Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
พ่ายพรหมลิขิต ตอนที่ 3

3

สัปดาห์ต่อมา...

วันนี้วิ่งวุ่นเป็นรอบที่สิบได้แล้วมั้ง!

พลับพลึงหยุดเอามือทาบลงที่หน้าขาทั้งสองข้างโก้งโค้งหอบหายใจแรงอย่างเหน็ดเหนื่อยเนื่องจากต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงระหว่างห้องแต่งตัวกับบริเวณบ้านจนนับจำนวนรอบไม่ได้ใบหน้าอ่อนเยาว์ของหญิงสาวในวัยยี่สิบห้าปีมีเหงื่อผุดพรายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยเธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกกำลังแล้ววิ่งกลับไปยังห้องแต่งตัวอีกครั้งนับเป็นสัปดาห์วิปโยคของพลับพลึงเลยก็ว่าได้หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากป้าว่าน้องสาวจะแต่งงานเธอก็จัดการลางานเพื่อมาร่วมงานแต่งงานแต่พอมาถึงกลับพบกับเรื่องที่คาดไม่ถึง

“พลับพลึง

เสียงร้อนใจเรียกชื่อเธออย่างมีความหวังเพียงแค่เห็นร่างบางโผล่เข้าไปในห้องนั้นตามด้วยเสียงของสามีคู่ชีวิตของป้าแท้ๆ

“เจอมั้ย

“ไม่เจอเลยค่ะลุงหนูหาจนทั่วบ้านแล้ว”พลับพลึงตอบทั้งๆ ที่ยังหอบแฮกๆ

“ฉันอยากจะเป็นลมแล้วทีนี้จะทำยังไงดีนี่ขบวนขันหมากก็ใกล้เข้ามาแล้ว”พิลาวรรณหญิงสูงวัยซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆของพลับพลึงสวมชุดผ้าไหมสีแดงเลือดนกยกมือขึ้นทาบอกดวงตาเศร้าสร้อยอ่อนโรยลงมากกว่าเดิมใบหน้าซีดเผือดแม้จะตกแต่งด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะยังสามารถมองเห็นความซีดขาวพลับพลึงต้องยื่นยาดมที่เธอขอยืมมาจากช่างแต่งหน้าเมื่อครั้งที่ต้องวิ่งลงไปยังห้องโถงรอบที่สิบให้อย่างห่วงใยในสวัสดิภาพ

พิลาวรรณสูดยาดมเต็มแรงราวกับจะสูดกลิ่นหอมเย็นนั้นให้หมดในคราวเดียวแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นหล่อนมองหน้าสามีที่อยู่กินกันมาร่วมสามสิบปีอย่างอ้อนวอน

“นั่นสิแล้วเราจะทำยังไงดี”ปิติเองก็พึมพำอย่างเคร่งเครียดและใช้ความคิดในเวลาเดียวกันยกมือขึ้นกอดอกอีกข้างยกขึ้นจรดไว้ที่ริมฝีปากแต่ก็คิดไม่ออกคิ้วดกดำแซมด้วยสีขาวเล็กน้อยขมวดอย่างกลัดกลุ้มและนั่นทำให้พลับพลึงต้องตัดสินใจอีกครั้ง

“ยังพอมีเวลาค่ะหนูจะลองลงไปดูข้างล่างอีกรอบ”

“แกหามากี่รอบแล้วยายพลับไม่มีทางเจอหรอกป่านนี้ยายพิมพ์คงหนีไปไกลแล้ว”

ปิติเริ่มปักใจเชื่อแล้วว่าลูกสาวที่แสนจะว่านอนสอนง่ายได้แหกม่านหนีไปแล้วแต่ที่สงสัยก็คือ หนีไปกับใครแล้วทำไมต้องหนีเอาวันนี้อะไรดลใจให้ลูกสาวที่อยู่ในกรอบมาตลอดอย่างพิมพ์พรรณใจกล้ากระทำการอุกอาจฉีกหน้าพ่อแม่ได้ถึงเพียงนี้

“ลุงคะอย่าเพิ่งปักใจเชื่ออย่างนั้นสิหนูโทร.หาเพื่อนของพิมพ์หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพิมพ์ไม่ทำแบบนั้นแน่นอนเพราะไม่มีปฏิกิริยาใดๆที่บ่งบอกเลยว่าพิมพ์คิดจะหนีหรือไม่อยากแต่งงานพิมพ์อาจจะไปข้างนอกแล้วเกิดอันตรายอะไรหรือเปล่าคะเราน่าจะเช็คตามโรงพยาบาล”พลับพลึงตั้งข้อสังเกตแต่ทุกคนก็ไม่เห็นพ้องเพราะตั้งแต่เมื่อวานยังไม่มีข่าวอุบัติเหตุที่ไหนปรากฏให้เห็นเป็นข่าวเลยถ้าเกิดอุบัติเหตุจริงก็น่าจะมีใครซักคนโทรศัพท์มาที่บ้านบ้าง

ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงข้อเดียวเท่านั้นคือ...พิมพ์พรรณถูกลักพาตัว!พลับพลึงสันนิษฐาน

ก่อนถึงวันแต่งงานหนึ่งสัปดาห์ป้าโทรศัพท์หาเธอบอกกล่าวถึงข่าวดีด้วยน้ำเสียงแจ่มใสยังบอกอีกว่างานแต่งงานครั้งนี้พิมพ์พรรณตัดสินใจด้วยตัวเองแต่ตอนนี้เรื่องที่พิมพ์พรรณหายตัวไปดูจะเล็กน้อยในความคิดของปิติกับพิลาวรรณเพราะปัญหาใหญ่กว่านั้นคือทั้งสองจะตอบคำถามฝ่ายเจ้าบ่าวว่าอย่างไรหากงานแต่งงานวันนี้ไม่มีเจ้าสาวอีกเรื่องที่ทำให้พลับพลึงสุดเซ็งเห็นจะเป็นคำอวยพรที่ตระเตรียมไว้ให้น้องสาวกำลังจะเป็นหมันอุตส่าห์ท่องไว้เสียดิบดีว่าคำอวยพรคงจะซาบซึ้งจนน้องสาวน้ำตาไหลแต่สุดท้ายก็ต้องเก็บเข้ากรุไปตามระเบียบถึงตอนนี้พลับพลึงเริ่มเชื่ออะไรบางอย่างเสียแล้วสิ

หรือเธอจะเป็นตัวซวยจริงๆ...

หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในงานที่เธอก้าวย่างเข้าไปร่วมงานไม่เว้นแม้แต่งานบุญในวัดอย่างกฐินผ้าป่าจนเพื่อนสนิทที่รู้จักเข็ดขยาดไม่อยากให้ไปร่วมงานที่เป็นมงคลซักเท่าไหร่เพราะทุกงานถ้าไม่เกิดเรื่องมากก็เรื่องน้อยแล้วแต่ความแข็งแรงของดวงเจ้าของงานจนเธอต้องปลีกวิเวกไปอยู่ต่างจังหวัดทำงานอยู่เงียบๆเสียหลายเดือนเผื่อว่าดวงความซวยจะลืมเลือนชื่อและใบหน้าของเธอไปบ้างไม่นึกว่าความซวยจะเกาะหนึบตามติดมาก่อกวนแม้ในงานของคนที่เธอเรียกว่า‘ครอบครัว’

'วิสุทธิธารา'คือครอบครัวเดียวที่พลับพลึงเหลืออยู่…

“เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”พลับพลึงพึมพำส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับในความคิดที่ปรากฏขึ้นในหัว

“พลับพลึง!แล้วนั่น จะไปไหน”พิลาวรรณเรียกไว้เมื่อเห็นหลานสาวกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอีกครั้ง

“หนูขอไปดูรอบๆบ้านอีกครั้งค่ะป้าเผื่อจะได้หลักฐานอะไรบ้าง”พลับพลึงบอกความตั้งใจ

ไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพิมพ์พรรณจะหนีงานแต่งงาน!

“นี่ถ้าหาตัวยายพิมพ์ไม่เจอเราจะทำยังไงกันดี”ปิติเครียดจนหน้าดำแดงความหวังที่จะเจอตัวลูกสาวก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆจนป่านนี้ทั้งตนและภรรยายังไม่กล้าโทรศัพท์บอกเรื่องนี้กับฝ่ายเจ้าบ่าวเลยปิติยกข้อมือขึ้นดูเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ จะถึงฤกษ์สู่ขอแล้วป่านนี้ขบวนเจ้าบ่าวคงใกล้จะถึงเต็มทียิ่งเห็นสีหน้าซีดขาวตัวโงนเงนจะเป็นล้มแล้วเป็นลมอีกของภรรยาก็ยิ่งกลัดกลุ้มแต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องการความคิดเห็นจากภรรยาที่อาการร่อแร่จนต้องมีคนประคองตัวอยู่ในตอนนี้

“เราจะทำยังไงดีคุณ”ปิติรำพันอ่อนใจ

“โอ้ย...ฉันคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้นแหละค่ะฉันอยากตาย...”พิลาวรรณกรีดร้องอย่างหมดหวังทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นหลังจากพิธีแต่งงานผ่านพ้นแต่เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งให้จมดินเงินจำนวนมหาศาลที่กำลังจะถูกปลดแอกลอยเด่นขึ้นในหัวและกำลังจะทับลงมากลางอกของสองสามีภรรยา

“ไม่ได้นะคุณจะตายตอนนี้ไม่ได้เรื่องอะไรจะตัดช่องน้อยหนีตายไปคนเดียว”ปิติเสียงเข้มขึงสะบัดหน้าใส่ภรรยาพลอยทำให้คนที่โงนเงนอย่างคนที่คงจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างพิลาวรรณต้องเด้งออกจากมือเล็กบางของช่างแต่งหน้าเม้มปากแน่นจ้องหน้าสามีเขม็งร่างกายสั่นเทิ้มอย่างโกรธเกรี้ยว

“ฉันประชดพิลาวรรณตะเบ็งเต็มเสียงจนทุกคนในที่นั้นสะดุ้งปิติสะดุ้งหนักกว่าใครเพื่อนเมื่อเสียงหายใจฟึดฟัดของภรรยาลอยมาแตะที่แก้มแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้สบายใจขึ้นนั่นคือ อาการแบบนี้ภรรยายังอยู่บนโลกนี้ไปอีกหลายปี


หญิงสาวผมสั้นในชุดผ้าถุงผ้าไหมสีชมพูอ่อนกรอมข้อเท้ากับเสื้อแขนกระบอกสีอ่อนกว่าผ้าถุงนิดหนึ่งรีบวิ่งลงบันไดผ่านห้องโถงที่กำลังเปิดเพลงไทยเดิมเบาๆเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของงานมงคลพลับพลึงนิ่วหน้านิดหนึ่งเมื่อรองเท้าคัทชูส้นสูงเริ่มเกเรกัดเท้าจนรู้สึกปวดแสบที่นิ้วเท้าหลายนิ้วคิดอยากจะถอดมันทิ้งไว้เสียตรงนี้แต่เพราะแขกเหรื่อเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องโถงแล้วนั้นทำให้ต้องเชิดหน้าปั้นยิ้มทักทายแขกเหรื่อทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ทุกคนที่มองมาที่เธอก็พอเดาได้ว่าคงเป็นหนึ่งในเจ้าภาพของงานวันนี้พลับพลึงรีบวิ่งออกประตูข้างของตัวบ้านเธอมองไปรอบๆบ้านอีกครั้งราวกับตำรวจสืบสวนสอบสวนกำลังสืบค้นคดีนิ่วหน้าก็หลายครั้งเมื่อไม่มีพิรุธอะไรให้เห็นเลยโทรศัพท์ติดต่อเพื่อนของน้องสาวก็หลายครั้งแต่ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้พบพิมพ์พรรณเลยตั้งแต่หญิงสาวเตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาว

แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ของพิมพ์พรรณพลับพลึงก็กดจนปุ่มหมายเลขบนตัวเครื่องจะหลุดกระเด็นออกมาเธอหันรีหันขวางสะบัดตัวอย่างขุ่นเคืองก็หลายครั้งก่อนจะย่นคิ้วเมื่อการมาบริเวณนี้เป็นครั้งที่สามภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมงได้พบกับบางสิ่ง

พลับพลึงย่นคิ้วเมื่อหยิบชิ้นส่วนของผ้าลินินที่ติดอยู่ตรงพุ่มไม้ข้างรั้วเตี้ยๆบริเวณนี้เป็นสวนดอกไม้เป็นจุดที่ติดต่อกับบ้านฝรั่งจึงทำเป็นรั้วเตี้ยๆเพื่อโชว์ดอกไม้นานาพรรณบวกกับความคุ้นเคยระหว่างลุงกับฝรั่งเจ้าของบ้านลุงจึงไม่อยากกั้นกำแพงสูงเป็นคุกขังตัวเองเธอรู้ดีเพราะเธอเป็นคนดีไซน์รั้วบ้านหลังนี้เองตามความต้องการของผู้เป็นลุง

นี่มันชิ้นส่วนของเสื้อนี่...

พลับพลึงหรี่ตามองแล้วเอื้อมมือไปหยิบนึกคิดว่าเหมือนเคยเห็นผ้าลินินเนื้อบางสีครีมนี้ที่ไหนก่อนจะเบิกตาเสื้อตัวที่พิมพ์พรรณสวมใส่เมื่อคืนนี้นี่แล้วมันมาติดอยู่กับกิ่งไม้ที่คล้ายหนามของต้นไม้พันธุ์ต่างชาติของลุงได้อย่างไรรู้สึกถึงความไม่ปกติของเรื่องนี้เสียแล้วอะไรบางอย่างทำให้เธอสงสัยบ้านฝรั่งที่รั้วติดกันพลับพลึงเคยได้ยินพิมพ์พรรณเล่าให้ฟังว่ามีนักธุรกิจชาวต่างชาติมาซื้อบ้านติดกันแต่ปีหนึ่งอยู่บ้านไม่กี่ครั้งแต่เคยได้ยินลุงเล่าว่าค่อนข้างคุ้นเคยกับนายฝรั่งข้างบ้านเพราะมักมีเรื่องคุยกันถูกคอทั้งเรื่องต้มไม้ดอกไม้และบางครั้งก็เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจบ้างในบางครั้งอาจจะด้วยความคุ้นเคยกันของสองบ้านนี้ด้วยทำให้พลับพลึงสงสัยในตัวชายหนุ่มข้างบ้านขึ้นมาแม้จะอยู่ไม่กี่ครั้งในหนึ่งปีก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลน่าสงสัยยิ่งเห็นชิ้นส่วนของเสื้อน้องสาวเกี่ยวอยู่กับต้นไม้บริเวณนี้ยิ่งทำให้น่าสงสัยมากขึ้นเป็นสองเท่าพลับพลึงมองซ้ายขวาตามประสาคนขี้สงสัยแม้จะมีเวลาน้อยนิดแต่หากจะทำให้ได้เบาะแสการหายตัวไปของน้องสาวเพิ่มขึ้นซักหน่อยเธอก็ยอมที่จะเสี่ยงจึงกระโดดข้ามรั้วที่สูงเกือบถึงเอวข้ามไปยังบริเวณของบ้านอีกหลังหากเป็นเวลาปกติรั้วแค่นี้เธอแทบจะไม่ต้องออกแรงกระโดดหรือต้องจับราวรั้วเสียด้วยซ้ำแต่ตอนนี้อย่าว่าแต่ออกแรงเลยแค่จะเทคตัวขึ้นยังยากลำบากเพราะติดกระโปรงทรงแคบยาวกรอมข้อเท้าสีหวานนี้พลับพลึงถกกระโปรงขึ้นจนเกือบเหนือเข่าแล้วออกแรงวิ่งนิดหนึ่งเพื่อที่จะเทคตัวขึ้นให้สูงที่สุดแต่ท่าลงดูจะไม่สวยนักเพราะต้องประคองกระโปรงที่ทั้งแคบและรัดสะโพกจนทำให้เสียหลักล้มลงไปนอนเคล้งเก้งอยู่กับพื้นหญ้าของบริเวณบ้านอีกหลังอย่างหมดท่าโชคดีที่รองเท้าส้นสูงของเธอไม่พลิกหรือหักพลับพลึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ใครจะมาเห็นเธอในท่าประหลาดที่ยิมนาสติกไม่ระบุท่านี้ให้เป็นท่ามาตรฐานพร้อมกับเขย่าตัวแรงๆเพื่อให้กระโปรงทรงแคบนั้นเข้ารูปรีบเชิดหน้าขึ้นเหลือบตามองไปรอบๆอย่างเชื่องช้าภาวนาอย่าได้เจอะกับสายตาคู่ใดๆเลย นอกจากจะกลัวข้อหาบุกรุกแล้วเธอยังกลัวที่จะต้องปั้นหน้าสู้สายตาที่อาจจะขบขันกับการกระโดดข้ามรั้วในท่าประหลาดนี้ด้วย

ปลอดคน!

จึงรีบวิ่งเข้าไปยังกำแพงบ้านหลังใหญ่ราวกับนักสืบมืออาชีพหมายจะได้เห็นอะไรที่นำไปสู่การหายตัวไปของลูกพี่ลูกน้องแต่น่าเสียดายที่นอกจากบ้านจะเงียบเชียบแล้วยังไม่มีแม้แต่รอยเท้าหมาแมวให้พอสังเกตว่ามีใครเคยเดินผ่านมาทางนี้จนเมื่อ...

“คุณ

ว้าย!พ่อจ๋า แม่จ๋าลงมาจากสวรรค์ช่วยลูกด้วย!

คำอุทานดังขึ้นในใจของพลับพลึงโดยไม่รู้เลยว่าเธอได้พูดมันออกมาด้วยหรือเปล่าและอีกสารพัดคำอุทานที่หลุดออกมาจากจิตใต้สำนึกเธอยกมือขึ้นทาบอกหลับตาปี๋รู้สึกถึงการไหลเวียนของโลหิตสูบฉีดแรงจนน่าตกใจกลัวว่ามันจะวิ่งทะลุผิวหนังออกมาสูดอากาศและรับแสงแดดที่ร้อนแรงข้างนอก

“คุณ...มาทำอะไรแถวนี้ครับ”

พลับพลึงค่อยๆลืมตาขึ้น เธอหรี่ตาข้างหนึ่งอย่างกล้าๆกลัวๆ แล้วค่อยๆหมุนตัวไปตามเสียงและมือที่ยกขึ้นสะกิดที่หัวไหล่

“มาทำอะไรแถวนี้ครับ”

ชายในชุดหม้อฮ่อมเอ่ยถามหลังจากที่สำรวจหญิงสาวทั่วตัวใบหน้ายับย่นคร้ามแดดนั้นสงสัยเต็มที่มองชุดสวยแบบหญิงไทยแล้วมองไปที่บ้านข้างๆที่กำลังจะมีงานมงคลในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“งานแต่งอยู่หลังโน้นครับคุณคงหลงทางเข้ามาล่ะสิเฮ้อ...รั้วบ้านเตี้ยก็อย่างนี้แหละครับ”

ชายวัยกลางคนทำเสียงระอาเพราะวันนี้ต้องคอยบอกทางแขกเหรื่อหลายคนที่หลงเข้ามาในบริเวณบ้านที่ตนดูแลอยู่

“อ๋อ...ใช่ค่ะฉันหลงเข้ามา ก็นะ บ้านคล้ายๆกัน แถมยังจัดสวนคล้ายๆกันอีก ฉันก็เลยนึกว่าบ้านหลังเดียวกัน”พลับพลึงตอบเสียงกุกกักข้างๆ คูๆซึ่งโอกาสที่จะหลงเข้ามาบ้านคนอื่นแม้จะรั้วติดกันมันก็มีความเป็นไปได้น้อยมากนอกจากตั้งใจจะเดินเข้ามาชมสวนอย่างไม่ถือสามารยาทเธอยิ้มกลบเกลื่อนเล็กน้อยหมายจะได้รับความเห็นใจจากชายคร้ามแดดที่อายุน่าจะราวๆสี่สิบปีคนนี้

“บ้านจัดสรรก็อย่างนี้แหละคุณมองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด”ชายคร้ามแดดเอ่ยแล้วยิ้มเยาะอย่างอิจฉาคนมีเงินพวกนี้ที่ได้อยู่บ้านราคาแพงๆแต่ก็มีตำหนิที่ไม่ได้งดงามโดดเด่นอยู่หลังเดียว

“ว่าแต่ลุงทำงานอยู่ที่นี่หรือคะ”พลับพลึงถือโอกาสเอ่ยถามหวังเต็มที่ว่าน่าจะได้เบาะแสอะไรบ้างและได้รับรอยยิ้มย่องของชายคร้ามแดดกลับมาพร้อมกับคำตอบที่ภาคภูมิใจยิ่ง

“แม่หนูนี่ตาถึงนะใช่ ลุงทำงานอยู่ที่นี่เป็นคนสำคัญที่นายฝรั่งไว้ใจที่สุดเลยล่ะ”ชายคร้ามแดดเชิดหน้าอวดโอ้ดวงตาแก่ชรานั้นวาวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“หรือคะ!แต่เอ๊ะทำไมเหมือนไม่มีใครอยู่เลยล่ะคะ”พลับพลึงแสร้งถาม

“ก็ไม่มีนะสินายฝรั่งยังอยู่ต่างประเทศอยู่เลยทั้งๆ ที่กำหนดกลับน่ะอาทิตย์ที่แล้วแล้วนะ”ชายคร้ามแดดเองก็สงสัยปนงอนที่นายฝรั่งที่เคยตรงต่อเวลาและเชื่อถือคำพูดได้คราวนี้กลับหายไปเฉยๆ

“งั้นหรือ”พลับพลึงยกมือขึ้นเกาคางอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”ชายคร้ามแดดเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดนั้น

“อ๋อ...เปล่าค่ะแค่สงสัยว่า บ้านหลังใหญ่แต่ทำไมถึงไม่มีใครอยู่”

“อ๋อ..นายฝรั่งแกเป็นหนุ่มโสดหล่อเชียวล่ะครับ แต่แกบ้างานลุงทำงานอยู่ที่นี่ก็นานยังไม่เคยเห็นแกพาผู้หญิงที่ไหนมาที่บ้านเลยนะลุงยังแปลกใจเลยว่านายฝรั่งเองก็รู้จักมักจี่กับบ้านคุณปิติแล้วทำไมถึงไม่มางานแต่งงานคุณพิมพ์”

“หรือคะ”

ถ้าอย่างนั้นข้อสันนิษฐานนี้ก็ตกไป...

“ขอบคุณนะคะลุงหนูไปก่อนล่ะ”

พลับพลึงเดินหน้าม่อยด้วยความผิดหวังกลับทางเดิมก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นรั้วที่ทำให้เธอหัวทิ่มเมื่อกี้นี้แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอล้มเลิกที่จะกระโดดข้ามมันอีกครั้ง

“จะทำอะไรครับคุณชายคร้ามแดดร้องขึ้นด้วยความตกตะลึงที่หญิงสาวในชุดไทยอ้อนแอ้นกำลังจะเล่นกายกรรมกระโดดข้ามรั้ว

“เดี๋ยวก็สะดุดรั้วหัวร้างข้างแตกหรอกครับไปทางโน้นดูกว่า”

พลับพลึงมองตามมือหยาบกร้านที่บอกถึงการทำงานหนักมามากแล้วยิ้มเขินอย่างขอบคุณให้ตายเถอะ ทำไมเธอไม่เห็นร่องรั้วขาดตรงนั้นนะ

“กลับทางโน้นดีกว่ามั้ยครับนี่ผมกำลังจะซ่อมรั้วที่พังอยู่พอดี”

พลับพลึงมองตามคำบอกกล่าวของลุงเฝ้าบ้านเธอหันไปยิ้มแหยๆ ขอบคุณให้ตายเถอะก่อนจะข้ามมาฝั่งนี้น่าจะเห็นบริเวณรั้วพังจะได้ไม่จับกบกลางวันแสกๆ

หญิงสาวไม่รอช้ารีบนำชิ้นส่วนของเสื้อที่คาดว่าจะเป็นของลูกพี่ลูกน้องขึ้นไปข้างบนห้องแต่งตัวซึ่งทุกคนในครอบครัวการพาณิชย์รวมตัวอยู่ในห้องนั้นรวมถึงช่างแต่งหน้าทำผมที่มาเก้อตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่

“ยายพลับ!เป็นไงบ้างได้เรื่องหรือเปล่า”พิลาวรรณรีบถามเสียงตื่นเต้นแม้ความหวังที่จะเจอลูกสาวนั้นริบหรี่เต็มที

“เราคงหมดหวังแล้วล่ะค่ะแต่ว่า...นี่ค่ะ”พลับพลึงรีบยื่นเศษผ้าลินินที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นของใครขึ้นให้ทุกคนดูปิติรีบหยิบชิ้นผ้าจากมือหลานสาวไปพินิจแต่กลับเป็นพิลาวรรณที่ร้องขึ้นพร้อมกับกระชากเศษผ้าลินินในมือสามีไปพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด

“นี่มันเศษเสื้อของยายพิมพ์นี่ฉันจำได้ พลับพลึงแกได้มันมาจากไหน”พิลาวรรณเอ่ยถามเสียงร้อนรน

“จากต้นไม้ริมรั้วค่ะและหนูคิดว่า พิมพ์ไม่ได้คิดหนีไปเองแต่อาจจะถูกลักพาตัวไม่ทราบว่าคุณลุงกับคุณป้ามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่าคะ”

ลักพาตัว!

หลายเสียงในห้องอุทานขึ้นพร้อมกันก่อนดวงตาแก่ชราของพิลาวรรณจะค่อยๆหรี่ลงพร้อมกับลำตัวที่อ่อนแรงโชคดีที่ปิติคว้าตัวไว้ได้ทันและดึงตัวภรรยาเข้ามาซบอก

“ไม่มีหรอก”พิลาวรรณเด้งตัวออกจากอกของสามีที่ลูบไหล่ปลอบโยนให้หายจากอาการวิงเวียนตอบรวดเร็วนอกจากหนี้สินที่กู้ยืมมาจากธนาคารที่ยังไม่ได้ชำระหล่อนกับสามีก็ไม่มีปัญหาอะไรกับใครและเรื่องหนี้สินนี้ก็ไม่น่าใช่ปัญหาเพราะหลังจากแต่งงานหนี้ก้อนนี้ก็จะถูกปลดระวางเช่นกันและที่สำคัญหนี้สินที่หล่อนกับสามีกู้ยืมมานี้ก็เป็นธนาคารในเครือของว่าที่ลูกเขยซึ่งชายหนุ่มก็รับปากว่าจะจัดการให้ตามที่ได้ตกลงกันไว้และเป็นไปไม่ได้ที่ว่าที่ลูกเขยจะลักพาตัวลูกสาวของหล่อนเพราะการแต่งงานครั้งนี้เป็นข้อเสนอจากฝ่ายชาย

“แล้วใครกันที่คิดจะทำอย่างนั้น”ปิติขบกรามทั้งโกรธเกรี้ยวและสงสารลูกสาวจับใจ

“เรื่องนี้หนูไม่ทราบค่ะหนูรู้แค่ว่า เรื่องนี้พิมพ์ไม่ผิด”พลับพลึงเอ่ยเข้าข้างน้องสาวเต็มที่

เรื่องการหายตัวไปของพิมพ์พรรณดูเหมือนจะเป็นเรื่องรองไปในตอนนี้เมื่อก้มลงดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือตัวเองดวงตาทุกคู่ในห้องนั้นเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก

“คุณคะพิลาวรรณร้องขึ้นอย่างอยากรู้ว่าสามีจะทำอย่างไรต่อไปดีหัวใจเต้นไม่ต่างเสียงกลองหากว่าฝ่ายโน้นรู้เรื่องนี้เข้าหนี้สินที่คาดว่าจะถูกปลดปล่อยก็เป็นอันล้มครืนซึ่งหล่อนจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดหล่อนก็จะต้องทำให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นให้ได้

“เราไม่มีทางเลือก”ปิติขบกรามเอ่ยเสียงเข้มหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรมเห็นทีคงต้องยอมเป็นบุคคลล้มละลายอย่างเลี่ยงไม่ได้

“มีสิคะ”พิลาวรรณเสียงตื่นเต้นสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วเบือนสายตาไปทางหลานสาวอย่างหมายมาด

“ช่วยลุงกับป้าด้วยนะพลับพลึง”

หญิงสาวผู้ถูกทุกสายตาในที่นั้นจับจ้องอย่างขอร้องแกมบังคับได้แต่เบิกตาแล้วส่ายหน้าเมื่อรู้ว่าป้าของเธอหมายถึงเรื่องอะไร!




Create Date : 14 ตุลาคม 2556
Last Update : 14 ตุลาคม 2556 9:45:11 น. 1 comments
Counter : 745 Pageviews.

 
ว้าย เอางี้เลยเรอะ นายฝรั่งที่ไม่ได้มาน่ะเพราะพาหนีล่ะสิ ชิส์


โดย: พี่หมูน้อย IP: 202.28.248.42 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:22:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ใยไหมเจ้าค่ะ
Location :
เลย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




โลกแห่งนิยายมีทุกอย่างให้นึกคิด เป็นอีกคนที่ชอบจินตนาการไปพร้อมๆ กับบทประพันธ์ ใยไหม...คือนามปากกาที่ได้มาจากสิ่งที่เห็น รังไหมสีเหลืองทองรูปร่างเรียวรีสะดุดตาเข้าเต็มเปา...
เจ้าขนปุย...คืออีกหนึ่งความรักที่มาจากใจ

 งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี (นี่ไม่ใช่คำเตือน แต่...ขอร้อง...)


Google
Friends' blogs
[Add ใยไหมเจ้าค่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.