กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
มิถุนายน 2564
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
18 มิถุนายน 2564
space
space
space

กัลยาณมิตรธรรม ๗
       
ต่อ

      ส่วนกัลยาณมิตร   ในแง่ทำหน้าที่ต่อผู้อื่น   สมควรมีคุณสมบัติพิเศษจำเพาะสำหรับการทำหน้าที่นั้นอีกส่วนหนึ่ง    โดยเฉพาะคุณสมบัติพื้นฐาน  ที่เรียกว่า กัลยาณมิตรธรรม ๗ ประการ ดังนี้  (องฺ.สตฺตก.23/34/33 ฯลฯ)

      ๑.ปิโย    น่ารัก   ด้วยมีเมตตา เป็นที่สบายจิตสนิทใจ ชวนให้อยากเข้าไปหา

      ๒.ครุ    น่าเคารพ  ด้วยความประพฤติหนักแน่นเป็นที่พึ่งอาศัยได้ ให้รู้สึกอบอุ่นใจ

      ๓.ภาวนีโย    น่าเจริญใจ ด้วยความเป็นผู้ฝึกฝนปรับปรุงตน ควรเอาอย่าง ให้ระลึกและเอ่ยอ้างด้วยซาบซึ้งภูมิใจ

      ๔.วัตตา    รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงแนะนำ เป็นที่ปรึกษาที่ดี

      ๕.วจนกฺขโม    อดทนต่อถ้อยคำ   พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาซักถาม ตลอดจนคำเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์

      ๖.คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา    แถลงเรื่องล้ำลึกได้ สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจและสอนให้เรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไป

      ๗.โน จฏฺฐาเน นิโยชเย    ไม่ชักนำในอฐาน คือ ไม่ชักจูงไปในทางเสื่อมเสียหรือเรื่องเหลวไหลไม่สมควร

5

    พุทธพจน์ต่อไปนี้    แม้จะมิได้ระบุลงไปว่าเป็นข้อกำหนดคุณสมบัติของกัลยาณมิตรโดยตรง แต่ก็ควรถือว่า เป็นคุณสมบัติประกอบของกัลยาณมิตรได้

    "ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นผู้สามารถที่จะปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล ทั้งแก่ตน และแก่ผู้อื่น ธรรม ๖ ประการนั้นเป็นไฉน กล่าวคือ ภิกษุ

๑) เป็นผู้มีความเข้าใจรวดเร็วในกุศลธรรมทั้งหลาย

๒) เป็นผู้ทรงจำธรรมที่สดับแล้วได้

๓) เป็นผู้พิจารณาความหมายใจความของธรรมที่ทรงจำไว้ได้

๔) เข้าใจความหมาย (อรรถ) เข้าใจหลัก (ธรรมดีแล้ว ปฏิบัติธรรมถูกหลัก*

๕) เป็นผู้มีวาจางาม กล่าวกัลยาณพจน์ ประกอบด้วยถ้อยคำอย่างชาวเมือง สละสลวยฉะฉาน ทำให้รู้เนื้อความจะแจ้ง

๖) เป็นผู้สามารถแสงธรรมชนิดที่ชี้ให้ชัด   ชวนให้ปฏิบัติ  เร้าให้กล้า  ปลุกให้ร่าเริงได้ แก่เพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย  (องฺ.อฏฺฐก. 23/152/305 ฯลฯ)

    "ภิกษุทั้งหลาย    บุคคล ๓ พวกเหล่านี้   มีอยู่ในโลก    กล่าวคือ  บุคคลที่ไม่ควรเสวนา ไม่ควรคบ ไม่ควรหมั่นเข้าหา ก็มี บุคคลที่ควรเสวนา ควรคบ ควรหมั่นเข้าหา ก็มี บุคคลที่ควรสักการะ เคารพแล้ว เสวนา คบ หมั่นเข้าหา ก็มี

  ๑) บุคคลที่ไม่ควรเสวนา ไม่ควรคบ ไม่ควรหมั่นเข้าหา เป็นไฉน ?   ได้แก่ บุคคลบางคน เป็นผู้ทรามกว่า โดยศีล โดยสมาธิ โดยปัญญา บุคคลอย่างนี้ ไม่ควรเสวนา ไม่ควรคบ ไม่ควรหมั่นเข้าหา นอกจากจะเอื้อเอ็นดู นอกจากจะอนุเคราะห์

   ๒) บุคคลที่ควรเสวนา ควรคบ ควรหมั่นเข้าหา เป็นไฉน ?   ได้แก่ บุคคลบางคน เป็นผู้เช่นเดียวกัน โดยศีล โดยสมาธิ โดยปัญญา บุคคลอย่างนี้ ควรเสวนา ควรคบ ควรหมั่นเข้าหา ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?   เพราะว่า    เมื่อเราเป็นผู้เสมอกันโดยศีล...โดยสมาธิ...โดยปัญญาแล้ว การสนทนากันเรื่องศีล... การสนทนากันเรื่องสมาธิ...การสนทนากันเรื่องปัญญา จักมีได้ด้วย  การสนทนากันจักดำเนินไปได้ด้วย และการสนทนานั้นก็จักเป็นความผาสุกของเราด้วย เพราะเหตุนั้น บุคคลอย่างนี้ ควรเสวนา ควรคบ ควรหมั่นเข้าหา

    ๓) บุคคลที่ควรสักการะ เคารพ แล้วเสวนา คบ หมั่นเข้าหา เป็นไฉน ? ได้แก่ บุคคลบางคน เป็นผู้ยิ่งกว่า โดยศีล โดยสมาธิ โดยปัญญา บุคคลอย่างนี้ ควรสักการะ เคารพ แล้วเสวนา คบ หมั่นเข้าหา ข้อนั้น เพราะเหตุไร ? เพราะเราจักได้ทำกองศีล...กองสมาธิ...กองปัญญา ที่ยังไม่บริบูรณ์ ให้บริบูรณ์ หรือจะได้ประคับประคองกองศีล...กองสมาธิ...กองปัญญา ที่บริบูรณ์อยู่แล้วไว้ได้   ด้วยปัญญาในกรณีนั้นๆ เพราะเหตุนั้น บุคคลอย่างนี้ จึงควรสักการะ เคารพ แล้วเสวนา คบ หมั่นเข้าหา" (องฺ.ติก.20/465/157)

     พึงสังเกต   ในข้อความว่าด้วยบุคคลพวกที่ ๑ ซึ่งไม่ควรคบนั้น มีหลักการคบหาที่ควรย้ำไว้อีกอย่างหนึ่งว่า ตามคำสอนทั่วไป ซึ่งได้พบกันอยู่เสมอนั้น ท่านไม่ให้คบคนเลวทราม  แต่ท่านก็แสดงข้อยกเว้นไว้ด้วยว่า ควรจะคบต่อเมื่อเป็นเรื่องของเมตตากรุณา ในเมื่อจะช่วยเหลือเขา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่คิดจะไปช่วยเหลือเขาอย่างนี้ ก็ควรพิจารณาความพร้อมของตนให้ดีก่อนด้วย

 5

170 คุณสมบัติข้อ  วจนักขโม  นี้  ในบาลีท่านหมายถึงคนที่อดทนต่อคำพูดของผู้อื่น   คือรับฟังคำตำหนิวิพากษ์วิจารณ์ได้    และพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตน  ในบาลี   ยกย่องพระสารีบุตรเป็นตัวอย่างของผู้มีคุณสมบัติข้อนี้ ่   และพระอรรถกถาจารย์ยกเรื่องมาเล่าไว้ ว่าบางคนให้โอวาทแก่คนอื่นได้    แต่พอถูกเขาว่ากล่าวเอาบ้าง   ก็โกรธ   แต่พระสารีบุตร   ท่านทั้งให้โอวาทแก่ผู้อื่น  และเมื่อตนเองถูกว่ากล่าว    ก็รับด้วยเศียรเกล้า  มีเรื่องเล่าว่า  วันหนึ่ง  สามเณรอายุ  ๗  ขวบ   บอกกะพระสารีบุตรว่า  ท่านนุ่งสบงปล่อยชายหย่อนยานไป   ท่านก็รับฟังด้วยดี    และไปนุ่งใหม่ให้เรียบร้อย

ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน  =   ปฏิบัติธรรมข้อย่อยคล้อยแก่ธรรมหลักใหญ่    คือปฏิบัติธรรมถูกตามหลักการ และความมุ่งหมายของธรรมนั้นๆ
 

19

    คำสอนเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของมิตรดีนี้    บางแห่งมุ่งเน้นประโยชน์ในระดับทิฏฐธัมมิกัตถะ หรือทิฏฐธัมมิกัตถะเชื่อมกับสัมปรายิกัตถะ เช่น  เรื่องมิตรแท้  มิตรเทียม  ในสิงคาลกสูตร ดังความว่า

   "ดูกรคหบดีบุตร คน ๔ พวกเหล่านี้ พึงทราบว่าเป็นอมิตร  เป็นมิตรเทียม คือ คนปอกลอก...คนดีแต่พูด...คนหัวประจบ...คนชวนฉิบหาย

   ๑) พึงทราบอมิตร ผู้เป็นมิตรเทียม ชนิดปอกลอก โดยฐานะ ๔ คือ เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว...ยอมเสียน้อย หวังจะเอาให้มาก...ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน...คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ ของตัว

   ๒) พึงทราบอมิตร ผู้เป็นมิตรเทียม ชนิดดีแต่พูด โดย ฐานะ ๔ คือ ดีแต่ยกของหมดแล้วมาปราศรัย...ดีแต่อ้างของยังไม่มีมาปราศรัย...สงเคราะห์ ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้...เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง

   ๓) พึงทราบอมิตร   ผู้เป็นมิตรเทียม   ชนิดหัวประจบ โดยฐานะ ๔ คือ เพื่อนจะทำชั่วก็เออออ...เพื่อนจะทำดีเออออ...ต่อหน้าสรรเสริญ...ลับหลังนินทา

   ๔) พึงทราบอมิตร   ผู้เป็นมิตรเทียม   ชนิดชวนฉิบหาย โดยฐานะ ๔ คือ คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา...คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน...คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น...คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน

   "ดูกรคหบดีบุตร คน ๔ พวกเหล่านี้   พึงทราบว่าเป็นมิตร   มีใจงาม คือ มิตรอุปการะ...มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์...มิตรแนะนำประโยชน์...มิตรมีใจรัก

   ๑) พึงทราบมิตร ผู้มีใจงาม ชนิดอุปการะ โดยฐานะ ๔ คือ เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน...เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน...เพื่อนมีภัย   เป็นที่พึงพำนักได้...เมื่อมีกิจจำเป็น ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก

   ๒) พึงทราบมิตร ผู้มีใจงาม ชนิดร่วมสุขร่วมทุกข์ โดยฐานะ ๔ คือ บอกความลับแก่เพื่อน...รักษาความลับของเพื่อน...มีภัยอันตรายไม่ละทิ้ง...แม้ชีวิตก็สละได้เพื่อประโยชน์แก่เพื่อน

   ๓) พึงทราบมิตร ผู้มีใจงาม ชนิดแนะนำประโยชน์ โดยฐานะ ๔ คือ ห้ามปรามจากความชั่ว...ให้ตั้งอยู่ในความดี...ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ยังไม่เคยรู้ไม่เคยฟัง...บอกทางสวรรค์ให้

   ๔) พึงทราบมิตร ผู้มีใจงาม ชนิดมีใจรัก โดยฐานะ ๔ คือ เพื่อนมีทุกข์ พลอยไม่สบายใจ...เพื่อนมีสุข พลอยแช่มชื่นยินดี...เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้...เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุน"

อีกแห่งหนึ่งว่า

    "ภิกษุทั้งหลาย   มิตรประกอบด้วยองค์ ๗ ประการ ควรคบ ๗ ประการเป็นไฉน ? กล่าวคือ ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก   ทำสิ่งที่ทำได้ยาก   ทนสิ่งที่ทนได้ยาก เปิดเผยความลับแก่เพื่อน รักษาความลับของเพื่อน เมื่อมีภัยพิบัติ ไม่ทอดทิ้ง เมื่อเพื่อนสิ้นไร้ ไม่ดูหมิ่น"

หลักที่นับว่าเป็นข้อปฏิบัติทั่วไปสำหรับมิตร ก็คือ คำสอนในเรื่องทิศ ๖ ที่ว่า

    "ดูกรคหบดีบุตร   มิตรและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นเหมือนทิศเบื้องซ้าย อันกุลบุตรพึงบำรุงโดยฐานะ ๕ คือ

๑) ทาน    ให้ปัน
๒) ปิยวาจา   พูดอย่างรักกัน
๓) อัตถจริยา   ทำประโยชน์แก่เขา
๔) สมานัตตตา   เอาตัวเข้าสมาน
๕) อวิสังวาทนตา   พูดขานไม่คลาดความจริง

  พึง สังเกตว่า ข้อปฏิบัติ ๔ ข้อแรก ก็คือหลักที่เรียกว่า สังคหวัตถุ ๔ ประการนั่นเอง สังคหวัตถุนั้นเป็นหลักการสงเคราะห์ หรือหลักการยึดเหนี่ยวน้ำใจคน และประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี ซึ่งเป็นหลักธรรมสำหรับ แสดงน้ำใจต่อกันระหว่างคนทั่วไป เมื่อหลักทั้งสองนี้ตรงกัน จึงเหมือนกับพูดว่า พระพุทธศาสนาสอนให้คนทั้งหลายเป็นมิตรต่อกัน หรือปฏิบัติต่อกันอย่างมิตร

   นอกจากนี้   พึงสังเกตด้วยว่า   บรรดาข้อปฏิบัติเหล่านี้   การเอาตัวเข้าสมาน คือ ทำตัวให้เข้ากับเขาได้ ไม่ถือตัว ร่วมสุขร่วมทุกข์กัน นับว่าเป็นคุณธรรมสำคัญ เป็นการเข้าถึงตัวอย่างแท้จริง ซึ่งมีผลทางจิตใจ และชักจูงความรู้สึกนึกคิดได้มาก ดังจะเห็นว่า ท่านจัดมิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ไว้เป็นมิตรแท้ประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ (สังคหวัตถุ ๔ เป็นหลักธรรมสำคัญยิ่งหมวดหนึ่ง)

 


Create Date : 18 มิถุนายน 2564
Last Update : 18 มิถุนายน 2564 16:10:24 น. 0 comments
Counter : 42 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space