาตี'แกง อยู่เรียงราย (บ้านเราเป็นข้าวแกง แต่ที่นี่กิน 'ฉะปาตี'และ 'นาน'* กันเป็นอาหารหลัก)


ป้าสาหรี่เหลือง ขายแตงอยู่บนฟุตบาท... เห็นนั่งขายตั้งแต่เราเดินเข้าตลาด, กลับจากตลาด แล้วไปเยี่ยมโรงเรียน ตอนขากลับเราขับผ่านก็ยังเห็นป้าแกนั่งอยู่ที่เดิม อึดจริงๆ


ที่นี่ไม่ใช้รถเข็น แต่ใช้เทินบนหัวเอาอ่ะ


ชุดจ่ายตลาด... เลิศศศศ!!!


กาลเวลา


บรรยากาศในตลาด


พุทราใหม่ๆ สดๆ จ้า


เอามาให้ยืมยี่สิบดิตัว


พุทรา


แอ๊ปเปิ้ล


ฝรั่ง


มาถึงโรงเรียนต้องถอดรองเท้า


กระดานดำและวิว


นักเรียนนั่งเรียนกับพื้น


นักเรียนฝั่งขวามืออยู่ชั้นป.1 ส่วนฝั่งซ้ายอยู่ชั้นป.2 ห้องเรียนมีไม่พอเลยต้องเรียนภายในห้องเดียวกัน


แบบเรียน


เรียนภาษาอังกฤษกันตั้งแต่เด็ก


แจกผลไม้


ครูใจดี

เดินทางกลับเข้าเมืองแล้วข้ามสะพานไปอีกฝั่งของทะเลสาบ Pichola เพื่อไปบ้านอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นอาจารย์ของไกด์เรา อาจารย์ท่านนี้ได้รับเกียรติ์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาของแคว้น Rajasthan. เราเข้าไปนั่งฟังผู้ใหญ่ถกปัญหาการพัฒนาระบบการศึกษา ฟังไปฟังมาเริ่มปวดท้อง ก็ขออนุญาติใช้ส้วมผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วปลีกตัวออกไปสูบบุหรี่ และไปสนทนากับ Mr.โกวะดัน พลขับของเรา ซึ่งบทสนทนาดูเหมือนว่าจะเข้าใจง่ายกว่า

ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเดินทางกลับเข้าเมือง ระหว่างทางแวะ Shilp Gram ซึ่งเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมชนเผ่าของ Rajasthan มีแสดงศิลปะการแสดง, วิถีชีวิต และบ้านของชนเผ่าต่างๆ

จากนั้นเดินทางต่อ พอมาถึงย่านตัวเมืองก็ขับรถชมรอบเมือง ถนนที่นี่แคบมากๆ แต่พลขับของเรามีความชำนาญสูง อีกทั้งยังขับได้นิ่มมาก ไม่มีหวาดเสียวแม้แต่ครั้งเดียว. แล้วก็มาจบ Udaipur sightseeing ที่ปากซอยเข้าโรงแรม พวกเราแวะร้านขนมปัง เราสั่งพายแอปเปิ้ลและเค้กช้อกโกแลต มาทาน อร่อยมากๆๆ


ธรณีประตูบ้านผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา เป็นดินประดับด้วยฝุ่นสีและดอกไม้ซึ่งเป็นสิ่งที่ปัดเป่าไล่ความชั่วร้ายที่ติดตัวเรามาจากนอกบ้าน จะเดินเข้าบ้านต้องข้ามไป.. ห้ามเหยียบ


ผู้ทรงคุณวุฒิ


พิณแขกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี


ส้วมบ้านผู้ทรงคุณวุฒิ


Auto Rickshaw จอดรอลูกค้าอยู่หน้า Shilp Gram


การแสดงของชนเผ่าหนึ่ง


วงดนตรีพื้นเมือง


การแสดงของชนอีกเผ่าหนึ่ง ด้านหลังเวที เป็นบ้านดิน จำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่านี้


Apple pie ชิ้นใหญ่กว่าฝ่ามือ

กลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ตอนเย็นออกไปทานดินเนอร์ เชิญ Mr.โกวะดัน มาทานด้วย เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ Mr.โกวะดันขับรถให้เรา พรุ่งนี้เช้าก็จะขับรถส่งเราไปสนามบิน แล้วก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว... ขอบคุณสำหรับ 9 วันที่ขับรถพาเราตะลอน Rajasthan ด้วยความปลอดภัย

* ความแตกต่างระหว่าง 'นาน' Naan และ 'ฉะปาตี' Chapati

ตอนแรกเห็นแผ่นกลมๆ แบนๆ เราก็จะเรียกว่า 'นาน' ทุกครั้งไป แต่มาที่นี่เห็นคนเรียกต่างกันจึงแปลกใจ หรืออาจเป็นคนละภาษาก็เป็นได้. ที่คิดอย่างนี้เพราะอินเดียมีภาษาถิ่น 800 กว่าภาษา แต่มีภาษาราชการ 2 ภาษาคืออังกฤษและฮินดี จนกระทั่งตอนไปวัดซิกที่เดลลีจึงได้มีโอกาสถามไกด์ ได้คำอธิบายง่ายๆ ว่า 'ฉะปาตี' และ 'นาน' ก็เป็นแผ่นแป้งเหมือนๆ กัน แต่ต่างกันที่วิธีปรุง คือ 'ฉะปาตี' จะใช้วิธีปิ้งไปบนไฟ ส่วน 'นาน' จะอบด้านในไหใหญ่ เป็นอันกระจ่าง....



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2553 14:45:57 น.
Counter : 2996 Pageviews.

5 comments
  
แวะมาทักทายและมาขอตามไปเที่ยวชมด้วยครับ
โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:46:11 น.
  
ตามมาดูภาพสวยๆ ด้วยคนค่ะ
ภาพวิวจากดาดฟ้าโรงแรม ดูอลังการมาก
หินสลักรายละเอียดเยอะดี สวยจริงๆ ค่ะ
โดย: diamondsky วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:58:55 น.
  
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ... ตอนนี้รีบเขียนทริปอินเดียให้จบเพราะยังต้องเขียนทริปหลวงพระบาง แล้วตอนนี้เวลาจะไปเที่ยวไหนก็จะได้เขียนอัพทูเดทไปเลยครับ ไม่ต้องมาเขียนย้อนหลังอีกแล้ว อิ..อิ..
โดย: Nop IP: 223.207.119.227 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:52:00 น.
  
เห็นรูปของคนไปเที่ยวอินเดียวสวย ๆ ทั้งนั้นเลย หวังว่าจะมีโอกาสไปบ้าง (จะหาคนไปด้วยยากนะเนี่ย )
โดย: สาวญี่ปุ่น วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:15:08:33 น.
  
รูปสวยมากเลยครับน่าชวนให้ไปอินเดียเเละ udaipur

เเต่อยากถามคนที่เคยไม่เที่ยว udaipur ว่าอันตรายมากไหม พอดือยากจะไปเที่ยวกับคู่หมั้น เเต่เขาบอกว่า
อินเดียน่ากลัว ผู้หญิงที่เป็นนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายมานักต่อนัก เเต่เห็นเมืองนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ safeที่สุดอันดับที่ 4
ถ้าไปเที่ยวกับเเค่ 2 อันตรายไหม ? ควรกลับโรงเเรมตั้งเเต่ทุ่ม สองทุ่มเลยไหม ? มีบริเวณไหมไม่ควรไป ? อยู่โรงเเรมอะไร
safe สุด? ไปตอน ธันวาหนาวไปไหม ? ขอคำตอบเเบบชัดๆตรงๆด้วยครับ
โดย: global traveler IP: 58.137.153.3 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:08:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
All Blog
MY VIP Friend