"ยินดีต้อนรับสู่ บล็อกของคนใฝ่รู้ สำหรับผู้ใส่ใจใฝ่รู้ค่ะ" มีหลายหัวข้อเรื่องให้คุณอ่าน .. ขอบคุณที่มาเยี่ยมบล็อกค่ะ .. ขอจงมีแต่ความสุขกายสบายใจตลอดไปนะคะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 

ของกินชาวบ้าน อาหารชาววัง

คนธ์พงษ์ ธนัชพงศ์จิระ






เชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์
1.หมี่กรอบชาววัง
2.ภายในงานสอนทำหรุ่มชาววัง





"อาหาร" เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่สะท้อนประวัติความเป็นมาของชาติหรือกลุ่มคนต่างๆ ได้อย่างดี

สำหรับอาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังถูกปากคนหลายเชื้อชาตินั้น ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคนในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี เช่น ถ้าได้ชื่อว่าเป็นตำรับ "ชาววัง" ยิ่งส่งเสริมว่าอาหารจานนั้นจะต้องมีความเอร็ดอร่อยอย่างพิเศษแบบที่หากิน ไม่ได้ง่ายๆ แน่ๆ

นิตยสารศิลปวัฒนธรรมจัดงานเสวนา "ของกินชาวบ้าน อาหารชาววัง" เพื่อร่วมกันค้นหาที่มาที่ไปของอาหารตำรับชาววัง ผ่านผู้คลุกคลีในวงการอาหารคือ อ.สุนทรี อาสะไวย์ นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และ ผศ.กอบแก้ว นาจพินิจ มือหนึ่งในแวดวง "อาหารชาววัง" จากสำนักสวนดุสิต นำเสวนาโดยนายดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ มีผู้ร่วมรับฟังคับคั่ง ที่มติชน อคาเดมี กรุงเทพฯ

งานเสวนาเริ่มขึ้นด้วยประวัติศาสตร์อาหารชาววังยุคแรกเริ่ม ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้านายพระองค์แรกๆ ที่เป็นที่ร่ำลือในด้านฝีมือการทำอาหารคือ กรมสมเด็จพระศรี สุริเยนทรามาตย์ พระมเหสีในรัชกาลที่ 2

พระนางเป็นธิดาของเจ้าขรัวเงิน เศรษฐีเชื้อสายจีนยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ตำรับเครื่องต้นของพระนางจึงมีกลิ่นอายของอาหารจีนผสม





กระทงทองก้อยกุ้ง
ผศ.กอบแก้ว นาจพินิจ





ส่วนอีก 2 พระองค์ในช่วงต้นกรุง ที่มีสูตรอาหารโด่งดังในหมู่ชาววังยุคนั้น คือขนมค้างคาวของเจ้าครอกทองอยู่ และขนมไส้หมูของเจ้าครอกวัดโพธิ์ ชื่อเสียงของเจ้าครอกทั้ง 2 ยังเลื่องลือมาในหมู่ชาววังยุคหลัง

และที่ไม่เอ่ยถึง ไม่ได้คือ "กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน" พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ที่ทรงพรรณนาอาหารไทยแบบชาววังได้อย่างถึงเครื่อง ยังคงท่องจำกันได้ถึงปัจจุบัน

อ.สุนทรีให้ความเห็นว่า อาหารชาววังใน ยุคแรกเกิดจากการรวบรวมของกินของชาวบ้านจากหลายท้องถิ่นรวมเข้าสู่วังหลวง ซึ่งของกินเหล่านั้นก็มาจากบรรดาเจ้าจอมที่มีหลากหลายเชื้อสาย

ไม่ว่าจะเป็นลาว เขมร หรือมอญ ผสมผสานกับทั้งอาหารไทย แขกหรือจีน พัฒนา จนเกิดเป็นตำรับเฉพาะตัวแบบชาววังให้สืบทอดกันมายาวนาน





ตำราอาหารเก่า





จนในยุครัชกาลที่ 5 ที่กิจการฝ่ายในเฟื่องฟู วังหลวงกลายเป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรม แต่ละตำหนักฝ่ายในของเจ้านายและเจ้าจอมต่างพัฒนาสูตรอาหารแบบลับเฉพาะของตน ซึ่งไม่อาจแพร่งพรายง่ายๆ

บรรดากุลสตรีสยามก็พากันเข้ามาศึกษาหาความรู้จากตำหนักต่างๆ ติดตัวออก แม้พระปิยมหาราช จะย้ายที่ประทับมายังพระราชวังดุสิตในช่วงปลายรัชกาล บรรดาฝ่ายในก็ย้ายตามมาด้วยเป็นอันมาก

พระมเหสีที่ทรงกำกับดูแลห้องพระเครื่องต้นของเสวยทั้งคาวหวานของรัชกาลที่ 5 คือ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ

ผศ.กอบแก้วเล่าว่า ฝ่ายในแต่ละพระองค์ ล้วนมีพระกระยาหารที่ทรงโปรดและรูปแบบการเสวยที่แตกต่างกัน อย่างสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีฯ ไม่โปรดอาหารที่มีการแกะสลัก เพราะทรงมัธยัสถ์ แต่โปรดให้พนักงานจัดมะเขือแตงกวามาให้เสวยเป็นผลๆ แทน

ส่วนอีกพระองค์ที่เป็นที่โดดเด่นในช่วงรัชกาลที่ 5 คือ พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ว่ากันว่าสูตรขนมจีนน้ำยา ของพระองค์นั้น มีรสชาติเยี่ยมกว่าที่ใด ขนมจีนน้ำยาสูตรนี้เล่ากันว่า ทำถวายรัชกาลที่ 5 ให้เสวยก่อนสวรรคตเพียงไม่กี่วัน

นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญการอาหารอีกหลายท่าน เช่น พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท เจ้าตำรับสายเยาวภา ม.จ.จงจิตรถนอม ดิศกุล ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ และท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร

กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 บรรดาเจ้านายต่างแยกย้ายไปตามวังเล็กวังน้อยทั่วพระนคร ไม่ได้อยู่รวมศูนย์เหมือนครั้งอดีต

สูตรลับตำรับชาววังจึงกระจัดกระจายออกไปตามที่ต่างๆ ให้ชาวบ้านได้ลิ้มลองกันมากกว่าเดิม มีการเปิดโรงเรียนสอนทำอาหาร นอกจากนี้ยังเกิดการพลิกแพลงพัฒนาให้เข้ายุคเข้าสมัยและคงเสน่ห์ดึงดูดนักชิมอีกด้วย

หน้า 5




ขอบคุณ ข่าวสดออนไลน์

คุณคนธ์พงษ์ ธนัชพงศ์จิระ

สิริสวัสดิ์อาทิตยวารค่ะ




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2558
0 comments
Last Update : 23 สิงหาคม 2558 11:42:14 น.
Counter : 1379 Pageviews.


sirivinit
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 224 คน [?]





/



2558

2556

2555

น้ำใจจากคุณ krittut 2554

2553


สิริสวัสดิ์วรวาร
เปรมปรีดิ์มานรื่นรมณีย์นะคะ ยินดีต้อนรับ
สู่บล็อกของคนใฝ่รู้ สำหรับผู้ใส่ใจใฝ่รู้ค่ะ

เชิญอ่านตามสบายนะคะ
มีดีๆให้คุณได้ทราบหลากหลายค่ะ

๑ - ๑/๑ ฉันรักในหลวง
๒.๓.๑๐.๑๕.๓๐.๒๔.๕๙.๖๓.๙๐.ธรรมะ
๔ - ๔/๑ รวมพลคนดัง
๕. ศาสนาพุทธสุดประเสริฐ
๖. ความรู้ทั่วไปในศาสนาพุทธ
๗. ๑๖. ประวัติศาสตร์
๘ - ๙/๑ ไม้ดอก ไม้ใบ
๑๑ - ๑๑/๑ เกม
๑๒.๓๗.๔๐-๔๓.๕๓.๗๕.๘๖.ศิลปะเทศ
๑๔ - ๑๔/๑. ๒๐๘. ข่าวคนดังเทศ
๑๘. ๑๙. ๒๒. ราชวงศ์ไทย
๒๐.๑๑๖-๑๑๖/๒ ๑๙๐-๑๙๐/๘ ละคร ทีวี
๒๑. ๓๑. ๒๐๘. ราชวงศ์เทศ
๒๔. นักเขียนไทย
๒๔/๑. กลอนชั้นบรมครู
๒๙/๑-๒๙/๔โปสการ์ดจากเพื่อนบล็อก
๓๓. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
๓๙.๑๘๑-๑๘๑/๗ สุธาโภชน์รสเลิศล้ำ
๔๑.๔๒.๕๐.๕๘.๖๐.๖๑.๘๖.มหาวิหาร
๕๗. ปราสาท พระราชวัง คฤหาสน์เทศ
๖๒. วัด
๖๕ - ๖๕/๑ การ์ตูน
๖๕/๒. นิทานเซน
๖๗. ความตายมาพรากให้จากไป
๖๙ - ๖๙/๒ สารพัดสัตว์
๗๔. สุนัข
๗๖. อุทยานสวรรค์
๗๗. ซูเปอร์แมน - แบทแมน
๗๘ - ๘๓. แสตมป์สะสม
๘๕-๘๕/๑ หนังสือสะสม
๘๗ - ๘๗/๒ ๒๑๕ ข่าวกีฬา
๘๙. ๘๙/๑ จีนแผ่นดินใหญ่
๙๐/๑ .ทิเบต
๙๑. จันทร์สูริย์ดารา
๙๒. สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า
๙๓ - ๙๓/๒ ภาพยนตร์
๙๔ - ๙๔/๓ ยานยนต์
๙๕ - ๙๕/๑ ดูดวง
๙๖ - ๙๖/๑ . ๒๑๑ วิทยาศาสตร์
๙๗ - ๙๗/๑.๒๐๙ แวดวงวรรณกรรม
๙๘. ภาพพุทธประวัติ
๙๙. ๑๒๗ - ๑๒๗/๑ ดนตรี
๑๐๑. ป้าย R สะสม
๑๐๒. บัตรภาพตราไปรฯสะสม
๑๐๓. DIY
๑๐๗/๑ เล่าเรื่องเมืองญี่ปุ่น
๑๐๘ - ๑๐๘/๑ หนังสือ
๑๑๓ - ๑๑๓/๑ บ้านสวย
๑๑๕. พระเครื่อง
๑๒๐. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๒๓. เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ
๑๒๕. เหรียญที่ระลึก
๑๒๕/๑ เหรียญสะสมต่างประเทศ
๑๒๕/๒ เหรียญที่ระลึกจังหวัด
๑๒๕/๓ ธนบัตรที่ระลึก
๑๒๕/๔ บัตรโทรศัพท์
๑๒๕/๕ กล่องไม้ขีด และอื่นๆ
๑๓๑.เรื่องสั้นชั้นครู"เจียวต้าย"
๑๖๔.บล็อกพิเศษ วันเดียวอั๊พ 100
เอนทรี่ ให้คุณป้า"ร่มไม้เย็น"ชม
๑๙๐/๓ เรื่องย่อละคร
๑๙๓. คดีเขาพระวิหาร
๒๑๒. ศิลปะ
๒๑๗. วิถีแห่งอำนาจ บูเช็กเทียน
๒๑๗/๑.วิถีแห่งอำนาจ เจงกิสข่าน
๒๑๗/๒.วิถีแห่งอำนาจ จูหยวนจาง
๒๑๗/๓.วิถีแห่งอำนาจ ซูสีไทเฮา
๒๑๗/๔.วิถีแห่งอำนาจ หงซิ่วฉวน
๒๑๗/๕.วิถีแห่งอำนาจ แฮรี่ พอตเตอร์

ข่าวทั่วไปล่าสุด บล็อกล่างสุดค่ะ

เปิดบล็อก 1 มกราคม 2552



free counters
08.27 - 250811

207 flags collected 300316



Friends' blogs
[Add sirivinit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.