รักแห่งสยาม... อีกครั้ง (สำหรับคนที่ดูแล้วเท่านั้นนะคะ)
หลังจากที่เขียนถึงหนังเรื่องนี้ไปคืนก่อน
วันนี้ ความคิดเริ่มจับเกาะกันมากขึ้น ตกผลึก
จนอยากกลับมาเขียนถึงอีกครั้งนะคะ

รักแห่งสยาม เป็นหนังรักที่ผ่านการกลั่นกรองมาได้อย่างบรรจง
เราเห็นความรักอย่างน้อยๆก็ 3 แบบ

ความรักแบบแรกนั้นเป็นความรักของคนในครอบครัว
พ่อและแม่นั้นรักในตัวลูกมากน้อยเท่าใดแทบไม่ต้องพูดถึง
เมื่อสูญเสียลูกสาวไป
พ่อเลือกที่จะตายแบบคลาสสิคค่ะ คือตายทีละน้อย
ตายทั้งๆที่ยังมีลมหายใจ ยังมีชีวิต
ตัวละครของพ่อเลือกเหล้า เพื่อจะได้ลืม
เพราะลืมนั้นยากกว่าจำ
ลืมว่าเคยปล่อยให้ลูกสาวไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่เชียงใหม่
ลืมความเจ็บปวดของการสูญเสียแก้วตาดวงใจ
ลืมว่าเคยรักลูกมากเท่าไร
เพราะอาจจะเจ็บได้น้อยลงเท่านั้น
เป็นความรักที่หาทางออกให้ตัวเองไม่ได้
ยังคงเลือกที่จะจมอยู่กับความช้ำ ยังหาทางพ้นทุกข์ไม่เจอ
เป็นรักที่คอยทำร้าย ทิ่มแทงให้เจ็บ ให้ช้ำ

ความรักแบบถัดมานั้น เป็นความรักของแม่
ผ่านมุมมองการแสดงของคุณสินจัย
เรียนไว้จากกระทู้ก่อนหน้านี้ค่ะว่า
เธอส่งผ่านความรู้สึกของคนเป็นแม่ได้ดี และชัดเจนเพียงใด
เป็นความรักที่มีแต่ให้
ให้สามี เพื่อจะช่วยประคับประคองครอบครัว
ยอมทน ยอมทำสิ่งซ้ำเดิมโดยไม่ย่อท้อ
ยอมจ้างวานคน ให้มาเป็นลูกสาว
เพียงเพื่อให้สามีกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม
ด้วยหวังว่าสิ่งที่ทำจะเกิดเป็นผลดีๆขึ้นสักวัน สักวันข้างหน้า
เป็นความรักที่มีแต่ให้กับลูกชายเพียงคนเดียว
เป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ยังเหลืออยู่ และพอจะหวังได้
ทว่า เมื่อเผลอรู้ถึงความรักของลูก ความรักที่ผิดครรลอง
ความรักระหว่างลูกชายกับเพื่อนชาย ความรักของเพศเดียวกัน
แน่นอน ที่คนเป็นแม่ย่อมหัวใจสลาย เมื่อได้รู้ได้เห็น
เพื่อเห็นแก่อนาคตของลูก
ยอมทำกระทั่งไปคุยกับคนที่ลูกรัก ให้เสียสละ
ยอมกลายเป็นแม่ที่ใจร้าย เพื่ออนาคตที่ดีตามที่ควรจะเป็น
ค่อยๆเก็บเศษซากของความรักที่แตก กลับมาใหม่ มาหลอมใหม่
พยายามอย่างที่สุดที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ด้วยความเข้าใจ เป็นความรักที่หาอะไรมาเปรียบมิได้

ความรักแบบถัดไป คงเป็นความรักของหญิง
ความรักที่สดใสตามวัย ด้วยคิดว่า เมื่อมีรัก ก็ย่อมมีหวัง
ความรักที่ไม่ได้เหลือเผื่อใจไว้เลย
ว่าคนที่รักหรือเคยรัก ไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกัน
รักได้มากที่สุด ก็คงเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น
แต่เธอก็ยังเลือกที่จะรัก รักแต่ถ่ายเดียว
รักอย่างเข้าใจมากขึ้น ด้วยความสุขของคนที่เรารักนั้น
ก็คือความสุขของเราด้วยเช่นกัน

ในตอนท้ายของเรื่องเราจะเห็นได้ว่า
ทุกคนร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด
แม่ร่ำไห้ให้กับความเหนื่อยล้า
ด้วยไม่เคยมีแม้แต่เวลาจะมาเสียใจอย่างคนอื่น
พ่อร่ำไห้ให้กับความรักและความอดทนของภรรยา
สิ่งดีๆที่เธอเพียรทำมานานนม พ่อเพิ่งจะตาสว่าง
เข้าใจว่าไม่ได้มีแต่ตัวเองเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สูญเสีย
หากมีแต่พ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น
ที่ได้ใช้เวลากับความสูญเสีย ได้เนิ่นนานมากกว่าคนอื่นๆ
หญิงร่ำไห้ในโชคชะตาของตัวเอง ที่เลือกรักคนได้
แต่เลือกที่จะให้เขารักตอบตัวเองไม่ได้
ด้วยมิวไม่มีวันจะให้ความรักชนิดเดียวกันนั้น กลับมาได้
ไม่มีทางสมหวังในรัก ไม่มีวัน
มิวก็เช่นกัน เขาร่ำไห้
ด้วยยอมจำนน
จำนนต่อคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบ
จำนนต่อหนทาง ที่ไร้ทางเดินต่อไป
เพราะความรักของคนสองคนนั้น ยังไม่เพียงพอ
เรายังคงต้องดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว
ในสังคม และในโลกใบเดิมใบนี้

ทุกตัวละครล้วนเจ็บปวด ด้วยรัก ด้วยหวัง
หากแต่ทุกตัวละครเช่นกัน เป็นตัวแทนของมนุษย์ค่ะ
เรากล้ำกลืน ยอมรับ เรียนรู้ และก้าวข้ามผ่านมันไป

หนังถักทอเรื่องราวความรักเหล่านี้
ให้เป็นหนังที่ละเมียดละไม
มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง ทำให้หนังรักเรื่องนี้มีมิติ และน่าจดจำ

หนูลูกไก่เธอก็เป็นคนหนึ่งค่ะ ที่คาดหวังประสาวัยรุ่นว่า
จะออกจากโรงพร้อมความรักแบบหวานแหวววัยรุ่น
ความรักที่สวยงามของคนหนุ่มสาว
แต่กลับต้องเจอกับรักที่ไม่ได้สมหวังแต่อย่างใด
และยิ่งเป็นรักของเพศเดียวกันอีกต่างหาก
หนูลูกไก่ย่อมผิดหวังเป็นธรรมดาค่ะ

อยากจะบอกหลานว่า สักวันหลานจะเข้าใจได้ดี
และตระหนักถึงน้ำหนักของชีวิตที่กดทับลงมา
ว่ามันไม่ได้บางเบาสวยงาม และสดใสเสมอไป
ไม่ได้มีแต่ด้านที่สมหวัง หรือคิดว่าควรจะเป็นเท่านั้น
หากแต่ยังมีความจริงอีกหลายอย่างที่มันเป็นอยู่
อย่างที่หนูลูกไก่ไม่คิดว่าควรจะเป็น อย่างที่คาดไม่ถึง
หนังเรื่องนี้จึงกลายเป็นหนังสำหรับคนที่มีวุฒิภาวะพอเพียง
เข้าใจชีวิตในระดับหนึ่ง
ผ่านความผิดหวังจากความจริงในชีวิตมาระดับหนึ่ง
สักวันหนูลูกไก่จะเข้าใจ และซึ้งใจไปกับเรื่องราวเหล่านี้

ความรักในเพศเดียวกันนั้น อาจผิดแผกไปเมื่อยุคสมัยเก่าก่อน
หากแต่ปัจจุบันเราเรียนรู้แล้วว่า
การเป็นเพศอื่นๆนั้น ไม่ใช่โรคร้ายแต่อย่างใด
ไม่ได้ทำให้ชีวิตของเขา มีค่ามากหรือน้อยไปกว่าใคร
หากมีค่าเท่ากัน มีเกียรติเท่าๆกัน
และย่อมมีความรักเกิดขึ้นได้ ไม่ผิดอะไรเลย

ท้ายที่สุด อยากจะบอกหลานว่า
ชีวิต ไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน รอเวลาเติบโต
ทำงานดีๆ มีเงินเก็บ แล้วมุ่งสร้างครอบครัวที่อบอุ่น
และมีความสุขอย่างนั้นไปจนสิ้นอายุขัย
หากแต่ชิวิตนั้น คาดไม่ถึง เดาไม่ได้
แต่เท่าที่ทำได้ คงได้แค่เพียงแต่เตรียมพร้อม
ยอมรับความเปลี่ยนแปลงใดๆในชีวิตที่อาจเกิดขึ้นได้
ทุกชั่วขณะจิต



Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2550 1:41:24 น.
Counter : 308 Pageviews.

7 comments
*** TENET *** การทวงคืนเจตจำนงเสรีที่ล้มเหลว navagan
(2 ก.ย. 2563 01:45:10 น.)
Leave No Trace (2018) : บางสิ่งที่เชื่อมโยงเรา ไมเคิล คอร์เลโอเน
(27 ส.ค. 2563 07:56:57 น.)
Blog129/2563 ย้อนวัยไปที่ *หนังพันธ์หมาบ้า* (2533) กลับมาลงโรงวันนี้ เริงฤดีนะ
(20 ส.ค. 2563 07:58:20 น.)
เรื่องย่อ หนังฝรั่งแนวครอบครัว สู้ท้าฝันเพื่อครอบครัว Fighting with My Family สมาชิกหมายเลข 5902254
(20 ส.ค. 2563 05:00:37 น.)
  

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


มาชวนไปลอยกระทงกานค่ะ..

สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ

โดย: ฉันขอมีเธอในหัวใจ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:42:07 น.
  
เป็นอีกเรื่องนึงที่ชอบค่ะ น้องโอ้น่ารัก

และก็สุขสันต์วันลอยกระทงนะคะ
โดย: kimi ni aitai IP: 58.9.54.200 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:47:43 น.
  
ขอบคุณสำหรับ คำวิจารณ์ที่เข้าใจครับ

ขอบคุณจริง ๆ จากใจ
โดย: มะเดี่ยว แมวโพง IP: 124.120.173.138 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:50:40 น.
  
อ่านแล้วอยากดูหนังเรื่องนี้จังค่ะ
โดย: the Vicky วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:3:05:06 น.
  

ดูหนังแนวนี้มาก็หลายเรื่องนะคับ
ถ้าจะถามผมว่าโดยส่วนตัวชอบมั้ย ตอบได้เลยคับว่า...ชอบ
แต่ไม่ได้ชอบเพราะว่าหนังทำแล้ว...ออกมาเป็นแนวผู้ชายแอบชอบกัน
แต่ชอบเพราะ เนื้อหาโดยรวมของตัวหนังเองมากกว่าคับ
คนแรก สินจัย แสดงเป็นแม่
ผมคิดว่า ถ้าแม่ผมรู้ว่าผมเป็นแบบนั้น ร้อยทั้งร้อยล่ะคับ ไม่ผิดหรอก ที่คนเป็นแม่ต้องตัดสินใจทำแบบนั้น
คนที่สอง กบ ทรงสิทธิ์ แสดงเป็นพ่อ
โดยส่วนตัวนะคับ ความเสียใจของคนเราทุกคนมีจุดที่เรียกว่า..เสียใจจนพอแล้ว.. คงไม่นำเอาความเสียใจมาทำลายตัวเองด้วยการกินเหล้าจนเกือบทำให้ตัวเองต้องตายแบบนั้น
คนที่สาม พลอย แสดงเป็น จูน
เป็นตัวปมของหลาย ๆ เหตุการที่หลาย ๆ คนอาจนำมาคิด และพูดคุยกันหลังเดินออกจากโรงหนัง
คนที่สี่ มาริโอ้ แสดงเป็น โต้ง
เป็นคนที่ยังสับสนในตัวเองอยู่ ว่าจะเลือกเป็นอะไร แต่สุดท้ายตัวของโต้งเองก็รู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือครอบครัว
คนที่ห้า น้องที่เล่นเป็นมิว
ขอชื่นชมคับว่า แสดงได้ดีจริง ๆ
คนที่หก น้องที่เล่นเป็นหญิง
ก็ต้องขอชื่นชมเหมือนกันคับว่าเล่นได้ดี ยิ่งตอนที่เค้ามองทั้งโต้งและมิว ยิ้มให้กัน ( ตอนที่มิวขึ้นร้องเพลงที่เซ็นทรัลเวิร์ด ) และหญิงก็ยิ้มนิดๆ ผสมกับคิดอะไรไปด้วยเพื่อน ๆที่ไปดูคงจะรับรู้ถึงอารมณ์ช่วงนั้นของหญิงได้ดี
คนที่เจ็ด น้องที่เล่นเป็นโดนัท
บทน้อยไปหน่อยคับ

สรุปโดยรวมชอบหลายฉากเลยคับ
ฉากที่แม่ต่อว่าจูน แล้วพ่อเข้ามาต่อว่า พร้อมกับตบหน้าแม่ และทั้งสองก็ทะเลาะกัน ผมชอบฉากนั้นมากคับ ดูเล่นกันสมจริงสุด ๆ
และก็มีอีกตั้งหลายฉาก เพื่อน ๆ ลองไปดูหนังเรื่องนี้ดิคับ แล้วจะมีเรื่องมาเล่าเหมือนผม

เกือบลืมคับ...สิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ คล้ายกับชีวิตจริงของผม
คือ...ผมเคยเล่นเกมส์ให้แฟนของผม หาของเหมือนในหนังเลยคับ ดูแล้วนึกถึงตัวเอง 555
แบบนี้ ต้องกลับไปลองใช้มุกเดิมแบบในหนังอีกรอบบ้างแล้วล่ะคับ

หนังไทยดี ๆ สักเรื่องมันหายากมากนะคับ
ลองตัดสินใจไปดู นะคับ
คงไม่ถึงกับดีโดนใจทุกคน แต่มันเป็นเรื่องจริง ๆ ที่อาจจะเกิดกับหลาย ๆ ครอบครัว
หรืออาจจะเกิดกับลูกของเราในอนาคตก็ได้นะค๊าบบบบบบบบบบบบ
โดย: เด็กบ้านหมี่ IP: 58.8.174.18 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:7:30:22 น.
  
อยากให้ทำหนังสือนิยายภาคต่อหน่อยคับ อยากอ่านเรื่องต่อให่สมหวังซัหน่อยกูยังดี
โดย: อนุสรณ์ IP: 202.28.35.3 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:42:12 น.
  
วันนี้ผมไปดูมาอีกรอบเหมือนกันครับ ดูแล้ว เก็บรายละเอียดเพิ่มได้มากเลยครับ หนังเรื่องนี้สวยงามในความเศร้าจริงๆ(ทำได้ไงวะ) หนังซึมเข้าหัวผมจนต้องมานั่งอ่านกระทู้ทุกวัน อินมากๆครับ อยากให้คนที่ไปดูแล้วไม่ประทับใจไปดูอีกซักรอบครับ
ลองดูนะครับ จะเป็นประสพการณ์ดีๆให้ตัวเราเยอะเลยครับ
โดย: คุณผู้ชม IP: 125.24.72.222 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:44:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Gloomy-sunday.BlogGang.com

Gloomy Sunday
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]