Bloggang.com : weblog for you and your gang

บริหาร การจัดการ การตลาด พัฒนาตนเอง พัฒนาความคิด กลยุทธ์ ธรรมะ จักรราศี ฯลฯ
จัดตั้งธุรกิจ ปรับปรุงกิจการ | ไขความลับสมองเงินล้าน | การเขียนแผนธุรกิจ | บริหารคน บริหารงาน | พัฒนาความคิด
พระไตรปิฎกฉบับหลวง | แต่องค์กรที่แสนรัก | สุขใจกับเด็กสมาธิสั้น

Group Blog

 
All blogs

 

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก - ตอน 5 ยอดคนตามหานายดี

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก
ตอน 5 ยอดคนตามหานายดี


จากเมล์ที่ได้รับ




บางท่านคิดว่า ผมเสนอแต่พวกสายบุ๋น ไม่เห็นกล่าวถึงพวกสายบู้ ดูบ้างเลย
ขอลองยกตัวอย่าง จูล่ง คนดีมีความสามารถ ต้องเปลี่ยนนายใหม่ จึงจะรุ่ง
เดิมที่เริ่มงานกับอ้วนเสี้ยว แต่ดูแล้วเป็นคนหยาบช้ามิได้รักษาสัตย์
จึงสมัครไปอยู่กับกองซุนจ้าน สู้อุตสาห์สร้างผลงานให้ปรากฏ ต่อกรกับบุนทิว
ยอดทหารเอกของอ้วนเสี้ยว ได้อย่างสูสี แต่กับไม่ไว้ใจ มีตาหามีแววไม่
ก็ไม่รู้ว่าทำไม กองซุนจ้านจึงไม่ใจในตัวจูล่ง ถ้าจะเห็นว่าเป็นคนแปลกหน้า ไม่น่าไว้ใจ ก็ไม่น่าใช่
ถ้าตอนนั้น จูล่งไม่ยื่นทวน เข้าไปช่วย ซอกคอกองซุนจ้าน ก็คงไม่พ้นปลายทวนบุนทิวอย่างแน่นอน

ในสามก๊กฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ท่านบรรยายไว้ดังนี้
แลทหารเอกกองซุนจ้าน ๔ คนขับม้าประดากันเข้ารบด้วยบุนทิวๆ
เอาทวนแทงถูกทหารตกม้าตายคนหนึ่ง ทหาร ๓ คนก็ขับม้าหนี




บุนทิวเงื้อทวนจะแทงกองซุนจ้าน ฝ่ายจูล่งเห็นดังนั้นก็ขับม้ารำทวนออกสกัดหน้าบุนทิวไว้
แลกองซุนจ้านนั้นก็หนีเข้าซ่อนอยู่ในเงื้อมเขาได้
จูล่งกับบุนทิว รบกันถึง สิบหกเพลงมิได้แพ้ชนะกัน
พอเหล่าทหารกองซุนจ้านซึ่งแตกนั้นคุมกันไล่ตามทัน เข้าล้อมบุนทิวไว้
บุนทิวเห็นจะเสียทีก็ขับม้าฝ่าออกมาได้ แล้วหนีไป
กองซุนจ้านจึงออกมาจากเงื้อมเขา เห็นทหารคนนั้นสูงประมาณประมาณ ๖ ศอก
หน้าผากแลคิ้วใหญ่ตาโต จึงถามว่าท่านชื่อใด มาช่วยเรานี้ขอบใจนัก
จูล่งย่อตัวคำนับแล้วว่า ข้าพเจ้าชื่อจูล่งแซ่เตียว อยู่ณเมื่องเสียงสัน
แต่ก่อนนั้นข้าพเจ้าอยู่ด้วยกับอ้วนเสี้ยว ข้าพเจ้าเห็นว่าอ้วนเสี้ยวเป็นคนพยศหยาบช้ามิได้รักษาสัตย์
ข้าพเจ้าจึงหนีมาพึ่งอยู่ด้วยท่าน พอมาพบที่กลางทางนี้
กองซุนจ้านได้ฟังดังนั้นมีความยินดีนัก จึงขึ้นขี่ม้าตัวหนึ่งแล้วพาจูล่งกับทหารทั้งปวงยกกลับไป ณ ค่ายริมแม่น้ำ

ที่ผมต้องกล่าวเสียยืดยาว อยากให้เห็นสาระสำคัญตอนนี้
นักรบสมัยก่อน ถ้าเก่ง ก็คือเก่งจริงๆ ดูอย่างบุนทิว คนเดียว ทหารเอก กองซุนจ้าน ๔ คนเทียบไม่ติด
จูล่งตอนนั้น เป็นทหารโนเนมอยู่ สามารถต่อกรกับ ทหารเอกมีชื่อแห่งยุค บุนทิว ได้อย่างสูสี
เปิดตัวได้งดงาม มาแบบวีรบุรุษ ปกป้องชีวิตคนที่จะเป็นเจ้านายในอนาคต แต่กลับไม่คิดทวงบุญคุญ เรียกร้องค่าตอบแทนเลยสักนิด เพียงแต่ตอบว่า " จึงหนีมาพึ่งอยู่ด้วยท่าน"
ช่างตอบได้นอบน้อมถ่อมตัวเสียนี่กระไร ความสามารถระดับนี้ไม่ต้องหนีหรอกครับ มีแต่คนโหยหา
พอกองซุนจ้านตาย อ้วนเสี้ยว ส่งคนไปตามง้อกลับ แต่จูล่งไม่เอาด้วย
ตอนนั้นอ้วนเสี้ยว เป็นก๊กใหญ่สุด จูล่งกลับเข้าไปอย่างน้อย ก็ได้เป็นทหารเอกคนหนึ่ง
แต่จูล่งมองการณ์ไกล อยู่ไปก็รุ่งไม่นาน ด้วยอ้วนเสี้ยวเป็นคนโลเล ทำการใหญ่ไม่สำเร็จ

กองซุนจ้าน ก็มีตาหามีแววไม่ เหมือนไก่ได้พลอย ลิงได้แหวน หารู้คุณค่าไม่
แลกองซุนจ้านนั้นยังไม่รู้จักน้ำใจจูล่ง จึงให้จูล่งคุมทหารเป็นกองหลัง
ก็ไม่รู้ว่าทำไม กองซุนจ้าน จึงไม่ไว้ใจจูล่ง ถ้าจูล่งคิดไม่ซื่อ ก็ปล่อยให้บุนทิวเอาทวนแทงตายเสียที่เนินเขาเรื่องก็จบ อ้วนเสี้ยวจะส่งจูล่งมาเป็นไส้ศึกให้เสียเวลาทำไม
หรือเป็นเพราะจูล่ง บอกว่าเคยอยู่กับอ้วนเสี้ยว กองซุนจ้านจึงไม่ไว้ใจ

ความสามารถจูล่งนั้น ต้องให้เป็นกองหน้าประจัญบาน ไม่ใช่กองหลัง
ใช่คนอย่าระแวง ถ้าระแวงแล้วอย่าใช่
คนที่จะเป็นเจ้านายทั้งหลาย พึ่งวิเคราะห์ นิสัยและความสามารถลูกน้องตัวเองให้ดี
อย่าให้เหมือนกองซุนจ้าน ที่มีคนดี มีความสามารถ แต่อนาถไม่รู้จักใช้

จูล่ง เองก็เริ่มรู้ตัวว่าเลือกนายผิดเข้าให้แล้ว พอได้มาเจอเล่าปี่ ใช่เลย
เจ้านายในอุดมคติ คือคนนี้แน่นอน จึงเผยความรู้สึกในใจให้เล่าปี่ฟัง
" แต่ก่อนข้าพเจ้าเห็นว่าอ้วนเสี้ยวเป็นหยาบช้า
ข้าพเจ้าจึงมาอยู่ด้วยกองซุนจ้าน
บัดนี้ก็เห็นว่ากองซุนจ้านนี้หาความคิดมิได้
ข้าพเจ้ามีความลำบากใจ ครั้นมาเห็นท่านค่อยมีสติปัญญา
คิดว่าจะทำราชการด้วยก็ต่างคนต่างอยู่ มิรู้ที่จะทำประการใด"

เล่าปี่ก็ตอบ รู้จักกันไว้เป็นคนสนิท จงอยู่กับกองซุนจ้านก่อนเถิด
แม้ไม่ตาย ก็คงได้ร่วมงาน
แล้วภายหลังโชคชะตาฟ้าลิขิต ให้จูล่งเจอกับเล่าปี่ยามยากกันอีกครั้ง
คราวนี้ จูล่งร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ สร้างผลงานลือลั่น
ฝ่าทัพรับอาเต๊า สังหารแม่ทัพใหญ่ ๒ คน ทหารเอก ๕๐ คนของโจโฉ ในการรบครั้งเดียว
ย้ำครั้งเดียว และคนเดียว ด้วยม้า ๑ ตัว ทวน ๑ เล่ม ยอดกระบี่ ๑ เล่มของโจโฉ พร้อมทารกน้อยเล่าเสี้ยน เป็นตัวถ่วงอีกต่างหาก ( กระบี่โจโฉคืนสนอง สังหารทหารเอกของตัวเอก) สมกับเป็นยอดขุนพลประจัญบาน

ที่ผมว่าดีแล้วที่โชคชะตา ลิขิตมาให้รู้จักเล่าปี่ที่หลัง
ถ้าได้มารู้จักพร้อมกับ กวนอู เตียวหุย แล้วสาบานกันพี่น้อง
เห็นจูล่ง คงต้องตายด้วยแรงคำสาบานไปอีกคน
( แม้ไม่ได้เกิดวันเดียวกัน แต่ขอตายพร้อมกัน )
จูล่งจึงอยู่ค้ำบัลลังเล่าเสี้ยนไปอีกนาน

เล่าปี่นับถือจูล่ง เรียกว่าน้อง๔ แม้มิได้สาบานเป็นพี่น้อง
เล่าเสี้ยน เรียกท่านอาจูล่ง
บุคคลผู้นี้งดงาม สมกับเป็นวีรบุรุษ
สมแล้วที่พระราชวังต้องห้าม วาดวีระกรรมจูล่งไว้ติดฝาผนัง

การกระทำของจูล่ง สอนอะไรกับเราเหล่ามนุษย์เงินเดือน
อยู่กับอ้วนเสี้ยว เป็นแค่ทหารธรรมดา ไม่มีชื่อเสียงอะไร
อยู่กับกองซุนจ้าน ได้เป็นแม่ทัพกองหลัง ยังใช้ความสามารถได้ไม่เต็มที
อยู่กับเล่าปี่ ได้เป็นทหารเสือ ได้รับความยกย่องนับถือ จากเจ้านาย เต็มที
สมที่จูล่งรอคอย ตามหา เจ้านายแบบนี้ แม้ช่วงหนึ่ง ตอนที่กองซุนจ้านตาย ต้องเร่ร่อนสักพัก
ก็จะกลัวไปไย ความสามาถอยู่กับตัวกลัวอะไร

แล้วคุณละ มีความสามารถ และกล้าพอที่จะตามหาเจ้านายในอุดมคติอย่างจูล่งหรือเปล่า



แอ็ดบาว เคยกล่าวไว้
ทำงานฉันทำจริงๆ
ฉันทำทุกสิ่งยกเว้นประจบเจ้านาย
วัดคนเขาวัดกันที่น้ำลาย
ลาก่อนเจ้านาย
ฉันไม่ใช่ควายจนตรอก

 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 13:53:40 น.  

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก - ตอน 4 คนตามหางาน

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก
ตอน 4 คนตามหางาน


จากเมล์ที่ได้รับ



จะว่าไปแล้ว การที่ขงเบ้งได้แจ้งเกิดวงการกุนซือนั้น
เนื่องด้วยได้อาจารย์ดี ถ่ายทอดความรู้ แล้วโปรโมทให้ด้วย
สุมาเต็กโช จึงเป็นยอดอาจารย์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมของอาจารย์ ๕ ประการ

๑ ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี

๒ สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง

๓ สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง - ถ่ายวิชาความรู้จนหมดภูมิ ชนิดที่ว่าไม่มีอะไรจะสอนแล้ว และไม่กลัวว่าศิษย์จะเก่งกว่า อาจารย์ที่ดี ต้องสอนศิษย์ให้เก่งกว่าตัว ความรู้จะได้พัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ

๔ ยกย่องให้ปรากฏในหมุ่เพื่อน - ในชั้นนี้ สุมาเต็กโชทำยิ่งกว่า ยกย่องให้ปรากฏต่อคนภายนอก โฆษณาหางานให้ลูกศิษย์ไปในตัว ลูกศิษย์เก่งสร้างผลงาน อาจารย์และสถาบันก็พลอยมีชื่อไปด้วย

๕ สร้างเครื่องคุ้มกันภัยทุกสารทิศ - วิชาความรู้นั้นนำไปใช้ทำงานได้จริง สอนให้ศิษย์ปฏิบัติได้จริง นำวิชาไปเลี้ยงชีพทำงานได้ดี

เมื่อศิษย์ทั้งหลาย ได้รับความกรุณาจากอาจารย์ดังนั้น พึ่งปฏิบัติตอบแทนดังนี้

๑ ลุกต้อนรับแสดงความเคารพ
๒ เข้าไปหา - อย่าต้องให้ตาม กลัวครูไม่รู้วิชา
๓ ใฝ่ใจในการเรียน
๔ ปรนนิบัติ
๕ เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ

แล้วศิษย์เก่ง บังทอง ได้งานจากนี้ได้อย่างไร
ใครที่อ่าน และดู ๓ ก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ
นอกจากพลังสมองของขงเบ้ง และกำลังความสามารถของจิวยี่แล้ว
ปฏิเสธไม่ได้เลย คนที่มีส่วนร่วมให้ทัพเรือถูกเผา คือ บังทอง

คนอย่างโจโฉ เจอยอดปราชญ์บังทองสรรเสริญว่าเก่งเข้าหน่อยก็ปลื้มลืมตัว
" ตั้งขบวนทัพอันหาผู้เสมอมิได้
ถึงมาตร ซุนวู่ จะกลับมีชีวิตมาทำการสงครามด้วยท่านครั้งนี้
ก็ไม่อาจชนะท่านได้ "

โจโฉยอมรับนับถือในปัญญาของบังทองเสมอหนึ่งเป็นอาจารย์
ไตร่ถามในการสงคราม บังทองตอบได้ไม่ขัดข้องแม้แต่ประการเดียว
เสียตรงที่ทหารโจโฉเป็นชาวดอน ไม่สันทัดทางน้ำ เสนอกลห่วงโซ่ สัมพันธ์ ตรึงเรือให้นิ่ง
โจโฉเห็นจริง เรือรบทั้งปวงแน่นิ่งทหารไม่เมาคลื่น ทั้งม้าและคนเดินรบพุ่งด้วยกันถนัด

สุดท้าย วอดวายเพราะขงเบ้งเรียกลม จิวยี่ใช้ไฟเผา
ด้วยบังทองวางกลตรึงเรือโฉ ให้เป็นเป้านิ่งทำลายล้าง

นี่คือเขาละ หงษ์ดรุณ บังทอง ยังมิได้สังกัดก๊กไหน ก็สร้างผลงานชิ้นสำคัญ
แล้วทำไมบังทองถึงได้งาน ยากที่สุด ช้าที่สุดละ
แรกเริ่มเดิมที บังทองสมัครใจจะเข้าด้วยกับซุนกวนๆเห็นลักษณะบังทอง
ไม่เจริญหู เจริญตา พูดจาไม่หวานหู จึงไม่ศรัทธา
เห็นคิ้วใหญ่ จมูกโด่ง หน้าดำ หนวดสั้น รูปนั้นวิปริตนัก น้ำใจจึงไม่ยินดี
จึงแจ้งว่า เชิญท่านออกไปก่อนเถิด เมื่อมีราชการข้างหน้าค่อยไปจึงเชิญท่านมาคิดอ่าน
( ปฎิเสธ แบบนิ่มๆ ตอนสมัครงานใหม่ๆ ผมก็เคยเจอบ่อยๆ )


มีโลซก กุนซืนคนซื่อของซุนกวน ที่เป็นห่วง กลัวบังทองเข้าด้วยโจโฉ
แนะนำให้ไปหาเล่าปี่ แล้วเขียนหนังสือรับรองคุณภาพให้อีกต่างหาก
ก่อนหน้านี้ ก็ได้หนังสือรับรองคุณภาพจากขงเบ้ง กลายเป็นว่า
บิ๊กเนม ๒ คน ๒ก๊ก รับรองการันตี คุณภาพบังทองได้เป็นอย่างดี

ตอนบังทองไปหาเล่าปี่ แรกๆก็ดีใจได้ยินชื่อลือชามานานแล้วได้เจอตัวเสียที
แต่พอเจอตัวจริง ผงะครับ เห็นรูปวิปริตน้ำใจไม่สู้ยินดี จึงแกล้งว่า

"ท่านมาแต่ไกล เราก็มิได้มีธุระสิ่งใด เมืองเกงจิ๋วนี้สงบราบคาบอยู่
แต่เมืองเอี๋ยงยังไม่มีเจ้าเมือง เชิญท่านไปอยู่ก่อนเถิด"
บังทองคิดเล่าปี่ดูถูกไม่นับถือ จะแสดงภูมิรู้ให้เห็นก็เสียเปล่า
จดหมายรับรอง ๒ฉบับของขงเบ้ง และโลซก ก็ไม่เอาให้ดู
ใจเด็ดอยู่ ดีนะที่ไม่เปลี่ยนใจไปอยู่กับโจโฉ เกมพลิกทันที

ในเรื่องนี้ ผมขอยกย่องโจโฉนะ ที่มองเพชร เป็น เพชร
มองปราชญ์ เป็น ปราชญ์ มองทะลุผ้าขี้ริ้วที่ห่อทอง ในตัวบังทอง
ทั้งๆที่โจโฉนับถือ บังทองเหมือนอาจารย์ แม้รูปชั่วตัวดำ ก็ไม่รังเกียจ เหมือน ซุนกวน และเล่าปี่
นี่ถ้าบังทอง สุจริตใจ กับโจโฉ ๓ก๊กเกมเปลี่ยนทันที อย่างน้อย ก็คงไม่แตกทัพยับเยิน

พอได้มาอยู่เมืองเอี๋ยง เหมือน ความสามาถระดับผู้บริหาร
มาให้ทำงานเสมียน ก็แกล้งกินเหล้าไม่เอางาน
เล่าปี่รู้ข่าว ส่งเตียวหุยซุนเขียน ไปสอบสวน
บังทอง จึงได้แสดงความสามารถให้เห็น
ว่าความ เขียนสำนวน ได้เรียบร้อยรวดเร็ว
จนคนหยาบอย่างเตียวหุยนับถือ

บังทองจึงเอาหนังสือที่โลกซกให้มาแก่เล่าปี่นั้น ออกให้ซุนเขียนอ่านให้เตียวหุยฟัง

เท่ห์ไหมครับ เอาความสามารถมาอวด ไม่ต้องเอาหนังสือรับรองของคนอื่นมาอวด
จึงจะแน่จริงสมเป็นนักปราชญ์
เตียวหุยสงสัย ทำไม เจอเล่าปี่ ไม่เอาให้ดู

"ครั้งจะให้ดูหนังสือนั้นก็เหมือนข้าพเจ้าแกล้งขอหนังสือมาเป็นนายหน้า
ให้ผู้อื่นช่วยสรรเสริญ ข้าพเจ้าจึงมิให้ดู"
แต่แสดงความสามารถให้เห็น

หนังสือที่โลซกรับรองเขียนไว้ว่า
" บังทองคนนี้ ได้ร่ำเรียนความรู้วิชาการเป็นอันมาก
แล้วมีสติปัญญาควรที่จะเป็นที่ปรึกษาท่านได้
แม้จะดูแต่ลักษณะรูปร่างภายนอกก็เห็นว่าไม่สม
ที่จะมีความรู้วิชาการดี ข้าพเจ้าเสียดายบังทอง
กลัวบังทองจะไปอยู่ด้วยผู้อื่น
ข้าพเจ้าจึงมีหนังสือให้บังทองมาหาท่าน"

ดูซิครับ คนเก่งย่อมนับถือคนเก่ง นี่ถ้าบังทองไม่ยิ่งเกินไป ก็อาจได้งานแต่แรกแล้ว
แต่ก็อย่างว่า ตอนนั้นเล่าปี่ ยังไม่ศรัทธา ถ้าไม่โชว์เพาว์ให้ดู ก็อาจยังไม่เชื่อ เหมือน ชีซี ( แต่ชีซี หน้าตาดีกว่า)

กว่าบังทองจะได้เป็นกุนซือ เล่าปี่ ออกแรงเหนื่อกว่าคนอื่น
ก็เป็นตัวอย่างได้ อย่างดี มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา บุคคลิกก็สำคัญ
เปรียบเหมือนสินค้า คนซื้อ คนจ้าง ย่อมต้องเลือกแพ็คเก็จดูดีก่อน ดีต่อดี ค่อยดูประเด็นอื่นอีกที
น้อยคนนัก จะเหมือนโจโฉ มองทะลุผ้าขี้ริ้วเห็นเนื้อทอง ซ่อนอยู่ภายใน

บุคคลิกดีแล้ว จึงต้องพรีเซ็นดีด้วย จึงจะสำเร็จได้งานไปทำอย่างบังทอง
ชีซี เดินร้องรำทำเพลง เข้าไปหาแบบชิวๆ แล้วก็ได้งานกลับมา
ขงเบ้ง นอนอยู่กับดีๆ งานก็เข้า เล่าปี่ต้องตามง้อถึง3หน จึงได้แสดงวิสัยทัศน์ วิเคราะห็บ้านเมือง วางนโยบายให้
แต่บังทอง เข้าไปหาเป็นแบบทางการ แม้จะมีผลงานความสามารถ ตอนเผาทัพเรือโจโฉ แต่กลับได้งานที่หลังเพื่อน ๒ คน

ก็เป็นข้อคิดได้อย่างดี



มีคลื่น ย่อมมีลม
เกิดเป็นคนย่อมมีอุปสรรค
คนที่หนีอุปสรรค
คือคนที่แพ้ตลอดกาล

ข้าพเจ้าเอง (อันนี้เขียนตามเมล์ที่ส่งมา)

 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 13:51:03 น.  

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก - ตอน 3 งานตามหาคน

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก
ตอน 3 งานตามหาคน


จากเมล์ที่ได้รับ




กว่าชื่อขงเบ้งจะปรากฏ ก็ปาเข้าไปเกือบจะครึ่งเรื่อง
เล่าปีอายุ เกือบครึ่งร้อย จึงจะปรากฏชื่อ ขงเบ้งจากปากยอดอาจารย์สุมาเต็กโช

สุมาเต็กโช เห็นเล่าปี่คำนับ ก็พิเคราะห์ดูเห็นเสื้อแลกางเกงเปียกอยู่จึงว่า
"ตัวท่านนี้มีบุญวาสนาเป็นอันมาก
ภัยมาถึงตัวแล้วก็หนีเอาตัวรอดได้"
เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็หลากใจ
จึงคิดว่าเหตุไฉนสุมาเต็กโชจึงรู้เหตุผลทั้งนี้

เห็นไหมครับ คนที่เป็นนักปราชญ์ มองปราดเดียวก็วิเคราะห์สถานการณ์ออก
และยังแนะนำให้หานักปราชญ์มาช่วยทำงานวางแผน

สุมาเต็กโชจึงว่า
"ซึ่งท่านว่ามีบุญน้อยวาสนาน้อยนั้นหาควรไม่
เป็นเหตุทั้งนี้ เพราะท่านหาคนดีที่มีสติปัญญาเป็นที่ปรึกษานั้นยังมิได้ "

"โบราณท่านว่าไว้แต่ก่อนว่า
สิบคนจะหาผู้กล้าหาญได้คนหนึ่ง
ร้อยคนจะจัดหาผู้มีสติปัญญาได้คนหนึ่ง
แลคนทั้งปวงก็มีอยู่เป็นอันมาก
แม้ท่านประสงค์หาผู้มีสติปัญญานั้นก็จะได้สมปรารถนา"

สุมาเต็กโชนี้ น่าจะเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้เลยนะนี่
อุตสาชี้ทางให้ขนาดนี้ เล่าปี่ก็หารู้ไม่ สุมาเต็กโชบอกใบ้ต่อไป
อันขงเบ้ง บังทอง ๒คนนี้ ถ้าได้มาเป็นที่ปรึกษาด้วยแต่ผู้ใดผู้หนึ่ง
ก็อาจสามารถจะคิดอ่านปราบปรามศัตรูแผ่นดินให้สงบได้
(ภายหลังเล่าปี่ได้๒คนนี้มา ยังไม่ปราบไม่ได้อยู่ ๒คน
โจโฉ ซุนกวน)

หลังจากนั้นมาชื่อ ขงเบ้ง กับ บังทอง ก็ติดอยู่ในใจเล่าปี่ตลอดมา
เมื่อได้เห็นชีซีแสดงความสามารถปราบ โจหยินแม่ทัพเอกของโจโฉได้
โดยใช้คนน้อย เอาชนะคนมาก ยิ่งทำให้เล่าปี่นับถือเหล่ากุนซือนักปราชญ์เป็นอย่างยิ่ง
ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากปาก ชีซี ว่าขงเบ้ง บังทอง ๒คนนี้เก่งกว่าตนมากนัก ยิ่งนับถือ

หลังจากเสียชีซีให้กับโจโฉไป เล่าปี่สู้อุตสาห์ไปหาขงเบ้งถึง ๓ หน
สร้างความขัดใจให้น้องรักเตียวหุยเป็นอย่างมาก ทนอาย ทนหนาว ไปหาแล้วไม่เจอ
(ไม่เหมือนชีซี เดินมาให้เจอ ไม่ต้องตามหา )
ผมดู ๓ก๊กที่จีนแดงทำ แล้วขำเตียวหุยตอนตามหาขงเบ้ง
พี่แกออกอาการหงุดหงิดให้เห็นได้ตลอด
เพราะไม่พอใจที่พี่ชายตัวมีศักดิ์เป็นถึงพระเจ้าอา เป็นอาของฮ่องเต้
แต่ต้องมาคำนับ น้อมกายตามหาชาวบ้าน ชาวนาชื่อว่าขงเบ้ง
แต่เตียวหุย ลืมไปเดิมตัวเป็นพ่อค้าหมู เล่าปี่ยังลดตัวมาร่วมสาบานเป็นพี่น้อง
สมแล้ว ที่ท่านยาขอบให้ฉายาเล่าปี่ว่า
ผู้พนมมือให้แก่ชนทุกชั้น
ยกมือไหว้ จนได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา
ลงทุนน้อย แต่ได้ผลคุ้มค่า สู้อุตสาห์ไปหา ๓หน ได้คนนี้มาใช้งานจนคุ้ม

ครั้งที่ ๓นี้ ขงเบ้งยอมใจอ่อนกับแรงตื้อของเล่าปี่ ( ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก)
ยอมไปทำงานให้ แล้วได้วางนโยบายสำคัญไว้
ยึดเกงจิ๋ว ตั้งหลักเมืองเสฉวน
เป็นมิตรซุนกวน ต่อสู้โจโฉ
แบ่งแผ่นดินเป็น ๓ ก๊ก
คงต้องยอมรับ ผู้ที่ทำให้ ๓ก๊กเป็นรูปร่างชัดเจน เพราะขงเบ้ง
ออกจากกระท่อม มากำหนดแผ่นดินให้เป็น ๓

เล่าปี่ได้ฟัง สว่างขึ้นในใจ ใช่เลยคนนี้แน่นอน ที่ผ่านมาหลงทางมานาน
ชีซีที่ว่าแน่แล้ว พอมาเจอขงเบ้ง วิเคราะห์ขาดกว่าอีก

ชีซี วิเคราะห์ม้าที่เล่าปีขี่ ทั้งข้อดี และร้าย พร้อมวิธีแก้ไขให้
แต่ ขงเบ้ง วิเคราะห์ เหตุการณ์บ้านเมือง วางนโยบาย เป้าหมาย วิธีการปฎิบัติให้ด้วย
Action Plan ไปสู่ Road Map

แล้วขงเบ้งก็ต้องมาตรากตรำทำงานหนัก กับเล่าปี่ต่อไป

ตัวอย่างของขงเบ้ง แสดงให้เห็นว่าถ้าเราเป็นคนเก่งมากๆ
งานก็หาคนได้ เหมือน บริษัทต่างๆให้ทุนเด็กเก่ง
หรือเปิดโอกาสให้เด็กเรียนเก่งได้เข้าทำงานเป็นอันดับแรกๆ



อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ
ประเสริญสุดซ่อนใส่ไว้ในฝัก
หาแม้ใครทำฮึกฮัก
จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย

ยอดกวีสุนทรภู่

 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 13:46:40 น.  

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก - ตอน 2 แนะนำตัว

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก
ตอน 2 แนะนำตัว


จากเมล์ที่ได้รับ




.....เมื่อมีคุณธรรมของลูกน้อง ๕ ประการนี้แล้ว
การจะเดินดุ้ยๆไปคุยแล้วเป็นลูกจ้างเขามิใช่เรื่องง่ายๆ
ยกตัวอย่างตอน ชีซี อยากจะเข้ามาร่วมงานกับเล่าปี่

"ครั้นข้าพเจ้าจะจู่ลู่เข้ามาหาท่านนั้นไม่สมควร
ข้าพเจ้าจึงแกล้งทำเพลงทั้งนี้ปรารถนาจะให้ท่านรู้จัก"
แล้วเล่าปี่ ก็ได้รู้จักกับชีซี แล้วชวนมาร่วมงานกัน

การครั้งนี้ของชีซี เป็นตัวอย่างให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราได้คิด
จะเข้าไปอย่างไร ให้ได้งานกลับมา
ชีซี นั้นแสดงให้เห็น ว่าคนอย่างเขา คือคนที่เล่าปี่ ต้องการ และตามหาอยู่
ตอนนั้น เล่าปี่มียอดทหารเสือถึง ๓ คน กวนอู เตียวหุย จูล่ง
แต่ตั้งตัวไม่ได้เสียที เพราะขาดแต่มันสมอง ในการวางยุทธศาสตร์ วางแผนในการรบ
ได้แต่ยินกิตติศัพท์ ของขงเบ้ง และบังทอง จากยอดอาจารย์สุมาเต๊กโช
แม้ชีซี จะไม่ใช่บุคคลทั้ง๒ แต่ได้แสดงภูมิรู้ ความสามารถให้ประจักษ์
วิเคราะห์ ม้าที่เล่าปี่ขี่ ทั้งข้อดี และร้าย บอกวิธีแก้ให้ด้วย

"ซึ่งมิให้มีอันตรายไปภายหน้านั้น ผู้ใดมิได้ชอบใจท่านๆ
จงเอาม้านี้ไปให้ขี่ ก็จะมีอันตรายตายไปก่อน
แล้วท่านจึงค่อยกลับเอามาขี่อีกก็จะมีความเจริญต่อไป
หาความอันตรายมิได้"

เฉียบขาดไหมครับ วิเคราะห์ได้ขาด
แต่เล่าปี่ ก็แสดงความเฉียบขาดไม่แพ้กัน

เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงว่า
"ท่านนี้มีความปรารถนามาอยู่กับเราๆ
ก็คิดช่วยสั่งสอนทำนุบำรุงเราให้เป็นธรรม
ควรหรือมาสั่งสอนมิให้เป็นธรรม
จะให้ทำร้ายแก่ผู้อื่นฉะนี้ เรามิขอได้ยิน"

(แต่ตอนซุนกวนสั่งประหารกวนอู
เล่าปี่คิดฆ่าชาวกังตั้งทั้งเมือง)

ยอดคน ๒ คนแสดงคมให้เห็นกัน
ชีซี แสดงภูมิรู้ ลองใจ
เล่าปี่ แสดงภูมิธรรม ครองใจ

ชีซีจึงหัวเราะแล้วตอบว่า
"ข้าพเจ้าว่ากล่าวทั้งนี้ใช่จริงอย่างนั้นหามิได้
ด้วยได้ยินกิตติศัพท์เขาลือไปว่าท่านมีน้ำใจ
เป็นสัตย์เป็นธรรมก็ยังมิแจ้งประจักษ์ก่อน
ซึ่งว่าทั้งนี้เพื่อจะลองน้ำใจท่าน
บัดนี้สมเหมือนหนึ่งคำเขาลืออยู่แล้ว"

เล่าปี่จึงว่า
"เขาเล่าลือนั้นก็ชอบอยู่
แต่ที่จริงตัวเราก็พอประมาณ
จะเหมือนคำเขาว่าที่เดียวนั้นก็หามิได้
บัดนี้ท่านมาอยู่ด้วยเราแล้ว
จงช่วยสั่งสอนทำนุบำรุงแต่ที่ชอบ"

แล้วเล่าปี่ก็ตั้งให้ชีซีเป็นใหญ่บังคับบัญชาทหารทั้งปวง
ชีซี ก็แสดงผลงานให้เห็นสมกับตำแหน่งที่ได้รับ
ทำให้เล่าปี่ ตระหนักในความสำคัญของกุนซือทันที
ไม่เพียงมีแค่กำลังทหาร ยอดทหารเอกเท่านั้น
ต้องมีปราชญ์ ผู้มีปัญญา มันสมอง ค้ำจุ้นด้วยการณ์จึงสำเร็จ

เด็ดขาดไหมครับ สอบสัมภาษณ์เสร็จก็ได้รับตำแหน่งใหญ่ทันที

ตอนต่อไป นำเสนอ ขงเบ้ง และบังทอง
ยอดปราชญ์ ๒ คนได้งานกันอย่างไร

........................ทำงานเพื่ออยู่
หรืออยู่เพื่อทำงาน..................

 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 13:43:53 น.  

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก - ตอน 1 คุณธรรมลูกจ้าง

กลยุทธ์มนุษย์เงินเดือน ฉบับสามก๊ก
ตอน 1 คุณธรรมลูกจ้าง



จากเมล์ที่ได้รับ...



การเป็นลูกจ้างหรือลูกน้องเขานั้น มิใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่ายๆ หรือเป็นเรื่องง่ายๆได้เลย จะเป็นลูกจ้างที่ดีได้นั้น ต้องมีคุณธรรม ๕ ประการ ตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ดังนี้

๑. ตื่นก่อน - มาทำงานก่อนเวลาที่กำหนด

๒. นอนที่หลัง - กลับหลังเวลาทำงานที่กำหนด

๓. ทำงานเต็มความสามารถ - แม้ทำไม่ได้ ไม่สำเร็จ ก็ต้องตั้งใจทำงานให้เห็นว่าเราได้ทำเต็มทีแล้ว ดูอย่างจูล่ง ได้รับมอบหมายดูแลครอบครัวของเล่าปี่ เมีย ๒ ลูก๑ แม้ไม่สามารถปกป้องเมียน้อยไว้ได้นำเมียหลวง และ ลูกกลับมาให้เล่าปี่ๆมิได้ตำหนิอะไรเลย แถมยังสรรเสริญให้ความสำคัญกับจูล่งอีก แกล้งทำเป็นโกรธ โยนลูกทิ้ง เท่านี้ก็ทำให้จูล่งย่อมตายถวายชีวิต ไม่คิดไปเป็นอื่น

๔ . เอาแต่ของที่นายให้ - การทำงานให้เจ้านาย หรือนายจ้าง สิ่งที่เขาต้องการนอกจากความสามารถ นั้นคือความซื่อสัตย์ ของที่นายไม่ให้ ถึงแม้เขาไม่เอาแล้ว ก็ไม่ควรไปเอา จะเห็นได้บ่อย ในโรงงาน เศษวัสดุที่ไม่ใช่แล้ว งุบงิบเอาไปขาย แล้วเอาเงินเข้ากระเป๋า แม้จะไม่ส่งผลต่องาน แต่บ่งบอกระดับของความซื่อสัตย์ของลูกจ้างได้อย่างดี ถ้าจะเอาควรไปขอ หรือขายแล้วนำเงินเข้าบริษัท จะดูดีกว่า เสียภาพพจน์กับเศษเงินไม่กี่บาท

๕ . สรรเสริญคุณนายให้ปรากฏ - ตามหลักจิตวิทยา มนุษย์เราต้องการให้คนยกย่องสรรเสริญทุกระดับทุกชนชั้น ลูกจ้าง ลูกน้อง ก็อยากให้เจ้านายชมทำงานดี เจ้านายเองก็อยากลูกน้องสรรเสริญคุณงามความดีตนบ้าง ( ไม่ใช่การประจบนะ ) การสรรเสริญได้น่าฟัง ขอยกตัวอย่างกุยแก กุนซือเอกของโจโฉ ว่าน่าฟังเพียงใด

กุยแกจึงว่าท่านชนะสิบประการนั้น คือ
๑ . ท่านมิได้ถือตัว ถ้าจะทำสิ่งใดถึงผู้น้อยจะขัดท่านว่าจะผิดแลชอบ ท่านก็เห็นด้วย
๒. น้ำใจท่านโอบอ้อมอารีต่อคนทั้งปวง
๓. ว่ากล่าวสิ่งใดก็สิทธิ์ขาด มีสง่า
๔. เลี้ยงทหารโดยยุติธรรม
๕. ตั้งใจทำงานจนสำเร็จ
๖. รักคนโดยสุจริต ไม่ได้หลอกลวง
๗. เลี้ยงคนใกล้กับอยู่ไกล ถ้าดีแล้วเลี้ยงเสมอกัน
๘. คิดการรอบคอบแล้วจึงทำ
๙. ทำตามระเบียบแบบแผน
๑๐. ชำนาญในกลสงคราม

โจโฉได้ฟัง ก็ต้องปลื้มซิครับ กุยแกเป็นคนเก่ง และไมสอพลอ คำวิจารจึงกลั่นมาจากใจแล้วปรากฏว่ากุยแก เป็นลูกน้องสายบุ๋นที่โจโฉรักมากที่สุดคนหนึ่ง แล้วคุณละ เห็นข้อดีในตัวเจ้านายคุณบ้างหรือเปล่า

อย่างน้อยก็อย่านินทาเจ้านาย ให้คนที่ทำงานได้ยินก็แล้วกัน

 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 13:39:10 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

wbj

Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

การเปลี่ยนแปลง
เป็นเรื่องปกติของชีวิต


ผู้ชาย อารมณ์ดี เรียนรู้ชีวิตรอบด้าน
พูดตรงจนอาจจะไม่เข้าหูคน แต่ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้คิด
รับฟังหากมีเหตุผล เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกเสมอไป
จริงใจ และ จริงจัง

ถ้าจะสอบถามอะไร
และรอได้ถึงเมษายน กรุณาติดต่อทางเมล์
ที่
wbjoong@จีเมล์ดอทคอม
หลังจากบวชกลับมาแล้วจะตอบเมล์ให้ครับ



ทำก็ต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด

ไม่ได้ ไม่มี ไม่ดี ไม่ได้...
ต้องได้ ต้องดี ต้องมี ต้องง่าย



บทความใหม่





ดวงปี 2008 / 2551


ดวงตามราศีเกิด 2551-2552



ดวงตามวันเกิด



ดวงตามปีเกิด










 
Friends' blogs
[Add wbj's blog to your weblog]
Links
 

MY VIP Friend

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.