ตอนที่ 7 : 17 วัน 6 เมือง ที่ยูนาน ประเทศจีน : มุ่งหน้าลงใต้ไปหยวนหยาง
หลังจาก Check out แล้วไกด์พาไปเที่ยวชมร้านขายอุปกรณ์ที่ทำจากตัวจามรีในเมืองแชงกรีล่า ส่วนแรกอธิบายประวัติความเป็นมาของสัตว์ประเพศนี้ ส่วนที่สองเป็นผลิตภัณฑ์จากตัวจามรีเต็มไปหมดเลย เช่น หวี , มีด ที่ทำจากเขาตัวจามรี ขนาดตะเกียบยังมี ไฟแช็คด้วย เอาเป็นว่าเขามันทำเป็นไรได้พี่จีนผลิตออกมาหมด (แอบเห็นห้องหนึ่งมีแต่เขาตัวจามรีเต็มเลย) เขาห้ามถ้ายรูปเลยไม่ได้ถ่ายมานะคะ *** หมายเหตุ : รูปที่ลงตอนไปกับทัวร์อาจลงสลับวันกันบ้างนะคะ เพราะจำไม่ได้ว่าไปไหนก่อน ต้องดูจากโพยสรุปรายการค่าใช้จ่ายที่เราแปะไว้ให้คะ***) จากนั้นเราก็มุ่งหน้ากลับลี่เจียงกัน นั่งรถชมวิวไปไม่เบื่อเลย วิวข้างทางสวยมาก ลุ้นระลึกตลอดทาง











หลังจากชมผลิตภัณฑ์จากจามรีเสร็จแล้วเราก็ถามไกด์ว่าจะกลับถึงลี่เจียงประมาณกี่โมง เพราะเราวางแผนวางจะเดินทางกลับเมืองคุนหมิงวันนั้นเลย ไกด์แจ้งว่าราวๆ 16.00 น. เราก็โอเค แจ้งว่าอยากให้ตากูปรีไปส่งที่สถานีขนส่ง เพื่อจองตั๋วรถทัวร์กลับคุนหมิง เพื่อนชาวจีนก็เริ่มมาลุมสนใจว่าคุยไรกัน และแล้วคริสตี้ก็บอกว่าเธอกับแฟนคืนนี้จะเดินทางไปเมืองคุนหมิงเช่นเดียวกัน แต่เดินทางด้วยรถไฟ เราก็เลยบอกว่างั้นไปด้วย แต่เรายังไม่ได้จองตั๋วรถนะ สรุปว่าเราได้เดินทางไปคุนหมิงพร้อมกับเพื่อนชาวจีนคะ ^__^ เย้ ดีใจที่สุดตรงที่ได้ขึ้นรถไฟจีนแล้ว มาแล้วต้องลอง 

รถทัวร์มาส่งถึงเมืองลี่เจียง 16.00 น. เราก็แยกย้ายกันไปที่อื่น นัดเจอกับคริสตี้ตอน 18.00 น. เพราะเธอบอกว่ารถไฟเที่ยวที่เธอจองไว้ออกเวลา 22.00 น. เราจะไปเที่ยวเดียวกันก็ต้องรีบไปซื้อตั๋วก่อนเวลารถไฟออก ตามนั้นคะเราไม่รู้จะไปเหลือเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมงแนะ กระเป๋าก็หนักคิดแล้วก็เดินกลับไปหาลุงละกัน 55 ไปเอากระเป๋าฝากและหาที่นั่งเล่นเนทฟรี อิอิ ซึ่งลุงกับป้าน่ารักมากคะ ไม่ว่าด้วย เราก็เลยถือโอกาสเปลี่ยนชุด ล้างหน้า ล้างตาที่บ้านลุงซะเลย 

คืนนี้เราเปลี่ยนที่ไปนอนบนรถไฟจีนมั้ง จากลี่เจี่ยงไปคุนหมืองใช้เวลา 7 ชั่วโมงคะ เราต้องไปให้ถึงสถานีขนส่งสายใต้ของคุนหมิงก่อนเวลา 10.20 น. (จะทันไหม รถไฟจะเสียเวลาแบบบ้านเราเปล่าต้องลุ้นดู)



รูปนี้คุณแฟนแอบถ่ายคะ เลยเป็นรูปเดียวที่ได้เก็บภาพคริสตี้กับแฟนไว้ 



ที่สถานีรถไฟมีการโหลดกระเป๋าตรวจด้วยนะ เราเลยต้องทิ้งอ๊อกซิเจนกระป๋องที่เหลือ 2 กระป๋อง กับสเปรย์พ่นกันรองเราชื้นเลย แย่จัง รับกระเป๋าแล้วก็ไปจัดการซื้อตั๋วก่อน คริสตี้กับแฟนก็ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ ว่าเราจะสื่อสารกับเจ้าหน้าที่รู้เรื่องไหม สรุปว่าผ่านคะ จองตั๋วรถไฟเองได้ไม่มีปัญหา พอถึงกำหนดเวลา 22.30 น. เรา 4 คนถึงขึ้นรถไฟไปหาที่นั่งโดยเราต้องแยกกับเพื่อนชาวจีนเพราะอยู่คนละโบกี้กัน เขาก็มาส่งเราถึงที่นอนเลย น่ารักมาก และนัดกันว่าตอนเช้าพอรถไฟจอดเขาจะรอเราที่ชานชาลาคะ เพราะรถไฟจีนนี่แยกปิดประตูโบกี้ใครโบกี้มันมีเจ้าหน้าที่เดินคุม เดินตรวจโบกี้ที่ตนรับผิดชอบตลอดทั้งคืน รับรองปลอดภัยกว่าบ้านเราอีก



ล๊อคที่นอนดูตามตั๋วเลย



เลือกจองเตียงล่างไม่ว่างเลยต้องขึ้นมานอนเตียงกลางแทน



อีกสักรูป (ใช้คุณแฟนถ่ายตอนรถไฟออกแล้ว เพิ่งนึกได้อะ)



ภายในโบกี้ของเราเป็นแบบนี้ เตียงล่างสะดวกในการลุกไปเข้าห้องน้ำ แต่ไม่สบายต้องที่คนปีนขึ้นปีนลงนี่ละ



สภาพเรา 2 คน จนถึงวันนี้โทรมมาก ขอบอก วันที่ขึ้นรถไฟน้ำยังไม่ได้อาบเลย เน่าจนถึงหยวนหยางละ



พอถึงสถานีรถไฟคุนหมิง ตอนประมาณ 7.00 น. เราต้องรีบทำเวลา เพราะต้องไปให้ถึงสถานีขนส่งสายใต้ก่อน 10.20 น. โดยที่คริสตี้กับแฟนเองก็ต้องรีบไป check in ขึ้นเครื่องที่สนามบินเพื่อกลับกวางโจว แต่ยังมีน้ำใจมาส่งเราขึ้นรถเมล์อีก (ซึ้งน้ำใจจัง) เราขึ้นรถเมล์สาย 154 มาลงที่สถานีขนส่งสายใต้ ใช้เวลาเดินทางราว 50 นาที



พอถึงสถานีขนส่งสายใต้ก็รีบวิ่งไปถามหาช่องซื้อตั๋วทันที (เวลาเดินถ่ายรูปสถานีไม่มีละค่า ต้องขออภัยกล้องมันหยิบลำบาก) ตัดมาตอนซื้อตั๋วเลยละกัน เจ้าหน้าที่ ที่นี่บางคนพูดภาษาไทยได้ด้วยนะ สำเนียงแปร่งๆ แบบจีนละ คงเพราะทางใต้ของจีนใกล้บ้านเราละเพราะนั่งรถไปสิบสองปันนาได้



เราจะไปหยวนหยาง  เมืองแห่งนาขั้นบันไดทางตอนใต้ของยูนนาน ด้วยรถคันนี้ ขอเกริ่นนำก่อน  เมืองหยวนหยางแบ่งเป็นเขตเมืองเก่าและเมืองใหม่เช่นเมืองอื่นๆ โดยที่เราจะไปคือ
ยวนหยางซินเจีย (หยวนหยางเมืองเก่า )แต่รถบัสจะไปจอดให้คนลงที่ ยวนหยาง หนานชา (หยวนหยางเมืองใหม่ )ก่อนเรายังไม่ลงนะ ให้นั่งต่อไปยวนหยางซินเจียเลย ยวนหยางซินเจีย (หยวนหยางเมืองเก่า ) ยวนหยาง หนานชา (หยวนหยางเมืองใหม่ ) ห่างกันประมาณ 30 โล


บนรถมีเวลาบอกด้วย ออกจากคุนหมิงไปหยวนหยางซินเจีย (หยวนหยางเมืองเก่า ) เวลา 10.20 น. และออกจากหยวนหยางซินเจีย (หยวนหยางเมืองเก่า ) กลับเข้าคุนหมิงเวลา 9.05 น. เพราะซะนั้นใครจะไปเที่ยวหยวนหยางเช็ครอบรถออกให้ดีนะคะ รถไปหยวนหยางมีแค่วันละ 3 เที่ยวเอง แต่ละเที่ยวใช้เวลาเดินทาง 7-8 ชั่วโมง 


ว่าแล้วขอไปหาซื้อเสบีงอาหารตุนก่อนละกัน เพราะเดินทางไกล แถมหาข้อมูลมาบอกว่าหยวนหยางซินเจียหาขนมทานยากมาก รถมีแวะพักให้เข้าห้องน้ำไม่ต้องกลัวคะ แต่เราไม่กล้าซื้ออาหารทานนะ กลัวท้องเสีย อาศัยกินขนมที่ตุนมา แอ๊ปเปิ้ล และไข่เยี่ยวม้าที่ซื้อตุนมาจากแชงกรีล่า พอได้อยู่ น้ำร้อนในกระติกแทบเททิ้งละ เดินทางลงใต้อากาศร้อนมาก พอกับบ้านเราเลย (คิดถึงตอนเหนือของมณฑลยูนานที่สุด)

ชารสนี้พอทานได้ กันตายไปก่อน มีกลิ่นหอมเราไม่ชอบเลย



ระหว่างนี่เราได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มมา 1 คนจ๊ะ เป็นฝรั่งหนุ่มอายุ 25 ปี ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย ชื่อเสียงเรียงนามว่า "อินโด" เป็นชาวอิสราเอลนะ บังเอิญขึ้นรถคันเดียวกัน และจะไปที่เดียวกัน เลยตกลงใจไปพร้อมกัน 555 ง่ายดีเนอะ เมื่อออกจากสถานีที่รถบัสจอด จะมีพวกรถตู้มาถามว่าเราจะไปไหน เราก็แจ้งความจำนงและต่อรองราคา จนได้ราคาที่พอใจ จึงออกเดินทางไปสู่ที่พักของเรา ก่อนเข้าหมู่บ้านรถตู้พาเราไปซื้อตั๋วค่าเข้าชมนาขั้นบันไดหยวนหยางที่นี่คะ



ราคาจะขึ้นอยู่กับวันที่เราเข้าพัก เราอยู่น้อยก็จ่ายน้อย อยู่นานก็จ่ายแพง (ลืมถ่ายรูปอินโดอีกละ ยุ่งอยู่ คุณแฟนถ่ายติดมานิดนึงก็ยังดี อินโดเสื้อลายซ้ายมือคะ)



บัตรค่าเข้าสถานที่หน้าตาแบบนี้


มาดูจุดที่เราจะไปพักกัน เราจองที่พักที่หยวนหยางผ่านเนทคะ 3 วัน 2 คืน (วันที่ 19-21 พฤษภาคม 2557) พักที่ " Jacky's Guest Houses" ส่วนวันที่ 18-19 นี่พักตามอินโดคะ เนื่องจากนับวันผิดลืมจองมา (แป่ว) เลยถามอินโดว่าพักที่ไหน เขาตอบว่าพักที่ "Sunny Guest House" เราเลย Search หาข้อมูลทางเนทและโทรไปถามว่ามีห้องว่างไหม สรุปว่ามีได้ราคาที่คืนละ 860 บาทนะ (ถ้าจำไม่ผิด) ดูรูปห้องในเว็ปก็โอเคนะ 


แปะแผนที่จุดที่เราจะไปพักให้ดูคะ (ขอขอบคุณแผนที่และข้อมูลที่เราตามรอยจากคุณ เรือนขวัญ //pantip.com/topic/31401121)  จุดที่เราไปพักคือ "หมู่บ้านโตอี้ซู่" เป็นหมู่บ้านชาวฮานีคะ
เรียกกันว่า "ชุมชมพูเก้าเหล่าไจ้" (Puogao laozhai) มีที่พักหลายแห่ง แต่ที่ติดอับดับคือที่ " Jacky's Guest Houses"


รถตู้มาส่งแค่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านนะคะ แล้วเราต้องเดินเข้าหมู่บ้านเอง แต่เราโทรให้เจ้าหน้าที่ของ  "Sunny Guest House" มารับละ เพราะเห็นว่าเย็นแล้ว จะมืดแล้วด้วย



ห้องที่เราจองไว้ ส่วนอินโดนอนห้อง Dorm รวมกับฝรั่งคนอื่น



เปิดกระจกออกไปถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย อากาศเย็นพอควรคะที่นี่









หลังจากเก็บกระเป๋าเสร็จ ลงไปทานอาหารเย็นกันเถอะ หิวมากมาย



ข้าวของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคะ ข้าวแดงของชาวฮานี นุ่มอร่อยอย่าบอกใคร



กิจกรรมช่วงอยู่ที่หยวนหยางนี่สบายมากเลย เช้าตื่นถ่ายรูป เย็นก็ถ่ายรูป รูปล่างถ่ายจากหน้าต่างห้องพักคะ







ที่หยวนหยางมีจุดชมวิวนาขั้นบันไดหลายจุดคะ ใครอยากไปชมต้องรีบตื่นแต่เช้านะ เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น และกลับค่ำเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดิน



งดงามเกินคำบรรยาย ตัดสินใจไม่ผิดที่มาพักที่นี่





ไปเดินชมรอบๆ ที่พักกันหน่อย









ลงมาถูกเวลาพอดี นั่งอาบแดดยามเช้านี่คงสุขใจ







ห้องอาหารของ  Sunny Guest House เราตื่นเช้ากว่าเพื่อนเลย ไม่มีสักคน







มีโค๊กขายด้วย แต่แอบแพง



เล้าไก่จ๊ะ



สายหน่อยเขาเอาไก่ไปตากแดด



บางก็ปล่อยให้เดินเล่น



รูปทางเข้าที่พัก Sunny Guest House จ้า ถ่ายตอนย้ายไปพักอีกที่หนึ่ง



วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 เรา check out จาก Sunny Guest House เวลา12.00 น. และย้ายมาที่ Jacky's Guest House แทน



ก่อนไป check in โทรยืนยันอีกทีเพื่อความชัวร์นะจ๊ะ แจ๊คกี้พูดภาษาอังกฤษได้จ้า เอาราคามาให้ดู











Jacky's Guest House ได้รางวัลด้วยนะ



นี่มาม้าของแจ๊กกี้คะ น่ารักมาก (รูปนี้ถ่ายเช้าวันที่จะเดินทางกลับ) คิดถึงมาม้ามาก แกน่ารักเป็นกันเองมาก ถึงมาม้าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ผลที่สุดเราก็คุยกันรู้เรื่อง ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ มาม้าจะต่อสายตรงโทรหาแจ๊คกี้ให้แปลให้ สุดยอดอะ น่ารักมาก วันที่เราไปพักลูกชายแกไม่อยู่ เพิ่งไปทำงานที่คุนหมิง เลยไม่เจอกัน ที่พักเลยมีแค่มาม้ากับคนใช้ 1 คน ที่ช้างมาเย็นกลับ ตกเย็นเราเลยอยู่กับมาม้าตลอด หากแขกน้อยมาม้าจะชอบนั่งคุยกับเรา แฟนเราก็ชวนคุยโน้นนี่นั่น ทั้งๆ ที่พูดภาษาจีนไม่ได้ เราเลยกลายเป็นล่ามจำเป็นซะงั้น (ทำประหนึ่งว่าฉันเก่ง ที่ไหนได้กางโพยเพียบ อิอิ)



มาม้ามีชื่อเสียวเรียงนามว่า พู่ซื่อเฉียว อายุอานามปาไป 69 ปีแล้ว เป็นคนหยวนหยางโดยกำเนิด มาม้าเราว่าคนที่
ชุมชมพูเก้าเหล่าไจ้ จะมีชื่อขึ้นต้นด้วย " พู่ " ทุกคน คุยไปคุยมาก็ตามเรื่องพ่อ แม่ พี่น้อง มั้งละ ลูกๆ แกบ้างละ มาม้ามีลูกชาย 3 คน คนโตอยู่ปักกิ่ง คนที่ 2 อยู่ฮ่องกง แต่งงานแล้ว แกบอกว่าเหลือตาแจ๊คกี้นี้ละที่ยังโสด ทำงานที่คุนหมิง วันหยุดถึงจะกลับมาหาแม่ (คิดถึงแม่ขึ้นมาเลยเรา) ถามเรื่องสภาพอากาศบ้างละ แกก็ว่าที่หยวนหยางเคยมีหิมะตกนะ เราก็จดใส่สมุดใหญ่เลย เก็บไว้เป็นข้อมูล คือแบบว่าถ้าที่หยวนหยางหิมะตกละก็นะ.....เมืองเต๋อชิงจะเหลืออะไร เมืองทั้งเมืองคงจมอยู่ใต้กองหิมะชัวร์ แค่อากาศที่เราไปยังหนาวขนาดนั้น ใส่ทั้งลองจอน เสื้อ เสื่อกันหนาวอีก ยังเอาไม่ค่อยอยู่



เปลี่ยนมาถ่ายรูปห้องอาหารบ้าง



เราไม่ชอบห้องที่เราจองไว้เลย ขอมาม้าดูห้องอื่นที่ว่างแล้วขอเลือกเอง อิอิ มาม้าใจดีเปิดให้ดูทุกห้องเลย (แม้กระทั่งห้องที่มีคนเข้าพักแกก็เปิด ให้ดูแต่บอกว่ามีคนนอนแล้วนะ)


วิวจากหน้าต่างห้องเราเอง สวยไหม เลือกห้องนี่เพราะอยู่ชั้นบน ไม่ติดกับห้องอื่น ลมโกรกเย็นสบายไม่ร้อนด้วน กลางคืนหนาวมาก


ห้องเราเปิดออกมาก็เจอวิวสวยๆ แบบนี้


จากดาดฟ้าของ Jacky's Guest House มองไปเห็น Sunny Guest House ด้วย ป้ายสีน้ำเงินอะ



หลังคาบ้านของที่นี่เหมือนเห็ดเลย



ที่ประเทศจีนทำงานกันทุกคนไม่เกี่ยวว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย



ยามว่างของเด็กๆ



ที่พักใหม่กำลังก่อสร้างอีกมาก คาดว่าอีกหน่อยจะเจริญ




ดูวิธีมุงหลังคาเขามั้ง




ที่ใส่ไก่



ที่บ้านมาม้ามีเครื่องซักผ้าด้วย ไอ้เราก็เอาแล้วสิ อยากซักผ้าแต่ใช้ไม่เป็น เลยไปถามวิธีใช้จากคนใช้ของมาม้าคะ 55 พี่เขาก็น่ารักบอกว่าซักเลย ซักได้ฟรี มาสอนวิธีใช้ด้วย



อยู่เมืองไทยซักมือ อิอิ ไปใช้เครื่องซักผ้าเป็นที่จีน ที่บ้านตัวเองมีพ่อไม่ยอมสอน



เรากะแฟนตกลงกันว่าจะไม่ออกไปเที่ยวชมนาขั้นบันไดตามจุดต่างๆ คะ อย่าอยู่นอนกินลมชมวิวที่นี่ (ความจริงสภาพร่างกาย กรอบมาตั้งแต่เหมยหลี่แล้ว เหนื่อยมาก ตื่นเช้า นอนดึกกันทุกวัน หลงเวลาเมืองจีนเพราะ กว่าจะมืดปาไปสองทุ่มกว่า)



ยามบ่ายของเด็กๆ ระหว่างเราตากผ้า



แอบส่องคนอื่นบ้าง













เจ้าห่านประจำบ้าน
" Jacky's Guest Houses" ฉลาดแสนรู้มาก มาม้าแกเลี้ยงไว้ในห้องน้ำคะ  เช้าพอเปิดประตูห้องน้ำมันก็จะเดินออกไปนอกบ้านทันที (รู้งานนะเนี่ย) ตกเย็นมันจะมายืนรอหน้าประตูที่พัก แบบว่ามืดแล้วฉันจะเข้าบ้านแล้วนะ เปิดประตูเร็ว แคว่กๆๆๆ



แดดลมเราก็ออกทัวร์กัน




เออ....รางระบายน้ำ หรือรางส่งน้ำนี่สกปรกไปนะ ไม่ไหวอะ สุขอนามัยยังต้องจัดระเบียบอีกยาว



ยังมีการทำนาแบบดั้งเดิมอยู่เลย





Create Date : 12 กันยายน 2557
Last Update : 15 กันยายน 2557 15:06:08 น.
Counter : 1739 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



จับกล้องท่องเที่ยวไปกับการเดินทางของฉัน ด้วยการถ่ายภาพที่ใช้อารมณ์ และหัวใจ มากกว่าเทคนิคและกฏเกณฑ์ /Step by step with my journey.

Page : Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
https://www.facebook.com/EmmyJourney

Blog : https://emilia0412.bloggang.com
Oknation blog : https://oknation.nationtv.tv/blog/emilia

Instagram : emmyjourney
https://instagram.com/emmyjourney

** ขอสงวนสิทธิ์ ***
ข้อมูลทั้งหมด อันรวมถึงข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่บน https://emilia0412.bloggang.com ห้ามมิให้ผู้ใดเผยแพร่ ลอกเลียน ทำซ้ำ หรือแก้ไข ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ด้วยวิธีการใดๆ โดยมิได้รับการยินยอมจากเจ้าของบล๊อก (จะได้ม๊ะ)
กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog