Group Blog
 
All blogs
 

291. พระบัวเข็ม วัดผ่องดออู (Phaung Daw Oo Pagoda) ทะเลสาบอินเล (Inle Lake) เมืองตองยี (Taunggyi)

วัดผ่องต่ออู เป็นวัดที่เกิดจากการถมทะเลสาบ ด้วยความศรัทธาของชาวอินทา และชาวไทใหญ่ เพื่อสร้างวัด สร้างวิหารให้คู่อยู่กับทะเลสาบอินเลแห่งนี้

วิหารที่ตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อยามมองจากทะเลสาบ ในวิหารมีหลังคาสูงมากๆ มีภาพวาดเล่าเรื่องเกี่ยวกับศาสนา … ตรงกลางวิหารมีบุษบกยกพื้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 5 องค์ ที่ชาวอินทาและชนเผ่าทั้งหลายนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

“พระบัวเข็ม” ซึ่งแกะสลักขึ้นมาจากไม้หอม ส่วนทองคำที่หุ้มองค์พระนั้น เป็นทองแผ่นที่ชาวบ้านนำมาปิดทององค์พระติดต่อกันมานานหลายร้อยปี จนมองไม่เห็นรูปร่างขององค์พระจริงๆ
ผู้รู้เล่าว่าพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ถูกค้นพบที่ถ้ำแห่งหนึ่งในปี 1359 จึงได้มีการอัญเชิญมาให้ผู้คนกราบไหว้บูชาหลายแห่ง .. ต่อมาเจ้าชายองค์หนึ่งได้สร้างวัดแห่งนี้เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบัวเข็มทั้ง 5 มาจนถึงทุกวันนี้

ยังมีตำนานที่เป็นเหมือนอภินิหาญขององค์พระ คือ มีปีหนึ่งน้ำท่วมใหญ่ที่ทะเลสาบอินเล จนพระจมหายไป ชาวบ้านช่วยกันงมหากลับมาได้ 4 องค์ ส่วนอีกองค์หนึ่งหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนอ่อนล้า และนำพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์กลับมาที่วัดก่อน แต่พอมาถึงวัด ชาวบ้านได้เจอพระบัวเข็มองค์ที่หาไม่พบ ประดิษฐานอยู่บนแท่นบนบุษบก โดยองค์พระยังมีตะไคร่น้ำติดมาด้วย ตั้งแต่นั้นมา ชาวอินทาและชาวไทใหญ่ ก็ทวีความเคารพนับถือ พระบัวเข็ม ว่าเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง สามารถปกป้องอันตรายต่างๆได้

ทุกปีในเดือนตุลาคมในช่วงออกพรรษา จะมีงานยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวอินทา ในทะเลสาบอินเล นั่นคือ จะมีการอัญเชิญพระบัวเข็มลงเรือการเวก ซึ่งเป็นนกในตำนานของชาวพม่า แล้วแห่ไปรอบๆทะเลสาบ โดยมีเรือร่วมในริ้วขบวนที่สวยงามนับร้อยลำ รวมถึงการพายเรือด้วยเท้าลำละหลายสิบคน ขบวนแห่จะมีราว 15 วัน ไปตามวัดต่างๆ 15 แห่งรอบๆทะเลสาบ เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดของชาวอินทา และผู้คนในรัฐฉาน … เป็นความใฝ่ฝันของพวกหนุ่มๆ ที่จะได้มีโอกาสอาสาลงเรือพายด้วยเท้าในขบวน หรือเข้าร่วมการแข่งขันพายเรือระหว่างหมู่บ้าน อย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิตลูกผู้ชาย เพราะนั่นจะหมายถึงการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ และเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ทุกวัดในหมู่บ้านที่ขบวนเรือไปจอดพัก ชาวบ้านจะจัดมหรสพสมโภชอย่างเอิกเกริก มีคนพม่าและชาวต่างชาติหลั่งไหลมาชมพิธี และกราบไหว้พระบัวเข็มมากมายในแต่ละปี















 

Create Date : 08 ตุลาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2560 21:17:04 น.
Counter : 1330 Pageviews.  

292. วัดแมวกระโดด (Nga Phe Chaung Monastery) ทะเลสาบอินเล (Inle Lake) เมืองตองยี (Taunggyi) รัฐฉาน

บนศาลาของวัดแห่งนี้ มีพระพุทธรูปหลายขนาดเรียงรายอยู่รอบๆศาลา พุทธลักษณะสง่างาม ผอมบาง คิ้วโค้งเรียว อันเป็นลักษณะของพระพุทธรูปตามความเชื่อของคนในรัฐฉาน เรียกพุทธลักษณะอย่างนี้ว่า Jumpudirit Style ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญคือ มีมงกุฎและสายคาดเอวที่อลังการด้านหน้าของพระพุทธรูป อันมีเรื่องเล่าว่าพระพุทธเจ้าได้แสดงให้กษัตริย์ Jumpudirit ตระหนักว่าเครื่องนุ่งหามที่อลังการเป็นเพียงสิ่งลวงตาเท่านั้น ชนชาวฉาน มีชื่อเสียงในการทำเครื่องเขินด้วยไม้ รวมถึงการสร้างพระพุทธรูปด้วย พระพุทธรูปของรัฐนี้ไม่ว่าจะใหญ่โตแค่ไหนจึงมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่าพระพุทธรูปสำริดแบบที่เราเห็นทั่วไป























 

Create Date : 08 ตุลาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2560 21:20:48 น.
Counter : 653 Pageviews.  

293. เจดีย์โบดาทาวน์ (Botataung Pagoda or Botataung Paya) เมืองย่างกุ้ง (Yangon) ประเทศพม่า

เจดีย์โบดาทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000นาย ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์เวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ
ครั้นเมื่อเจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆกับวิหารพระทองคำ และด้านซ้ายมื้อจะมีรูปปั้น นัตโบโบจี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ

เทพทันใจ (นัตโบโบจี) เทพผู้ปกปักรักษาและบันดาลโชค
วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบจี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจจะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย) แล้วเอาไปใส่มือของเทพทันใจสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ขอไว้

เทพกระซิบ หรือ เมี๊ยะนานหน่วย
ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว
การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้















 

Create Date : 08 ตุลาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2560 21:23:21 น.
Counter : 1942 Pageviews.  

294. เจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda) (เจดีย์กลางน้ำ) เมืองสิเรียม (Syriem) หรือ ตันลยิน (Thanlyin)

เจดีย์เยเลพญา หรือ เจดีย์กลางน้ำ ตามตำนานเล่าว่า เจดีย์แห่งนี้สร้างในสมัยมอญเรืองอำนาจ เมื่อราวพันกว่าปีก่อน โดยมีคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้างและยังได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำกว้างใหญ่เท่านั้น และเจดีย์แห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่อง ไหว้พระขอพรทำธุระกิจทางการค้า























 

Create Date : 08 ตุลาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2560 21:27:02 น.
Counter : 473 Pageviews.  

295. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณ สร้างในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่าวัดสลัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อทรงตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และทรงสร้างพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับและสร้างพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นที่ประทับสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล นั้น วัดสลักเป็นวัดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังบวรสถานมงคล สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดสลักเมื่อ พ.ศ. 2326 พร้อมกับการก่อสร้างพระราชวังบวรสถานมงคล จากนั้นทรงเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดสลัก เป็น วัดนิพพานาราม เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ใช้วัดนิพพานารามเป็นสถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกใน พ.ศ. 2331 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดพระศรีสรรเพชญ” และใน พ.ศ. 2346 พระราชทานนามใหม่ว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรมหาวิหาร ตามชื่อวัดในกรุงศรีอยุธยาที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช

วัดมหาธาตุเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นที่พระราชทานเพลิงพระบุพโพเจ้านายซึ่งดำรงพระเกียรติยศสูง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ของวัดเป็นที่สร้างเมรุพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศ์ชั้นสูง ในปลาย พ.ศ. 2432 โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งบาลีวิทยาลัยที่วัดมหาธาตุ เรียกว่า มหาธาตุวิทยาลัย และย้ายการบอกพระปริยัติธรรมมาจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่อมา ใน พ.ศ. 2437 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารถาวรวัตถุ เรียกว่า สังฆิกเสนาสน์ราชวิทยาลัย เพื่อใช้ในงานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร หลังจากนั้น จะทรงอุทิศถวายแก่มหาธาตุวิทยาลัย เพื่อเป็นที่เรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง ซึ่งจะได้พระราชทานนามว่า “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” แต่อาคารหลังนี้มาสร้างเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และงานพระศพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจัดที่วัดบวรสถานสุทธาวาส ใน พ.ศ. 2439 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการบูรณะวัดมหาธาตุและพระราชทานนามว่า “วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์”

































 

Create Date : 08 ตุลาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2560 21:31:47 น.
Counter : 347 Pageviews.  

1  2  

BlogGang Popular Award#13


 
เหมียวสินธร
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




Friends' blogs
[Add เหมียวสินธร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.