Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
พ่ายพรหมลิขิต ตอนที่ 18

18

ใบหน้าสั่นไหวเมื่อมือบางขยับแปรงขึ้นลงซ้าย ขวา โดยไม่สนใจสายตาของคนที่นั่งอยู่บนโขดหินอีกก้อนฟองฟ่อนเต็มปากเกิดจากการเสียดสีของแปรงสีฟันกับฟันซี่สวยปกติผู้หญิงมักทำอะไรเชื่องช้าหรือเหนียมอายยามเมื่อทำธุระส่วนตัวมากๆอย่างเช่นอาบน้ำในที่สาธารณะหรือแม้แต่แปรงฟันแต่ภรรยาจำเป็นของธนดลเหมือนจะไม่ใส่ใจหรือรู้จักอาการเหนียมอายปล่อยให้เกิดเสียงแปรงเสียดสีกับซี่ฟันดังแกรกๆดังลั่น

“หนาวเป็นบ้าเลยรีบๆ อาบน้ำเถอะคุณจะได้รีบกลับคุณไม่หนาวบ้างหรือไง”พลับพลึงพึมพำกับคนบนโขดหินทั้งๆที่ฟองสีขาวขุ่นยังเต็มปากก่อนจะหันหน้าไปบ้วนทิ้งเมื่อบ้วนปากเรียบร้อยก็หันมาสนทนาต่อ“แต่จะว่าไปอาบน้ำแบบนี้ก็ดีนะคุณการได้อยู่กับธรรมชาติจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและสดชื่น”

ธนดลเอาแต่นั่งมองแล้วส่ายหน้ากับพฤติกรรมของเธอเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นผู้หญิงที่ทำตัวสบายๆได้เพียงนี้

“ผมถามจริงๆเถอะ คุณไม่เขินบ้างหรือไง”

“เขินโอ้ย...ฉันสะกดคำนั้นไม่เป็นหรอกตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานเพื่อนส่วนมากของฉันก็เป็นผู้ชายอีกอย่างเวลามาทำงานต่างจังหวัดแบบนี้การนุ่งผ้าถุงมาอาบน้ำที่ลำธารเป็นเรื่องปกติมากแต่ก็ไม่เคยอาบน้ำสองต่อสองกับผู้ชายอ่ะนะแต่ถึงไม่เคยฉันก็ไม่เขินหรอกเพราะฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณอย่าบอกนะว่าคุณเขิน”

พลับพลึงหรี่ตามองแล้วยิ้มทะเล้นก็ไม่เคยเห็นธนดลสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียวเหมือนกันก็แอบคิดไม่ได้ว่าชายหนุ่มคงจะเขินเธอนะสิแต่อีกฝ่ายกลับไม่เล่นด้วยแถมยังย้อนถามต่ออีก

“แล้วคุณไม่กลัวหรือ”

“กลัวอะไรกลัวถูกคุณปล้ำนะหรือ ไม่หรอกฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายแล้วฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนหวานหรือจะมีรูปร่างยั่วยวนใครได้คงทำให้คุณเกิดอารมณ์ยาก”

ธนดลยิ้มเยาะเพราะเขาขอเถียงผิวขาวนวลอมเหลืองแม้รูปร่างจะบางไปนิดแต่เขาก็ว่าน่ามองถ้ามีจริตซักหน่อยเชื่อเถอะว่าจะไม่มีหนุ่มคนไหนกล้าละสายตายกเว้นผมซอยสั้นนั่นที่ดูอย่างไรก็ขัดกับใบหน้าหวานอ่อนเยาว์

“นี่คุณผมถามอะไรหน่อยสิ”

พลับพลึงหันไปมองอีกครั้งหลังจากหันมาให้ความสนใจน้ำบริเวณที่จะหย่อนขาลงไป

“ฉันชื่อพลับพลึงคุณจะเรียกฉันว่าพลับก็ได้นะ”

“คุณพลับผมถามจริงๆเถอะ คุณรู้เรื่องหนี้สินของลุงกับป้าคุณแล้วไม่โกรธผมบ้างหรือ”

“โกรธหรืออืม...แรกๆก็โกรธนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ”พลับพลึงก้มลงใช้มือกวักน้ำในลำธารเล่น“จริงๆ แล้วจะโทษคุณก็ไม่ถูกอ่ะนะเพราะลุงฉันก็เป็นหนี้คุณจริงๆแล้วพิมพ์ก็ตกลงจะแต่งงานกับคุณจริงไม่ได้ถูกบังคับซักหน่อยจะว่าไปคุณก็เป็นผู้เสียหายคนหนึ่งฉันในฐานะหลานก็ต้องชดใช้แทนไม่แน่ว่า ถ้าฉันไม่ยอมแต่งงานกับคุณลุงกับป้าฉันก็อาจจะลำบากมากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้อีกอย่าง การแต่งงานกับคุณก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนักฉันไม่ได้เสียหายอะไรซักหน่อย”พลับพลึงยิ้มขื่นรับกับโชคชะตา

“ใครว่าคุณไม่เสีย”ธนดลย้อนอย่างเห็นใจ

“อ๋อถ้าคุณหมายถึงคำนำหน้าไม่ต้องคิดมากแทนฉันหรอกฉันไม่ซีเรียสซักนิดก็แค่คำนำหน้าคุณไม่เคยได้ยินหรือไงกระดังรนไฟพวกแม่ม่าย แม่ร้างน่ะเนื้อหอมจะตายไม่แน่นะพอถึงเวลาเลิกกับคุณฉันอาจจะมีผู้ชายต่อแถวเข้ามาจีบเป็นพรวนผู้ชายบางคนก็แปลกนะคุณสาวๆ ซิงๆ ไม่ค่อยสนใจหรอกฉันก็อาจจะอยู่ในข่ายนั้นก็ได้”

ธนดลสะบัดเสียงหัวเราะสถาปนิกสาวคนนี้ท่าจะเพี้ยนแต่ถ้าเธอไม่เพี้ยนก็ต้องขอบอกว่าเธอคิดบวกมากๆดูสิ พูดไปยิ้มไปหัวเราะไปราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน

“แล้วคุณคิดไว้หรือยังว่าหลังจากหย่าคุณจะทำยังไง”

ธนดลจ้องมองหญิงสาวที่ก้มหน้าเอามือวิดน้ำเล่นอย่างต้องการคำตอบที่แท้จริงแต่พอได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่หัวใจของเขาก็รู้สึกแปลกๆ

“ยังไม่ได้คิดฉันไม่อยากคิดอะไรตอนนี้ปล่อยให้เวลาเป็นตัวตัดสินดีกว่าว่าควรจะทำยังไง”

“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณเดือดร้อน”

“คุณน่าจะคิดได้ก่อนหน้านี้นะ”เธอประชดและมันก็มากพอที่จะทำให้ธนดลหน้าชา“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยคุณมันไม่ทำให้อะไรๆ ดีขึ้นหรอกนอกจากว่าคุณจะเห็นใจฉันจริงๆแล้วยอมหย่ากับฉันวันนี้พรุ่งนี้แต่ฉันก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้เพราะฉันรู้ว่าคงมีอะไรบางอย่างที่คุณต้องการจะได้จากการแต่งงานครั้งนี้จริงมั้ย”

ธนดลยิ้มขื่นกับภาษาจริงใจใสซื่อของสถาปนิกสาวเธอพูดถูกทุกอย่างจนทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

จู่ๆผู้หญิงอีกคนก็ผุดขึ้นมาในหัวผู้หญิงสองคนนี้ต่างกับลิบลับราวกับอยู่กันคนละโลกคนหนึ่งหรูหราชีวิตไม่เคยก้มลงมองดินอีกคนเหมือนจะไม่เคยเงยหน้ามองฟ้าสองเท้าเหยียบย่างตามพื้นหญ้าอยู่ตลอดเวลาแต่เขากลับรู้สึกว่าการได้เหยียบย่างอยู่บนหญ้ารู้สึกชุ่มชื้นฝ่าเท้าและได้รับไอดินมาหล่อเลี้ยงฝ่าเท้าให้รู้สึกถึงชีวิตชีวาดีกว่าจะลอยอยู่บนฟ้าและฝ่าเท้าไร้ความรู้สึก

“นี่คุณดลคุณจะดูดีและหล่อมากเลยนะถ้าคุณจะยิ้มบ้าง”

ธนดลเลิกคิ้วที่จู่ๆก็ได้ยินอย่างนั้น

“ลองดูสิไม่ยากหรอก อย่าขรึมนักเลยเห็นแล้วเหนื่อยแทน”

“ผมดูเคร่งขรึมขนาดนั้นเชียว”

“ใครว่าล่ะเข้าขั้นดุเลยแหละฉันงี้ยอมรับเลยนะว่าไม่ชอบขี้หน้าคุณเอาซะเล้ยผู้ชายอะไรขี้เก๊กเป็นบ้า”แล้วต้องยกมือขึ้นปิดปากเมื่อนึกได้ว่านินทาระยะเผาขนจนต้อเอ่ยอ้อนเสียงอ่อนอ่อย“ฉัน...ขอโทษสนุกปากไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรผมไม่ถือที่คุณพูดมาก็อาจจะจริงผมคงทำตัวอย่างนั้นจริงๆอืม...แล้วผมต้องทำไงดีล่ะ”

ธนดลถือโอกาสเอ่ยถามความคิดเห็นเขาจ้องเพื่อรอลุ้นคำตอบราวกับเด็กที่กำลังรอของขวัญในวันสำคัญ

“ก็ไม่เห็นต้องทำไงก็เป็นตัวของตัวเองนั่นแหละแต่อืม...ไหนๆเราก็ต้องอยู่ร่วมบ้านกันอีกตั้ง...”พลับพลึงหยุดนึกคิด“อ้อ สิบเอ็ดเดือนฉันว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันดีกว่าคุณว่ามั้ย”

ธนดลเบ้ปากก็เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว

“แล้วเพื่อนต้องทำยังไง”

พลับพลึงกลอกตาดูท่าพ่อรูปหล่อคนนี้จะไม่เคยมีเพื่อน

“ก็ทำตัวสบายๆมีอะไรก็คุยกัน ปรึกษากันได้อ้อ...ยกเว้น...”พลับพลึงยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วแกว่งไปมา“เพื่อนจะไม่ล่วงเกินเพื่อนจะต้องให้เกียรติเพื่อน”

“โอ.เคผมเข้าใจ” เขาหัวเราะขัน

ตอนแรกบอกไม่กลัวเขาปล้ำไปๆ มาๆ กลับเผยไต๋ออกมาซะหมด

“ก็แหงล่ะยังไงซะ ฉันก็เป็นผู้หญิงก็ต้องระวังตัวกันหน่อยล่ะ”

“ตกลงเราจะเป็นเพื่อนกัน”

ธนดลรับปากแล้วยื่นมือไปออกเพื่อทำสัญญาระหว่างกันซึ่งพลับพลึงก็ไม่ปฏิเสธมิตรภาพที่ก่อตัวอย่างน้อยอีกสิบเอ็ดเดือนข้างหน้านี้เธอก็จะได้อยู่ร่วมบ้านกับเขาอย่างโล่งใจ

“อาบน้ำเถอะคุณหนาวจะแย่แล้วเนี่ย”

พลับพลึงชวนเมื่อดึงมือกลับแล้วกวักน้ำลูบหน้าเพื่อล้างหน้าล้างตาแต่ก็ต้องเบ้หน้าเมื่อรู้สึกเจ็บที่หน้าผาก

“อู้ย...”เธอครางเรียกสายตาธนดลให้หันไปมองเห็นรอยปูดที่หน้าผากค่อนข้างชัด

“ทายาบ้างหรือเปล่านั่นทำไมมันยังโตเป็นลูกมะนาวอยู่ล่ะ”

“ก็ทาเดี๋ยวก็คงยุบแหละเมื่อกี้ฉันลืมตัวเลยลูบซะแรง”

ธนดลหัวเราะขำจนเห็นฟันขาวสะอาดเมื่อเห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของหญิงสาวในชุดกระโจมอก

“หัวเราะอะไรมิทราบเพราะใครล่ะทำฉันเจ็บอย่างนี้”

“คุณก็แก้แค้นผมแล้วไงเมื่อคืนผมก็ท้องเสียตั้งหลายรอบ”

“อ้าว..”พลับพลึงร้องขึ้น

“ก็มันจริงนี่มีอย่างที่ไหนคุณเอาน้ำพริกที่หมดอายุแล้วมาให้ผมกิน”

“หมดอายุพลับพลึงเลิกคิ้วถาม

“ก็ใช่นะสิเมื่อเช้าผมไปดูที่ข้างกระปุกน้ำพริกปรากฏว่ามันหมดอายุมาสองวันแล้ว”

พลับพลึงย่นคิ้วเมื่อวานเธอก็กินน้ำพริกเหมือนกันแต่ไม่ยักเป็นอะไรก่อนจะสันนิษฐานไปเองว่าอาจจะเพราะธาตุแข็งแรงกว่าใช่ มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่อาจจะเพราะชายหนุ่มไม่ค่อยได้กินของแสลงเลยไม่มีภูมิต้านทาน

“อ่ะถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอโทษด้วยแล้วกันที่ไม่ได้ดูให้ละเอียดก็ใครจะไปนึกล่ะว่ามันจะหมดอายุก็เห็นเก็บไว้ในตู้กับข้าวนี่นะ”พลับพลึงยังบ่นอุบอิบแก้ตัว“ถ้างั้นก็หายกันแล้วกัน”

เมื่อเคลียร์ปัญหาข้องใจเรียบร้อยพลับพลึงก็ย่องลงไปในน้ำซึ่งเย็นยะเยือกอย่าบอกใครแต่แสงแดดที่สาดส่องผ่านกิ่งไว้ลงมายังลำธารก็ยังพอช่วยให้ความหนาวเหน็บคลายตัวลงได้บ้าง

“ดูคุณจะคุ้นเคยกับลำธารนะ”ธนดลเปรยขึ้นเมื่อเห็นเธอหยิบโน่นหยิบนี่เตรียมตัวจะอาบน้ำ

“ไม่เห็นแปลกตรงไหนฉันกับพวกพี่ๆสถาปนิกก็อาบกันแบบนี้ทุกวันตอนที่อยู่ไซด์งานเวลาไปดูงานก่อสร้างตามที่ต่างๆด้วย”

แต่กลับเป็นสิ่งขัดหูมากสำหรับธนดลเพราะเหมือนหญิงสาวจะปล่อยตัวมากเกินไป

“อย่าได้คิดอกุศลนะคุณใช่ ฉันอาบน้ำในลำธารแบบนี้บ่อยก็จริงแต่ส่วนมากก็อาบกับคนงานผู้หญิงส่วนพวกผู้ชายแม้จะอาบพร้อมๆกันก็อยู่ห่างๆ โน่นคุณเป็นคนแรกที่ฉันมาอาบน้ำด้วยสองต่อสอง”

ธนดลอมยิ้มอย่างพอใจแล้วถามต่อ

“แล้วเวลาอาบน้ำในลำธารแบบนี้พวกคุณทำอะไรกันมั่ง”

“ก็อาบน้ำไงคุณคุณนี่ถามแปลกๆ”พลับพลึงเสียงแหลมอย่างรำคาญ

“เออ...ก็จริงของคุณนะก็ต้องอาบน้ำสิ”ธนดลแค่นหัวเราะกลบเกลื่อนจู่ๆ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวๆขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“อ้าว...หายไปไหน”

ธนดลพึมพำเพียงแค่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นแป๊บเดียวหญิงสาวกลับหายไปแต่ก็สงสัยไม่นานเธอก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำแล้วว่ายเข้าไปที่โขดหินหยิบแชมพูมาละเลงศีรษะไม่ถึงสองนาทีเธอก็มุดลงไปใต้น้ำอีกครั้งโผล่ขึ้นมาอีกทีฟองขาวๆบนศีรษะก็หายไปหมด

“ทำไมไม่อาบละคุณ”พลับพลึงร้องทักเมื่อชายหนุ่มยังนั่งเอาเท้าแช่น้ำอยู่ที่เดิม

“ผมไม่ได้เอาขันมาผมว่าจะสระผมเสียหน่อย”

ความลับของธนดลอย่างหนึ่งที่พลับพลึงยังไม่รู้นั่นคือ ชายหนุ่มไม่เคยอาบน้ำในลำธารมาก่อน...

“โธ่...คุณอาบน้ำในลำธารใครเค้าเอาขันมากันถ้าจะสระผมก็ทำแบบฉันนี่ง่ายดีออก”

พลับพลึงทำหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นท่าทางอึกอักของอีกฝ่าย

“เรื่องมากนะคุณเนี่ยดูท่าจะไม่เคย เอางี้เดี๋ยวฉันช่วยแล้วกันแต่ขอเปลี่ยนผ้าก่อนนะ”

พลับพลึงรีบขึ้นจากน้ำโดยมีสายตาคมกริบมองตามเธอต้องขยิบตาดุเพื่อให้เขารู้ตัวหันหน้าไปทางอื่นขณะที่เธอหอบเสื้อผ้าหายเข้าไปหลังโขดหินไม่นานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่

“มานี่สิคุณเดี๋ยวฉันสระผมให้”

“ฮะ”ธนดลเบิกตาโพลง

“คิดมากทำไมเล่าไหนว่าเพื่อนกันไง อ้อหรือจะคิดว่านี่เป็นการไถ่โทษที่ฉันทำคุณท้องเสียก็ได้เร็วๆ เถอะคุณฉันอยากกลับบ้านแล้วหนาว หรือคุณถือ”

ผู้ชายส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ใครจับศีรษะหากไม่ใช่คนสนิทแต่นี่ถือเป็นบททดสอบความจริงใจของชายหนุ่มว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับเธอจริงๆหรือเปล่าด้วยส่วนหนึ่งธนดลกระโดดจากโขดหินที่นั่งอยู่มาอีกก้อนซึ่งหญิงสาวยืนรออยู่แล้วก็ตอบ

“ไม่ผมไม่ถือ”

“ตรงนี้แหละเอ้า ก้มหน้าลง แชมพูจะได้ไม่เข้าตา”

ธนดลทำตามอย่างเก้ๆกังๆ พลับพลึงวิดน้ำใส่กลุ่มผมสั้นนั้นอย่างรวดเร็วแล้วละเลงแชมพูลงไป ลูบๆเกาๆ อยู่พักหนึ่งก็แกล้งผลักคนโก้งโค้งเต็มแรงน้ำกระซ่านเซ็นกระจายเต็มพื้นที่พร้อมๆกับร่างสูงที่ม้วนตัวลงไปจมอยู่ในลำธารฟองฟ่อนจากแชมพูลอยละล่องเต็มพื้นที่ก่อนจะลอยตามสายน้ำที่ไหลเอื่อยนั้นออกไป

“คุณทำอะไรเนี่ย

ธนดลยกมือขึ้นลูบหน้าเอาน้ำออกตะเบ็งเต็มเสียงด้วยความโมโหเขาสะบัดศีรษะสองสามทีเหมือนไอ้ตูบที่เพิ่งขึ้นจากน้ำพลับพลึงกลั้นหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดงเมื่อเขาลืมตาขึ้นแล้วเห็นตาแดงๆคงเพราะเกิดจากแชมพูไหลลงเข้าตา

“ก็ช่วยคุณสระผมไงเห็นมั้ยล่ะ คุณก็มุดน้ำได้ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่คุณมุดลงไปอีกสองสามทีแชมพูก็ออกหมดแล้วล่ะเร็วเข้า เดี๋ยวก็หนาวตายหรอก”

พลับพลึงเร่งแล้วกวักมือไวๆธนดลรีบล้างเนื้อล้างตัวแล้วขึ้นจากลำธารเขารับผ้าขนหนูที่แม่สาวจอมเจ้าเล่ห์หยิบยื่นให้อย่างเคืองๆรีบเช็ดผมให้แห้งก่อนจะหามุมเปลี่ยนเสื้อผ้า

“คุณนี่ร้ายมากเลยนะ”

เขาต่อว่าเมื่อเดินออกมาจากโขดหินยิ่งเห็นหญิงสาวยิ้มกระหยิ่มกับความสำเร็จของตัวเองก็ยิ่งฮึดฮัดแต่อีกใจก็รู้สึกดีเพราะไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้นานมากแล้วจู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น

พลับพลึงหันไปมองอย่างแปลกใจคนหน้าขรึมทั้งวี่ทั้งวันจู่ๆก็หัวเราะออกมาเฉยเลย

“คุณหัวเราะ”

ธนดลจ้องหน้าใบหน้าของเขายังคงเปื้อนยิ้มอยู่ไม่คลาย

“ทำไมผมหัวเราะนี่มันแปลกมากหรือไง”

“ใช่แปลกมาก เพราะตั้งแต่ฉันรู้จักคุณมานี่ก็...”พลับพลึงทำท่านึกคิด“จะสองเดือนแล้ว คุณไม่เคยหัวเราะเลย”

“งั้นหรือ”ธนดลเบ้ปากนิดหนึ่ง นึกคิดตามจริงๆ ไม่ใช่แค่สองเดือนหรอกที่เขาไม่ได้หัวเราะแต่มันนานกว่านั้น“ต่อไปคุณคงจะได้เห็นบ่อยๆ”

พลับพลึงเบิ่งตาวันนี้พูดมากกว่าทุกวันด้วยแต่ก็ไม่ได้คิดจะสนใจอะไรมากนักเธอยักไหล่แล้วนั่งลงที่โขดหินใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่ยังเปียกชุ่ม

“มะผมช่วย”

พลับพลผงะเมื่อธนดลเข้ามาถึงตัวเขารวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทันรีบดึงผ้าขนหนูไว้เมื่อเขากำลังจะดึงไปจากมือ

“ไม่เป็นไรฉันเช็ดเองได้”

“ไม่ได้ทีคุณยังช่วยสระผมให้เลย”

“ก็นั่นคุณทำเองไม่ถนัดไง”

แต่ธนดลก็ไม่ฟังเขายังคงดึงผ้าขนหนูต่อไปและเป็นเขาที่ได้ผ้าขนหนูผืนนั้นมาแล้วนั่งช้อนหลังเช็ดผมให้เธอ

“คุณไม่คิดจะไว้ผมยาวบ้างหรือไง”

พลับพลึงที่นั่งตัวเกร็งเอี้ยวหน้าไปมองนิดหนึ่งแล้วสะบัดหน้ากลับมาตามเดิมทำไมทุกคนชอบมาวุ่นวายกับผมของเธอจังวุฒิชัยก็คนหนึ่งล่ะที่ขอร้องให้เธอไว้ผมยาวเหมือนตอนอยู่ปีหนึ่งพี่ๆ ที่ทำงานก็บอกว่าอยากเห็นเธอเปลี่ยนลุคเป็นสาวหวานบ้างแล้วการไว้ผมซอยสั้นมันทำให้หน้าขมขื่นตรงไหน

“คุณรู้มั้ยว่าคุณไม่ใช่คนแรกที่ถามคำถามนี้”พลับพลึงเลื่อนตัวออกทั้งๆที่ผมของเธอยังไม่แห้งดี“กลับขึ้นบ้านกันเถอะค่ะ”

ธนดลมองตามจับอารมณ์ได้อย่างหนึ่งว่าหญิงสาวไม่ชอบคำถามนี้เอามากๆ

“ผมขอโทษที่ถามแบบนั้นผมไม่รู้ว่าคุณจะไม่ชอบให้ถามแบบนี้”ธนดลรีบเดินให้ทันแล้วเอ่ยในสิ่งที่ทำให้เธอโกรธ

“เปล่าหรอกฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอกเพียงแต่รำคาญมากกว่าฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ชายถึงได้ชอบให้ผู้หญิงไว้ผมยาวกันนักทำไมอ่ะ ผมสั้นมันน่าเกลียดมากหรือไง”

“ก็ไม่ก็แค่ดูแมนเกินไปเท่านั้นแหละผู้ชายส่วนมากชอบผู้หญิงอ่อนหวานแล้วการที่ไว้ผมยาวก็จะทำให้ผู้หญิงเป็นแบบนั้น”ธนดลตอบตามความรู้สึกนึกคิด

“โอ้โห...คุณนี่น่าทึ่งจริงๆแต่คงยากอ่ะนะที่จะเปลี่ยนฉันเป็นสาวหวานเพราะฉันคงเป็นไม่ได้หรอกอีกอย่าง ฉันก็ไม่อยากให้ใครมามองด้วยอยู่คนเดียวแบบไม่มีใครสนใจสบายกว่าเยอะ”

เพราะเคยเห็นความวุ่นวายของหญิงสาวสวยมามากก็ไม่ใช่อื่นไกลเพื่อนสมัยเรียนนั่นเองเช้า เที่ยง เย็น มีหนุ่มๆแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ต่ำกว่าสามสี่รายแล้วก็เกิดศึกชิงนางขึ้นบ่อยๆพลอยทำให้เบื่อหน่ายความเป็นคนเจ้าเสน่ห์จนต้องไม่อยากทำตัวโดดเด่นให้ใครสนใจแม้หลายๆ คนจะบอกว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในตองอูเหมือนกันก็เพราะคำว่าหนึ่งในตองอูนี่แหละทำให้เธอตัดสินใจตัดผมสั้นมาโดยตลอดเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นผู้หญิงอ่อนหวานและสะดุดตาใครต่อใครจนเกินไปนักบอกตามตรงว่าค่อนข้างรำคาญกับถ้อยคำหวานหวามชวนขนลุกและสายตากระลิ้มกระเหลี่ยที่แทบจะแทรกลูกตาเข้าไปใต้ร่มผ้า

“คุณนี่แปลกคนผู้หญิงส่วนมากมักจะชอบให้มีคนเอาใจอยากมีผู้ชายดีๆเหมือนในนิยายมาอยู่ข้างๆ”

“คุณนี่เพ้อเจ้อผู้ชายดีๆ ก็มีแต่ในนิยายนั่นแหละไม่มีหลุดลอดออกมาข้างนอกหรอก”

ธนดลหยุดเดินปล่อยให้แม่สาวผมสั้นผู้มาดมั่นเดินขึ้นบ้านไปเพียงลำพังส่วนเขานั้นขอยืนอมยิ้มกับถ้อยคำประหลาดผิดแผกจากผู้หญิงอื่นซักหน่อยก่อนจะเดินตามหลังเธอขึ้นบ้านไป




Create Date : 17 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2557 15:22:43 น. 4 comments
Counter : 544 Pageviews.

 
ขอบคุณที่แต่งนิยายดี ๆ ให้อ่านนะค่ะ


โดย: okuriumi IP: 110.168.209.221 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2557 เวลา:14:27:34 น.  

 
ไม่ค่อยมีเวลาเมนท์เลยน้า ขอโทษผู้แต่งด้วยนะจ๊ะ เดินทางเป็นนก(ขมิ้น)เลยช่วงนี้


โดย: พี่หมูน้อย IP: 202.28.248.42 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2557 เวลา:17:09:15 น.  

 
จริงๆแล้วนะ คำนำหน้าก็ไม่เสียนะ พี่แต่งงานแล้วก็ใช้นางสาว นามสกุลเดิม เพิ่งเปลี่ยนไม่นาน (แต่ก็นานพอ เพราะพี่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อต้นปีที่แล้ว) เพื่อนพี่ที่เขาจดทะเบียนเมื่อสิบปีที่แล้วเขาเลือกใช้สกุลเดิมได้ แต่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นนาง

ส่วนการทำให้สมรสเป็นโมฆียะ พี่ไม่แน่ใจว่าสมัยนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า


โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.206.142.237 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:11:05:32 น.  

 
มีสระผมให้ด้วยอะ ^__^


โดย: sakeena IP: 115.87.126.248 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2557 เวลา:10:36:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ใยไหมเจ้าค่ะ
Location :
เลย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




โลกแห่งนิยายมีทุกอย่างให้นึกคิด เป็นอีกคนที่ชอบจินตนาการไปพร้อมๆ กับบทประพันธ์ ใยไหม...คือนามปากกาที่ได้มาจากสิ่งที่เห็น รังไหมสีเหลืองทองรูปร่างเรียวรีสะดุดตาเข้าเต็มเปา...
เจ้าขนปุย...คืออีกหนึ่งความรักที่มาจากใจ

 งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี (นี่ไม่ใช่คำเตือน แต่...ขอร้อง...)


Google
Friends' blogs
[Add ใยไหมเจ้าค่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.