Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
O โคลงนิราศหริภุญไชย...O

.


ผู้แต่ง: ไม่ปรากฏ

โคลงนิราศหริภุญชัยเป็นวรรณกรรมล้านนาในยุคอยุธยา ฉบับที่นำมาลงในนี้มีสองฉบับ คือฉบับอยุธยา(ฉบับหอสมุดฯ)ที่ดัดแปลงมาจากต้นฉบับแล้ว และฉบับล้านนา(ฉบับเชียงใหม่)ซึ่งยึดตามต้นฉบับของทางล้านนา
.
.
.
ฉบับอยุธยา (ฉบับหอสมุดฯ)
.
.
.
๑. กชกรต่างแต่ตั้ง - - ศิรษา
นบพุทธธรรมสาวกา - - แผ่นเผ้า
สนำสลูเบิกนามมา - - ขอมเรียก รักแฮ
ไทด่ำบลเมิงเป้า - - ผ่านไว้วิวรณ์ ฯ
.
กชกร-มือต่างดอกบัว กระพุ่มมือ
สิรสา-ศีรษะ
ผ่านเผ้า-พระเจ้าแผ่นดิน
สนำสลู-ปีฉลู สนำ คือ ฉนำ-ปี
เบิก-นำมา
ไทด่ำบล-ไทยตำบล-หนไทย คือ วิธีนับปีแบบไทยเดิม รอบละ ๖๐ ปี เช่น
เมิงเป้า ตรงกับปีฉลู นพศก คือ พ.ศ. ๒๐๖๐ หรือจุลศักราช ๘๗๙ ไจ้ (ชวด) เป๊า (ฉลู) ยี (ขาล) เม้า (เถาะ) สี (มะโรง) ไส้ (มะเส็ง) ซง้า (มะเมีย) เม็ด (มะแม) สัน (วอก) เล้า (ระกา) เสด (จอ) ไก๊ (กุน)

และท้ายศก เมื่อเทียบกับจุลศักราชแล้ว เอกศก หรือเลขท้ายปีจุลศักราชเป็น ๑ ตรงกับ กัด ๒-กด ๓-รวง ๔-เต่า ๕-กา ๖-กาบ ๗-ดับ ๘-ระวาย ๙-เมิง ๐-เบิก ปล่าน ป ควบกับ ร เป็น ผ

ฉบับหอสมุดฯ จึงเป็นผ่าน แปลว่า ทำ หรือแต่ง เช่น แปงป่านไว้สอนปชา
ชู่ผู้-จากวิทูรสอนหลาน
แปง-แปลง
ทำ -สร้าง
ชู่ผู้-ทุกคน

โคลงที่ ๑๘๐ ในโคลงนิราศหริภุญชัย ว่า ปุนขะสดป่านแปงทูล ทิพอาช ญาเอ่ แปลว่า น่ากำสรด (จึง) แต่งเรื่องนี้ถวายนาง ปล่านไว้ ห. และ ร. ว่าเป็น หว่านไหว้
วิวรณ์-การแสดง
อรรถ-ข้อความ
.
พนมมือขึ้นเหนือหัวไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และพระเจ้าแผ่นดิน ปีนี้ปีฉลู นำชื่อมาจากพวกขอม แบบไทยเรียกปีเมิงเป้า แต่งไว้เพื่อแสดงถ้อยคำอันเพราะพริ้ง
.
.
.
๒. อาสยุชมาสด้วย - - สิบเอ็ด
เม็งแม่นภูโมเม็ด - - เนตรบ้าง
จักสลายกาพย์กลอนเขบ็จ - - สาโรช รักแฮ
ปางพิรามรสร้าง - - จากเจ้าเจียนสลาย
.
อัสสยุชมาส-อัศวยุช เดือนสิบเอ็ด
ค้อย-คล้อย
มิด-มืด
เม็ง-มอญ
แม่น-ถูก ตรงกับ
ภุมโม-วันอังคาร
เม็ด-ชื่อวันหนไทย นับเป็นรอบ รอบละ ๖๐ วัน ชื่อซ้ำกับปี เช่น มีปีเมิงเป้า ก็มีวันเมิงเป้า ดูคำ ไทยด่ำบล ในบทที่ ๑
บ้าง-แหว่ง เช่น จารึกพ่อขุนรามคำแหง ว่า วันเดือนบ้างแปดวัน ได้แก่วันแรม ๘ ค่ำ เนตรบ้าง หมายถึงพระจันทร์แรม
สลาย-แต่ง
เขบ็จ-ขบวน
สาโรช-สารโอชะ ข้อความอันไพเราะ
ราม (ไทใหญ่) -ร้าง เช่น
นาฮาม-นาร้าง
เจียน - จาก โบราณใช้ จากเจียน คู่กันเสมอ บางท่านแปลว่าจากไปนาน โดยถือว่าเจียนมาจากจิร คือ นาน แต่จากทวาทศมาส บทที่ ๔๒ วันเจียนสุดาพินท ภักเตรษ จะเห็นได้ว่า เจียน ตรงกับคำว่า จาก
สงาย-ฉงาย-ไกล
.
เดือนสิบเอ็ดล่วงไปสิบเอ็ดค่ำเดือนมืดพระจันทร์แรม มอญเรียกว่า วันอังคาร จะบรรยายเป็นกาพย์กลอนอันไพเราะยามเมื่อพี่เริศร้างนางไปห่างไกล
.
.
.
๓. ศุภสารเรียงร่ำถ้อย - - คราวคราน
หริภุญชัยเชษฐ์สถาน - - ธาตุตั้ง
สารพัดเขตขาพาล - - พังด่ำ บลเทอญ
ยามม่อนมั่วรสยั้ง - - จุ่งตั้งสดับสาร
.
ศุภสาร-ถ้อยคำอันไพเราะ
ริร่ำ-พรรณนา
คราน-เคลื่อนไป
หริภุญชัย-ลำพูน
เชษฐ์-พระพุทธเจ้า
ธาตุ-พระเจดีย์ (ถิ่นพายัพ)
จักราพาล-ปริมณฑล จักรวาล ฉบับหอสมุดฯ เป็นขาพาล เพราะจักราอ่านเป็น จักขา ต่อมา จัก หล่นหายไป
ม่อน-ตัวฉัน เช่น ตัวม่อนน้อยจักกล่าวคำไข
มัวรส-มึนเมารสรัก
ยั้ง-หยุด
.
ข่าวสารอันเสนาะเรียบเรียงขึ้นเมื่อเดินทางไปเมืองลำพูนอันเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์พระพุทธเจ้า ผ่านเขตแดนหลายบ้าน เมื่อพี่มึนเมารสรัก จงตั้งใจฟังข่าวสารเถิด
.
.
.
๔. สงสารทุกข์แต่งตั้ง - - อื่นฉงน
นิราศสัตวชน - - กล่าวได้
จักริร่ำยุบล - - บำราศ นุชนี
เป็นคะโลงหื้อให้ - - โลกแจ้งใจคะนึง ฯ
.
สงสาร-การเวียนว่ายตายเกิด
สงน-ฉงน ไกล (ดูบทที่ ๑๔๖)
สัต-ดี งาม
กว่า-ไป
ยุบล-ข้อความ เรื่องราว
กันโลง-คะโลง-โคลง
หื้อ-ให้
คะนิง-คะนึง
.
การเวียนว่ายตายเกิด (ความปรวนแปร) เป็นไปตามแต่ฟ้าและพระอินทร์จะบัญชา (?) จึงทำให้ต้องจากผู้ที่ดีงามไปไกลได้ จะเขียนเรื่องจากน้องเป็นโคลงเพื่อให้โลกรู้ถึงความคิดในใจ
.
.
.
๕. ดวงเดียวดูยิ่งฟ้า - - อัปศร
เป็นปิ่นกามาวจร - - เจื่องเจ้า
บุญบาปแต่ปางก่อน - - ทักทำ นายนี
แสนชาติยังยั้งเฝ้า - - จึ่งล้วนลุคะนึง ฯ
.
ดวง-เป็นลักษณนามโบราณ ในไตรภูมิพระร่วงใช้กับ ขนมต้ม แหวน ไข่ ดอกบัว ดอกไม้ พิณ ทวาทศมาสใช้ ดวงเดียว แทนผู้หญิง คือ นางเดียว เช่นเดียวกับบทนี้
อัปสร-นางฟ้า
กามาวจร-โลกแห่งกามมี ๖
จิ่ม-ด้วย
เจื่องเจ้า-เชื้อเจ้า เช่น โอรสเชื่องเจ้า องค์เชื่องชั้น
จอมเมืองเชื่องไท้-จากเรื่องปลาตะเพียนทอง บา แปลว่า ชายหนุ่ม แต่ในที่นี้ บุญบา ตัดมาจาก บุญบารมี ห. และ ร. บุญบาแต่ปังกร (พระพุทธเจ้าทิปังกร)
ตำนวาย-ทำนาย ชี้บ่ง
ยั้ง-หยุด
ลุน-หลัง เช่น ภายลูนปูนหลัง-ศิลาจารึกสุโขทัย
.
นางเดียวสวยยิ่งกว่านางฟ้า เป็นยอดในโลกแห่งกาม เป็นเชื้อกษัตริย์ บุญบารมีที่สะสมไว้แต่ชาติก่อนๆตั้งแสนชาติยังรออยู่จนมาทันกันหรือ จึงได้สมกับที่คิดไว้ในภายหลังนี้
.
.
.
๖. ดวงเดียวอาสาศเสี้ยง - - ภัทรกัป
ทั้งสี่สรรเพ็ชญ์ลับ - - ล่วงแล้ว
อาไรยมีทันผับ - - วรศาส นาแฮ
เจียนจุ่งละน้องแก้ว - - ก่อนแล้วดุสิดา ฯ
.
ดวงเดียว-องค์เดียว หมายถึงพระพุทธเจ้าที่เหลืออีกองค์เดียวในภัทรกัปนี้ (ดูบทที่ ๕ ประกอบ)
อาสาศ-น่าจะเป็นอ้าศาสน์ ถ้าเป็น อาสาทน แปลว่า บรรลุถึง ภัทรกัป-กัปที่มีพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ เช่น กัปปัจจุบันนี้
สรรเพ็ชญ์-หมายถึงพระพุทธเจ้า
อาไรย-หมายถึง พระศรีอาริยเมตไตรย สันสกฤตใช้ อาเรยย แผลงเป็น อาไรย ได้ บทที่ ๑๕๓ ใช้ว่า ยังพระอะไรยนาน ลงโลก นี้นอ
รับ-คงเป็นคำเดิมในโคลง แต่ทางใต้มาแก้เป็น ผับ ภายหลัง เพราะเห็นว่าสัมผัสซ้ำกับบรรทัดบน ซึ่งแต่เดิมยอมให้ใช้คำซ้ำได้ เช่นตัวอย่างบทที่ ๑๖๐ ผับ-ทั่ว ถ้วนเหมือนในบทที่ ๑๑๔
จงจิ่งลุ-จึงตั้งใจให้ถึง
เจียน-จาก
ดุสิดา-นางสวรรค์ชั้นดุสิต
.
พระพุทธเจ้าทรงล่วงลับไปแล้วสี่พระองค์ ยังเหลืออีกองค์เดียวก็จะสิ้นศาสนาในภัทรกัปนี้ พระศรีอาริย์ยังไม่ทันรับช่วงศาสนา พี่จึงตั้งใจให้พบนางซึ่งงามประดุจนางสวรรค์ชั้นดุสิตเสียก่อน (เมื่อถึงสมัยพระศรีอาริย์แล้วจึงจะมุ่งไปนิพพานต่อไป)
.
.
.
๗. ดวงเดียวดีซ่อนไว้ - - หว่างวรรค
เขาะขอดหทัยลักษณ์ - - หล่อน้อง
หทยังมีฝัก - - ฝังพี่ ทิพเอย
เห็นแห่งอวรโน้นข้อง - - ขอดผี้พัทมาร ฯ
.
ดวงเดียว-นางเดียว (ดูบทที่ ๕)
ดี-สมควร
วักษณ์-ทรวงอก
เขาะขอด-ทุ่มเทให้หมด
ขอด-ทั้งหมด ขูดจนเกลี้ยง
ร่อ-บางฉบับเป็น ล่อ ฬ่อ แปลว่า ด้วย กับ ใกล้
หทยัง-หทัย
ฝัก-ฝักใฝ่
ทิพ-ชื่อนางศรีทิพ
หนแห่ง-แห่งหน
ทาง อวร- หมายถึง ตัวนาง
โพ้น-โน้น
ข้อง-คล้อง ผูก
ขอด-ทุ่มเท
พรี้-พี้ นี้ บางฉบับเป็นพื้น ร. ว่าเป็น พี้ ล. ว่าเป็น พื้น
พัตตมาน-บางฉบับเป็น ปัตตมาร น่าจะเป็น
พัทธ์มาน-ผูกพันใจ ร. ว่าเป็น พัทมาลย
.
นางเดียวสมควรซ่อนไว้หว่างอก ทุ่มเทหัวใจรักอยู่ใกล้น้อง ใจพี่ยังฝักใฝ่ฝังใจอยู่กับศรีทิพ ผูกพันใจคล้องอยู่กับนางที่อยู่ห่างไกลโน้น และผูกอยู่ทางนี้
.
.
.
๘. บุญญะมีมาศมื้อ - - ผลคุณ
ขงเขตในนพบุร - - โยกย้าย
เดินถวิลแห่งหริภุญ - - ชัยเชษฐ์ ชิดแฮ
นบธาตุพระเจ้าผ้าย - - แผ่นค้อมคุงชเล ฯ
.
ปุณณมี-วันเพ็ญ
มื้อ-วัน (อีสาน) คราว
ผลคุณ-เดือนสี่ เป็นวันเดินทางแล้วกลับมาแต่งโคลงในเดือน ๑๑
ขงเขต-บริเวณ ปริมณฑล เขตแดน เช่น ขงเขตวัด-บริเวณวัด
นพบุร-เชียงใหม่ มีชื่อเต็มว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
ยกย้าย-กวีทางเหนือนิยมใช้กันเสมอว่า ยกย่างย้ายเทียวเดิน
ค้อม-อ้อม
คุง-ถึง เช่น คุงฟ้าคุงดิน
ชเล-ทะเล น้ำ
.
วันเพ็ญเดือนสี่ พี่เดินทางจากเมืองเชียงใหม่มุ่งไปสู่ลำพูน เพื่อจะไหว้พระเจดีย์พระพุทธเจ้าตามทางซึ่งโค้งจนถึงแม่น้ำ
.
.
.
๙. ชลไพรผงแผ่นพื้น - - บนบด
พายลุ่มปานจักรกรด - - เชือกขว้ำ
พาชีดำเรียรถ - - จรเชือก ชักแฮ
ขงน่านเรือร้อยล้ำ - - ไขว่ขว้างขวางนที ฯ
.
ไพร -ริม
ชลไพร-ริมน้ำ ส. ว่าน่าจะเป็น ชนไป คนไป
บด-มืด บังแสง
ภายลุ่ม-ภายใต้
เขือก-โกลาหล วุ่นวาย (อีสาน) อาจตรงกับเกลือก เกรงว่า
ดำเรีย-ตำเรย-ดำไร คือช้าง ในหนังสือสดุดีสมเด็จพระนารายณ์ว่า ใช้ควาญตำเรียไปคล้องช้าง
รถ-เกวียน
ชอน-เทียม ผูกเข้ากับ เช่น ม้าชอนรถ (ออกเสียงว่า ม้าจอนรถ) ร. เป็น รถ จรเชือก ชักเอ่
ขุง-ขง-อาณาเขต น่านน้ำ (ดูบทที่ ๕๓ ด้วย)
ร้อยล้ำ-กว่าร้อย ส. ว่าเป็น ลอยล้ำ
ขว้าง-ขวาง ห. ว่าเป็น คว้าง
.
ริมน้ำขุ่นจนมองไม่ทะลุลงไป แต่ข้างล่างน้ำเชี่ยวดังจักรกรด วุ่นวายจนจะพลิกคว่ำ ช้างม้าผูกเชือกติดกับเกวียนดึงไป น่านน้ำมีเรือกว่าร้อยลำขวักไขว่ขวางแม่น้ำ
.
.
.
๑๐. นบวรเชฐสร้อย - - สิหิงส์
ลาเทพเบญจาจริง - - จึ่งผ้าย
เชิญวานเทพดลถลิง - - ถลากระหม่อม เรียมเอย
เทาดำเนินเยื้อนย้าย - - พร่ำพร้อมเดินเดียว ฯ
.
เชษฐ์-หมายถึงพระพุทธเจ้า
ช้อย- ส. ว่ามาจาก สร้อย แปลว่างาม
ศรีสิงห์-พระพุทธสิหิงค์ ทางภาคเหนือเรียกว่าพระสิงห์
สา-ไหว้ ตัดจากสาธุ
แปง-กระทำ
เบงจา-เบญจา ตัดจากเบญจางคประดิษฐ์ ในนิราศพระราชนิพนธ์กรมพระราชวังบวรฯ ใช้ว่า พอถึงที่อุโบสถน้อม เบญจางค์
ดล-ถึง
ถลิงถลา-รีบด่วน ตราตรึง
บา-ชายหนุ่ม
เทา-เดิน
เยื้อนย้าย-เยื้องกรายเป็นขบวน
พร่ำพร้อมเดินเดียว-ทั้งสิ้นคนเดียว
.
ไหว้พระพุทธสิหิงค์ (ซึ่งอยู่ที่วัดพระสิงห์) กระทำเบญจางคประดิษฐ์ แล้วจึงเดินทางไป เชิญเทพช่วยส่งข่าวถึงนางซึ่งตราตรึงกระหม่อมของพี่ด้วย (คุณวิจิตร ยอดสุวรรณ แปล ถลิงถลา ว่า ปกป้อง) พี่เดินไปรวมทั้งสิ้นคนเดียว เชิญวานเทพดล- ล. ว่าเป็น วานดลเจตใจ
.
.
.
๏ ลาถึงปราสาทสร้อย - - สิงห์สอง
โอนต่ำลุงทิพทอง - - ที่อ้าง
เบญจาจำเนียรปอง - - ปดต่ำ งนรา
จากจ่ำเลวแล้วร้าง - - ราศนั้นฤๅดี ฯ


๏ ธรยูคีรีเกิดใกล้ - - ผาเกียร
สามสี่อาวาสเจียน - - จิ่มไหว้
กุศลที่ทำเพียร - - พบราช เดียวเอย
มิใช่จงหวังได้ - - แต่พื้นรสดล ฯ


๏ กุฎารามรวดด้าน - - หลังเหลียว
ถวายกระพูมมือเทียว - - หว่านไหว้
ทำบุญเพื่อผลเยียว - - ผัสแม่ นาแม่
ถึงถาบอุปแปนได้ - - แต่ซ้ำปรารถนา ฯ


๏ เห็นหอมังราชเจ้า - - สูงศักดิ์
ยังบลืออารักษ์ - - ราชไหว้
อังเชิญช่วยพิทักษ์ - - เทียมพี่ คะนึงนา
ยามม่อนมัวเกลียดใกล้ - - ร่วมเร้าชัยบาน ฯ


๏ อารักษ์อาราธน์เรื้อง - - มังราย ราชแฮ
เชิญส่งศรีทิพนาย - - หนึ่งร้า
เทียวทุงพี่จักถวาย - - เป็นส่วน บุญแฮ
จูงจ่องเมื้อเมืองฟ้า - - เสพสร้างสุราลัย ฯ


๏ มหาอาวาสสร้อย - - สี่สถาน
ชิมรูปองค์อุปปาน - - เลิศหล้า
อมรกฎค่าควรปาน - - บูรหนึ่ง
ถวายพระนามน้อมหน้า - - เพื่อไท้นารีรมย์ ฯ


๏ อัษฎารสแรกสร้าง - - สูงประทาน
เทียฆแทบตนทรมาน - - เมื่อเนิ้น
เหมือนพระวรโพธิญาณ - - ยังโลก นี้นอ
ปดดำเนินนี้เทิ้น - - เทื่อนี้มัสการ ฯ


๏ สององค์อมเรศเอื้อม - - อุตร
ยุกขราชถือขรรคา - - ฝ่ายใต้
เรียมวานเทพวรา - - รักษ์ราษฎร์ มวลแฮ
เสียงล่ำเพียงเกลี่ยใกล้ - - ช่วยค้ำชูเรียม ฯ


๏ นบเชษฐแซงซ่างไซร้ - - ถลาถลิง รวดแฮ
บหุ่งเห็นทิพยิง - - ยิ่งผ้าย
เททรวงกรรแสงสวิง - - มัวราช นักเอย
เสน่ห์บาดอกซ้ำร้าย - - ร่างแต้มถึงถวิล ฯ


๏ ลลินลุแล้วเล่า - - ศาลา เลิศแฮ
ครองคู่สายเสน่หา - - แห่งหั้น
วรลักษณ์เลิศสวรรคา - - เทพทิพ เรียมเอย
สามแผ่นผืนใดดั้น - - พี่ด้นหาอวร ฯ


๏ มรรคาทวารทอดตั้ง - - อาราม หนึ่งแม่
เป็นปิ่นบูรีนาม - - ฟ่อนสร้อย
ดวงเดียวหนึ่งนิศยาม - - สนิทเชฐ ชิดแฮ
ปอมแปกนุชเนื้อน้อย - - เลิศผู้ผิดองค์ ฯ


๏ จากเจียรช่อฟ้าลาศ - - ลงดิน แด่ฤๅ
มุขมาศนาสายิน - - ยิ่งแต้ม
ยามยลพี่จะถวิล - - ถวายอำ รุงเอย
ไขโอษฐ์ดินฟ้าแย้ม - - พี่แย้มยังทรง ฯ


๏ จงไปปราสาทฉ้อ - - อัษฎา
บุญจึ่งลักกุนา - - รอดเรื้อง
เชียงส่งพี่ส่งหา - - เยาวยอด ยิ่งแฮ
ซอมชอกตาทุกเบื้อง - - บ่ได้ดลพงา ฯ


๏ ลุถึงเชียงใหม่หม้า - - ทวารทอง
เวียงวาสปราการสอง - - เขื่องขั้น
เหราเฟือดฟัดฟอง - - คือค่าย งามเอย
หอเลิศเลยต้ายตั้ง - - ข่ามข้าศึกแสลง ฯ


๏ มเหศักขสาดไท้ - - ทิพทวาร ท่านเอย
เชิญช่วยโปรดอันผ่าน - - เจตชู้
บเห็นพี่รักคราน - - ใจเช่น ชั้นนี้
เมื่อข่าวไขน้องรู้ - - ร่วมเบื้องยาถนอม ฯ


๏ หวังเห็นเช่นชม่อยหน้า - - บุญหนา
วานเทพสมสนองรา - - รีบร้า
เททวนปั่นปองบา - - อกบ่า บินแฮ
ปดต่ำงนไว้ข้า - - ข่าวน้องนำสนอง ฯ


๏ บุรีทวารต่อตั้ง - - สมสถาน
นามชื่อศรีมหาทวาร - - รวดเรื้อง
ทนทุกข์ทิวานาน - - บน่อย ทวงเอย
ขวัญขาดยังข้อนเบื้อง - - บาปห้อยเห็นอวร ฯ


๏ พ้นง้อมงามเงื้อมใกล้ - - สุสาร
เรียมบังคมชิตมาร - - เจื่องเจ้า
ทุรังสิ้นศิลบาล - - บใคร่ รักเอย
ก็ใช่จงจักเฝ้า - - เทพท้าวเองอวร ฯ


๏ ลุถึงเถียงเส่าสร้อย - - ศรีเสถียร
อัศว์ด่ำเรียรถเกวียน - - คืดเกล้า
ไทเห็นอุพาเจียน - - จันแม่ มาแฮ
ยลใช่ชีพิตเข้า - - พี่ห้อยหฤทัย ฯ


๏ เรียงนันอาวาสแก้ว - - กุฏิคำ
ทุกค่ำงนเรียมจำ - - เจตไหว้
เทพาพิทักษ์ทำ - - พุทธศาส นาเอย
จำเจตนงค์น้องไว้ - - รีบร้างคนเดิน ฯ


๏ อารามเรียงรุ่นหั้น - - เงางาม
เป็นปิ่นบุรีนาม - - น่างรั้ว
บเห็นนาฏนงราม - - บวรสวาท สยบเอย
ทั้งชื่อชีพิตกั้ว - - โลกนี้นามนิพาน ฯ


๏ ทวารทองเริ่มเขื่อนขั้ง - - ศึกแสลง
รุตราชรังสรแปง - - หม่ายหม้า
จันถึงพี่ยังแยง - - หาแม่ นาแม่
บจวบโฉมสร้อยฟ้า - - ไต่เต้าตามเรียม ฯ


๏ ด่าวนี้พ้นบั้งบาด - - บุรี นาแม่
รถราชพันรังสี - - ส่องหล้า
ไหวกงแกว่งเกวียนจี - - วางเมฆ มาแฮ
เชิญช่วยดับทุกข์ข้า - - ที่ร้างรามสมร ฯ


๏ รถทองเทียมแทบเอื้อม - - อุสภา
มิอาจจักคณนา - - เนกได้
หางยูงเยื่อนอาภา - - เพยเพิก งายเอย
ลางช่อปักหื้อให้ - - กล่อมเกี้ยวเวถี ฯ


๏ พริพัดโคมคู่ห้อย - - ดึงดัง
พัดใหม่ไหมขาวทัง - - แอกอ้อม
หงส์ทองทอดคลานคลัง - - กับโทก เทียมเยอ
เรืองร่วงวางวัดส้อม - - แส่วเส้นสานี ฯ


๏ ลาเจียนชม่อยเนื้อ - - ทิพมาลย์
ชลิ่วแลนงคราญ - - คร่าวถ้า
เต็มเลงอื่นใครปาน - - หัทเยศ เดแม่
เจียรบรู่เนื้อผ้า - - มิผู้ใครยล ฯ


๏ อุทยานท่านถากสร้อย - - สวนสนิท
ชล่ำลายเลยติด - - ลูกล้อม
จุกจ้นจ่ำลองขวิด - - เกวนมาก มีแฮ
หนักหน่วงเนืองเนื่องค้อม - - กิ่งก้านปัฐพี ฯ


๏ จำปาบุนแบ่งสร้อย - - สบารงา
เหลืองหล่นเต็มฉายา - - คู่เค้า
ปุนเด็ดกีบกับสา - - ลายแลก อวรแฮ
สีเสียดแสนซ้ำหล้า - - เปลี่ยนป้อนปันฉลา ฯ


๏ มาเทินจักยื่นไม้ - - มาลถวาย
แถวท่องเวถีสาย - - เกศเกล้า
เหมือนนางกิรีถวาย - - ทัดเมื่อ รมย์นา
หลากหลากหลายเล่ห์เร้า - - ร่วมชู้ชมผกา ฯ


๏ กวาวกวิวอโศกสร้อย - - สุมสุก
อวนอ่อนแกมใบทุก - - กิ่งก้าน
บเห็นนิรมรุกข์ - - ยังร่ม ยังแฮ
เห็นดอกดวงไม้ม้าน - - ยิ่งม้านอกเรียม ฯ


๏ พระสูรส่งสัตว์สิ้น - - เชยเชย
ลำง่างอนเสลยเสลย - - สว่างร้อน
อกบาบ่เหยเหย - - หายเหื่อ ทิพเอย
ยังค่ำเคาทุกข์ข้อน - - ขอดข้อนขวัญสลาย ฯ


๏ ยลใครยังร่วมชู้ - - ชมเมีย ม่อนแฮ
ถวายกลิ่นกับดวงเพีย - - เพื่อนน้อง
เองเดียวทุราเสีย - - สายเจต นี้นอ
ตายบ่ตายนี้ข้อง - - ขาดแล้วยังใย ฯ


๏ รถทองยังยื่นร้อย - - เรียงกง
เวหาสเห็นธุลีลง - - ลุ่มเท้า
อกเรียมบิ่นเป็นผง - - ยับย่อย ยุบเอย
ชลิ่วเลวแลงเจ้า - - จิ่มชู้ชาทอง ฯ


๏ ยังนึกหน้าน้องนาฏ - - นงราม
เจียนจากถึงกุมกาม - - ก่อนแก้ว
บเห็นพงางาม - - เทาทะง่อง ถูเอย
แสนล่ำกงื้อแอ้ว - - ใช่อั้นอรทอง ฯ


๏ อารามรมเยศเมิ้น - - มังราย
นามคู่คำหลวงหลาย - - เช่นท้าว
หกสิบเสียมผู้ยาย - - ยังรอด รามแฮ
แปงคู่นุชน้องเหน้า - - นาทโอ้โรทา ฯ


๏ ชันพิมพ์เพิ้งเจตสร้าง - - สมาธี อยู่แฮ
โอ้อำรุงเรียมรี - - ร่ำไหว้
ขอพรอาที - - เทียมพี่ คะนึงรา
สองเสร็จถวายให้ได้ - - แค่ซ้อนสิเน่หา ฯ


๏ ธาดามังราชเจ้า - - จุพาลักษณ์
สาส่วนเป็นอารักษ์ - - ใฝ่เฝ้า
อังเชิญส่งสารอัคร - - ชาเยศ มารา
เป็นดังฤๅร้างเจ้า - - จากช้าใครโลม ฯ


๏ ดั่งฤๅร้างแก้วก่อน - - คำสัง
รอยแม่งสารีรัง - - นิราศรื้อ
บพิตรพระเมืองมัง - - รายราช รักเอย
เชิญต่านวายนั้นหื้อ - - ค่อยแก้คำสนอง ฯ


๏ อรรณพขวางขั้นขอบ - - พิงเพิง รอดเอย
ผืนแผ่นลุยลงเลิง - - ลวดยั้ง
คองเห็นพี่รักเทิง - - ใจเช่น ครานี
ยลอื่นใส่เศียรตั้ง - - ต่อไว้วรรคเรียม ฯ


๏ นทีหันแห้งไป่ - - พอเรือ
เกียนกว่าชุมชนเผือ - - ว่งหว้าย
สารถีสั่นสายเยือ - - ยังเชือก ชักแฮ
ดักค่วนคุงค่าท้าย - - ถีบพ้นปาระเลือม ฯ


๏ วานไม้เมื่อข่าวน้อง - - ขอไข
เหลือหล่นบกบางใบ - - กิ่งก้าน
บเห็นภิรมย์ใจ - - เจียนจาก ห้องเฮย
เห็นโบกใบไม้ม้าน - - เยี่ยงม้านมโนเรียม ฯ


๏ ม่อนยังยั้งหั้นร่ม - - เรียงรึก
วานเทพทั้งไพรพฤกษ์ - - น่าน้อง
โพคินทั่วทังทึก - - แถวน่าน นี้แม่
เชิญส่งสารพื้นพ้อง - - ข่าวข้าขอยิน ฯ


๏ น่านน้ำขลุงน่านน้ำ - - เขินขุน
อกชเลยังวุน - - เล่าแล้ง
อังเดิรหากอาดุร - - แดเดือด รสแฮ
เห็นหาดหนหั้นแห้ง - - เยี่ยงแห้งแถวถนอม ฯ


๏ พระไทรเจ้าไม้มุ่ง - - เมืองคู่ แดรา
ปดที่ทนทุกข์ทู - - เรศแจ้ง
จักกินมิได้กู - - ระนาพี่ เทานอ
วาเยศยังไล่แล้ง - - ลอดแล้งอกเรียม ฯ


๏ คณารถเร้นร่ม - - เต็มไพร พี่แม่
ปานค่อยชมพูไพ - - น่านน้อง
ยลคืนชั่วพิสัย - - ตาเล่า ยังแฮ
ละเลิ่นเป็นถ้อยถ้อง - - เผ่าย้ายยินประเหียน ฯ


๏ ชุมชนชมชื่นเหล้น - - ธารา
สาวบ่าวลงสนามปา - - โมชย้าย
สาอวรอรวนิดา - - โดยพี่ มานี
จักจ่องจูงน้องผ้าย - - อาบอ้อยชมชล ฯ


๏ เผ่าสลวยสะอาดเท้า - - เทิงเลียง
เหมือนเมื่อพี่ชนูเมียง - - มุ่งเหยี้ยม
พัตรทองท่ำนงเอียง - - องค์อ่อน งามแฮ
บังอาจปานแสร้งเสี้ยม - - แต่ฟ้าสลายเหลา ฯ


๏ ลาพระประเทศขว้าง - - ขุงลมิง มิ่งแฮ
เปี่ยวเป่งสุรินทยิง - - ยิ่งร้อย
พนิดาแต่ถริง - - ตากระหม่อน เรียมเอย
มาด่วนดับทุกข์ข้อย - - ข่าวเยื้อมยังทอง ฯ


๏ แม่เมือห้องฟากฟ้า - - ใดที่ พู้นฤๅ
ฤๅบดลปัฐพี - - พี่ฟ้อน
ขุนเขาอุมาศรี - - ไทแม่ เอาฤๅ
จำพึ่งอนแล้วม้อน - - มาดม้อนอาลัย ฯ


๏ ทิพญาโจมหอบอู้ม - - เอาอวร อ่อนฤๅ
ฤๅบมาสมสงวน - - เพื่อนค้อย
บเห็นส่ำบุนปวน - - บรเมศ เมินแฮ
ซอมซ่อตาแห่งห้อย - - หากแล้งเลงดาย ฯ


๏ กวาวทองทังช่อช้อย - - สิมพลี
หลายหล่นเต็มปัฐพี - - แผ่นหล้า
ยลบนหมู่ปักษี - - แสวงเสพ ชุมเอย
ตายชื่อลางแล้วกล้า - - มิได้เชยชม ฯ


๏ สาลีรักร่ำถ้อย - - ถึงแล แลแม่
ฦๅริตเสียงซอแซ - - ซ่ำซ้ำ
ชิงดวงดอกจอแจ - - เถียงถ่อง กันนา
ร้อยร่างเสวยรสน้ำ - - ดอกนั้นนารีรมย์ ฯ


๏ ฉายาเพยียไผ่ผุ้ง - - เหลืองหลาย
สูรส่องยังรายราย - - ร่มช้า
ฟังบนโบกสลายสลาย - - เสียงสวาสดิ์ ลมแฮ
ปุนพี่ยังยั้งถ้า - - ถ่อมถ้าถึงนิรมย์ ฯ


๏ จรทิตเทิงต่อหั้น - - ลองแหลง
ข้อเขื่อนเข้าปูกแปง - - ไต่เต้า
ทิพโสภิตยังแยง - - หาสู่ ยามเอย
มาม่อนเรียงรสเข้า - - ถ่านี้เรียงเรียม ฯ


๏ อารามยังยิ่งร้อย - - เรียงหลัง
สองตาบมักคาฝัง - - ค่นค้าน
รอยเดิมแต่ยามยัง - - งามเงื่อน รัดเอย
เป็นที่พระเจ้าจ้าน - - เสพสร้างวิริยา ฯ


๏ มัจฉะยาเยศร้อย - - ดวงแด แดเลย
พิษกำเดาปวนแปล - - พรากชู้
พานุชว่ายยามแปร - - เกวียนกว่า ป่นเอย
แกมก่ำเดาข้าผู้ - - เร่นร้อนรนทรวง ฯ


๏ ลุถึงยางหนุ่มหน้า - - หนักทรวง อยู่แฮ
คิดถ่องถึงทิพดวง - - ดอกฟ้า
รอยต้นรุนรสรวง - - สวนเทพ พูนฤๅ
ฤๅบยลเยื้อนข้า - - ข่าวเยี้ยมยังทวง ฯ


๏ เนสาทผาดเผ่นผ้าย - - เผาไพ พี่แฮ
พระพรึบเสียงฟองไฟ - - เฝ่าฟุ้ง
อลพฤกษ์พนาลัย - - สายเจ๊ด ม่อนแฮ
รักเทพดาดินดุ้ง - - เดือดดุ้งอกเรียม ฯ


๏ สิมพลีวันแว่นผ้ง - - ผาผกา ดิฐแฮ
เพลิงพลุ่งเพียงสาขา - - ล่าล้อม
ติณังแฝกเฝือคา - - คมบาด งามแฮ
แขมขวากเลาอ้ออ้อม - - ดุจอ้อมอกเรียม ฯ


๏ พฤกษาส่างต้นงอก - - เงยโงะ
เขียวเคิบคุยพลันโพละ - - พลิบไม้
บูนบสกลร่างร่วมโระ - - อกพี่ เพานอ
นิราศเลียงร่อนไร้ - - เร่งร้อนไฟลน ฯ


๏ ททิพรสซอบซอบนี้ - - รมเรียม ราศเอย
เจบจ่ำงือทวงเจียม - - จากเจ้า
จักเอาอันใดเทียม - - ตามอ่อน อวรฮา
ทุกข์พี่ยาร้อนเร้า - - ถ่อมถ้าถนอมอวร ฯ


๏ ลุถึงพิงเก่าหั้น - - หัวฝาย
เกียนก่อนชุมยงยาย - - ยอบยั้ง
พนิกพนมลาย - - เหลือร่ม รุกข์แฮ
ไทว่าสมเจ้าจั้ง - - จวบหั้นหาอวร ฯ


๏ พพัดชูซ่อนอ้ำ - - เห็นหัน
อักเขบสวนราอัน - - ตอบต้อง
พาลีเลิกพันสัน - - โกยพี่ นาแม่
ใดด่วนต่างเนื้อน้อง - - นาฎได้ฟุ้งมโน ฯ


๏ นาวาในน่านน้ำ - - นทีทวาร
หัวดาษกำพลธาร - - ดอกไม้
ฟกฟกช่อเซยปาน - - เรือนาถ เมินเอย
นำชินังน้อมไหว้ - - หว่ายหว้ายคงคา ฯ


๏ แสลวแสลวพายฟากฟุ้ง - - สินธุ์สาย
แสนสนุกนานาหลาย - - หลากเหล้น
ศัลเรียมกรรแสงฟาย - - ฟองเนตร นุชเอย
ยลเยื่องใดจักเล้น - - ล่อให้หายทรวง ฯ


๏ ลุดาษถึงดาษต้น - - รายเริง
ชมคณานองเนิง - - นั่งพร้อม
ในดั่งดุจเมืองเทิง - - เทพโลก พู้นแฮ
ริมร่มทุกค่าค้อม - - ย่อมยั้งเยานอน ฯ


๏ ยอมนุชเนื้ออ่อนอ้อน - - เชยชิน นาแม่
อ่อยห่อยสรรเสริญยิน - - ยิ่งล้ำ
อัปศรบำเรออินทร์ - - อัครเทพ ทิพเอย
อกอ่าวอำพลิกขว้ำ - - เขือกร้อนรนเสน่ห์ ฯ


๏ เกษณาจันทน์แจ่มก้าน - - กระลำพัก
ฝนขว่ายองค์อรอัคร - - นุชเนื้อ
มะยักน่าลูบโลมมะยัก - - เขียรเช่น งามเอย
ยลยิ่งขวานฟ้าเงื้อ - - เงือดข้าขวัญสลาย ฯ


๏ อัสดงค์คาค่ำแล้ว - - รอนรอน
สูรส่งเกวียนซอนซอน - - คลาศคล้อย
ปักษีส่งเสียงวอน - - วอนเจต รักเอย
โอ้เอนดูชูสร้อย - - มิได้สุดาดล ฯ


๏ ยินเสียงโนเรศร้อง - - งุมงุม
คิดถ่อมถึงทิพจุม - - แจ่มหน้า
ปักษีส่ำแสนชุม - - ชมมิ่ง เมียเอย
หลอพี่แรมเร้นถ้า - - ถ่อมชู้ชายฉงน ฯ


๏ สาริรักร่ำร้อย - - โกกิล
ยะเยือกเสียงโยยิน - - เยื่อซ้ำ
เททรวงเดือดเดพิน - - พิศเรก ไปแฮ
เจ็บจ่ำงือคลืดคล้ำ - - คลอบเนื้อนพคุณ ฯ


๏ นกเป้าจับเปล้าเป้า - - เรรน
ขวานแขวกเทบินบน - - ร่ำร้อง
เรียมวานโผดแผดล - - โดยพี่ พลันรา
บินบอกนุชเนื้อน้อง - - พร่องเพื้อทิชาดล ฯ


๏ ราตรีเทียนทีปแจ้ง - - เจาะงาม
มัวม่อนนนตรีตาม - - ติ่งถ้อ
อุตส่าห์กั่นโลงนาม - - ชักชอบ ชื่นเอย
บุญพี่พอเปลื้องปล้อ - - ปล่าซ้ำเซาทวง ฯ


๏ สนธยายามเยี่ยแล้ง - - ลมถวิล
หนาวอ่อนอรยุพิน - - พรากข้าง
อรชรชอบยามยิน - - อุดเล่า ไปเอย
ขามเขือดเขงน้องร้าง - - เรียกขวัญขวัญมา ฯ


๏ ปานนี้นักนิ่มเนื้อ - - สมสมร
จักโอบเอวองค์อร - - อ่อนเหล้น
หนาวลมล่วงอรชร - - ใจพี่ มาเอย
เปี่ยนเปล่าทุกข์น้องเร้น - - ร่ำถ้อนถึงอวร ฯ


๏ รุ่งแลแล้วเช้าชอบ - - ชวนรส
ชมตื่นเตมไพคด - - เล่าผ้าย
พานุชเน่งบรรพต - - รังเรื่อ มาแฮ
เกวียนก่อนนุชยังย้าย - - คั่งแคร้คลองถนน ฯ


๏ สุญารามหนึ่งหั้น - - บุญเลง
ที่รูปไททังเมง - - ม่านเงี้ยว
ถือลาดาบกับเกวง - - สกรรจ์แก่น คนแฮ
ช้างฉวาดพันเกล้าเกลี้ยว - - แกว่นสู้สงคราม ฯ


๏ ส้มสูกซรอยผ่งแผ้ - - ผายงาม
แดงดาดเต็มอาราม - - หร่ามหน้า
ปูนสนุกพ้นไพรสนาม - - สนิทเช่น รักเอย
ฤๅบ่มาพร้อมข้า - - บุ่งชู้ชมผกา ฯ


๏ บงช้างเผียวไผ่ค้อม - - ไกวกวัด
อืออึดนูเนื้อคัด - - คล่าร้อง
สาอ่อนอรเทียวทัด - - เทียมพี่ เพาเอย
ยินสำเนียงนี้ถ้อง - - เที่ยงถ้องถามเรียม ฯ


๏ รลึกเห็นหน้าน้องดุจ - - เห็นหัน นาแม่
ยินแต่ตาจักฝัน - - ใช่หน้า
รอยตนแต่ใจขวัญ - - แขวนขื่น มาฤๅ
ศรีแม่มาน้องหน้า - - คว่าค้อมกระหายหน ฯ


๏ อันรักร้อยฟ้าฟาก - - ภูวดล ก็ดี
คืออยู่กลางทวงหน - - แห่งข้า
บรักเสกสันขน - - ในเว่น วักขเอย
ฤๅห่อนยลแย้มหน้า - - นาฏเอ้ยวัลพา ฯ


๏ มณีแก้วกล้าเกิด - - กลางตา ก็ดี
ยังมิเห็นยลนา - - น่าน้อง
อันอวรซึ่งทุรา - - ยินโยชน์
ยินยิ่งชวนชิดห้อง - - ห่อไว้วักเรียม ฯ


๏ ถึงศาลาเทพหั้น - - บริสุทธิ์ สว่างแฮ
ชุมเที่ยวไทชินบุตร - - ย่อมยั้ง
พานุชแกว่งกงอุด - - โอนอาต มาเอย
เรียมดำเนินนิจจั้ง - - จอดเจ้าจักดล ฯ


๏ ศาลาลินห่อหั้น - - หักชล ก็ดี
ชักเชือกเวถีบน - - บ่อแห้ว
พงศ์เทพเทพาตน - - สักสาด เรียมเอย
สามิมาน้องแก้ว - - พี่ชี้ชวนดู ฯ


๏ คราวนี้รมร่มเสี้ยง - - ไพรแพระ ออกแฮ
สายเสี่ยงผินพลานและ - - ล่าวร้อน
ฝูงเทียวเท่าทอแทะ - - ครองร่ม รักแฮ
โอ้เอนดูเนื้ออ้อน - - อ่อนได้ดลเดิน ฯ


๏ คราวนี้รอนร้านร่ม - - ราวหา ยากเอย
จักจอดถึงนัครา - - ร่มหร้า
มัชยาขว่ายอาพา - - ผัศราค รสเอย
เจ็บจ่ำงือหม้ายหม้า - - แม่ช้ำแถมถนอม ฯ


๏ สงสารเจ็บจากชู้ - - แวนขสด
ใดด่วนมาแทนทด - - แทกได้
มวนดีกว่าอันอด - - อบโศก ทุกข์นี
ดายชีลางแล้วให้ - - สว่างเสี้ยงใจเรียม ฯ


๏ สงสารสุดเท่าน้อง - - นุชศรี
ใครมิเจียรสลายมี - - มี่รู้
หกสวรรค์สี่ธรณี - - ฤๅแทบ เทียมเอย
ตายกว่าลางแล้วสู้ - - สู่ก้ำดวงนิพาน ฯ


๏ ฐูรีรมเยศแล้ว - - เลินถมอ
คือข่ายบนบัวกอ - - กีบตั้ง
สี่มุขเมฆมุ่งหอ - - เลยเลิศ งามแฮ
ทวารเขื่อนขืนแข่งขั้ง - - ข่ามข้าศึกแสลง ฯ


๏ ฤๅษีสรัพศาสตร์ไท้ - - ชฎาธาร ท่านแฮ
ทั้งแปดสำมัชฌาญ - - เสพสร้าง
อัมพรวิ่งวงทะยาน - - ยังเมฆ ไปแฮ
ปดที่ออนอันร้าง - - รีบหื้อสมสมร ฯ


๏ ฤษีศักดิ์ศาสตร์สร้าง - - เดียวเดิม
ยังก่อนมังรายเริม - - ราชท้าว
สังขารคิดเขียนเติม - - ตามรูป รอยเอย
กอบก่อทุกด่านด้าว - - หากแล้วโดยฤทธิ์ ฯ


๏ ยลเห็นพระธาตุเจ้า - - จอมจักร
เป็นปิ่นอุพารักษ์ - - เลิศล้ำ
ทายกรอำรุงรักษ์ - - รมเจด งามเอย
ปราสาทใส่แสงซ้ำ - - เมื่อน้องนารีรม ฯ


๏ ประทายทวารต่อด้าว - - ถึงขง
อเนกน้องป่าป่ง - - เหนกช้า
บริเวณส่ำแสนองค์ - - อกแน่ง น้องเอย
ทั้งสี่สมควรข้า - - ลอบเสี้ยงศุภสาร ฯ


๏ มหาชินธาตุเจ้า - - เจดีย์
เหมือนแท่งคำสิงคี - - คู่เพี้ยง
สัตว์คำคาดมณี - - ควรค่า เมืองแฮ
เปลวเปล่างดินฟ้าเสี้ยง - - สว่างท้าวอัมพรา ฯ


๏ เจดีย์ชินธาตุเจ้า - - ศรีสถาน
ขามโสพิศพงาปราณ - - เกศเกล้า
ทัศมนมิพอปาน - - พพคู่ คมเอย
ฤๅเลิศใต้ทิพเท้า - - เท่าเว้นอุบพาศรี ฯ


๏ มหาชินธาตุเจ้า - - จอมจักร
เป็นปิ่นทศลักษณ์ - - เลิศหล้า
เลงแลมิใครทัก - - เทียมแทก ใดเลย
เทาดิวางหว้ายฟ้า - - ฟากด้าวดาวดึงส์ ฯ


๏ ระวังเวียงแวดขั้น - - สมสอง สว่างแฮ
ทุกแล่งเฉลิมฉัตรทอง - - เทพเอื้อน
พิหารสี่หลังยอง - - ยังเงื่อน งามเอย
เทียมลวังช่วนเชื้อน - - สี่ต้านถึงถลู ฯ


๏ บริเวณละเลื่อนล้อม - - ปาณสัตว์
สาวบ่าวหญิงชายคัด - - ครั่งแคร้
รัตตินทิวาวัด - - อันค่ำ คืนเอย
บห่างสักเมดแม้ - - เมื่อใกล้วิภาดา ฯ


๏ พะทีปตนแจ่มจ้อน - - หทัย พี่แฮ
บริเยศหาหนใด - - บ่ได้
ปารนีร่มคลาไคล - - คองพี่ พูนแฮ
แปงเจดเนื้อน้องให้ - - ช่วยตั้งอนุโม ฯ


๏ ศศีใสส่องฟ้า - - วรบัน
แสลงส่องมนดนดัน - - เพริดแพร้ว
สะลาส่องเห็นหัน - - ยังเพื่อน แพรวเอย
โอ้ว่ายลน้องแก้ว - - กว่านั้นนานเห็น ฯ


๏ นิสาสาวบ่หร้อม - - สมสนุก นั้นแฮ
เมียงม่ายเผือผันทุก - - แห่งห้อง
สาอวรออกมาสุข - - เริมเช่น รักเอย
แพงเจดวางไว้น้อง - - นาฏไท้ทิพารม ฯ


๏ นับมือผับแผ่นพร้อม - - พนิตา
งามต่างงามภูษา - - ย่องหยั้น
จักเทียมแทรกเสน่หา - - หายาก ยิ่งเอย
หลอแต่ต่างเรียมดั้น - - กลิ่นแก้วสาลัย ฯ


๏ ทุงทองทังทีปตั้ง - - บูชา
ปี่คู่ทักขิณา - - หว่านไหว้
เป็นผลเผื่อกิริยา - - ยังขึ่น รักเอย
ถวายอนงค์น้องได้ - - แด่แล้วเสน่หา ฯ


๏ กระษัตราติงเกศเกล้า - - ก่อถวาย
เป็นสาษีเรียมหมาย - - เหมือดหมั้น
วางเพาโพดทังสวาย - - เสียรุ่ง ก็ดี
ก่อเหตุนุชน้องกั้น - - คอบชู้เจียนสลาย ฯ


๏ สุพรมมาลมิ่งไม้ - - ทวายทุม ก็ดี
ท่านทังถวายพินพุม - - เรียกรู้
ปราไสยพุธธังกุม - - กวมโลก นี้เอย
วุเทศทังช่วยชู้ - - ช่วยค้ำบารมี ฯ


๏ รัชนีเพิ่งพุ่งแจ้ง - - จวนตะวัน
แสงส่องรังสีจันท์ - - แจ่มฟ้า
สามิมีดุจดูวัน - - รวีแว่น ยังเอย
สนุกสนานด่าวหล้า - - หล่อหล้มเมทนี ฯ


๏ อุดสาเสียงสว่างสร้อย - - รัชนี
กรกั่นโลงทันที - - อ่านอ้อย
บารดเรียกมาลี - - เบงบาต ทุมเอย
ตรีโจกทูทุกถ้อย - - เถี่ยงถ้อยถามชัย ฯ


๏ เอนดูน้องน้อยพราก - - เรียมไกล เซ่นนอ
พอยเพื่อนฤๅอวรไส - - ยาสโพ้น
บมาแผ่นปราไสย - - สงวนหมู่ ชุมนอ
เปี่ยนเปล่าอกน้องโน้น - - นาฏเอ้ยไคทยา ฯ


๏ ชินพิมเพาโพธเพี้ยง - - พอกัน
สองฝ่ายหนเหนือสัน - - ฝ่ายใต้
ลาชาแผ่นผายผัน - - ผลเผื่อ อวรเอย
ผลเผื่อถึงเจ้าได้ - - แต่เทิ้นทิโพชา ฯ


๏ พิหารยาวยิ่งกว้าง - - พิสดาร
พุทธรูปองค์อุปพาน - - เลิศหล้า
ยืนยังเยี่ยมพิมาน - - รมณิยอด โยงเอย
สังมิมาพร้อมข้า - - แต่งตั้งปณิธาน ฯ


๏ ลาชาเทียนทีปแม้ง - - มาลา ก็ดี
เป็นส่วนศรีวนิดา - - กึ่งก้ำ
ทุงทองแทกคายา - - ยังขึ่น ก็ดี
เป็นส่วนบุญน้องล้ำ - - เลิศข้าขอเวร ฯ


๏ ขีณาทังแปดเก้า - - สัพพัญ
แปงพุ่งสาลีปู - - แผ่นผ้า
เคนพระชุองค์กู - - นาพี่ รับรา
เป็นสากขีน้องหม้า - - แม่ได้โดยเรียม ฯ


๏ ธาราไหลหล่อหื้อ - - เป็นสัตย์ ก็ดี
ก่อเท่าเบิงอันพัด - - พรากช้ำ
บัจจุณเผือผลตัด - - สองจาก เจียนรา
พิโยคนุชนี้ล้ำ - - เลิศผู้ใดปะเหียน ฯ


๏ นักษัตรทั้งเก้าเรียก - - รับผล
อย่าถูกลักขณาหลน - - แห่งน้อง
รับราชกุศล - - สนองโชค ชัยรา
ตัวบาปหลอนใดต้อง - - ค่อยหื้อนักถาผล ฯ


๏ อินทร์พรหมครุฑนาคน้ำ - - นำสนอง แดรา
จักแบ่งกุศลสอง - - ส่วนให้
ทวีคูณค่อยปูนปอง - - หมายเมียก บุญรา
บัดชื่นนุชน้องได้ - - แด่ด้วยอัคชา ฯ


๏ วันเพ็ญศีลเสพสร้าง - - อุโบสถ
เพียญชน์โภชน์สุราอด - - ค่อยกลั้น
ยังแชงเฟื่อยสีลสรด - - ใสว่าง งามเอย
ก่อใช่จงฟากชั้น - - หน้าน้องเองออน ฯ


๏ สาลีวางรุ่งแจ้ง - - จำอรรถ
แปลงเจดเชงปฏิบัติ - - บ่เศร้า
เบงจะจำเนียนวัด - - วันค่ำ ก็ดี
สระชีพวางไว้เข้า - - เขตน้องอิษฐารมณ์ ฯ


๏ จึงเสลือยยุระยาตรฟ้อม - - เฟือนฟัด
แววาดหางยูงกวัด - - แกว่งเต้น
เงินทองละบำทัด - - ทุมทอด งามเอย
ตามพวกคันธัพเหล้น - - หากแล้วหลายระบำ ฯ


๏ ภมุกคิ้วค้อมก่ง - - เกาทัณฑ์
เอวอ่อนกัมพลพัน - - รวบรั้ง
กัทลีลดาวัลย์ - - ลมเพิก เพียงเฮย
เพิงแพ่งพลับเต่าตั้ง - - เต่งตั้งผายขจร ฯ


๏ เชียงคำเกลาเกลี้ยงแกว่ง - - กลอนกาย
นูเนื่องในทองสลาย - - ขาดขว้ำ
ปูนเด็จแต่ขวันถวาย - - เชีวก เวนเอย
หัทเยศในเนื้อน้ำ - - ขุ่มแส้นสริรัง ฯ


๏ บางบทตูท่อนดิ้ว - - เชียชิน เช่นแม่
ยอบาทสุยสุยยิน - - งึดด้วย
รอยเรียบแต่เดิมกิน - - นรีราช ฤๅแม่
บุญค่อยชูชักส้วย - - สู่สู้สมสนอง ฯ


๏ นักคุนแนคคู่ค้อง - - สละไนย
ไพโอฐสลายสลับไส - - ดอกสร้อย
บางตูบาทบทไป - - แพงร่ำ รักเอย
เสลยเยอยลหน้าช้อย - - ชอบด้วยโดยระบำ ฯ


๏ สายนังเคาะต่ายเต้น - - เยาะแยะ
บางบาทเยอเทาะแทะ - - ทอดเท้า
ถอยหลังเลาเกาะแกะ - - ชลางแล่น ไปเอย
สองฝ่ายเคาะเต้นเต้า - - ฝีกพ้นปาระเลิม ฯ


๏ เสนีไต่ดาบขึ้น - - สูงสุด
สมสอดยืนยังยุด - - ห่มห้อย
รอยเรียมสาดสิปป์อุด - - ดมเร่ง เรียวฤๅ
ปูนงืดหน้าน้อยน้อย - - นาฏเอ้ยเรียมเห็น ฯ


๏ เทาเรียมร้างจากเจ้า - - เจียรพงา งามเอย
อกอั่งอาดูรดา - - หมดม้อย
เตมเลงอื่นใครสลา - - เฉลิมเกศ กุฎเอย
แพงเจตในน้องถ้อย - - พี่ถ้อยถึงอวร ฯ


๏ อำหน้าเห็นน้องเท่า - - เห็นเงา ก็ดี
ดับโศกทุกข์บันเทา - - ที่ร้อน
มิลุมิลวนเอา - - องค์อื่น เทียมแฮ
ฝังอาตม์ขวัญขวัญข้อน - - แว่นแก้ววนิดา ฯ


๏ ตนไกลจิตเจตใช้ - - เมื่อชัย
เผือฝากทิพนงค์ไว - - แว่นไว้
เททวงออกอกใน - - ปานใน นุชแฮ
ตายบตายนี้ไม้ - - มาศไม้เวทนา ฯ


๏ ทุรารสน้องนาฏ - - เววล
นึกเยี่ยงใดจักทน - - พี่ร้าง
จึงไปเดียวเดินยล - - ยังรูป อวรเอย
เอนกนุชน้องว้าง - - แว่วหื้อหายเสบย ฯ


๏ มณฑปพระเจ้าก่อ - - เกือกวน กว่าเฮย
สูงใหญ่ย่องเองพวย - - เพื่อนหน้า
เทียนทุงคู่คบสวย - - อวยแว่น วักเอย
ผลเผื่อเราอย่างช้า - - ชาตินี้เนื้อมุนี ฯ


๏ นาภีสมสอดส้าง - - มหากระจาย
ปูอาสนอิงทะเพิมหลาย - - ลูกช้อน
เทียนทุงทิพถือถวาย - - เคนคู่ อวรเอย
พอเท่าทีปเจ้าซ้อน - - เอกอ้างปณิธาน์ ฯ


๏ นปพระไสยาสเยื้อง - - ปฏิมา
วงเวดฝูงขีณา - - ใฝ่เฝ้า
พระพุทธเปลี่ยนอิริยา - - กุโนด บ้างรา
เทียนคู่เคนพระเจ้า - - จุงได้ปัจจุบัน ฯ


๏ มิคาเยี่ยมยี้เหยียบ - - ยังยืน ก็ดี
ไขปากปานจักกลืน - - คาบเคี้ยว
คชสารคู่จักลืน - - ลงรวด รักเอย
เมี่ยงม่ายสองเบี่ยงเบี้ยว - - เป่นสู้สบายยวย ฯ


๏ ยังมีคู่พระล้อม - - จัตุตน
ยืนยันอยู่ประจิมหน - - แห่งโน้น
เพราะเรียมทุกข์ฉงน - - ฉงายเสน่ห์ รักเอย
ชอโผดผายให้โพ้น - - เพื่อแก้กรรมเรียม ฯ


๏ ธรณีเต้าตั้งกาศ - - ลีเลิง
เต็มแต่บุพพัณห์เถิง - - ค่ำสลุ้ม
กวงเก็นที่เทียนเทิง - - ใจเช่น นาแม่
ยลเยี่ยงใดจักกุ้ม - - กว่านั้นนานเห็น ฯ


๏ นัครารมเยศย้อม - - สากล
แฟงฟั่นฤษีตน - - แต่งตั้ง
ลือเลิงทั่วทศมณ - - ฑลทวีป เรานี้
เมืองมิ่งพระเจ้าจั้ง - - เจี่ยมจ้อนจามเท ฯ


๏ ละมิงพิงเพี้ยงม่าง - - ลุเกียร
สาวบ่าวชุมชนเดียร - - ระดาษไหว้
บเห็นพิรมเปียน - - ปัดเปื่อน ทวงแฮ
ปัดเปื่อนอกซ้ำไซร้ - - ชวดได้ดลมุณี ฯ


๏ อำเห็นหน้าน้องเท่า - - เห็นหัน
ปองเหล่าอารามสรร - - พ่างแห้ง
พระพุทธเปลี่ยวดูฉัน - - เดียวพี่ นี้แม่
ไกลกลิ่นรสเข้าแล้ง - - เยียแล้งอกเรียม ฯ


๏ ถึงพุทธรูปอั้น - - ยืนยัง
ก่อมก้อเป็นชลงทัง - - สี่ด้าน
ทำบุญเผื่อบุญบัง - - พบแม่ นะแม่
กุโนชพระเจ้าจ้าน - - ค่อยแก้กรรมสนอง ฯ


๏ กุกุสนธแซ่งสร้าง - - โกนา
องค์หนึ่งพระกัลปา - - เจื่องเจ้า
โคดมจึ่งจรดคลา - - ว่างศาส นาเอย
เชิญเสวยรสเข้า - - ม่วนน้อมทูลถวาย ฯ


๏ สี่องค์นิพ้นฟ้อง - - สงสาร
นิโรธรสนิพาน - - ดมข์ม้าง
ยังพระอะไรนาน - - ลงโลก นี้นอ
จักบอกบทคล้อยคล้าง - - แต่หื้อมำนิพาน ฯ


๏ นานนักชลิ่วแล้ง - - สาลี
เพียญชน์เรียมนับปี - - อ่านปั้น
ปูชารูปรอยมี - - ผลมาก นักเอย
ก็เที่ยงลุแก้วหมั้น - - แม่เอ้ยยาไสลย ฯ


๏ ชีนพิมพ์พิโมกข์ม้าง - - นิรพาณ ก็ดี
มีหมู่บริวาร - - แวดล้อม
เป็นกษัตริยเดือดแดดาล - - โกรูป รักนา
ชลเนตรนองน้ำพร้อม - - พร่องหน้าบทยา ฯ


๏ บางองค์มุขมาตย์ม้วน - - เหมือนเรียม ราศเอย
สังเวชในใจเจียม - - จิ่มหน้า
บเห็นที่รักเทียม - - ใจเล่า แลแม่
แถมอั่งอกใหม่หม้า - - มาศน้องนิราราม ฯ


๏ พระพุทธสามสี่ห้า - - หกองค์
สูรส่องไสสีรงค์ - - หร่ามร้อน
เรียมเห็นเวทนาปลง - - ใจชื่น ชมเอย
เทียนธูปทูลเจ้าจ้อน - - จุ่งห้ามโพยภัย ฯ


๏ ลาพระโลเกศเกล้า - - แบกปลอน
ถวายส่วนศรีองค์อร - - อ่อนได้
ฉายันเยี่ยยืนวอน - - ใจพี่ มาเอย
ถึงพระธาตุเจ้าไหว้ - - จึ่งตั้งสติเป็น ฯ


๏ อัสดงค์ดาค่ำเช้า - - รัชนี
จันทร์แจ่มสัทกระวี - - วาดฟ้า
เอารสราชภูมี - - มาอ่ำ รุงเอย
นางนาฏยลแย้มหน้า - - คั่งแค้นปณิธาน ฯ


๏ นิบาทธิเบศแก้ว - - กัลยา ก็ยา
ปลงเปล่าชุมวะนิดา - - แห่ห้อม
ศรีสรรพอำรุงพา - - รารุ่ง งามเอย
สนมนาฎเลื่อนเลื่อนล้อม - - เนตรหน้าเตมพลาน ฯ


๏ ธาดาวะห่อยเนื้อ - - ทิพมาล
ไทงาศสันเฉลิมปาน - - แต่งแต้ม
อานาศาสตร์พันพาน - - เพิ่งแพ่ง งามงาย
ยลยิ่งนางฟ้าแย้ม - - ย่างย้ายลดาวัลย์ ฯ


๏ พี่ชุมชนชื่นย้วน - - ยามยล
ทะเจียกกรอมกุณฑล - - เพริดแพร้ว
เพณีเนตรเสนียนมณ - - มกุฎเกศ นางเอย
บุญจ่อมชีพิตแก้ว - - แก่น้องขอเวน ฯ


๏ เลงลักษณ์มิใครคร้ำ - - ครวญแยง
คือเทพนิรมิตรแปลง - - แปลกฟ้า
ภูษาสำอางแสง - - โสภิศ งามแฮ
ยลนาฏต่างน้องถ้า - - ถ่อมไจ้ยลอวร ฯ


๏ นับยลยามจากน้อง - - นงพงา นี้แม่
สายสืบชีพิตมา - - รอดแล้
เต็มงามต่างภูษา - - ชูช่วย ตายเอย
องค์ต่อองค์น้องแท้ - - แทกได้ฤๅประเหียน ฯ


๏ ปกาเพลิงพลุ่งแจ้ง - - โชตการ
ละลิดเทศทังทวยหาร - - ไม่ห้อ
คระครั้นแม่งบัวบาน - - นิโลก ครั้งเอย
หมิใช่บุญน้องน้อ - - มิได้ดลดู ฯ


๏ เพียเพลิงพอพุ่งขึ้น - - สูงสุด สว่างแฮ
ใส่ส่องเสียนงนุช - - นาฏน้อ
บมาเสพสหยุต - - ย่ามม่อน สันนี
ปูนชีพวางแล้วย้อ - - ย่ามน้องรสดล ฯ


๏ นบพระถึงรุ่งใกล้ - - วิภาดา
นึกนั่งบ่ไสยา - - ต่อแจ้ง
ทำบุญแม่นมหา - - ปรางค์ใหญ่ ครานี
ก็เพื่อนุชน้องแสร้ง - - เสร็จสร้างอติเร ฯ


๏ บุรณมีแม่นมื้อชอบ - - จักลา แลแม่
โอนอำรุงปณิธา - - สั่งซ้ำ
ทักขิณหลังธารา - - เป็นฝั่ง ครานี
นางนาฏรองรับน้ำ - - นอบนิ้วโมทนา ฯ


๏ ลาพระชินธาตุเจ้า - - จอมอัฐิ
ถวายคิลาเพียญชน์ภัตร - - หว่านไหว้
ประจงจอดจักรวัติ - - ผลเผื่อ ทิพเอย
บัดเดี่ยวขอหื้อให้ - - แห่งน้องวิวาหา ฯ


๏ ลาพระวรเชฐสร้อย - - ชินธาตุ์
เทียนทีปทังมาลา - - หว่านไหว้
ประจงจอดพันตา - - ทิพเท่า อวรเอย
ก็เท่าจงจักใช้ - - บาทเบื้องบูรเพ ฯ


๏ ลาพระชินเชฐสร้อย - - ชินวงศ์
เป็นปิ่นบูรีขง - - เขตกว้าง
บคิดกริ่งประสงค์ - - สัตว์อื่น ใดเลย
สักชาติอย่าเร่งร้าง - - ร่วมชู้นิพานเดียว ฯ


๏ บรเมมายแม่งม้าง - - ภาวดี
ขงเขตไพรสิมพลี - - แม่งม้าง
เบงจางค์เกศโมภี - - สุดแว่น วางเอย
อันพี่บ่เร้นร้าง - - กลิ่นแก้ววนิดา ฯ


๏ ขุนเทนิราศแก้ว - - กุมการ
ไต่ชาติเจียนยุวมาลย์ - - แม่ไว้
ยุงลุล่มบาดาล - - พลิราช วันนา
สามิลุแก้วใกล้ - - ชาตินี้ลุนยัง ฯ


๏ กังขาลินีราศร้าง - - รถเสน
วานหวั่นในดินเดน - - ด่านน้ำ
นางยักษ์ผูกพันเวร - - มวนโมฐ วันนา
อันพี่พัดน้องช้ำ - - เร่งร้อนระเหหน ฯ


๏ ปะภาพิโยคสร้อย - - สุทธนู ก็ดี
สมุทโฆษว้างพินทู - - แม่งม้าง
ขุนบาจากเจียนอู - - ษาราช
อกพี่แอ่นร้อนร้าง - - กว่าเบื้องบูรเพ ฯ


๏ กุศรานิราศร้าง - - ภาวดี ก็ดี
ยังลาภลุนงค์ศรี - - ร่วมห้อง
สาอื่นบปราณี - - ยังยาก ครานา
จักแม้งรามรสน้อง - - นาฏไท้ทุเรราง ฯ


๏ รามานิราศร้าง - - สีดา เดียวแม่
พระก็เอานงพงา - - เผ่นผ้าย
ยุงรู้ส่ำบุณตา - - ตูเจต เดียวเอย
สึกสวนยังได้ส้าย - - เพื่อผู้หนุมาน ฯ


๏ จากเจียนเนื้อเกลี้ยงกลิ่น - - องค์อร
องค์อรสมสมรนอน - - พรากขวั้ญ
พรากขวั้ญเดือดแดรอน - - อกม่อน มรแฮ
อกม่อนมรบาบั้น - - บิ่นบ้าในทรวง ฯ


๏ พระเม้านอระเนิ้งคอบ - - เรียมทุกข์ เทือนี
เหมือนเมื่อกิติยุค - - ชวดช้า
จดเขาคระเลงลุก - - แดเดือด ต่างเอย
มออาสน์คล้ายคล้า - - คอบข้าฤๅถนอม ฯ


๏ คราวครานถึงถ่ามห้อง - - หริภุญ ชัยเฮย
หริร่ำสองอาดุล - - ราศร้าง
ปูนกษัตริยปานเปลาทุน - - ทิพอา ชาเอย
ถวายแก่นุชน้องอ้าง - - อ่านเหล้นหายฉงน ฯ


๏ มรรคาเพรงพรากเหมิ้น - - เมิมนนาน เน่งแฮ
หริภุญชัยสถาน - - ธาตุตั้ง
ร้อยเจ็ดสิบแปดประมาณ - - บทบาท มีเอย
เป็นต่ำนานเรื้อรั้ง - - แต่งตั้งเป็นสาร ฯ


๏ เปลี่ยนแปลงร่างรื้อยาก - - โคลงลาว นี้แฮ
พจนพากย์แผกกลฉาว - - ช่างได้
ดำริตริตรองสาว - - สืบเยี่ยง ดูเอย
จัดพอจุแรงให้ - - บาทเบื้องคุณเฉลิม ฯ




Create Date : 24 ตุลาคม 2554
Last Update : 14 มกราคม 2564 17:57:33 น. 1 comments
Counter : 7883 Pageviews.

 
ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกันนะคะ ...


โดย: Adija วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:3:02:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ ก็ เห็น
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !!



Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.