All Blog
สาวไฮเปอร์หัวใจติส - ติสสามสิบหนึ่ง


ขอสารภาพคนเขียนติดเฟท งอมแงม
ละเลยบล็อกไปชั่วช่วงเคี้ยวหมากแหลก
กลับมาแล้วคะแต่ยังไม่เต็มตัว
จะกลับมาตอนปลายอาทิตย์อีกครั้งนะคะ
ตอนนี้หวานกว่าที่เคยมีมาแน่นอนคะ...

✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩



ติสสามสิบหนึ่ง

✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩



เก็จพรหมยืนพิงประตูดูคนร่างบางในชุดบิกินี่แหวกว่ายในสระส่วนตัวด้วยสีหน้าอย่างมีความสุข สีหน้าพอใจที่ตัดสินใจพาหญิงสาวมาที่นี่ แทนที่จะไปภูเก็ตตามที่คิดเอาไว้ แววตาเข้มจัดจ้าภายใต้กรอบแว่นนั้นหากมีคนได้เห็นคงต้องคิดหนักว่าชายหนุ่มกำลังวางแผนทำอะไรต่อเป็นแน่

“คุณพรหมไม่คิดจะลงเป็นเพื่อนพู่ บ้างหรือคะ”
ติสสาวว่ายกลับมาอยู่ริมสระ ยกมือโบกให้เก็จพรหมชักชวนให้ชายหนุ่มเล่นน้ำกับเธอ

“ตามสบายครับพู่ ผมอาสาดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ดีกว่าฮะ”
“ว้าแบบนี้จะสนุกอะไรกัน ลงมาสิคะ”

พู่กันแหงนหน้ามองคนรักที่ยืนห่างขอบสระส่งเสียงเง้างอดกลับไป เธอรู้ว่าเขาดูการเคลื่อนไหวของเธอจากตรงนั้นตลอดเวลา แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ยอมลงสระเป็นเพื่อนเธอ ดวงหน้าใสหวานส่งยิ้มสดใสกระชากใจให้เจ้าพ่อรีสอร์ทใคร่พุ่งทะยานลงน้ำไปคลุกเคล้าร่างบางแต่สัดส่วนเต็มไปด้วยเลือดเนื้อของคนรัก ถ้าไม่ติดเหตุผลหลายประการในเวลานี้

“ผมกำลังรอคำสั่งจากคุณผู้หญิงว่าต้องการเครื่องดื่มอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่านะสิครับ”

เก็จพรหมเลี่ยงคำตอบ พูดไปอีกทางก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้เงือกสาวกำลังเกาะขอบสระกำลังมองเขาด้วยแววตาร้องขอให้เขาทำตามการร้องขอ แววตาไหวระริกทอประกายภายใต้แว่นดำ ในขณะที่เลือดในตัวเริ่มร้อนเพราะสิ่งสวยงามมีอยู่เบื้องล่างให้เขาได้ทอดตามอง

“ขอแบบแรง ๆ จะได้ไหมคะ”
ติสสาวทำหน้ากึ่งบึ้งกึ่งเง้างอดพูดประชดออกไป

“แค่ยั่วชิวหาไปแล้วกัน ส่วนที่ขอผมจัดให้ช่วงค่ำ ต่อรองนิดหนึ่งครับ ฮะ ฮะ ฮะ”
เก็จพรหมยื่นข้อเสนอและหัวเราะร่าถูกใจกับคำขอของคนรัก เขาชอบเธอเพราะความตรงไม่มีกั๊กแบบนี้จริง ๆ มันเป็นอะไรที่บ่อยครั้งก็เหนือความคาดหมายว่าจะได้ยินอะไรออกจากปากหญิงสาว

“งั้นคุณพรหมงต้องลงมาเสริฟด้วยตัวเองในสระแล้วล่ะคะ ถ้ายังยืนเป็นยักษ์วัดแจ้งงานนี้มีโกรธคะ”
“ฮะ ๆ ๆ ๆ เห็นทีจะขัดไม่ได้แล้วสิฮะ พู่รอผมประเดี๋ยว”

เก็จพรหมเดินเข้าไปและออกมาในชุดว่ายน้ำพร้อมกับเครื่องดื่มสีฟ้าใส ร่างสูงทรุดนั่งขอบสระหย่อนขาลงน้ำมองดูพู่กันว่ายกลับมาหาด้วยรอยยิ้มเบิกบานใจเริ่มแกว่ง ยอมแพ้กับความตั้งใจเดิมแม้ออกจะห่วงความปลอดภัยคนรักจนอยากจะยืนเป็นยามวัดแจ้งตามที่ถูกกล่าหา

“นี่ฮะสายไหม”
“ขอบคุณคะ”

หลังจากจิบอย่างชื่นใจแล้วพู่กันเงยหน้ามองตาแป๋วทวงสัญญาจากคนรัก เก็จพรหมเลื่อนตัวเองลงสระ เรียกรอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นบนเรือนหน้าสวย

“แหมต้องขอร้องแกมบังคับถึงจะยอม นี่ถ้าพู่เกิดเป็นตะคริวอยู่กลางสระคงตายไปก่อนที่คุณพรหมจะว่ายมาช่วยได้ทัน”
พู่กันพูดกระแนะกระแหนจนได้ ทิ้งหางตาวาววับขัดกับถ้อยคำเสียดสีโดยสิ้นเชิง ทำให้เก็จพรหมต้องรั้งเอวบางเข้ามาชิดตัว ส่งสายตาเจ้าชู้พร้อมกับยิ้มกว้างเอาใจคนรัก

“ผมแค่อยากดูแลพู่ให้ทั่วถึงให้สมกับเจ้าภาพที่พามาทัวร์ก็เท่านั้นเอง”
เก็จพรหมตอบเสียงอ่อย อดใจไม่ไหวกดจมูกลงขมับหญิงสาวไปด้วย พู่กันทำตาโตสีหน้าเรื่อพอโดนไม้นี้เข้า เธอก็อดผวาถอยห่างตามวิสัยขี้ตื่น

“อย่ารุ่มร่ามสิคะ พู่ชวนมาว่ายเป็นเพื่อนนะมิได้ชวนมาทำอย่างอื่น”
“ฮะ ๆ ๆ ๆอยู่ใกล้พู่ทีไรผมอดใจได้ซะที่ไหน ขอตอดทีละนิดละหน่อยก็ยังดี”
“อะไรกันคะ พู่ไม่ใช่ปลานะจะตอดกันได้ง่าย ๆ นี่แน่ะ คนอะไรชอบทำเกินหน้าที่”
พู่กันเขินหน้าแดง รีบถีบตัวออกห่างก่อนจะเข้าเนื้อมากกว่าเดิม ใช้มือตีน้ำใส่คนรักก่อนจะรีบว่ายหนี เก็จพรหมระเบิดเสียงหัวเราะก้องสระ แล้วว่ายตามไปติด ๆ ทั้งสองต่างดำผุดดำว่ายเคลียคลอกันจนคนที่คอยระแวดระวังภัยเพลินไปกับเสียงหัวเราะของสาวติส

“เย็นนี้พู่รับอาหารประเภทไหนดี”
เก็จพรหมเอ่ยถามขณะที่ผูกคลุมเสื้อให้คนรักหลังจากขึ้นจากสระเรียบร้อยแล้ว

“อืมมม มาทะเลแบบนี้จะอะไรดีกว่าซีฟู๊ดละคะ”
ติสสาวเคาะคางเหลือบตายิ้มเก๋ให้คนรัก

“ตรงใจผมเลย ผมจะให้เค้าเตรียมอาหารไว้รอที่เทอเรสฝั่งตะวันตกแล้วกันพู่จะได้เห็นวิวทะเลยามค่ำคืนว่าสวยแค่ไหน”
“ทำไมคุณพรหมใจดีแบบนี้หล่ะคะ เอ...พู่ชักสงสัยเสียแล้วสิ”
พู่กันรวบฝ่ามือใหญ่เข้าไว้ในอุ้งมือเงยหน้าถามสายตามองอย่างซาบซึ้ง แต่ปากบางกลับยิงฟันถามย่างคาดคั้น

“เป็นจำเลยไปซะแล้ว คือผมแค่อยากให้พู่สบายใจ หลังจากกลับมาเมืองไทยพู่ไม่ว่างตลอด”
เก็จพรหมลูบท้ายทอยหัวเราะในลำคอ สายตาฉ่ำทอดลงกราดมองทั่วหน้าก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากบางสวย ติสสาวยังไม่ยอมง่าย คาดคั้นทีเล่นทีจริง

“แค่นั้นเองเหรอคะ ไม่มีอะไรในกอไผ่แน่นะคะ”
“และอีกอย่าง เรากลับมาเข้าใจกัน ผมก็อยากอยู่กับพู่สองต่อสอง เหมือนครั้งที่เราอยู่เวนิสไงฮะ”
เจ้าพ่อรีสอร์ทก้มหน้าต่ำจมูกโด่งเคลียแก้มใส ไต่ริมฝีปากบนกลีบหูบางตามด้วยกระซิบพร่าจากก้นบึ้งของความรู้สึก โดนไม้นี้ติสสาวขนลุกซู่มิอาจเชิดหน้าชูคอตอบโต้กลับ ทำได้เพียงซุกหน้าแนบอกกว้างจนได้ยินเสียงเต้นหัวใจเป็นจังหวะเดียวกันกับของตัวเธอ

“แหมแต่คำตอบฟังดูคล้ายจะหลอมพู่ให้ละลายเลย จะพูดไปคุณพรหมนี่ก็โรแมนติกไม่เบาเลยนะคะ”
“สำหรับพู่ ทุกอย่างมันออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง”
“รู้สึกพู่จะเป็นคนที่โชคดี”
พู่กันเงยหน้าพูดอย่างละเมอ ยิ้มตาหยีให้คนรัก เก็จพรหมตาพร่ากับปากบางอิ่มแต้มลักยิ้มบุ๋ม

“แค่รู้สึกเท่านั้นเหรอฮะ”
“โธ่.. ถือเป็นเกียรติ์ด้วยค...ะ...อืมมม”

พู่กันกลบเกลื่อนความเขินด้วยการระเบิดเสียงหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนคำพูดสุดท้ายจะถูกกลืนหายเข้าไปในริมฝีปากหนาที่ทาบลงมาอย่างนุ่มนวลและทานความรู้สึกต่อไปไม่ไหว...เนิ่นนานจนร่างบางหลับตาพริ้มระทวยร่างแนบชิดร่างสูงสนิทชิดเชื้ออย่างเชื่อใจและไร้กังวล



✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩

รอก่อนนะคะ เด่วอีกสองสามมื้อ...แม่หนูยิมกลับมาคะ....
ขอบคุณที่ติดตามเสมอ ๆ ๆ นะคะ




Create Date : 01 ตุลาคม 2555
Last Update : 1 ตุลาคม 2555 11:17:13 น.
Counter : 1589 Pageviews.

4 comment
สาวไฮเปอร์หัวใจติส - ติสที่สามสิบ


เอาความหวานแบบออร์เดิฟมาเสริฟคะ
แถมผสมความระทึกอีกนิดหน่อย
เพื่อตอนหน้าจะได้หวานจนเลี่ยนชัวร์ ๆ ๆ





✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩

ติสสามสิบ




✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩


ค่ำแล้ว...
พู่กันเดินหงอยเข้าบ้านอย่างเหงาๆ ตัวบ้านมองเข้าไปมืด แม้แต่ไฟหน้าบ้านและเรือนกล้วยไม้ซึ่งปกติพ่อจะเปิดก่อนตั้งแต่ไม่ทันจะมืด ติสสาวนิ่วหน้าแปลกใจ “พ่อกับแม่ยังไม่กลับบ้านงั้นเหรอ....เป็นไปไม่ได้” คิดพลางล้วงกระเป๋าควานหากุญแจอยู่นาน ในที่สุดก็เจอ “นึกว่าต้องนั่งแกร่วหน้าบ้านซะแล้วไอ้พู่” อาร์ทตัวแม่บ่นงึมงำออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยที่เจอกับเรื่องที่คาดไม่ถึงตลอดวันนี้กับตัวเอง พู่กันฝ่าความมืดเข้าบ้านอย่างชำนาญทาง เพราะเป็นบ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เล็กจนโตจนหลับตาเดินได้ไม่มีทางชนเข้าของในบ้านแน่นอน

ทันทีมือแตะสวิทไฟและเกิดแสงสว่างภายในบ้าน สิ่งที่ปรากฏอยู่กลางห้องทำตาติสสาวต้องกระพริบตาทั้งตกใจและอึ้งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ห้องรับแขกถูกแปลสภาพเป็นลานงานเลี้ยง อาหารมากมายจัดวางไว้ที่มุมหน้าต่าง ของขวัญกองใหญ่ถูกวางเรียงทับซ้อน แต่อะไรไม่เทียบเท่ากับเธอเห็นบรรดาพ่อแม่พี่ ๆ เพื่อนๆที่เธอสนิทสนมส่งเสียงดัง.....

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์จ้าพู่”

.....แฮปปี้เบิร์ดเดย์.....จริงสิเธอลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง......

ร่างบางยืนเคว้งหันไปมา พ่อกับแม่เข้ามาสวมกอดพู่กันต่างยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นสีหน้าตื่น ๆ ของบุตรสาวสุดที่รัก

“พ่อขา! แม่ขา ทำอะไรไม่ยอมส่งซิกกันเลยนะคะ พู่งงหมดแล้ว”
“เซอร์ไพรส์ไงยายหนู นี่อย่าบอกว่าพู่ลืมวันเกิดตัวเองจริงๆหรือลูก”
“บิ๊กเซอร์ไพรส์ล่ะไม่ว่า ลืมจริงๆ คะมัวแต่ยุ่งๆ แต่ว่า อา..คือ...หมายความว่า...พ่อกับแม่จัดวันเกิดให้พู่งั้นหรือคะ”

พู่กันทำหน้าเหรอหรา ออกจะเบลอ.. อึ้ง..ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่เพียงไม่นานติสสาวก็สามารถควบคุมได้ ร่างบางกอดพ่อกับแม่สลับกัน เรียกเสียงปรบมือให้กลุ่มคนรอบข้าง

“มันวิเศษใช่ไหมลูก แม่กับพ่อก็แค่อยากทำอะไรพิเศษๆให้หนู พอดีได้พี่หนูนาและพวกพี่ๆเพื่อนๆของลูกช่วยกันอีกแรง”
“...พ่อขาแม่ขา...พู่ขอบคุณคะ”
“ซึ้งไหมวะไอ้พู่”

เสียงก้องภพตะโกนแซวแทรกเข้ามา พู่กันมองตอบแววตาวาวน้ำตาคลอขัง ผิดกับน้ำเสียงแปร๊นใสโต้กลับและดังไม่แพ้กัน เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน


“ซึ้ง...ซึ้งจนจุกเลยแก”

ในที่สุดต่อมน้ำตาของพู่กันแตกทะลักเพราะปลื้มใจ เธอไม่คิดว่าทุกคนต่างพร้อมใจจัดงานนี้เพื่อเธอ วิธีการปฏิบัติต่อเธอเองก็ช่างแนบเนียนจนเธอคิดไปเองว่ารู้สึกโหวงเหวงเมื่อขาดเสียงจากคนรอบข้าง ตากลมโตกวาดไปรอบ ๆ มองดูกลุ่มเพื่อนไล่เลียงกันคือพี่หนูนา พี่ตรี ก้องภพ แก้มบุ๋ม แก้มใส คนอื่นๆ และ คนที่อยู่ในความคิดถึงของเธอรวมอยู่ในกลุ่มด้วย เก็จพรหม พู่กันเช็ดน้ำตาลวก ๆ เปิดยิ้มกว้างเมื่อบรรดาเพื่อนๆพี่ๆ ต่างกรูเข้ามาอวยพรกันอย่างเซ็งแซ่


“สุขสันต์วันเกิดครับพู่”
“คุณพรหม”

เก็จพรหมยืนเคียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เธอรู้ว่ารอบตัวอบอุ่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่ม ติสสาวซ้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเข้มบาดตาตั้งแต่แรกเห็นแถมยังเคยแอบนินทาในวันแรกที่เจอหน้าจนเป็นลมเป็นแล้งเพราะเลือดบนหน้าเขา แววตากลมโตสุกใสและหวานฉ่ำยามสานสบตาคู่เข้ม ความคิดถึงซุกซ่อนในดวงตากลมโตคู่สวย ลักยิ้มประดับมุมปากอิ่ม พู่กันส่งยิ้มตาหยีแก้เขินเพราะไม่ทนต่อตาอีกต่อไป เสียงพี่หนูนาแทรกขึ้นบ้าง ทำเอาทั้งคู่ยิ้มเขิน

“ระวังจะเป็นปลากัดนะทั้งสองคนนั่น พวกเรารอกินเค้กอร่อย ๆ ของแม่อยู่นะไอ้พู่”

ทันใดภายในห้องมืดมิดอีกครั้ง มีเพียงแสงเทียนบนเค้ก กำลังลอยมาพร้อมกับเสียงอวยพรแฮปปี้เบิร์ดเดย์อย่างเซ็งแซ่ พู่กันอ้าปากเหวอ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอย่างแปลกใจ..

“ยังไม่หมดอีกเหรอคะ”
“เป่าเทียนสิพู่”

พู่กันพยักหน้า ทำตามคำสั่งอย่างงง ๆ สมองยังอื้ออึง เธอได้ยินเสียงปรบมือลุ้นเทียนให้ดับ แสงเทียนดับไปพร้อมกับไฟในห้องสว่างจ้า ติสสาวเงยหน้าด้วยนัยน์ตาแดง มีน้ำคลอขัง กึ่งยิ้มกึ่งเบะ ตัดสินใจไม่ถูกว่าวางมือไม้ไว้ตรงไหนดี กวาดตามองไปรอบ ๆ พ่อแม่พี่ๆเพื่อนๆ รุมล้อมตัวเธอเอาไว้มีรอยยิ้มตรงมาที่ตัวเธอ ความอบอุ่นแผ่ซ่านภายในร่างกาย ก้อนแข็งแล่นขึ้นบนคอหอย..และค่อย ๆ สะอื้นหลุดออกมา..

“อ้าวเสียยี่ห้อไอ้พู่หมด ร้องไห้ทำไมหัวเราะสิแก นี่ๆ ทำหน้าแบบนี้สิ”

ก้องภพหัวเราะร่าขำเพื่อนรัก ทำหน้าลิงกังสร้างความขบขันให้กับทุกๆ คนจนพู่กันหัวเราะออกมา พู่กันสูดลมหายใจลึกแล้วค่อย ๆ พูดอย่างโล่งใจ

“พู่ขอบคุณทุกๆคนเลยคะที่อุตส่าห์จัดงานวันเกิดให้พู่ในวันนี้ เป็นวันเกิดครั้งแรกที่พู่ทั้งอึ้งทั้งซึ้งและก็ดีใจเป็นที่สุด ขอบคุณคะ พ่อแม่ พี่หนูนา และทุกๆคนจริง ๆ คะ”

พู่กันยกมือไหว้รอบ ๆ ทิศ พลางป้ายหยาดน้ำตาของความสุขไปด้วย พู่กันมองบิดามารดาอย่างขอบคุณที่ทำงานนี้เพื่อเธอ
ร่างบางเดินเข้าไปกอดมารดาและหอมแก้มซ้ายขวา พ่อยกมือลูบศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู เป็นภาพของความรักที่ใครเห็นต่างยินดีและชื่นชมไปพร้อมๆ กัน

“ตัดเค้กแจกซะทีสิแก หิวโว้ย”

เสียงก้องภพดังขึ้น พู่กันหันไปค้อนให้หนึ่งที และทำตามคำสั่งแต่โดยดี จานแรกหญิงสาวนำไปให้พ่อกับแม่ ..ซึ่งได้รับคำอวยพรที่ยืดยาว โดยมีเก็จพรหมยืนเคียงคู่

“ขอให้พู่ของพ่อกับแม่ มีความสุขนะลูก”
“พู่รักพ่อกับแม่มากที่สุดในโลกเลยคะ”


พู่กันน้ำตาซึมโผกอดบิดามารดาเหมือนเป็นเด็กหญิงจนเรียกเสียงหัวเราะขำๆจาก ตี๋หนุ่มจอมแสบเพื่อนรักคู่แข่งลูกรักพ่อกับแม่ของเธอ ก้องภพยืนอยู่ข้าง ๆยิ้มกวนโอ้ยน่าหมั่นไส้ในสายตาพู่กัน

“อ้อนพ่อกับแม่นะแก”
“พ่อแม่ฉันนายอย่ายุ่ง”
เสียงขู่ฟ่อแฟ๊ด มองแล้วดูขำ ๆ มากกว่าถือเป็นเรื่องจริงจัง

“ไม่ยุ่งไม่ได้ แกรีบไปแจกเค้กให้เสร็จยังมีคนรอเค้กจากมือแกอีกหลายคน”
คำตอบคล้ายเป็นห่วงแต่แววตาคิ้วสูงหลั่นนั้นแสนกวนโอ้ยในสายตาติสสาว จึงทำได้แค่แยกเขี้ยวใส่

“เออใช่สิ ..พ่อคะแม่คะ”
พู่กันนึกขึ้นได้ ว่ายังเหลือแขกอีกหลายคนที่รอเค้กจากเธอ

“ไปเถอะลูก อย่าเสียมารยาท”
แม่พยักหน้าให้พู่กันทำหน้าที่ของเธอให้สมบูรณ์

“ของพี่หนูนาและคนอื่น ๆฉันจัดการเอง แกเอานี่ไปให้คุณพรหมสิ”

พู่กันรับจานเค้กจากมือเพื่อนรักอย่างงง ๆ มองไปตรงหน้าเธอเห็นเก็จพรหมอยู่กับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
เก็จพรหมเดินเข้ามาทอดสายตามองดูตากลมโตนั้นอย่างรักใคร่ พู่กันจ้องตอบเห็นอะไรบางอย่างในนั้น ชายหนุ่มดึงจานไปจากมือติสสาว ก่อนจะพูดเสียงหวานนุ่มหู

“พู่ครับ ผมมีคนจะแนะนำให้รู้จัก แม่ผมเองครับพู่”
“แม่คุณพรหม”

พู่กันตาโตส่งยิ้มแหย หันไปมองดูสตรีท่านนั้นแล้วหันกลับมามองบุตรชายของนางด้วยใจเต้นแรง ร่างบางเดินตามแรงจูงของร่างสูงเหมือนกำลังเข้าหาบางสิ่งที่แสนตื่นเต้น

“พู่ครับ นี่คุณแม่ผม”
“สวัสดีคะคุณป้า”
พู่กันทรุดนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ใกล้สุดก่อนจะทำความเคารพมารดาเก็จพรหม

“ไหว้พระเถอะหนู ได้เห็นตัวจริงซะทีลังจากที่ พี่พรหมพูดถึงหนูให้ป้าฟังบ่อยๆจ๊ะ”
ผู้สูงวัยมองอย่างพิจารณา ตามด้วยรอยยิ้มอย่างถูกใจ เพราะกิริยาตื่น ๆ ดูน่ารักไปอีกแบบ

“พูดถึงพู่...แนวไหนล่ะคะคุณป้า สงสัยเผาพู่ยับเยินแน่ๆเลย”

พู่กันทำตาโตสะกดความเขินไม่วายทำติสเตลิดใส่มารดาของเก็จพรหมตั้งแต่แรก ทำให้กลายเป็นความน่าเอ็นดูใสซื่อกับความตรงไปตรงมาของติสสาว ยิ่งเห็นตาคมหวานแสร้งปรายเฉียดไปที่บุตรชายยิ่งทำให้รู้ว่าบุตรชายได้เจอคนที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว

“อุ๊ยไม่มีหรอกจ๊ะหนู พี่พรหมเค้าพูดถึงหนูว่าน่ารักอย่างงั้น ดีอย่างนี้”
“สงสัยว่า...”
พู่กันเกาคางหมายจะเผาชายหนุ่มต่อหน้ามารดา เก็จพรหมส่ายหน้าหัวเราะขำที่หญิงที่เขารักสองคนเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“ขอโทษนะครับ สุภาพสตรีทั้งสองท่าน ตัวเป็นๆยืนอยู่ตรงนี้ กรุณาอย่านินทากันซึ่งๆหน้าเลยครับท่าน”
“มานี่ดีกว่า ป้ามีของขวัญให้หนูด้วย พรหมหยิบของให้น้องสิ”
“ครับแม่”
เก็จพรหมออกอาการงงเล็กน้อยเพราะเขาไม่เห็นมารดาให้เขาถือกล่องของขวัญอะไรเข้ามาด้วย

“อยู่ในกระเป๋านั่นแหละ กล่องเล็ก ๆ กระดาษห่อของขวัญสีชมพู”
เก็จพรหมเปิดกระเป๋ามารดาตามคำสั่งแล้วหยิบกล่องที่มารดาบอกออกมา แววตาเข้มจ้าขึ้นเมื่อสบตามารดาของตัวเอง เรียกว่าแม่กำลังเซอร์ไพร์สเขาด้วยงั้นสินี่

“นี่จ๊ะหนู ของขวัญวันเกิดจากป้านะ”
“ขอบคุณคะคุณป้า”
“จะลองเปิดดูหน่อยไหมล่ะจ๊ะ”

พู่กันชูกล่องเล็กๆ ทวนคำเชิญสบตามารดาของเก็จพรหม ลักยิ้มทำงานให้เก็จพรหมมองตาปรอยเมื่อสบแววตาใสระริก

“เปิดสิพู่ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าแม่มีของขวัญอะไรให้พู่”
“คะ..เปิดคะ”

พู่กันค่อยแกะกระดาษห่อของขวัญอย่างเบามือ เพียงไม่นานสิ่งที่อยู่ในกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มนั่นคือกำไลทองสองเส้นเล็กๆ ผิวเกลี้ยง รอยยิ้มบ่งบอกถึงว่าพึงพอใจ แต่ยังเก็บอาการเอาไว้กับตัวไม่มิด เสียงอุทานคล้ายกระซิบชิดปากเมื่อได้ยินกำไลกระทบกันแล้วเกิดเสียงดังกรุ่งกริ่ง

“สวยจังเก๋จริง...”
“พรหมใส่ให้น้องสิ”
“ครับแม่”

มารดาเก็จพรหมมองดูสองหนุ่มสาวนั่งชิดกันหัวแทบจะชนกันแล้วยิ้มอย่างสบายใจ นางเงยหน้ามองดูบิดามารดาของติสสาวแล้วบอกตัวเองว่าควรจะไปรีบไปกระชับมิตรสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ คิดดังนั้นผู้สูงวัยลุกขึ้นขอตัวกับสองหนุ่มสาว เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกันพูดคุยกันได้ถนัดมากขึ้น โดยมีสายตาซาบซึ้งของบุตรชายมองตามหลังไป

“คิดถึงพู่จัง”

เก็จพรหมพูดขึ้นหลังจากมารดาลุกจากไป มือหนาเลื่อนกุมสองมือนุ่มนิ่มเอาไว้ไม่ยอมปล่อย สายตาอบอุ่นจ้องซึ้งเข้าในตาคู่สวยดูเว้าวอนและงอนง้อ แววตาบอกให้รู้ว่าเขาอยากทำมากกว่าคำว่า “คิดถึง” จนติสสาวสะเทิ้นอายต้องเบนสายตาไปยังกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ยืนจับกลุ่มคุยกันเพราะทนต่อตาด้วยไม่ไหว

“คิดถึงแล้วทำไมไม่โทรหาล่ะคะ”

ตอบไปแล้วอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเพราะลืมไปว่าเธอเป็นคนตั้งกฎบ้าบอขึ้นมาเอง “ ห่างกันสักพัก” พู่กันเหลือบตามองแล้วเมินหนีอีกตามเคย

“โทรหาแล้วพู่จะรับเหรอครับ”
“ไม่ลองแล้วจะรู้หรือคะ”
ปลาไหลยังเรียกแม่เลย ไอ้พู่เอ้ย ติสสาวคิดขำตัวเอง

“แปลว่าพู่ไม่โกรธผมแล้วใช่ไหมครับ”
“ไม่ได้โกรธนะ เพียงแต่ไม่พอใจ แต่ตอนนี้หายแล้วคะ”

เสียงดังฟังชัดตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานเจี๊ยบจนคนฟังยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ มือบางถูกบีบเบา ๆ อย่างขอบใจน้ำใจของหญิงสาว วินาทีนี้เจ้าพ่อรีสอร์ทสัญญากับตัวเองว่า เขาจะไม่ยอมให้พู่กันได้รู้สึกว่าไม่ไว้ใจเขากลับมาอีกแล้ว...ตาเข้มซึ้งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยกระซิบเสียงพร่า

“ได้ยินแบบนี้ ผมอยากให้รางวัลพู่จังเลย”
“คุณพรหมบ้า..พูดอะไรไม่รู้”
พู่กันหน้าร้อนผ่าว เพราะทำไมจะไม่รู้ความหมาย สายตากรุ่มกริ่มนั้นอีกทำให้คิดเตลิดไปถึงไหนต่อไหน

“ใครใช้ให้พู่น่ารักละครับ..จนผมชักจะอดใจไม่ไหว ไม่รู้หรือไงว่าผมคิดถึงพู่มากแค่ไหน”
“ลิเกจัง ไม่เอาไม่ฟังดีกว่า หันไปดูสิคะ เค้ามองเรากันใหญ่แล้วคะ”

เก็จพรหมยิ้มยั่วยิ่งเห็นหน้าใสแดงจนอดใจที่จะยื่นหน้าเข้าไปชิด จนอยากให้รางวัลเข้าจริงๆก็ตอนที่เจอสาวติสทำแบ้วห่อปากตาโตอยู่ตรงหน้า ช่างเป็นภาพดึงดูดใจเขาเหลือเกิน เจ้าพ่อรีสอร์ทถอนหายใจเสียงดังเฮือกใหญ่อย่างตัดใจเมื่อหันไปมองดูกลุ่มพี่ ๆ เพื่อน ๆ ของคนรัก เขาควรจะคืนพู่กันให้คนพวกนั้นเสียทีเพราะทุกคนต่างมาแสดงความยินดีกับเธอ

“โอ้ยโหยวว พี่หนูนามองตาขวางมาทางนี้พอดี เรารีบไปเข้ากลุ่มกันเถอะพู่ ผมไม่อยากถูกเกลียดขี้หน้าเพราะยึดน้องสาวที่รักไว้เพียงคนเดียว”
“ใช่แล้วคะ และพู่จะไม่แก้ตัวช่วยคุณพรหมแน่นอน”

ติสสาวหัวเราะเสียงใส ทุกอย่างดูโล่งเมื่อเก็จพรหมยอมให้เธอแต้มหนึ่ง ย่อมถือเป็นความสำเร็จด้วยเช่นกัน ความอึดอัดขัดเขินหายไปเหลือไว้แต่ความมั่นใจ บ่อยครั้งที่มือหนาโอบเอวบางเอาไว้และพู่กันเองก็ไม่ยอมละโอกาสที่จะสบตาคมเข้มและโปรยยิ้มให้เพราะเธอรู้ว่าเขาชอบนักหนา...


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩

ร่างสูงของอังวาห์ผลุดลุกขึ้นยืนทันควันเมื่อสมุนหน้าตาดีเข้ามารายงาน

“อะไรนะ! เบรโตไปเมืองไทย? เมื่อไหร่?”
“เมื่อตอนเช้ามืดนี้เองครับนาย”
“ไปเรียกเนลโลมาหาฉันด่วน”

เสียงดังลอดออกมา มันดังและมีอานุภาพพอที่จะทำให้ จุมพิตาหยุดปลายเท้าที่กำลังเดินผ่าน ไว้ที่หน้าประตู ก่อนจะผลักประตูเข้าไปหาสามี เธอพอจะรับรู้ว่าอารมณ์ของชายหนุ่มคงบูดน่าดูไม่งั้นสีหน้าครั้งแรกที่เห็นนั่นคือแดงก่ำ แววตาวาวโรจน์ แต่ไม่เท่ากับความกังวลที่ฉายแววอย่างเห็นได้ชัด

“เรื่องมันแย่มากเลยหรือคะที่รัก”
จุมพิตาเกาะแขนสามีสีหน้ากังวล

“ไอ้น้องเวรมันไปเมืองไทยนะสิเมียจ๋า”
อังวาห์กัดฟันตอบเมียสาวทั้งโมโหและกังวลใจเป็นที่สุด

“ในที่สุดสิ่งที่ฉันคิดมันก็เกิดขึ้นจริง”
น้ำเสียงกังวลใจไม่แพ้กันครางแผ่วออกมา แต่ดังพอให้เจ้าพ่อเหมืองเพชรเลิกคิ้วสงสัย

“คุณรู้?”
“นิสัยน้องชายคุณเค้าประเภทจิกไม่ปล่อยไม่ใช่เหรอคะ สิ่งที่ต้องทำคือนรีบส่งคนไปคุ้มครองเหยื่อ”
“ผมกำลังทำอยู่ที่รัก อีกไม่นานเนลโลจะเข้ามา”

สิ้นคำพูดของอังวาห์ ร่างสูงยักษ์เดินเข้ามาในห้อง สายตาเท่านั้นที่บอกให้สองสามีภรรยารู้ทันทีว่า สมุนเอกกำลังร้อนใจไม่แพ้กัน

“เนลโลนายแพ๊กกระเป๋าไปเมืองไทยได้เลย ทันทีที่วีซ่าถึงมือนาย”
“ครับนาย”
เสียงเรียบพอๆกับสีหน้าจนคนสั่งเองลดระดับน้ำเสียงลงอย่างเกรงใจ

“งานนี้นายต้องพาใครสักคนไปด้วย จะได้ไม่เป็นที่สังเกต”
“ครับนาย”
แววตาวูบไหวแวบหนึ่งแล้วหายไป เหลือไว้เพียงการพยักหน้า จึงไม่มีใครรู้ว่าเนลโลกำลังคิดอะไร และในที่สุดต้องเป็นฝ่ายตั้งคำถามเสียเอง

“แล้วจะไม่ถามหน่อยเหรอว่า ทำไมนายต้องไปเมืองไทย”
“สายบอกผมแล้วว่า เบรโตไปตามหาพู่กัน”
เนลโลเหลือบดูภรรยาของนายแวบหนึ่งแล้วตอบกลับอย่างถนอมน้ำเสียง ถือเป็นการให้เกียริต์นายผู้หญิง

“นายเข้าใจถูกต้อง มันเป็นหน้าที่นายที่จะต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ให้ปลอดภัย”
“ครับนาย ผมจะปกป้องเธอด้วยชีวิตของผมเอง”

เนลโลออกจากห้องไปแล้วเหลือแค่ประมุขของคฤหาสน์ อังวาห์เดินวนเวียนไปมา ส่วนจุมพิตากำลังใช้ความคิดเช่นกัน และในที่สุดเธอก็คิดออก

“ที่รักคะ ฉันอยากให้คุณมานั่งตรงนี้คะ”
“คุณค้นพบมันแล้วหรือจ๊ะดาร์ลิ้ง”
“คุณต้องเชื่อใจฉันนะ คุณต้องทำตามที่ฉันพูด แล้วสิ่งที่เรากลัวมันอาจจะไม่เกิดขึ้น”
“ได้ทั้งนั้นขอให้ เบรโตไม่ทำร้ายใครอีกต่อไป”
“งั้นคุณฟังฉันนะ”
“ยินดีเลยที่รัก”

✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩


ในห้องรับแขก...
สมาชิกในครอบครัวของสาวติส กำลังนั่งฟังเก็จพรหมเล่าเรื่องที่พู่กันถูกจับตัวไปและปล่อยตัวในที่สุดเงียบ ๆ

สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เก็จพรหม ในขณะที่พู่กันรู้สึกว่าตัวเธอสั่นสะท้านตลอดเวลาที่ได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อ ความชื้นของเหงื่อในอุ้งมือจนต้องเช็ดตักไปมา เธอเพิ่งรู้ว่า ทุกเวลาที่อยู่ในฟลอเร้นซ์นั้นล้วนแล้วแต่อันตรายทั้งสิ้น ทุกย่างก้าวที่เดินอย่างมั่นใจ บ่อยครั้งที่ไปไหนมาไหนคนเดียวและคิดเสมอว่าเป็นดินแดนเต็มไปด้วยความอิสระดีแท้ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเธอคือเหยื่อที่ถูกล่าตลอดเวลา

“ทำไมต้องเป็นพู่”

เสียงกระซิบเค้นถามออกมาอย่างยากเย็น โดยมีคำตอบที่รู้อยู่แล้ว ตาเข้มจัดของเก็จพรหมพุ่งไปที่ดวงหน้าหวานของติสสาว ปากหนักกับคำตอบ มันเปราะบางแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ยังไงก็ต้องตอบ เพราะเขาพร้อมที่จะตอบทุกคำถามในวันนี้ ซึ่งเขาได้ตริตรองมาแล้วในคืนที่ผ่านมานั่นเอง ตาเข้มกวาดมองบิดามารดาของพู่กัน ทิ้งระยะชั่วครู่ ทุกคนต่างรอคำตอบอยู่เช่นกัน แววตาทอแสงอ่อนโยนหยุดที่ดวงหน้าหวาน

“เพราะพู่เป็นคนสำคัญของผม”
“ไม่เห็นเกี่ยวกัน คุณพรหมอย่าตีรังผึ้งสิ”

คำพูดสั้น ๆ แต่ทำเอาแก้มใสของพู่กันสุกปลั่ง เมื่อชายหนุ่มพูดตรงๆต่อหน้าพ่อกับแม่

“ผมเป็นทุกข์เมื่อตอนที่พู่หายไป และยิ่งหายอย่างไร้ร่องรอยยิ่งทำให้ผมตายทั้งเป็น เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ”
“คุณพรหม”
พู่กันอุทานอย่างคาดไม่ถึงว่าเก็จพรหมจะเอ่ยความในใจขึ้นต่อหน้าพ่อกับแม่

“คุณลุงคุณป้าครับ พู่คือดวงใจของผม มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้คือการพรากพู่ไปจากผม พวกนั้นรู้ว่าผมรักพู่มาก ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”
“คุณพรหม..พ่อคะแม่ขา..”

ถ้าไม่ติดว่าพ่อกับแม่นั่งอยู่ด้วยติสสาวคงโผเข้าหากอดเพราะตื้นตันคำพูดเจ้าพ่อรีสอร์ทนั่นเอง หญิงสาวหันไปมองพ่อกับแม่ขอความเห็น และผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าใจความรู้สึกของบุตรสาวเป็นอย่างดีสีหน้าจึงเต็มไปด้วยความห่วงใยและรอยยิ้มให้กำลังใจ

“ขอถามตรงๆเถอะคุณ แล้วทำไมพวกนี้ถึงต้องโกรธแค้นคุณนัก”
“นั่นสิคะ คุณพรหมบอกว่าพวกมันแค้นคุณ แล้วมันเรื่องอะไรล่ะคะ”
พู่กันพลอยอยากรู้ไปกับพ่ออีกคน

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด สามีของเพื่อนผมคิดว่าผมไปพัวพันกับภรรยาเขานะครับ”
“อืมม เรื่องนี้มันละเอียดอ่อนนะคุณพรหม แล้วที่เขาปล่อยเจ้าพู่ก็เพราะสามีภรรยาเขาเคลียร์กันได้งั้นนะสิ”
พ่อดูจะเป็นคนที่เข้าใจง่ายกว่าใคร เอ่ยสรุปให้ เก็จพรหมที่พยักหน้ายอมรับ

“ผมต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเป็นคนนำพู่มาพัวพันในเรื่องนี้ แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม ผมต้องขอโทษคุณลุง คุณป้าด้วยจริงๆ ฮะ”
“คุณพรหมไม่ต้องคิดมากไปหรอก ไหนๆเรื่องมันก็เกิดไปแล้ว อีกอย่างเจ้าพู่มันก็กลับมาอย่างปลอดภัย”
“ขอบคุณครับคุณลุง ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับพู่อีก”

เก็จพรหมให้คำสัญญา แม้ลึกๆแล้วใจยังหวั่นอยู่

“คุณพรหมคิดอย่างนั้นหรือคะ”

พู่กันถามขึ้น ตากลมโตนั้นมีบางอย่างที่บอกว่า เธอคิดว่ามันยังไม่จบ เธอยังคลางแคลงในเรื่องอื่นๆ อยู่เช่นกัน แต่ไม่อยากพูดมากให้พ่อกับแม่เป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเธอ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่บอกให้เก็จพรหมทราบว่า เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ อย่างแน่นอน ในระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ของเจ้าพ่อรีสอร์ทดังขึ้น และหมายเลขที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือ เก็จพรหมได้ขอตัวคุยธุระ โดยลุกออกไปคุยข้างนอก

พู่กันมองไหล่กว้างของเก็จพรหม ระหว่างที่เขากำลังโทรศัพท์ มากกว่าสองครั้งที่เขาหันมาดูเธอด้วยสายตาที่เธอรู้สึกขนลุกอย่างประหลาดแต่ไม่แสดงอะไรออกมาต่อหน้าพ่อกับแม่



“สวัสดีจูน มีธุระอะไรหรือเปล่า”
“มีสิพรหม คือมีคนจะคุยกับพรหมน่ะ เดี๋ยวรอแป๊บนะ”
“ใครฮะ?”

เก็จพรหมถามเสียงฉงน นอกจากจุมพิตาแล้วมีใครอีกที่เขารู้จักและอยากจะคุยด้วย จุมพิตาหัวเราะเบา ๆ แล้วตอบแบบชัดถ้อยชัดคำ หัวคิ้วเข้มแทบชนกันยิ่งงงไปใหญ่เมื่อได้ยินคำตอบจากเพื่อนสาว

“สามีจูนเอง อังวาห์น่ะเค้ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย พรหมพอจะคุยกับเขาได้ไหมจ๊ะ”
“ได้สิ”
เสียงจุมพิตาห่างออกไป เขาได้ฟังไม่ชัดว่าหญิงสาวกำลังพูดอะไรกับสามีของเธอ แต่เพียงไม่นานเสียงห้าวดังขึ้น

“สวัสดีคุณพรหม ผมอังวาห์ สามีของจุมพิตาพูด”
“สวัสดี คุณมีธุระอะไรกับผมอีกเหรอคุณอังวาห์”
แม้จะยังเคืองอยู่ลึกๆ ไม่หายแต่ความอยากรู้ว่าสามีของจุมพิตาอยากจะคุยกับอะไรกับตน

“ก่อนอื่น ผมคงต้องขอโทษที่ทำความยุ่งยากให้เกิดเรื่องไม่ดีกับคุณและแฟนของคุณ มันเป็นเพราะผมรักภรรยาผมมาก ทำให้ผมวู่วามไปหน่อย ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจผม”

คำขอโทษที่กล่าวออกมาฟังแล้วไม่ได้นิ่มนวลตามแบบฉบับของคนทำผิดสักเท่าไหร่ แต่ฟังรวมๆแล้วเพราะความรักที่มีให้กับภรรยา ทำให้เก็จพรหมถอนหายใจออกมาช้าๆ อย่างใจเย็น จึงโต้ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเข้มข้น

“มันผ่านไปแล้ว ทุกอย่างมันกำลังจะเป็นปกติ”
“ผมก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”
เสียงห้าวตอบกลับมาทำเอาหูเจ้าพ่อรีสอร์ทผึ่ง ถามสวนกลับไปทันควัน

“หมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ”
“คุณช่วยพาแฟนคุณไปหลบซ่อนที่ไหนสักพักได้ไหม คือตอนนี้แฟนคุณกำลังไม่ปลอดภัย”
“ไม่ปลอดภัย ทำไม? มันยังไม่จบอีกเหรอไง?”
เก็จพรหมหลุดปากตะคอกถามกลับไป รู้สึกโกรธที่อีกฝ่ายไม่ยอมจบตามที่เข้าใจ

“ผมก็อยากให้มันจบ ฟังผมนะคุณพรหม เบรโตน้องชายผมเขาหลงรักพู่กัน ที่สำคัญตอนนี้เขากำลังเดินทางไปเมืองไทยเพื่อชิงตัวพู่กัน”

เสียงเข้มช้าๆชัดๆกลับมา เพราะเข้าใจอารมณ์อีกฝ่าย เพราะถ้าเป็นเขาเองเจอกับเรื่องที่ได้ยินแบบนี้เป็นใครก็ระงับอารมณ์ไว้ยาก โดยเฉพาะเขาเองอาจจะปามือถือทิ้งไปแล้วก็เป็นได้

“ห๋า! อะไรนะ เบรโต? เป็นน้องชายของคุณ? และกำลังจะมาลักพาตัวพู่กัน ทำไม?”

เก็จพรหมอึ้ง คำถามหลุดรอดออกมาอย่างงุนงง พร้อมกับทวนคำถามให้มั่นใจอีกครั้ง เสียงถอนใจยาวยืดจนทำให้อารมณ์ของเก็จพรหมพุ่งปริ๊ดรู้สึกไม่พอใจคล้ายเจอเรื่องน่าเบื่อหน่าย นอกจากไม่สำนึกผิดแล้วยังจะโยนความความรับผิดชอบทิ้งให้ผู้อื่นสะสางแทนทั้งๆ ที่เรื่องทั้งหมดเกิดจากคนพูดทั้งสิ้น

“ก็เขาคลั่งรักแฟนคุณนะสิ คุณรีบทำตามคำแนะนำผมดีกว่า ผมได้ส่งมือดีไปช่วยคุ้มกันแฟนคุณอีกคน ถ้าเขาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่เนลโลจะติดต่อหาคุณทันที”
“เนลโลเหรอ?”

เก็จพรหมทวนชื่อของมือดีที่ถูกส่งมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกระทันหันดูแย่ และร้อนวาบเข้าไปในหัวอก มันคือความรู้สึกหวงแหนกับคนที่ยืนมองดูเขาจากหน้าต่าง ระหว่างนั้นเขาได้ยินเสียงของจุมพิตาแทรกเข้ามา เพียงไม่กี่ประโยคก่อนที่มือถือจะตัดสัญญาณทิ้งไป ร่างสูงเซไปเล็กน้อยยกมือบดระหว่างคิ้วตัวความเครียดวิ่งจิ๊ดขึ้นมากระทันหัน หันกลับไปมองพู่กันอีกครั้ง รู้สึกเหมือนของหนักกดทับ เขาเพิ่งตกปากรับคำสัญญากับบิดาของพู่กันว่าจะไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก แต่ยังไม่ข้ามวันเลยก็ต้องมาได้ยินเรื่องแย่ ๆ แบบนี้อีกจนได้ เก็จพรหมถอนหายใจรดหน้าอกตัวเองทั้งหนักใจและหวั่นใจ... หากคราวนี้เกิดอะไรขึ้นพู่กันอีก เขาไม่แน่ใจว่าจะโชคดี ได้คนรักกลับคืนมาเหมือนคราวที่แล้วอีกหรือเปล่านะ


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩




Create Date : 26 สิงหาคม 2555
Last Update : 27 สิงหาคม 2555 12:29:39 น.
Counter : 1290 Pageviews.

14 comment
สาวไฮเปอร์หัวใจติส - ติสยี่สิบเก็า (สมบูรณ์)

อย่าเพิ่งโกรธนะคะ .......
แม่หนูยิมกลับมาแล้วพร้อมกับบทที่ยี่สิบเก้าสมบูรณ์แบบ
แม่หนูยิมยกกลับมาให้เพื่อที่เพื่อนนักอ่านจะได้ไม่ต้องไปบทที่ผ่านมาคะ



✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩



“แม่คะพู่ไปทำงานก่อนนะคะ”
“พู่อย่าลืมเอาขนมไปฝากก้องภพด้วยนะลูก”

พู่กันบอกมารดาขณะที่ก้มหยิบรองเท้าผ้าใบมาใส่

“คะแม่ ไอ้ก้องมีลาภปากอีกแล้ว”
“เออ..พู่เมื่อคืนคุณพรหมโทรหาเรื่องอะไรเหรอลูก”
“คุณพรหมโทรมา? เมื่อไหร่คะ”
“อ้าว ก็ตอนที่พู่คุยอยู่กับพ่อ คุณพรหมโทรมา แม่ตั้งโน้ตไว้ที่โทรศัพท์ นี่แปลว่าพู่ยังไม่ได้โทรกลับไปเหรอ”
“เปล่าคะ..ไม่ได้โทรคะ”
พู่กันส่ายหน้า แววตาจ้า
“งั้นหนูก็รีบโทรหาพี่เขาก็แล้วกัน เผื่อพี่เขามีธุระด่วน”
“คะแม่ งั้นพู่ไปก่อนนะคะ ”

บุตรสาวเดินขึ้นรถไปแล้วปล่อยให้มารดามองตามหลังไปด้วยความรู้สึกแปลก ๆ วันนี้พู่กันดูเงียบและนิ่งพูดน้อยไม่ต่อปากต่อคำเช่นเคย เมื่อคืนนี้พ่อกับลูกเขาคุยเรื่องอะไรกันนะ ความอยากรู้ประทุขึ้นในใจแม่......

บนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยรถรา เจ้าเต่าแก่ทำหน้าที่เช่นเคย วันนี้อารมณ์ของพู่กันไม่ปกติ หลังจากที่คุยกับบิดาเมื่อคืน ท่านพูดหลายอย่างที่เป็นประโยชน์...พ่อรู้นิสัยของเธอดีนั่นเอง

“พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะพ่อ”
“เรื่องของพู่นั่นแหละลูก”
น้ำเสียงพ่อเรียบเป็นปกติ ติสสาวกระพริบตาถี่ไม่เห็นความผิดปกติแต่อย่างใด คิ้วบางขมวดคิดไวว่าเรื่องที่พ่อจะพูดกับเธอคือเรื่องอะไร

“คะ?...เรื่องของพู่ ทำไมหรือคะ”
“พ่อก็อยากถามว่ากิจการดีไหม ผลตอบรับเป็นไง หลังจากได้รับรางวัล”
รอยยิ้มใจดีผสมกับคำถามที่ได้ฟังทำให้ติสสาวถอนหายใจโล่งและอบอุ่น

“อ๋อ แหมนึกว่าเรื่องอะไรยังดูไม่ออกคะพ่อเพราะยังผ่านไปไม่นาน ปกติก็มีลูกค้าทางอินเตอร์เนตเยอะอยู่แล้ว งานนี้ก้องภพทำได้ดีช่วยระบายงานที่ร้านตลอดคะพ่อ”
“ดีแล้วละลูก แล้วบริษัทสปอนเซอร์ที่พู่ไปเซ็นสัญญา บริษัทนั้นอยู่ที่ไหน อยู่ที่เมืองไทยหรือต่างประเทศกันล่ะ”
พู่กันเหลือบมองบิดา ออกจะสงสัยนิดๆ ว่าพ่อนึกยังไงจู่ๆถึงได้ถามเธอเรื่องนี้ ปกติแล้วพ่อจะไม่ถามแต่จะเป็นฝ่ายรอให้เธอเป็นฝ่ายเล่าหรือปรึกษายามที่จนปัญญา

“บริษัทของคนไทยคะพ่อ ว่าแต่พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก พอดีพ่อรับดูเรื่องทุนของมหาลัยอยู่ เผื่อพู่สนใจ”
พู่กันรับเอกสารจากมือพ่อ ติสสาวพลิกดูรายละเอียดข้างในอย่างคร่าว ๆ แววตาไหววูบเมื่อเห็นชื่อประเทศที่ให้ทุนไปเรียนยอมรับทันทีว่าน่าสนใจไม่น้อย ติสสาวยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณบิดา

“ขอพู่ศึกษารายละเอียดดูคะ ขอบคุณพ่อมากคะ”
“พู่ยังติดต่อกับคุณพรหมอยู่หรือเปล่าลูก”
ติสสาวอ้าปากค้างกระพริบตาถี่ตีหน้ามึน เพราะเจอคำถามแบบไม่ทันตั้งตัว
“อ่า....คะ”
“ดีแล้วลูก เขาเป็นคนดีมีน้ำใจและไม่ทิ้งเรายามที่เราเดือดร้อนทั้งๆ ที่ไม่ใช่ญาติ”
เสียงเนิบนาบเมื่อเอ่ยถึงความดีของชายหนุ่ม พู่กันพยักหน้าหงึกแอบค้อนอากาศรอบตัว คิดว่า ”ทำไมพ่อถึงพูดเรื่องนี้นะ” เหงื่อเริ่มชื้นที่ฝ่ามือ จนต้องถูไปมากับกางเกงนอน

“คะพ่อ”
“ไม่ว่าเขากับลูกของพ่ออยู่ในสถานะอะไร แต่พ่อก็รู้สึกขอบใจเขานะ ที่นำลูกกลับมาตามคำสัญญาที่เขาให้ไว้ ในตอนนั้นความหวังพ่อแทบมองไม่เห็นว่าจะมีวันได้พบลูกไหม พ่อได้แต่ภาวนาขอแค่ให้เขานำลูกกลับมาไม่ว่าสภาพไหนก็ตาม”
“เขาสัญญาอะไรกับพ่อเหรอคะ”

พู่กันกระซิบถามบิดา อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง มันเป็นเรื่องใหม่ที่เธอได้ยิน ลำคอตีบตันเมื่อได้ยินเสียงครือสะเทือนอารมณ์จากผู้เป็นพ่อเช่นกัน

“เราคุยกันทางโทรศัพท์ คุณพรหมสร้างความมั่นใจให้พ่อกับแม่ว่าจะพาพู่กลับบ้านอย่างแน่นอน ทั้งๆที่พ่อก็บอกเขาว่าให้ทิ้งภาระการตามหาลูกให้กับเจ้าหน้าที่ที่นั่น งานการเขาก็ต้องทำใช่ไหมพู่ แต่เขากลับยืนยันที่จะตามหาพู่และพากลับมาให้ได้โดยไม่กลัวความลำบาก เป็นสิ่งที่พ่อซาบซึ้งใจมาก”

“ขอบคุณคะพ่อ ขอบคุณจริง ๆ”

พู่กันพึมพำอยู่หลังพวงมาลัยเบา ๆ ขณะเลี้ยวเจ้าเต่าแก่ไปจอดสงบนิ่งอยู่หน้าร้าน ร่างบางระหงลงจากรถจากนั่งสงบอารมณ์ไหวก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อย ภายในร้านก้องภพกำลังยืนคุยโทรศัพท์ พู่กันชูของฝากทักทายเพื่อนรักแล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“พู่มันเข้าร้านแล้วฮะพี่ ผมวางก่อนนะครับ”

ทันที่หูโทรศัพท์วางลงแป้นก้องภพเดินเข้าหลังร้านไปตามพู่กันโดยเร็ว

“เสด็จมาทำงานได้แล้วหรือครับคุณพู่กัน”
“เออ..เอ๊านี่ของฝาก”
พู่กันยิ้มเก๋พร้อมกับชูถุงที่บรรจุคุกกี้สองสามห่อและกล่องไม้คลาสสิค

“อะไร”
“เปิดดูเองดิ ของโปรดแกนี่หว่า”
“คุกกี้ชีส ของแม่”
ก้องภพตาโตวาดขอบปากอย่างถูกใจ เป็นที่ขัดนัยน์ตาติสสาวจนต้องพูดกระแทกใส่

“เออสิวะ แล้วแกคิดว่าเป็นอะไรล่ะ แม่ฝากให้ฉันเอามาให้ลูกรักอย่างแก”
“แล้วของฝากที่แกไปซะหลายวันอะ ไหน ๆ มีไรมั่ง”
ตี๋หนุ่มทวงของฝาก ทั้งๆที่เห็นกล้องไม้ลายคลาสสิค แต่อยากได้ยินจากปากเพื่อนสาวมากกว่า

“ไม่มี”
“โหยตืดดด วะแกไม่ป๊อดเลย ไปต่างจังหวัดทั้งทีไม่มีของฝาก”
ก้องภพลากเสียงโวยวาย

“ก็ไม่ได้ไปไกล ไปใกล้ ๆ แค่นี้เอง แต่ฉันเอาภาพเด็ด ๆ มาฝากแกเยอะแยะ ส่วนกล่องไม้นั่นมีคนฝากมาให้”
พู่กันหยิบกล่องยื่นให้เพื่อนรัก
“อะไร?”
“ของฝากจากใครคนหนึ่ง บอกให้ฉันส่งถึงมือแกเลยนะโว้ย”
ก้องภพเปิดกล่องดูข้างในมีเพียงก้อนหินขนาดย่อมวางทับอยู่บนกระดาษสมุดธรรมดา

“อะไรวะ.....ก้อนหินเพ้นท์สี จากใครวะไอ้พู่”
“นั่นไงจดหมายอยู่ก้นกล่องอยากรู้ก็อ่านดูเองสิ เอามาก็หนักแล้วยังให้อ่านประเคนให้อีกใช้ได้ที่ไหนแก เดี๋ยวฉันขึ้นไปห้องเก็บของก่อนนะ”
“เออ ๆ ๆ อะไรวะถามนิดเดียว”

ก้องภพเงยหน้ามองตามหลังเพื่อนสาวไป ก่อนจะหันมาสนใจของฝาก กระดาษแผ่นน้อยในมือทำให้เขารู้ว่าพู่กันไปที่ไหนมาและมันก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ขณะที่ก้องภพกำลังหยิบคุกกี้เข้าปากเขาได้ยินเสียงวิ่งโครมครามมาจากข้างบน ตี๋หนุ่มส่ายหน้าพร้อมกับคิดว่า ประเดี๋ยวเหอะตัวจะมาพร้อมกับเสียงโวยวายเช่นเคย เป็นไปตามคาดหมายพู่กันมาพร้อมกับคำถามที่เขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว...

“ก้อง ๆ ๆ ๆ แกเห็นมือถือของฉันบ้างหรือเปล่า”
“อ้าวไหนแกว่าทำหายแล้วไม่ใช่เหรอวะ”
ก้องภพไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายถามกลับ จ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง คิดในใจว่าดูซิว่ามันเลี้ยวลงคลองยังไง พู่กันทำเสียงขลุกขลักในลำคอก่อนจะรับเสียงอ่อยว่าลืมไว้ที่ร้าน

“คือฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ไง ว่าฉันวางไว้บนหิ้งตอนที่ฉันมาเอากล้องน่ะแก สมองฉันนี่มันขี้ลืมแค่ไหนแกก็รู้”
“แกหาดูทั่วแล้วเหรอ ลองหาให้ดีอีกทีสิ ชอบวางของมั่วไปหมดล่ะแก”

ก้องภพเหลือบตามองสีหน้าครุ่นคิดของติสสาว แอบยิ้มที่ได้แกล้งจอมวางแผนกลับ หนอย..ปล่อยให้คนนั้นคนนี้เป็นห่วงโทรหาแถมเขาเองก็ถูกพี่หนูนาด่าในข้อหาที่แก้ต่างแทบไม่ทัน สีหน้าและท่าทางก้องภพดูซื่อ ๆ เหมือนไม่รู้เรื่องจริงๆ ทำให้อาร์ตตัวแม่เริ่มลังเล ร่างบางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง คิ้วบางขมวด คิดหลายตลบว่ามือถือมันควรจะอยู่ตรงไหนของร้าน

“เออนี่ก้องฉัน...”

พู่กันเงยหน้าขึ้นเจอวัตถุที่เรียกว่ามือถือในมือก้องภพยื่นส่งมาให้ สายตาเสยขึ้นสูงสบตาคมของหนุ่มหน้าหยกด้วยอาการหมั่นเขี้ยว ตี๋หนุ่มรู้ชะตาของตัวเองรีบวางมือถือบนโต๊ะแล้วรีบเผ่นแนบขึ้นชั้นสอง โดยที่ร่างบางขยับตัวเร็ววิ่งไล่ตามเสียงโครมคราม เสียงหัวเราะชอบใจแข่งกับเสียงแช่งด่าของพู่กัน


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩



เก็จพรหมยังคงนอนสบายลมหายใจยังสม่ำเสมอ ภายในห้องนอนบนคอนโดหรูของตัวเอง โดยได้รับการดูแลจากยามจำเป็นคือลภณนั่นเอง คืนที่ผ่านมาลภณเป็นผู้พาเพื่อนรักกลับมาอย่างทุลักทุเล โดยทิ้งรถตัวเองไว้ที่ผับและขับรถไอ้เพื่อนตัวดีกลับคอนโด ลภณยืนมองใบหน้าหล่อเข้ม ออกจะแปลกใจว่าเพื่อนรักเขาไม่เคยปล่อยความรู้สึกแบบนี้มาก่อนแม้แต่ครั้งที่จุมพิตาบอกลาไปแต่งงานกับเศรษฐีชาวรัสเซีย เขาไม่เห็นเก็จพรหมมีอาการแบบนี้นอกจากเงียบขรึมไปก็เท่านั้นเอง..

เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงดังติด ๆ กันหลายหน ลภณฉวยมาดู ชื่อผู้โทรเข้าคุ้นตา คิ้วเข้มขมวดเป็นชื่อที่เขาเหมือนจะเคยรู้จักมาก่อนเพียงแต่นึกไม่ออกว่าที่ไหนกัน...

“พู่กัน คุ้นๆแฮะ”
“อืมม”
เสียงครางเหมือนได้รับความเจ็บปวดออกมาจากคนที่นอนหลับตาพริ้ม

ลภณหันมองเพื่อนตัวแสบกำลังนอนส่ายหัวบิดตัวไปมาบนเตียง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นคืออาการแฮ้งค์นั่นเอง นายหัวทรานสปอร์ตชื่อดังของภาคใต้ส่ายหน้า สะกิดเก็จพรหมเมื่อเหลือบเห็นเวลาบนหัวเตียง

“พรหม พรหม ตื่นๆ ได้แล้วแก เกือบเที่ยงแล้วนะโว้ยโทรศัพท์มันกำลังจัดคิวรอแกรับสาย”
“ไว้ก่อน อืมม ปวดหัวจัง”
เก็จพรหมยกมือขึ้นบีบขมับใบหน้าซีดพยายามลุกขึ้นนั่ง

“แฮงค์ชัวร์วะ ยังกะซดน้ำชา ยกซด ยกซด ไม่เมายังไงไหว ถามจริงเหอะแก อิสาวรายไหนวะทำให้แกเป็นแบบนี้”
ลภณเริ่มสอบถาม มองข้ามอาการปวดหัวเพื่อนรัก

“นี่ไอ้ภณแกปลุกฉันขึ้นมาเพื่อตั้งกระทู้กลางเตียงงี้เลยเหรอวะ”
เจ้าพ่อรีสอร์ทพูดเสียงหงุดหงิด

“อ้าวก็อยากรู้นี่หว่า”
“ขอสีขี้ฟันก่อนได้ไหม ปวดหัวโว้ย”
เก็จพรหมเปิดผ้าห่มลงเตียงขยี้ผมพูดกระแทกใส่ลภณที่ตามเซ้าซี้ไม่หยุด

“เออๆ... ฉันไปชงกาแฟไว้รอแกดีกว่า”
ลภณยิ้มสมใจ ถูมือไปมาถูกใจที่เพื่อนรักไม่ขัดเจตนารมณ์ของเขา

เพียงไม่นานร่างสูงเดินออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าสดชื่น เนื้อตัวหอมสะอาดทรุดนั่ง ลภณเลื่อนกาแฟที่เตรียมไว้แล้ว พ่อบ้านจำเป็นปล่อยให้เพื่อนรักจัดการน้ำสีดำจนหมดแก้ว จึงเปิดปากทำการสอบสวนทันที

“โอเค คราวนี้แกบอกฉันได้หรือยัง”
“กลุ้ม”
เสียงขรึมตอบ ทำเอาสีหน้าคนถามตึงทันควัน

“อันนี้ฉันรู้ จะมีไอ้หน้าไหนมั่งที่ดีใจแล้วกินเหล้าเหมือนกินน้ำวะไอ้บ้า”
“แกรู้แล้วมาถามทำไมอีกวะไอ้ภณ”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

ลภณยิงกระสุนนัดสำคัญโดยไม่ต้องแปลงความหมาย แล้วก็ต้องเกาหัวแกรกๆ เมื่อเสียงยียวนตอบกลับมาจนอยากถีบคนตอบเป็นกำลัง

“กะเทยมั้ง”
“เออ..เฮ้ยนี่รสนิยมแกเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

นายหัวภาคขนส่งอ่อนใจกับคำตอบจึงประชดประชันให้สิ้นเรื่อง เสียงหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ แววตาเข้มจ้าเมื่อนึกคำสั่งมารดาตอนเย็นเมื่อวาน

“นี่กี่โมงแล้วฉันมีนัดกับแม่จะขึ้นกรุงเทพฯ”
“อีกยี่สิบนาที จะบ่ายสองโมง”
“ห๋า ตายห่าแล้วกู คุณนายแม่ด่าเปิงแน่ ๆ ๆ ทำไมแกไม่ปลุกฉันให้เร็วกว่านี้วะ”
ร่างสูงตาเหลือกผลุดลุกขึ้นทันที ไม่วายเม้งเรื่องปลุกช้า

“เรียกจนคอจะแตก ระบบสัมผัสขนาดไอ้นี่ไม่ยักตื่นวะ มีคนโทรมาหานับสิบๆสาย แกยังไม่รู้สึกตัวเลย หลับเหมือนวัวเหมือนควาย”
ลภณอดพูดประชดไม่ได้

“โทรศัพท์? ใช่ แล้วโทรศัพท์ฉันอยู่ไหน”
“หัวเตียง”
“เออ..ขอบใจฉันออกไปก่อนนะ ฝากแกปิดห้องให้ฉันด้วยนะ”
เก็จพรหมเดินเข้าห้องนอนและกลับออกมา ไม่วายสั่งเสียเพื่อนรักเป็นการปิดท้าย

“อะไรวะ ยังไม่รู้เลยว่ามันกลุ้มเรื่องอะไร อาชีพพ่อบ้านงอกอีกเฮ้อลภณเอ้ย นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนสุดเลิฟนะไอ้พรหม คงได้ยกเค้ากันมั่งล่ะวะ”

ระหว่างติดไฟแดง เก็จพรหมเช็คหมายเลขที่ไม่ได้รับสาย มีเพียงไม่กี่เบอร์ที่โทรเข้า แต่ละเบอร์โทรเข้ามามิใช่ครั้งเดียว หากแต่มีเบอร์หนึ่งที่ทำให้หัวใจเจ้าพ่อรีสอร์ทกระตุกและเต้นแรง ความร้อนขึ้นมาเห่อที่หน้า เขาเพิ่งเข้าใจคำว่าเลือดสูบฉีดก็ครานี้ “พู่กัน” เก็จพรหมโทรออกหามารดาเป็นดับแรก

“นายพรหม แม่รอแกอยู่ที่สนามบิน อีกชั่วโมงเครื่องจะออกแล้วแกอยู่ไหนตอนนี้”
“กำลังขับรถครับแม่ ไม่เกินยี่สิบนาทีครับแม่ รอผมก่อนนะครับ”
“ไม่รู้ล่ะ ถึงเวลาเครื่องออกแกยังไม่โผล่มาแม่ให้พี่แก้วไปแทนแกแล้วกัน”

เสียงขู่ของแม่ทำเอาเก็จพรหมเพิ่มความเร็วของรถขึ้นไปอีก โดยหารู้ไหมว่าเก็จแก้วกำลังหัวเราะขำที่มารดาแกล้งอำน้องชายตัวดีของเธอ บัดนี้มารดาทราบแล้วว่าลูกชายของนางหมายปองผู้หญิงคนไหน ทำให้ท่านอยากเห็นตัวจริงว่าจะเหมือนที่เธอโฆษณาเอาไว้หรือเปล่า งานนี้เธอกับหนูนาได้จัดฉากใหญ่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ... เป็นไปตามคาดหมายร่างสูงเดินดิ่งมาให้กลุ่มของมารดาและพี่สาวที่ยืนอยู่ตรงประตูผ่านเข้าห้องโดยสารไม่ถึงยี่สิบนาทีตามที่แจ้งไว้


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩


“ก้องภพนายบอกไอ้พู่หรือยังว่าแฟนเขาจะเข้ากรุงเทพวันนี้”
เสียงณารินโทรเข้าเครื่องของก้องภพ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดินทางไปส่งงานให้ลูกค้า

“ห๋า..ตายล่ะผมลืมไปสนิทเลยพี่หนูนา”
ก้องภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อย เขาลืมบอกพู่กันตามคำสั่งพี่หนูนา ตี๋หนุ่มกลั้นใจรอฟังเสียงสวดของพี่หนูนาเช่นเคย

“ดีแล้วที่นายยังไม่ทันบอก แล้วนายอยู่ที่ไหนตอนนี้”
น้ำเสียงโล่งใจกลับมา ทำให้ก้องภพผ่อนลมหายใจเบา ๆ

“ผมออกมาส่งของให้ลูกค้าแถวถนนพระอาทิตย์ครับพี่”
“อ้าวก็ใกล้บ้านฉันสิ งั้นมาหาพี่หน่อยถ้าเสร็จธุระแล้ว รีบกลับร้านหรือเปล่า”
“เปล่าฮะ ผมบอกไอ้พู่ไว้แล้วว่าให้มันปิดร้านกลับบ้านก่อนได้เลย”
“โอเค แล้วเจอกัน”
“ครับพี่หนูนา”
ก้องภพขมวดคิ้วนึกแปลกใจที่ไม่ถูกด่า แต่กลับสั่งให้ไปหาที่บ้านแทน

✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩


อาร์ตตัวแม่นั่งจ้องโทรศัพท์ เธอติดต่อไปหาเก็จพรหมสองครั้งในวันนี้ แต่ไม่มีวี่แววว่าชายหนุ่มจะโทรกลับมา สงสัยไม่ว่างครั้งที่หนี่งที่โทรไปและทิ้งช่วงหวังไว้ว่าชายหนุ่มจะโทรกลับมา และอีกครั้งชั่วโมงก่อนหน้านี้ คราวนี้ไม่มีสัญญานคล้ายปิดเครื่อง

“สงสัยติดประชุม กลับบ้านดีกว่าเรา”

พู่กันเหลือบมองดูนาฬิกาเกือบทุ่มแล้ว เธอเพลินอยู่กับการเลือกรูปที่ถ่ายมาจากการปลีกวิเวกทริปสุดท้ายที่เพิ่งกลับมา การสนใจสิ่งที่ทำอยู่เป็นเรื่องที่ทุกๆคนทราบว่าหญิงสาวสนุกและจริงจังกับมันมาก หลังจากปิดร้านเรียบร้อยแล้วพู่กันออกมายืนรอแท็กซี่เพื่อกลับบ้านเพราะเต่าแก่ไปส่งรูปกับก้องภพตามที่เธอบัญชา เสียงมือถือดังพู่กันรีบกดรับเพราะคิดว่าต้องใช่เขาแน่นอน

“พู่คะ”
“แก้มใสเองจ๊ะพู่ ตอนนี้อยู่ไหนคะ”
เสียงใสของแก้มใสเข้ามาทำให้รอยยิ้มบนหน้าสวยจางลง เสียงเรียบตอบหลังจากนิ่งไปชั่วครู่

“พู่ยืนรอแท๊กซี่กลับบ้านคะ แก้มใสมีธุระอะไรหรือเปล่า”
“คิดถึงน่ะคะ ไม่ได้เจอแค่ได้ยินเสียงก็โอเคแล้วคะ”
“ค่อยคุยกันใหม่นะแก้มใสแท๊กซี่มาแล้ว”

ติสสาวตัดบทถอนหายใจยาว แก้มใสเป็นน่ารักนิสัยดีแต่ไม่ใช่แบบนี้ เธอเหมาะที่จะเป็นเพื่อนรักเหมือนก้องภพ พู่กันถอนหายใจยาว และอดคิดไม่ได้ว่า คนที่อยากให้โทรมาก็ไม่โทรไอ้ที่ไม่ต้องการให้โทรก็โทรมากันจัง วันนี้ทั้งวันเธอรอสายจากเจ้าพ่อรีสอร์ทแต่ที่รับสายกลับไม่ใช่สักราย


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩

ในวันรุ่งขึ้น.....
ก้องภพกดโทรศัพท์หาพู่กันโดยมีพี่หนูนากำกับอยู่ข้าง ๆ
“ตอนนี้แกอยู่ไหนวะ”
“อยู่บนเบนซ์คันหรู กำลังมุ่งหน้าไปร้านนะสิ แล้วแกอยู่ไหนทำไมเสียงดังหนวกหูแบบนี้วะไอ้ก้อง”
“มาเป็นเพื่อนพี่หนูนามาทำธุระวะแก”
“เหรอ..เออไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันก็คงถึงร้านแล้ว”
“อาจจะทั้งวันนะแก ไม่ได้หนีเที่ยวนะโว้ย สอวอเค้าต้องการตัวช่วยวะ..โอ้ย..อูย..”
“เสียงอะไรวะไอ้ก้อง”
“ปูเอ้ยประตูหนีบมือโว้ย แค่นี้แหละแก อูย..”
“เออ ๆ ๆ ”

ก้องภพตัดสายไปพร้อมกับเสียงโอดโอย ทิ้งให้พู่กันค้อนมือถือแทน พลางถอนหายใจเบา ๆ ทำไมวันนี้รู้สึกแปลก ๆ ทั้งๆที่เช้านี้ก็เหมือนวันอื่น ๆ แต่เธอกลับรู้สึกขาดอะไรไป สงสัยมันจะต่อเนื่องจากเมื่อคืนหรือเปล่าหนอ พู่กันคิด คืนที่ผ่านมารู้สึกเหงาอย่างประหลาด ไม่มีสมาธิทำงานนอนก็ไม่หลับ นอนเลื้อยไปมาอยู่บนเตียง นอนฟังเสียงทีวีจากห้องโถงดังแว่วเข้ามาในห้องนอนเหมือนเคย มีสองครั้งที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแน่นอนว่าไม่ใช่ของเธอเพราะมารดาไม่ได้เข้ามาตาม.... เพราะอะไร..ทำไมเค้าไม่โทรหา..งอน...ไม่.ไม่ แกจะต้องไม่คิดเรื่องนี้ พู่กันฝืนความรู้สึกตัวเองซ้ำๆซาก ๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าลมหายใจที่พยายามสูดนั้นขาดห้วงจนกลายเป็นการสะอื้น ขอบตาร้อนผ่าว..ตากลมโตกระพริบถี่..ไม่ได้แกจะอ่อนแอไม่ได้ไอ้พู่….

ร่างบางเดินหงอยเข้าร้าน ไม่มีเสียงทักทายจากก้องภพเพราะมันเพิ่งโทรมาบอกไปทำธุระกับพี่หนูนา พู่กันเม้มปากกวาดตามองรอบๆร้าน ภาพวาดสีสันงดงามไม่ได้ช่วยให้เธอสดชื่น ในใจพยายามคิดว่าวันนี้เธอลืมอะไรไปหรือเปล่านะทำไมมันโหวงเหวง คิดเลยเถิดไปว่า ทุกคนจงใจหลบหน้าหลบตาเธอแม้กระทั่งพ่อกับแม่ที่ออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้า ติสสาวขำตัวเองเมื่อคิดว่าตัวเองจะคิดมากไป นึกก่นด่าตัวเอง

“ใครจะมาหนีหน้าลูกกันเล่า เฮ้อไอ้พู่เอ้ย”

ตลอดวันก้องภพไม่เข้าร้าน พู่กันเองก็ไม่คิดตามเพราะรู้ว่าเพื่อนรักไปทำธุระกับใคร อาจจะอยากรู้บ้างว่าไปทำอะไรแต่เธอรู้ดีว่าก้องภพต้องกลับมาเม้าท์ให้ฟังอยู่แล้ว อีกวันหนึ่งไม่มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา พู่กันทำงานของตัวเองเงียบๆและ ทานอาหารกลางวันอย่างเหงา ๆ หลายครั้งที่ติสสาวพยามสลัดความคิดที่เตลิดไปให้กลับมาสู่งานตรงหน้า ยิ่งต่อต้านยิ่งเหมือนบูมเมอแรงวนกลับคิดกลับไปกลับมา จนในที่สุดต้องยอมแพ้กับความคิดถึงใครบางคน ติสสาวเข้าโหมดเหม่อลอย ปลดปล่อยความคิดหวนกลับไปยังเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทุกเรื่องพุ่งมาที่เจ้าของรูปในสมุดสะเก็ดภาพที่ถืออยู่ ภาพช่วงเวลามีความสุขระหว่างที่อยู่ฟรอเลนซ์ รอยยิ้ม อ้อมกอดที่อบอุ่น อาทร สัมผัสที่นุ่มนวลหวานและวาบหวาม ช่วงเวลาที่เปิดใจบอกรักกันและกันมันความรู้สึกที่วิเศษทั้งตื่นเต้นและสมหวัง หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่แสนทรมานเมื่ออยู่ในห้วงคำนึงคิดถึงและคร่ำครวญหาในวันที่เธอถูกลักพา พู่กันกระพริบตา..มโนภาพวันที่โผเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นนั้นอีกครั้ง ความรู้สึกนั้นมันคือความโหยหาความรักและการปกป้องจากผู้ชายคนในภาพนี้ เธอจดจำเสียงพร่าสั่น ความดีใจแรงกอดรัดตอนที่เธอซุกตัวในอ้อมกอดจากอกกว้าง เบ้าตาร้อนขึ้นมากระทันหัน ก่อนจะกลั่นน้ำใสไหลล้นไปเป็นสาย..ก้อนสะอื้อฮัก ๆ ๆ ตามออกมา

“ฉันทำอะไรลงไปนี่”

✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩


หน้าเข้มขรึมพอๆกับอาการนิ่งของร่างสูง เจ้าพ่อรีสอร์ทลอบถอนหายใจบ่อยครั้ง ยามที่มองดูเวลาที่ข้อมือ อาการเหล่านี้ตกอยู่ในสายตาผู้เป็นมารดา คนที่ผ่านโลกมาก่อนย่อมพอจะเข้าใจ เพียงแต่แสร้งมองไม่เห็น โดยให้ความสนใจธุระอย่างตั้งอกตั้งใจตั้งแต่เช้าจรดบ่าย และธุระของแม่ในครั้งนี้คือดูความคืบหน้าการตกแต่งตึกที่ซื้อไว้ ต่อจากนั้นไปทานอาหารกับเพื่อนเก่าตามที่นัดหมายกันเอาไว้แล้ว จบด้วยการช๊อปปิ้งก้อนหินราคาแพงในสายตาของเก็จพรหม หน้าที่หลักของเขาคือ เป็นคนขับรถ และคนถือของให้มารดา

“พรหม เหนื่อยไหมลูก”
“ไม่ครับแม่”
นายหัวหนุ่มส่ายหัวยิ้มเอาใจมารดา

“งั้นก็ดีแล้ว เหลือที่สุดท้ายแล้วล่ะ”
“ฮะ”
เก็จพรหมพยักหน้าเหลือบดูเวลาบนข้อมืออีก เพราะวันนี้เขามีนัดทำธุระกับพี่หนูนาเกรงว่าจะไปไม่ทันเวลานัด แม่ลอบมองอาการกระวนกระวายของบุตรชาย

“พรหมมีธุระไหนหรือเปล่าลูก?”
“มะไม่มีฮะแม่”
ชายหนุ่มรีบปฏิเสธเสียงหลง

“วันนี้พรหมดูเนือย ๆนะ มากับคนแก่ไม่สนุกเหมือนสาวๆ ใช่ไหมลูก”
แม่สัพยอกลูกชายด้วยสีหน้ายิ้มอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่ได้ช๊อปปิ้งจนอิ่มอกอิ่มใจ

“โธ่แม่ฮะ หาเรื่องผมแล้วแบบนี้”
เก็จพรหมหัวเราะกร่อยทำเสียงออดมารดา แม่ถือโอกาสกระซิบลูกชายอย่างใจดี

“มากรุงเทพฯ ทั้งที ทำไมไม่พาน้องมาให้แม่รู้จักล่ะลูก”
“ครับ?”
เก็จพรหมเงยหน้ามองมารดาอย่างประหลาดใจ

“อ๊าววอะไรกัน วันนี้คุณดื่มแบรนด์เหรอยัง?”
“โธ่....มุขนี้เลยนะแม่ผม”
เก็จพรหมยกมือลูบท้ายทอยเขิน ๆ ที่มารดาจับได้ว่าเขาไม่มีสมาธิอยู่ตรงนี้

“พรหมพาแม่ไปร้านดอกไม้หน่อยสิลูก เลือกให้แม่หน่อยแล้วกันก่อนที่เราจะไปทำธุระแหล่งสุดท้ายกัน แหมมาวันนี้ได้สมดั่งใจทุกอย่างเลย งานก็เปะ ธุระก็ครบ แบบนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีเลยนะเนี่ย”
“ครับแม่”

เก็จพรหมพามารดาเข้าร้านดอกไม้ตามบัญชา เลือกอยู่นานจนเป็นที่พอใจได้ดอกไม้มาช่อใหญ่ ทันทีที่ขึ้นรถมารดาจึงบัญชาให้เขาไปบ้านเพื่อนของท่าน

“ไปสุขุมวิท 42 นะลูก”
“สุขุมวิท42 หรือฮะ?”
เก็จพรหมถามซ้ำเหมือนให้มั่นใจ

“ใช่ลูก บ้านเพื่อนแม่อยู่แถวนั้นไหนๆก็มาแล้วไปเยี่ยมเสียหน่อย ไม่ได้เจอกันนานแล้ว”
“ครับแม่”

ตำแหน่งบ้านของเพื่อนแม่อยู่ละแวกเดียวกันกับบ้านของพู่กัน เก็จพรหมคิด มันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้ ตลอดทั้งวันเขาความคิดของเขาผูกอยู่กับพู่กันตลอดเวลาสองวันนี้ อยากเจอ..คิดถึงมาก...แต่ไม่อาจทำตามหัวใจได้เพราะมันมีเหตุผลในตัวเช่นกัน


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩


เอาตอนสามสิบมาให้ชิมนะคะ....

ค่ำแล้ว...
พู่กันเดินหงอยเข้าบ้านอย่างเหงาๆ ตัวบ้านมองเข้าไปมืด แม้แต่ไฟหน้าบ้านและเรือนกล้วยไม้ปกติพ่อจะเปิดก่อนจะมืดด้วยซ้ำไป พู่กันทำหน้าสงสัย “พ่อกับแม่ยังไม่กลับบ้านงั้นเหรอ....เป็นไปไม่ได้” พู่กันคิด ติสสาวล้วงกระเป๋าควานหากุญแจเปิดบ้านอยู่เป็นนาน ในที่สุดก็เจอ “นึกว่าต้องนั่งแกร่วหน้าบ้านซะแล้วไอ้พู่” อาร์ทตัวแม่บ่นกับตัวเอง พู่กันเดินเข้าบ้านอย่างชำนาญทาง เพราะเป็นบ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เล็กจนโตจนหลับตาเดินได้ไม่มีทางชนเข้าของในบ้านแน่นอน

ทันทีที่ไฟสว่าง สิ่งที่ปรากฏคือกลางห้องรับแขกถูกแปลสภาพเป็นงานเลี้ยง อาหารมากมายจัดวางไว้ที่มุมหน้าต่าง มากไปกว่านั้นบรรดาพ่อแม่เพื่อนๆพี่ ๆ ที่เธอสนิทสนมส่งเสียงดัง......จริงสิเธอลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง......




Create Date : 01 สิงหาคม 2555
Last Update : 1 สิงหาคม 2555 23:40:57 น.
Counter : 874 Pageviews.

10 comment
สาวไฮเปอร์หัวใจติส - ติสที่ยี่สิบเก้า


มาเร็วแระ..จ่อมก่อนครึ่งท่อนคะ
แล้วจะรีบเอาท่อนหลังมาลงให้คะ...




✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩




“แม่คะพู่ไปทำงานก่อนนะคะ”
“พู่อย่าลืมเอาขนมไปฝากก้องภพด้วยนะลูก”

พู่กันบอกมารดาขณะที่ก้มหยิบรองเท้าผ้าใบมาใส่

“คะแม่ ไอ้ก้องมีลาภปากอีกแล้ว”
“เออ..พู่เมื่อคืนคุณพรหมโทรหาเรื่องอะไรเหรอลูก”
“คุณพรหมโทรมา? เมื่อไหร่คะ”
“อ้าว ก็ตอนที่พู่คุยอยู่กับพ่อ คุณพรหมโทรมา แม่ตั้งโน้ตไว้ที่โทรศัพท์ นี่แปลว่าพู่ยังไม่ได้โทรกลับไปเหรอ”
“เปล่าคะ..ไม่ได้โทรคะ”
พู่กันส่ายหน้า แววตาจ้า

“งั้นหนูก็รีบโทรหาพี่เขาก็แล้วกัน เผื่อพี่เขามีธุระด่วน”
“คะแม่ งั้นพู่ไปก่อนนะคะ ”

บุตรสาวเดินขึ้นรถไปแล้วปล่อยให้มารดามองตามหลังไปด้วยความรู้สึกแปลก ๆ วันนี้พู่กันดูเงียบและนิ่งพูดน้อยไม่ต่อปากต่อคำเช่นเคย เมื่อคืนนี้พ่อกับลูกเขาคุยเรื่องอะไรกันนะ ความอยากรู้ประทุขึ้นในใจแม่......

บนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยรถรา เจ้าเต่าแก่ทำหน้าที่เช่นเคย วันนี้อารมณ์ของพู่กันไม่ปกติ หลังจากที่คุยกับบิดาเมื่อคืน ท่านพูดหลายอย่างที่เป็นประโยชน์...พ่อรู้นิสัยของเธอดีนั่นเอง

“พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะพ่อ”
“เรื่องของพู่นั่นแหละลูก”
น้ำเสียงพ่อเรียบเป็นปกติ ติสสาวกระพริบตาถี่ไม่เห็นความผิดปกติแต่อย่างใด คิ้วบางขมวดคิดไวว่าเรื่องที่พ่อจะพูดกับเธอคือเรื่องอะไร

“คะ?...เรื่องของพู่ ทำไมหรือคะ”
“พ่อก็อยากถามว่ากิจการดีไหม ผลตอบรับเป็นไง หลังจากได้รับรางวัล”
รอยยิ้มใจดีผสมกับคำถามที่ได้ฟังทำให้ติสสาวถอนหายใจโล่งและอบอุ่น

“อ๋อ แหมนึกว่าเรื่องอะไรยังดูไม่ออกคะพ่อเพราะยังผ่านไปไม่นาน ปกติก็มีลูกค้าทางอินเตอร์เนตเยอะอยู่แล้ว งานนี้ก้องภพทำได้ดีช่วยระบายงานที่ร้านตลอดคะพ่อ”
“ดีแล้วละลูก แล้วบริษัทสปอนเซอร์ที่พู่ไปเซ็นสัญญา บริษัทนั้นอยู่ที่ไหน อยู่ที่เมืองไทยหรือต่างประเทศกันล่ะ”

พู่กันเหลือบมองบิดา ออกจะสงสัยนิดๆ ว่าพ่อนึกยังไงจู่ๆถึงได้ถามเธอเรื่องนี้ ปกติแล้วพ่อจะไม่ถามแต่จะเป็นฝ่ายรอให้เธอเป็นฝ่ายเล่าหรือปรึกษายามที่จนปัญญา

“บริษัทของคนไทยคะพ่อ ว่าแต่พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก พอดีพ่อรับดูเรื่องทุนของมหาลัยอยู่ เผื่อพู่สนใจ”

พู่กันรับเอกสารจากมือพ่อ ติสสาวพลิกดูรายละเอียดข้างในอย่างคร่าว ๆ แววตาไหววูบเมื่อเห็นชื่อประเทศที่ให้ทุนไปเรียนยอมรับทันทีว่าน่าสนใจไม่น้อย ติสสาวยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณบิดา

“ขอพู่ศึกษารายละเอียดดูคะ ขอบคุณพ่อมากคะ”
“พู่ยังติดต่อกับคุณพรหมอยู่หรือเปล่าลูก”
ติสสาวอ้าปากค้างกระพริบตาถี่ตีหน้ามึน เพราะเจอคำถามแบบไม่ทันตั้งตัว

“อ่า....คะ”
“ดีแล้วลูก เขาเป็นคนดีมีน้ำใจและไม่ทิ้งเรายามที่เราเดือดร้อนทั้งๆ ที่ไม่ใช่ญาติ”

เสียงเนิบนาบเมื่อเอ่ยถึงความดีของชายหนุ่ม พู่กันพยักหน้าหงึกแอบค้อนอากาศรอบตัว คิดว่า ”ทำไมพ่อถึงพูดเรื่องนี้นะ” เหงื่อเริ่มชื้นที่ฝ่ามือ จนต้องถูไปมากับกางเกงนอน

“คะพ่อ”
“ไม่ว่าเขากับลูกของพ่ออยู่ในสถานะอะไร แต่พ่อก็รู้สึกขอบใจเขานะ ที่นำลูกกลับมาตามคำสัญญาที่เขาให้ไว้ ในตอนนั้นความหวังพ่อแทบมองไม่เห็นว่าจะมีวันได้พบลูกไหม พ่อได้แต่ภาวนาขอแค่ให้เขานำลูกกลับมาไม่ว่าสภาพไหนก็ตาม”
“เขาสัญญาอะไรกับพ่อเหรอคะ”

พู่กันกระซิบถามบิดา อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง มันเป็นเรื่องใหม่ที่เธอได้ยิน ลำคอตีบตันเมื่อได้ยินเสียงครือสะเทือนอารมณ์จากผู้เป็นพ่อเช่นกัน

“เราคุยกันทางโทรศัพท์ คุณพรหมสร้างความมั่นใจให้พ่อกับแม่ว่าจะพาพู่กลับบ้านอย่างแน่นอน ทั้งๆที่พ่อก็บอกเขาว่าให้ทิ้งภาระการตามหาลูกให้กับเจ้าหน้าที่ที่นั่น งานการเขาก็ต้องทำใช่ไหมพู่ แต่เขากลับยืนยันที่จะตามหาพู่และพากลับมาให้ได้โดยไม่กลัวความลำบาก เป็นสิ่งที่พ่อซาบซึ้งใจมาก”

“ขอบคุณคะพ่อ ขอบคุณจริง ๆ”

พู่กันพึมพำอยู่หลังพวงมาลัยเบา ๆ ขณะเลี้ยวเจ้าเต่าแก่ไปจอดสงบนิ่งอยู่หน้าร้าน ร่างบางระหงลงจากรถจากนั่งสงบอารมณ์ไหวก่อนหน้านี้ให้เรียบร้อย ภายในร้านก้องภพกำลังยืนคุยโทรศัพท์ พู่กันชูของฝากทักทายเพื่อนรักแล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“พู่มันเข้าร้านแล้วฮะพี่ ผมวางก่อนนะครับ”

ทันที่หูโทรศัพท์วางลงแป้นก้องภพเดินเข้าหลังร้านไปตามพู่กันโดยเร็ว

“เสด็จมาทำงานได้แล้วหรือครับคุณพู่กัน”
“เออ..เอ๊านี่ของฝาก”
พู่กันยิ้มเก๋พร้อมกับชูถุงที่บรรจุคุกกี้สองสามห่อและกล่องไม้คลาสสิค

“อะไร”
“เปิดดูเองดิ ของโปรดแกนี่หว่า”
“คุกกี้ชีส ของแม่”

ก้องภพตาโตวาดขอบปากอย่างถูกใจ เป็นที่ขัดนัยน์ตาติสสาวจนต้องพูดกระแทกใส่

“เออสิวะ แล้วแกคิดว่าเป็นอะไรล่ะ แม่ฝากให้ฉันเอามาให้ลูกรักอย่างแก”
“แล้วของฝากที่แกไปซะหลายวันอะ ไหน ๆ มีไรมั่ง”

ตี๋หนุ่มทวงของฝาก ทั้งๆที่เห็นกล้องไม้ลายคลาสสิค แต่อยากได้ยินจากปากเพื่อนสาวมากกว่า

“ไม่มี”
“โหยตืดดด วะแกไม่ป๊อดเลย ไปต่างจังหวัดทั้งทีไม่มีของฝาก”
ก้องภพลากเสียงโวยวาย

“ก็ไม่ได้ไปไกล ไปใกล้ ๆ แค่นี้เอง แต่ฉันเอาภาพเด็ด ๆ มาฝากแกเยอะแยะ ส่วนกล่องไม้นั่นมีคนฝากมาให้”
พู่กันหยิบกล่องยื่นให้เพื่อนรัก

“อะไร?”
“ของฝากจากใครคนหนึ่ง บอกให้ฉันส่งถึงมือแกเลยนะโว้ย”
ก้องภพเปิดกล่องดูข้างในมีเพียงก้อนหินขนาดย่อมวางทับอยู่บนกระดาษสมุดธรรมดา

“อะไรวะ.....ก้อนหินเพ้นท์สี จากใครวะไอ้พู่”
“นั่นไงจดหมายอยู่ก้นกล่องอยากรู้ก็อ่านดูเองสิ เอามาก็หนักแล้วยังให้อ่านประเคนให้อีกใช้ได้ที่ไหนแก เดี๋ยวฉันขึ้นไปห้องเก็บของก่อนนะ”
“เออ ๆ ๆ อะไรวะถามนิดเดียว”

ก้องภพเงยหน้ามองตามหลังเพื่อนสาวไป ก่อนจะหันมาสนใจของฝาก กระดาษแผ่นน้อยในมือทำให้เขารู้ว่าพู่กันไปที่ไหนมาและมันก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ขณะที่ก้องภพกำลังหยิบคุกกี้เข้าปากเขาได้ยินเสียงวิ่งโครมครามมาจากข้างบน ตี๋หนุ่มส่ายหน้าพร้อมกับคิดว่า ประเดี๋ยวเหอะตัวจะมาพร้อมกับเสียงโวยวายเช่นเคย เป็นไปตามคาดหมายพู่กันมาพร้อมกับคำถามที่เขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว...

“ก้อง ๆ ๆ ๆ แกเห็นมือถือของฉันบ้างหรือเปล่า”
“อ้าวไหนแกว่าทำหายแล้วไม่ใช่เหรอวะ”

ก้องภพไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายถามกลับ จ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง คิดในใจว่าดูซิว่ามันเลี้ยวลงคลองยังไง พู่กันทำเสียงขลุกขลักในลำคอก่อนจะรับเสียงอ่อยว่าลืมไว้ที่ร้าน

“คือฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ไง ว่าฉันวางไว้บนหิ้งตอนที่ฉันมาเอากล้องน่ะแก สมองฉันนี่มันขี้ลืมแค่ไหนแกก็รู้”
“แกหาดูทั่วแล้วเหรอ ลองหาให้ดีอีกทีสิ ชอบวางของมั่วไปหมดล่ะแก”

ก้องภพเหลือบตามองสีหน้าครุ่นคิดของติสสาว แอบยิ้มที่ได้แกล้งจอมวางแผนกลับ หนอย..ปล่อยให้คนนั้นคนนี้เป็นห่วงโทรหาแถมเขาเองก็ถูกพี่หนูนาด่าในข้อหาที่แก้ต่างแทบไม่ทัน สีหน้าและท่าทางก้องภพดูซื่อ ๆ เหมือนไม่รู้เรื่องจริงๆ ทำให้อาร์ตตัวแม่เริ่มลังเล ร่างบางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง คิ้วบางขมวด คิดหลายตลบว่ามือถือมันควรจะอยู่ตรงไหนของร้าน

“เออนี่ก้องฉัน...”

พู่กันเงยหน้าขึ้นเจอวัตถุที่เรียกว่ามือถือในมือก้องภพยื่นส่งมาให้ สายตาขุ่นเสยขึ้นสูงสบตาคมของหนุ่มหน้าหยกด้วยอาการหมั่นเขี้ยว ตี๋หนุ่มรู้ชะตาของตัวเองรีบวางมือถือบนโต๊ะแล้วรีบเผ่นแนบขึ้นชั้นสอง โดยที่ร่างบางขยับตัวเร็ววิ่งไล่ตามเสียงโครมคราม เสียงหัวเราะชอบใจแข่งกับเสียงแช่งด่าของพู่กัน


✩, .•´`•.,(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯).•´`•.,✩

รอนิดนะคะ....




Create Date : 30 กรกฎาคม 2555
Last Update : 30 กรกฎาคม 2555 13:51:11 น.
Counter : 745 Pageviews.

2 comment
สาวไฮเปอร์หัวใจติส ติสยี่สิบแปด


คุยกันก่อนนะคะ ...
บทนี้มาช้าเพราะเขียนแล้วเขียนอีกถึงสองครั้งเพราะ USB Card เกิดอาการน้อยใจ ไม่ทำงานซะดื้อ ๆ ทำให้ใช้เวลานานมากเลยคะ ขอบคุณหลังไมค์ที่ตามงานนะคะ....


credit picture from internet

สาวไฮเปอร์หัวใจติส - ติสยี่สิบแปด


(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯)



“พู่รู้ไหมครับ ตลอดเวลาที่พู่หายไปผมเหมือนตายทั้งเป็น ไม่มีคืนไหนที่ผมจะนอนหลับได้สนิท ลืมตาตื่นขึ้นกลางดึกเพียงแค่คิดว่ามีที่ไหนบ้างบนฟลอเร้นซ์ที่ยังไม่ได้ค้นหา”

คำบอกเล่าของเก็จพรหมยังก้องในหู ตากลมโตภายใต้กรอบแว่นดำที่มองออกรถบัสนั้นนิ่งอย่างไร้จุดหมาย บัสคนนี้มันกำลังพาเธอกลับเข้ากรุงกลับไปสู่ความจริง วงแขนกระชับเข้าหาตัวเองเมื่อนึกถึงอ้อมแขนอบอุ่นยามโอบรัดตัวเธอให้คลายความหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ริมฝีปากบางขมุบขมิบเบา ๆ

“กลับไปนี่หวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น”



*.:。✿* D *.:。✿*゚¨゚✎ * *.:。✿* D *.:。✿*゚¨゚✎*.:。✿* D *.:。✿*゚¨゚✎ *✿* D *.:。✿*゚¨゚✎ *

ในโรงยิมคฤหาสน์หรู เบรโตกำลังออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว สมุนคนสนิทของเขาเดินเข้ามาหยุดยืนดูเจ้านายหนุ่มกำลังเอาเป็นเอาตายกับสายพานวิ่ง หางตาเห็นสองสมุนยืนรอเขาอย่างสงบนิ่ง ร่างสูงยังคงเดินหน้าจนโปรแกรมที่ตั้งไว้สิ้นสุดลง ชายหนุ่มก้าวลงเดินตรงมาหาคนทั้งคู่

“ได้มาแล้วครับนาย”
เบรโตเอื้อมมือรับซองเอกสารที่ลูกน้องยื่นให้ เพียงแค่เปิดปากซองก็รู้ดีว่าคืออะไร จึงพยักหน้าแววตาเจิดจ้า

“แล้วที่ให้จัดการ”
“เรียบร้อยเช่นกันครับนาย”
“ดีมาก คืนนี้พวกแกไปเที่ยวให้หนำใจอย่าให้มีพิรุธในวันพรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เที่ยวบินแรก”
“ครับนาย”
“ไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระ”

เบรโตโบกมือให้คนสนิทออกไป ส่วนตัวเองเดินเข้าไปหลังฉาก เพียงไม่นานร่างโปร่งกลับออกมาในชุดใหม่ ในมือมีเอกสารติดไปด้วย

ร่างระหงในชุดคลุมท้องสุดหรูเป็นบรรณาธิกรกาจากสามีขี้เห่อ จุมพิตาทอดร่างนั่งมองออกไปนอกสนามกว้าง โต๊ะข้างตัวมีผลไม้ชนิดเปรี้ยวเข็ดฟันจากเมืองไทยพร้อมกับน้ำส้มคั้นสดวางไว้โดยไร้การใส่ใจของเจ้าของ นิ้วเรียวลูบไล้บนท้องที่เริ่มนูนอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณเปล่งปลั่งของคนกำลังตั้งครรภ์ ทำให้คนที่ยิ่งพิศก็จะเห็นถึงความสวยงามผุดผาดเต็มไปด้วยเลือดเนื้อสดใสน่าสัมผัสและน่าหลงไหลยิ่งขึ้น

“จูนทำไมมานั่งตากลมตรงนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ไม่อยากเชื่อว่าพี่ชายจอมเห่อจะปล่อยให้คุณนั่งอยู่คนเดียวแบบนี้ได้”
ทางผ่านขนานไปกับระเบียงซึ่งเบรโตใช้เดินเป็นทางผ่าน เขาพบภรรยาของพี่ชายนั่งรับลมอยู่ ร่างสูงโปร่งหยุดแวะทักทาย น้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเคย ตาคมเข้มกวาดมองหาชื่อผู้เอ่ยถึง ไม่วายเหน็บแนมกลาย ๆ สร้างอารมณ์ขันให้กับจุมพิตาอยู่ไม่น้อย

“เดี๋ยวเหอะ ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันแล้วนะเบรโต พอเค้ามาได้ยินก็ได้ตึงตังกันอีกหรอก”
“กลัวตายหล่ะ ”
เบรโตหัวเราะหึหึหึ อยู่ในลำคอ

“แล้วนี่จะออกไปไหนเหรอ”
จุมพิตาเห็นชุดที่ชายหนุ่มสวม จึงคลี่ยิ้มบาง ๆ ถามเหมือนใคร่รู้ ร่างสูงย่อเข่าโน้มตัวพาดแขนบนพนักเก้าอี้เลิกคิ้วชวนเคลิ้มให้พี่สะใภ้ตอบยียวนผสมกับรอยยิ้มบาดตา

“ผมจะออกไปปลดปล่อยอารมณ์เปลี่ยวบ้างนะสิ ถูกกักบริเวณมาเกือบสองอาทิตย์จะลงแดงตายเสียให้ได้ อยู่ในนี้ฟังแต่เสียงโอ๊กอ๊ากของคนแพ้ท้องแทนเมียได้ยินแล้วน่าเบื่อ”
“นี่ ๆๆ เบรโตนับวันปากจะจัดขึ้นทุกวัน เอาไว้สักวันเธอจะรู้เอง”
จุมพิตาขำกิ๊กถ้อยคำกระแนะกระแหนของเขา

“ผมจะรอวันนั้น”
เสียงขรึมตอบเบา แววตาเข้มแฉลบผ่านดวงหน้าหวานของพี่สะใภ้ ขณะที่หญิงสาวหยุดหัวเราะตามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แน่นอนเธอจะต้องได้พบเธอคนนั้น”
“แล้วจูนเป็นไง แพ้มากหรือเปล่า”
แววตาเข้มวกกลับมาตกลงที่ท้องของหญิงสาว มีความอ่อนโยนทอแสงอยู่ ก่อนจะไหวระริกเมื่อเห็นมือบางลูบเบา ๆ บนตำแหน่งที่เด็กอาศัยอยู่

“มีบ้างส่วนมากจะเป็นตอนเช้า และก็ช่วงที่หิวจัดๆ”
“ทำไมปล่อยให้หิว พอรู้สึกหิวก็ทานสิ”
“ก็หิวได้ตลอดนั่นแหละ ดูจูนตอนนี้ดูได้ที่ไหนกัน”
“ยังไงกัน ก็ยังสวยเหมือนเดิม และเหมือนจะสวยขึ้นทุกวัน”
แววตาเข้มที่มองพี่สะใภ้ดูอ่อนแสงแฝงระยิบระยับจนคนต่อตาด้วยต้องกระพริบตาถี่อย่างไม่แน่ใจ

“อย่าพูดให้จูนรู้สึกดีหน่อยเลย อีกไม่นานพุงก็จะยื่น หาความสวยไม่เจอแน่ๆเลย”
“โธ่คิดอะไรก็ไม่รู้เลอะเทอะไปใหญ่ คิดอะไรแบบนั้นฮะ เอาเวลาไปดูแลและบำรุงตัวเองให้มาก ๆ หลานของผมจะได้ออกมาสุขภาพแข็งแรง”

เบรโตกลั้วหัวเราะอย่างเปิดเผยพลางเอื้อมมือหมายกุมมือบางของพี่สะใภ้ให้คลายกังวล แต่เสียงดังจากข้างหลังทำให้ชายหนุ่มชะงักมือหันมองพี่ชาย

“เฮ้...เบรโตห่างจูนไปเลย”
“?”
เบรโตตีหน้าเหวอกับเสียงโวยวายของพี่ชาย แม้แต่จุมพิตาเองยังต้องรีบหันกลับไปมองหน้าสามี แต่ทันเห็นแววตาหญิงสาวรีบโต้ตอบทันควันด้วยเกรงว่าน้องสามีจะเข้าใจผิดเจตนาของพี่ชาย

“อุ๊ย เป็นเฉพาะคนหรอก คุณนั่นแหละอังวาห์อย่าเข้าใกล้จูน คนอะไรตัวเหม็นเป็นที่สุด”
“โธ่เมียจ๋า ผมอาบน้ำล้างมือจนตัวจะเปื่อยอยู่แล้ว น้ำหอม โคโลจน์ก็ไม่ใส่แล้วนะครับที่รัก”
อังวาห์ยกแขนขึ้นดมตัวเองทำเสียงออดใส่ภรรยาสาว แววตาละห้อย จุมพิตาทำเสียงสะบัดใส่พร้อมกับหันหน้าไปทิศอื่น

“ไม่รู้หล่ะ คุณอย่ามาใกล้จูนเชียว”
“โธ่ลูกจ๋าอย่าหวงแม่นักเลย”
เบรโตมองสองสามีภรรยาหยอกกัน เขาลอบถอนหายใจเมื่อเริ่มเข้าใจอะไรลาง ๆ ครางระโหยออกมา

“นี่หมายความว่า”
“จูนแพ้ฉันนะสิเบรโต”
ประกายตาไหววิบของผู้เป็นน้องอยู่ในสายตาของอังวาห์ รอยยิ้มอบอุ่นขยายเต็มหน้าเมื่อได้ยินข้อสรุปนั้น

“งั้นพี่ก็แพ้ท้องแทนจูน แล้วไอ้ของเปรี้ยวที่เห็นนี่ก็เป็นของพี่”
“อื่อ ลองไหม รสชาดเยี่ยมที่เดียวล่ะเบรโต”
อังวาห์หยิบมะม่วงเปรี้ยวให้น้องชายที่ยืนทำหน้าแหยๆรอท่าอยู่

“ขอบคุณครับเห็นท่าจะขอบายฮะ ผมเห็นจะต้องขอตัว”
“นายจะออกไปข้างนอก?”
อังวาห์ถามอย่างไม่ใส่ใจขณะเคี้ยวมะม่วงอย่างสบายลิ้น

“ครับ หรือว่าผมยังไปไหนไม่ได้ฮะ คุณพี่ชาย”
เบรโตโต้หัวเราะเฝื่อน อังวาห์ยังติดพันกับมะม่วงจิ้มกับเกลือหัวเราะในลำคอ

“นายจะไปใครห้ามได้ล่ะ”
“นั่นสิฮะ ถ้าผมจะไปใครจะห้ามได้”
“แล้วเธอจะไปไหนหรือคะเบรโต”
“ไปในที่ผู้ชายชอบไปสิจูน ฮะ ๆ ๆ ๆ ไปดีกว่า เฝ้าพี่ชายผมไว้นะฮะ ผมกลัวเขาตามผมไปจริง ๆ เดี๋ยวจะหาทางกลับบ้านไม่ถูกละอย่ามาโทษผมแล้วกัน ฮะ ๆ ๆ ๆ”
“เค้าหมายถึงอะไรคะคุณ”
จุมพิตาพาซื่อถาม

“อย่าใส่ใจเลยจูน ว่าแต่ทานนี่ก่อนเถอะผมเอามาคั่นเวลา เดี๋ยวจะอาเจียนอีก ลองดูสิที่รัก”
อังวาห์เลื่อนขนมเอาใจภรรยา หางตาเขามองเห็นน้องชายเดินไปอย่างสบายใจเฉิบหลังจากทิ้งลูกระเบิดให้เขาแก้สถานการณ์เอาเอง

“อังวาห์คะ เรื่องที่ฉันได้ยินมา คุณว่ามันจะเลวร้ายไปกว่านี้ไหมคะ”
จุมพิตาอดจะถามสามีหนุ่มไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของน้องสามีที่ทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ก่อนหน้านี้

“เบรโตเป็นน้องคนเดียวของผมจูน สิ่งที่เขาทำลงไปผมมีส่วนผลักดันอยู่เช่นกัน”
อังวาห์ถอนหายใจตอบเสียงขรึม

“ฉัน..ฉันกลัวว่าเขาจะกลับไปทำแบบนั้นอีก มันไม่ถูกต้อง”
“ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว ผมสัญญาแล้วไงที่รัก”
“ขอบคุณคะ ขอบคุณมาก ฉันซาบซึ้งใจจริง ๆ นี่ถ้าไม่มีลูกคุณคงจะไม่..”

ปลายเสียงหวานแผ่วพลิ้วอดสะท้อนใจไม่ได้ว่าถ้าไม่มีสายเลือดในครรภ์อังวาห์จะกลับมาเป็นสามีผู้น่ารักแบบนี้หรือไงกัน สีหน้าหม่นของจุมพิตาทำให้อังวาห์ต้องโน้มตัวเข้าหาร่างระหงสอดแขนโอบเอวอวบอิ่มรั้งมากอดกระชับให้คลายกังวล มือหนาลูบไล้ช่วงกลางตัวอย่างถนุถนอมและภาคภูมิใจ

“ผมรักคุณมาก ผมไม่อาจเสียคุณไปจูนที่รัก ตลอดเวลาที่คุณหนีผมไปและมีบางเหตุการณ์ทำให้ผมแทบเป็นบ้า นั่นแหละผมถึงรู้ใจตัวเองว่าผมขาดคุณไม่ได้และไม่มีใครมาทดแทนคุณเช่นกัน สำหรับลูกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ผมเฝ้าฝันอยากได้มานานว่าเราจะมีสิ่งนี้ร่วมกัน ที่ผ่านมาผมต้องขอโทษและสัญญาว่าต่อไปนี้ผมจะเป็นสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ดี”
“ฉันรู้คะที่รัก และฉันก็รักคุณมากเช่นกัน”



*.:。✿* D *.:。✿*゚¨゚✎ * *.:。✿* D *.:。✿*゚¨゚✎*.:。✿* D *.:。✿*゚¨゚✎ *✿* D *.:。✿*゚¨゚✎ *



ปริ๊นนนน.....

เสียง แตรรถจากหน้าบ้านบ่งบอกถึงอารมณ์ของผู้ขับขี่เป็นอย่างดี เก็จมณีสบตาเก็จแก้วที่นั่งดื่มชาอยู่กับมารดา สองสามวันมานี้อารมณ์ของนายผู้ชายของบ้านอารมณ์บ่จอยทำเอาทุกคนในบ้านตัวเกร็งอึดอัดไปหมด คงจะมีประมุขของบ้านเท่านั้นที่มองปัญหานี้จิ๊บ ๆ ๆ ........

“พี่พรหมไม่ชิลๆเลยนะคะพี่แก้วระยะนี้”
เก็จมณีนินทาพี่ชายแบบเผาขน ขณะชะเง้อดูต้นทางไปด้วย

“งานยุ่งมั้ง”
เก็จแก้วตอบขณะจิบชาอย่างสบายใจ

“ยุ่งอะไรกันคะ มณีเห็นพี่พรหมเอาแต่กดโทรศัพท์ แล้วก็หน้ามุ่ยปากขมุบขมิบ บ่นอะไรไม่รู้”
“นั่นไง สงสัยงานมันไม่ลงตัว ท่านก็เลยหงุดหงิด ”

เก็จแก้วหัวเราะร่าขำน้องสาวทำท่าเลียนแบบน้องชายยามไม่สบอารมณ์แล้วไปลงกับโทรศัพท์ เธอพอจะรู้อยู่บ้าง เชื่อว่าคงไม่พ้นเรื่องพู่กันรุ่นน้องของณารินนั่นแหละ นับตั้งแต่เรื่องที่สองหนุ่มสาวแง่งอนกันพวกพี่ ๆ อย่างเธอกับณารินเอามาเป็นประเด็นคุยกันได้ทุกวัน ในขณะเดียวกันก็แอบสังเกตกิริยาที่เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ของน้องชายตัวดี พบว่ามีอาการส่อนั่งไม่ติดเพราะติดต่อคนรักไม่ได้เข้าอาทิตย์ที่สองแล้ว บางครั้งก็นึกสมน้ำหน้า พร้อมๆ กับนึกสงสารไปด้วย เมื่อเห็นแววตาเศร้ายามที่เผลอตัว

“สองสาวจะเมาท์อะไรก็ระวังตัวหน่อย เดินเหมือนหาของหายมานั่นแล้ว”

ประมุขของบ้านส่ายหน้าฟังสองสาวกำลังพูดถึงคนในหัวข้อกำลังกล่าวขวัญถึงอย่างออกรสนั้น ชายหนุ่มเดินตรงมาหาพวกตนกำลังนั่งดื่มชาอยู่ สีหน้ามุ่นคลายลงเมื่อถึงโต๊ะ ชายหนุ่มทรุดนั่งข้างมารดา ตามองจานขนมอย่างสนใจ

“สาว ๆ กำลังเม้าท์อะไรกันอยู่เอ่ย มีอะไรทานมั่งหิวจังเลย”
“รับชาไหมคะพี่พรหม” เก็จมณีเอ่ยชวน
“ขนมไทย ๆ หน้าตาดีอร่อยด้วย ชิมดูสิพรหม”
“ครับแม่”
“ความจริงมันก็ไม่เข้ากันเท่าไหร่หรอกนะ เหมือนสาวติสกับหนุ่มไฮโซยังไงยังงั้น พี่ว่าพรหมคงไม่ชอบหรอก”
เก็จแก้วปรายตาพูดเหน็บน้องชาย นึกหมั่นไส้ขึ้นมาซะงั้น

“อะไรกันอีกล่ะแม่แก้ว อะไรติส ๆไฮโซๆ เฮ้อหนุ่มสาวสมัยนี้พูดอะไรที่เข้าใจยาก”
มารดาไม่เข้าใจที่บุตรสาวคนโตพูด จึงหันไปถามอย่างสนใจ

“นั่นสิฮะ ผมฟังก็รู้สึกงงเหมือนกัน”
เก็จพรหมเสริมเพื่อเบี่ยงประเด็น เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าพี่สาวกระแนะกระแหนตัวเขาเอง เก็จแก้วหยิบขนมไทยขึ้นดูก่อนจะพูดขยายความให้มารดาเข้าใจ

“ก็แหมลูกชายแม่นักเรียนนอก จากทานขนมไทยกับชาฝรั่งได้หรือคะ”
“โธ่พี่แก้ว นี่ขนมพริกไทยของโปรดผมนะ”
เก็จพรหมยิ้มขำกับคำเปรียบเทียบของเก็จแก้ว
“ชารสกลมกล่อมกับขนมพริกไทยเผ็ดร้อนมันเป็นความต่างที่ลงตัว ความจริงแล้วถ้าดื่มพร้อมกับทานเค็กผลไม้ หรือชีสก็อร่อยเผลอๆจะเข้าท่ากว่าขนมพริกไทยด้วยนะคะ”
เก็จมณีผู้ไม่รู้ความหมายของพี่สาวจึงตอกย้ำให้เก็จพรหมกลั้นยิ้มตามด้วยคำนับให้น้องสาว

“เป็นไปตามนั้นเลย”
“เป็นที่มาของสาวติสกับหนุ่มไฮโซไงล่ะ”
“เด็กพวกนี้คุยอะไรกันแม่ไม่เห็นจะเข้าใจ เออพรหมมาก็ดีแล้วแม่ว่าจะถามเรื่องธุระวันก่อนที่ให้ไปทำไปถึงไหนแล้ว”

ประมุขของบ้านฟังแล้วส่ายหัวคำพูดกำกวมของทั้งสาม ก่อนจะหันไปถามบุตรชายตามที่ตั้งใจ เก็จแก้วตอบแทนน้องชายที่อยู่ระหว่างจิบชาอย่างสบายใจ

“เรียบร้อยแล้วคะ แก้วให้ช่างเข้าไปซ่อมแซมและตกแต่งใหม่ตามแบบที่แม่ต้องการคะ”
“ดีแล้ว แม่ว่าจะไปดูซักหน่อยเผื่อมันผิดแบบ แล้วมาแก้ภายหลังมันจะยุ่งยาก”
“แม่จะไปเมื่อไหร่บอกแก้วหรือมณีก็ได้นะคะ พวกเราจะขึ้นไปเป็นเพื่อนคะ”

เก็จแก้วเสนอตัวติดตาม แต่มารดาต้องการให้น้องชายของเธอไปแทนทำให้ทั้งสามหันมองหน้ามารดาต่างคิดในเรื่องเดียวกัน

“แม่ว่าจะให้พรหมไปเป็นเพื่อน อยากให้เขาขับรถในกรุงเทพฯให้ นานแล้วไม่ได้เจอเพื่อนฝูง”
“แอะ ๆ ๆ แม่จะพาพี่พรหมไปดูตัวหรือคะ คราวนี้ลูกสาวใครอีกล่ะ คิก คิก”

เก็จมณีตาโตหันมองหน้าพี่ชายแล้วพูดดักทางมารดา

“แม่ฮะผมไม่เอาแล้วนะครับ คราวที่แล้วยังเข็ดไม่หายกว่าจะสลัดออกไปได้แทบแย่”

เก็จพรหมทักท้วงมารดาทันที เมื่อนึกถึงรายล่าสุดที่มารดาพาไปดูตัว เขาถูกลูกสาวของเพื่อนแม่เกาะแจแทบไม่ต้องทำงานสร้างความกระอักกระอ่วนใจกว่าจะแกะหลุดได้เพราะโชคช่วยที่มีแฟนตัวจริงของเธอแสดงตัว และทราบว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากเธอต้องการจับเขาให้เป็นพ่อของลูกในท้องอีกที

“แต่แม่ว่าลองดูอีกสักครั้งก็คงไม่เป็นไรมั้ง คนนี้ได้ข่าวว่าจบด๊อกเตอร์มาเชียวนะ จบสูงขนาดนี้ย่อมเป็นคนดีสิพรหม”
มารดาของเก็จพรหมพูดอย่างนิ่มนวลด้วยหวังว่าบุตรชายจะเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาเสียที

“เออแม่คะ แก้วว่าให้พรหมเค้าหาของเค้าเองดีกว่าคะ รายนี้ชอบของแปลกคะ”
เก็จแก้วเสริมด้วยเห็นใจน้องชายที่อาจเจอศึกหลายด้านพร้อม ๆ กัน

“พี่พรหมมีแฟนแล้วหรือคะพี่แก้ว”
เก็จมณีแทรกขึ้นอย่างแปลกใจเช่นกัน แววตาใสส่องหน้าหล่อเข้มของผู้พี่อย่างล้อเลียน

“ว่าไงจะบอกหรือให้แม่จัดชุดใหญ่ให้จ๊ะพรหม”
เก็จแก้วถามน้องชายตัวดีที่นั่งหน้าแดงเพราะเขินที่ต้องพูดเรื่องส่วนตัว

“บอกมาเหอะพี่พรหม ผู้โชคร้ายคนนั้นเป็นใครหรือคะ มณีเคยเจอมาก่อนหรือเปล่า”
เก็จมณีเขย่าแขนพี่ชายอย่างตื่นเต้น เร่งให้ชายหนุ่มเปิดปากพูด

“มณีอย่าไปล้อพี่เขาสิ ปล่อยให้พี่พรหมเฉลยดีกว่า”
“ผมเออ...คือว่า..”

เก็จพรหมขำสาวสามวัยของบ้านที่จ้องหน้าเขารอคำตอบ ความจริงมิได้เป็นเรื่องลับแต่อย่างใดเพราะยังไงทุกคนในบ้านก็ต้องรู้วันอยู่ดีเพียงแต่เขาไม่คิดว่าเก็จแก้วจะใช้มุขนี้กับเขาก็เท่านั้นเอง

“อ้าวมัวแต่อ้ำอึ้ง ก็เลยไม่รู้กันว่า น้องเขาเป็นใคร”
มารดาที่บอกบุตรสาวคนเล็กใจเย็นกลับรอไม่ไหวกับท่าทีกระดากของบุตรชาย

“เธอชื่อพู่กันครับแม่”
เก็จพรหมเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจแต่ดูเหมือนไม่ทันใจเก็จแก้วเอาเสียเลย

“อุ๊ยไม่ทันใจพี่เล่าเองดีกว่า พู่กันเป็นรุ่นน้องหนูนาเพื่อนลูกไงคะ แม่จำณารินเพื่อนซี้ปึ๊กลูกสมัยเรียนได้ไหมคะ นั่นแหละคะ พู่กันเป็นน้องรหัสสุดโปรดของหนูนาเค้า เด็กคนนี้ทั้งน่ารักและนิสัยดีที่สำคัญเก่งในเรื่องวาดรูปมากเลยคะ”
“งั้นหรือจ๊ะ”

มารดาพยักหน้าเข้าใจมองหน้าบุตรชายด้วยความอารี รอยยิ้มละมุนติดที่มุมปาก ในขณะที่เจ้าพ่อรีสอร์ทนั่งทำหน้าประดักประเดิกยิ้มเขิน ๆ ยอมรับแต่โดยดีโดยมิได้ทักท้วงหรือไม่พอใจที่พี่สาวนำเรื่องของตนมาเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องธรรมดาของครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวและไม่มีความลับซึ่งกันและกัน

“สาวติสหรือคะพี่พรหม? ลุ๊คเซอร์แบบเออ.. อินดี้ แน่ๆ เลย แต่..เอ..สเปคพี่พรหมต้องหวานและเป็นคุณหนูมิใช่เหรอคะ”
เก็จมณีโพล่งกลางปล้องทำเอามารดาและพี่ ๆ ต่างยิ้มกับคำถามของน้องคนเล็ก

“อะไรมันก็เปลี่ยนกันได้จ๊ะมณี เอาไว้ให้เจอน้องพู่กันแล้วมณีจะติดแจ เค้าน่ะป๊อปปูล่าเชียวล่ะจ๊ะ อ้ออายุก็ไล่เลี่ยกับมณีด้วยนะ แบบว่าน่าจะปีเดียวกันด้วยนะ”

เก็จแก้วพูดถึงพู่กันในด้านที่ทุกคนมองเห็นในภาพของด้านน่ารักโดยหารู้ไม่ว่า ในใจน้องชายกำลังบ่นว่าหญิงสาวทั้งแสนดื้อและเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป

ในขณะที่ครอบครัวของเก็จพรหมกำลังพูดถึงพู่กัน เจ้าตัวกำลังเดินสะพายกระเป๋าเข้าบ้านเช่นกันด้วยท่าทาง กระปรี้กระเปร่าจากการชาร์จแบตจึงเต็มไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทำให้ผู้ที่พบเห็นพลอยสบายใจไปด้วย

“กลับมาแล้วคะพ่อขาแม่ขา”

ร่างเล็กวางกระเป๋าแล้วถลาวิ่งเข้าไปกอดร่างอวบอุ่นของมารดาที่กำลังนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่กลางห้องนั่งเล่น โดยมีบิดานั่งข้าง ๆ กำลังดูนิตยาสารเกี่ยวกับพันธ์กล้วยไม้นานาชนิดที่เก็จพรหมนำมาฝากในครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถูกบุตรสาวของท่านได้พูดขอเว้นระยะสัมพันธ์กับชายหนุ่มไปชั่วคราว

“หิวไหมลูก มาเหนื่อยๆ”

แม่เงยหน้าขึ้นมองแววตาภายใต้กรอบแว่นแจ่มใสขึ้นทันตา หน้าอิ่มอูมยิ้มละไม สายตาไต่ตามเนื้อตัวบุตรสาวแล้วเอ่ยถามอย่างอาทร ในขณะที่พ่อเงยหน้ามองลอดแว่นมิได้ว่ากล่าวแต่ประการใด เป็นที่ทราบกันว่าพ่อพูดน้อยแต่ต่อยหนักเสมอ แค่เห็นว่าบุตรสาวกลับมาอย่างปลอดภัยเพียงแค่นี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องการ

“นิดหน่อยคะแม่ อุ๊ยเดี๋ยวพู่ทำให้ก็ได้ แค่บัญชี รับจ่าย”
พู่กันนั่งข้างมารดา ชะโงกดูงานที่แม่ทำ มือไปเอื้อมหมายหยิบสมุดบัญชีต้องชะงักเมื่อได้ยินบิดาพูดแทรกขึ้น

“ให้แม่เค้าทำเถอะพู่ เดี๋ยวลูกไปอาบน้ำและหาอะไรทานเรียบร้อยแล้วมาคุยธุระกับพ่อหน่อย”
“คุยตอนนี้ก็ได้นะคะพ่อ พู่ยังหิวไม่มาก”

ติสสาวเสนอตัว แต่ผู้เป็นพ่อโบกมือให้เธอทำตามที่บอก พู่กันหันหามารดา ที่ยังก้มหน้าสนใจแต่ตัวเลขในสมุดบัญชี แล้วหันกลับไปหาบิดาที่ก้มหน้าอ่านหนังสือคล้ายยืนยันคำสั่งเดิม ร่างบางขยับตัวอย่างอึดอัดก่อนจะค่อยๆเดินเลี่ยงออกไป ในใจคิดว่า พ่อคงจะอบรมอะไรบางอย่างกับตัวเองเป็นแน่แท้ เพราะมีไม่บ่อยนักที่บิดาจะทำท่าทีแบบนี้ให้เธอเห็น ไหล่บางห่อขึ้นรู้สึกสยองเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่พ่อจะพูดนั่นเรื่องอะไร...



(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯)



ในค่ำคืน ...

“ออกจากกระดองมาได้แล้วหรือวะไอ้พรหม”

ลภณเอ่ยถามเพื่อนรักที่เดินเข้ามาในผับ ทั้งๆที่เขาเพียรพยายามโทรชวนแต่ดูเหมือนว่าเก็จพรหมปฏิเสธเรื่อยมา อ้างติดงานมาตลอด แต่ค่ำคืนนี้กลับทำให้เขาแปลกใจเมื่อเห็นร่างสูงเดินตรงมาที่โต๊ะที่เคยนั่งประจำ

“ขอแรง ๆ มาสักแก้วสิวะไอ้ภณ”
เสียงเข้มขรึมจนลภณมองหน้า ลิ่วตามองดูเพือนรักก่อนจะระเบิดหัวเราะด้วยเสียงดัง

“เฮ้ยถอดคราบฤาษีออกแล้วเหรอวะ จะกลุ้มใจอะไรนักหนาว๊าา ถึงอยากกระดกแบบแรงโลด”
ปากถามแต่มือผลักขวดเหล้ายี่ห้อโปรดให้เพื่อนรักอย่างเต็มใจ

“เปล่าโว้ยแค่อยากเมาก็เท่านั้นเอง”


เก็จพรหมเทเหล้าลงแก้ว ความแรงของน้ำมีลักษณะไหลวนยังไม่ทันหยุดนิ่งมีอันต้องอันตรธานหายเข้าไปในลำคอเมื่อเจ้าพ่อหนุ่มยกดื่มรวดเดียวหมดแม้มีสีหน้าเหยเกบ้าง แต่มือหนายังคงเทเหล้าใส่แก้วลงไปอีก เหมือนจะมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ

“เฮ้ยเหล้านะไอ้พรหม ไม่ใช่น้ำ ค่อยๆก็ได้ ลุคนี้ไม่ใช่แกนี่หว่าไอ้พรหม เอ..เกิดอะไรขึ้น!  แกทะเลาะกับแฟนหรือไง  แต่มันก็ไม่น่าใช่อีก... ในเมื่อแกยังไม่มีแฟน หรือว่าแกมีแล้ว....นั่นสิ มันจะแปลกถ้าหนุ่มหล่อและรวยอย่างแกจะไม่มีแฟน  คนอย่างแกไปที่ไหนก็จะมีแต่สาว ๆ เหลียวมอง แถมยังทิ้งหางตายาวเป็นหางว่าว ถ้าบอกว่าไม่มี้..ไม่มี..มันก็คงเป็นไปไม่ได้”


เจ้าพ่อรีสอร์ทส่ายหน้า เมื่อฟังลภณพล่ามด้วยเสียงสูงต่ำเรื่องเขาเสียยืดยาวผสมกับเสียงหัวเราะร่า ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของเขาดีขึ้น สาเหตุทั้งหมดเกิดจากความหงุดหงิดจากการรอคอย  เพราะรู้ว่าวันนี้พู่กันกลับเข้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาได้เพียรพยายามติดต่อทางมือถือแต่ได้รับเสียงสัญญานตอบกลับว่าเครื่องไม่ได้ใช้งานเหมือนที่ผ่านมา จึงตัดสินใจโทรเข้าไปที่บ้าน แม่พู่กันเป็นคนรับสายและบอกว่าจะให้โทรกลับหลังจากที่คุยธุระกับบิดาเสร็จแล้ว  เขาได้อดทนรออย่างใจจรดจ่อ จนเวลาล่วงเลยมาถึงห้าทุ่มไม่มีสัญญานติดตอบกลับจากพู่กัน  ครั้นจะโทรกลับไปหาอีกก็รู้สึกเกรงใจเพราะดึกแล้ว พยายามเข้าใจว่าพู่กันลืมมือถือไว้ที่ร้านอย่างที่ก้องภพแจ้งมา พู่กันอาจจะยังไม่ได้เข้าร้าน แต่ถ้ารู้ว่าเขาติดต่อมาก็น่าจะติดต่อกลับมาบ้างตามประสาคนที่รักกัน ไม่ใช่เมินเฉยต่อความรู้สึกของเขาแบบนี้ ความรู้สึกทรมานใจที่ไม่ได้พูดคุยตามต้องการ จนกลายเป็นความกลัดกลุ้มและต้องการหาสิ่งที่ระบายเพื่อดับความคิดฟุ้งซ่านให้หมดไป

“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ เบาๆ โว้ยไอ้พรหม  47%แรงเวอร์นะแก จะได้เทกรึ๊บ เทกรึ๊บ”

ลภณแย่งขวดเหล้ามาถือเมื่อเห็นเก็จพรหมเทน้ำสีอำพันลงแก้วไม่หยุด

“เอามาอีกฉันอยากกินให้เมา คืนนี้แกลากฉันไปคอนโดด้วยก็แล้วกัน ฉันตั้งแกเป็นซีเคียวริตี้เพราะฉะนั้นแกห้ามเมาโว้ยไอ้ภณ”
สิ้นคำสั่งของเก็จพรหมทำเอาลภณหน้าเหวออ้าปากกว้างเพราะมันไม่ได้อยู่ในแผนการของคืนนี้แม้แต่นิดเดียว

“บ๊ะ ไอ้บ้าฉันไม่ได้เชิญแก แกมาเองนะไอ้พรหม ไหงเป็นงี้ไปได้วะ”
ลภณโวยวาย ส่ายหน้าไปมา สายตาของเขามองฝ่าความมืดเข้าไปในกลุ่มผีเสื้อราตรี ชายหนุ่มจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้พรหมถึงได้ยกตำแหน่งยามไว้ให้กับเขานั่นเอง

“ก็ได้โว้ย แต่สัญญานะว่าหลังจากที่แกสร่างเมาแล้ว แกต้องเล่าให้ฉันฟังนะเพื่อน อยากรู้จังเลยว่าผู้หญิงคนไหนที่ทำให้แกกลุ้มใจได้ขนาดนี้”


ลภณพูดไปเรื่อย ๆ เพราะเขารู้ว่าเก็จพรหมมิได้สนใจสิ่งที่เขาพูดซักเท่าไหร่ ดูจากอาการเทน้ำจากขวดเหล้าใส่แก้วตามด้วยยกขึ้นดื่มติดต่อกันหลาย ๆ หน


(¯`•´¯)♥♥ L • O • V • E ♥♥ (¯`•´¯).•´`•., .•´✩`•., .•´`•.,(¯`•´¯) ♥ ♥ L • O • V • E ♥♥(¯`•´¯)

เอาตอนหน้ามาลงให้คะ...

สาวติสบทที่ยี่สิบเก้า.....



“แม่คะพู่ไปทำงานก่อนนะคะ”
“จ๊ะ พู่อย่าลืมเอาขนมไปฝากก้องภพด้วยนะ”

พู่กันบอกมารดาขณะที่ก้มหยิบรองเท้าผ้าใบมาใส่

“คะแม่ ไอ้ก้องมีลาภปากอีกแล้ว”
“เออ..พู่เมื่อคืนคุณพรหมโทรหาเรื่องอะไรเหรอลูก”
“คุณพรหมโทรมา? เมื่อไหร่คะ”
“อ้าว ก็ตอนที่พู่คุยธุระกับพ่อ คุณพรหมโทรมา แม่โน๊ตไว้ให้หนู แปลว่าหนูยังไม่ได้โทรกลับไปเหรอ”
“เปล่าคะ..ไม่ได้โทรคะ”
“งั้นหนูก็รีบโทรหาพี่เขาตอนเช้านี้เลยนะ เผื่อพี่เขามีธุระด่วน”
“คะแม่ ไว้พู่โทรไปขอเข้าร้านดูงานก่อนแล้วกัน พู่ไปก่อนนะคะ ”




Create Date : 25 กรกฎาคม 2555
Last Update : 25 กรกฎาคม 2555 11:08:12 น.
Counter : 1915 Pageviews.

5 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

gymstek
Location :
ภูเก็ต  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



>