All Blog
มธุรสวาจา
มธุรสวาจา






อยากเล่า..
เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา...
แม่หนูยิมมีโอกาสเจอเพื่อนคนหนึ่งที่หน้าโรงเรียนของลูกชาย เช่นเคยคือไปรอลูกซ้อมดนตรี เพื่อนคนนี้เคยสนิทกันมากเมื่อครั้งเป็นสาว ๆ พอแม่หนูยิมย้ายที่ทำงานเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย พอมาเจอกันอีกครั้งก็ดีใจ ยิ่งพอรู้ว่าลูกเพื่อนเรียนที่นี่ด้วยก็รู้สึกดีไปด้วย อยู่โรงเรียนเดียวกัน
และเราก็เจอกันแทบทุกวัน..

มีอยู่วันหนึ่ง...
เพื่อนนำปัญหาโลกแตกมาปรึกษา....ครอบครัวมีปัญหา บอกตรงๆว่ารับฟังเฉยไม่อยากเข้าไปยุ่งได้แค่พยักหน้ารับฟังอย่างเดียว...มีหลายครั้งที่เพื่อนหยิบโทรศัพท์หาสามี... น้ำเสียงฟังแล้วอยากตัดสายแทนสามี ยิ่งถ้อยคำที่พ่นใส่มือถือบอกได้เลยว่า... คนปลายสายก็คงไม่ต่างกัน หลังจากวางสาย เพื่อนก็หันมาคุยกับเราด้วยน้ำเสียงเปลี่ยนไป

..อาทิตย์หนึ่ง เจอกันสามวัน...เป็นแบบนี้ตลอด..
เริ่มเบื่อ..ไม่อยากเจอแระ.. บอกลูกชายว่าแม่ไปรับหนูหลังโรงเรียนนะลูก จากที่รอลูกชายหน้าโรงเรียนเปลี่ยนไปรอที่หลังโรงเรียนแทน....อุปสรรคก็มีอยู่ว่าหลังโรงเรียนรถรับส่งนักเรียนจับจองสถานที่หมด ในที่สุดก็ต้องมารอที่หน้าโรงเรียนตามเคย... และแล้วก็เจอเพื่อน ...เพื่อนดีใจที่เจอ...
ครั้งนี้เพื่อนหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่..น้ำเสียงกราดเกรี้ยวยามที่พูดถึงสามี
ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามา....น้ำเสียงเพื่อนเปลี่ยนไป..พูดจบเพื่อนก็บอกว่า เพื่อนที่ทำงานโทรมา..
...... เพื่อนเริ่มเล่าต่อ...ใส่อารมณ์เช่นเคย…..และก็แยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อลูกๆ ขึ้นรถ...

เริ่มคิดว่าพรุ่งนี้เจอเพื่อนต้องพูดแล้วล่ะ....
พอถึงเวลาจริงๆ ไม่ทันเพื่อนอีกแระ...เข้าใจว่าเพื่อนต้องการระบาย...พอมีจังหวะ..

“เด่วนะแก ความจริงฉันฟังแกพูดมานานแล้ว เข้าใจว่าแกอยากระบาย แต่แกตอบคำถามฉันหน่อยเอาแบบจริงๆ นะ”
“ว่ามาแก”
“แกยังผัวแกอยู่เปล่า”
“ไม่แน่ใจแล้วตอนนี้”
“เพราะพี่แกชอบหาเรื่อง พูดจาหมาไม่แดกและชอบกลับบ้านดึก ไม่ช่วยทำงานบ้าน เลี้ยงลูก มีอะไรอีกไหม”
“ก็ประมาณนี้แหละ”
“ผัวแกมีกิ๊กเปล่าวะ”
“คงมีมั้งฉันไม่เคยถาม แค่เห็นหน้าก็เซ็ง”
“แล้วคิดจะเลิกกันหรือเปล่า”
“รอให้มันพูดอยู่”
“แล้วทำไมแกไม่พูดก่อนล่ะ ฉันฟังดูแกก็ไม่ Happy นะ”
“ฉัน..เออ..ฉัน” สีหน้าไม่ดีทำเสียงอึกอัก แน่ล่ะแม่หนูยิมรีบเสียบคำพูดที่อยากพูดเสียที
“แกจะยอมฟังที่ฉันพูดไหม เอาไปคิด และถ้าคิดว่าไม่ยากที่จะลองทำ ก็ทำดู”
“ทำอะไร”
“ฉันว่าเรื่องแกไม่ยากเลย ถ้าแกจะลองพูดกับผัวแกเหมือนที่คุยกับฉันกับเพื่อนร่วมงาน กับเจ้านายของแก”
“แกหมายถึงอะไร” ทีแบบนี้เพื่อนบ้ามันคิดไม่ออก
“อ้าวแกก็ต้องปฏิบัติต่อคนในครอบครัวดีกว่าคนนอกสิ”
“ไม่จำเป็นหรอก”
“จำเป็นสิ..กว่าแกจะเจอ และรักกัน จนแต่งงานกัน ทุกวันก็นอนด้วยกัน ตื่นเช้าก็เจอกัน มีลูกด้วยกัน กลับบ้านก็เจอกัน ทำไมแกไม่ใส่ใจเขาล่ะ..อะ ๆ ๆ อย่าเพิ่งเถียงว่าทำไมฉันรู้ สองสามอาทิตย์มานี่ ฉันฟังแกพูดกับผัวแก กับพี่เพื่อนๆที่ทำงาน หรือเจ้านายแก ผิดกันฟ้ากับเหวเลยล่ะ...คิดดูสิคนนอกแกพูดกับเค้าดีเพราะรักษาน้ำใจและผูกสัมพันธ์ แต่คนในบ้านแกกลับตะคอกตะเบ็งเสียงไม่ฟัง เหมือนไม่มีใจให้กัน แต่พอฉันถามแกก็เกี่ยงให้เค้าบอกแกก่อน แกจะรอให้เขาพูดวันนั้นแกจะเสียใจ.."
“เรื่องอะไรฉันจะเสียใจ”
“งั้นเย็นนี้แกไปบอกเค้าเลยว่าแกขอเลิก”

เพื่อนเวรมันอ้ำอึ้ง....

“เห็นไหมแกก็ลังเล ความจริงแล้วเท่าที่ฟังๆมา มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ ๆ ลองคิดใหม่ว่า เราควรพูดและปฏิบัติชอบและดีต่อคนใกล้ตัวให้มากเหมือนกับที่แสดงออกกับเพื่อนฝูง ไม่เสียหายเลยผัวเรา ลูกเรา ครอบครัวเรา ต้องพูดเพราะ ๆ ดี ๆ และอย่าคาดหวังสูง เชื่อไหมถ้าแกพูดดี ๆ สักอาทิตย์ผัวแกอาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเขาบ้าง คนเราจากที่ไม่เกรงใจกัน พอเจอไม้นิ่มไม้อ่อน ก็ตัองปรับปรุงตัวเองบ้างล่ะ”
“แล้วแกกับผัวแกไม่เคยทะเลาะกันเหรอ” ดูมันย้อนถาม
“ทะเลาะสิ ทะเลาะเรื่องลูกต่างคนต่างตามใจไปคนล่ะแบบนะสิ อย่างอื่นไม่มีหรอก”

ก็จริงนี่น่า เรื่องอื่นเราเข้าใจกันไม่เคยมีปากมีเสียงกัน แต่พอเรื่องลูกเท่านั้นแหละคุณสามีตัวดีจะกระแนะกระแหนว่า แม่หนูยิมตามใจลูกเกินไป อิอิอิ มนุษย์ที่เรียกว่าแม่ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ

หลังจากวันนั้นนับตั้งแต่ที่ได้พูดแบบนี้ไป ไม่เจอเพื่อนอีกเลย ภายหลังเจอลูกชายของเพื่อน ก็เลยถามหาเพื่อน ได้คำตอบว่าตอนนี้พ่อมารับเพราะแม่เฝ้าร้านแทน รู้สึกหงุดหงิด ทีแรกไม่อยากยุ่งเรื่องเค้าแต่ตอนนี้อยากติดตามผลงานซะงั้น 555

นานหลายเดือนเหมือนกันที่ไม่ได้เจอเพื่อน แม่หนูยิมก็ลืมๆ ไปแล้วเช่นกัน จนวันจันทร์ที่ผ่านมาแม่หนูยิมไปรอรับลูกชายที่หน้าโรงเรียนตามปกติ จู่ ๆ ก็มีมือมากอดเอวเราซะแน่นหันไป อ้าวเพื่อนตัวดีที่หายหัวไปนานนั่นเอง รู้สึกว่าชีเปลี่ยนไป สวยขึ้น สีหน้ายิ้มแย้มไม่หมองหม่น คิดในใจว่ามันมาแปลกโว้ย ...

“เฮ้ยไม่เจอนานเลยนะแก หายไปเลย สบายดีหรือเปล่าเนี่ย สวยขึ้นเป็นกอง”

5555 คนพูดมากกลายเป็นแม่หนูยิมไปซะงั้น เพื่อนมันก็พยักหน้าแล้วก็กอดแม่หนูยิมอีกครั้ง ทำเอางง แต่ก็กอดตอบรู้สึกว่าตรงกลางเพื่อนป่อง ๆ พิกล

“นี่แกท้องเหรอ”
“ฮื่อ” เพื่อนมันหน้าแดงตาเป็นประกายวิ้ง ๆๆ เชียว
“มีอะไรจะเล่าหรือเปล่าวะ” อดอยากรู้ตามประสาเสือกเรื่องชาวบ้านไม่ได้
“แกฉันขอบใจแกมากเลยนะเว้ย ถ้าแกไม่พูดกับฉันวันนั้น ป่านนี้ฉันคงเป็นอีบ้าไปแล้ว”
“หมายความว่า..”
“ฉันก็เอาไปคิด และทดลองทำดู แรก ๆ ก็ท้อนะแก แต่ก็ทนเอาเหมือนที่แกพูดนั่นแหละ ถ้ายังอยากอยู่กับเขาเราก็ต้องทำ ตอนนี้ชีวิตฉันมีความสุขมากกว่าเดิม เราไม่ค่อยมีปากเสียงกันแล้ว ลูก ๆ ก็ฟังเรามากขึ้นไม่ค่อยดื้อแล้ว รู้สึกว่าอะไรก็ดีขึ้น กิจการที่ทำอยู่ก็มีลูกค้าเข้าร้าน”

ลืมบอกไปว่าเค้าเปิดร้านอาหาร จะไม่ให้เข้าได้ไงเจ้าของร้านหน้าตาแจ่มใส พูดจาเพราะ ไม่ทะเลาะกันให้ลูกค้าเห็น ใครๆ ก็อยากใช้บริการ
อีกไม่กี่นาทีลูกชายเพื่อนก็เดิน แม่หนูยิมเห็นสามีของเพื่อนด้วย รีบทำความเคารพเลย เค้าก็ยิ้มและทักทายปกติ และไอ้ลูกชายเดินมาพอดี เราก็ล่ำลากันกลับบ้าน เพราะเย็นแล้ว แม่หนูยิมทันเห็นสามีเพื่อนเปิดประตูรถให้เพื่อนด้วยหล่ะ น่ารักจังในสายตาแม่หนูยิม ก็ส่วนมากคนเป็นแฟนเท่านั้นที่ทำให้ มนุษย์ที่เป็นสามีไม่ค่อยทำเท่าไหร่หรอกกกก อิอิ

ที่อยากถ่ายทอดเพราะ...แม่หนูยิมรู้สึกอิ่มอย่างประหลาด ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้านมีแต่รอยยิ้ม ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม.......แต่รู้สึกดี.....ก็เลยตัดสินใจเก็บมาฝากให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันคะ







Create Date : 23 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2555 17:10:08 น.
Counter : 1374 Pageviews.

4 comments
  
เจิมจ้ะ
มธุรสวาจา ใคร ๆ ก็อยากได้ยินมากกว่านะคะ
ในกรณีนี้ไม่ได้อวยกันเองนะคะ
แต่อยากบอกว่าแม่หนูยิมเป็นเพื่อนแท้ค่ะ
แล้วก็ยินดีกับเพื่อนแม่หนูยิมด้วย
ที่อะไร ๆ ดีขึ้นค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:06:11 น.
  
ขอบคุณคะพี่โอ..
รู้สึกดีจริง ๆ คะ
โดย: gymstek วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:41:13 น.
  
ทุกฺขูปปนีโตปิ นโร สปญฺโญ อาสํ น ฉินฺเทยฺย สุขาคมาย

คนมีปัญญา ถึงเผชิญอยู่กับความทุกข์
ก็ไม่ยอมสิ้นหวังที่จะได้ประสบความสุข

ดำเนินชีวิตด้วยสติและปัญญา ตลอดไป...นะคะ



อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ แม่หนูยิม....

เป็นกัลยาณมิตร ก็ต้องอย่างนี้แหละ...ค่ะ

โดย: พรหมญาณี วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:48:13 น.
  
กาลคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ

คนขยัน พึงไม่ให้ประโยชน์ที่มาถึงแล้วผ่านไปโดยเปล่า

ใช้เวลาทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดไป...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 6 ธันวาคม 2555 เวลา:14:19:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

gymstek
Location :
ภูเก็ต  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



>