คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
มิถุนายน 2567
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
space
space
13 มิถุนายน 2567
space
space
space

บันทึกทวาทศมาส ประจำปี 2566 ตอนที่ 3
  บันทึกทวาทศมาส ประจำปี 2566 ตอนที่ 3  ก.ค.- ก.ย. 

การบันทึกทวาทศมาส  ก็มาถึง ตอนที่ 3 แล้วค่ะ จะเป็นการเล่าบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค.ไปถึง เดือน ก.ย. ค่ะ 
มาเริ่มกันที่เดือน ก.ค. เลย ค่ะ 
         1  ก.ค. วันนี้ดีใจที่จะได้ไปเที่ยวอยุธยา  โดยเพชรและนงลักษณ์ ลูกศิษย์ เขาว่าจ้างรถตู้
จะไปเที่ยวไหว้พระวัดต่าง ๆ ที่อยุธยา  โดยนัด
วีรสันต์และดำรงเจอกันที่วัดพนัญเชิง  ไหว้พระเสร็จ  จะมีการกินข้าวมื้อเที่ยง 
(ซึ่งกว่าจะได้กินจริง ๆ ก็น่าจะบ่ายสองมั้ง
  เพราะมารับฉันตอน 10 โมง  นั่นเอง มาชมรูปของเรา ค่ะ 



 




จุดนี้  ถือเป็นจุดไฮไลท์ของอยุธยาแห่งหนึ่ง นักท่องเที่ยวมาชม มากมาย  ค่ะ 









เรากินข้าวมื้อเที่ยง  (น่าจะเกือบบ่ายสอง)  ร้านนี้อาหารอร่อย ใช้ได้ทีเดียว ค่ะ 





กุ้งแม่น้ำ  5 คน  คนละตัว  ตัวละ 300 บาท  แพงมาก ค่ะ 



ต้มยำกุ้ง หมึก รสชาติ อร่อย ใช้ได้ ค่ะ 













2 ก.ค. 66 มีอีกหนึ่งเรื่องน่ายินดี เมื่อ“พลายศักดิ์สุรินทร์” เดินทางกลับประเทศไทย หลังจากถูกส่งไป
เป็นทูตสันถวไมตรีที่ศรีลังกาตั้งแต่ 22 ปีก่อน ซึ่งภายหลังพบว่า
มีชีวิตที่ตกระกำลำบาก ไม่ได้รับการดูจนเจ็บป่วยร่างกายทรุดโทรม ก่อนหลายฝ่ายร่วมกันผลักดัน
ทวงคืนพลายศักดิ์สุรินทร์กลับคืนสู่บ้านเกิด พร้อมนำมารักษาตัว
เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทยอีกครั้ง
     
ช้างเป็นสัตว์ที่ไทยเราถือว่า เป็นสัตว์ที่ฉลาด  ใช้งานได้ เช่น ลากซุง ออกรบ  สอนการแสดงต่าง ๆ
ก็สามารถแสดงได้ดี เช่น เล่น เต๊ะบอล  ยกเท้าแสดงความเคารพ เป็นต้น 
ช้างจึงเป็นที่รักของมนุษย์เรา  ในเมืองไทยเรา ก็รักช้าง มีการอนุรักษ์ช้าง  ตั้ง ร.พ.ช้าง  มีการส่งช้าง
ไปเป็นทูตสันถวไมตรี  เช่น พลายศักดิ์สุรินทร์ เป็นทูตสันถวไมตรี
ที่ประเทศศรีลังกา เป็นต้น  
             พลายศักดิ์สุรินทร์ เป็นช้างที่มีคชลักษณ์โดดเด่นตรงตามความต้องการของศรีลังกาเพื่อใช้ในงาน
แห่พระธาตุเขี้ยวแก้ว  ในปี  พ.ศ. 2544 ประเทศศรีลังกา  ได้ขอลูกช้าง
จากประเทศไทย เพื่อนำไปฝึกใช้ในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในงานแห่พระธาตุเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของศรีลังกา 
ที่มีการจัดอย่างต่อเนื่องมากว่า 270 ปี ซึ่งหลังจากถูกส่งไปอยู่ศรีลังการัฐบาลศรีลังกาได้
โอนกรรมสิทธิ์ช้างเชือกนี้ให้กับ “วัดคันเดวิหาร” (Kande Vihara) 
เป็นผู้รับช่วงดูแลต่อ เพื่อให้ทำหน้าที่ในขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุในงานแห่พระธาตุ
ประจำปีของศรีลังกา ซึ่งมีเฉลี่ย 30 ครั้งต่อปี

            สำหรับพลายศักดิ์สุรินทร์เป็นช้างเชือกที่ 3 ที่ถูกส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรีที่ศรีลังกา
พลายเชือกนี้เป็น “ช้างเลี้ยง” (ไม่ใช่ช้างป่า) ที่เดิมสมัยอยู่เมืองไทย
 มีนาย “ทองสุก มะลิงาม” ควาญช้างไทยเป็นเจ้าของผู้ดูแล
            พลายศักดิ์สุรินทร์เดินทางจากเมืองไทยไปอยู่ที่ประเทศศรีลังกาตั้งแต่เป็นลูกช้างอายุไม่ถึง
10 ปี  จนวันนี้มีอายุราว 30 ปี ถือเป็นช้างที่มีงาสวยงามและอยู่ในวัย
เจริญพันธุ์  ซึ่งหลังจากเดินทางไปศรีลังกาได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “มธุราชา”(Muthu Raja)
           เรื่องราวของพลายศักดิ์สุรินทร์หลังจากเดินทางไปอยู่ศรีลังกา
ได้หายไปจากการรับรู้ของคนไทยนานนับ 10 ปี  จนกระทั่ง 2565 องค์กร “Rally for Animal
Rights & Environment” (RARE) ซึ่งเป็นองค์การ
ด้านการพิทักษ์สิทธิสัตว์ในศรีลังกา ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้แรงงานพลายศักดิ์สุรินทร์
ที่ค่อนข้างหนักว่าช้างเชือกนี้ไม่ได้รับการดูแล ถูกล่ามโซ่
มีสภาพผอมโซ มีบาดแผลฝีที่สะโพก และขาบาดเจ็บ ควรได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน
        หลังจากนั้นเรื่องราวของพลายศักดิ์สุรินทร์ได้กลายมาเป็นที่สนใจ
ของสื่อมวลชนและคนไทยในวงกว้าง โดยในเดือน ส.ค. 65 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม (ทส.)ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของ
พลายศักดิ์สุรินทร์ เดือน ก.ย.65 มีการส่งทีมสัตวแพทย์ไปตรวจสอบสุขภาพของพลายศักดิ์สุรินทร์
         ผลจากการตรวจสอบพบว่าพลายศักดิ์สุรินทร์มีปัญหาด้านสุขภาพจริง
ควรให้ช้างหยุดการทำงานและส่งตัวกลับมารักษาอาการป่วยที่ประเทศไทยโดยในเดือน
พ.ย.65 ได้มีการย้ายพลายศักดิ์สุรินทร์มาดูแลในเบื้องต้นที่
“สวนสัตว์แห่งชาติศรีลังกา” หรือ “สวนสัตว์เดฮิวาลา” (Dehiwala) กรุงโคลัมเบีย จากนั้น
ในเดือน ก.พ.66 รัฐบาลศรีลังกาเห็นชอบ ว่า
พลายศักดิ์สุรินทร์ควรได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมโดยเร่งด่วน และขอบคุณรัฐบาลไทย
ในความช่วยเหลือดูแลสุขภาพช้างโดยเห็นชอบให้
นำพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมามารักษาอาการเจ็บป่วยที่ประเทศไทย
         พลายศักดิ์สุรินทร์ เดินทางกลับสู่ประเทศไทย ณ สนามบินเชียงใหม่ ในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.
ของวันที่ 2 ก.ค. 66 จากนั้นจะมีการนำพลายศักดิ์สุรินทร์
ไปดูแลรักษาอาการป่วยที่ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ (ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย)
อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ในวันเดียวกัน  นับเป็นความโชคดีของ
พลายศักดิ์สุรินทร์ ที่ได้กลับมาประเทศไทย  ถิ่นเกิดของมัน ค่ะ   (เรียบเรียงจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต) 



 วันที่ 4 ก.ค. ถือว่า เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของการเมืองไทย  วันนี้มีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
และรองประธาน  ผลปรากฏว่า  ผู้ที่ได้นั่งเก้าอี้ประธานรัฐสภา  คือ 
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  จากพรรคประชาชาติ    รองประธานสภาฯ มี 2 คน  คือ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา
  คนที่ 1 พรรคก้าวไกล  นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน   พรรค  เพื่อไทย



นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา   ประธานรัฐสภา   พรรคประชาชาติ



นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 พรรคก้าวไกล
    


นายพิเชษฐ์  เชื้อเมืองพาน  รองประธานรัฐสภา คนที่ 2  พรรค เพื่อไทย

       วันที่ 9 ก.ค.  เยาว์เพื่อนรักส่งสะตอและลูกหยีจากปัตตานี มาให้ มีบัตรรถไฟฟ้าเหลือเงินตอนมากรุงเทศ
ไปดูแล้ว เหลือ 59 บาท แต่ว่าหมดอายุ ต้องเติมเงินเพิ่ม
จึงจะใช้เงินที่เหลือ 59 บาท เติมเงิน 100 บาท ก็รวมเป็น 159 บาท ก็ใช้ได้ ค่ะ 
















       วันที่ 12  ก.ค.  ลูกศิษย์ วลี  เขาอยากจะช่วยเหลือรุ่นน้องเขาที่ยากจน ขาดแคลนเสื้อผ้าชุดนักเรียน
  โทร.มาปรึกษาฉันว่า  เขาอยากจะทำบุญลักษณะนี้ โดยงบประมาณ
คนละ 1000 บาท ถ้าเหลือจากชุด ก็จะเป็นเงินสดให้เด็กที่ได้รับทุนเสื้อผ้าไป  ฉันก็ช่วยจัดการการให้ 
โดยให้ ครูเกรียงไกร ครูแนะนำช่วยหานักเรียนดังกล่าวตามจุดประสงค์ของ
ผู้ที่จะให้ทุนเรื่องเสื้อผ้า  แล้วนัดกับ ผอ.ราเมศน์  เพื่อที่จะเป็นเกียรติแก่ผู้ให้ทุน  เมื่อถึงเวลา  วลีกับไก่
 มารับฉันที่บ้าน ประมาณ 11 โมง  ไก่ หรือปรารถนาเป็นคนขับรถ เพราะวลี
ขับรถไม่เป็น  ผอ.และเกรียงไกร รอพวกเราอยู่แล้ว ทำการมอบที่ ห้องของ ผอ. 4 ทุน มี รองเปา
ให้อีก 2 ทุน เป็นระดับ ม.3 และ 6 ครบ 6 ระดับ ค่ะ 
       เมื่อเด็กนักเรียนที่คัดมาให้เรา  วลีและปรารถนา  มีการคุยและสัมภาษณ์เด็ก ๆ แล้วจึงมอบชุดนักเรียน
ที่น้องเกรียงไกรให้น้องกิ๊ก ติดต่อร้านเสื้อผ้า จัดตามไซด์เด็กที่เข้ารับทุน
ได้ราคาถูก  เพราะร้านนี้เป็นร้านที่มาขายเสื้อผ้านักเรียนให้ โรงเรียนเรา นั่นเอง  มาชมรูปพิธีมอบทุน  ค่ะ 

 







 



หลังมอบทุนมีการถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก ค่ะ 



ภาพนี้ เป็นเด็กทุน ม.3 และ ม. 6  ทุนจาก รองเปา  ค่ะ 

มอบทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุยกับ ผอ.อีกสักครู่  ก็ลากลับ ก่อนกลับ วลี ชวนไป
อาคารใน  อยากไปชมสถานที่
ที่เคยเรียนที่นี่ ค่ะ หลังจากนั้น จึงไปหาข้าวกลางวันกินกัน เพราะมัน
เลยเที่ยงไปแล้ว  จะไปกินที่ ร้านสบายใจไก่ย่าง ปรากฏว่า ไม่มีที่จอดรถ เลยต้องเปลี่ยนร้าน  ร้านใหม่
ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้แล้ว  มาชมรูปเรา ค่ะ 



รูปนี้ บริกรของร้านถ่ายให้ ค่ะ 












วันที่ 13 ก.ค. เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญทางการเมือง  คือ การโหวดนายกรัฐมนตรี คนที่ 30
ซึ่งต้องได้รับการโหวดจาก องคมนตรี  ตามรัฐธรรมนูญ 2560
ระบุชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรี จะต้องมาจากบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรค
ที่มีจำนวน ส.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
หรือกล่าวอย่างง่าย คือ เฉพาะพรรคที่มี ส.ส. มากกว่า 25 คนขึ้นไปในรัฐสภาเท่านั้นที่จะมีสิทธิ
เสนอชื่อได้ผู้ที่ได้รับเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี
จะต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
จึงจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวคือ หากมี ส.ส.
ครบเต็มสภา 500 คน และ ส.ว. 250 คน รวม 750 คน ก็จะต้องได้รับเสียงเห็นด้วย 376 เสียงขึ้นไป 
จึงจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี  ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ผลโหวตนายกฯรอบ 3 เห็นชอบ เกิน 374 เสียง ให้ “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ของประเทศไทยสรุป  ผู้เห็นด้วย  482 คน  ไม่เห็นด้วย  163 คน  งดออกเสียง 81 คน
 


นายเศรษฐา  ทวีสิน  นายกรัฐมนตรีคนที่  30 ของประเทศไทย

วันนี้ นอกจากมีเรื่องการเมืองแล้ว  ยังมีการเสูญเสีย นักร้องลูกทุ่ง คือ   พนม นพพร  ค่ะ
เรามาทราบประวัติของเขาสักเล็กน้อย ค่ะ 
        พนม นพพร ชื่อจริงคือ ชาตรี ชินวุฒิ เกิดวันที่ 27 พฤษภาคม 2489 ภูมิลำเนาเป็นคนชลบุรี
เกิดในครอบครัวที่มีฐานะไม่ลำบากมากนัก โดยครอบครัวมีที่นาไว้ให้เช่า
 และมีร้านกาแฟ ตัวเขามีพี่น้อง 4 คน โดยเขาเป็นคนที่ 3 จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนพัฒนศิลป์ที่ จ.ชลบุรี แต่ไม่ได้เรียนต่อ เพราะอยากเป็น
นักร้องลูกทุ่ง แม้ว่าพ่อแม่อยากให้รับราชการก็ตาม
        ด้วยความรักในการร้องเพลง เขาตระเวนประกวดตามเวทีประกวดมาบ้าง แต่ปรากฏว่าไม่เคยชนะเลย
ต่อมา วงดนตรีเทียนชัย สมยาประเสริฐ มาเปิดการแสดงที่ชลบุรี 
เขาจึงเข้าประกวดร้องเพลงด้วย และได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนั้น จนได้มาอยู่ที่บ้านของ
เทียนชัย สมยาประเสิรฐ เพื่อฝึกร้องเพลงและร่วมวงดนตรี ซึ่งที่นี่เขาได้
บันทึกเสียงเพลงแรกใช้ชื่อว่า พนาวัลย์ ลูกเมืองชล
          พนม นพพร มีเพลงดังคือ ลาสาวแม่กลอง และยังเป็นเจ้าของวงดนตรีเดินสาย พนม นพพร อีกด้วย
รวมทั้งมีผลงานฮิตอีกมากมาย เช่น ฮักสาวขอนแก่น,
 เซิ้งสวิง, ข้าวเหนียวติดมือ, ตุ๊กติ๊ก, อัดอั้นตันใจ, คนขี้อาย, ตะรางดวงใจ เป็นต้น

                     นอกจากผลงานเพลงแล้ว พนม นพพร ยังมีผลงานด้านการแสดงทั้งภาพยนตร์ ละคร  อีกทั้งยัง
เป็นผู้สร้างอีกด้วย โดยเขาผลิตละครให้กับทางช่อง 7  
รวมถึงก่อตั้งบริษัท นพพร โปรโมชั่น ซื้อเวลารายการโทรทัศน์เพื่อนำมาให้ค่ายเพลงเช่า
เปิดเพลงจึงทำให้ พนม นพพร เปิดค่าย เอ ไอเดีย และนพพร ซิลเวอร์โกลด์ 
มีศิลปินในสังกัดมากมาย อาทิ  แมงปอ ชลธิชา, อร อรดี, สาลี่ ขนิษฐา เป็นต้น
               พนม นพพร เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งชายเสียงดี ใบหน้าหล่อเหลาชาวเมืองน้ำเค็ม ที่สามารถร้องเพลงได้ดี
ทั้งแนวสนุกสนานและแนวหวานซึ้ง โด่งดังอย่างมากจากเพลง 
"ลาสาวแม่กลอง" นอกจากนั้นก็ยังมีเพลงฮิตติดหูผู้ฟังอีกมากมายหลายเพลง พนม ยังมีฝีมือ
ในด้านการแสดงภาพยนตร์อีกด้วย โดยได้ฝากฝีมือไว้ในด้านการแสดง
ภาพยนตร์หลายเรื่อง               
    พนม นพพร เสียชีวิตอย่างสงบจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก ด้วยวัย 77 ปี ในวันที่ 13
กรกฎาคม 2566 หลังจากเข้ารับการผ่าตัดสมอง 
และรักษาตัวมาเป็นระยะเวลาประมาณ 9 เดือน
          พนม นพพร เป็นทั้งนักร้องลูกทุ่ง นักแสดง นักธุรกิจจัดรายการโทรทัศน์ และเจ้าของค่ายเพลง
ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกคนหนึ่งของเมืองไทย 
การสูญเสียครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียบุคคลในระดับตำนานของวงการลูกทุ่งไทยเลยทีเดียว
ขอแสดงความไว้อาลัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ  







วันที่ 21 ก.ค. มีข่าวการสูญเสียนักร้องลูกทุ่งไปอีกคนแล้ว  ค่ะ  นั่นคือ คุณชลธี  ธารทอง  ถึงแก่กรรมด้วยวัย
85 ปี เรามาทราบประวัติของเขาสักเล็กน้อย ค่ะ 
          ชลธี ธารทอง หรือ ชื่อจริง  สมนึก ทองมา  เกิดวันที่ 31 สิงหาคม 2480 ที่จังหวัดชลบุรี เข้าเรียนชั้นประถม 1 
ที่โรงเรียนวัดแก้วศิลาราม ที่ชลบุรี มาต่อชั้นประถม 4
ที่โรงเรียนวัดโคกขี้หนอน ที่ชลบุรี และจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนประชาสงเคราะห์
 อ.พานทอง จ.ชลบุรี จากนั้นก็ได้ย้ายมาอยู่กับญาติที่ราชบุรี 
ด้านชีวิตครอบครัว เรียกว่าลำบาก ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก พ่อมีอาชีพรับจ้างเร่ร่อนทั่วไป
ตอนคลอดแม่เจ็บท้องขณะกำลังเกี่ยวข้าว และตกเลือดตายตั้งแต่ 
ครูชลธี มีอายุแค่เพียง 6 เดือน แต่ครูชลที  โตขึ้นไม่ย่อท้อและสู้ไม่ถอย  ไม่ว่าจะเป็นงานทำนา
ทำไร่ ขุดดิน เผาถ่าน ช่างไม้ ช่างก่อสร้าง 
แต่ด้วยความที่ครูชลธี มีใจรักการร้องเพลงมาตั้งแต่เล็ก และเคยเป็นนักร้องเพลงเชียร์รำวง
ของวงดาวทอง ชลธีสนใจการร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เล็ก
และเคยเป็นนักร้องเพลงเชียร์รำวงของวงดาวทอง เชียร์รำวงชื่อดังอีกวงของยุคนั้น
ต่อมาสมัครเข้าเป็นนักร้องในวงดนตรีของ สุรพล สมบัติเจริญ
ราชาเพลงลูกทุ่งไทย และได้ขึ้นเวที ในวันที่มาสมัคร เนื่องจากไม่มีที่พักในกรุงเทพฯ  ต้องเดินทาง
ไปกลับต่างจังหวัด (ราชบุรี) ขณะเดียวกันก็ไม่ชำนาญเส้นทางในกรุงเทพ
จึงมาเข้าวงสายตลอด 3 วัน ถัดมา จึงถูกไล่ออก
          จากนั้นก็มีผู้ชักชวนให้มาอยู่กับวงลิเกและพากย์หนัง ก่อนจะบวช หลังจากสึกก็มาเป็นหางเครื่อง
อยู่กับวง เทียนชัย สมญาประเสริฐ ที่มีนักร้องดังอย่าง ผ่องศรี วรนุช 
ซึ่งเป็นภรรยารวมอยู่ด้วย แต่ลาออกจากวงเพราะถูกกล่าวหาว่าขโมยทองของนักร้องในวง
ระหว่างที่รถของคณะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ

                   ต่อมา ได้สมัครประกวดร้องเพลงที่จัดโดยวงรวมดาวกระจายของ ครูสำเนียง ม่วงทอง โดยใช้
เพลงที่เขาแต่งขึ้นเอง ซึ่งเขาก็ชนะ และครูสำเนียงรับ
ให้มาอยู่ร่วมคณะแต่ไม่ได้ขึ้นร้องเพราะนักร้องเต็ม และครูสำเนียงเป็นคนตั้งชื่อ
ให้เขาว่าชลธี ธารทอง เพราะเป็นคนเมืองชลฯ

                หลังจากอยู่มาปีครึ่ง ชลธี จึงได้ขึ้นร้องเพลง และต่อมาได้อัดแผ่นเสียงรวม 4 เพลง
แต่ไม่ดังสักเพลง ระหว่างนั้น ถ้ามีเวลาว่าง
เขาก็ได้ศึกษาวิชาแต่งเพลงอย่างเป็นกิจจะลักษณะจากครูสำเนียง และก็ได้นำความรู้
ความสามารถในการเขียนโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน มาใช้ในการแต่งเพลง

               ระหว่างที่อยู่วงรวมดาวนี้เองที่เพลง พอหรือยัง ของ ชลธี ถูก ศรคีรี ศรีประจวบ นำไปร้อง
จนประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นคนแต่ง
เพราะเพลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาไปหลงรักสาวร่วมคณะรวมดาวกระจาย
และก็อกหัก เลยแต่งเพลงนี้นำมาร้องแก้กลุ้ม 
       พอดีมีนักร้องชายในวงอีกคนเกิดชอบ ก็มาขอไปร้องบนเวที ต่อมานักร้องคนนั้น
โดนไล่ออกและได้ไปอยู่กับวงศรคีรี และเมื่อศรคีรี
ได้ยินเพลงนี้จึงถามว่าใครแต่งนักร้องคนนั้นได้บอกว่าเขาแต่งเอง  ศรคีรีจึงขอ
เอามาอัดแผ่นเสียงโดยใช้ชื่อคนแต่งว่าศรคีรี
เมื่อ ชลธี ธารทอง ออกมา ทักท้วง ศรคีรี ก็ได้มาอธิบายจนเป็นที่เข้าใจกันทุกฝ่าย
             ครั้งที่อยู่กับวงรวมดาวกระจาย ชลธีมีโอกาสบันทึกเสียง
4 เพลงแต่ไม่ดังสักเพลงต่อมา ชลธี ถูกไล่ออกจากวงรวมดาว ในข้อกล่าวหาดังแล้ว
แยกวงซึ่งไม่เป็นความจริง นั้นก็มีนายทุนออกเงินตั้งวงให้ ชื่อวง
สุรพัฒน์ แต่ก็ไปไม่รอด

             ขณะที่เพลงของเขาก็ขายไม่ค่อยได้เพราะคนไม่รู้จักชื่อเสียง ก็พอดีกับ ศรคีรี มาขอให้เขา
ช่วยแต่งเพลงให้ แต่พอเขาแต่งเพลงชุดนั้นเสร็จ
ศรคีรี ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน ชลธี จึงตัดสินใจหันหลังให้วงการเพลง
และหอบครอบครัวไปช่วยพ่อตาแม่ยายทำไร่ข้าวโพด
ที่แก่งเสือเต้น แต่ก่อนจะไปจากกรุงเทพฯ เขาบังเอิญไปพบกับเด็กล้างรถ
ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งแถวบุคคโล  ซึ่งมีเสียงถูกใจ
จึงได้มอบเพลง 2 เพลงที่กะจะให้ศรคีรีกับเด็กคนนั้นไปโดยไม่คิดเงิน ต่อมาเด็กคนนั้น
ก็คือ สายัณห์ สัญญา  ที่โด่งดังจากเพลง
ลูกสาวผู้การ และ แหม่มปลาร้า ที่เขามอบให้ในวันนั้น

            เมื่อ สายัณห์ โด่งดัง เขาจึงถูก มนต์ เมืองเหนือ เรียกตัวกลับกรุงเทพฯ เพื่อให้มาแต่งเพลง
ทำให้ลูกศิษย์คนต่อมาของเขาก็คือ เสกศักดิ์ ภู่กันทอง
โด่งดังจากเพลง ทหารอากาศขาดรัก จากนั้นชลธีก็ตั้งหน้าตั้งตาผลิตผลงาน
และสรรหานักร้องคุณภาพออกมาประดับวงการอยู่เนือง ๆ
จนประสบความสำเร็จอย่างมาก และในที่สุดก็ได้รับฉายาจาก ยิ่งยง  สะเด็ดยาด
คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ว่า เทวดาเพลง

 ชลธี ธารทอง หันมาจับธุรกิจทำวงดนตรีลูกทุ่ง โดยทำวงให้กับ สุริยัน ส่องแสง แต่ปรากฏว่า
นักร้องนำถูกยิงตายเสียก่อน เขาเลยต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่ 
บทเพลงของ ชลธี ธารทอง มีจุดเด่นในการเลือกสรรถ้อยคำในลักษณะของกวีนิพนธ์มา
ใช้ในการแต่งเพลง เนื้อหามีสาระส่งเสริมคุณค่าวิถีชีวิตไทย 
ท่วงทำนองเพลงมีความไพเราะตรึงใจผู้ฟัง บทเพลงมีความดีเด่นในศิลปะการประพันธ์
ที่ใช้ฉันทลักษณ์หลายรูปแบบเป็นนักแต่งเพลงที่แต่ง
ทั้งคำร้องและทำนองเพลงเองผลงานเพลงล้วนแต่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักฟังเพลง
สร้างนักร้องลูกทุ่งให้มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากอาทิ สายัณห์ สัญญา
ยอดรัก สลักใจ, เสกศักดิ์ ภู่กันทอง, วิไล พนม, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง,
เสรีย์ รุ่งสว่าง, เอกพจน์ วงศ์นาค, บุษบา อธิษฐาน, สุนารี ราชสีมา,
ดำรง วงศ์ทอง, นพรัตน์ ไม้หอม  เป็นต้น

              ผลงานการแต่งเพลง (มีผลงานประพันธ์มากกว่า 2,000 เพลง) ขอยกเพลงดัง ๆ มา
พอหรือยัง (ศรคีรี ศรีประจวบ)   อีสาวทรานซิสเตอร์ (อ้อยทิพย์ ปัญญาธร) 
  ไอ้หนุ่มตังเก (ไพรวัลย์ ลูกเพชร)หนาวใจที่ชายแดน (ไพรวัลย์ ลูกเพชร) 
  สำรวยลืมคำ (ไพรวัลย์ ลูกเพชร)    ล้นเกล้าเผ่าไทย (สายัณห์ สัญญา)
จำปาลืมต้น (สายัณห์ สัญญา)    ไอ้หนุ่มรถไถ (สายัณห์ สัญญา) 
  คาถามัดใจ (สายัณห์ สัญญา)ปิดห้องร้องไห้ (สายัณห์ สัญญา) 
  นางฟ้ายังอาย (สายัณห์ สัญญา)    สาวเวียงหนุ่มไทย (จินตหรา พูนลาภ)
แรงงานข้าวเหนียว (จินตหรา พูนลาภ)    ผู้บ่าวลืมเกิบ (จินตหรา พูนลาภ) 
 พบรักปากน้ำโพ (สายัณห์ สัญญา)คำสั่งเตรียมพร้อม (สายัณห์ สัญญา)
    แหม่มปลาร้า (สายัณห์ สัญญา)       ลูกสาวผู้การ (สายัณห์ สัญญา)
กินอะไรถึงสวย (สายัณห์ สัญญา)    แฟนฉันไม่ต้องหล่อ (สุนารี ราชสีมา)
    เทพธิดาผ้าซิ่น (เสรีย์ รุ่งสว่าง)จดหมายจากแม่ (เสรีย์ รุ่งสว่าง)
   หนุ่มทุ่งกระโจมทอง (เสรีย์ รุ่งสว่าง)   เรียกพี่ได้ไหม (เสรีย์ รุ่งสว่าง)
จดหมายจากแนวหน้า (ยอดรัก สลักใจ)     ล่องเรือหารัก (ยอดรัก สลักใจ)
   ทหารอากาศขาดรัก (เสกศักดิ์ ภู่กันทอง)
หน้าอย่างเธอจะรักใครจริง (สดใส รุ่งโพธิ์ทอง)   
วันนี้สวยกว่าเมื่อวาน (สุริยัน ส่องแสง)  กินข้าวกับน้ำพริก (ผ่องศรี วรนุช)
จำปาคืนต้น (ผ่องศรี วรนุช)    สาวปากน้ำโพ (ผ่องศรี วรนุช) 
  เมตตาธรรม (เพลงการกุศล สมทบกองทุนเพื่อเด็กไทย)
สาวเพชรบุรี (พุ่มพวง ดวงจันทร์)   พาร์ตเนอร์เบอร์ห้า (พุ่มพวง ดวงจันทร์)
    ยังรักเสมอ ( ดำรง วงศ์ทอง )นักรบนิรนาม ( แมงปอ ชลธิชา ) 
  ฟ้าร้องไห้ (เพลงถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช)
ผลงาน  ด้านงานเขียน
หนังสือ ชลธี ธารทอง เทวดาเพลง (2547
เกียรติประวัติ  
แผ่นเสียงทองคำพระราชทาน 1 รางวัล จากเพลง“อีสาวทรานซิสเตอร์” ปี 2525
รางวัลเสาอากาศทองคำ 3 รางวัล จากเพลง “น้ำตาอีสาน”ปี 2518, “ใต้ถุนธรณี” ปี 2521และ
"ห่มธงนอนตาย” ปี 2519รางวัลงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย
ภาค 1-2 รวมจำนวน 7 รางวัลจากเพลง "ไอ้หนุ่มตังเก", "ไม้เรียวครู",
" สาวใต้ไร้คู่" และ "อีสาวทรานซิสเตอร์" ปี 2532 และจากเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย",
"เทพธิดาผ้าซิ่น" และ แรงงานข้าวเหนียว ปี 2534
รางวัลชนะเลิศเพลงประเพณีสงกรานต์ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ 1 รางวัล ปี 2533
รางวัลลูกทุ่งดีเด่นส่งเสริมวัฒนธรรมไทย 3 รางวัล จากเพลง" หนาวใจชายแดน",
"พบรักนครพนม" และ"จงทำดี”
โล่เกียรติคุณงานมหกรรมเพลงอาเซียนที่ประเทศมาเลเซียจากเพลง"อีสาวทรานซิสเตอร์" ปี 2524
ได้รับเกียรติให้นำผลงานเพลง "ล้นเกล้าเผ่าไทย" แสดงในงาน 60 ปี เล่าขานตำนานลูกทุ่งไทย
 
          ครูชลธีล้มป่วย โดยมีภรรยาอย่างครูปุ้มดูแล และถึงแก่กรรมในวันที่ 21 ก.ค.2566  ท่ามกลางคน
ในวงการลูกทุ่งร่วมอาลัยต่อการจากไปของครูเพลงชื่อดัง
         (ขอบคุณ ข้อความจากอินเทอร์เน็ต)  




         วันที่ 22 ก.ค. วันนี้  ทางบริษัทที่ฉันได้ของบริจาคเงินจากศิษย์เก่า ตลอดจนเพื่อนฝูงสายบุญบางคน
  ร่วมเงินบริจาคซื้อพัดลมไอน้ำติดอีกฝั่งหนึ่ง  คือ อาคาร 1 
อีก 3 ตัว  ซึ่งปีที่แล้ว ได้ติดไปแล้ว  3 ตัว  เป็นอันครบทั้งสองข้างแล้ว ค่ะ  อนุโมทนาบุญกับทุกคนที่
ได้ร่วมบริจาคจนสำเร็จทั้งสองฝั่งของตึกทำให้เวลาจัดงาน
กลางสนามทุกคนจะได้มีความเย็นฉ่ำ ค่ะ 








         วันนี้  ยังได้รับทุเรียนหมอนทอง  จากวลีที่เขาสั่งจากเจ้าประจำมาให้ฉัน 1 ผลด้วย ค่ะ 
ขอบใจมากนะจ๊ะ  มาชมรูปทุเรียนและคนส่งมาให้ ค่ะ 








  

         วันที่ 30 เยาว์เพื่อนรักส่งสะตอมาให้กินอีกแล้ว ค่ะ สะตอ ทางปัตตานีอร่อย ค่ะ ผัดใส่กะปิ กุ้ง
กินกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยมาก ค่ะ ขอบใจนะจ๊ะ เพื่อนรัก 
ไม่มีรูป เขาไม่ให้ลง

         จบไป 1 เดือน คือ เดือน ก.ค.  ต่อไปมาบันทึก เหตุการณ์ในเดือน สิงหาคม ค่ะ เดือนนี้ เป็นเดือนเกิด
ของฉัน ค่ะ รวง  ลูกศิษย์โทรมาบอกว่า  วันที่ 6 ส.ค. 
วันคล้ายวันเกิดของฉัน ปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์  รวงสะดวกเพราะเขาหยุดงานวันอาทิตย์  เลยนัด
มาว่าจะมารับไปกินข้าวกันค่ะ 
         วันที่ 4  ส.ค. นัดกับเอม  ไปกินส้มตำ ลาบหมู ตับหวาน และขนมหวานที่  เทอร์มินอล 21 ร้านประจำ
ที่เคยไปกิน ค่ะ ราคาไม่แพง รสชาติอร่อย  กินเสร็จ
ก็เดินซื้อของเตรียมใส่บาตรวันคล้ายวันเกิดตัวเอง  พระจิ๊บมารับบาตรตอนเช้าที่ ไทยสิน 1
ก็สะดวกได้ใส่บาตรของใช้ เหมือนสังฆทาน แต่ไม่ได้บอกท่านว่า
ทำสังฆทาน เพราะท่านจะต้องสวดรับสังฆทาน ยาว อิอิ ที่นั่งก็ไม่มี  ฉันก็นั่งรับพร
ไม่ไหว  ห้าห้าห้า  สวดก็ตามไม่ทัน  เอาง่าย ๆ
อธิษฐานและกรวดน้ำ ก็ได้บุญแหละน่ะทุกอย่างอยู่ที่ความตั้งใจ  นั่นแหละ นะ ไม่มีรูป









วันที่ 6 ส.ค. วันนี้ เป็นวันนัดไปกินข้าวกัน  รวงได้ชวน จุ๋ม สายสวาทและหลานเขา มาด้วย  โดยหลานเขา
เป็นคนขับรถ  รวงนั่งรถของจุ๋ม  ส่วนฉันนั่งรถก๊อง
ปีนี้ เจี๊ยบไปด้วย  ดูมีหลายคน  อบอุ่นกว่าปีทีแล้ว ค่ะ  สายสวาทอ้วนไม่ค่อยแข็งแรง  ก๊องเลยพาไป
ร้าน บ้านส้มตำ ซึ่งไม่ต้องเดินเยอะและไม่ต้องเดินไกล  เจอหน้ากัน
ก็คุยกัน สนุกสนานตามประสานาน ๆ เจอกันที  ก๊อง ให้สั่งอาหารตามใจที่อยากจะกิน  โดยเฉพาะสายสวาท
  เขาคงชอบกินเนื้อวัว แต่พวกเราไม่กินเนื้อ เขากับหลานเลยกินกัน
สองคน  มื้อนี้ ก๊องจ่ายคนเดียว  (เขามีฐานะรวยกว่าเพื่อน ใจกว้างด้วย)  มาชมรูปบรรยากาศกันค่ะ 













  หลังจากกินกันเสร็จ  สายสวาทกับหลานกลับไปก่อน  เพราะว่า ก๊องจะพาพวกเราไปกินเค้ก ซึ่งจะต้อง
ไปกินที่อิมพิเทีย มั้ง  มันเดินไกลมาก  สายสวาทเดินไม่ไหวแน่
เลยต้องกลับ  รวงก็ไปรถก๊อง  ก๊องพาไปกินเค้ก  ดื่มน้ำ เจ้าดัง เจ้าประจำของเขา ค่ะ  มื้อนี้ 
รวงจ่าย ค่ะ อิอิ  นั่งดื่ม นั่งคุย  เจี๊ยบเดินไปกดเงินและซื้อขนมปัง ขนมคุ้กกี้ มา
เป็นของขวัญวันเกิดให้ฉันด้วย ซื้อฝากรวงด้วย  มาชมบรรยากาศ ค่ะ 













ขนมที่ เจี๊ยบซื้อมาฝาก ค่ะ  กินได้หลายวัน มันหวานกินเยอะ ไม่ได้ ค่ะ 

วันนี้ ทิพย์ ทิพย์ ส่งเค้กไอศกรีมมาสุขสันต์วันคล้านวันเกิดของฉันด้วย  โดยให้แก๊บมาส่งให้
ขอบใจทิพย์มาก ที่ไม่เคยลืมวันคล้ายวันเกิดฉันเลย ค่ะ 





ทิพย์ ทิพย์  พัฒน์ ศิษย์เขย และ เจ้าขา หลานศิษย์ ค่ะ 

วันที่  12 ส.ค. วันนี้ มีข่าวจากโทรทัศน์ แจ้งว่า  อุเทน  บุญยงค์  ดาราถึงแก่กรรม  ถือเป็นข่าว
การสูญเสียพระเอกหนังไทยไปอีกคนแล้ว อายุ 77 ปี ค่ะ 

          อุเทน บุญยงค์ เกิดวันที่ 4 ก.ย. 2489 ที่อำเภอพนัสนิคม จ.ชลบุรี จบมัธยมปลายจากโรงเรียนการช่างชาย
ในจังหวัดชลบุรี มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะนายแบบ
ก่อนที่เปี๊ยก โปสเตอร์ จะเห็นและชวนมาเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง นักเลงบ่อพลอย ก่อนเปลี่ยน
ชื่อภาพยนตร์เป็นเรื่องเขาสมิง แสดงคู่กับ ภาวนา ชนะจิต 
มีผลงานการแสดงภาพยนตร์กว่า 74 เรื่อง ระหว่างปี 2516-2535 และมีผลงานโทรทัศน์ 2 เรื่อง
ในช่วงปี 2540-2543 คือมัจจุราชติงต๊อง และรากนครา ผลงาน
ภาพยนตร์ดังๆ อาทิ คำมั่นสัญญา, ข้าวนอกนา, ละอองดาว ฯลฯ
           อุเทน บุญยงค์ ได้นอนป่วยติดเตียง ด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ ตั้งแต่เมื่อเดือน ส.ค. ปี 2564
โดยมีบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์    ให้การดูแลอยู่
หลังได้รับความเห็นชอบจากครอบครัวของศิลปินรุ่นใหญ่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2565
เพื่อให้มารักษาตัวและทำกายภาพบำบัด
 โดยมีทีมงานที่มีความชำนาญในเรื่องการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุของบ้านสุขสุดท้าย
ที่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดมาตลอด  (ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต)

 



ขอแสดงความอาลัย แด่ คุณอุเทน บุญยงค์  ค่ะ 
 
       วันที่ 17 ส.ค. วันนี้  รุ่ง คุณลูกนุ้งนิ้ง แวะมาเยี่ยม ซื้อผักหลายชนิดมาให้ ค่ะ นอกจากผักก็มี
ของกินอื่น ๆ อีก มาดูรูป ค่ะ 












              วันที่ 20 ส.ค. มีการประชมคณะกรรมการ เพื่อจัดเตรียมงาน ธาตุทองคืนถิ่น  




           
จัดประชุม เตรียมงาน  คืนสู่เหย้าชาวธาตุทอง ค่ะ 

 วันที่ 21 ส.ค. ประธานชมรมครูเก่าฯ นัดสมาชิกประชุม เพื่อเตรียมจัดงานพบปะสังสรรค์
และรับน้องใหม่ที่เกษียณ ปีนี้ ค่ะ  






           วันที่ 22  ส.ค.ทักษิณกลับไทย ถือเป็นข่าวใหญ่ในทางการเมืองและประวัติศาสตร์ไทย
เพราะเขาหนีคดีฉ้อโกงทรัพย์สินแผ่นหลายคดี
หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ   ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.2551  โดยที่ผ่านมานายทักษิณ เคยประกาศ
กลับไทยมาแล้ว 20 ครั้งแต่ไม่ได้เดินทางกลับมาจริง 
กระทั่งครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของ
นายทักษิณออกมายืนยันผ่านไอจี ว่าพ่อจะกลับมาไทย
     หนีคดีทุจริต ไปอยู่ต่างประเทศถึงถึง 17 ปี   วันนี้ คือ 22 ส.ค. ยอมกลับมาสู้คดีและติดคุก
ตามคำตัดสินของศาล กลับมาโดยเครื่องบินส่วนตัว
ลงที่สนามบินดอนเมืองในเวลา 09.00 น. แล้วกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ร.10-โบกมือทักทายมวลชน 
จากนั้นเวลา 09.30 น.นายทักษิณ ออกมาบริเวณหน้าอาคาร
ผู้โดยสาร อากาศยานส่วนบุคคล โดยสวมสูทสีกรมท่า เสื้อเชิ้ตสีขาวและเนคไทสีแดง
 เข้าถวายบังคมที่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10
บริเวณด้านหน้า  มีครอบครัว-สส.เพื่อไทย กลุ่มมวลชนรอรับอบอุ่น  ก่อนพาตัวเข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรม  (แปลกดีเนาะ  นักโทษหนีคดี แต่มีคนแห่ต้อนรับมากมาย) 
แล้วยังไม่ต้องติดคุกแม้แต่นาทีเดียว  เพราะกลางดึกบอกว่า ป่วยหนัก  ต้องส่งตัวไปรักษาที่ ร.พ.
ตำรวจ ชั้น 14 ตามข่าวที่อ่านและฟังจากโทรทัศน์ ด้วยเหตุนี้เอง
จึงมีการตั้งชื่อให้นายทักษิณว่า  นักโทษเทวดา  เฮ้อ ! 





 วันนี้ จอยมารับใบลดหย่อยภาษี แล้วยังนำมะนาวลูกใหญ่ ๆ พันธุ์ ญี่ปุ่นมาฝากฉัน และแบ่งให้เอม
และเอ๋ด้วย นอกจากนี้ ยังซื้อกั้งมาฝากฉันและเอม จะจ่ายเงิน เขาก็
ไม่ยอมรับ บอกว่าเป็นของฝาก  เขายังซื้อมาฝากเอ๋ อีกด้วย








วันนี้  30  ส.ค. เป็นวันสารทจีนกลางปี น้องสะใภ้ทำกับข้าวให้น้องชายนำมาไหว้เท่านั้น  ตัวเองไม่มา เป็นเช่นนี้
มาหลายปีแล้ว  วันนี้มีแต่หลานสะใภ้ เหลน มาร่วมไหว้ด้วย
เลยได้ช่วยล้างถ้วยชาม  ถูบ้าน  เบาแรงฉันไปได้บ้าง  เฮ้อ !

            วันที่ 31 ส.ค.   วันนี้ได้รับของกินจาก จ๋า เพื่อนสนิทอีกคน อยู่ยะลา รุ่นเดียวกันกับเยาว์ ค่ะ 
ของฝากครั้งนี้  เป็นทุเรียนกวน และลูกหยี ค่ะ ขอบใจจ๋ามาก จ้ะ 







            เดือน ส.ค. ก็จบไปอีกเดือนแล้ว ค่ะ   ต่อไป ก็จะเป็นเดือน ก.ย. ค่ะ มาดูว่า มีเหตุการณ์อะไรน่าบันทึกบ้าง ค่ะ 

วันที่ 1 ก.ย. เป็นวันในประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง นั่นก็คือ วันนี้ มีพระบรมราชการลดโทษให้นายทักษิณ  ชินวัตร 
ลดโทษจากการคดีต่าง ๆ ฉ้อโกง 8 ปี ลดเหลือ
1 ปี ก็เป็นข่าวเกรียวกราวกัน  พอเข้าสถานราชทัณฑ์  ยังไม่ทันได้นอนคุกแม้แต่นาทีเดียว ก็ป่วยหนัก 
ต้องนำส่ง ร.พ.ตำรวจตอนเที่ยงคืน  เฮ้อ ! เป็นเรื่องฮือฮากันมาก
จนได้ฉายาว่า  นักโทษเทวดา 
 
            วันที่ 2 ก.ย.  วันนี้ฟิตตรีย์  ลูกศิษย์ที่เคยสอนเขาที่อิสลามวิทยาลัย ฯ พร้อมกับลูกชายสองคนของเขา
อาดัมและเจ  มาเยี่ยมฉันที่บ้าน พร้อมผลไม้ ตามภาพค่ะ ขอบใจฟิตตรีย์จ้ะ 














            วันที่ 6 ก.ย. วันนี้ ตุ๊ก ชวนฉันไปเยี่ยมพี่สุรีย์ ซึ่งตอนนี้นอนติดเตียง  น่าสงสารมาก  เป็นแผลกดทับ  จ้างคน
ต่างด้าวมาดูแล  ก็ไม่ได้เอาใจใสพลิกตัวให้  จึงเป็นแผลกดทับ

หลังจากเยี่ยมพี่สุรีย์แล้ว  ฉันกับตุ๊กก็แวะกินข้าวมื้อเที่ยงกันแล้วจึงมาส่งฉันที่บ้าน 





กินก๋วยจั้บญวน ค่ะ รสชาติก็โอเค ค่ะ 

           วันที่ 11 ก.ย. วันนี้มีประชุมชมรมครูเก่า ปรึกษาหารือ เรื่องจัดงานพบปะสังสรรค์และต้อนรับน้องเกษียณ
ในปีนี้ มี ครูถวิล  รองนงลักษณ์  ผอ.วรรณา และเพิ่ม สำเริง
ปีที่แล้ว ไม่ได้จัด เพราะยังมีโควิดระบาดอยู่

           วันนี้ เยาว์ เพื่อนรัก ส่งลองกองจากปัตตานี ขอบใจเยาว์ มาก ขอให้มีความสุข นะจ๊ะ 










            วันที่ 13 ก.ย. ตุ๊กมารับไปเยี่ยมพี่สุรีย์ที่บ้านอีกครั้ง  ปรึกษากันว่า  อยากจะให้พี่สุรีย์ไปอยู่ในสถานพักฟื้น
ที่มีคนดูแลที่ถูกต้อง ปฏิบัติต่อคนป่วยเป็น  แต่เราก็ได้แต่
เสนอความคิดเห็น เพราะก็ต้องให้ทางญาติพี่เขาเห็นด้วย  เฮ้อ ! ช่วงนี้ ดูพี่สุรีย์ทรุดโทรม
ไปมากทีเดียว  ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ค่ะ 

            วันที่ 14 ก.ย.  ได้รับเครื่องไม้เครื่องมือในการทำข้าวหมาก รวมทั้งข้าวเหนียวและลูกหมากที่จะเป็นตัวเชื้อ
ในการทำช้าวหมาก  เพื่อนแต๋วที่อยู่ชลบุรี เก่งเรื่องทำข้าวหมาก
รู้ว่าฉันชอบกินข้าวหมากและอยากฝึกทำ  เขาก็เลยสอนวิธีการทำให้ ฉันก็ค้นคว้าจากในกูเกิลเพิ่มเติมบ้าง
แล้วเพื่อนแต๋ว ก็ไปจัดการอุปกรณ์ในการทำข้าวหมากมาให้ฉันพร้อมเลย
ถามราคาเท่าไร เธอก็ไม่บอก มีทั้งหม้อ  หวดนึ่งข้าวเหนียว  ข้าวเหนียวเขี้ยวครู 1 กิโล ลูกหมากทำเชื้อ
ข้าวหมากพร้อม ฉันเลยได้ลงมือลองทำข้าวหมากกินครั้งแรก ผลออกมา
ไม่ดีเท่าที่ควร ถูข้าวเหนียวมากไปหน่อย  ข้าวหมากออกมาเละมาก  ห้าห้าห้า  ขอบใจเพื่อนแต๋วมาก 
เพื่อแสดงความมีน้ำใจของฉัน  ฉันเลยส่งกางเกงชั้นในซาบีน่า ที่ฉันสั่งซื้อมา
หลายตัว  เลยส่งให้เป็นของฝากแต๋วไป 1 ตัว 











ลูกเชื้อข้าวหมาก ค่ะ 
      
            วันนี้ ที่ 16 ก.ย. นัดกับนิทราจะไปเยี่ยมพี่เสริม ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมาน่าจะปีที่ 3 แล้ว
ทรง ๆ ทรุด ๆ  เธอโทรมาคุย  บ่นอยากกินก๋วยจั้บน้ำใสมาก 
แถวบ้านมีแต่น้ำข้น แถมไม่อร่อยเลย อยากกินต้มยำปลา  ฉันก็เลยบอกน้องสะใภ้ ซึ่งเขาขายก๋วยจั้บ
และรสชาติเรียกว่าอร่อยมากพอสมควร  ส่วนต้มยำปลา
  แถวบ้านฉันไม่มีปลาขาย มีแต่กุ้ง  ไก่  กุ้งเธอบอกเบื่อเอาเนื้อไก่ก็แล้วกัน  สั่งซื้อก๋วยจั้บ  ต้มเลือดหมู
อย่างละ 1 ถุง  ให้น้องชายเอามาส่งที่บ้านตอนเที่ยง 
(มีฝากมาให้ฉันกินด้วย  ไม่เก็บเงินของฝาก)
นิทราจะมารับฉันไปและจะไปเยี่ยมพี่เสริมด้วย  เป็นการเห็นหน้ากันครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้ากัน
           ฉันทำต้มยำหม้อใหญ่ ใส่เห็ดออรินจิ ตักใส่ถุงใหญ่ 1 ถุง
ก๋วยจั้บและเลือดหมูอีกอย่างละถุง  ตามที่เธออยากกิน เตรียมพร้อมตามเวลาที่นัด ค่ะ  
คนที่ขับรถมาให้ คือ ชายหนุ่มที่เป็นลูกของเพื่อนนิทราที่บ้านติดกัน
และสอนที่อิสลามวิทยาลัย ฯ ด้วยกัน ชายหนุ่มเป็นเด็กน้อยที่ครอบครัวนิทราช่วยกันเลี้ยงดูมา
ตั้งแต่เล็ก ๆ เรียกว่าช่วยเพื่อนเลี้ยงลูก 2 คน เนื่องจากพ่อของเด็กเสียไป
ชายหนุ่มและน้องสาว จึงรักครอบครัวของนิทราเหมือน ญาติผู้ใหญ่  วันนี้ก็อาศัยชายหนุ่มผู้นี้ขับรถพา
มาหาพี่เสริมมาชมภาพเยี่ยมพี่เสริม  ค่ะ 



เพื่อนของนิทราที่ลูกชายเขาช่วยขับรถพาพวกเรามาเยี่ยมพี่เสริม ค่ะ 








ของกินที่ซื้อมาฝากพี่เสริมที่เธออยากกิน ค่ะ 






ลูกชายของเพื่อนนิทรา ที่ขับรถให้เรามาเยี่ยมพี่เสริม ค่ะ 




น้องแต้ว น้องสาวพี่เสริม มาแจมด้วย 1 รูป ค่ะ 



น้องแต้วถ่ายรูปนี้มาให้  บอกว่า  เธอกินอย่างอร่อย หลังจากพวกเรากลับบ้าน  ไม่ยอม
แบ่งใครน้องแต้วกินเลย  ห้าห้าห้า 



ต้มยำหม้อนี้ ฉันทำให้พี่เสริมกิน ค่ะ  เธอชมว่า อร่อยมาก ฉันปลื้มเลย 







ของที่น้องสะใภ้ฝากมาให้ฉันกิน  ค่ะ 

           วันที่ 17 ก.ย. วันนี้ก็มีนัดประชุมเพื่อปรึกษาและรายงานการดำเนินงานที่ได้จัดทำไป  หลังจากนั้น
  รุ่ง และสุภาพร นัดกันไปเยี่ยม พี่สุรีย์ที่บ้าน  สุภาพร เป็นลูกศิษย์
ประจำชั้นของพี่สุรีย์ ค่ะ มาชมภาพ ค่ะ 









         
วันที่ 18 ก.ย. วันนี้ โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง  จัดทอดผ้าป่าการศึกษาพวกเราสมาคมนักเรียนเก่าได้
ไปร่วมทอดผ้าป่าด้วย ค่ะ มาชมบรรยากาศของงาน ค่ะ 































หลังเสร็จงานทอดผ้าป่าที่โรงเรียน รุ่งพาฉันไปกินข้าวที่ ร้านบ้านส้มตำ เหมือนเดิม ค่ะ


ซื้อลูกชิ้นเจ้าอร่อย จากนครสวรรค์มาฝาก 1 ถุงด้วย 

          วันที่ 19 ก.ย.  นัดกันไปหาคุณมนตรี ที่บ้าน  เพื่อไปให้คุณมนตรีช่วยพิมพ์บัตรงาน ธาตุทองคืนถิ่น 
เขาจะพิมพ์ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  เขาเป็นศิษย์เก่าที่อุปถัมภ์
เรื่องการพิมพ์ใบฎีกาผ้าป่าและบัตรงานธาตุทองคืนถิ่นมาเป็นเวลานานปี  สมาคมฯ จะจัดโต๊ะจีน
ให้เขา1 โต๊ะ ทุกปี และปีใหม่เราก็นำกระเช้าไปสวัสดีปีใหม่
เป็นการตอบแทนน้ำใจเขาที่มีต่อสมาคมฯด้วยดีเสมอมา ค่ะ 





ซื้อผลไม้ไปฝากคุณมนตรีด้วย ค่ะ 

         วันที่ 23 ก.ย.  วันนี้ชมรมครูเก่าฯ จัดงานพบปะสังสรรค์และเลี้ยงต้อนรับน้อง ๆ ที่เกษียณอายุราชการปีนี้  คือ
น้องถวิล  น้องรองฯ  นงลักษณ์  น้อง ผอ.วรรณา  และเชิญ
น้องสำเริงซึ่งเกษียณปีที่แล้วมาร่วมงานด้วย  (เนื่องจากปีที่แล้ว โควิดยังไม่สงบดี  ไม่ได้จัดงาน ค่ะ )
  บรรยากาศปีนี้ คนมาค่อนข้างน้อย และงานก็ดำเนินไปสำเร็จเรียบร้อยดี
มาชมบรรยากาศของงาน ค่ะ 




ประธานชมรมครูเก่า ติดช่อดอกไม้ให้  น้องสำเริง 



ติดช่อดอดไม้ให้ น้องถวิล 




ติดช่อดอกไม้ให้ รองฯ  นงลักษณ์







พี่เดือนเพ็ญ  พี่รัชนี และ ดารณี  ศิษย์เก่าก็มาร่วมพบปะสังสรรค์ ด้วย ค่ะ 





อดีต ผอ. จารึก  อะยะวงศ์  มาร่วมงานด้วย ค่ะ 

อดีต

ผอ. นพคุณ  ทรงชาติ  รอง ฯ วนิภา ก็มาร่วมงานด้วย ค่ะ 






ถ่ายรูปหมูกัน ค่ะ 






       วันที่ 29 ก.ย. เป็นอีกวันที่โรงเรียนจัดงานเลี้ยงเกษียณให้กับ น้อง ถวิล และพร้อมกับนี้  ก็จัดงานเลี้ยงส่ง
ผอ.ราเมศน์ ซึ่งได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่ โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต
ผอ.ท่านเป็นคนประหยัด แต่ครูโรงเรียนเราบางคน ชอบหาเรื่องให้เธอเดือดร้อน  เธอเป็นคนใจดี
มีเมตตาต่อลูกน้อง ไม่อยากลงโทษ  เลยปกครองพวกนี้ไม่ไหว
จนต้องขอย้ายไปโรงเรียนอื่น ขอย้ายหลายครั้ง ครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้ย้ายสมปรารถนาแล้ว ค่ะ เฮ้อ!
มาชมบรรยากาศของงาน ค่ะ 



สมาคมนักเรียนเก่ามอบของที่ระลึกให้แก่น้องถวิล ที่เกษียณ ปีนี้ 










มอบของที่ระลึก ให้แก่น้อง ถวิล 
     
  เวลาผ่านไปเร็วมาก  บันทึกทวาทศมาส ก็จบตอนที่ 3 ไปอีก 3 เดือนแล้ว ค่ะ เหลือตอนที่ 4 อีก 3 เดือนสุดท้าย
โปรดติดตามตอนต่อไป ค่ะ 
 

            
   
 

  







 



  

             



Create Date : 13 มิถุนายน 2567
Last Update : 14 มิถุนายน 2567 21:18:13 น. 21 comments
Counter : 462 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณปัญญา Dh, คุณhaiku, คุณหอมกร, คุณ**mp5**, คุณร่มไม้เย็น, คุณmultiple, คุณดอยสะเก็ด, คุณอุ้มสี, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณkae+aoe, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณSweet_pills, คุณtanjira


 
เห็นลิ้งค์ในเฟซบุ๊กครับอาจารย์
แต่ยังไม่ได้เป็นหน้าหลัก
ผมเลยไปเม้นท์ไว้ที่บล็อกเก่าก่อน

อาจารย์ยังคงได้เที่ยวหลายที่หลายเมือง
ได้ชิมอาหารหลากหลายเมนู
ได้พบเจอเพื่อน ลูกศิษย์เสมอๆ

มีกิจกรรมมากมายในช่วงเดือนกรกฏาจนถึงกันยาเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มิถุนายน 2567 เวลา:21:37:01 น.  

 
สวัสดีครับ
มีความจำดีมากเลยครับอาจารย์
มีลูกศิษย์มาหา มาดูแล ดีเลยครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 14 มิถุนายน 2567 เวลา:23:04:57 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มิถุนายน 2567 เวลา:5:21:44 น.  

 
เล่าย้อนปีกันเลยนะคะอาจารย์



โดย: หอมกร วันที่: 15 มิถุนายน 2567 เวลา:5:46:51 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

โห....อาจารย์ไปซิมลา มะนาลี ตั้ง 10 วัน
น่าจะเที่ยวได้ครบเลยครับ
ราคาก็สมเหตุผลนะครับผมว่า
ไปตั้ง 10 วันทีเดียว

ผมรอติดตามอ่านเรื่องราวและภาพจากทริปนี้ครับอาจารย์
เป็นเมืองที่ผมยังไม่เคยไปครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มิถุนายน 2567 เวลา:13:49:11 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 15 มิถุนายน 2567 เวลา:14:13:35 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 มิถุนายน 2567 เวลา:5:36:20 น.  

 
อ.เต๊ะ มาลงชื่อไว้ก่อนนะครับ
ช่วงนี้กำลัง ช็อปปิ้งอย่างเมามัน
วันนี้ก็รอของมาส่งอยู่ จิตใจว้าวุ่น 555
ได้ของก่อน แล้วจะมาใหม่นะครับ

เห็น ทวาทศมาส ของอาจารย์ ทีไร ใจสั่น มือสั่นว่า
จะเม้นท์ไหวมั้ย แต่ ถ้าเคยเม้นท์ได้ซักครั้ง
มันก็ต้องได้อีกนะครับ แฮร่ 555



โดย: multiple วันที่: 16 มิถุนายน 2567 เวลา:5:43:04 น.  

 
อยากรู้เรื่องอะไร
ครูเก็บมาลงไดอารี่
บันทึกให้อ่าน
มีทั้งงานสีดำ
สีสุข
ครบทุกรสเลยค่ะครู
เยี่ยม


โดย: อุ้มสี วันที่: 16 มิถุนายน 2567 เวลา:11:16:15 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

บางคนในชีวิต เจอ The Blue Tower
แล้วก็ลงมาจากบนนั้นไม่ได้ด้วย
เป็นชีวิตที่น่าสงสารนะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 มิถุนายน 2567 เวลา:17:09:43 น.  

 
อุ๊ยๆ อุ๊ย อาจารย์จะไปเที่ยว อีกแล้วเหรอครับ
อยากมีวาสนาแบบ อาจารย์สุมั่งจังนะครับ 555

ทวาทศมาสเปิดมาก็ไปเที่ยววัด อยุธยา
ข้อเสียอย่างเดียวคือ ร้อนมาก
แต่ทำบุญแล้ว ผลบุญติดจรวด ส่งให้ได้กินกุ้งกันทันที 555

กุ้งตัวใหญ่ 300 ก็ไม่แพงนะครับอาจารย์

ส่วนพลายศักดิ์สุรินทร์นี่ ตอนนั้น อ.เต๊ะ ก็ลุ้นอยู่
ว่าจะได้กลับบ้านมั้ย น่าสงสารมาก ไม่ได้อยู่บ้านเกิด
โดยใช้งานเยี่ยงทาสเลย ป่วยนะครับ

เรื่องเลือกประธานสภา หมื่นล้านนี่
แบ่งกัน กว่าจะได้นะครับ
อ.เต๊ะ ชอบดูประชุมสภา เฉพาะตอน ทะเลาะกันมาก
ไม่รู้เป็นการละครหรือเปล่า เพราะ เลิกประชุมก็เห็นไปนั่งกินข้าวด้วยกัน เฮฮานะครับ 555

ส่วนเรื่องทำบุญให้เด็กขาดแคลน อาจารย์ช่วยเป็น สะพานบุญให้ด้วย
ต้องอนุโมทนาเลยนะครับ

ส่วนเรื่องศิลปิน คนดังในวงการเสียชีวิตนี่
พนม นพพร นี่ อ.เต๊ะ ทันดูหนังเค้านะครับ
ส่วนใหญ่เล่นเป็นตัวตลกซะแยะ

ครูเพลง ชลที ก็เพลงดังๆมากมาย
ร่ำรวยเงินทอง แต่ชีวิตครอบครัวก็วุ่นวายไม่ใช่เล่นเลยนะครับ

แล้วก็ทั้งลูกศิษย์ ทั้งเพื่อน รักอาจารย์มากเลยนะครับ
ส่งทั้งขนม ของกิน ทุเรียนมาให้
กินกันปากมันเลย อยากไปอยู่ข้างบ้าน อาจารย์จัง
จะได้เป็นคนเก็บกวาด เผื่อ อาจารย์กินไม่หมดนะครับ แฮร่ 555

ส่วนเรื่อง ผู้ป่วยติดเตียง นี่น่าสงสารมากเลยนะครับ
ญาติก็ไม่ไหวเลยต้องจ้างพม่า ถ้าดูแลไม่ดีนี่ก็ทรุดเร็วเลย
แต่มีเพื่อนดีๆ อย่างอาจารย์ ทำกับข้าว ของอร่อยๆไปให้กินนี่
น่าซึ้งใจมาก คนเราจะเห็น น้ำใจกันก็ตอนเจ็บป่วยนี่แหละนะครับ

ส่วนนักโทษเทวดา นี่ ตอนนี้เห็นเดินสายทัวร์ เดินได้ปร๋อ เลยนะครับ555

ส่วนเรื่อง กางเกงชั้นในซาบีน่า นี่ ยี้ห้อดังมานานเลยนะครับ
อ.เต๊ะก็สอยมา เอ๊ย ดูโฆษณาบ่อย ชอบเหมือนกันเลยครับ เย้ย 555

สุดท้าย ภาพใหญ่นี่ มี 3อย่าง ที่เตะตา โจร เอ๊ย อ.เต๊ะมาก
คือ กำไลทอง 2 บาท เข็ดกลัดเพชร สร้อยไข่มุกเม็ดเบ้อเริ่ม
+
อาจารย์อยู่บ้านคนเดียว ไม่ปลอดภัย
ยังไง ก็เอามาฝาก อ.เต๊ะ ดูแลไว้ให้ได้นะครับ
อ.เต๊ะ มีโรงจำนำ เจ้าประจำอยู่ ให้ราคาดี ฝากหลงจู๊เค้าดูแลไว้อาจารย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เย้ย 555










โดย: multiple วันที่: 17 มิถุนายน 2567 เวลา:4:36:43 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มิถุนายน 2567 เวลา:6:04:49 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ชีวิตเราเดินทางไปเรื่อยๆ
มีอะไรเปลี่ยนแปลงทุกวัน
ใครที่กังวลกับอนาคตมากๆก็เป็นทุกข์
คิดถึงแต่อดีตก็เป็นทุกข์จริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มิถุนายน 2567 เวลา:14:08:41 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มิถุนายน 2567 เวลา:5:00:49 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

เห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
เราเลือกเกิดไม่ได้
แต่เลือกใช้ชีวิตได้
ว่าจะใช้อย่างไรให้ดีที่สุดและเกิดประโยชน์ที่สุดครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มิถุนายน 2567 เวลา:14:12:55 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มิถุนายน 2567 เวลา:6:10:29 น.  

 
นิยายบทใหม่มาแล้วค่ะ


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 21 มิถุนายน 2567 เวลา:5:46:12 น.  

 
ครูไปเที่ยวหลายที่มากค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 26 มิถุนายน 2567 เวลา:8:46:25 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 29 มิถุนายน 2567 เวลา:11:59:03 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์

อิ่มใจ ปลื้มใจกับกิจกรรมและงานบุญที่อาจารย์บันทึกค่ะ
นักเรียนที่ได้รับทุนเสื้อผ้าคงดีใจนะคะ ได้แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง
ส่วนพัดลมไอน้ำก็เป็นประโยชน์กับส่วนรวมมากๆค่ะ

พลายศักดิ์สุรินทร์กลับไทยคงได้รับการฟื้นฟูดูแลอย่างดี
ขอบคุณอาจารย์สำหรับข่าวสารในแต่ละช่วงเวลาด้วยนะคะ

อาหารแต่ละเมนูน่าอร่อยจังค่ะ
การได้เที่ยว ได้รับประทานอาหารอร่อย
โดยเฉพาะไปกับผู้ที่รู้ใจกันน่าเพลิดเพลินมีความสุขมากค่ะ

ต๋าไปเยี่ยมคุณแม่มาอาทิตย์กว่า ห่างหายจากบล็อกไปค่ะอาจารย์
ขอบคุณอาจารย์มากนะคะสำหรับกำลังใจที่บล็อกต๋า
ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขทุกๆวันค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 29 มิถุนายน 2567 เวลา:19:17:51 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจรย์

ช่วงนี้หนูหายไปค่ะ เพิ่งจะเข้ามาบล็อกได้สักอาทิตย์นึงค่ะ
บันทึกกิจกรรมของอาจารย์เยอะเลยนะคะ

อาจารย์ได้พบเจอเพื่อน ได้ทานอาหาร ได้ทำบุญ
มีความสุขกับทุกๆกิจกรรมนะคะอาจารย์

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 1 กรกฎาคม 2567 เวลา:12:26:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space