กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
เมษายน 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
space
space
26 เมษายน 2564
space
space
space

ความสุข

393ตอน ๖: ชีวิตที่ดี  เป็นอย่างไร ?

11ความสุข:   ฉบับแบบแผน
 
  183ลักษณะสำคัญของนิพพาน  ที่สืบเนื่องมาจากความหมายว่า “ดับ”   ซึ่งนับว่าเด่นน่าสนใจ  มีอยู่  ๓  อย่าง คือ 
 
๑.ดับอวิชชา  หมายถึง  การเกิดญาณทัศนะอันสูงส่ง  หยั่งรู้สัจธรรม

๒.ดับกิเลส   หมายถึง  กำจัดความชั่วร้าย และของเสียต่างๆ ภายในจิตใจ  หมดเหตุที่จะก่อปัญหาความเดือดร้อนวุ่นวายต่างๆแก่ชีวิตและสังคม

๓.ดับทุกข์   หมายถึง  หมดความทุกข์  บรรลุความสุขอันสูงสุด
 
     เฉพาะลักษณะที่ ๓ คือ  ความสุข หรือความดับทุกข์สิ้นทุกข์นี้  แม้จะได้ย้ำไว้บ้างแล้ว   ในตอนว่าด้วยภาวะจิตของผู้บรรลุนิพพาน  แต่ยังมีข้อที่ควรศึกษาเป็นพิเศษอีกบางอย่าง  จึงนำมากล่าวเพิ่มเติมไว้ต่างหาก  ณ  ที่นี้
 
     ความสุขมีความสำคัญมากในการปฏิบัติธรรมหลักพระพุทธศาสนา  กล่าวได้ว่า  พุทธจริยธรรมไม่แยกต่างหากจากความสุข
 
     เริ่มแต่ขั้นต้น  ในการทำความดีหรือกรรมดีทั่วๆไป ที่เรียกว่า บุญ  ก็มีพุทธพจน์ตรัสว่า  “บุญเป็นชื่อของความสุข” (ขุ.อิติ.25/200/240 ฯลฯ)
 
     ในการเจริญภาวนา บำเพ็ญเพียรทางจิต ความสุขก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้เกิดสมาธิ   ดังพุทธพจน์ว่า  “ผู้มีสุข  จิตย่อมตั้งมั่น (เป็นสมาธิ)(ที.ปา.11/455/329 ฯลฯ)  และถือเป็นหลักว่า สมาธิมีสุขเป็นปทัฏฐาน ครั้นเมื่อจิตเป็นสมาธิ  บรรลุฌานแล้ว  ความสุขก็เป็นองค์ประกอบของฌาน  ดังที่เรียกว่าเป็นองค์ฌาน ต่อไปจนถึงฌานที่ ๓  (ที.ปา.11/232/233 ฯลฯ)  ฌานสมาบัติที่สูงกว่านั้นขึ้นไป  แม้จะไม่มีสุขเป็นองค์ฌาน  แต่ก็กลับเป็นความสุขที่ประณีตยิ่งขึ้นไปอีก
 
    จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา   คือ  นิพพาน  ก็เป็นความสุข  และเป็นบรมสุข  คือ สุขสูงสุดด้วย (ม.ม.13/287/281 ฯลฯ)
 
    นอกจากนั้น  จุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา  ที่เป็นบรมสุขหรือโพธินั้น  ก็พึงบรรลุได้ด้วยความสุขหรือด้วยข้อปฏิบัติที่มีความสุข  มิใช้บรรลุด้วยความทุกข์  หรือด้วยข้อปฏิบัติที่เป็นทุกข์* (ม.มู.12/425-6/457-8 ฯลฯ) 

    182

    * พระพุทธเจ้าตรัสเกี่ยวกับการปฏิบัติของพระองค์เอง  ทุกข์ในกรณีนี้ หมายถึงทุกข์เนื่องจากทุกรกิริยา; ไม่พึงสับสนกับทุกขาปฏิปทา  และ สุขาปฏิปทา  ซึ่งคำว่าทุกข์ในที่นั้น  หมายถึงยากลำบากเท่านั้น (องฺ.จตุกฺก.21/161-3/200-4)  พวกนิครนถ์มีความเห็นว่า  “ความสุขจะพึงลุถึงด้วยความสุขไม่ได้,  ความสุขจะพึงลุถึงได้ด้วยความทุกข์” ดังนั้น  พวกนิครนถ์จึงบำเพ็ญตบะ  กระทำอัตตกิลมถานุโยค  คือทรมานตน (ม.มู.12/220/187)  พระพุทธเจ้าเมื่อก่อนตรัสรู้  ก็เคยทรงเข้าพระทัยอย่างนั้น  จึงได้ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาเสียเวลาไปยาวนาน (ม.ม.13/489/443)
 


Create Date : 26 เมษายน 2564
Last Update : 11 พฤษภาคม 2564 13:02:59 น. 0 comments
Counter : 128 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space