กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
 
เทศาภิบาล ตอนที่ ๑ เสนาบดี


พระบาทสมเด็จ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระปิยมหาราช


เทศาภิบาล ตอนที่ ๑ เสนาบดี

นิทานเรื่องนี้อยู่ข้างจะยาว จึงแบ่งเป็น ๒ ภาค ภาคต้น ว่าด้วยเหตุที่จัดการปกครองหัวเมืองอย่างเทศาภิบาล ภาคที่ ๒ ว่าด้วยกระบวนจัดการปกครองหัวเมืองอย่างเทศาภิบาล อันตัวข้าพเจ้าได้เกี่ยวข้องมาก

ข้าพเจ้าเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ เหตุที่ข้าพเจ้าได้เป็นเสนากระทรวงมหาดไทย มีเรื่องชอบกลควรเล่าเข้าในนิทานโบราณคดีได้ เพราะเวลาก็ล่วงมาถึง ๕๐ ปีแล้ว

อันตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยนั้น แต่ก่อนมาเป็นอัครมหาเสนาบดีที่สมุหนายก หัวหน้าราชการฝ่ายพลเรือน และบังคับบัญชาหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง คู่กับเสนาบดีกระทรวงกลาโหม อันเป็นสมุหพระกลาโหม หัวหน้าราชการฝ่ายทหาร และได้บังคับหัวเมืองฝ่ายใต้ทั้งปวงเช่นเดียวกัน

ผู้เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยมาแต่ก่อน ล้วนเคยรับราชการพลเรือนมาช้านาน จนได้เป็นเสนาบดีชั้นจตุสดมภ์ เมือง วัง คลัง นา ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งก่อน แล้วจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นอัครมหาเสนาบดีเมื่อสูงอายุ ยกตัวอย่างดังเช่นเจ้าพระยารัตนบดินทร์ ซึ่งเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยอยู่ก่อนตัวข้าพเจ้า ท่านเคยเป็นพระยาราชวรานุกูล ปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทยแต่รัชกาลที่ ๔ จนถึงรัชกาลที่ ๕ ได้เป็นเจ้าพระยาพลเทพ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ แล้วจึงได้เป็นที่สมุหนายก เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย


เจ้าพระยารัตนบดินทร์ (บุญรอด)


ส่วนตัวข้าพเจ้าเอง ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนเข้ารับราชการ ก็เป็นทหารอยู่ในกรมทหารมหาดเล็ก ได้เคยเป็นตั้งแต่นักเรียนนายร้อย แล้วเลื่อนยศขึ้นไปโดยลำดับจนถึงเป็น นายพันโท ราชองครักษ์ บังคับการกรมทหารมหาดเล็กอยู่หลายปี ไม่เคยเป็นนายพันเอก เพราะสมัยนั้น นายพันเอกทหารมหาดเล็กมีแต่พระเจ้าอยู่หัวองค์เดียว คนอื่นเป็นไม่ได้

เหตุที่ข้าพเจ้าจะเริ่มรับราชการฝ่ายพลเรือน เกิดแต่เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก ทูลขอพระตำหนักเดิมที่สวนกุหลาบตั้งโรงเรียนฝึกหัดลูกผู้ดีที่เป็นนักเรียน นายร้อยทหารมหาดเล็ก ตั้ง “โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๕ ครั้นโรงเรียนเจริญขึ้น มีเจ้านายและลูกผู้ดีสมัครเป็นนักเรียนมากเกินอัตรานักเรียนนายร้อย จะต้องจำกัดจำนวนนักเรียนรับฝึกสอนถึงผู้ที่จะไม่เป็นทหารด้วย ข้าพเจ้ากราบทูลถามพระเจ้าอยู่หัว โปรดให้จัดเป็นโรงเรียนสำหรับลูกผู้ดีทั่วไป ไม่เฉพาะแต่ที่จะเป็นนักเรียนนายร้อยทหารมหาดเล็ก ตรัสว่าลูกผู้ดีที่เรียนสำเร็จแล้วถึงไม่เป็นทหาร ก็คงไปรับราชการอย่างอื่นให้เป็นประโยชน์เหมือนกัน จึงขยายการฝึกสอนในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ให้มีทั้งชั้นประถมที่เป็นวิชาสามัญ เวลานั้นเรียกว่า “ประโยค ๑” และชั้นมัธยมที่เรียกว่า “ประโยค ๒” สำหรับไปรับราชการ

ขอกล่าวแทรกตรงนี้สักหน่อย ว่านักเรียนสำเร็จประโยค ๒ ในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบครั้งนั้น ต่อมาถึงรัชกาลหลัง ที่ได้เลื่อนยศในราชสกุลถึงเป็นกรมก็มี ที่เป็นขุนนางได้เป็นถึงเจ้าพระยาเสนาบดีก็หลายคน ที่ได้เป็นขุนนางชั้นรองลงมานั้น แม้แต่ในรัชกาลที่ ๕ ก็มีมาก

ปีหนึ่งในเวลาเมื่อโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบกำลังเจริญ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปพระราชทานรางวัลนักเรียน แล้วทรงพระราชดำเนินเที่ยวทอดพระเนตรทั่วบริเวณโรงเรียน โปรดการที่จัดในโรงเรียนนั้นมาก ต่อมาไม่ช้า วันหนึ่งตรัสแก่ข้าพเจ้าว่าการศึกษาน่าจะเป็นการสำคัญของบ้านเมืองในภาย หน้า ข้าพเจ้าจัดโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบได้สำเร็จก็ดีแล้ว ให้ข้าพเจ้าคิดตั้งโรงเรียนให้มีแพร่หลายต่อออกไปจนถึงฝึกสอนราษฎรให้เป็น ประโยชน์แก่บ้านเมืองด้วย ข้าพเจ้าจึงมีหน้าที่จัดโรงเรียนอันเป็นการฝ่ายพลเรือนเพิ่มขึ้น แต่ในเวลาเมื่อยังเป็นผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก

ครั้นถึง พ.ศง ๒๔๓๐ เมื่อโปรดให้รวมการบังคับการทหารบกทหารเรือตั้งเป็น “กรมยุทธนาธิการ” ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้ข้าพเจ้าเลื่อนยศทหารขึ้นเป็นนายพลตรี และเป็นตำแหน่งผู้ช่วยบัญชาการทหารบกในกรมยุทธนาธิการ ข้าพเจ้าจะต้องย้ายขาดไปจากกรมทหารมหาดเล็ก จึงโปรดให้รวมงานที่จัดโรงเรียนตั้งเป็นกรมอิสระเรียกว่า “กรมศึกษาธิการ” ตั้งสำนักงานที่ตึกแถวต่อประตูพิมานชัยศรีทางข้างตะวันออก และโปรดให้ข้าพเจ้าเป็นตำแหน่งอธิบดีกรมศึกษาธิการ ตอนนี้ข้าพเจ้าจึงมีตำแหน่งรับราชการทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนด้วยกัน อยู่ ๒ ปี

ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๓๒ โปรดให้รวมกรมธรรมการและกรมสังฆการี กับทั้งกรมพยาบาลและกรมพิพิธภัณฑ์สถาน ซึ่งเป็นกรมอิสระอยู่ก่อน เข้ากับกรมศึกษาธิการ ยกขึ้นเป็น “กระทรวงธรรมการ” และทรงพระกรุณาโปรดให้ข้าพเจ้าย้ายขาดจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในกรมยุทธนาธิการ มาเป็นอธิบดีกระทรวงธรรมการแต่ตำแหน่งเดียว เมื่อต้น พ.ศ. ๒๔๓๓ ข้าพเจ้าจึงได้รับราชการแต่ฝ่ายพลเรือนทางเดียวแต่นั้นมา


สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ


เหตุที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้ข้าพเจ้าย้ายขาดจากราชการทหาร มาเป็นอธิบดีกระทรวงธรรมการ รับราชการพลเรือนแต่ฝ่ายเดียวนั้นเนื่องด้วยการเมือง เพราะจะทรงจัดคณะเสนาบดี เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างใหม่ตามที่ทรงพระราชปรารภมาแต่ก่อน ว่าถึงเวลาที่เมืองไทยจำจะต้องเร่งรัดจัดการปกครองบ้านเมืองให้เรียบร้อย ทั่วพระราชอาณาเขต จะรั้งรอต่อไปไม่ได้ แต่คณะเสนาบดีเจ้ากระทรวงซึ่งบัญชาการตามแบบเก่ามีแต่ ๖ คนน้อยตัวนัก ทั้งหน้าที่เสนาบดีซึ่งจัดเป็นอัครมหาเสนาบดี ๒ คน เป็นจตุสดมภ์ ๔ คน ก็พ้นสมัยไม่เหมาะกับการงานในปัจจุบันเสียแล้ว ทรงพระราชปรารภจะแก้ไขคณะเสนาบดีให้มีเจ้ากระทรวงพอทำการเสียก่อน

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๐ โปรดฯ ให้ สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ แต่ยังเป็นกรมหลวง เสด็จไปช่วยงานฉลองรัชกาลสมเด็จพระบรมราชินีวิคตอเรียครบ ๕๐ ปี ณ ประเทศอังกฤษ แทนพระองค์ ตรัสสั่งไปให้พิจารณาแบบคณะเสนาบดีในยุโรป ว่าเข้าเอาอะไรเป็นหลักกำหนดตำแหน่งเสนาบดี

สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์ฯ เสด็จกลับมาทูลรายงาน จึงทรงกำหนดคณะเสนาบดีที่จะจัดใหม่ให้เป็น ๑๒ กระทรวง คงตำแหน่งเสนาบดีเดิมไว้ทั้ง ๖ กระทรวง กระทรวงที่ตั้งขึ้นใหม่นั้นคือ กระทรวงพระคลัง กระทรวงยุทธนาธิการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงธรรมการ กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงมุรธาธร แต่ให้เป็นเสนาบดีมีศักดิ์เสมอกันทั้ง ๑๒ กระทรวง เลิกตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีทั้ง ๒ มิให้มีต่อไปดังแต่ก่อน


สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ


เมื่อกำหนดกระทรวงเสนาบดีซึ่งจะตั้งขึ้นใหม่ และทรงเลือกหาตัวผู้ซึ่งจะเป็นเสนาบดีกระทรวงนั้นๆ แล้ว เห็นจะทรงพระวิตกเกรงว่าถ้าประกาศตั้งเสนาบดี ๑๒ ตำแหน่งตามกำหนดใหม่ทันที จะไม่เป็นการเรียบร้อย ด้วยกรมต่างๆ อันจะรวมเข้าในกระทรวงเสนาบดีที่ตั้งใหม่ยังเป็นกรมอิสระอยู่โดยมาก ทั้งตัวผู้ซึ่งจะเป็นเจ้ากระทรวงใหม่ ก็ยังไม่คุ้นเคยกับหน้าที่เสนาบดี จึงทรงทดลองระเบียบการที่จะจัดใหม่และฝึกหัดผู้ซึ่งจะเป็นเสนาบดีขึ้นใหม่ มาแต่ พ.ศ. ๒๔๓๑ โปรดฯ ให้จัดที่ประชุมเสนาบดีที่มุขกระสัน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ให้เสนาบดีเก่ากับทั้งผู้ซึ่งจะเป็นเสนาบดีใหม่เข้าไปประชุมกัน และเสด็จลงประทับเป็นประธานในที่ประชุม ทรงปรึกษาราชการต่างๆ ซึ่งทรงเคยบัญชาแต่โดยลำพังพระองค์มาแต่ก่อน ดูเหมือนสัปดาห์ละครั้งหนึ่ง ถ้ามีราชการมากก็ประชุมติดต่อกันไป คราวละหลายคืนก็มี

ตัวฉันซึ่งทรงเลือกจะให้เป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการคนแรก ก็ได้เข้าไปนั่งในที่ประชุมเสนาบดีมาตั้งแต่ยังเป็นอธิบดีกรมศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นที่โปรดฯ ให้รวมกรมต่างๆ ตั้งเป็นกระทรวงธรรมการ และให้ตัวข้าพเจ้าแยกมาจากราชการทหาร ก็เพื่อจะยกกระทรวงธรรมการขึ้นเป็นกระทรวงเสนาบดีนั้นเอง ถึงกรมอื่นที่จะยกขึ้นเป็นกระทรวงก็โปรดฯ ให้ขยายการออกไปโดยลำดับเช่นเดียวกัน


พระบาทสมเด็จ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงทดรองระเบียบการที่จะจัดใหม่ อยู่ถึง ๓ ปี ในระหว่างนั้นเมื่อต้น พ.ศ. ๒๔๓๔ เจ้าซาเรวิช รัชทายาทประเทศรุสเซีย (ซึ่งภายหลังได้เสวยราชสมบัติเป็น พระเจ้านิโคลัสที่ ๒ ) เข้ามาเฝ้า ถึงเดือนกรกฎาคมในปีนั้น พระเจ้าอยู่หัวก็โปรดฯ ให้ตัวข้าพเจ้าเป็นราชทูตพิเศษไปเยี่ยมตอบเจ้าซาเรวิชแทนพระองค์ ดังได้เล่ามาแล้วในนิทานที่ ๕ เรื่องของประหลาดที่เมืองชัยปุระ(๑) ข้าพเจ้าไปยุโรปครั้งนั้นได้รับพระราชทานอนุญาตให้ไปยังประเทศอียิปต์และ อินเดียเมื่อขากลับ เพื่อจะได้ความรู้ประกอบกับที่ได้ไปเห็นในยุโรป มาทำการงานให้เป็นประโยชน์ด้วย ข้าพเจ้าก็ตั้งหน้าหาความรู้เรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่กระทรวงธรรมการตลอด ทางที่ไปครั้งนั้น


เจ้าซาเรวิช รัชทายาทประเทศรุสเซีย


ข้าพเจ้ากลับมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนมีนาคม มาถึงได้ ๗ วัน ก็ออกประกาศพระบรมราชโองการตั้งเสนาบดีเป็น ๑๒ ตำแหน่ง ดังได้ทรงพระราชดำริไว้ แต่ตอนท้ายประกาศมีว่า โปรดให้เปลี่ยนตัวเสนาบดีบางคน เป็นต้นแต่เจ้าพระยารัตนบดินทร์ เสนากระทรวงมหาดไทยซึ่งแก่ชรามากแล้ว โปรดฯ ให้ปลดออกรับพระราชทานเบี้ยบำนาญ และทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้ตัวข้าพเจ้าเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ต่อไป

การที่ข้าพเจ้าต้องย้ายจากกระทรวงธรรมการไปเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย พระเจ้าอยู่หัวมิได้ตรัสถามความสมัครของข้าพเจ้า หรือแม้แต่ตรัสบอกให้เตรียมตัวก่อน บางทีจะเป็นด้วยทรงสังเกตเห็นข้าพเจ้ารักกระทรวงธรรมการอยู่มาก ถ้าตรัสถามก็จะทูลขอตัวหรือขอให้ผ่อนผันไปต่างๆ จึงตรัสสั่งโดยไม่ไต่ถามทีเดียว แต่เมื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเป็นเด็ดขาดเช่นนั้นแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องย้ายไปตามรับสั่งทั้งไม่ได้เตรียมตัว มีแต่เจ้าพระยาพระเสด็จฯ (ม.ร.ว. เปีย มาลากุล) เวลานั้นเป็นหลวงไพศาลศิลปะศาสตร์ ซึ่งเป็นเลขานุการประจำตัวติดไปด้วยดนเดียว แต่ต่อมาในเดือนเมษานั้นเอง


เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว. เปีย มาลากุล)


วันหนึ่งมีรับสั่งให้หาข้าพเจ้าเข้าไปเฝ้าในที่ รโหฐาน ข้าพเจ้าก็โอกาสจึงกราบบังคมทูลปรับทุกข์ ว่าตั้งแต่ทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้ข้าพเจ้าก่อสร้างกระทรวงธรรมการมา ใจข้าพเจ้าฝังอยู่ในราชการกระทรวงนั้น นึกว่าถ้าโปรดให้อยู่ในกระทรวงธรรมการต่อไป คงจะสามารถจัดให้ดีได้ แต่ราชการกระทรวงมหาดไทยข้าพเจ้าไม่ได้เคยเอาใจใส่ศึกษามาแต่ก่อน ทราบแต่ว่าเป็นกระทรวงใหญ่ การงานยากกว่ากระทรวงธรรมการมาก ตัวข้าพเจ้าไม่รู้ราชการกระทรวงมหาดไทยไปบังคับบัญชาการ เกรงจะไม่ดีดังพระราชประสงค์ ถ้าไปพลาดพลั้งลงอย่างไรก็จะเสียพระเกียรติยศ ซึ่งทรงเลือกสรรเอาตัวข้าพเจ้าไปว่าราชการกระทรวงมหาดไทย จึงวิตกนัก

พระเจ้าอยู่หัวตรัสตอบว่า ในส่วนพระองค์ก็ทรงเชื่อแน่ ว่าข้าพเจ้าคงจะสามารถจัดกระทรวงธรรมการให้ดีได้ แต่การบ้านเมืองซึ่งสำคัญกว่านั้นยังมีอยู่ บางทีข้าพเจ้าจะยังมิได้คิดไปถึง ด้วยต่างประเทศกำลังตั้งท่าจะรุกเมืองไทยอยู่แล้ว ถ้าเราประมาทไม่จัดการปกครองบ้านเมืองเสียให้เรียบร้อย ปล่อยให้หละหลวมอย่างเช่นเป็นอยู่ ช้าไปเห็นจะมีภัยแก่บ้านเมือง บางทีอาจจะถึงเสียอิสรภาพของเมืองไทยก็เป็นได้ ถ้าบ้านเมืองเสียอิสระแล้ว กระทรวงธรรมการจะดีอยู่ได้หรือ การรักษาพระราชอาณาเขตด้วยจัดการปกครองหัวเมืองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จึงเป็นการสำคัญกว่ามาก การนั้นตกอยู่ในหน้าที่กระทรวงมหาดไทยยิ่งกว่ากระทรวงอื่น เพราะหัวเมืองทั้งปวงขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาดไทยโดยมาก

ได้ทรงพิจารณาหาตัวผู้ซึ่งจะเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ให้จัดการได้ดังพระราชประสงค์มานานแล้ว ยังหาไม่ได้ จนทรงสังเกตเห็นว่าความสามารถของข้าพเจ้าเหมาะแก่ตำแหน่งนั้น จึงได้โปรดฯ ให้ย้ายจากกระทรวงธรรมการไปเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ซึ่งข้าพเจ้ามีความวิตกเพราะยังไม่คุ้นเคยกับราชการกระทรวงมหาดไทยนั้นก็ เป็นธรรมดา แต่พอจะทรงช่วยได้ ตัวข้าพเจ้าก็เคยนั่งในที่ประชุมเสนาบดี คงได้สังเกตเห็น ว่าพระพระองค์ต้องทรงเป็นภาระในราชการกระทรวงมหาดไทยยิ่งกว่ากระทรวงอื่น อยู่เสมอ จนทรงคุ้นเคยมานานแล้ว ถ้าข้าพเจ้ามีความลำบากอย่างไร ก็ให้ทูลปรึกษาหารือเป็นส่วนตัวได้ตามใจ อีกโสดหนึ่งนอกจากขอเรียนพระราชปฏิบัติตามทางราชการ จะทรงพระกรุณาโปรดฯ ช่วยแนะนำและอุดหนุนทุกอย่าง อย่าวิตกเลย

เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังพระบรมราชาธิบาย และพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นครูเช่นนั้น ก็อุ่นใจคลายความวิตกกังวล จึงกราบทูบรับ ว่าจะพยายามสนองพระเดชพระคุณตามพระราชประสงค์โดยเต็มกำลังและสติปัญญา ขอพระราชทานพรไว้อย่างหนึ่งแต่ว่า ถ้าทรงพระราชดำริเห็นว่าข้าพเจ้าจะทำการไปไม่สำเร็จ ขอให้ได้กลับไปรับราชการกระทรวงธรรมการตามเดิม ก็ทรงสัญญาตามประสงค์ เรื่องที่ข้าพเจ้าจะเป็นเสนากระทรวงมหาดไทยมีดังเล่ามานี้



ประชุมเทศาภิบาล กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๓๘
จากซ้ายไปขวา
แถวนั่ง
๑. พระยาจ่าแสนบดี (ไทย)
๒. พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (เชย กัลยาญมิตร) ต่อมาเป็นเจ้าพระยาสุรสีห์วิศิษฐศักดิ์
แถวยืนที่ ๑
๑. พระยาสุรินทรฦๅไชย (เทศ บุนนาค) ต่อมาเป็นเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์
๒. พระยาฤทธิรงค์รณเฉท (สุข ชูโต)
๓. พระยาประสิทธิศัลยการ (สอาด สิงหเสนี)
๔. พระยามหาเทพ (บุศย์ บุณยรัตพันธุ์) ต่อมาเป็นพระยาอภัยรณฤทธิ์
แถวยืนที่ ๒
๑. พระยาราชวรานุกูล (อ่วม)
๒. กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
๓. กรมขุนมรุพงศ์ศิริพัฒน์
แถวยืนที่ ๓
๑. พระยาดัสกรปลาศ (ทองอยู่ โรหิตเสถียร)
๒. พระยาทิพโกษา (โต โชติกเสถียร)
๓. พระสฤษดิ์พจนกร (เสง วิริยศิริ) ต่อมาเป็นพระยามหาอำมาตย์


......................................................................................................


เชิงอรรถ

(๑) ดูในเรื่องนิทานโบราณคดี ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ




Create Date : 13 เมษายน 2553
Last Update : 13 เมษายน 2553 12:34:14 น. 2 comments
Counter : 4592 Pageviews.  
 
 
 
 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 
 

โดย: TREE AND LOVE วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:13:26:15 น.  

 
 
 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him
 
 

โดย: da IP: 124.122.247.144 วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:17:52:16 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

กัมม์
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




วิชา ความรู้จะมีค่าเมื่อถูกถ่ายทอด
[Add กัมม์'s blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com