Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
พ่ายพรหมลิขิต ตอนที่ 14

14

พลับพลึงนั่งยองๆใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลมองคนงานช่วยกันลากรถคันงามหรูขึ้นจากหล่มโดยมีเจ้าของรถยืนกอดอกกำกับอยู่ไม่ห่างโชคดีที่มีชาวบ้านผ่านมาเห็นเหตุการณ์เธอจึงฝากให้ไปบอกนายส่วยว่ารถติดหล่มอยู่ทางขึ้นเขาไปยังหมู่บ้านชาเข้าสู่เขตบ้านพักของธนดลไม่นานนักนายส่วยก็มาที่เกิดเหตุพร้อมกับคนงานอีกหลายคนเธอรีบเดินเข้าไปหาหมายจะบอกกล่าวให้ช่วยลากรถขึ้นมาจากหล่มก่อนแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเจ้าของรถตัวจริงก็ก้าวลงจากรถสีหน้าของธนดลไม่บ่งบอกอารมณ์มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกขนลุกในยามที่สบตาเหมือนในดวงตาปนความระอามากกว่าจะโกรธเคืองรุนแรงแต่นั่นยิ่งทำให้คนประสบอุบัติเหตุรู้สึกผิดมากขึ้นทำหน้าแบบนี้สู้ต่อว่ากันตรงๆเลยดีกว่าไหม

“คงต้องใช้รถลากแล้วละครับหล่มลึกมาก”

นายส่วยรายงานธนดลพลับพลึงลุกขึ้นเดินเข้าหาหวังจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

“ถอยไปห่างๆหน่อยคุณ คนงานจะได้ทำงานได้สะดวก”

พลับพลึงหน้าตูมเป็นลิงอมน้ำเมื่อถูกธนดลสั่งอย่างนั้นแต่ก็ยอมทำตามที่เขาสั่งเธอยืนมองการทำงานที่เร่งรีบของเหล่าคนงานไม่นานนักรถก็ถูกลากขึ้นมาถึงถนนพลับพลึงยิ่งหน้าเสียเมื่อเห็นสภาพรถเต็มคันแม้ไม่ถึงกับยับเยินแต่ก็เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเป็นทางยาวตลอดสองข้างของตัวรถ

“ฉันขอโทษนะคะฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“กลับบ้านเถอะ”ธนดลดันแขนหญิงสาวไปที่รถแล้วหันไปสั่งให้นายส่วยเอารถคันเจ้าปัญหานี้ตามกลับไปที่บ้าน

“คุณดลคะคุณจะต่อว่าอะไรฉันก็ได้ฉันยอมทั้งนั้นฉันรู้ว่าฉันผิดแต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆฉันก็เคยบอกคุณไปแล้วว่าไม่อยากใช้รถของคุณ”

พลับพลึงค่อนข้างอึดอัดกับความเงียบเชียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถชัดแจ๋วเธอเหลือบตามองธนดลหลายต่อหลายครั้งแต่เขาก็ยังคงนิ่งเรียบตายังคงมองข้างหน้าไม่วอกแวกมือยังคงบังคับพวงมาลัยได้เป็นอย่างดีจนถึงโรงจอดรถและดับเครื่องยนต์เขาถึงได้เอ่ยขึ้น

“ขึ้นบ้าน”

พลับพลึงเดินตามเธอยกมือขึ้นลูบบริเวณหน้าอกดูเหมือนว่าบริเวณหน้าอกจะเกิดอาการระบมอาจเพราะแรงกระแทกของลำตัวกับสายเข็มขัดนิรภัยที่ฉุดรั้งไปข้างหน้าทีข้างหลังทีอยู่หลายหน

“เป็นไรหรือเปล่า”ธนดลหันมาเอ่ยถามเมื่อจู่ๆคนที่คิดว่าน่าจะเดินตามหลังเขามานั้นหยุดชะงัก

“เปล่าค่ะไม่ได้เป็นอะไร”

“แน่ใจนะ”

“แน่ใจค่ะ”

“ถ้างั้นก็ขึ้นบ้านเรามีเรื่องต้องคุยกัน”

พลับพลึงพ่นลมออกจากปากถึงเวลาชำระความแล้วสิ

น้อยยกน้ำเข้ามาเมื่อเห็นเจ้านายเดินเข้ามาในบ้านสายตาของแม่บ้านสาวเหลือบมองราวกับแมวป่าที่ซ่อนความอยากรู้อยากเห็นแต่เมื่อสบสายตาคมปราบของธนดลน้อยก็ได้แต่ก้มหน้างุดแล้วเดินออกไปแต่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่รับรู้เรื่องที่เจ้านายกำลังจะคุยกันหล่อนก็ยังมีอีกหนึ่งคนให้ถามเมื่อเห็นแสงไฟของรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาในบริเวณบ้านจึงรีบวิ่งลงไปหาด้วยความอยากรู้

“คุณไปทำอีท่าไหนรถถึงได้วิ่งเข้าป่าไปติดหล่มอย่างนั้น”

ดูจากสภาพรถหากเป๋ออกอีกด้านคงต้องไปกู้กันก้นเหว

“ฉันขอโทษค่ะที่ดูแลรักษารถคุณไม่ได้แต่ฉันก็ระมัดระวังที่สุดแล้วนะแต่ไม่รู้มีอะไรวิ่งตัดหน้ารถค่ะฉันเลยเหยียบเบรคเต็มแรงแล้วท้ายรถก็ปัดอย่างที่คุณเห็นนั่นแหละแต่ไม่ต้องห่วงนะคะฉันจะรับผิดชอบค่าซ่อมทั้งหมดเอง”

“คุณนี่นะจะรับผิดชอบ”ธนดลเยาะ

“ใช่ไงทั้งค่าทำสี ค่าซ่อมแล้วก็ค่าอะไรต่อมิอะไรที่ควรจะต้องซ่อมฉันจะจัดการเองรับรองว่าจะให้อยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนที่ฉันขับออกไปเลยฉันรู้ว่าคุณหวงรถมากแต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆฉันสาบานเลยว่าฉันไม่ได้ประมาทแต่ถ้าเรื่องที่รถคุณเป็นรอยขีดข่วนมันทำให้คุณหัวเสียต่อไปฉันก็จะไม่แตะต้องรถคันไหนของคุณอีก”

“จะบ้าหรือไงผมไม่ได้เป็นห่วงรถขนาดไม่แยแสชีวิตคนหรอกนะที่ผมถามเพราะเป็นห่วงคุณนั่นแหละคุณไม่รู้เลยหรือไงว่าต้องลงจากดอยก่อนมืดถึงจะปลอดภัยโชคดีนะที่ไม่ตกเขาตาย”

คนที่รู้สึกผิดมาตั้งแต่ต้นเริ่มโมโหที่ชายหนุ่มพูดอย่างนั้นจึงสวนขึ้น

“อ้อคุณคงกลัวว่าสุทธิการจะต้องเป็นข่าวหน้าหนึ่งอย่างนั้นสิจริงๆ แล้วคุณน่าจะดีใจนะถ้าฉันขับรถตกเหวตายไปซะ”

พลับพลึงตอบโต้ด้วยความโมโหก่อนหน้านี้ไม่กี่ประโยคเธอเกือบจะซาบซึ้งในความห่วงใยของชายหนุ่มแล้วเชียว

“เอาเป็นว่าฉันขอโทษ ต่อไปฉันจะระวัง”

พลับพลึงตัดบทลุกขึ้นแล้วหมุนตัวจะเข้าห้องนึกในใจไปด้วยว่าคงไม่มีครั้งต่อไปแล้วล่ะเพราะเธอจะไม่ขอใช้รถของสุทธิการอีกแล้วไม่ว่ากรณีใดๆ

“เดี๋ยวคุณไปไหนมา”

พลับพลึงหันกลับมามองค้อนเมื่อได้ยินคำถามนั้นเธอชักสีหน้าเพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัว

“ผมมีสิทธิ์จะถามในฐานะสามีแม้จะแค่ในนาม”

พลับพลึงสูดลมหายใจเข้าอย่างอดกลั้น

“ไปทำงานค่ะฉันไปรับแบบ ลูกค้าฉันพักอยู่หลังหมู่บ้านชา”

“เป็นกระเหรี่ยงหรือ”ธนดลถามแกมประชดเขาเกือบจะหัวเราะเยาะเมื่อเห็นท่าทางโกรธๆของอีกฝ่ายที่ขบเม้มปาก

“เปล่าเขาแค่มาพักผ่อน”

“แล้วเรื่องงานเนี่ยต้องคุยกันจนถึงค่ำเลยหรือไงผมจำได้ว่าคุณออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด”

“ก็คุยงานคุณไม่เข้าใจหรอก ฉันขอตัว”

หากเขารู้ว่าเธอไปพบพิมพ์พรรณมาละก็ไม่รู้ว่าเขาจะว่าอย่างไร


ธนดลค่อนข้างแปลกใจที่วันนี้หญิงสาวเข้านอนเร็วแถมหลับไม่รู้เรื่องผิดวิสัยคนประสาทหูไวปกติประสาทการรับรู้ของสถาปนิกสาวไวจะตายหากว่าอยู่ในห้องไม่ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่หากเขาเปิดประตูเข้ามาเธอจะต้องอยู่ในท่าเตรียมพร้อมหลบแต่วันนี้กลับนอนตะแคงเข้าข้างฝานิ่งธนดลเดินเข้าไปหายื่นหน้าเข้าไปใกล้หมายจะดูความผิดปกติแต่ก็ต้องชักหน้ากลับเมื่อเธอยังนอนนิ่งเช่นเดิมเขาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายเพราะเหนื่อยล้าจากการที่ต้องไปช่วยคนงานลากรถที่ติดหล่มจนออกจากห้องน้ำหญิงสาวก็ยังคงนอนอยู่ท่าเดิมเขาปิดไฟที่หัวเตียงแล้วล้มตัวลงนอนค่อยๆดึงผ้าห่มที่หญิงสาวเหลือไว้ให้ครึ่งหนึ่งมาห่มอย่างเบามือไม่นานก็หลับหลับได้เพียงครู่เดียวก็เกิดฝันในฝันเหมือนได้ยินเสียงครางอยู่ใกล้ๆคนที่เพิ่งจะหลับได้ไม่นานย่นหัวคิ้วเมื่อถูกรบกวนด้วยเสียงครางขาดห้วงอยู่หลายครั้งแล้วยังเสียงหอบหายใจที่แรงผิดปกติเขาเอื้อมมือไปเปิดไฟแล้วลุกขึ้นนั่งที่แท้ก็ไม่ได้ฝันเสียงครางจากคนข้างๆ นี่เองคนข้างๆนอนหงายใบหน้าเหยเกคล้ายเกิดอาการเจ็บปวดมือของเธอลูบอยู่บริเวณหน้าอกอยู่ตลอดเวลาแม้ดวงตายังไม่ตื่น

“ฮื่อ...”

พลับพลึงครางเสียงแผ่วสลับกับเสียงอืออาในลำคออย่างไม่ได้ศัพท์เธอส่ายหน้าไปมาเหมือนจะพยายามลดความเจ็บปวดจากอะไรบางอย่าง

“คุณ!เป็นอะไร”

ธนดลเรียกแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมลืมตาเขาจึงเขย่าตัวเธอเบาๆแต่ก็ยังไม่ยอมลืมตาตื่นเช่นเดิมธนดลรู้สึกถึงความผิดปกติมากขึ้นยิ่งมือบางที่ลูบอยู่บริเวณหน้าอกไม่ยอมห่างนั่นยิ่งทำให้สงสัยจึงเอื้อมมือไปที่คอเสื้อชั่งใจอยู่พอสมควรว่าจะแกะกระดุมเสื้อของเธอเพื่อดูอาการดีหรือไม่หากหญิงสาวตื่นขึ้นมาตอนนี้ต้องโวยวายและคิดว่าเขาจะลวนลามแน่แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ก็อาจจะเป็นอันตรายได้เพราะเสียงหายใจของพลับพลึงติดขัดจนน่าสงสารธนดลเลิกผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกลงจากเตียงเดินออกไปข้างนอกเขาเดินไปยังเรือนไม้หลังเล็กซึ่งอยู่ด้านหลังของบ้านพัก

“คุณดล”

นายส่วยเปิดประตูห้องออกมาในลักษณะที่ยังงัวเงียอยู่มากเอ่ยทักเจ้านายหนุ่ม

“รบกวนหน่อยเถอะนายส่วยช่วยเรียกน้อยให้หน่อย”

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

“คุณผู้หญิงไม่สบายฉันอยากให้น้อยไปช่วยดูหน่อย”

“คุณผู้หญิงไม่สบายหรือครับได้ครับ รอซักครู่นะครับ”

นายส่วยรีบกลับเข้าบ้านไปปลุกภรรยาโดยบอกกล่าวตามที่เจ้านายหนุ่มขอร้องน้อยค่อนข้างหัวเสียเพราะกำลังหลับสบายแต่ก็ขัดเจ้านายหนุ่มไม่ได้หล่อนอดคิดไม่ได้ว่าภรรยาไม่สบายแค่นี้ทำไมถึงต้องถ่อสังขารลงมาตามแม่บ้านด้วยทำไมสามีไม่ดูแลเองแต่ก็เพียงคิดอยู่ในใจเท่านั้น

“คุณผู้หญิงเป็นอะไรหรือคะ”น้อยเอ่ยถามเมื่อเดินตามสามีออกมานอกห้องพัก

“ฉันก็ไม่รู้นะเพ้อแล้วก็เหมือนจะเจ็บหน้าอกน้อยช่วยไปดูหน่อยเถอะว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“ค่ะคุณดล”

น้อยรับคำแล้วเดินตามเจ้านายหนุ่มขึ้นไปบนเรือนใหญ่เข้าไปในห้องนอนซึ่งหญิงสาวกำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่อาการของคุณผู้หญิงเหมือนกับที่เจ้านายหนุ่มบอกกล่าวไม่มีผิดคือนอนนิ่วหน้าและยกมือขึ้นลูบหน้าอก

“เหมือนคุณผู้หญิงจะเจ็บหน้าอกนะคะ”

น้อยสันนิษฐานซึ่งธนดลก็คิดเช่นนั้นเพียงแต่เขาไม่กล้าถอดเสื้อสำรวจ

“น้อยลองดูหน่อยเถอะว่าเป็นอะไร”

“ยังไงคะ”น้อยสงสัยเพราะหล่อนไม่ใช่หมอจะได้ดูอาการเป็น

“ก็ดูที่หน้าอกไง”

“แล้วทำไมคุณดลไม่ทำเองล่ะคะก็แค่ถอดเสื้อเอง”

น้อยเอ่ยถามประสาซื่อเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มชักสีหน้าคำถามที่เกิดขึ้นก็หยุดลง

“ค่ะได้ค่ะ”

แล้วน้อยก็ลงมือแกะกระดุมเสื้อธนดลหันหน้าหนีแทบไม่ทันเพราะน้อยไม่ได้ให้สัญญาณอะไรก่อนที่จะลงมือถอดเสื้อของภรรยา

“โฮ้!...มิน่าล่ะ”น้อยร้องเสียงหลงเมื่อถอดเสื้อออก

“มีอะไรหรือน้อย”ธนดลเอ่ยถามทั้งๆที่ยังเบือนหน้าหนีอยู่

“ก็หน้าอกของคุณผู้หญิงนะสิคะรอยแดงเป็นปื้นเลยเป็นทางยาวเหมือนโดนแส้หรืออะไรซักอย่างยาวๆค่ะ”

“มากเลยหรือ”

ธนดลหันกลับไปมองอย่างลืมตัวแล้วต้องรีบหันหน้าหนีรวดเร็วเมื่อหญิงสาวยังเปลือยอยู่เขาสูดลมหายใจแรงเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นในร่างกาย

“ห่มผ้าซะเดี๋ยวจะไม่สบาย”เขาสั่งน้อยและรอจนแม่บ้านสาวจัดแจงห่มผ้าให้เรียบร้อยเขาถึงได้หันหน้ากลับไป

ธนดลย่นคิ้วสงสัยรอยแดงเป็นปื้นเกิดจากอะไรนะอ้ออาจจะเกิดจากแรงกระแทกของหน้าอกกับเข็มขัดนิรภัยตอนที่รถเสียหลักแล่นลงข้างทางจนติดหล่มมิน่าล่ะพลับพลึงถึงได้ลูบหน้าอกบ่อยๆ

“น้อยไปเอายามาทาให้คุณผู้หญิงนะแล้วก็หายาแก้อักเสบมาด้วย”

“ได้ค่ะ”

น้อยรีบทำตามคำสั่งโดยเร็วรอยแผลที่เห็นช้ำในขนาดนี้หญิงสาวไม่เพ้อก็แปลกล่ะ

ธนดลนั่งลงขอบเตียงมองสาวผมสั้นนอนเพ้อไม่ได้สติเขาเอื้อมมือไปจับมือบางเมื่อเธอยกมือขึ้นจะลูบหน้าอกคงจะอึดอัดและหายใจไม่ออกแต่เขาคงปล่อยให้เธอทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะยังไม่ได้ใส่เสื้อและอยากกุมมือเธอไว้เพื่อให้กำลังใจมากกว่าจะปล่อยให้เธอนอนดิ้นไร้สติอยู่เพียงลำพัง

“คุณ...คุณ...ได้ยินผมมั้ย”

ธนดลหวังจะปลุกคนไม่ได้สติแต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อคนเจ็บเอาแต่เพ้ออยู่ในลำคอ

“ยามาแล้วค่ะ”

น้อยยื่นยาส่งให้แต่ธนดลกลับวางมือพลับพลึงลงแนบลำตัวแล้วลุกขึ้นบอกให้น้อยเป็นคนจัดการทายา

“เสร็จแล้วก็ใส่เสื้อให้เขาด้วยอ้อ เดี๋ยวยาแก้อักเสบฉันจะจัดการเอง”

ธนดลหันหลังให้สองสาวขณะออกคำสั่งรอจนน้อยทายาและใส่เสื้อให้พลับพลึงเรียบร้อยเขาถึงได้หันกลับไป

“ขอบใจมากไปนอนเถอะ”

“ค่ะ”

น้อยรับคำแล้วเดินออกไปจากห้องแต่ก็อดทำหน้าสงสัยไม่ได้เห็นทีเรื่องนี้คงเป็นประเด็นให้นอนไม่หลับต้องกลับไปเล่าให้สามีร่วมสันนิษฐานหน่อยแล้ว

“คุณ...ดีขึ้นมั้ย”

ธนดลเขย่าตัวเบาๆคราวนี้ได้ผลเมื่อคนที่นอนกระสับกระส่ายอยู่นานเริ่มกระพริบตาดวงตาของเธอแดงก่ำคล้ายคนมีไข้

“ตื่นก็ดีแล้วทานยาหน่อยนะจะได้หลับสบาย”

พลับพลึงที่ยังงัวเงียอยู่มองหน้าชายหนุ่มเป็นคำถามที่จู่ๆเขาก็ปลุกเธอให้ลุกขึ้นแถมยังรู้สึกเย็นวาบบริเวณหน้าอกทั้งๆที่ก่อนหน้านี้รู้สึกแน่นและเจ็บเหมือนมีอะไรมาทาบทับจนแทบจะหายใจไม่ออก

“ทานยานะคุณคงจะโดนสายเบลฟ์กระแทกถึงได้ช้ำในแบบนี้เจ็บขนาดนี้ทำไมไม่บอกจะได้หาหยูกหายาให้ทานตั้งแต่หัวค่ำนี่ถ้าผมไม่ตื่นมาเห็นจะเป็นไรมากแค่ไหน”

ธนดลช่วยประคองร่างบางที่เหมือนจะไม่มีแรงขึ้นนั่งแล้วหันไปหยิบยาพร้อมแก้วน้ำ

“คุณจะทำอะไร”คนเจ็บหน้าตื่นเบิกตาโพลง

“ก็จะเอายาให้คุณไงยาแก้อักเสบก็คุณน่ะเจ็บหน้าอกรอยปื้นเป็นลายพาดกรเชียวล่ะโชคดีนะที่ไม่กระอักออกมาเป็นเลือดแล้วนี่ต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่าก็ไม่รู้ยังไงก็รอดูอาการซักพักก็แล้วกันเพราะเพิ่งทายาไปถ้ายังรู้สึกแน่นหน้าอกอยู่ล่ะก็ควรจะไปหาหมอ”

พลับพลึงรับยาและแก้วน้ำจากมือชายหนุ่มแล้วทานอย่างไม่เกี่ยงงอนก่อนจะส่งกลับคืนให้เขานึกชื่นชมเขาอยู่เนืองๆที่อุตส่าห์มีน้ำใจช่วยดูแลเธอเกือบจะหลุดคำขอบคุณออกไปแล้วหากไม่นึกขึ้นได้เสียก่อนว่าแล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีรอยปื้นแดงที่หน้าอกเป็นลายพาดกร

“คุณดล

เจ้าของชื่อก็ตอบรับอย่างรวดเร็ว

“ฮึ”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเจ็บหน้าอก”

พลับพลึงยังนึกคิดต่อเมื่อรู้สึกเย็นๆเหนียวๆ บริเวณหน้าอก อ้อเขาบอกว่าเพิ่งทายาแล้วใครทายาให้เธอในเมื่อในห้องนี้มีกันแค่สองคน

“คุณ!คนฉวยโอกาส”

พลับพลึงโวยวายขึ้นเมื่อคิดว่าธนดลเป็นคนทายาให้นี่ธนดลคงจะแต๊ะอั๋งจนเธอไม่เหลือชิ้นดีแล้วสิคิดแล้วใบหน้าก็ร้อนผ่าวๆไม่รู้ว่าที่ใบหน้าร้อนผ่าวๆนี้เหตุเพราะโกรธหรืออายอย่างไหนมากกว่ากันด้วยความโกรธคนฉวยโอกาสพลับพลึงจึงผลักธนดลเต็มแรงจนคนไม่ทันตั้งหลักเสียหลักลงไปนั่งจับกบอยู่กับพื้นห้องกว่าที่เขาจะตั้งหลักได้แล้วลุกขึ้นจากพื้นห้องหันไปถลึงตามองหญิงสาวก็ถอยกรูดไปติดผนังแถมยังยกผ้าห่มขึ้นคลุมตัวนั่งคุดคู้ราวกับลูกนกผู้ถูกกลั่นแกล้งทั้งๆที่เธอควรจะเป็นฝ่ายต้องเอ่ยคำขอบคุณเขามากกว่าจะทำอะไรบ้าๆแบบนี้

“คุณทำบ้าอะไรเนี่ยมาผลักผมทำไมมิทราบนี่หรือคำขอบคุณของคุณที่มีให้คนมีน้ำใจอย่างผม”

“มีน้ำใจกับผีนะสิคุณมันคนฉวยโอกาสมากกว่ากล้าดียังไงมาถอดเสื้อแล้วทายาให้ฉันทั้งๆที่คุณเคยประกาศปาวๆว่าจะไม่แตะเนื้อต้องตัวฉันจนกว่าเราจะหย่ากัน”

“แล้วผมทำตรงไหน”ธนดลเถียง จะไม่ยอมถูกมองเป็นคนฉวยโอกาสแบบนี้แน่

“ก็ตรงนี้ไงคุณทายาให้ฉันถ้าทาที่อื่นฉันก็จะขอบคุณอยู่หรอกแต่นี่...”

พลับพลึงละคำไว้เพียงเท่านั้นเมื่อใบหน้าของเธอร้อนผ่าวๆยิ่งกว่าบริเวณหน้าอกที่เริ่มร้อนวูบๆเพราะยากำลังออกฤทธิ์

“คุณจะบ้าหรือไงผมไม่ทำอะไรอุบาศก์แบบนั้นหรอกแล้วคนที่ทายาให้คุณก็ไม่ใช่ผมน้อยต่างหากที่ทายาให้คุณผมอุตส่าห์ลงไปตามน้อยถึงบ้านแทนที่จะขอบคุณกลับถูกผลักตกเตียงซะนี่รู้อย่างนี้ปล่อยให้นอนเพ้อเจ็บหน้าอกจนถึงเช้าก็ดีเฮอะ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ”ธนดลอธิบายขยายความด้วยอาการหัวเสีย

“จริงหรือ”พลับพลึงเหมือนจะยังไม่อยากเชื่อเท่าไหร่นัก

“ถ้าไม่เชื่อจะไปถามน้อยตอนนี้เลยมั้ยตอนนี้ก็คงจะยังไม่นอน”ธนดลประชดประชัน

“ไม่ต้องหรอกฉันเชื่อก็ได้ แล้ว...คุณเป็นไรมากหรือเปล่า”

เมื่อเข้าใจเรื่องราวแล้วก็ถามไถ่เพราะเมื่อกี้นี้เธอผลักเขาเต็มแรงแล้วคนตัวใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งหลักล้มฟุบลงไปกันพื้นคงจะเจ็บน่าดูเพราะเธอได้ยินเสียงพื้นดังสนั่นเชียว

“ก็คงจะน้อยกว่าคุณอยู่หรอกเพราะยังไม่มีรอยฟกช้ำ”

อีกครั้งที่ธนดลประชดประชันเขาเบ้ปากทำปากขมุบขมิบ'ใครจะอยากดูกันเล่าเรียบเป็นไม้กระดานอย่างนั้น'

พลับพลึงมองค้อนปนรู้สึกผิดเธอคงต้องเปลี่ยนสีหน้าใหม่แน่ๆหากได้ยินประโยคขมุบขมิบนั้นน่าเสียดายที่เป็นแค่ลมปากแผ่วๆ

“ฉันขอโทษก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าดึกดื่นป่านนี้แล้วคุณจะมีน้ำใจลงไปตามคนมาช่วยดูแลฉัน”คนสำนึกผิดที่ไม่รู้ว่าตัวเองถูกนินทาอยู่นั้นลากเสียงยาวอ้อน

“ช่างเถอะต่อไปก็อย่าทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมบ่อยนักก็แล้วกันเพราะผมคงจะไม่อดกลั้นยอมทนอธิบายเรื่องราวให้คุณฟังแบบคืนนี้บ่อยๆนอนได้แล้วผมง่วงจะแย่แล้วเนี่ย”

ธนดลกระฟัดกระเฟียดกระแทกตัวลงกับที่นอนแล้วกระชากผ้าห่มที่หญิงสาวยึดไปครอบครองหมดทั้งผืนกลับมาครึ่งหนึ่งเอื้อมมือไปปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนอย่างหัวเสียซึ่งต่างจากพลับพลึงที่รู้สึกละลายใจกับการกระทำที่เสียมารยาทของตัวเองเธอนั่งมองธนดลที่นอนตะแคงหันหลังให้อยู่พักหนึ่งก็เอ่ยขึ้น

“ขอบคุณมากนะคะคุณดลขอโทษที่มองคุณผิดไป จริงๆแล้วคุณนี่ก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะเอาเป็นว่าแล้วฉันจะหาโอกาสตอบแทนบุญคุณคุณก็แล้วกันนะ”

“จะพล่ามอีกนานมั้ยผมง่วง”

ธนดลทำเสียงหงุดหงิดกลบเกลื่อนทั้งๆที่ในใจนั้นเริ่มรู้สึกดีกับเสียงอ้อนๆของคนเจ็บ

พลับพลึงรีบหุบปากทันทีแต่ก็ยังคงนั่งยิ้มอย่างซาบซึ้งใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของสามีจำเป็นโดยไม่รู้เลยว่าคนที่นอนตะแคงข้างให้นั้นก็แอบยิ้มเช่นกัน 


*************

สวัสดีค่ะพี่หมูน้อย ดีใจค่ะที่พี่หมูน้อยยังติดตาม ทั้งๆ ที่ปุ้ยหายไปนานมาก... เป็นนักเขียนที่ไม่ดีเลยใช่มั้ยคะ แต่ก็พยายามจะกลับมาเขียนให้จบนะคะ ^^ เรื่องอื่นใดไม่เป็นไรนะคะ หายๆ แวบๆ กันได้ เพราะเข้าใจค่ะ ต่างก็มีภาระหน้าที่ มีช่วยยุ่งๆ ว่างๆ เหมือนๆ กัน^^ ปุ้ยเองก็แอบแวบไปนานๆ เหมือนกัน อิอิ ดีใจค่ะที่พี่หมูน้อยคิดถึง ปุ้ยก็คิดถึงเช่นกันค่ะ ส่วนเรื่องดวงนั้น ปุ้ยก็อยู่ในช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเหมือนกันค่ะ เพราะฉะนั้นเรามาเป็นกำลังใจให้กันนะคะ ช่วยๆ กันขับไล่ราหูให้รีบออก สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


สวัสดีค่ะคุณ sakeena เป็นอีกหนึ่งท่านที่อยู่ด้วยนานมาก เค้าจำได้น๊า...แม้จะไม่ค่อยได้ตอบโต้^^ (นิสัยไม่ดีอีกแล้ว) หวังว่าจะยังอยากอ่านนิยายของปุ้ยอยู่นะคะ รักนะ จุ๊บๆ^^




Create Date : 15 สิงหาคม 2557
Last Update : 15 สิงหาคม 2557 10:03:11 น. 3 comments
Counter : 748 Pageviews.

 
ดีใจนะที่จำได้ ไม่ตอบไม่เป็นไร แค่มาอัพให้อ่านกะสุขใจแย้ว ถ้าตอบด้วยกะสุข คูณ2 ^___^


โดย: sakeena IP: 110.169.236.134 วันที่: 15 สิงหาคม 2557 เวลา:14:03:13 น.  

 
กลับมาอีกครั้งอย่างเร็วรี่นะคะ อิอิ

จริงๆตอนนี้ก็อ่านอยู่ซัก 4-5 คนค่ะ บนบล็อกแกงค์นี่ ก่อนหน้านี้มีมากกว่านั้นเรียกได้ว่าสิบกว่าคนเลยมั้ง แต่จำนวนนิยายที่อ่านค่อยๆหดลงตามที่ผู้แต่งหดการโพสต์ แต่คนเดิมๆเรื่องเดิมๆถ้าเห็นก็อ่านต่อค่ะ คนแต่งคนเก่าๆ ออกเรื่องใหม่ๆมา บางคนก็ไม่ได้อ่านแล้วก็มีค่ะ ส่วนใหญ่เพราะเรื่องสุดท้ายที่อ่านก็อ่านไม่จบ พอออกเรื่องใหม่ก็ไม่ได้ตามต่อแล้วแบบนี้

อ่านออนไลน์นี่น้อยนะคะ อ่านเฉพาะตอนอู้งานตอนกลางวัน ส่วนใหญ่จะซื้ออ่านค่ะ ชอบอ่านบนกระดาษมากกว่า แต่นิยายใกล้จะล้นบ้านแล้ว สามีไม่ชอบให้เช่าอ่าน รู้สึกหนังสือสกปรก แล้วเรานอนอ่านบนเตียงก่อนนอนทุกคืน แต่บ้านก็ไม่มีที่ให้เก็บแล้วนะคะ คือก่อนนอนต้องอ่านนิยายวันละเล่ม (เป็นอย่างน้อย) ไหนจะตำราอีก ตู้หนังสือที่จัดหมวดหมู่ไม่ถูกเลย อยากซื้อบ้านใหม่แล้วมีห้องหนังสือใหม่จัง หาที่สวยๆได้คงได้สร้างบ้านใหม่ค่ะ

อุบาทว์ ค่ะ


โดย: พี่หมูน้อย IP: 49.49.132.77 วันที่: 20 สิงหาคม 2557 เวลา:11:27:31 น.  

 
หลังจากวันนั้นมาวันนี้ 1 เดือนแล้ว T-T

หายตัวไปเลย...

ข้างบนน่ะเค้าไม่ได้ว่าตัวอุบาทว์นะ เค้าแก้คำผิด

มีอยู่วันหนึ่ง คนอ่านคนหนึ่ง (โชคดีที่ไม่ใช่เรา) และนักเขียนคนหนึ่ง คนอ่านแก้คำผิดให้แต่เป็นคำโหดๆ คือ แพศยากาลี อะไรทำนองนี้ นักเขียนคนนั้นนึกว่าด่านางเอกของตัวเอง(ยังดีกว่านึกว่าด่าตัวเองหน่อย)ว่าเป็นแพศยากาลี น่าจะรู้สึกแย่ ถึงแย่มาก แต่ก็ไม่ได้ออกตัวอะไรมากนัก เพราะเธอออกจะเป็นคนสุภาพมาก

เราก็งง แต่จะแก้ให้ว่าเขาแก้คำผิด ไม่ได้ว่านางเอก เหตุการณ์ก็ผ่านมาหลายบทเต็มที เราก็ไล่อ่านคอมเมนท์ นุกว่าคนอ่านคนนั้นจะมาอธิบาย แต่ก็ไม่มี และหายไปเลย (คงตกใจเหมือนกัน)

อย่างไรก็ตาม ที่มากระทุ้งเพราะหายไปนานแล้วน้า และเรากำลังจะไปต่างประเทศอีกแล้วล่ะ งงเหมือนกันนึกว่าปีนี้จะไม่ไปแล้ว เพราะงานเยอะเหลือเกินนนน


โดย: พี่หมูน้อย IP: 223.206.38.197 วันที่: 21 กันยายน 2557 เวลา:11:37:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ใยไหมเจ้าค่ะ
Location :
เลย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




โลกแห่งนิยายมีทุกอย่างให้นึกคิด เป็นอีกคนที่ชอบจินตนาการไปพร้อมๆ กับบทประพันธ์ ใยไหม...คือนามปากกาที่ได้มาจากสิ่งที่เห็น รังไหมสีเหลืองทองรูปร่างเรียวรีสะดุดตาเข้าเต็มเปา...
เจ้าขนปุย...คืออีกหนึ่งความรักที่มาจากใจ

 งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี (นี่ไม่ใช่คำเตือน แต่...ขอร้อง...)


Google
Friends' blogs
[Add ใยไหมเจ้าค่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.