W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
กองทัพแมวน้ำ Sirotan แซมด้วยบรรยากาศ Lucky bag sale @shibuya109



เครดิตภาพหาจาก google.co.jp


>> คลิกเพื่อดูอัลบั้มภาพใน skydrive


เปิดบล็อคด้วยกระต่ายน้อย Happy New Year อีกครั้งเพื่อยื้อบรรยากาศปีใหม่ออกไปอีกสักนิด จริงๆช่วงนี้ก็ไม่ค่อยว่างนะเนี่ย แต่แอบมาอัพบล็อคเล็กๆน้อยๆไว้ก่อน เพราะพวกนี้สั้น เขียนเสร็จได้เร็ว ไม่งั้นถ้าไปพอกรวมกับทริปใบไม้เปลี่ยนสีและคริสมาสต์ที่ผ่านมาล่ะก็ สุดท้ายคงลงเอยด้วยการไม่ต้องอัพมันเลยสักอัน เพราะเยอะแยะมากมายไปหมด

บล็อคนี้หลักๆจะเกี่ยวกับเจ้าแมวน้ำ Sirotan มากกว่า แต่ก่อนจะเริ่มตรงนั้นขอเปิดบล็อคด้วยบรรยากาศเล็กน้อยในวันที่ 2 มกรา ที่ถือเป็นวัน D-day เริ่มเซลล์ Happy Bag (福袋 Fuku-bukuro) วันแรกในโตเกียวซะก่อน ปีนี้เป็นปีใหม่สุดท้ายในชีวิตนักเรียนแล้วอุตส่าห์คิดไว้ตั้งกะปีก่อนว่าจะขอลองไปส่องบรรยากาศต่อคิวรอซื้อถุงโชคดีที่หน้าห้างก่อนเวลาห้างเปิดตอน 10 โมงซะหน่อย (แต่ส่วนตัวไม่ชอบเสี่ยงกับถุงโชคดีนะ เกิดได้ไอ้ที่ไม่ชอบมาก็ไม่รู้จะเอาไปปล่อยต่อยังไงดีที่ญี่ปุ่น ซื้อแต่แบบเซลล์ปกติ)

ทีแรกก็กะว่าไหนๆจะดูทั้งที ไปรอดูตรง Isetan Shinjuku ที่ถุงโชคดีเป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งสำหรับผู้หญิงเลยดีกว่า (ได้ยินว่าต้องเข้าคิวกันข้ามคืนเลยทีเดียว) ปีที่แล้วขนาดไปเซอเวย์ที่นั่นตอนบ่ายแก่ๆยังคนแน่นห้างไปหมดเลย (มีรูปนิดหน่อยที่ บล็อคนี้) ส่วน Yodobashi Akihabara ที่เป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งในแง่เครื่องไฟฟ้าก็นะ.. ไม่ใช่แนวที่อยากไปส่อง(กล้องถ่ายรูป)เท่าไหร่

งวดนี้สงสัยจะแพลนนานเกินไป ความหนาว+ความขี้เกียจค่อยๆเข้าครอบงำทีละนิดจนสุดท้าย ณ คืนวันที่ 1 มกรา 2011 แพลนลดลงมาเหลือแค่ห้าง Ueno OICITY (มารุอิซิตี้) แทน ที่นี่ใกล้บ้านเดินไปได้แล้วก็ได้ยินว่าก่อนห้างเปิดก็มีคนมาต่อคิวรอเป็นพันอยู่เหมือนกัน

อุตส่าห์ลดแพลนลงมาขนาดนี้แล้ว แต่ผลก็คือ .................แห้ว .................. อีกตามเคย ตั้งนาฬิกาแล้วอะไรแล้ว แต่หนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม นอนซุกผ้าห่ม ตาปรือ ลังเลว่าจะลุกดีหรือไม่ลุกดี ลงท้ายจิตฝ่ายขี้เกียจเป็นฝ่ายชนะ ได้นอนต่ออย่างสบายแต่ก็อดมาดูบรรยากาศแย่งชิงถุงโชคดีไปแทน กว่าจะตื่นมาแต่งตัวอีกทีก็บ่ายๆแล้ว คราวนี้ไม่ไป Ueno แต่ตรงดิ่งไปสถานี Yushima 湯島 แทนเพื่อนั่งรถไฟไปชิบุยะ

ณ วันที่ 2 มกรายังมีคนมาไหว้พระที่ Yushima Tenjin 湯島天神 พอควร ห้องน้ำ(หญิง)ที่สถานีเลยต่อคิวกันยาวแบบนี้ (เพิ่งเคยเห็นห้องน้ำสถานีนี้ต้องต่อคิวก็วันนี้แหล่ะ ปกตินี่โล่งเชียว)


ช่วงหลังๆที่เปลี่ยนมาช็อปห้างแถวบ้านแทนนี่แทบไม่ค่อยได้ขึ้นรถไฟเลย (แต่ก่อนขึ้นไปชิบุยะประจำ) สายสีเขียว Chiyoda Line (千代田線) นี้อาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักสำหรับคนมาเที่ยว แต่เป็นหนึ่งในสามสายที่คนแน่นมากของโตเกียว (ขัอมูลนี้อ่านมาจากไหนลืมไปแล้ว) เหตุเพราะมันผ่านย่านคนทำงานหลักๆหลายย่าน นักศึกษาโตไดเองก็ใช้สายนี้กันเยอะ เพราะมันวิ่งระหว่าง Hongo และ Kashiwa Campus สมัยที่แล็บ จขบ ยังอยู่คาบสองแคมปัสนี่ใช้บริการรถไฟสายนี้ประจำ


นั่ง Chiyoda line มาจนถึง 表参道 Omotesando แล้วเปลี่ยนสายเป็น Ginza หรือ Hanzomon นั่งต่ออีกป้ายเดียวก็จะมาลงที่ชิบุยะแล้ว วันนั้นที่ชิบุยะก็ยังคนแน่นไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่ส่วนตัวมองรอบๆแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าคนแน่นมากกว่าปกติซักเท่าไหร่นะ เพราะปกติวันศุกร์หรือวันหยุดทีไร ที่นี่ก็คนแน่นงี้ตลอดอยู่แล้ว

เดินตามเส้นทางที่คุ้นเคยมาจนถึงหน้าตึก 109 (ถ้านอกเส้นนี้ไปนี่อาจมีหลงได้ ในชิบุยะนี่ จขบ ไปอยู่ไม่กี่ตึกเท่านั้นล่ะ ไม่คุ้นทางแถวนี้เท่าไหร่)


ต้อนรับด้วยป้ายเซลล์กันสักเล็กน้อย ปีนี้ใช้ชื่อว่า 7 days bargain (เปลี่ยนชื่อไปทุกๆปี) ช่วงเวลาตั้งแต่ 2-8 มกรา (แต่เอาจริงๆนะต่อให้เลยช่วงที่เขียนไว้ ของหน้าหนาวที่เซลล์ก็ยังคงเซลล์ต่อไปอยู่ดีนั่นล่ะเพราะเป็นการโละสต๊อค ชุดไหนที่ขายเหลือก็จะโดนแขวนไว้ที่ราวลดราคาให้เห็นจนเบื่อตลอดเดือนนี้เลย พอสัก กพ ไปถึงจะเริ่มเอาของใหม่ๆของฤดูใบไม้ผลิมาโชว์เป็น display หลักหน้าร้านแทน แต่พวกของออกใหม่เนี่ยก็ดั๊นไม่ลดราคาซะอีก >,< )


ตอนปีแรกๆที่อยู่ญี่ปุ่น จขบ ก็เคยมาที่นี่ในวันที่ 2 มกราแล้วนะ แต่มาปีนี้แปลกกว่าปีนั้นคือมีคุณตำรวจกั้นแถวตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าเลย มีการจัดระเบียบคนเข้าไม่ให้เข้าทางประตูหน้าตามปกติ แต่ให้อ้อมลงไปเข้าประตูชั้นใต้ดินในสถานีรถไฟแทน (รู้สึกจะไปโผล่ประมาณชั้น B2 หรือ B3 นี่ล่ะ) เดาว่าวิธีนี้คงช่วยจัดระเบียบได้เยอะคนจะได้เดินขึ้นหรือลงรวดเดียวไปเลย ไม่มาจราจรติดขัดกันที่หน้าประตูด้วย


ด้านใน 109 เองปีนี้ก็ตำรวจเยอะจนแอบแปลกใจไม่ได้ว่ามีใครขู่วางระเบิดหรือไงเนี่ย คุณตำรวจยืนประจำทุกทางขึ้นลงบันไดเลื่อนเลย ผลก็คือ จขบ ไม่กล้ายกกล้องขึ้นมาถ่ายอะไรเลย มีรูปข้างล่างนี้รูปเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถ่ายสินค้าก็เถอะนะ แค่สะพายกล้องใหญ่ก็โดนคุณตำรวจเหล่เอาหลายคนแล้ว ช่วงแถวๆนี้ก็ฟังบรรยายเอาอย่างเดียวละกัน


ปีนี้ที่ 109 ก็คนมาช็อปถุงโชคดี ช็อปของลดราคาเยอะ เบียดเสียดเยียดยัดเหมือนทุกๆปี ร้านยอดฮิตอย่าง Cecil McBee ก็ยังคงคอนเซปเดิม คนเยอะจนต้องจัดแถวหน้าร้านแล้วค่อยๆปล่อยคนเข้าไปทีละกลุ่ม (แต่ จขบ เฉยๆกับยี่ห้อนี้อ่ะ ดีไซน์น่ะโอเค ทันสมัย อินเทรนด์เสมอ แต่มันจะไม่เน้นหวานหรือเปรี้ยวไปทางใดทางหนึ่งเลย ซึ่ง จขบ เน้นสไตล์หว๊านหวานอ่ะ เลยไม่กิ๊กยี่ห้อนี้เท่าไหร่)

จขบ เองก็รู้ทั้งรู้นะว่าถ้ามาจะเจอคลื่นคนแบบนี้ แต่ก็ยั๊งอุตส่าห์นั่งรถไฟถ่อมาเบียดคนให้เหนื่อยเล่น ทั้งที่ไม่ได้กะจะซื้ออะไรเลยแท้ๆ งานนี้เรียกว่ายอมเหนื่อยเพื่อเอาบรรยากาศในปีสุดท้ายนี้ล้วนๆ ยังไงดีล่ะ คือแบบว่าช่วงปีหลังๆที่อยู่ญี่ปุ่นนี่เบื่อสไตล์เสื้อผ้าของ 109 แล้ว เปลี่ยนไปเกาะแบรนด์อื่นที่ดูหวานและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากกว่า LizLisa หรือ Pinky Girl

เดี๋ยวนี้มา 109 ทีไรแทบจะเดินรวดเดียวจบได้แบบไม่ต้องแวะลองอะไรเลย ซึ่งหนนี้ก็ไม่ต่าง เดินหน้ารวดเดียวจบแบบไม่มี rewind ส่วนนึงเพราะมึนหัวด้วย ในนี้มันแคบ เจอคนเยอะๆ เสียงตะโกนขายของดังๆกรอกหู ฮีตเตอร์ร้อนๆเป่า ก็เล่นเอาอึดอัด มึนตึ้บ ต้องรีบเผ่นออกไปสูดอากาศ(หนาว)บริสุทธิ์ที่ข้างนอก

นอกจาก 109 แล้วก็มีแวะห้าง 東急 Tokyu กับ 西武 Seibu ด้วยนะ แอบแปลกใจอยู่ว่าทำไมตามห้างพวกนี้คนดูไม่ค่อยคึกคักเหมือนที่(คิดเอาไว้ว่า)ควรจะเป็น เพราะปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีคนเลยมาช้อปน้อย หรือ มันเป็นงี้ทุกปีอยู่แล้วว่าวันที่ 2 มกราคนจะไปกระจุกตรงจุดไฮไลท์อย่าง 109 หรือ Shinjuku Isetan (สองที่นี้ไปเซอร์เวย์มาเองแล้ว คนเยอะมากกกก) งานนี้ก็ได้แต่สันนิษฐานกันไป ส่วนบทพิสูจน์คงต้องรอคนอื่นทำแทนแล้ว เพราะปีหน้า จขบ ไม่อยู่เซอเวย์เองแล้วจ้าาาา

ค่าเสียหายของการมาชิบุยะหนนี้ ไม่รวมค่ารถไฟ ก็ได้มาแค่ Fox fur อันนี้เท่านั้น สนนราคา 18xx yen (ไม่ลดราคาด้วย แอบงอน) กะจะซื้อนานแล้วล่ะ ว่าจะเอามาแขวนกระเป๋าให้ดูลุค winterrrr winter ซะหน่อย แต่เพิ่งได้ซื้อตอนนี้เอง โชคดียังทัน อย่างน้อยโตเกียวก็ยังหนาวไปถึงกุมภาโน่นนน


ซูมให้ดูนิดนึง สังเกตอะไรมั๊ยว่าเจ้าเฟอร์นี่ไม่ได้ห้อยอยู่กับกระเป๋าตรงๆนะ คือพยายามใส่แล้วแต่ห่วงกระเป๋าใหญ่เกินแขวนพวงกุญแจไม่ได้ ครั้นจะเอาแขวนตรงสายห้อยของพวงกุญแจอื่นๆแทนหางจิ้งจอกก็จะดูยาวเกิน ไม่บาลานซ์กับขนาดกระเป๋า จขบ เห็นแล้วขัดหูขัดตา&ขัดใจเป็นการส่วนตัว


นึกได้ว่าที่แล็บมีอุปกรณ์ Handy Bundler นี้อยู่ ชื่อญี่ปุ่น คือ Shime Shime (ขนาดของแบบนี้ ยังอุตส่าห์แอบมาคิกขุที่ชื่อได้อีก) เป็นอีกหนึ่ง creative innovation ที่ จขบ เห็นครั้งแรกก็ทึ่งเล็กๆว่า โห เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ยังอุตส่าห์คิดประดิษฐ์อุปกรณ์มาเสริมความสะดวกให้อีก ละเอียดถี่ยิบและใส่ใจทุกรายละเอียดสมเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆ

เครดิตภาพนี้จาก //www.flickr.com/photos/19081668@N00/83767883/ เหมือนเป๊ะเลยกับอันที่แล็บของ จขบ

เจ้าเครื่องด้านบนนี้ใช้ง่ายๆ(ถ้ารู้วิธีใช้นะ) แค่ไม่กี่วินาทีก็ได้ห่วงพลาสติกรัดของแบบแข็งแรงทนทานอย่างรูปก่อนนี้มาแล้ว จะของชิ้นเล็กจิ๋ว หรือ กล่องพัสดุใหญ่เบ้อเริ่มก็รัดได้หมด (รัดแน่นด้วย) สะดวกมากๆ (เว็บ official ของอุปกรณ์นี้อยู่ ที่นี่ เผื่อใครสนใจไปดูภาพเพิ่มหรืออยากอ่านรายละเอียด)

ขอสารภาพว่า จขบ ชอบเอาอุปกรณ์ที่แล็บมาใช้เรื่องไร้สาระประมาณนี้อยู่เรื่อยเลยล่ะ หนก่อนก็ขาต่างหูหักหลุดจากตัวแป้น ก็ไปอาศัยเครื่องเชื่อมและตะกั่วเส้นๆที่แล็บมายึดขาต่างหูติดเข้ากันใหม่ แหม ก็นิดๆหน่อยๆเองอ่ะนะ ไม่มีผลอันใดกับงบประมาณที่แล็บอยู่แล้ว เดี๋ยวช่วยอาจารย์ปั๊มเปเปอร์เป็นการตอบแทนละกัน (แต่ได้ข่าวว่าเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะเรียนจบแล้วหนิ )

ข้อเสียของการแขวนแบบนี้คือแขวนแล้วแขวนเลย จะเปลี่ยนต้องตัดออกอย่างเดียว ตอนนี้ จขบ เดินไปไหนก็เลยมีหางสีขาวๆครีมๆตุเลงๆอยู่ข้างกระเป๋า เดินไป หางก็เด้งดึ๋งๆไปด้วย จขบ ชอบเวลามันเด้งๆนี่แหล่ะ น่าร๊ากกก (จริงๆแขวนแบบนี้ก็ยังยาวเกินกระเป๋าไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าแขวนตรงสายพวงกุญแจอันอื่นล่ะน่า ซื้อมาแล้วหนิ ถึงหางยาวไปหน่อยก็ต้องใช้)

..
..
..
..
เท่านี้ก็เป็นอันจบเรื่องเล่าจากวันที่ 2 มกราแล้ว ต่อไปได้เวลาเริ่มบรรยายภาพหลักของบล็อคนี้กับเจ้าแมวน้ำ Sirotan ตากลมปิ๊งๆ ใครยังไม่รู้จักเจ้าแมวน้ำนี่ก็เดี๋ยวไปเห็นหน้าพร้อมกันได้เลย

ว่าไป จขบ ก็เพิ่งได้ยินชื่อ Sirotan เมื่อไม่นานนี้เอง ก็เห็นจากกระทู้ห้องแป้งที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วหอบกองทัพตุ๊กตา Sirotan กลับไปนั่นแหล่ะ (จขกท นั้นสามารถมากๆ คนเดียวแบกตุ๊กตาเยอะขนาดนั้นขึ้นเครื่องได้ไงก็ไม่รู้ ) ก่อนนั้นก็เหมือนจะผ่านๆตาบ้างที่ญี่ปุ่นแต่ก็ไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ(ช่วงนึงมัวแต่ไปบ้า Rilakkuma อยู่) แต่อยู่มาวันนึงเจอออเดอร์ของฝากเป็นเจ้าแมวน้ำนี่เข้าเลยต้องเริ่มหาข้อมูล(หาที่ซื้อ)อย่างจริงจัง

หาไปหามา ลงท้ายสั่งเอาทางเน็ตแทน เพราะขี้เกียจไปเดินหาร้าน ขายอยู่ตรงไหนมั่งก็ไม่รู้สิเนี่ย มานึกอีกทีไม่รู้ จขบ คิดถูกหรือคิดผิดที่ส่งลิงค์ร้านขายไปให้ เพราะพอเจ้าของออเดอร์เห็นลิงค์ปุ๊บ ก็กรี๊ดกร๊าดสั่งกระจุยเลย ถ้าไม่ส่งลิงค์ให้แต่ จขบ ไปเดินหาซื้อเอง คงเลือกๆมาให้แค่ตัวสองตัวพอละ จขบ จะได้ไม่ต้องมีภาระเยอะตอนขนกลับไทย

ในช่วงปีใหม่ร้านใน Rakuten 楽天 ปิดระบบไม่รับออเดอร์สั่งของ กว่าจะสั่งได้และของมาส่งก็เลยเป็นหลังปีใหม่หลายวัน แต่สุดท้ายก็มาเป็นสองกล่องใหญ่นี้ (สั่งคนละร้าน เสียค่าส่งสองหน แต่กลับมาส่งพร้อมกันเป๊ะเลย เสียดายตังค์ค่าส่งนะเนี่ย เอามาซื้อเพิ่มได้อีกตัวเลย )


เห็นกล่องใหญ่ๆแต่เบาหวิวๆๆเลย จริงๆแพ็คใส่ถุงพลาสติกส่งมาก็เหลือเฟือ ทั้งประหยัดกล่องและประหยัดเวลาจัดการขยะของ จขบ ด้วย (คือ กล่องแบบนี้เวลาจะทิ้งต้องจัดการกรีดเปิดออกและพับให้แบนแต๋ ก่อนจะเอาไปมัดรวมกันทิ้งเป็นขยะประเภทลังกระดาษ ยุ่งยากเล็กน้อย) จากภาพจะเห็นว่าในกล่องงี้โล่งเชียว(ก็ของนิดเดียวเอง)


แต่ภาพด้านบนนี่ถ่ายมาเพราะ จขบ ชอบไอเดียในการกันกระแทกแบบนี้ แทนที่จะใช้โฟมหรือกระดาษยัดกันกระแทก หลังๆนี้เค้าใช้เป็นคล้ายๆลูกโป่งถุงพลาสติกแทน กันกระแทกได้เหมือนกันโดยใช้อัดลมเข้าไปแทน (เขียนชื่อไว้ว่า Sealed Air หรือ Fill-air มีบริษัททำขายเป็นจริงเป็นจังเลย ไม่ใช่ว่าร้านส่งของมานั่งเป่านั่งเย็บถุงพลาสติกเอาเองนะ) ลดขยะกระดาษและโฟมไปได้โขเลย (จำได้ว่าเห็นที่กันกระแทกแบบนี้ครั้งแรกเมื่อ 1 ปีกว่าๆก่อนนี้เอง)

ได้เวลาแกะกล่อง สองกล่องยักษ์คลอดออกมาได้ 10 ตัวแค่นี้เอง ส่วนใหญ่เป็นไซส์พวงกุญแจตัวยาวประมาณ 10 เซน (แต่ถ้าออเดอร์แบบตัวใหญ่ยิ่งกว่านี้มาสิบตัวนี่ จขบ คงขอบายไม่ยอมแบกให้หรอก เกะกะตายเลยเวลาหอบขึ้นเครื่อง)


ถึงจะไม่ใช่ของตัวเองสั่งก็เถอะ แต่มีโอกาสกองทัพแมวน้ำตาแป๋วมาเยือนถึงห้องทั้งทีก็ขอจับมาถ่ายรูปหมูรูปหมู่กันซะหน่อย เริ่มจากชุดแรก แฝดสาม Sirotan เวอร์ชั่นตัวนาก(เดาเอานะว่าเป็นตัวนาก เห็นหน้ามันคล้ายๆ) อันนี้เห็นว่าเป็นแบบที่ทำมา Limited สำหรับ SeaParadise ที่ Yokohama


ชุดที่สอง สามตัวเหมือนกัน แต่มีไซส์เล็กเป็นที่ทำความสะอาดหน้าจอมือถือมาด้วยตัวนึง แบบนี้พิเศษหน่อยว่าเป็นหนึ่งใน Set ของ Sirotan ที่ทำมาเป็นมาสคอตของดี/ของดังของแต่ละเมือง ในรูปนี่เห็นทีแรกก็นึกว่าปลาคาร์พ ที่ไหนได้มันคือ golden tiger-headed dolphins (kinshachi 金鯱) ที่อยู่ที่ยอดปราสาท Nagoya โน่นแน่ะ (รายละเอียดเพิ่มเติมลองดูที่ //en.wikipedia.org/wiki/Nagoya_Castle)


Sirotan ที่เป็นเซ็ตของดีประจำเมืองนี่น่าร๊ากกกกมาก ขนาด จขบ เห็นยังอดกรี๊ดกร๊าด(ในใจ)ไม่ได้เลย จริงๆทั้งเซ็ตจะมี 14 แบบตามภาพ (บางเมืองก็ได้โควต้าเยอะ มีมากกว่าหนึ่งแบบนะ)

เครดิตภาพแค็ปมาจาก //item.rakuten.co.jp/mg-mail/c/0000002348/

ทั้ง 14 แบบ มีดังนี้
- @Yokohama เป็น กะลาสี
- @Yokohama เป็น ชุดจีน (น่าจะสื่อถึง China town)
- @Tokyo เป็น หอคอยโตเกียว
- @Tokyo เป็น ชุดคนเดินยาม ถือโคมคอยระวังไฟไหม้ในสมัยเอโดะ
- @Hakata เป็น Tonkotsu ramen (ชุดหมูดำ)
- @Hakata เป็น Karashi-mentaiko (ไข่ปลาแบบเผ็ด)
- @Nagoya เป็น ชุด Ebi-furai (กุ้งชุบแป้งทอด)
- @Nagoya เป็น ชุดโลมาทองหัวเสือ
- @Hokkaido เป็น เมลอน
- @Okinawa เป็น ซีซ่าร์ (ตัวสีแดงๆ ที่คล้ายๆมังกรตรุษจีน)
- @Okinawa เป็น สัปปะรด
- @Ehime เป็น Iyokan (เหมือนจะเป็นส้มชนิดหนึ่ง)
- @Nara เป็น กวาง
- @Osaka เป็น ทาโกะยากิ

จขบ ชอบตัวกุ้งทอดที่เป็นของประจำจังหวัด Nagoya มากๆเลยล่ะ เนี่ยๆเห็นแล้วหมั่นเขี้ยวอยากกัดหางกุ้ง >.< แต่เว็บที่สั่งเจ้ากุ้งทอดหมดเลยอดตามระเบียบ

เครดิตภาพแคฺปมาจาก //item.rakuten.co.jp/mg-mail/943-23636/

เท่าที่โดนฝากมา(และมีของในสต็อค)ก็ได้ในเซ็ตนี้มา 4 แบบตามภาพเลย ซ้ายสุดโลมาทองของ Nagoya ถัดมาคือ กวาง ของ Nara ถัดมาอีกดูง่ายๆเลยก็ Tokyo Tower ของโตเกียว และ ขวาสุดคือ เมลอน ของ Hokkaido


จับเรียงแถวครึ่งวงกลมถ่ายรูปซะหน่อย แต่เพื่อไม่ให้มุมซ้ำกันมากในบล็อคเลยลงแค่นี้พอ ที่เหลืออยู่ใน skydrive ค่า คลิกลิงค์ตามไปได้ถ้าอยากดูอีก


ในสิบตัวที่ซื้อมา มีเจ้าเนี่ยอยู่ตัวนึงที่มาเดี่ยวๆ หัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีเซ็ต ไม่มีพวกกะเค้า Sirotan JAL นั่นเอง (ได้นั่ง JAL ล่าสุดตอนไปงานที่ออสเตรเลียปลายปีก่อน ยังบริการเยี่ยมไม่เปลี่ยน แถมมีหนังใหม่ๆให้ดูเยอะมาก ไม่ได้นั่งเครื่องที่มีทีวีส่วนตัวให้มานานแล้วนะเนี่ย )


เห็นตาแป๋วๆอยู่รวมกันเยอะๆแล้วก็คันมืออยากถ่ายรูป แต่เนื่องด้วยเวลาที่จำกัด และไม่มีพร็อบอะไรอย่างอื่นเลย สุดท้ายก็ได้แค่ถ่ายทำบนเตียงที่ห้อง ฉากหลังเป็นผ้าห่ม ลูบๆตบๆอย่างลวกๆพอให้ไม่น่าเกลียดนักเวลาออกสื่อ นับ 1 2 3 เอ้า ชีสสสสสสสสส


จะถ่ายแต่แมวน้ำเดี๋ยวตัวนี้จะน้อยใจ หมี pooh ตัวนี้จขบ นอนกอดทู๊กกกกกคืน คุณแฟนให้วัน x'mas eve สองปีก่อน ตัวโตจนเอามากอดแทนหมอนข้างได้เลย (มีปัญหาก็แค่ว่าอีกหน่อยจะอุ้มกลับไทยยังไงล่ะเนี่ย )


จริงๆยังมีรูปเดี่ยวของแต่ละตัวอีก แต่เดี๋ยวบล็อคจะยาวเกินไป ใครสนใจคลิกไปติชมรูปต่อได้ที่ skydrive แทนเลยค่า ในบล็อคนี้เดี๋ยวจะลงแค่ภาพป้ายของแต่ละตัวก็พอแล้ว คือ นอกจากแต่ละตัวจะใส่ชุดแปลกๆน่ารักๆแล้วป้ายที่ห้อยไว้ก็น่ารักน่าสะสมไม่แพ้กันด้วย.... เช่น อันนี้ป้ายของ Sirotan JAL


ป้ายของ Shirotan Melon @Hokkaido


ป้ายของ Sirotan Tokyo Tower


ป้ายของ Sirotan Shika @Nara


ป้ายของ Sirotan Shachihoko @Nagoya


ส่วนเจ้าตัวนากป้ายไม่มีตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ ขอเฉลยตรงนี้เลย (ไม่มีใครถามสักหน่อย ;P ) ว่าในสิบตัวนี้ มีของ จขบ อยู่ตัวเดียวคือ ตัวนากนี้ล่ะค่า ตัวอื่นโดนฝากซื้อหมดเลย


จขบ ยังไม่ถึงขั้นคลั่งไคล้เจ้าแมวน้ำนี่เท่าไหร่ ถึงแม้มันจะน่าร๊ากกกไม่เบาก็เถอะ แต่ก็ติดใจอยู่เบาๆเลยลองเซิร์ชๆดูไปเจอเว็บนี้เข้า //ameblo.jp/sirotan37/page-1.html#main เจ้าของเป็นผู้หญิงคนญี่ปุ่นที่เป็น Shirotanism บ้าแมวน้ำนี้มาก แล้วเค้าวาดการ์ตูนเก่งด้วย กดย้อนไปดูหน้าเก่าๆเจอการ์ตูนเค้าวาดเองอยู่หลายตอนเลย วาดซะ Sirotan ดูน่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู (พอส่งลิงค์นี้ให้คนออเดอร์ Sirotan ดู ก็โดนรีเควสให้แปลการ์ตูนให้อีก -*- หางานใส่ตัวจริงจริ๊งงงง จขบ)

บล็อคนี้จบแค่นี้ค่า ขนาดว่าบล็อคสั้นๆคั่นเวลาก็ยังยาวเลยเนอะ ประสาคนชอบบรรยายน้ำท่วมทุ่ง ;P

---------------------------------------------------------------------------

ยกเว้นภาพตัวเองภาพเดียวที่ใช้ Sony Alpha NEX-5 กับเลนส์คิต Sony E 18-55mm f/3.5-5.6 OSS ใหม่เอี่ยมแกะกล่อง ภาพที่เหลือทั้งหมดใช้ Canon EOS Kiss X3 รูปตรงชิบุยะใช้ EF-S 15-85mm f/3.5-5.6 IS USM ส่วนที่เหลือใช้ EF 35mm f/1.4L USM

ภาพแมวน้ำทั้งหมดใช้ถ่าย RAW แล้วมาปรับ WB เอาทีหลังด้วย DPP ยังไงไม่รู้ทั้งที่ห้องเดียวกัน หลอดไฟหลอดเดียวกัน แต่ WB ตอนถ่ายในห้องนี่แก้ยากมากกกก ต้องนั่งจูนสีกันภาพต่อภาพเลย ใช้วิธี copy recipe หรือ fix ค่า Kelvin ไม่ได้ไม่งั้นตัวแมวน้ำสีขาวสีเพี้ยนหมด เดาว่าเพราะใช้สปีดมากกว่า 1/50 หรือเปล่า ไฟห้องมันกระพริบๆเลยสีเปลี่ยนไปมา(มั้ง)

อีกอย่างคือถ่ายทำแบบไม่ใช้ขาตั้งกล้อง(ขี้เกียจนั่นเอง) ห้องไม่สว่างนักค่ารูรับแสงเลยออกมากว้างมาก ที่เห็นชัดตื้นมาก(จนเกินความจำเป็น)ในหลายๆรูปนี่คือไม่ได้ตั้งใจอยากให้ชัดตื้นขนาดนี้นะ แต่ไม่อยากลดสปีดลงเพราะกลัวภาพเบลอค่า


>> คลิกเพื่อดูอัลบั้มภาพใน skydrive
>> คลิกเพื่อดูรายการบล็อคอัพใหม่ทั้งหมด



Create Date : 13 มกราคม 2554
Last Update : 6 พฤษภาคม 2556 0:08:57 น. 7 comments
Counter : 11574 Pageviews.

 
น่ารักทั้งนั้นเลย ดูแล้วมีความสุขจังค่ะ


โดย: aLwaYs moodY วันที่: 16 มกราคม 2554 เวลา:8:38:13 น.  

 
อยากลองไปต่อแถวช็อปปิ้งแบบนี้บ้าง
อยากซื้อถุงโชคดีด้วย มันให้ความรู้สึกลุ้นๆดีค่ะ
เจ้าแมวน้ำนี่ก็น่ารักจัง


โดย: Shiny Christmas วันที่: 18 มกราคม 2554 เวลา:1:23:26 น.  

 
บ้าแมวน้ำเหมือนกัน แหะๆ มีครบเลย สั่งเอาอ่ะคะ


โดย: vipcream IP: 124.120.200.119 วันที่: 24 มกราคม 2554 เวลา:2:37:07 น.  

 
Sirotan น่าฟัดที่สุด น่ารักๆ อยากได้ตัวใหญ่ๆไว้ฟัดเล่นเหมือนกันนะเนี่ย


โดย: bubblebii IP: 10.20.57.44, 182.255.10.32 วันที่: 14 มีนาคม 2554 เวลา:11:02:56 น.  

 
ชอบชิโรตันมากๆคับ ไปญี่ปุ่นทีไร แบกกลับมาเยอะมาก


โดย: birdy IP: 125.24.231.244 วันที่: 20 ธันวาคม 2554 เวลา:23:09:15 น.  

 
www.facebook.com/sirotannn
ฝากเลี้ยงน้องแมวน้ำชิโรตันสักตัวนะคร๊าบบบ ช่วยมากด Like เป็นแฟนเพจผมกันหน่อยนะคร๊าบบบ อีกนิดเดียวก้อจะครบ 1000 แย๊วววว ขอบคุณคั๊บผม
ปล.ถ้าส่งซ้ำ ก้อขออภัยนะคั๊บ(=^3^=)よろしくお願いしますねみんなさん!


โดย: anne IP: 205.172.16.102 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:45:56 น.  

 
ชิโรตันน่าร๊ากกกกกกกกก


โดย: radiergummi วันที่: 18 มิถุนายน 2555 เวลา:20:20:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.