W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 

ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

==========================================


ปล. เนื่องจากบล็อคยาวมากเปิดอ่านในไอโฟนแล้วโหลดแทบไม่ขึ้นเลย เลยจัดการแยกเป็นหลายๆบล็อค บล็อคนึงเขียนแค่ 1-2 เดือนก็พอ ถ้าอยากไปดูของเดือนอื่นๆเลือกคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ

1. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
6. มิถุนายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
7. กรกฏาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
8. สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
9. กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
10. ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
11. พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
12. ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

-------------------------------------

เท่าที่อ่านบอร์ดมาจนบัดนี้ ปัญหาที่สาวๆหนุ่มๆที่ไม่อยากล้าสมัยแม้เวลามาเที่ยวกังวลกันมาก จนมาตั้งกระทู้ถามกันบ่อยๆก็คือว่า "จะมาเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ XX อากาศเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวยังไงดี"

จริงๆอุตส่าห์มาเที่ยวก็อยากแนะนำให้แต่งสบายๆ รองเท้าผ้าใบมานะคะเพราะที่นี่เดินเยอะจริงๆ ถ้ารองเท้าเดินลำบากหรือปล่อยให้หนาวเกินไปจะพลอยไม่สบาย เที่ยวไม่สนุกเอาได้ เพราะเวลาหนาวมันหนาวทรมานจริงๆ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจว่าหนาวตายมันจะเป็นไปได้ยังไง มาอยู่ประเทศหนาวแล้วถึงเข้าใจว่า หนาวตายนี่มันเป็นไปได้จริงๆ

และเรายังยืนยันคำเดิมว่า ถ้าอยากอินให้มาซื้อเอาที่นี่ดีที่สุดค่ะ เราเคยเอามาจากไทย ไม่ว่ามันจะดูกิ๊บเก๋ที่ไหนตอนอยู่ไทยพอมาอยู่นี่มันเอ้าท์ทันทีเลย ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงด้วยแล้ว

แต่ก็นะ เรื่องความสวยความงาม เข้าใครออกใครที่ไหนกัน บล็อคนี้ก็จะรวมๆ เทรนด์หลักๆทั่วไปในแต่ละช่วงเดือนไว้ให้นะคะ แต่ที่บอกคงไม่เป๊ะๆนะคะ เพราะที่นี่แฟชั่นเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยอยู่ตลอด ปีก่อนฮิต trench coat ลูกฟูกกระดุมทองๆใหญ่ๆ มาปีนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นๆอีก แต่ก็พอมีแบบหลักๆคลาสสิคที่ใช้ได้เรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน

ก่อนอื่นอยากให้ไปอ่านบล็อค แรกเริ่มควรรู้ก่อนเตรียมเสื้อผ้ามาญี่ปุ่น ก่อนนะคะ บางอย่างก็เขียนรวมๆไว้ในส่วนนั้นแล้ว

ถ้าอยากรู้ที่อินๆเป๊ะๆก็ลองดูได้ที่เว็บ //www.style-arena.jp/ จะเป็นภาพอัพเดตของ street fashion ตามย่านแฟชั่นปัจจุบันเลย อาจดูว่าเว่อร์ แต่คนที่นี่แต่งอย่างนี้จริงๆค่ะ ชุดเดรสเดินช้อปปิ้งที่นี่ เอาไปใส่ไปงานแต่งงานที่ไทยได้เลย

อีกอย่างที่อยากบอกคือ ที่เราเขียนนี้เราอิงจากคนที่เน้นว่าตามแฟชั่นนะคะ แต่เอาเข้าจริงที่ญี่ปุ่นก็มีทั้งคนที่แต่งตามแฟชั่นเป็นหลัก และคนที่แต่งตามอากาศเป็นหลักค่ะ สาวที่ตามแฟชั่น ก็มักแต่งตามเดือนและฤดู เข้าเดือนไหนปุ๊บก็เปลี่ยนทันที แม้ว่าจริงๆจะยังร้อนหรือหนาวอยู่ ก็ทนๆไปค่ะ

แต่คนที่แต่งตัวตามอากาศจริงก็ไม่ใช่ไม่มีนะคะ ช่วงไหนหนาวก็ใส่ตามนั้น ช่วงไหนร้อนก็ใส่ตามนั้นค่ะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นจนชินอากาศ สองแบบที่ว่าก็จะไม่ได้โดดกันมากนักค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นการแต่งตัวโดดแยกออกมาเลย มักเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า

อ้อ เน้นก่อนนะคะว่า ข้อมูลทั้งหมดในนี้อ้างอิงจากอากาศของโตเกียวค่ะ เป็นประสบการณ์ของเราล้วนๆที่สังเกตสังกามาได้ อาจผิดหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะคะ ที่เขียนไว้เป็นอากาศและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นแต่เอาเข้าจริงแต่ละปีก็มีอากาศแปรปรวนไม่เหมือนกัน อาจไม่หนาวเท่าที่ควร หรือหนาวกว่าปกติก็ได้ค่ะ (แต่ถ้าเน้นแต่งตามแฟชั่นสาวญี่ปุ่นล่ะก็ อากาศไม่เกี่ยวค่ะ ดูกันที่เดือนเป็นหลัก)



ธันวาคม


++++ อากาศ ++++

เข้าเดือนสุดท้ายของปีแล้วค่ะ ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก สรุปได้เลยว่าเดือนนี้หนาวทั้งเดือนค่ะ หนาวมาก หนาวปานกลาง หรือ หนาวพอทน แล้วแต่อุณหภูมิและความแรงลมในแต่ละวัน แต่ที่โตเกียวเดือนนี้ยังไม่ถึงกับมีหิมะตกนะคะ (อยู่มาสามฤดูหนาวแล้ว ไม่เคยเห็นหิมะที่นี่เดือนนี้เลยค่ะ)

อุณหภูมิเดือนนี้มีตั้งแต่ 0-15 องศาเซลเซียสโดยประมาณค่ะ วันไหนอุ่นหน่อยมีแดดช่วยก็อาจได้อุ่นตอนกลางวันหน่อยสิบองศานิดๆ แต่วันไหนไม่มีแดดอุณหภูมิต่ำมากก็ทนหนาวกันไปทั้งวันค่ะ ช่วงเช้าๆกับดึกๆก็เรี่ยๆต่ำกว่า 5 องศาเป็นปกติ (ยิ่งปลายเดือนยิ่งหนาวขึ้นๆ) โดยเฉลี่ยแล้ว ทั่วๆไปก็มักอยู่แถวๆต่ำกว่าสิบองศานั่นล่ะค่ะ สี่โมงเย็นนี่แสงเหลืองเข้ม(แสงสุดท้ายของวัน)ส่องมาแล้ว หันกลับไปอีกแป๊บเดียว ห้าโมงมืดสนิทแล้วค่ะ

ทุกห้างร้าน และรถไฟทุกแห่งระดมเปิดฮีตเตอร์กันเต็มที่แล้วค่ะ เดินข้างนอกอากาศอย่างหนาวเลย แต่พอเข้ารถไฟ อุตส่าห์ได้ที่นั่งแท้ๆ มาเจอฮีตเตอร์ใต้ที่นั่งเป่าน่องซะแทบสุก ก็เหงื่อซึมไปเหมือนกันค่ะ ใครไม่ชินเจอร้อนๆหนาวๆก็ระวังสุขภาพกันด้วยนะคะ เข้าห้างนี่ร้อนก็ถอดโค้ตเดินถือเอาได้ค่ะ แต่บนรถไฟยิ่งถ้าตอนเบียดๆก็ลำบากหน่อยค่ะ ฤดูนี้ถ้าห้องน้ำไหนใหม่ๆหน่อย ส้วมก็จะเปิดที่อุ่นฝาส้วมไว้ให้ด้วยนะคะ นั่งลงไปจะได้ไม่เย็นขาค่ะ (ถ้าห้องน้ำที่บ้าน เราก็ซื้อผ้าคลุมฝารองนั่งจากร้านร้อยเยนมาคลุมแทนค่ะจะได้ไม่สะดุ้งทุกทีที่หย่อนก้นลงไปแนบที่นั่ง

ช่วงประมาณหลังคริสมาสต์เป็นต้นไปจะเริ่มวันหยุดยาวของญี่ปุ่นแล้วค่ะ เริ่มหยุดวันไหนก็ต่างกันไปแต่ละโรงเรียน มหาลัย หรือบริษัทด้วยค่ะ แต่โดยมากแล้วพวกบริษัทกว่าจะหยุดก็ปลายๆปีโน่นเลยค่ะถ้าโรงเรียนหรือมหาลัยจะหยุดนานกว่า (คริสมาสต์ไม่ถือเป็นวันหยุดนะคะ) แต่แน่ๆคือ ช่วงสิ้นปียาวไปถึงประมาณต้นๆมกรามักได้หยุดกันหมดค่ะ

ช่วงก่อนหยุดยาวมีต้องระวัง เรื่องการกดเงินด้วยนะคะ บางตู้บางธนาคารก็ปิดให้บริการกดเงินช่วงสิ้นปีและช่วงปีใหม่ ต้องกดเตรียมกันไว้ก่อนล่วงหน้า (โดยเฉพาะตู้ของ post office ที่ใช้กดเงินสดจากบัตรเดบิตที่ทำมาจากไทยหรือประเทศอื่นๆได้น่ะค่ะ) ร้านขายของ(พวกของสด หรือซุปเปอร์นะคะ)บางร้านก็อาจหยุดปีใหม่ หรือไม่ก็ปิดเร็วกว่าปกติ ก็ต้องมีตุนๆของไว้บ้างสำหรับคนทำกินเองค่ะ แต่ถ้าไปในย่านเที่ยวนี่ หายห่วงค่ะมีของกินของซื้อแน่นอน

++++ เดือนนี้มีอะไรน่าสนใจ ++++

มาเดือนนี้ก็ดีตรงได้ดู Illumination ที่ประดับไว้สำหรับต้อนรับคริสมาสต์และปีใหม่นะคะ ตามร้านเค้กร้านขนมก็ให้สั่งจองเค้กคริสมาสต์ประดับน่ารักๆเต็มไปหมดเลย ลองชมตัวอย่างเค้กน่ารักๆได้ ที่นี่ ค่ะ (ขออภัยว่าเราถ่ายรูปมาห่วยค่ะ)

ที่โตเกียวเองมีจุดชมไฟสวยๆอยู่หลายแห่งเลย ผลัดดูได้ทุกๆปี ไม่ค่อยซ้ำกัน (ที่ๆเราเคยไปดูมาแล้วคิดว่าสวยมากๆก็ Tokyo dome, Roppongi hills, Tokyo tower น่ะค่ะ ที่ Odaiba, disneyland, disneysea ก็น่าจะสวยแต่เดือนนี้หนาวอ่ะค่ะ ไม่อยากไปใกล้ทะเลให้ยิ่งหนาวไปกันใหญ่) ส่วนตัวเราชอบเดือนนี้มาก ที่ไหนๆก็ดูสวยไปหมด ดูบรรยากาศงานเทศกาลดี คนดูมีความสุขไม่ค่อยเครียดกัน(เหมือนปกติ)

สักช่วง 1-2 อาทิตย์ก่อนคริสมาสต์ ก็จะเริ่มมีเซลล์เสื้อผ้า(x'mas sale)นิดหน่อยแล้ว ส่วนรองเท้าบู๊ตนี่ลดกันเยอะมากๆเลยค่ะเริ่มการล้างสต็อคกันแล้ว แต่ถ้าถามเรา เราว่าช่วงนี้เสื้อผ้ายังไม่น่าซื้อเท่าไหร่ ก็ยังเป็นของเก่าที่เอามาเซลล์อยู่ อั้นไว้อีกสักนิด รอช่วงปีใหม่เซลล์ครั้งใหญ่ปล่อยของออกมาทีเดียวเลยน่าจะดีกว่าค่ะ (แต่ก็เป็น winter collection นะคะใช้ที่ไทยอาจร้อนกันหน่อย) พอปีใหม่รับรองว่าของหน้าหนาวลดราคาแน่นอนค่ะ ใจร้อนรีบซื้อไปอาจต้องมาเจ็บใจทีหลัง(เหมือนเราเป็นต้น)ว่า รู้งี้รออีกแป๊บนึงจ่ายน้อยลงตั้งครึ่งนึงแน่ะ T_T

ช่วงใกล้ๆปลายเดือนจะเริ่มมี Early spring collection ออกมาบ้างนิดๆหน่อยๆแล้วล่ะค่ะ (แต่กว่าจะใบไม้ผลิจริงก็กลางมีนาโน่นแน่ะค่ะ) พวกนี้ใช้ใส่ที่ไทยได้เลยนะคะ แนวผ้าชีฟอง สีพาสเทลหวานๆ ดูหวานเจี๊ยบน่ารักมากค่ะ (ชอบเป็นการส่วนตัว ^_^ ) ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า แบบของใบไม้ผลิ เริ่มโผล่มาแซมบ้างนิดๆหน่อยๆ ให้พอหายเบื่อคอลเลคชั่นหน้าหนาวกันได้บ้าง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพวกนี้จะไม่รวมในรายการลดราคานะคะ ราคาเต็มค่า (อย่างน้อยก็อุ่นใจได้ว่าซื้อราคาเต็มไปแล้วจะไม่โดนลดราคาในตอนเซลล์ปีใหม่)

ข้อควรระวังนิดนึงคือ วันที่ 31 ธันวา (ที่โตเกียว)ร้านอาหารหรือร้านขายของหลายๆร้านจะเริ่มหยุดกันแล้ว แม้แต่ห้างสรรพสินค้าเองก็มักปิดเร็วกว่าเวลาปกติ เดาว่าคงเพื่อจัดห้างใหม่เตรียมตัวรับช่วงเซลล์กันหรือไม่ก็กะให้คนในห้างได้ไปไหว้พระปีใหม่กันคืนสิ้นปี(มั้งคะ) ดังนั้นจะไปไหนมาไหนวันนี้ต้องเช็คให้ดีค่ะ ไม่งั้นไปไหนก็ปิดหมดงานกร่อยแย่ ทางที่ดีแนะนำว่าวันที่ 31 นี้ควรอยู่บ้านดีกว่า พักเอาแรงไว้กลางคืนมาต่อคิวไหว้พระรับปีใหม่กันแทน สักสี่ทุ่มไปนี่คนก็เริ่มทยอยออกจากบ้านไปเตรียมต่อคิวที่วัดกันแล้วล่ะค่ะ (มีตัวอย่างบรรยากาศหนึ่งในศาลเจ้าดังของโตเกียวคืนวันสิ้นปีให้ดู ที่นี่ ค่ะ)

เกร็ดเล็กๆน้อยคือเดือนนี้เป็นเดือนแห่ง โบเนนไก (忘年会 Bonenkai) หรือปาร์ตี้สิ้นปีค่ะ บริษัทหรือแล็บหรือเพื่อนๆก็จะมีนัดกินเลี้ยงฉลองสิ้นปีกันค่ะ ช่วงนี้ร้านอาหารต่างๆก็มักมีคอร์สเผื่องานนี้ไว้ให้ด้วย เดี๋ยวพอปีใหม่ก็มี ปาร์ตี้เลี้ยงปีใหม่อีกค่ะ (新年会 Shinnenkai) จัดใกล้ๆกันแท้ๆ มีตั้งสองงาน แต่ก็หยวนๆน่ะค่ะ เครียดกันมาทั้งปี ให้คนญี่ปุ่นได้ปลดปล่อยกันหน่อย

++++ การแต่งตัว ++++

มาเดือนนี้แล้วเสื้อโค้ตเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในชีวิตที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ หนาวตายเป็นยังไงเนี่ยมาซึ้งเอาตอนอยู่ประเทศนี้นี่เอง สำหรับคนมือเย็นอย่างเรา ถุงมือก็อีกอย่างที่สำคัญค่ะ เดือนนี้ไปถึงกุมภานี่ เอามือออกนอกกระเป๋าเสื้อไม่ถึงห้านาที เย็นแข็งไปหมดแล้วค่ะ ถ้าไม่มีถุงมือ ก็ต้องเดินซุกมือในกระเป๋าตลอด ไม่งั้นก็ต้องหาคนจูงมือเอานะคะ ^_^

หลายๆคนก็ใช้ ไคโระ (ถุงร้อน) ช่วยมีหลายแบบค่ะ แบบถุงๆใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เดินซุกมือในกระเป๋า กำถุงไคโระไป บางแบบก็เป็นแผ่นๆแปะไว้ด้านในเสื้อผ้าให้อุ่นจากด้านในเลย ตัวเราเองไม่ค่อยใช้ถุงร้อนนะคะ ไม่อยากเอามาติดเสื้อผ้าด้วย(หวงเสื้อผ้าน่ะค่ะ) แต่เพื่อนที่ใช้ก็บอกว่า ถุงร้อนนี่ต้องเลือกดีๆนะ เค้าลองมาหลายแบบกว่าจะได้ที่ร้อนดีและร้อนนาน(พอควร)ค่ะ

มาเดือนหนาวๆอย่างนี้นี่ เสื้อโค้ตขนๆฟูๆเฟอร์ๆทั้งหลายนี่เห็นได้เยอะมากค่ะ โค้ตแบบหรูๆหน่อยของสาวๆนี่ มักจะเห็นเป็นวงกลมเฟอร์ฟูรอบๆคอประจำหยั่งกะมีตัวมิงค์ตัวเบ้งพันคออยู่ ก็เข้าใจกันว่า 2in1 ค่ะ เป็นผ้าพันคอไปด้วยในตัวเลย (โดยปกติ พวกขนฟูๆนี่มักจะถอดออกได้นะคะ ไม่หนาวมากก็แกะออก)

คนคอสั้นอย่างเรา จริงๆไม่ค่อยชอบพันอะไรที่คอนะคะ เสื้อปิดคออย่างคอเต่านี่ก็ไม่ค่อยชอบหรอกค่ะ ทำให้ดูคอสั้น แต่งานนี้อากาศมันบังคับค่ะ หนาวช่วงคอและอกนี่มันรู้สึกทรมานไปถึงตับไตไส้พุงเลยเชียวค่ะ แต่ก็ยังเห็นอยู่บ้างนะคะ สาวบางคนยังมีใส่เสื้อผ่าลึกแหวกดูมๆอยู่เลยค่ะ แค่เห็นนี่ก็เอ่อ หนาวแทนจริงๆค่ะ อันนี้ยอมแพ้จริงๆให้หนาวขายังพอทนได้

นอกจากโค้ตแบบแรกแล้ว เสื้อโค้ตก็ยังมีอีกหลายๆแบบค่ะบรรยายไม่หมด เอาเป็นว่าเนื้อผ้าก็จะหนาๆนิ่มๆ หรือไม่ก็พวกเสื้อหนังเป็นต้น แบบเบสิคๆหน่อยก็พวกเสื้อนวมพองๆที่ด้านนอกคล้ายๆผ้าร่มมักเป็นปล้องๆหน่อย(ยังกะมะขาม) ก็ใส่กันทั้งชายหญิงค่ะตัวพองดีแท้ (พวกนี้ราคาไม่แพงมาก และกันหนาวดีนะคะ เสียว่าใส่ออกมาดูไม่ค่อยงามเท่าไหร่)

ถ้าเป็นเสื้อโค้ตบุขนสัตว์ด้านในอันนี้ตัวไม่ค่อยพอง อุ่นมาก แต่แพงงงงงงงงงมากค่ะ อีกแบบที่เราชอบมาก (แต่ไม่มีปัญญาซื้อ) คือ เสื้อนอกขนกระต่ายค่ะ ฤดูนี้มีขายกันทั่วไปเลย ส่วนตัวเราชอบว่าดูน่ารักดี(และดูอุ่นด้วย) แต่แบบที่สวยจริงๆก็ราคาแพงมาก ขนาดแบบตัวสั้นแขนสั้น(คงกะให้ใส่แขนยาวด้านในแล้วชายแขนตัวในยาวเลยชายเสื้อนอก หรือไม่ก็ใส่กับพวกชุดไปงานแต่งงาน) ยังปาไป 4-5 หมื่นเยนเลยค่ะ นอกจากถ้าเป็นแบบเลียนแบบใช้ผ้าสำลีแทนอะไรพวกนี้ก็ถูกกว่า คงอุ่นเหมือนกันล่ะค่ะ

โทนสีเสื้อโค้ต โดยทั่วไปมักไม่แรงมากนะคะ (สีเจ็บๆจะเห็นมากก็ตรงพวกเสื้อนวมตัวพองๆน่ะค่ะ) ดำนี่เซฟสุดเลยค่ะ คนเลือกใช้กันกว่าครึ่งเพราะคลาสสิคใช้ได้ตลอดค่ะ(แถมถ้าคนทำงานที่ญี่ปุ่นด้วยแล้ว อะไรๆก็ต้องดำไว้ก่อนค่ะ เป็นธรรมเนียมการแต่งตัวของคนทำงาน บล็อคเดียวกันหมดเลย สีดำเป็นสีสุภาพของคนญี่ปุ่นค่ะ ใส่ไปงานแต่งงานก็ได้) นอกนั้นก็โทนทะมึนทั้งหลายทั้งปวงที่ฮิตกัน

โค้ตขาวหรือครีมหรือชมพู (พวกสีอ่อนๆ) นี่มักเห็นได้กับสาวๆ ที่ชอบแต่งตัวให้ลุคคุณหนูหรือlady (โค้ตแดงงามๆก็เห็นมีเหมือนกันนะคะ แต่เดินๆก็คงเด่นไม่น้อย แต่เอาจริงๆไม่มีใครมาสนใจการแต่งตัวของคนอื่นจริงๆจังๆหรอกค่ะที่นี่ นอกซะจากคุณจะแต่งตัวผิดกาลเทศะไปงานทางการนั่นก็อาจมีผลให้เกิดอคติในใจได้ค่ะ อีกกรณีคือแต่งตัวผิดฤดูค่ะ มักพบได้บ่อยกับคนมาเที่ยวที่บางทีก็ไม่ชินอากาศหนาวๆ)

นอกนั้นก็เป็นพวกโค้ตพิมพ์ลายสก็อตค่ะ จะพื้นแดง(แต่แดงแบบอมดำ) พื้นม่วง(อมดำ) หรือแบบพื้นออกขาวมองเผินๆคล้ายลาย burberry ก็เห็นได้เหมือนกันค่ะ แต่พวกโค้ตที่ลายดูแฟชั่นจ๋านี่ ก็ลำบากว่า mix ลำบากและจะเอ้าท์ง่ายค่ะ ถ้าเอาแบบใส่ได้ทุกปีไม่มีเอ้าท์ก็สีดำและขาวนี่ล่ะค่ะดีสุดแล้ว

ไม่นับเสื้อโค้ตนอกสุด และไม่นับชุดชั้นในด้านในสุด มาเดือนนี้เราว่าอย่างต่ำก็น่าจะสวมสักสามชั้นค่ะ ใครใส่แบบหนาอาจสามชั้นพอ แต่ใครใส่แบบบาง(เช่นเรา)ก็ต้องซ้อนกันหลายๆชั้นหน่อยไม่งั้นหนาวแย่ ผู้ชายเค้าก็สบายกันหน่อยค่ะ ใส่แบบหนาๆได้เลยก็ไม่กี่ชั้น แต่ผู้หญิงนี่สิคะ พอจะใส่ชุดสวยๆ จะใส่เสื้อเสว็ตเตอร์ไว้ข้างในแบบหนุ่มๆก็ไม่ได้เดี๋ยวแขนโผล่บ้าง เดี๋ยวคอโผล่บ้าง ก็ต้องเป็นพวกเสื้อตัวเล็กๆซ้อนๆด้านใน กันหนาวได้ไม่เท่าพวกสเว็ตเตอร์แน่ๆค่ะ

สไตล์การแต่งตัวก็แบบหน้าหนาวที่เคยบรรยายไว้ในเดือนก่อนนี้ค่ะ (ขี้เกียจพิมพ์ซ้ำค่ะ แหะๆ) แต่เดือนนี้ก็จะยิ่งหนาวขึ้นไปอีก จะแต่งสวยทีก็ทำใจหนาวกันสักหน่อยค่ะ ไม่รู้ไง ไอ้ชุดที่มันสวยกว่านี่ มันมักจะกันหนาวได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ทุกทีเลยอ่ะค่ะ เดรสบางตัวจะแม็ตกับคอเต่าก็แหม แม็ตแล้วไม่สวยเท่า ก็ต้องยอมคอโล่งบ้างบางที(แต่ยังไม่เปรี้ยวขนาดใส่เสื้อผ่าอกแบบสาวญี่ปุ่นบางคนนะคะ) ยิ่งใส่สร้อยคอเพิ่มนี่ โลหะเย็นๆแนบผิวอีก บรึ๋ยยย หนาวค่ะ


ถ้าให้แบ่งสไตล์ที่เราเห็นบ่อยๆ และคิดว่าดูดีก็ประมาณนี้นะคะ

- แบบแรก ใส่แล้วอบอุ่นดีมากค่ะ แถมให้ลุคทะมัดทะแมงด้วย สาวๆชอบใส่เป็นหมวกไหมพรมน่ารักๆ เสื้อ(อุ่นๆ)ทั้งหลาย ใส่กับสกินนี่ยีนส์ และรองเท้าบู๊ตค่ะ สไตล์นี้นี่ใส่กับ เสื้อนวมพองๆสีเจ็บๆ(ที่จั๊มประมาณเอว)หน่อยก็ยังสวยดีนะคะ พองบนแล้วไปเรียวเอาตรงสกินนี่ยีนส์แทน หรือจะใส่กับโค้ตยาวอื่นๆ ใส่ accessories เลือกบู๊ตดูดีนิดๆ ก็อัพความหรูได้อีกค่ะ อีกแบบก็ใส่แบบน่ารัก หมวกไหมพรมหนาๆ รองเท้าบู๊ตนวมๆ ก็ดูอบอุ่นแต่น่ารักดีค่ะ

- แบบสอง ก็ยังอบอุ่น แต่ก็หวิวๆช่วงขาอ่อนไม่เบาเหมือนกัน (เราชอบสไตล์นี้น่ะค่ะ คนญี่ปุ่นผู้ชายที่แล็บก็ถามว่าไม่หนาวเหรอ แน่นอนว่าหนาวค่ะ แต่ทนเอา) ก็เดรสสวยๆ(เดรสหน้าหนาวสำหรับสาวๆมักจะสั้นพอตัวค่ะ กะให้ใส่กับบู๊ตยาวได้พอดีกำลังบาลานซ์กันสวย)สักตัว ไม่ก็เสื้อกับขาสั้นจุ๊ด ใส่กับถุงน่องหรือ tight (จะแบบสี มีลาย ยังไงก็ได้ค่ะ แต่เราใช้เบสิคคือสีดำ ใช้ได้กับทุกชุด) แล้วก็รองเท้าบู๊ตเช่นเคยค่ะ (ในบู๊ตมีถุงเท้าอีกชั้น หนาหรือบางแล้วแต่ชอบ) ถ้าอยากอุ่นอีกหน่อยบางทีก็ใส่เป็นถุงเท้ายาวๆเลยบู๊ตขึ้นมา ก็ลดความหวิวช่วงขาอ่อนไปได้อีกค่ะ

- แบบสาม คล้ายแบบสอง แต่หวิวยิ่งขึ้นอีกหน่อยค่ะ เคสนี้มักเจอใส่เป็นเดรสหรือกระโปรงกันซะมากกว่าค่ะ(ก็เลยหวิวกว่า) แบบนี้แทนที่จะใส่บู๊ต สาวๆเค้าใส่เป็นคัตชูส้นสูงกันค่ะ(หน้าหนาวไม่มี sandal นะคะ) พอเป็นคัตชูก็แปลว่านอกจากถุงน่องและ tight แล้วก็ไม่สามารถมีถุงเท้าได้อีกค่ะ มันดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ ก็สวยดีนะคะ ดูหรูและหญิงๆดี แต่ก็คงหนาวกว่าแบบอื่นด้วยล่ะค่ะ ช่วยไม่ได้เนอะก็ต้องทนๆเอา ลุคนี้ถ้าอยากอุ่นขึ้นอีกนิดก็ใส่เป็น leg warmer ค่ะ ลักษณะคล้ายๆปลอกหลวมๆสวมขา(หน้าแข้ง)ความยาวจะประมาณใต้เข่าคลุมถึงตาตุ่ม เลือกแบบน่ารักๆมีขนฟูๆหรือดึงให้ร่นๆย่นๆ ใส่คู่กับคัตชูก็ได้อีกลุคน่ารักดีค่ะ

ในกรณีที่สาวๆแต่งตัวมาแนวหรูหน่อย กะว่าวันพิเศษอะไรทำนองนั้น โดยเฉพาะกรณีใส่เดรสหรือกระโปรงแนวคุณหนูสักหน่อย(ในแบบสองและสาม) ไม่รู้ยังไงแต่เราไม่ค่อยเห็นใส่หมวกกันเท่าไหร่เลยค่ะ แต่จะเน้นทำผมกันอย่างอลังการงานสร้างมากกว่า

หน้าหนาวก็ลำบากนะคะ ปล่อยๆผมลงมาเฉยๆ มันก็ไปรุ่งริ่งทับซ้อน บานเป็นกระด้งตรงช่วงผ้าพันคออีก ถ้าแบบงามๆเลยนี่ต้องเก็บผมขึ้นอย่างมีศิลปะและเหลือปล่อยไว้พองามค่ะ รอคิวข้ามถนนทีไร เราจะไปยืนข้างหลังสาวญี่ปุ่นทุกทีค่ะ แล้วก็จ้องว่าเค้ามัดผมติดผมกันยังไงกันหนอ (หยั่งกะโรคจิตเลยค่ะ แหะๆ)

รองเท้าที่อุ่นสุดก็คงเป็นบู๊ตแบบที่บุนวมๆข้างในค่ะ ใส่กันเยอะมากจับๆดูสำลีที่บุไว้ด้านในแล้วไม่ต้องลองก็รู้ว่าอุ่นชัวร์ค่ะ แต่เนื่องด้วยเราขาดแคลนความสูงอยู่แล้ว รองเท้านี้ใส่แล้วดูยังกับเป็นโรคเท้าช้างก็ไม่ปานเลยค่ะ แต่ตอนนี้ก็มีกะเค้าแล้วคู่นึงค่ะ(ซื้อมาถูกๆตอนเซล) อุ่นดีแถมไม่ต้องจิกส้นสูงด้วย ^^

ในส่วนกระเป๋าก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ กระเป๋าอะไรก็ได้ ปกติสาวญี่ปุ่นก็หิ้วแต่ LV gucci coach และแบรนด์เนมทั้งหลายกันเกลื่อนเมืองเป็นเทรนด์ทั้งปี(ทั้งชาติ)ของเค้าอยู่แล้ว แต่ถ้าพูดถึงกระเป๋าแฟชั่นก็ต้องนี่เลยค่ะ พวกกระเป๋าขนฟูๆนุ่มๆนิ่มๆน่าเอามากอดแทนหมอนหรือตุ๊กตานี่ล่ะค่ะ สมกับเป็นกระเป๋าหน้าหนาวที่สุดเลย เข้ากั๊นเข้ากัน (ช่วงหน้าหนาวอะไรขนๆฟูๆนิ่มๆนี่ดีหมดค่ะ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า และลามมาถึงเครื่องประดับผม รวมถึงสร้อยคอต่างๆด้วย)

เดือนนี้ก็หมดประมาณนี้ล่ะค่ะ เนื้อหาหน้าหนาวก็ซ้ำๆกับเดือนก่อนๆบ้างนะคะ (ขี้เกียจพิมพ์ซ้ำหลายรอบ)

Merry X'Mas ค่า




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2555    
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 12:31:59 น.
Counter : 98893 Pageviews.  

พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

==========================================


ปล. เนื่องจากบล็อคยาวมากเปิดอ่านในไอโฟนแล้วโหลดแทบไม่ขึ้นเลย เลยจัดการแยกเป็นหลายๆบล็อค บล็อคนึงเขียนแค่ 1-2 เดือนก็พอ ถ้าอยากไปดูของเดือนอื่นๆเลือกคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ

1. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
6. มิถุนายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
7. กรกฏาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
8. สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
9. กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
10. ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
11. พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
12. ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

-------------------------------------

เท่าที่อ่านบอร์ดมาจนบัดนี้ ปัญหาที่สาวๆหนุ่มๆที่ไม่อยากล้าสมัยแม้เวลามาเที่ยวกังวลกันมาก จนมาตั้งกระทู้ถามกันบ่อยๆก็คือว่า "จะมาเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ XX อากาศเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวยังไงดี"

จริงๆอุตส่าห์มาเที่ยวก็อยากแนะนำให้แต่งสบายๆ รองเท้าผ้าใบมานะคะเพราะที่นี่เดินเยอะจริงๆ ถ้ารองเท้าเดินลำบากหรือปล่อยให้หนาวเกินไปจะพลอยไม่สบาย เที่ยวไม่สนุกเอาได้ เพราะเวลาหนาวมันหนาวทรมานจริงๆ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจว่าหนาวตายมันจะเป็นไปได้ยังไง มาอยู่ประเทศหนาวแล้วถึงเข้าใจว่า หนาวตายนี่มันเป็นไปได้จริงๆ

และเรายังยืนยันคำเดิมว่า ถ้าอยากอินให้มาซื้อเอาที่นี่ดีที่สุดค่ะ เราเคยเอามาจากไทย ไม่ว่ามันจะดูกิ๊บเก๋ที่ไหนตอนอยู่ไทยพอมาอยู่นี่มันเอ้าท์ทันทีเลย ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงด้วยแล้ว

แต่ก็นะ เรื่องความสวยความงาม เข้าใครออกใครที่ไหนกัน บล็อคนี้ก็จะรวมๆ เทรนด์หลักๆทั่วไปในแต่ละช่วงเดือนไว้ให้นะคะ แต่ที่บอกคงไม่เป๊ะๆนะคะ เพราะที่นี่แฟชั่นเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยอยู่ตลอด ปีก่อนฮิต trench coat ลูกฟูกกระดุมทองๆใหญ่ๆ มาปีนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นๆอีก แต่ก็พอมีแบบหลักๆคลาสสิคที่ใช้ได้เรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน

ก่อนอื่นอยากให้ไปอ่านบล็อค แรกเริ่มควรรู้ก่อนเตรียมเสื้อผ้ามาญี่ปุ่น ก่อนนะคะ บางอย่างก็เขียนรวมๆไว้ในส่วนนั้นแล้ว

ถ้าอยากรู้ที่อินๆเป๊ะๆก็ลองดูได้ที่เว็บ //www.style-arena.jp/ จะเป็นภาพอัพเดตของ street fashion ตามย่านแฟชั่นปัจจุบันเลย อาจดูว่าเว่อร์ แต่คนที่นี่แต่งอย่างนี้จริงๆค่ะ ชุดเดรสเดินช้อปปิ้งที่นี่ เอาไปใส่ไปงานแต่งงานที่ไทยได้เลย

อีกอย่างที่อยากบอกคือ ที่เราเขียนนี้เราอิงจากคนที่เน้นว่าตามแฟชั่นนะคะ แต่เอาเข้าจริงที่ญี่ปุ่นก็มีทั้งคนที่แต่งตามแฟชั่นเป็นหลัก และคนที่แต่งตามอากาศเป็นหลักค่ะ สาวที่ตามแฟชั่น ก็มักแต่งตามเดือนและฤดู เข้าเดือนไหนปุ๊บก็เปลี่ยนทันที แม้ว่าจริงๆจะยังร้อนหรือหนาวอยู่ ก็ทนๆไปค่ะ

แต่คนที่แต่งตัวตามอากาศจริงก็ไม่ใช่ไม่มีนะคะ ช่วงไหนหนาวก็ใส่ตามนั้น ช่วงไหนร้อนก็ใส่ตามนั้นค่ะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นจนชินอากาศ สองแบบที่ว่าก็จะไม่ได้โดดกันมากนักค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นการแต่งตัวโดดแยกออกมาเลย มักเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า

อ้อ เน้นก่อนนะคะว่า ข้อมูลทั้งหมดในนี้อ้างอิงจากอากาศของโตเกียวค่ะ เป็นประสบการณ์ของเราล้วนๆที่สังเกตสังกามาได้ อาจผิดหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะคะ ที่เขียนไว้เป็นอากาศและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นแต่เอาเข้าจริงแต่ละปีก็มีอากาศแปรปรวนไม่เหมือนกัน อาจไม่หนาวเท่าที่ควร หรือหนาวกว่าปกติก็ได้ค่ะ (แต่ถ้าเน้นแต่งตามแฟชั่นสาวญี่ปุ่นล่ะก็ อากาศไม่เกี่ยวค่ะ ดูกันที่เดือนเป็นหลัก)



พฤศจิกายน


++++ อากาศ ++++

ช่วงนี้เข้าโหมดเย็นแล้วค่ะ แล้วแต่ปีว่าจะเย็นแค่ไหน เป็นฤดูใบไม้ร่วงเต็มตัวสุดๆแล้ว อากาศค่อนข้างเย็นสบายค่ะ อุณหภูมิอยู่ที่ 1X องศาแตกต่างกันไปแต่ละปีด้วย ช่วยไหนอากาศแปรปรวนหรือฝนตกก็อาจจะอยู่ๆหนาวขึ้นมาลงต่ำกว่าสิบไปหน่อยก็ได้ ควรเตรียมเผื่อเจอกรณีหนาวกะทันหันพวกนี้มาด้วยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน (อากาศเดือนนี้จะหนาวขึ้นเรื่อยๆนะคะ ยิ่งปลายเดือนยิ่งหนาว)

เดือนนี้ฮีตเตอร์ยังไม่เปิดก็ได้ค่ะ แต่ยิ่งใกล้ปลายเดือนยิ่งหนาวขึ้นเปิดหน่อยก็ดีเหมือนกัน ผ่านสักกลางเดือนไปตามแล็บหรือห้างร้านก็เปิดฮีตเตอร์ให้อุ่นๆกันแล้วล่ะค่ะ

เดือนนี้นี่ห้าโมงเย็นข้างนอกมืดสนิทแล้วนะคะ ประสาหน้าหนาวมืดเร็วค่ะ เดินกลางแดดอ่อนๆตอนเที่ยงๆนี่เราชอบมากว่าอุ่นสบายดี มีแสงพอให้ถ่ายรูปสวยค่ะ พอเริ่มบ่ายไปแสงก็หมดเอาดื้อๆเลย

++++ เดือนนี้มีอะไรน่าสนใจ ++++

แถบโตเกียวฤดูการชมใบไม้แดง (โคโย 紅葉) หรือพวกใบไม้เหลือง(ใบต้นแปะก๊วยนั่นล่ะค่ะ) ก็อยู่ที่ประมาณๆเดือนนี้ล่ะค่ะ(ถ้าเร็วกว่านี้ก็ต้องขึ้นเหนือไปค่ะ) แต่ก็แล้วแต่อากาศแต่ละปีด้วยหนาวเร็วก็เปลี่ยนเร็วค่ะ ถ้ามาสักช่วงปลายเดือนนี้คิดว่าน่าจะพอดีได้ดูช่วงแดงเต็มที่หรือเหลืองเต็มที่(แต่ไม่รับประกันนะคะ แล้วแต่อากาศ) ซึ่งหลังจากมันแดงหรือเหลืองเต็มที่ได้สักอาทิตย์กว่าๆ มันก็จะค่อยๆร่วง เผลอแป๊บเดียวก็กลายเป็นต้นไม้โกร๋นๆ สมกับฤดูหนาวไปแล้วค่ะ ตัวอย่างบรรยากาศใบไม้ร่วงสวยๆที่โตเกียวลองดู ที่นี่ นะคะ

อีกอย่างคือ เดือนนี้(ส่วนใหญ่)ทุกปีจะมีการจัดงานลอยกระทงของคนไทยที่โอไดบะค่ะ มีการประกวดนางนพมาศเล็กๆ(แต่ก็ไม่ได้ทางการ หรือจริงจังอะไรเท่าไหร่นะคะ) แล้วก็มีร้านอาหารไทยมาเปิดให้ซื้อหาทานกันได้ในงานค่ะ (แต่ปีหลังๆมานี่เปลี่ยนเวลาจัดงาน บางทีไปจัดตั้งแต่ ตค โน่นเลยค่ะ กะว่าจะได้ไม่หนาวกันมากมั้งคะเนี่ย)

++++ การแต่งตัว ++++

เดือนนี้นี่บอกได้คำเดียวว่าแขนยาวล้วนๆค่ะ ถึงเราจะบอกว่าอากาศเย็นสบายก็จริง แต่ก็ต้องแต่งให้เหมาะด้วยค่ะถึงจะสบาย ไม่งั้นเจอลมพัดเอื่อยๆมาใส่แขนสั้นชั้นเดียวก็ขนลุกได้ค่ะ เดือนนี้เราว่าควรใส่เสื้อสักสามชั้นอย่างน้อยค่ะ นอกจากเสื้อนอกกับเสื้อปกติแล้ว ก็มักใส่พวกเสื้อรัดรูปหรือเสื้อกล้ามต่างๆกันหนาวซ้อนไว้ด้านในอีกค่ะ ใครขี้หนาวก็อาจใส่สัก 2-3 ชั้นหรือถ้าไม่ขี้หนาวมากก็เพิ่มอีกชั้นก็โอเคค่ะ

การแต่งตัวเดือนนี้ไม่ต้องกั๊กอะไรแล้วค่ะ แต่งได้แบบหน้าหนาวเต็มที่เลยค่ะ พวกเสื้อหรือกระโปรงจะออกมาแนวไหมพรม(หรือไม่ก็ต้อง mix กับเสื้อด้านในไหมพรมอุ่นๆอีกที) หรือผ้าขนๆ หรืออื่นๆที่หนาและให้ความอบอุ่นได้ดี รองเท้าบู๊ต หมวกไหมพรม ผ้าพันคอต่างๆใช้ได้เลยค่ะ รวมถึง tight และถุงน่องต่างๆด้วย (มาเดือนนี้ไม่ค่อยเปลือยขากันมากแล้วนะคะ ลมพัดทีมันหวิวค่ะ อย่างน้อยก็ถุงน่องแบบบางก็ยังดี)

เทรนด์แฟชั่นก็ต่อจากเดือนตุลาเลยค่ะ โทนสีทะมึนๆ ลายสก๊อต ไหมพรม ขนๆต่างๆ ยิ่งหนาวเทรนด์แต่งสั้นยิ่งเยอะ เพราะมันดูสวยกับบู๊ตยาวค่ะ ที่เราเห็นบ่อยๆทุกหน้าหนาวคือ กางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่ชายขอบเป็นแถบคล้ายๆขนแกะสีขาวๆปุยๆค่ะ ถ้าจะเอาอบอุ่นหน่อยก็ใส่พวกสกินนี่ยีนส์แล้วใส่บู๊ตทับกางเกงอีกที หรือจะใส่พวกรองเท้าส้นสูงที่ปิดเท้ามิดชิดหน่อยใส่กับ tight หรือถุงน่อง(แบบหนาหน่อย)ก็สวยค่ะ (แต่ก็อาจจะเย็นๆหวิวๆขานิดนึงนะคะ เราว่าบู๊ตนี่ล่ะดีสุดสำหรับหน้าหนาว ขาอุ่นด้วย สวยด้วย เสียว่าใส่ยากถอดยาก)

เสื้อนอกนี่เป็นของขาดไม่ได้แล้วนะคะสำหรับเดือนนี้ และควรจะเป็นเสื้อนอกที่เน้นกันหนาวและให้ความอบอุ่นได้จริงๆ ไม่ใช่เสื้อนอกเผื่อๆอย่างเดือนก่อนแล้วค่ะเพราะบางวันบทจะหนาวขึ้นมามันก็หนาวจริงๆนะ เอาให้ชัวร์ก็พวกเสื้อขนเป็ด หรือเสื้อนวมล่ะค่ะชัวร์ (แต่เสื้อนวมหรือแบบขนมิงค์ฟูๆฟ่องๆเลยนี่ จริงๆเราว่าก็ยังดูมากไปนิดสำหรับเดือนนี้ที่ยังถือเป็นหน้าใบไม้ร่วงนะคะ ถ้าไปอยู่ในสังคมสาวตามแฟชั่นใส่เสื้อนวมอาจดูเด่นแปลกออกมาเลยค่ะ แต่ถ้าจะใส่ก็ใส่ได้ค่ะเพราะบางวันก็หนาวจริงๆ คนทั่วไปก็มีใส่กัน) ส่วนสีนี่คนญี่ปุ่นนิยมเสื้อนอกสีดำกันนะคะ เดินมาสิบคนอาจเจอสีดำ(หรือโทนดำๆเข้มๆ)ไปเกินกว่าครึ่ง (ข้ามถนนมาทีนี่มองไปมืดไปหมดเลยค่ะ)

เสื้อด้านในส่วนมากเดือนนี้แล้วก็มักเป็นพวกไหมพรมหรือคอเต่าค่ะ ฤดูหนาวนี่เสื้อคอเต่ามีประโยชน์มากนะคะ จะใส่เดี่ยวๆกับเสื้อนอกก็ได้ไม่ต้องพันผ้าพันคอ พวกเสื้อหรือเดรสแฟชั่นที่ออกมาเป็นสายเดี่ยวหรือแขนกุดหรือพวกผ้าฟลิ้วๆบางๆ ก็มักจะจับมา mix ให้ใส่คอเต่าไว้ด้านในเสมอค่ะเพื่อกันหนาว (ประโยคที่จะได้ยินบ่อยมากเวลาถามคนขายเสื้อผ้าว่าจะ mix ยังไง คือ ให้ใส่คอเต่าไว้ด้านในค่ะ แต่คอเต่างามๆนี่ก็แพงใช่ย่อย บางชุดใส่คอเต่าแล้วไม่ค่อยแม็ตซ์แนะนำให้หาผ้าพันคอสวยๆมาพันค่ะ พันปิดช่วงคอแทนคอเต่าไปเลย หรือพันทับคอเต่าอีกทีก็ได้ ดูดีขึ้นเยอะเลยค่ะ)

เวลาอากาศหนาว tip คือ ควรให้บริเวณคอ มือ และเท้าอุ่นเข้าไว้น่ะค่ะ ช่วงคอถ้าไม่มีคอเต่าก็ควรเตรียมผ้าพันคอมาพันปิดช่วงคอไว้ ช่วงมือเดือนนี้ยังไม่ใส่ถุงมือกันเท่าไหร่ค่ะใช้วิธีเดินซุกมือในกระเป๋าเสื้อนอกแทน(ดังนั้นเสื้อนอกนี่ ควรแน่ใจว่ามีกระเป๋าให้ซุกมือนะคะ ไม่งั้นมือเย็นเจี๊ยบเลย) ช่วงเท้าก็ใส่บู๊ตหรือถุงเท้าหนาๆหรือพวกtightไว้จะช่วยได้ค่ะ (อะไรที่ใส่แล้วแนบผิวจะช่วยกันหนาวได้มากกว่าไอ้ที่ใส่แล้วหลวมๆนะคะ)

ถ้าคุณใส่กางเกงยีนส์ขายาวมา ก็อย่าลืมเผื่อกางเกงรัดรูปไว้ด้านใน หรือหาถุงเท้ายาวๆ(หนาๆก็ดี)ใส่ไว้ด้านในด้วยนะคะ กางเกงยีนส์อย่างเดียวช่วงหน้าแข้งมันยังไม่อุ่นพอค่ะ ลมพัดเข้าไปได้แล้วหวิวอยู่ มีถุงเท้าหนาๆยาวๆไว้ด้านในจะดีกว่า (ถุงเท้าจะแบบไหนก็ได้ค่ะ เพราะยังไงกางเกงก็ปิดอยู่ไม่มีใครเห็นหรอก อย่างเราก็มีถุงเท้ายาวสีดำหนา ซื้อจากไทยใช้มาจนบัดนี้เลยค่ะ)

สรุปเดือนนี้อากาศเย็นแล้วนะคะ ออกจะแปรปรวนหน่อยๆด้วย บางอาทิตย์ก็เย็นๆปกติ บางทีก็ออกอุ่นสบาย แต่บางทีอยู่ๆก็หนาวขึ้นมาจับใจ(โดยเฉพาะวันฝนตกเพราะที่นี่ลมแรงค่ะ) เสื้อนอกห้ามลืมเด็ดขาดเลย และควรเป็นที่กันหนาวได้จริงๆเผื่อกรณีแย่ที่สุดเอาไว้ด้วย ถ้าไม่อยากซื้อเสื้อนอกก็ต้องเตรียมพวกเสื้อตัวในมาใส่ซ้อนๆกันให้หลายๆชั้นแทนค่ะ โทนสีเสื้อผ้ามักจะคุมให้ทะมึนๆเข้าไว้(ก็คุมโดยสีเสื้อนอกนั่นล่ะค่ะ) เสื้อด้านในถ้าจะใช้พวกเสื้อผ้าที่ไทยก็ควรหา mix กับตัวในที่ช่วยกันหนาวได้ด้วย เช่น พวกคอเต่าค่ะ แฟชั่นโชว์ผิวเรียวขานี่ไม่ค่อยมีเท่าไหร่แล้วค่ะ(แต่ก็ยังเห็นประปราย)ควรจะหาใส่ถุงน่องหรือ tight เพิ่มเข้าไปด้วยกันหวิวเวลาลมพัดค่ะ




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2555    
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 12:59:49 น.
Counter : 86634 Pageviews.  

ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

==========================================


ปล. เนื่องจากบล็อคยาวมากเปิดอ่านในไอโฟนแล้วโหลดแทบไม่ขึ้นเลย เลยจัดการแยกเป็นหลายๆบล็อค บล็อคนึงเขียนแค่ 1-2 เดือนก็พอ ถ้าอยากไปดูของเดือนอื่นๆเลือกคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ

1. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
6. มิถุนายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
7. กรกฏาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
8. สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
9. กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
10. ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
11. พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
12. ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

-------------------------------------

เท่าที่อ่านบอร์ดมาจนบัดนี้ ปัญหาที่สาวๆหนุ่มๆที่ไม่อยากล้าสมัยแม้เวลามาเที่ยวกังวลกันมาก จนมาตั้งกระทู้ถามกันบ่อยๆก็คือว่า "จะมาเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ XX อากาศเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวยังไงดี"

จริงๆอุตส่าห์มาเที่ยวก็อยากแนะนำให้แต่งสบายๆ รองเท้าผ้าใบมานะคะเพราะที่นี่เดินเยอะจริงๆ ถ้ารองเท้าเดินลำบากหรือปล่อยให้หนาวเกินไปจะพลอยไม่สบาย เที่ยวไม่สนุกเอาได้ เพราะเวลาหนาวมันหนาวทรมานจริงๆ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจว่าหนาวตายมันจะเป็นไปได้ยังไง มาอยู่ประเทศหนาวแล้วถึงเข้าใจว่า หนาวตายนี่มันเป็นไปได้จริงๆ

และเรายังยืนยันคำเดิมว่า ถ้าอยากอินให้มาซื้อเอาที่นี่ดีที่สุดค่ะ เราเคยเอามาจากไทย ไม่ว่ามันจะดูกิ๊บเก๋ที่ไหนตอนอยู่ไทยพอมาอยู่นี่มันเอ้าท์ทันทีเลย ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงด้วยแล้ว

แต่ก็นะ เรื่องความสวยความงาม เข้าใครออกใครที่ไหนกัน บล็อคนี้ก็จะรวมๆ เทรนด์หลักๆทั่วไปในแต่ละช่วงเดือนไว้ให้นะคะ แต่ที่บอกคงไม่เป๊ะๆนะคะ เพราะที่นี่แฟชั่นเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยอยู่ตลอด ปีก่อนฮิต trench coat ลูกฟูกกระดุมทองๆใหญ่ๆ มาปีนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นๆอีก แต่ก็พอมีแบบหลักๆคลาสสิคที่ใช้ได้เรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน

ก่อนอื่นอยากให้ไปอ่านบล็อค แรกเริ่มควรรู้ก่อนเตรียมเสื้อผ้ามาญี่ปุ่น ก่อนนะคะ บางอย่างก็เขียนรวมๆไว้ในส่วนนั้นแล้ว

ถ้าอยากรู้ที่อินๆเป๊ะๆก็ลองดูได้ที่เว็บ //www.style-arena.jp/ จะเป็นภาพอัพเดตของ street fashion ตามย่านแฟชั่นปัจจุบันเลย อาจดูว่าเว่อร์ แต่คนที่นี่แต่งอย่างนี้จริงๆค่ะ ชุดเดรสเดินช้อปปิ้งที่นี่ เอาไปใส่ไปงานแต่งงานที่ไทยได้เลย

อีกอย่างที่อยากบอกคือ ที่เราเขียนนี้เราอิงจากคนที่เน้นว่าตามแฟชั่นนะคะ แต่เอาเข้าจริงที่ญี่ปุ่นก็มีทั้งคนที่แต่งตามแฟชั่นเป็นหลัก และคนที่แต่งตามอากาศเป็นหลักค่ะ สาวที่ตามแฟชั่น ก็มักแต่งตามเดือนและฤดู เข้าเดือนไหนปุ๊บก็เปลี่ยนทันที แม้ว่าจริงๆจะยังร้อนหรือหนาวอยู่ ก็ทนๆไปค่ะ

แต่คนที่แต่งตัวตามอากาศจริงก็ไม่ใช่ไม่มีนะคะ ช่วงไหนหนาวก็ใส่ตามนั้น ช่วงไหนร้อนก็ใส่ตามนั้นค่ะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นจนชินอากาศ สองแบบที่ว่าก็จะไม่ได้โดดกันมากนักค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นการแต่งตัวโดดแยกออกมาเลย มักเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า

อ้อ เน้นก่อนนะคะว่า ข้อมูลทั้งหมดในนี้อ้างอิงจากอากาศของโตเกียวค่ะ เป็นประสบการณ์ของเราล้วนๆที่สังเกตสังกามาได้ อาจผิดหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะคะ ที่เขียนไว้เป็นอากาศและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นแต่เอาเข้าจริงแต่ละปีก็มีอากาศแปรปรวนไม่เหมือนกัน อาจไม่หนาวเท่าที่ควร หรือหนาวกว่าปกติก็ได้ค่ะ (แต่ถ้าเน้นแต่งตามแฟชั่นสาวญี่ปุ่นล่ะก็ อากาศไม่เกี่ยวค่ะ ดูกันที่เดือนเป็นหลัก)



ตุลาคม


++++ อากาศ ++++

ถ้าเป็นเดือนนี้คงพูดได้เต็มปากแล้วล่ะค่ะว่าเป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ฝนตกไม่ชุกมากอากาศยังไม่เย็นมาก อุณหภูมิโดยเฉลี่ยก็เห็นอยู่ประมาณสิบกลางๆถึงปลายๆ ถึง ยี่สิบต้นๆนะคะ ประมาณว่ากำลังเย็นสบายเลย อาจรู้สึกร้อนจนเหงื่อซึมได้บ้างนิดๆตอนเจอแดดกลางวัน และอาจรู้สึกเย็นวูบๆได้หน่อยเวลาเจอลมกลางคืนค่ะ เราชอบมากเพราะเป็นเดือนแห่งการประหยัดไฟค่ะแอร์ไม่ต้องเปิด ฮีตเตอร์ไม่ต้องใช้ ค่าไฟลดไปโขเลยค่ะ (ตามตึกเรียนนี่ก็ไม่เปิดแอร์กันนะคะ เปิดหน้าต่างเอาแทน แต่ถ้าวันไหนแดดดีเกิน ห้องรับแดดเต็มที่ก็แอบขอเปิดแอร์ไล่ร้อนแบบด่วนๆกันสักแป๊บเหมือนกันค่ะ)

อ้อ แต่พออากาศเริ่มเย็นขึ้น ฟ้าก็จะมืดเร็วขึ้นด้วยนะคะ สักห้าโมงเย็นไปฟ้าจะเริ่มมืดเร็วมาก หันมาอีกทีมืดตื๋อไปแล้วล่ะค่ะ

++++ เดือนนี้มีอะไรน่าสนใจ ++++

สำหรับที่โตเกียวเดือนนี้นึกไม่ออกว่ามีอะไรน่าเที่ยวเป็นพิเศษนะคะ อากาศเย็นกำลังสบายแล้วก็จริงแต่ก็ยังไม่ถึงเวลาที่ใบไม้จะเปลี่ยนสี พวกต้นแปะก๊วยในโตเกียวเทียบกับฤดูร้อนแล้วใบก็สีเขียวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังไม่เหลืองอยู่ดี ถ้าอยากดูใบไม้เปลี่ยนสีเดือนนี้คงต้องขึ้นเหนือขึ้นไปอีก ไปทางแถบ Tohoku หรือ Hokkaido แทนค่ะ ถ้ารอบๆโตเกียวในเดือนนี้ที่นึกออกคือไปดูต้น Kokia เปลี่ยนสีเป็นสีแดงที่จังหวัด Ibaraki ติดๆกับโตเกียวค่ะ ปกติจะแดงถึงประมาณสิ้นเดือน ตค ถึงต้นเดือน พย ค่ะ ลองดูรูปใน บล็อคนี้ นะคะ เป็นต้นที่แดงได้น่ารักมากเลยล่ะค่ะ

เดือนนี้เปิดเทอม(เทอมฤดูหนาว)ของญี่ปุ่นแล้วนะคะ นักเรียนนักศึกษาทั้งหลายก็ต้องกลับไปยุ่งกับการเริ่มวิชาเรียนต่างๆกันอีกครั้ง หมดเวลาพักผ่อนแล้ว(แต่เดี๋ยวธันวาก็ได้พักยาวอีกทีอยู่ดี :P )

ที่พอจะนึกออกอีกอย่างคือ ในโตเกียวเดือนนี้ลูกแปะก๊วยร่วงหล่นกันเป็นว่าเล่นเลยค่ะ(แต่ใบแปะก๊วยยังใบเขียวอ่อนๆอยู่ และต้นเมเปิ้ลใบก็ยังไม่แดงนะคะ) ไอ้ลูกแปะก๊วยที่เป็นขนมหวานของภัตตาคารจีนนั่นล่ะค่ะอันเดียวกันเลย แต่ทีนี่มันไม่น่าพิศมัยขนาดนั้นลูกแปะก๊วยร่วงมาเต็มทางเดิน(โดยเฉพาะที่มหาลัยเรา)คนเดินผ่าน รถผ่าน คนขี่จักรยานผ่านก็ทับเละก๊อปปี้อัดติดพื้นไว้(ดังนั้นช่วงนี้คนทำความสะอาดจะต้องแซะพื้นเหนื่อยหน่อยค่ะ) แล้วกลิ่นนี่สุดๆมากกลิ่นเปรี้ยวๆน่ะค่ะ (มาใหม่ๆไม่รู้เรื่อง นึกว่าเป็นขี้นกซะอีก) เดินตามทางเดินนี่ต้องดมไปตลอดทางเลย

ลูกแปะก๊วยที่ร่วงๆนี่จริงๆก็กินได้นะคะ(อันที่ยังไม่โดนเหยียบ) ฤดูที่มันหล่นเยอะๆนี่จะเห็นคุณป้า หรือบางทีคุณแม่บ้านหลายคนถือถุงมาเดินในมหาลัยเราเลือกเก็บแถวๆที่คนไม่เดินเหยียบกัน แล้วก็เก็บลูกที่มันยังดีๆเอาไปทำอาหารทานค่ะ

++++ การแต่งตัว ++++

สำหรับเดือนนี้เอาเป็นว่าใส่ประมาณสองชั้นอย่างมากก็โอเคแล้วค่ะ ใครใคร่ใส่เสื้อแขนสั้นแล้วพกเสื้อนอกแขนยาวเผื่อไว้สักตัวตอนเดินตอนกลางคืน หรืออยากเล่นใส่เป็นเลเยอร์แขนสั้นข้างนอกแขนยาวข้างใน หรือไม่ก็ใส่เสื้อแขนยาว(หรือแขนเกือบยาว)สักตัวที่ไม่บางมากตัวเดียวอยู่เลยก็ได้ค่ะ ช่วงกลางวันเราก็เห็นเดินถือเสื้อนอกกันหลายคน(ถ้าพกมา) พอตกกลางคืนถึงจะค่อยหยิบมาใส่กันค่ะ

รายละเอียดการแต่งกายก็แบบใบไม้ร่วงเลยล่ะค่ะ อย่างที่บรรยายไว้ตอนเดือนกันยา พวกขนๆ บู๊ต ลูกฟูก สก็อต สีโทนทะมึนๆ คือคอนเซ็ปต์เลย จริงๆพวกเสื้อผ้าแนวผ้าชีฟองดูพลิ้วๆก็มีนะคะ ก็หาพร็อบเสื้อนอก เสื้อกั๊กหรืออะไรต่างๆมาเสริมกันตามสะดวก เพราะเดือนตุลานี้ก็ยังไม่ได้หนาวมากยังใส่ได้

มาเดือนตุลานี้ก็ไม่ค่อยต้องกั๊กแนวหน้าร้อนไว้เท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ จะเพิ่มพันผ้าพันคอ(ผ้าบางๆนะคะ)เก๋ๆ(ซึ่งไม่ได้ช่วยกันหนาวอะไรเท่าไหร่) หรือใส่หมวกไหมพรมน่ารักๆก็ใส่ได้ค่ะ เพราะมันดูเข้ากันได้กับผ้าแนวขนๆนิ่มๆอยู่แล้ว แต่ถุงมือกันหนาวนี่เดือนนี้ยังไม่ใส่กันนะคะ (แต่ระวังนิดนะคะ ถ้าพร็อบมากไป เดินวันแดดดีๆตอนกลางวันก็อาจจะแอบร้อนหน่อยๆได้ค่ะ)

ส่วนเสื้อนอก(ที่ไว้เผื่อเย็นหรือหนาว)นั้นก็ตามสะดวกเลยค่ะ ขอให้แขนยาวไว้เป็นพอ จะเป็น trench coat สักตัว หรือแจ๊กเก็ตยีนส์ แจ๊กเก็ตหนัง หรือเสื้อนอกผ้ายืดแขนยาว หรือเสื้อคาดิแกนแขนยาวก็ได้หมดค่ะ เอาเป็นว่าอย่าให้หนามากไปละกันค่ะ ใส่แล้วเดี๋ยวจะเหงื่อซึมได้ (จริงๆแล้วประมาณเสื้อคลุมกันหนาว เวลาดูหนังในโรงหนังหนาวๆที่ไทยแค่นั้นก็โอเคแล้วค่ะ หนากว่านั้นมากตอนกลางวันก็มากไปกว่าจะได้ใช้ก็กลางคืน หิ้วเสื้อหนาๆติดตัวไปมาเกะกะไม่เบาเลยค่ะ หนักอีกต่างหาก)

รองเท้าหน้านี้แล้วฮิตที่สุดคือรองเท้าบู๊ตค่ะมองไปตามร้านขายนี่เห็นบู๊ตไปกว่าครึ่งเลย นอกจากบู๊ตก็พวกถุงเท้ายาวหรือถุงน่องหรือtight ใส่กับส้นสูง แต่ส้นสูงที่ว่านี่ ก็เริ่มจะปิดมิดชิดขึ้นนะคะ เรียกไม่ถูกเหมือนกันแต่ไม่ใช่แนว sandal แล้วน่ะค่ะจะเริ่มปิดหัวปิดท้ายมิดชิดคล้ายคัตชู พวกรองเท้าที่ทรงคล้ายบู๊ตที่ถูกตัดความยาวแค่ตรงข้อเท้าก็ใช้กันฤดูนี้ล่ะค่ะ ส่วนสีกับลายก็ไปตามโทนเสื้อผ้าหน้านี้เลยค่ะ

อ้อ แต่เดือนนี้รู้สึกเค้าจะใส่ถุงน่องหรือถุงเท้ายาวกันเยอะแล้วนะคะ ถุงน่องสีเนื้อ หรือสีดำบางๆพวกนั้นน่ะค่ะ เริ่มโชว์ผิวแท้ๆน้อยลงอีกระดับแล้ว แต่ทั้งนี้ยังไม่ขั้นใส่ถุงน่องหรือถุงเท้าแบบไหมพรมถักหนาๆหรือ tight แบบหนาที่สีเข้มปึ๊ดนะคะ เดือนตุลามันยังไม่หนาวจัดเต็มขนาดนั้นค่ะ

สิ่งหนึ่งที่มาคู่กับการใส่บู๊ต คือ การนุ่งสั้นค่ะ อย่างที่เค้าพูดกันว่าสาวญี่ปุ่นยิ่งหนาวยิ่งใส่สั้นขึ้นสั้นขึ้น เหตุก็เพราะยิ่งหนาวบู๊ต(และถุงเท้า)ยิ่งยาวขึ้น ก็เลยต้อง match กับกระโปรงหรือกางเกงที่สั้นเต่อตามไปด้วยนั่นเองค่ะ จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้วมันจริงนะคะ พอความยาวกระโปรงหรือกางเกงดูไม่บาลานซ์กับความยาวบู๊ต(และถุงเท้า)แล้วจะดูสวยไม่เสร็จเท่าไหร่ค่ะ

พวกเดรสที่ออกมาช่วงนี้ แบบสั้นๆจะเยอะเลยค่ะ กะให้ใส่กับบู๊ตยาวแล้วดูกำลังสวย ซึ่งสั้นประมาณครึ่งขาอ่อนนี่คนญี่ปุ่นเค้าถือว่าเป็นระดับธรรมดาเฉยๆค่ะไม่สั้นเกินไป แต่ถ้าใส่ที่ไทย ... เอ้อ เราเองรู้สึกว่ามันสั้นมากเกินไปล่ะค่ะ คือที่นี่ใส่สั้น ก็มีบู๊ตยาวหรือถุงเท้ายาวช่วยปิดผิวส่วนขา แต่ที่ไทยจะใส่บู๊ตยาวอะไรพวกนี้ก็ประหลาดอยู่ เลยกลายเป็นว่าช่วงขาดูเปลือยๆมากไปหน่อย

สรุปว่ามาเดือนนี้อากาศกำลังดีนะคะ ไม่ร้อนถึงขั้นเหงื่อไหลได้(อย่างมากก็แอบมีเหงื่อซึมตอนวันแดดดีจัดๆ)และไม่หนาวเกินจนต้องเดินตัวสั่น(กลางคืนก็ยังระดับเย็นพอทนได้อยู่ค่ะ เผลอๆในโรงหนังที่ไทยเปิดแอร์หนาวกว่าซะอีก) กำลังสบายๆเลย (ถ้าใครแพ้เกสรดอกไม้ก็เลี่ยงหน้าใบไม้ผลิ มาหน้าใบไม้ร่วงนี่แทนได้ค่ะ)

ส่วนเรื่องการแต่งตัวนี่เดือนนี้จะว่าเป็นโอกาสดีก็ได้นะคะ คือ ใครใคร่จะแต่งเสื้อผ้าแบบที่แต่งที่ไทยก็ทำได้ค่ะ ประหยัดไม่เสียเงินซื้อเสื้อผ้าหน้าหนาวใหม่(แถมเอากลับไปใช้ที่ไทยไม่ค่อยได้) แค่ติดเสื้อคลุมแขนยาวแบบไม่หนา ประมาณพวกเสื้อไว้คลุมกันหนาวในโรงหนังแอร์เย็นเฉียบที่ไทยอย่างนั้นก็โอเคค่ะ หรือจะแค่คาดิแกนแขนยาวก็ได้ ความหนาแค่นั้นเพียงพอสำหรับอากาศ ตค ของโตเกียวแล้วค่ะ

หรือถ้าใครอยากจะลองแต่งแฟชั่นแบบประเทศเมืองหนาวกับเค้าบ้างแต่ก็แพ้อากาศหนาวกระดูกสั่นแบบอุณหภูมิเรี่ยๆศูนย์องศา ถ้าเลือกมาเดือน ตค นี้อากาศไม่หนาวทรมานแต่สามารถจัดแฟชั่นหน้าหนาวมาได้เลยค่ะ เสื้อคลุมตัวยาวหรือแจ๊กเก็ตสวยๆน่ารักๆ อยู่ไทยใส่ออกมาข้างนอกแล้วเหงื่อไหลไคลย้อย(แถมโดนมองซะเกือบเสียเซลฟ์) เอามาใช้ที่โตเกียวเดือนนี้สามารถใส่อวดโฉมเดินช้อปปิ้งได้สบายเลยค่ะ แต่คงต้องยกเว้นนิดนึงนะคะว่าไม่สามารถจัดเต็มฤดูหนาวขนาดเสื้อหนาวนวม โค้ตขนเป็ดหนาๆ(แพงอีกต่างหาก) เสื้อหนาวติดขนฟูๆรอบคอ tightไหมพรมชนิดหนา(กันหนาวดีสุดๆ) หมวกไหมพรมแบบหนาจัดๆพร้อมที่ปิดหู ถุงมือ แว่นกันลม หรือ ผ้าพันคอชนิดขนฟูหนาเตอะได้นะคะ ถ้าใครมีพวกนี้อยู่แล้วอยากเอามาจัดเต็มที่โตเกียวคงต้องรอมาตอนที่โตเกียวหนาวทรมานจริงๆประมาณ ธค - กพ แล้วล่ะค่ะ

ส่วนรองเท้าถึงไม่มีรองเท้าบู๊ตก็แค่ใส่ถุงเท้ายาวเข้าไปคู่กับรองเท้าส้นสูง แค่นี้ก็เดินโฉบเข้ากับสาวๆที่นี่ได้แล้วค่ะ รองเท้าส้นสูงก็เอากลับไปใช้ที่ไทยได้อีกด้วย(แต่เดินเยอะนะคะระวังจะเมื่อยขา)




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2555    
Last Update : 26 ตุลาคม 2555 1:38:57 น.
Counter : 119025 Pageviews.  

กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

==========================================


ปล. เนื่องจากบล็อคยาวมากเปิดอ่านในไอโฟนแล้วโหลดแทบไม่ขึ้นเลย เลยจัดการแยกเป็นหลายๆบล็อค บล็อคนึงเขียนแค่ 1-2 เดือนก็พอ ถ้าอยากไปดูของเดือนอื่นๆเลือกคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ

1. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
6. มิถุนายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
7. กรกฏาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
8. สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
9. กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
10. ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
11. พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
12. ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

-------------------------------------

เท่าที่อ่านบอร์ดมาจนบัดนี้ ปัญหาที่สาวๆหนุ่มๆที่ไม่อยากล้าสมัยแม้เวลามาเที่ยวกังวลกันมาก จนมาตั้งกระทู้ถามกันบ่อยๆก็คือว่า "จะมาเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ XX อากาศเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวยังไงดี"

จริงๆอุตส่าห์มาเที่ยวก็อยากแนะนำให้แต่งสบายๆ รองเท้าผ้าใบมานะคะเพราะที่นี่เดินเยอะจริงๆ ถ้ารองเท้าเดินลำบากหรือปล่อยให้หนาวเกินไปจะพลอยไม่สบาย เที่ยวไม่สนุกเอาได้ เพราะเวลาหนาวมันหนาวทรมานจริงๆ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจว่าหนาวตายมันจะเป็นไปได้ยังไง มาอยู่ประเทศหนาวแล้วถึงเข้าใจว่า หนาวตายนี่มันเป็นไปได้จริงๆ

และเรายังยืนยันคำเดิมว่า ถ้าอยากอินให้มาซื้อเอาที่นี่ดีที่สุดค่ะ เราเคยเอามาจากไทย ไม่ว่ามันจะดูกิ๊บเก๋ที่ไหนตอนอยู่ไทยพอมาอยู่นี่มันเอ้าท์ทันทีเลย ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงด้วยแล้ว

แต่ก็นะ เรื่องความสวยความงาม เข้าใครออกใครที่ไหนกัน บล็อคนี้ก็จะรวมๆ เทรนด์หลักๆทั่วไปในแต่ละช่วงเดือนไว้ให้นะคะ แต่ที่บอกคงไม่เป๊ะๆนะคะ เพราะที่นี่แฟชั่นเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยอยู่ตลอด ปีก่อนฮิต trench coat ลูกฟูกกระดุมทองๆใหญ่ๆ มาปีนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นๆอีก แต่ก็พอมีแบบหลักๆคลาสสิคที่ใช้ได้เรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน

ก่อนอื่นอยากให้ไปอ่านบล็อค แรกเริ่มควรรู้ก่อนเตรียมเสื้อผ้ามาญี่ปุ่น ก่อนนะคะ บางอย่างก็เขียนรวมๆไว้ในส่วนนั้นแล้ว

ถ้าอยากรู้ที่อินๆเป๊ะๆก็ลองดูได้ที่เว็บ //www.style-arena.jp/ จะเป็นภาพอัพเดตของ street fashion ตามย่านแฟชั่นปัจจุบันเลย อาจดูว่าเว่อร์ แต่คนที่นี่แต่งอย่างนี้จริงๆค่ะ ชุดเดรสเดินช้อปปิ้งที่นี่ เอาไปใส่ไปงานแต่งงานที่ไทยได้เลย

อีกอย่างที่อยากบอกคือ ที่เราเขียนนี้เราอิงจากคนที่เน้นว่าตามแฟชั่นนะคะ แต่เอาเข้าจริงที่ญี่ปุ่นก็มีทั้งคนที่แต่งตามแฟชั่นเป็นหลัก และคนที่แต่งตามอากาศเป็นหลักค่ะ สาวที่ตามแฟชั่น ก็มักแต่งตามเดือนและฤดู เข้าเดือนไหนปุ๊บก็เปลี่ยนทันที แม้ว่าจริงๆจะยังร้อนหรือหนาวอยู่ ก็ทนๆไปค่ะ

แต่คนที่แต่งตัวตามอากาศจริงก็ไม่ใช่ไม่มีนะคะ ช่วงไหนหนาวก็ใส่ตามนั้น ช่วงไหนร้อนก็ใส่ตามนั้นค่ะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นจนชินอากาศ สองแบบที่ว่าก็จะไม่ได้โดดกันมากนักค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นการแต่งตัวโดดแยกออกมาเลย มักเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า

อ้อ เน้นก่อนนะคะว่า ข้อมูลทั้งหมดในนี้อ้างอิงจากอากาศของโตเกียวค่ะ เป็นประสบการณ์ของเราล้วนๆที่สังเกตสังกามาได้ อาจผิดหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะคะ ที่เขียนไว้เป็นอากาศและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นแต่เอาเข้าจริงแต่ละปีก็มีอากาศแปรปรวนไม่เหมือนกัน อาจไม่หนาวเท่าที่ควร หรือหนาวกว่าปกติก็ได้ค่ะ (แต่ถ้าเน้นแต่งตามแฟชั่นสาวญี่ปุ่นล่ะก็ อากาศไม่เกี่ยวค่ะ ดูกันที่เดือนเป็นหลัก)



กันยายน


++++ อากาศ ++++

และแล้วเดือนที่ร้อนที่สุดของปีก็ผ่านไปแล้ว แต่เดือนกันยาก็น่าจะนับเป็นหน้าร้อนอยู่ได้นะคะ ก็เพิ่งผ่านร้อนสุดไปหยกๆจะให้มันเย็นขึ้นปุบปับคงไม่ได้ โดยทั่วไปอากาศก็ยังร้อนอยู่ล่ะค่ะ แต่ในความรู้สึกเราพอผ่านสิงหามาได้ก็พลอยจะรู้สึกว่าหน้าร้อนมันผ่านไปแล้วนะ ต่อไปอากาศจะค่อยๆเย็นขึ้นแล้วอะไรทำนองนี้ ถึงบางช่วงจะแดดร้อนจี๋แต่ก็ยังไม่ชื้นหนิดหนึบตัวเท่าช่วงสิงหา

ยังไงก็ตามเดือนนี้ถือว่าเป็นช่วงเดือนรอยต่อระหว่างร้อนกับ(ใบไม้)ร่วงค่ะ รู้ๆกันว่าเดือนรอยต่อพวกนี้เสี่ยงต่ออากาศแปรปรวนได้ง่าย สัปดาห์นี้อาจจะเย็นสบ๊ายสบาย(แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องเอาเสื้อนอกแขนยาวมาใส่ทับนะคะ)อากาศแบบใบไม้ร่วงตอนต้นเต็มสูบ แต่สัปดาห์ต่อมาอาจพลิกกลับ 180 องศาร้อนตับแล่บเหมือนเมื่อตอนสิงหาได้ ยังไงก็ระวังๆกันด้วยนะคะอย่าจัด(เสื้อผ้า)หนักไปทางร้อนสุดๆ หรือ(ใบไม้)ร่วงเต็มที่มาในเดือนนี้จะดีกว่าค่ะ เอาแบบกลางๆค่อนไปทางร้อนหน่อยดีกว่าค่ะ เพราะถึงจะเย็นเดือนนี้ก็ยังไม่เย็นมากแค่พอว่ากำลังเดินเล่นได้ชิวๆไม่ร้อนไม่หนาว

ทิ้งท้ายว่าเดือนกันยาเป็นเดือนมรสุมนะคะ พายุจะพัดผ่านญี่ปุ่นหลายลูกมากในเดือนนี้ อย่างปี 2011 นี้พายุหมายเลข 12 ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก ขนาดว่าสิ่งก่อสร้างพัง คนเสียชีวิตกันหลายรายในพื้นที่ที่พายุผ่าน(แต่โตเกียวแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย) แต่ทั้งนี้ผลของพายุมันไม่ครอบคลุมทั้งประเทศค่ะ ก็เช็คกันล่วงหน้าดีๆนะคะว่าตอนที่เราจะไป ที่ตรงนั้นมีพายุใหญ่อะไรเข้าหรือเปล่า ถ้าเช็คแล้วอาการไม่ดีที่นั่นเพิ่งเจอน้ำท่วมใหญ่ไป สิ่งก่อสร้างสะพานยังพังอยู่เลยก็จะได้เปลี่ยนแพลนไปที่อื่นได้ทันค่ะ (แต่พายุบางลูกก็แทบไม่ก่อความเสียหายอะไรนะคะ แค่ฝนตกหนักบ้างเบาบ้างแล้วก็ผ่านไป)

++++ เดือนนี้มีอะไรน่าสนใจ ++++

เดือนนี้นึกเหตุการณ์อะไรพิเศษไม่ออกค่ะ เซลล์ก็ไม่มีเสื้อผ้าที่ขายผลัดเป็นใบไม้ร่วงหมดแล้ว ดอกไม้ไฟก็ไม่มีอีก ... อืม เอาเป็นว่าเดือนนี้กลางๆละกันค่ะ อากาศผลัดๆไม่แน่นอนระหว่างร้อนมากกับร้อนน้อยพอเย็นสบาย

แต่เดือน กย นี้เด็กๆเค้าเปิดเทอมแล้วค่ะ เหล่าเด็กอนุบาล ประถม มัธยม กลับเข้าโรงเรียนกันแล้ว มีก็แต่มหาลัยที่คลาสเรียนจะเริ่มตอน ตค ไปเลยทีเดียว (แต่สำหรับนักเรียนวิจัยมีปิดเทอมก็เหมือนไม่มีค่ะ ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่) ดังนั้นตามสถานที่เที่ยวต่างๆคนก็จะน้อยลง ไปเที่ยววันธรรมดาได้โดยไม่ต้องไปเบียดหรือแย่งเด็กๆเค้าเล่นได้ค่ะ ^^

++++ การแต่งตัว ++++

อย่างที่บอกว่าอากาศโดยทั่วไปยังร้อนอยู่(โดยเฉพาะครึ่งแรกของเดือน) แต่ก็อย่างที่เคยบอก(บอกไว้ตรงไหนจำไม่ได้แล้ว)อีกล่ะค่ะว่าสาวญี่ปุ่นเค้าไม่ได้แต่งตัวให้เข้ากับอากาศ แต่เค้าแต่งเข้ากับฤดูกาล เข้าเดือนกันยาปุ๊บต่อให้ยังร้อนอยู่ก็เถอะค่ะ เค้าเปลี่ยนใส่แฟชั่นหน้าใบไม้ร่วงรอกันแล้ว ช่วงต่อฤดูนี่พูดยากอยู่เหมือนกันว่าแต่งตัวแบบไหน มันกึ่งๆอยู่สองฤดู คือ โดยเดือน(หรือโดยแฟชั่น)มันอาจเป็นอีกฤดูแล้ว แต่โดยอากาศมันยังเป็นฤดูก่อนหน้านั้นอยู่น่ะค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จากหน้าร้อนมาหมาดๆ ก็คงไม่ถึงกับเปลี่ยนมาใส่แบบหน้าหนาวหรือแขนยาวแบบใบไม้ร่วงเต็มตัวกันปุบปับ (ก็เหมือนตอนช่วงเปลี่ยนจากหนาวจะเข้าใบไม้ผลิ ก็ต้องค่อยๆกั๊กกันหน่อยเพิ่มหรือลดเครื่องแต่งตัวกันทีละชั้น)

การแต่งกายดูกึ่งร้อน กึ่ง(ใบไม้)ร่วง หลักๆก็ยังใส่แขนสั้น หรือขาสั้นอะไรพวกนี้ได้อยู่เหมือนตอนหน้าร้อน(โดยเฉพาะช่วงครึ่งเดือนแรก) ยังแต่งตัวลักษณะเห็นผิวกันอยู่เปิดผิวช่วงคอ ช่วงแขน ช่วงขา ยังไม่ปิดคอปิดขาปิดโน่นนี่กันให้วุ่น แต่พร็อบอย่างอื่นที่เสริมมาก็ทำให้ดูต่างจากตอนหน้าร้อนไปอีกหน่อย เช่น พวกเสื้อนอกหรือแจ๊กเก็ตแขนสั้น ที่มีใส่ไว้สวยๆไปงั้นล่ะกันหนาวไม่ได้หรอก(ก็อากาศยังค่อนไปทางร้อนอยู่เลย)

อีกอย่างที่จะดูเปลี่ยนไปจากหน้าร้อน คือ เนื้อผ้า โทนสี และลายที่ใช้ จะเป็นในลักษณะที่เตรียมรับใบไม้ร่วงแล้วค่ะ เนื้อผ้าที่ใช้จะเริ่มดูหนาขึ้น(เรียกไม่ถูกอ่ะค่ะว่าผ้าอะไร) พวกผ้าลูกฟูก หรือผ้าอะไรที่จับไปแล้วหนาๆนิ่มๆมีขนๆทั้งหลายแหล่ะนี่ใช่เลยค่ะ ลวดลายก็ตามแบบใบไม้ร่วง พวกลายสก็อตเป็นหลักที่เห็นอินได้ทุกปีค่ะ โทนก็เน้นทะมึนเข้าไว้ ดำน้ำตาลอะไรก็ว่าไปค่ะ พวกสีฉูดฉาดจะน้อยลงแล้ว (แต่ก็แล้วแต่ปีด้วยนะคะ ว่าปีนั้นสีอะไรอินกัน)

ข่าวดีสำหรับคนที่อยากใส่รองเท้าบู๊ต พอเข้าเดือนกันยามาปุ๊บถ้าอยากใส่จริงๆก็สามารถใส่ได้เลยค่ะ(บู๊ตบุสำลีหรือขนๆด้านในก็เห็นคนใส่ค่ะ) ไม่ดูแปลกประหลาดอะไร (แต่คนใส่อาจต้องทนอับหรือทนร้อนเอาเองหน่อยนะคะ) สำหรับสาวญี่ปุ่นพอเข้ากันยาคงเหมือนเข้าใบไม้ร่วงแล้ว(มั้ง) เห็นบู๊ตเดินกันทั่วไปตามถนนตั้งแต่ต้นเดือนเลย คุยกับคนขายเสื้อผ้า(ในอาทิตย์แรกของเดือน)เค้าก็บอกว่า อู๊ย เดือนกันยาแล้วใส่บู๊ตได้เลยค่าเนี่ยเค้าก็ใส่ (แบบบุนวมๆนิ่มๆซะด้วย นึกอยู่ว่าตอนถอดเหม็นแย่เลยมั้งเนี่ย)

แต่ที่เห็นก็จะใส่แบบบู๊ตแต่ไม่ได้ใส่ถุงเท้ายาวกันเท่าไหร่ อย่างว่าว่ายังกั๊กอยู่ค่ะ บู๊ตก็จริงแต่ก็ยังเผยผิวที่ขาอยู่ไม่เอาถุงเท้ายาวๆหนาๆไปปิดให้ทึบจนเกินไป

โดยสรุปแล้วเดือนนี้ก็กึ่งร้อนกึ่ง(ใบไม้)ร่วงนะคะ สำหรับเราแล้วก็ชอบอยู่เป็นการส่วนตัวเหมือนกัน เพราะยังไม่ต้องพันโน่นนี่ ใส่เสื้อทีละสี่ห้าชั้นให้ยุ่งยาก ยังใส่บางใส่แขนสั้นและน้อยชิ้นได้อยู่ แต่สามารถมา mix กับรองเท้าบู๊ตสุดที่เลิฟได้ ช่วยพรางขาสั้นๆไปได้โขเลยค่ะ ^_^

อ้อ เดือนนี้แทบไม่เหลือเซลแล้วนะคะ ที่เหลือๆก็คงแบบเหลือจริงๆน่ะค่ะ เสื้อผ้าสวยๆที่ออกใหม่ราคาเต็มหมดแล้วล่ะค่ะ




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2555    
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 12:34:12 น.
Counter : 37845 Pageviews.  

สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

==========================================


ปล. เนื่องจากบล็อคยาวมากเปิดอ่านในไอโฟนแล้วโหลดแทบไม่ขึ้นเลย เลยจัดการแยกเป็นหลายๆบล็อค บล็อคนึงเขียนแค่ 1-2 เดือนก็พอ ถ้าอยากไปดูของเดือนอื่นๆเลือกคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ

1. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
6. มิถุนายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
7. กรกฏาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
8. สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
9. กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
10. ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
11. พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
12. ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

-------------------------------------

เท่าที่อ่านบอร์ดมาจนบัดนี้ ปัญหาที่สาวๆหนุ่มๆที่ไม่อยากล้าสมัยแม้เวลามาเที่ยวกังวลกันมาก จนมาตั้งกระทู้ถามกันบ่อยๆก็คือว่า "จะมาเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ XX อากาศเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวยังไงดี"

จริงๆอุตส่าห์มาเที่ยวก็อยากแนะนำให้แต่งสบายๆ รองเท้าผ้าใบมานะคะเพราะที่นี่เดินเยอะจริงๆ ถ้ารองเท้าเดินลำบากหรือปล่อยให้หนาวเกินไปจะพลอยไม่สบาย เที่ยวไม่สนุกเอาได้ เพราะเวลาหนาวมันหนาวทรมานจริงๆ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจว่าหนาวตายมันจะเป็นไปได้ยังไง มาอยู่ประเทศหนาวแล้วถึงเข้าใจว่า หนาวตายนี่มันเป็นไปได้จริงๆ

และเรายังยืนยันคำเดิมว่า ถ้าอยากอินให้มาซื้อเอาที่นี่ดีที่สุดค่ะ เราเคยเอามาจากไทย ไม่ว่ามันจะดูกิ๊บเก๋ที่ไหนตอนอยู่ไทยพอมาอยู่นี่มันเอ้าท์ทันทีเลย ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงด้วยแล้ว

แต่ก็นะ เรื่องความสวยความงาม เข้าใครออกใครที่ไหนกัน บล็อคนี้ก็จะรวมๆ เทรนด์หลักๆทั่วไปในแต่ละช่วงเดือนไว้ให้นะคะ แต่ที่บอกคงไม่เป๊ะๆนะคะ เพราะที่นี่แฟชั่นเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยอยู่ตลอด ปีก่อนฮิต trench coat ลูกฟูกกระดุมทองๆใหญ่ๆ มาปีนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นๆอีก แต่ก็พอมีแบบหลักๆคลาสสิคที่ใช้ได้เรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน

ก่อนอื่นอยากให้ไปอ่านบล็อค แรกเริ่มควรรู้ก่อนเตรียมเสื้อผ้ามาญี่ปุ่น ก่อนนะคะ บางอย่างก็เขียนรวมๆไว้ในส่วนนั้นแล้ว

ถ้าอยากรู้ที่อินๆเป๊ะๆก็ลองดูได้ที่เว็บ //www.style-arena.jp/ จะเป็นภาพอัพเดตของ street fashion ตามย่านแฟชั่นปัจจุบันเลย อาจดูว่าเว่อร์ แต่คนที่นี่แต่งอย่างนี้จริงๆค่ะ ชุดเดรสเดินช้อปปิ้งที่นี่ เอาไปใส่ไปงานแต่งงานที่ไทยได้เลย

อีกอย่างที่อยากบอกคือ ที่เราเขียนนี้เราอิงจากคนที่เน้นว่าตามแฟชั่นนะคะ แต่เอาเข้าจริงที่ญี่ปุ่นก็มีทั้งคนที่แต่งตามแฟชั่นเป็นหลัก และคนที่แต่งตามอากาศเป็นหลักค่ะ สาวที่ตามแฟชั่น ก็มักแต่งตามเดือนและฤดู เข้าเดือนไหนปุ๊บก็เปลี่ยนทันที แม้ว่าจริงๆจะยังร้อนหรือหนาวอยู่ ก็ทนๆไปค่ะ

แต่คนที่แต่งตัวตามอากาศจริงก็ไม่ใช่ไม่มีนะคะ ช่วงไหนหนาวก็ใส่ตามนั้น ช่วงไหนร้อนก็ใส่ตามนั้นค่ะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นจนชินอากาศ สองแบบที่ว่าก็จะไม่ได้โดดกันมากนักค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นการแต่งตัวโดดแยกออกมาเลย มักเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า

อ้อ เน้นก่อนนะคะว่า ข้อมูลทั้งหมดในนี้อ้างอิงจากอากาศของโตเกียวค่ะ เป็นประสบการณ์ของเราล้วนๆที่สังเกตสังกามาได้ อาจผิดหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะคะ ที่เขียนไว้เป็นอากาศและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นแต่เอาเข้าจริงแต่ละปีก็มีอากาศแปรปรวนไม่เหมือนกัน อาจไม่หนาวเท่าที่ควร หรือหนาวกว่าปกติก็ได้ค่ะ (แต่ถ้าเน้นแต่งตามแฟชั่นสาวญี่ปุ่นล่ะก็ อากาศไม่เกี่ยวค่ะ ดูกันที่เดือนเป็นหลัก)



สิงหาคม


++++ อากาศ ++++

สำหรับสิงหานี้เบื้องต้นให้คาดเดาไว้เลยว่าจะเจออากาศที่ร้อนมากๆค่ะ โดยทั่วไปคนญี่ปุ่นจะพูดกันว่าสิงหาคือเดือนที่ร้อนที่สุดของปี แต่เนื่องจากแต่ละปีไม่เหมือนกันบางปีเราก็ว่า กค ออกจะร้อนกว่า สค อีกค่ะ แต่ขอสรุปตามคนญี่ปุ่นไว้ก่อนว่า สิงหา = ร้อนสุดๆ สถิติวันที่ร้อนพีคที่สุดของปีส่วนใหญ่มักวัดได้ในเดือน สค นี้ล่ะค่ะ ช่วงไหนร้อนๆอุณหภูมิต่ำสุดของวันก็เกือบ 30 องศาเข้าไปแล้ว ส่วนสูงสุดก็ 3X องศาค่ะ (อันนี้คืออุณหภูมิตามพยากรณ์อากาศ แต่ถ้าเอาเทอโมมิเตอร์มือถือไปวัดเองกลางแดด เห็นวัดกันได้ 4X องศาแน่ะค่ะ )

ถึงพวกเราจะมาจากประเทศร้อนแบบไทยก็อย่าย่ามใจไปนะคะ อย่าลืมว่าที่ญี่ปุ่นใช้ชีวิตกับการเดินกันเยอะ แค่เดินไปกลับสถานีรถไฟก็เหงื่อโชกได้ทั้งตัวแล้วล่ะค่ะ ร้อนแบบญี่ปุ่นนี่ร้อนแทบละลาย แดดแรงแจ๋มากๆ ผิวตรงไหนไม่ทากันแดดไม่กี่วันก็ดำขึ้นแบบมองเห็นได้เลยค่ะ(บางทีไม่ทากันแดดวันเดียวมือก็ดำกลับมาแล้ว)

ที่สำคัญที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ร้อนแห้ง แต่เป็นร้อนชื้นค่ะ ความชื้นในอากาศจะสูงมากทำให้เหงื่อเรา(ที่บางทีไหลออกมาทั่วทั้งตัวหยั่งกะน้ำตก)ระเหยไปไหนไม่ได้ ไหลมาแล้วก็ติดหนึบเหนียวอยู่ทั่วตัวเรานี่ล่ะค่ะ(หน้าร้อนญี่ปุ่นนี่อยากอาบน้ำวันละสามหน) ที่แย่กว่าคือร้อนชื้นนี่แปลว่าต่อให้เรายืนในร่มหลบแดด กางร่มบังแดด ก็ไม่ช่วยให้เราหนีร้อนได้ค่ะ ยังร้อนอีดอัดเหนียวตัวอยู่ดี (ร้อนที่ไทยส่วนใหญ่จะเป็นร้อนแห้ง ถ้าหลบแดดออกมาใต้ร่มซะก็รู้สึกโปร่งๆสบายตัวกว่านะคะในความคิดของเรา)

ช่วงเดือนนี้นอกจากค่าตั๋วเครื่องบินจะราคาแพง ที่เที่ยวที่ไหนในญี่ปุ่นก็คนเยอะเด็กเยอะ เหตุเพราะเดือนนี้เป็นปิดเทอมฤดูร้อนค่ะ ตั้งแต่เด็กเล็กถึงเด็กโตโรงเรียนปิดเทอมกันหมด(อาจยกเว้นนักเรียนวิจัย) โดยเฉพาะช่วงวันที่ 13-15 เป็นวันหยุด Obon (กลับไปเยี่ยมญาติและไหว้บรรพบุรุษที่บ้านเกิด)ของญี่ปุ่นค่ะ วันหยุดนี้ไม่มีเขียนในปฏิทินญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ แต่รู้กันว่าเป็นหนึ่งในวันหยุดสำคัญของที่นี่ ... ระยะเวลาหยุดต่างกันไปตามแต่โรงเรียนและหน่วยงาน อย่างที่มหาลัยเราเห็นคนหายกลายเป็นมหาลัยร้างไปตั้งแต่ก่อน 13-15 เหมือนกับหยุดยาวทีเดียวไปเป็นอาทิตย์เลยน่ะค่ะ แต่บางบริษัทก็เห็นว่าหยุดเฉพาะ 13-15 หรือบางที่ไม่หยุดก็มี(ไปชดเชยให้ทีหลังแทน) ... ให้ประมาณๆว่าช่วงอาทิตย์ที่สองของ สค นั่นล่ะค่ะที่เป็นช่วงหยุดยาว high season ของที่นี่

Obon เป็นหนึ่งในช่วงพีค High season ของการเดินทางในญี่ปุ่นไม่แพ้ช่วง Golden week (ปลาย เมย ถึงต้น พค)เลยค่ะ การคมนาคมทุกอย่างทั้งที่วิ่งในประเทศและออกนอกประเทศแน่นเต็มเอี๊ยดหมด(ยาวเลยไปถึงประมาณสักวันที่ 17-18 แล้วแต่แต่ละปีด้วยนะคะ) ไม่ว่าจะรถยนต์ รถไฟ ชินคันเซน เครื่องบิน แม้แต่การเดินทางทางเรือก็แน่นค่ะ ถ้าใครคิดจะมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้ไม่แนะนำนะคะ นอกจากที่พักจะแพงและหายาก(อากาศก็ร้อนเกือบทั่วประเทศ) ยังต้องไปยื้อแย่งที่นั่งตั๋วรถไฟและเครื่องบินกับคนญี่ปุ่นเค้าอีก ดูในข่าวรถติดยาวเฟื้อย ชินคันเซนตั๋ว reserved seat เต็มหมดทุกที่นั่ง ส่วนแบบ unreserved seat ปริมาณคนใช้ก็พุ่งไปเกิน 100%(ที่เกิน 100% ก็ต้องยืนในชินคันเซนไป)

นอกจากนั้นช่วงเดือนร้อนๆอย่างนี้ให้ระวัง 熱重症 ねつじゅうしょう (Netsujusho) ด้วยนะคะ ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไรดี แต่ประมาณพวกเป็นลมแดด หรืออาการอื่นๆที่เกิดจากการเจออากาศที่ร้อนเกินไปน่ะค่ะ ... ทุกปีที่ญี่ปุ่นมีรายงานคนโดนหามเข้า รพ หรือ เสียชีวิตจากอากาศร้อน ยิ่งตั้งแต่ มีค 2011 ที่เกิดเหตุโรงไฟฟ้าขึ้นต้องช่วยกันประหยัดไฟด้วย ... รณรงค์ใช้พัดลมแทนแอร์หรือเปิดแอร์ไม่ต่ำกว่า 28 องศา ดูข่าวคนญี่ปุ่นบางคนก็ร่วมมืออย่างดีไม่เปิดแอร์จนโดนหามส่ง รพ ไปก็หลายคนค่ะ(โดยเฉพาะผู้สูงอายุ)

อากาศร้อนชื้นมากๆ อีกสิ่งที่ต้องระวังคือฝนตกหนักกะทันหันนะคะ อันนี้ไม่ใช่ฝนจากพายุหรืออะไร แต่เพราะอากาศร้อนมากและชื้นมาก น้ำระเหยกลายเป็นไอเยอะมากๆเข้า บางทีเดินๆอยู่ทั้งที่แดดก็ออกเปรี้ยงแต่ฝนก็ตกได้เฉยเลยค่ะ(คล้ายๆฝนไล่ช้าง ตกซู่มาไม่ใช่เบาๆ แต่ไม่นานนักก็หยุดค่ะ) ถือร่มกันแดดก็ดีอย่างว่ากันได้ทั้งแดดและฝนในคราวเดียวกันนะคะ ^^

เดือนร้อนๆแถมปิดเทอมอย่างนี้ คนญี่ปุ่นหนีร้อนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะค่ะ หรือ ถ้าเที่ยวในประเทศ(ซึ่งบางทีก็แพงกว่าไปเที่ยวต่างประเทศอีก)ที่ฮิตๆก็ขึ้นเหนือไปหาที่เย็นกว่าแถบฮอกไกโด ไม่ก็ลงใต้ไปทางโอกินาว่าให้ร้อนกันสุดๆไปเลยค่ะ อีกสถานที่ที่ควรเลี่ยงในหน้าร้อนถ้าไม่อยากเจอคนมหาศาลคือพวกสวนน้ำ สระว่ายน้ำ หรือ ทะเลต่างๆค่ะ ที่เคยอ่านในโดราเอมอนว่าหน้าร้อนคนเต็มสระเหมือนหนอนยังไง ของจริงก็ยังงั้นเลยค่ะ คนเขียนเค้าไม่ได้โม้เกินจริงเลย

++++ เดือนนี้มีอะไรน่าสนใจ ++++

ในปีก่อนๆ(ก่อนปี 2011)เดือน สค นี้ 花火(ฮานาบิ-เทศกาลชมดอกไม้ไฟ) ก็ยังพอมีเหลือค่ะ (รายละเอียดดูในเดือน กค นะคะ) แต่สักกลางเดือนมาแถบคันโต (แถบๆโตเกียวและใกล้เคียง) ก็แทบไม่เหลืองานดอกไม้ไฟแล้ว แต่มาปี 2011 หลังเหตุแผ่นดินไหวและมาตรการประหยัดไฟ งานดอกไม้ไฟหลายงานก็ยกเลิกไป ที่เหลือจัดอยู่เราก็เห็นเลื่อนมาเดือนนึงจัดกันเดือน สค เป็นส่วนใหญ่แทนค่ะ ถามคนญี่ปุ่นเค้าเดาว่าอาจเพราะเตรียมตัวไม่ทันเลยเลื่อนมาเดือนนึง เพราะตอนแรกที่เกิดเรื่องใหม่ๆคิดกันว่าจะยกเลิกพวกงานรื่นเริงพวกนี้ไปค่ะ เพิ่งมาเปลี่ยนจัดทีหลังอีกที (แต่พอเข้าปี 2012 อะไรๆเริ่มอยู่ตัวแล้ว ก็เห็นงานดอกไม้ไฟต่างๆกลับมาจัดกันเป็นปกติเหมือนเดิมแล้วนะคะ)

แต่ที่เห็นยังเหมือนๆกันทุกปีคือช่วงเดือน สค นี้ยูกาตะลดราคากันเป็นว่าเล่นเลยค่ะ ไปห้างไหนร้านไหนก็เห็นขายยูกาตะและเครื่องประดับชุดยูกาตะลดราคา ถ้าอยากลองใส่สักครั้งซื้อตอนช่วงนี้ก็ดีนะคะลดเยอะดี วันไหนมีงานดอกไม้ไฟใส่ได้เลยเพราะจะเจอเพื่อนใส่ด้วยกันทั่วไปตามท้องถนนเลยค่ะ

เสื้อผ้าหน้าร้อน(ที่เหลือๆจากเดือนก่อน)ก็ยังเซลต่อไปค่ะ แต่ซาลงเยอะแล้ว มีแต่แบบที่เหลือๆเห็นจนเบื่อ เริ่มแขวนหลบมุมร้านเอาพื้นที่ไปลงให้เสื้อผ้าใบไม้ร่วงออกใหม่ๆ(ไม่ลดราคา)แทน ป้ายเซลตามห้างร้านก็จะพยายามตอกย้ำว่าเป็นเซลสุดท้ายท้ายสุดแล้วนะ จะ Final sale, Last sale, Clearance sale หรืออะไรก็ว่าไปค่ะ

++++ การแต่งตัว ++++

ส่วนใหญ่ก็ยังคล้ายๆกับที่เขียนไว้ในเดือน กค นะคะ เพราะยังร้อนอยู่(แถมร้อนกว่าเดิมด้วย) เสื้อผ้าหน้าร้อนก็ยังเซลอยู่ แต่สักกลางๆเดือนก็แบบว่าจวนไปเต็มที ไอ้แบบที่สวยๆดีๆก็มักหมดๆไปแล้วตั้งแต่เดือนก่อน(ลงปุ๊ปหมดเลย) ที่ยังเหลือก็ยังเซลต่อไปได้เรื่อยๆล่ะค่ะ แต่ถ้าคนที่ดูมาตั้งแต่เดือนก่อนก็จะเบื่อแล้ว เพราะไม่ค่อยมีแบบใหม่มาเซลล์มีแต่แบบเดิมเดิ๊มเดิม

แต่ถ้าไปดูตามห้าง เสื้อผ้าจะผลัดเข้าแฟชั่นใบไม้ร่วงตั้งแต่ต้นเดือนแล้วนะคะ แต่พวกนี้คือไม่เซลล์อ่ะค่ะ สังเกตง่ายๆว่าเข้าใบไม้ร่วงแล้วคือ
- หนึ่ง รองเท้าใหม่ๆที่ออกมาเป็นรองเท้าบู๊ตทั้งแถบมาเลย ไม่ก็พวกรองเท้าที่หุ้มปิดเท้ามิดชิด
- สอง คือ อะไรขนๆนี่จะเยอะค่ะ ตั้งแต่รองเท้าขนๆบุนวมๆ เสื้อแจ๊กเก็ตขนๆ บลาๆๆ
- สาม คือ พวกเสื้อผ้าลายสก๊อต จะเกลื่อนกลาดมากๆเห็นสก๊อตทุกปี พอเข้าใบไม้ร่วงและหน้าหนาว แต่คนไทยระวังนิดนะคะ เพราะเราเคยชินกับลายผ้าขาวม้าอยู่แล้ว เลือกลายสก๊อตไม่ดี ไปใส่ที่ไทยอาจโดนสงสัยว่าเอาผ้าขาวม้ามาตัดเสื้อได้

เอ้อ แต่ไอ้คอลเลคชั่นใบไม้ร่วงที่ว่ามาด้านบนนี่ ยังไม่(ค่อย)ใส่กันเดือนนี้นะคะ รออีกนิดค่ะ เดือนหน้าถึงจะเริ่มใส่ได้ (จริงๆเดือนหน้าก็ยังร้อน แต่ถ้าอยากใส่ก็ยังใส่ได้ค่ะ ถือว่าปลายหน้าร้อนแล้ว)

สรุปว่าเดือนนี้ร้อนมากๆค่ะ กันแดดเอา SPF50 แบบแรงสุดมาเลยนะคะ(ร่มด้วยจะดีมาก) แต่งตัวแบบหน้าร้อนตามที่บอกไว้เดือน กค เลยหรือถ้ากลัวดำก็ใส่แขนยาวขายาวปิดให้หมดค่ะ(ที่ญี่ปุ่นมีขายปลอกแขนไว้ใส่กันแขนดำ) เรื่องเซลเสื้อผ้าหน้าร้อนผ่านกลางๆเดือนนี้ไป ก็ใกล้หมดแล้วล่ะค่ะ เตรียมตัวรับแฟชั่นใบไม้ร่วงเต็มที่ได้เลย(แต่ราคาเต็มไม่มีลดนะคะ)





 

Create Date : 07 ตุลาคม 2555    
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 12:53:15 น.
Counter : 44030 Pageviews.  

1  2  3  

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.