Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
O โคลงทวาทศมาส .. O



.
.
.
ประสบการณ์จากการศึกษาโคลง ทวาทศมาส # 1/4

.
.
ประสบการณ์จากการศึกษาโคลง ทวาทศมาส # 2/4

.
.
ประสบการณ์จากการศึกษาโคลง ทวาทศมาส # 3/4

.
.
ประสบการณ์จากการศึกษาโคลง ทวาทศมาส # 4/4

.
.
.
...............................................................................
.
.
.
ทวาทศมาส เป็นวรรณกรรมเพื่อพิธีกรรม ประเภทนิราศ ยุคต้นอยุธยา ที่ผู้แต่งไม่ได้เดินทางไปไหนเลย แต่พรรณนาคร่ำครวญถึงนางในนิราศราวจะขาดใจ

นางในนิราศ แม้จะระบุตำแหน่งว่า “ศรีจุฬาลักษณ์” แต่น่าจะเป็นนางในจินตนาการที่อ้างอิงชื่อตำแหน่งให้สมจริงเพื่อพิธีกรรมบำเพ็ญบารมีด้วยความเพียร (วิริยะ) อดทน (ขันติ) อธิษฐาน (มุ่งมั่น) ฯลฯ ให้บรรลุสิ่งที่ต้องการในทางธรรม

ดังเห็นจากทวาทศมาส เปรียบการพลัดพราก (ในจินตนาการ) ของผู้แต่งเทียบเท่าการพลัดพรากของตัวเอกที่จากนางในมหากาพย์ของชมพูทวีป เช่น รามเกียรติ์ ที่พระรามจากนางสีดา

และในชาดก เช่น อนิรุทธ์จากนางอุสา, สมุทรโฆษจากนางพินทุมวดี, พระสุธนจากนางมโนห์รา, ท้าวปราจิตจากนางอรพินท์, พระสุธนูจากนางจิระประภา, ฯลฯ ล้วนเป็นพิธีกรรมบำเพ็ญบารมีทั้งสิ้น



ไม่ใช่หนังสืออ่านเล่น.
ด้วยเหตุนี้เอง หนังสือวรรณกรรมนิราศยุคอยุธยา จึงไม่ใช่หนังสืออ่านเล่นเพลินๆ ดังมีบอกแม่หญิงอย่าเอาอ่านเล่นในกำสรวลสมุทรตอนท้ายว่า

๏ สารนี้นุชแนบไว้ - - - ในหมอน
อย่าแม่อย่าควรเอา - - - อ่านเหล้น
ยามนอนนาฏเอานอน - - - เป็นเพื่อน
คืนค่ำฤๅได้เว้น - - - ว่างใด

แม่หญิงในตระกูลผู้ดีคนชั้นนำยุคอยุธยาบางคนต้องมีวิชาหนังสือ ถึงขั้นฝึกอ่านคำหลวงด้วยทำนองเสนาะที่ใช้ในพิธีกรรม ดังโคลงกำสรวลสมุทร บอกว่า “ฤๅกล่าวคำหลวงอ้า อ่อนแกล้งเกลาฉันท์”



คร่ำครวญเหมือนเมฆทูต ของกาลิทาส.
ลักษณะคร่ำครวญถึงนางอันเป็นที่สิเน่หา บางทีจะมีต้นแบบจากวรรณคดีสันสกฤตชื่อ เมฆทูต ของกาลิทาส เมื่อราว พ.ศ. 918-957

ยุคต้นอยุธยา มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตรู้วรรณคดีบาลี-สันสกฤต ตกทอดจากรัฐมอญและรัฐกัมพูชา จะเห็นว่าวรรณกรรมยุคต้นอยุธยามีอิทธิพลภาษาสันสกฤตเห็นได้ชัด

อ. กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย อธิบายเรื่องเมฆทูตว่า เป็นชื่อของวรรณกรรมสำคัญในภาษาสันสกฤตชิ้นหนึ่ง รจนาโดยกาลิทาสรัตนกวีและนักแต่งบทละครเอกของอินเดีย เมฆทูตเป็นศัพท์สมาสระหว่าง “เมฆ” กับ “ทูต” มีความหมายว่า เมฆผู้ทำหน้าที่เป็นทูต หรือผู้นำข่าวไปให้

เนื้อหาของ “เมฆทูต” มีอยู่ว่า มียักษ์ (อมนุษย์) ตนหนึ่งประกอบกรรมทำผิดโดยละลืมหน้าที่ เจ้านายคือท้าวกุเวรกริ้วโกรธ จึงเนรเทศจากนครอลกาบนเขาไกรลาสในเทือกเขาหิมาลัย ให้ไปอยู่บนเขารามคิรี ณ ป่าวินธัยทางทิศใต้ มีกำหนด 1 ปี โดยยักษ์ต้องพรากจากภรรยาที่รักไปแต่ผู้เดียว

กาลเวลาล่วงเลยไปได้ระยะหนึ่ง พอย่างเข้าฤดูฝน อันเป็นฤดูที่ทั่วทุกแห่งหน มีความเขียวชอุ่มชุ่มขึ้น ท้องฟ้าดารดาษด้วยกลุ่มเมฆใหญ่น้อยล่องลอยไปมา ยักษ์ก็หวนระลึกถึงภรรยาของตนด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง

ท่ามกลางธรรมชาติอันน่าภิรมย์ดังกล่าว ยักษ์เห็นเมฆใหญ่มหึมากลุ่มหนึ่งกำลังลอยเลื่อนไปสู่อุดรทิศอันเป็นที่ตั้งของนครอลกา จึงเอ่ยปากขอร้องให้เมฆกลุ่มนั้นช่วยทำหน้าที่ “ทูต” นำข่าวความวิปโยคโศกเศร้าของตนไปบอกกล่าวให้ยอดชู้ได้ทราบ และจากจุดนี้เองที่ชื่อ “เมฆทูต” ของกาพย์เรื่องนี้ได้เกิดขึ้น (เมฆทูต รัตนกวี กาลิทาส รจนา สำนักพิมพ์แม่คำผาง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2529)



ทวาทศมาส คือนิราศ 12 เดือน.
ทวาทศมาส แปลตามศัพท์ว่า 12 เดือน (ทวา = สอง, ทศ = สิบ, มาส = เดือน)

หมายถึง หนังสือแต่งเป็นโคลงดั้น (มี 259 บท กับร่ายดั้น ตอนจบ 1 บท รวม 260 บท) ด้วยทำนองนิราศ ซึ่งพรรณนาถึงความพลัดพรากจากนางแก้วอันเป็นที่รักเสน่หา โดยใช้ฤดูกาลต่างๆกับประเพณีที่เปลี่ยนไปใน 12 เดือน เป็นพื้นฐานพรรณนาโวหาร

ทวาทศมาส โคลงดั้น กรมหมื่นพิทยลาภฯ ทรงอธิบายสรุปว่า

"เริ่มต้นก็กล่าวสดุดีพระเป็นเจ้าแห่งศาสนาฮินดู แล้วก็กล่าวยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย (บทที่ 1-5)

ต่อมาอีก 24 บท กล่าวเป็นโวหารสังวาสโดยไม่มีเนื้อเรื่อง

ต่อจากนั้นจึงกล่าวถึงเดือนทั้งสิบสองโดยลำดับ เริ่มต้นด้วยเดือนห้า ตามแบบคำนวณเวลาอย่างโบราณ แต่ละเดือนมีกล่าวถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง และบรรยายความแกมสังวาสไปด้วย ทั้งนี้มีลักษณะเด่นอยู่ที่โวหารอันไพเราะยิ่ง"

(บทวิจารณ์ทวาทศมาส พระนิพนธ์ พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร พิมพ์ในหนังสือ ทวาทศมาสโคลงดั้น ของ นายฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ค้นคว้ารวบรวม ถอดความและอธิบาย พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2512)



ฤดูกาลตามปฏิทินพราหมณ์.
ทวาทศมาสเกี่ยวข้องกับฤดูกาลและประเพณี 12 เดือน แต่เริ่มต้นตามประเพณีพราหมณ์ (อินเดียเหนือ) ที่เดือนเจตร (ภาษาสันสกฤต) หรือจิตรมาส ตรงกับไทยว่าเดือนห้า และปฏิทินสากลคือ เมษายน มีโคลงบทที่ 28 บอกว่า

๏ ฤดูเดือนเจตรร้อน ทรวงธร
ทุกย่ำยามโดรดวง ด่วนน้อง

ทั้งนี้เพราะทวาทศมาส เป็นวรรณกรรมเพื่อพิธีกรรมของราชสำนัก (ยุคต้นอยุธยา แต่งช่วงเรือน พ.ศ. 2000 ราวแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) ซึ่งยกย่องพิธีพราหมณ์ ต้องนับถือปฏิทินแบบพราหมณ์ นับเดือนห้า (เมษายน) เป็นต้นปี เรียกมหาสงกรานต์

ราชสำนักอยุธยาต้องการความศักดิ์สิทธิ์จากพิธีพราหมณ์ชมพูทวีป จึงนับต้นปีที่เดือนห้าอย่างพราหมณ์ ไม่นับเดือนอ้าย (คือเดือนที่หนึ่ง) อย่างพื้นเมืองอุษาคเนย์ (ที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์) อีกต่อไป แต่ไพร่บ้านพลเมืองนับต้นปีเดือนอ้าย ยังไม่นับเดือนห้า

ปัจจุบันไทยรับสงกรานต์เดือนห้า-เมษายนจากพราหมณ์เป็นปีใหม่ไทย แต่แท้จริงแล้วประเทศที่รับพราหมณ์-พุทธ ก็ยกสงกรานต์เป็นปีใหม่ของประเทศนั้นเหมือนกันทุกประเทศไม่เฉพาะไทย เช่น ลาว, กัมพูชา, พม่า


ที่มา .. สุจิตต์ วงษ์เทศ
(ยิ่งไม่สงวนลิขสิทธิ์ .. ยิ่งต้องบอกที่มา)

.............................................





โคลงทวาทศมาส
๑ ๏ ศรีสวัสดิ์กมลาศลํ้า เลอสรวง[๑]
พูลภิรมย์นาภี ส่องสร้อย
ไตรรัตนจุฑาดวง กมลาศ[๒]
บานเบิกบงกชช้อย[๓] ช่อมาลย์ ฯ
๒ ๏ จักรีจักรกฤษณเกล้า จักรพรรดิ
เสวยภิรมย์สงสาร เษกสร้อง
กามาฤดีรัตน์[๔] รมเยศ
รมยวิธีธารคล้อง[๕] ห่วงกาม ฯ
๓ ๏ เทวาเทเวศถ้วน เทวินทร์
เสวยสุขรมย์ย่ำยาม ยั่วเย้า
วิไลยวิลาพินทุ์ เพาโพธ
สุขภิรมย์สมเหน้า แน่งมาลย์ ฯ
๔ ๏ จักรพาฬภูวนาถเกล้า[๖] กรุงกษัตร
ผายผ่านภุดาธาร แผ่นแผ้ว
ภูวไนยวนานัต กมุทมาศ[๗]
โอนมกุฎิเกล้าแก้ว เกือบเศียร[๘] ฯ
๕ ๏ รังสฤษฎิรังเรขไท้ ทรงทศ
ธรรมวิมลพึงเพียร แผ่นหล้า
เสวยสวรรค์สุโสฬศ[๙] เลืองโลก
บลบำบวงสรวงหม้า ใหม่ศรี ฯ
๖ ๏ ดวงเดียวยุพโยคพ้น พรรณนา
สงวนมิ่งมาลย์จาวจี แกล่กล้ำ
อาลึงค์บังอรสา รสเรข[๑๐]
ฤๅห่อนเอองค์ก้ำ กึ่งยาม ฯ
๗ ๏ เรียมรักรัตนเรขน้อง[๑๑] นางเดียว
เบญจฤดีดัษกาม เกลศกลั้ว
สงวนศรีสุมาลย์เกลียว กลมสวาดิ
เยียวรำเพยพานดั้ว ด่วนหมอง ฯ
๘ ๏ สงวนสร้อยเสาวภาคย์เนื้อ นวลนาง
ฤๅห่อนนาสาสอง ห่างหั้น
ในทิพย์บรรจฐรณ์กลาง ชนม์ชีพ[๑๒]
ฤๅห่างองค์แก้วกั้น[๑๓] กึ่งกร ฯ
๙ ๏ บไกลอกอาสน์อ้า[๑๔] อกองค์ หนึ่งเลย
ฤๅด่วนมาจำจร[๑๕] จากข้าง
คิดศรีสมบูรณ์บง[๑๖] กชมาศ กูเอย
รสภิรมย์แรมร้าง เร่งตรอม ฯ
๑๐ ๏ เรียมคิดสังวาสรู้ รสรมย์
ดวงเสียดดวงเดียวจอม จอดเจ้า
คิดปางพิโดรฉม พักเตรศ
ฤๅห่อนเอองค์เคล้า คลาศยาม ฯ
๑๑ ๏ เรียมคิดพิเศษช้อย ชิวหา
รนฤดีดัษกาม ก่อเกื้อ
ถวิลทิพย์สุนาสา เสาวณิศ
เนื้อแนบนวลนุชเนื้อ แนบใน ฯ
๑๒ ๏ คิดเคยประพาสเพี้ยง ภุชเคนทร์
กรกระหวัดดวงได กอดเกี้ยว
วิไลยวิลาเรนทร์ รสราค
ดึกดำฤษณ์เลื้อยเลี้ยว กอดไกร ฯ
๑๓ ๏ คิดคลึงบัวมาศสร้อย สระศรี
ผลิดดอกบุษบาใบ แบ่งไว้
คิดชมมิ่งมาลี ไลยเลิศ
แบะผกาเกลียวใต้ ต่ำเมรุ ฯ
๑๔ ๏ คิดเคยเยาวราชท้าว พาลสอง โสดแฮ
แนบกำโบลปรางเปรน เปรียบแก้ม
คิดสินธุภุชค์ฉลอง บัวมาศ
ตฤบเตรียบรสยํ้าแย้ม ย่องกาม ฯ
๑๕ ๏ คิดสร้อยสาโรชแก้ว บัวบง กชเฮย
บัดแบ่งใบยํ่ายาม กลีบแกล้ง
ภู่พรรณตฤบรสสรง สระมาศ
สรงธุคนธ์ธารแสร้ง สอดสม ฯ
๑๖ ๏ มาไลยโมลิศเนื้อ นวลลักษณ์
นิลภมรเชยชม บ่ม้วย
วาทาประภาพักตร์[๑๗] พรายแพร่ง
เรียมผทมทิพยด้วย[๑๘] ห่อนเอ ฯ
๑๗ ๏ วันกรกมลาศเกี้ยว กรรดึก
สองชิดชงฆ์โหเห[๑๙] ห่มน้ำ
วันเรียมร่วมถนำทึก นพนิต
สุขบันทมรสกลํ้า แกล่กาม ฯ
๑๘ ๏ แม้สรงสระเทพท้าว[๒๐] ไตรตรึงษ์ ก็ดี
ยังไป่ปูนยํ่ายาม สระแก้ว
สระสวรรค์อำมฤตย์รึง รสเรข
สรงสระนงค์นุชแผ้ว แผ่นไตร ฯ
๑๙ ๏ พักตราไตรเตรียบสร้อย[๒๑] เสาวคนธ์
พรายนิลารัตนใน ภู่แพร้ว
ภมูพิมลกล กามก่ง
ทรวงบังอรฐานแก้ว ยิ่งยง ฯ
๒๐ ๏ โอะโอ้นัยนิศน้อง นางนงค์ แน่งเอย
จรเจตจิตต์เรียมจง จอดเจ้า
สระบาสมบูรณ์บง กชมาศ กูเอย
ฤๅนิรารสเหน้า หน่อศรี ฯ
๒๑ ๏ ปางบุตรนคเรศไท้ ทศรถ
จากสีดาเดียวลี[๒๒] ลาศแล้ว
ยังคืนสู่เสาวคต ยุพราช
ฤๅอนุชน้องแคล้ว[๒๓] คลาศไกล ฯ
๒๒ ๏ ศรีอนิรุทธราศร้าง แรมสมร
ศรีอุษาเจียรไคล คลาศแคล้ว
เทวานราจร จำจาก
ยังพรํ่าน้าวน้องแก้ว คอบคืน[๒๔] ฯ
๒๓ ๏ สมุทรโฆษเริศร้าง แรมพิน
ทุมดีดาลฝืน ใฝ่เต้า
ปางเจ็บชำงือถวิล ลิวโลด
ยังพรํ่าน้าวน้องเหน้า[๒๕] ร่วมเรียง ฯ
๒๔ ๏ พระศรีเสาวเลขสร้อย สุธน
จากมโนห์ราเคียง คิดน้อง
ยังเสด็จสู่ไพรสณฑ์[๒๖] สังวาส
สังเวชนงค์นุชคล้อง เคลื่อนองค์[๒๗] ฯ
๒๕ ๏ ปราจิตต์เจียรเหน้าหน่อ อรพินท์
พระพิราไลยปลง ชีพแล้ว
คืนสมสุดาจิน รสร่วม กันนา
กรรมแบ่งกรรมแก้วแก้ว ช่วยกรรม์ ฯ
๒๖ ๏ ปางศิลปบรเมศร์ท้าว สุธนู
จากสมเด็จนุชจันทร์ แจ่มเหน้า[๒๘]
เจียรับประภาตรู เตราสวาดิ
ยังพร่ำน้าวน้องเข้า คอบสมร ฯ
๒๗ ๏ ฤๅเออกอาสน์เนื้อ[๒๙] นงค์นุช
เจ็บจำงายทรวงธร หล่มล้ม
โอ้แก้วสุมาลย์บุษย์ วลีภาคย์ กูเอย
เอาสุพรรณแก้วก้ม ก่ำทรวง ฯ
๒๘ ๏ ฤดูเดือนเจตรร้อน ทรวงธร
ทุกยํ่ายามโดรดวง ด่วนน้อง
จำระจำเราอร อรนิต หายแม่
อินทรแลพรหมยมป้อง ไป่คืน ฯ
๒๙ ๏ สุริยงควรเวกฟ้า เฟ็ดโพยม
แสงรพีพรรณฝืน ฟอดฟ้า
จรจรัสเสียดแดโสม[๓๐] สรวมชีพ
เจ็บไป่ปานเจียรจ้า จากจร ฯ
๓๐ ๏ สุดโพยมเวหาสห้อง หาวหน
สุรสุเรนทราธร เฟื่อยฟ้า
ปรัถพีนิราชล เห็นหาด
ร้อนไป่ปานเรียมถ้า จากเจียร ฯ
๓๑ ๏ เจ็ดสินธุ์สาคเรศร้อน รนบก
แสนนทีธารเทียร หาดแห้ง
อาดูรกระอุอก เรียมราศ
สมรจากเจียรร้อยแล้ง[๓๑] ไป่ปาน ฯ
๓๒ ๏ ปรัถพีพิโยคพื้น ทรวงธร
ณีธราธารดาล ปั่นด้วย
เจ็บเจียรจากอวลอร[๓๒] สมรมิ่ง กูเอย
โอ้อกดินฟ้าม้วย ไป่วาย[๓๓] ฯ
๓๓ ๏ ทินกรจรแจ้งแจ่ม หาวหน
ธารนทีชลหาย[๓๔] หาดแห้ง
อกเรียมนิราจล เจ็บจาก กันนา
ร้อนยิ่งทินกรแจ้ง จวบกัลป์ ฯ
๓๔ ๏ สหัสสุริเยศเรื้อง รังสี
ผลาญแผ่นไตรภพสรรพ์[๓๕] เษกไหม้
กำเดากำดาลตรี ภพนาศ
ร้อนไป่ปานน้องไท้ จากจร ฯ
๓๕ ๏ ไตรยุคทั้งสี่ร้อน รนอก
โลกประชารากร หล่อหล้ม
ร้อนเรียมราศพันพก[๓๖] แสนส่วน
ไตรกำเดาดาลต้ม[๓๗] แตกทรวง ฯ
๓๖ ๏ ธรณีธรณิศแล้ง เลอหาว แห้งแล
ใบบัดพฤกษาดวง เหี่ยวแห้ง
ลดากระหวัดราว รุกขมาศ
วัลย์เวี่ยไม้ไหล้แล้ง ช่วยตรอม ฯ
๓๗ ๏ เวหาผผ่าวเพี้ยง พันแสง ส่องแฮ
เรียมรัญจวนใจจอม จิ่มหล้า
อาดูรคระแลงแสดง แสนโศก
แสนสุเมรุไหม้ฟ้า ไป่ปาน ฯ
๓๘ ๏ ทุกพรรคมฤคห้อง[๓๘] บรรพต
เสียสัมฤทธิอาหาร แหล่งเหล้น
นัยนามพุลาลส ศัลยเสพย์
เสียภิรมย์แหล่งเต้น ช่วยครวญ ฯ
๓๙ ๏ แสนพฤกษ์เหลืองหล่นล้วน แลงใบ
บังสุมาลย์แมนมวล แมกไม้
พฤกษาศิขรไซร โซรมชีพ
โอ้หาสกาลกลไหม้[๓๙] ช่วยเรียม ฯ
๔๐ ๏ ปักษีเสาวเลขล้วน ฦๅศัพท์
สวนบ่ฦๅเลยเกรียม ก่ำก้าง
โอ้แก้วนิราลับ ลิวลี่ แล้วเอย
แสนพิหคไห้ช้าง ช่วยชึง ฯ
๔๑ ๏ แสนบางบึงห้วยแห่ง[๔๐] เหมุทก
พาสุกรีไตรตรึงษ์ ปั่นหว้าย
มังกรกรารก[๔๑] รักเรข
ตีสกนธ์แล้วผ้าย ผาดจร ฯ
๔๒ ๏ แสนสัตว์นาเนกถ้วน แสนสินธุ์
ทุกข์บันดาลไฟฟอน ช่วยเศร้า
วันเจียรสุดาพินท์ พักเตรศ
แสนสุเมรุม้วนเข้า ดั่งลาญ ฯ
๔๓ ๏ โอ้รัตนนารีศเนื้อ นวลลักษณ์[๔๒]
จากภิรมย์เดียวดาล แผ่นขวํ้า
ตรีในสุรารักษ์ หริราช
ช่วยรันทดร้อยก้ำ กํ่าแด ฯ
๔๔ ๏ ฤดูจรเจตรแจ้ง เจียรจรัส
แสนสุธาปรวนแปร แผ่นหล้า
ฤดูฤดีดัษ ดาลเทวษ
เทวินทรสุรินทร์รักษ์หม้า ใหม่หมอง ฯ
๔๕ ๏ รํ่ารักรสเรขสิ้น สรรพางค์
พลมหุตเคร่าครอง สวาดิไหม้
โอ้แก้วสมเด็จกลาง วนิภาคย์ เรียมเอย
ควรแบ่งองค์แล้วไว้[๔๓] หว่างทรวง ฯ
๔๖ ๏ หลัดหลัดมาจากข้าง เขินเข็ญ ใหญ่แล
ทุรัศทุราดวง[๔๔] แหบไห้
โอ้แก้วดรุณเพ็ญ ภุชภาคย์[๔๕]
มานิรารมย์ไว้ ว่องกาม ฯ
๔๗ ๏ โหยเหนกระอุโอ้ เศียรเส โสดแล
หลัดหลัดนัยนายาม คลุ่มคลุ้ม
มลักเห็นนิ่มนวลเน นัยเนตร
กามกระหายโหยกลุ้ม[๔๖] เกลื่อนแด ฯ
๔๘ ๏ คิดนัยนาเพทหว้าย[๔๗] เวหา
คือศศิสุริยแข แข่งแย้ม
คือองค์อนงคชา เยาวเรศ กูนา[๔๘]
เหมือนเมื่อตฤบรสแก้ม กลิ่นเกลา ฯ
๔๙ ๏ เดือนถึงถถั่นน้ำ ตาตก
สายพรุณโชรมเชรา ฟั่นฟ้า
ปรานีแนบกับอก โอยแม่ กูเอย
เดือนสุดแล้วนุชหน้า[๔๙] แม่ผ้ายลองใด ฯ
๕๐ ๏ ฤดูไพศาขยสร้อง ฝนสวรรค์
คิดสุมาลย์มาไลย แหล่งน้อง
ฤดูฤดีครรภ์ รมเยศ
เจ็บกระอุแทบท้อง ที่ขวั้นสดือนาง ฯ
๕๑ ๏ คระหนฟ้าร้องคระ โหยหา สวาดินา
ดลด่วนเจ็บแดกลาง[๕๐] ขาดขว้ำ
แขไขข่าวไถนา ถถั่น มานา
อกระแหงแล้งนํ้า เนตรนอง ฯ
๕๒ ๏ แต่เรียมนิราศแก้ว ไกลนาน
ฟ้าเฟื่องครรชิตหมอง หม่นเศร้า
รำเพยรำพาธาร ไหลหลั่ง
สวรรค์อนันตร้อนเร้า[๕๑] ช่วยตรอม ฯ
๕๓ ๏ นิรานิราศร้าง แรมสมร
สุริยศศิดายดอม อยู่ได้
วเนวนาดร ในโลก นี้นา
จำนิรารสให้ ห่างแด ฯ
๕๔ ๏ โหยเห็นเดือนแย้มยั่ว ยงสมร
ไฉนว่าจันทร์เจียรแถง[๕๒] หน่อเหน้า
เจ็บเจียรจำงายวร วนิภาคย์
วว่องกามยงเย้า[๕๓] ยั่วยรร ฯ
๕๕ ๏ ธาตรีตรีโลกแล้ง แลจบ
จรหล่มลิดลิวกรรม์ ก่ำก้าง
นิทรานิราภพ[๕๔] รมเยศ
ครหอบหิวไห้ช้าง[๕๕] ชำงือ ฯ
๕๖ ๏ เดือนหกเรียมไห้รํ่า[๕๖] ฤๅวาย
ยามย่อมชนบทถือ ท่องหล้า
ธงธวัชโบกโบยปลาย[๕๗] งอนง่า
คิดว่ากรกวักข้า แล่นตาม ฯ
๕๗ ๏ ทันธงบใช่น้อง เรียมทรุด
หิวคระหนรนกาม พรั่นกว้า
ธวัชงอนโบกโบยสุด ลิวลี่
กรใช่กรหน้าหน้า ใช่น้องนาไถ ฯ
๕๘ ๏ ฤดูเดือนเชษฐฟ้า ครรชิต
สายพรุณรองไร[๕๘] เรื่อยฟ้า
ไพศาขยรํ่าแรมนิทร นงโพธ เดียวแม่
แรมรํ่าแรมโรยหน้า เร่งโรยแรมโรย ฯ
๕๙ ๏ วรรณาโมลิศแล้ง แดงเดียว
อกกระอุเกรียมโกรย กระด้าง
อัมพรอุทรเขียว ครางคร่ำ
ฟื้นฟั่นโหยไห้ช้าง เชี่ยวสินธุ์ ฯ
๖๐ ๏ อักขนิษฐเลื่องโลกล้ำ โสฬศ
บัณฑุกัมพลอินทร์ อาสน์แก้ว
เมรุทองรรองทศ ศาภาคย์
ฤๅอาจทรงทุกข์แผ้ว ที่ตรอม ฯ
๖๑ ๏ ฤดูเดือนเมฆนํ้า นองหาว
ขุกข่มเขียวไพรดอม ยอดย้อม
ไฟกามรลุงจาว ทองเทศ
เห็นลบัดเสรียวอ้อม[๕๙] อาตม์เรียม ฯ
๖๒ ๏ อัญชันชรอุ่มแต้ม ตาไพร
เพราเพริดนัยนุชเทียม แต่งแต้ม
บัวกามจำรัสไร รัตนเรข
ชมช่อไม้เหมือนแก้ม โกศเกลา[๖๐] ฯ
๖๓ ๏ พระพรุณรายเรื่อยฟ้า เฟ็ดโพยม
อกราษฎร์ชนบทเทา ทั่วหล้า
เริ่มการสำเร็จโถม ไถแล่น
เจียรอนุชน้องถ้า ไป่ยล[๖๑] ฯ
๖๔ ๏ แถลงวรรสวาดิเกี้ยว[๖๒] กรองบัตร
ลมปั่นหาวเหินบน[๖๓] แบ่งไส้
เล็บนางแน่งเนาวรัตน์ โชรช่อ
แลแล่งเล็บแก้วไล้[๖๔] ลวดทอง ฯ
๖๕ ๏ ฟ้าดินเลียมลอบกลํ้า กลืนนุช แดฤๅ
ซงซ่อนไกลใจปอง[๖๕] ขาดขวํ้า
แดนใดลอบเลงบุษป บัวมาศ กูเฮย
เรียมบำบวงบนก้ำ ก่ำสมร ฯ
๖๖ ๏ ร่ำรักแรมราศแก้ว เจียรจินต์
กรมโกรธเททวารถอน[๖๖] ถอดไส้
ลุกแลรลุงถวิล หาอ่อน อวลเอย
เยียวข่าวขวัญน้องไข้ พี่ถ้าถามขวัญ ฯ
๖๗ ๏ เดือนเจ็ดจรหลํ่าฟ้า เฟือนฟอน สวาดินา
เจียรจากนุชแดยรร หย่อนไส้
ราตรีสงัดนอน เสียงเน่ง แล้วแฮ
เรียมนิรารสได้ โตรดตรอม ฯ
๖๘ ๏ ราตรีตระหง่องเหงี้ย ฟังยาม
อกกระอุทรวงทอม ถ่อมถ้า
บอืออืดใจจาม เสียงเน่ง นอนนา
เดือนแปดมาแล้วหม้า แม่ผ้ายลองใด ฯ
๖๙ ๏ นับนาวรรณิศถ้า[๖๗] นับเดือน แดฤๅ
วันและคืนเดือนไคล คลาศคล้อย
อาสูรภมูเหมือน[๖๘] จรหลํ่า แล้วแฮ
เรียมรำฦกน้องน้อย ไป่สม ฯ
๗๐ ๏ อาสูรเทเวศท้าว เทเวนทร์ มากแฮ
จักหว่าจิตต์เรียมจม จ่อมเจ้า
รอยไทสุราเชนทร์ ทิพราช รังฤๅ
เรียมราศจึงเศร้าเศร้า โศกศัลย์ ฯ
๗๑ ๏ พรรษาสโรชฟ้า ไขธาร ท่อแฮ[๖๙]
เภริศคฤ้านเครงสวรรค์[๗๐] ป่าวหล้า
สรรเพชญ์ยิ่งยลญาณ พระสั่ง สอนแฮ
แย้มนิยมถ้วนหน้า เริ่มเรื้องทำธรรม์ ฯ
๗๒ ๏ วันทาวรโพธิไหว้ หวังพระ พี่แม่
คุณรำฦกพระสรรพ์ พร่ำน้อง[๗๑]
สดับธรรมอยู่พลางคระ ครวญแม่
นุชบนำพาพร้อง เพื่อใด ฯ
๗๓ ๏ กรจบบทมาศไท้ ธาศรี ศากย์แฮ
หัตถ์บังคมฟูมไนย เลือดย้อย
บวงสรวงสุมาลี นานใฝ่ สมแฮ
เดือนใฝ่หาละห้อย ใฝ่เห็น ฯ
๗๔ ๏ รอยนุชเป็นเนตรรื้อ เป็นองค์ พี่แม่
จับจึ่งมาข่มเขญ ขื่นไส้
รลวงพิไรจง จอดแม่ เดียวแม่[๗๒]
เดือดแปดแปดยามไห้ รํ่าโหย ฯ
๗๕ ๏ ทิศใดดวงสวาดิน้อง สถิรสถิต[๗๓]
ฟ้าฟอดบาดาลโดย ด่านเต้า
ชฎาธารเทพรังสฤษฏิ์ ศรีสี่
เชิญท่านเล็งแลเหน้า ข่าวข้าขอฟัง ฯ
๗๖ ๏ เพรงเรารอยพรากเนื้อ[๗๔] นกไกล คู่ฤๅ
ริบราชเอาเขาขัง คั่งไว้
มาทันปลิดสายใจ เจียรจาก เรียมนา
มานิรารสให้ ห่างไกล ฯ
๗๗ ๏ พระใดบำราสน้อง กรุณา หนึ่งรา
แสนหนึ่งนางถวายไป แด่ไท้
ดวงเดียวมิ่งมาลา เฉลิมภาคย์ กูเอย
รัตนสุคนธทิพไหว้ กราบถวาย ฯ
๗๘ ๏ เดือนดลกลนิศน้อง นุชนิทร์ อยู่ฤๅ
ฤๅหากพันกรกลาย แกล่ไว้
พระสุริยท่านรังฤทธิ รอยเบียด บังฤๅ
ขอศศิผลาญให้ แห่งน้องเห็นคืน ฯ
๗๙ ๏ ขอชมพระศาสนแก้ว เกลาสูร หนึ่งรา
ชิวหาศหอมรสกลืน กลิ่นใกล้
ขอชมมิ่งมาธูร เสาวณิศ
เสาวนงคเหน้าไท้ แม่เผย[๗๕] ฯ
๘๐ ๏ รอยกรรมหากแบ่งแก้ว กับกรรม์ พี่ฤๅ
อาทิก่อนเรียมเชย[๗๖] ซาบเนื้อ
ในนิทรบรรจฐรณ์พรร[๗๗] โณภาส
รสอ่อนยังเกื้อเกื้อ ไป่ปิ้มหายหอม ฯ
๘๑ ๏ เดือนแปดจรหลํ่าแล้ว ลิวลิบ
อกคระหนทรวงทอม ถ่อมถ้า
มาถึงที่นพนิพ[๗๘] เดือนใหม่ แล้วแม่
อรอนงค์หน้าหน้า ไป่เห็น ฯ
๘๒ ๏ อนงค์อรนิศเจ้า เจียรจันทร พี่เอย[๗๙]
จักคลาศเดือนมาเป็น ดั่งนี้
กระอุกระอกยรร แดจาก ดั่งฤๅ
ความพี่อันชี้ชี้ แม่รื้อยังเห็น ฯ
๘๓ ๏ เดือนเก้าจะเคร่าน้อง เทอญฤๅ อรเอย
กระละหลํ่าจักเป็น แต่กี้
กระเหม่นกระเหม็ดคือ หาวอยู่ ไส้แฮ
ใครพาศใครพานชี้ ซื่อตาย ฯ
๘๔ ๏ เดือนดลถถั่นนํ้า ตาฝน ถั่งนา
จักเจียรเจียรนุชคลาย[๘๐] คลาศคล้อย
พรรษามี่เมืองชน บทย่อม เย็นนา
เรียมจากนุชสร้อยสร้อย โตรดตรอม ฯ
๘๕ ๏ เจียรเจ็บอกถ้าอ่อน เชยทิพ ทราบนา[๘๑]
กายนิพนธ์ผอมผิว[๘๒] สรากเนื้อ
เพราะอรลิงคลิวลิบ ลิวลี่ แล้วแฮ
เดือนถั่งตาฝนเชื้อ แม่ผ้ายลองใด ฯ
๘๖ ๏ เดือนดลกลนิศน้อง ดลใด อรเอย
จำจึ่งจากเรียมไกล[๘๓] คลาศคล้อย
เดือนเก้าเกียจกันไฉน[๘๔] ฉงนอยู่
จึ่งจากนุชน้อยน้อย พี่ตรอม ฯ
๘๗ ๏ อัมพรมัวเมฆคล้าย คลั่งฝน แม่ฮา
เซงซ่าชลโชรมชรอม ฉ่ำหล้า
ธาราน่านนองชล ชิงเชี่ยว แม่ฮา
เรียมรลุงแลถ้า ไป่เห็น ฯ
๘๘ ๏ ครรชิตรัชนิฟ้า เฟ็ดโพยม
วายุโอบพรุณเปน[๘๕] เมฆกลุ้ม
ชีสามุ่งใจโจม จรจ่อม เอานา
ในเมฆอันคลุ้มคลุ้ม โอบมา ฯ
๘๙ ๏ ครไลครลั่งแล้ว กระมัง แม่ฮา
จับบเริ่มนุชคลา[๘๖] ถ่านี้
ชีสาอยู่ในบัง วายุเมฆ โพ้นนา
เจตกมลผี้ผี้ รวบเอา ฯ
๙๐ ๏ เพื่อเจียรเหน้าแก้วก่อ การตฤษ
นาร่วมรสนิทรเนา แนบน้อง[๘๗]
เรียมราศจึ่งมามฤตย์ มาโม่ห รักเอย
กามกลหายนุชคล้อง พี่รื้อกลใด ฯ
๙๑ ๏ พิศวงพิศวาสขวั้น แขวนทรวง พี่นา
ถนัดเปล่าปลิวเปลืองใจ จอดเจ้า
ทฤษฎิล่งแลดวง ดาวดาษ
ถนัดว่าเดือนดวงเหน้า หนุ่มสมร ฯ
๙๒ ๏ กรรณาวรรนิศเพี้ยง[๘๘] แขไข แข่งฤา
ใช่ว่ากรรกับกร[๘๙] ดุจนั้น
แสงจันทรหากอำไพ[๙๐] เรืองรุ่ง ไซ้นา
เรียมจึ่งคิดหั้นหั้น ประเหล[๙๑] ฯ
๙๓ ๏ ดวงเดือนดูด่วนแต้ม[๙๒] ตราติด ต่ายนา
หน้าหน่ายแลขอเวน เวี่ยไว้
พักตราแม่งามสนิท หายแห่ง ใดนา
เดือนหากเห็นไจ้ไจ้ แม่เร้นเมื่อใด ฯ
๙๔ ๏ เพยียวรรโณภาสสร้อย สนองกรรฐ์
เคยก่อนทรงธารใน อาสน์แก้ว
ถึงมานิราจันทร์ เจียรจาก อวรนา
จรหลํ่าลับฟ้าแล้ว ไป่คืน ฯ
๙๕ ๏ ภัทรบทดลเดียรถฟ้า ครรชิต
ชุ่มทราบนัยนาฝืน ฝั่งป้อง
ภรรดาพิโรธฤทธิ์ รังราค
มาเมียบนํ้าหน้าต้อง ต่ำสินธุ์ ฯ
๙๖ ๏ คล้ายคล้ายวว่องไว้ เวียนไนย แน่งฮา
แสนกระอุเพาพินท์ คลาศคล้อย
มลักเมียงตระบัดใบ บทเรก
เหมือนสกนธนุชน้อย แน่งมา ฯ
๙๗ ๏ เดือนภรรบัทศารทคล้อย คืนไกล[๙๓]
เชิญบิดรมารดา พร่ำพร้อง
ถวายคิดจำหน่ายใน บัวบาท พระนา
แลบ่เห็นน้องน้อง เมื่อใด ฯ
๙๘ ๏ ชำงือคือเดชเห้ง[๙๔] หริรงค์
รักษ์เลวงอาไลย มืดม้วย
บำบวงสุดาวงษ์ หริราช
นานขวบเดือนสิบสร้วย โสดหาย ฯ
๙๙ ๏ หริรักษ์หริราชแกล้ง เกลานุช แม่ฤๅ
จักจึ่งทรวงธรหมาย แต่เจ้า[๙๕]
ในนางสุรางค์สุด สามโลก ก็ดี
เทียมธุลีบทเหน้า ห่อนเที้ยรฤๅเทียม ฯ
๑๐๐ ๏ การเตนะนิ่มแต้ม ตรูเฉลิม แผ่นนา
กรรมแบ่งเอาอกเรียม ราศแคล้ว
การเตแม่เอาเจิม ไปแจ่ม ใครนา
ชํ้าชํ่างือแก้วแก้ว ถึงเข้าเดือนสิบ ฯ
๑๐๑ ๏ เดือนสิบถถั่นแท้ เททรวง พี่แม่
เดือนยาตรมาเยียวหยิบ แม่ผ้าย
เรียมโหยรลุงลวง ลาญสวาดิ
ละพี่เดียวให้หว้าย โศกศัลย์ ฯ
๑๐๒ ๏ พรรษาภิเษกสร้อย สรรเพชญ์
เคยบำรุงรสธรรม์ ที่ไท้
โอ้แก้วกับแดเดจ เดียวจาก ไปฤๅ
ละแต่ภรรดาไห้ แหบโหย ฯ
๑๐๓ ๏ เดือนมฤคไมยมิ่งเต้น ตามมฤค ฤๅแม่
มฤคพรํ่าชวนมฤคโชย ผาดห้วย
จวนเดือนเมื่อกรรดึก ชลมารค นองนา
จักจากเรียมด้วยด้วย มฤคพาล ฯ
๑๐๔ ๏ เผยอบุญญาพาสถ้วน[๙๖] เทเวนทร์
เทพบ่ควรเห็นการ พี่สร้อย
กระอุอกอาเปรน ปราณนาศ แล้วแฮ
แดเดือดดาลร้อนร้อย ส่วนเสล ฯ
๑๐๕ ๏ แม้ม้วยบรเมศไท้ ทินกร ก็ดี
สิ้นสุดพระเมรุเอน อ่อนล้ม
สามภพเปื่อยเป็นบร นรนาศ ก็ดี
เจ็บไป่ปานน้องหล้ม หล่อองค์ ฯ
๑๐๖ ๏ หล่มหล้มอกอ่าโอ้ อกพระ พี่เอย
เจียรจากนุชอนงค์[๙๗] เมื่อนี้
นาวาวิ่งวายฉะ ชลมารค
ถวายเลิศลำเลี้ยวลี้[๙๘] ไล่สินธุ์ ฯ
๑๐๗ ๏ อกกรมเกรียมสวาดิไห้ โหยหา
นองเนตรธารากิน บ่ม้วย
ตายดักเดือดแดมา[๙๙] ไกลแม่
ใดบ่ปรานีด้วย เท่าใย ฯ
๑๐๘ ๏ กรเกยกมุทไหว้[๑๐๐] สรวงสิทธิ์
สบสุราสุรใน แผ่นหล้า
ขอสมสุดานิจ นุชนาฎ เดียวแม่
แสนสุเมรุห้องฟ้า บ่ได้ปรานี ฯ
๑๐๙ ๏ ชงครากามิศน้อง ยังยัง ติดแม่
ในรลุงนาภี พรั่นกว้า
เทวาสุรารัง บิดแบ่ง ไปฤๅ
จำราศชายหิ้วช้า อยู่เชย ฯ
๑๑๐ ๏ พาลแขไขแข่งแย้ม ตรูตรัส
อาสยุชดลเดือนเคย แนบน้อง
ฤๅมานิรารัตน์ ชาเยศ
สบประชาชนซร้อง คลํ่าสินธุ์ ฯ
๑๑๑ ๏ มาสาเสาวเลขนํ้า นองใน
ฝั่งนทีธารถวิล แก่แก้ว
นาเวศประภาไสว ขับแข่ง กันนา
โอ้อนุชน้องแคล้ว คลาศกู ฯ
๑๑๒ ๏ สรมุขไมยมาศแต้ม ตรูตรัส
ศรีสมรรถไชยตรู เตรียบฟ้า
พายคำจำรัสแครง ใสส่อง
หมึกสักหลังรั้งหน้า ฮึดฮือ ฯ
๑๑๓ ๏ ฝีพายพลไปล่นํ้า ปลิวใบ แบ่งนา
ฉายฉากพายพลปือ ปั่นคว้าง
ชำงือชำงายไนย นองเนตร แล้วแฮ
นึกรำฦกครั้งสร้าง แรกสม ฯ
๑๑๔ ๏ ไกรกรายฉายฉากนํ้า ปึงปลิว ปรี่นา
คิดพิมานไชยชม บ่เว้น
แลเลาหลั่งลองลิว ลมล่อง มาฤๅ
อ่อนลำเภาพายเต้น ตากหัว ฯ
๑๑๕ ๏ วรหงส์ไพโรจน์เพี้ยง เรือนาง แน่งนา
กลบันจงเกลากลัว ดุจขวํ้า
เกลียวกลมรันทวยกลาง โอนอ่อน มานา
เรือหากรู้น้ำนํ้า[๑๐๑] หากเห็น ฯ
๑๑๖ ๏ พิศพลยอฉากหล้ม ทวยธวัช
บัดแมล่งชนะแพ้เป็น ที่หั้น
กลกามชำงือถกัด[๑๐๒] นุชนาฎ
ครึงเครื่อบางถมอชั้น ง่าพายยอพาย ฯ
๑๑๗ ๏ ตาเรียมตระหง่องตั้ง ตาเรือ แม่ฮา
ตาหลิ่งดูดูดาย หน่อน้อง
ชลธารนทีเจือ จาวหลั่ง ไหลนา
อกแผ่นดินฟ้าฟ้อง เพื่อนาง ฯ
๑๑๘ ๏ ฟองชลฝะฝ่ายนํ้า ตาตก
ตาฝั่งแฝงเกลียวกลาง สวาดิไหม้
โอ้แก้วกึ่งกับอก องค์จาก ไปแฮ
อกแผ่นดินฟ้าไห้ ถั่งฝน ฯ
๑๑๙ ๏ เจ็ดสินธุ์สบส่ำแล้ว เจ็ดสาร ก็ดี
ยังไป่ปานชุรชล เกลศกลั้ว
กรรโหยรลุงการ ในเกลศ นางนา
ฉงนชำงือรสดั้ว ด่วนมาลย์ในมาลย์ ฯ
๑๒๐ ๏ สนุกนิหล้าเหล้นพี่ ดูดาย ณะแม่
แลรลุงแดลาญ สวาดิไหม้
เรียมครวญรํ่าอกหาย โหยสวาดิ
เจ็บจำงายเดียวไห้ แหบหิว ฯ
๑๒๑ ๏ ฤดูเดือนเหล้นพี่ ดูหน อยู่นา
อกกระอุเปลืองปลิว พรั่นกว้า
ฤดูฤดีดล หายแห่ง ใดนา
เรียมราศร้อนรนถ้า ไป่วาย ฯ
๑๒๒ ๏ เจียรเจ็บอกฟ้าฟอด เฟ็ดโพยม
แสงส่ำอัคนีพาย ฟาดน้ำ
พระพรุณรุ่นทาโสรม[๑๐๓] สรวมอาสน์ ก็ดี
ไนยสุธาราล้ำ ทุกขนั้นแสนทวี[๑๐๔] ฯ
๑๒๓ ๏ ฤดูอาสยุชน้ำ นองหาว
ข้อนอุระตูมตี ขาดขว้ำ
อัมพรชรอุ่มจาว ทรวงเทวษ
แลบ่ปานนองน้ำ น่านไหล ฯ
๑๒๔ ๏ พันฦกฦๅลั่นฟ้า ลมฉวาง
ทุกทวีปดินแดนไตร หมื่นไหม้
ไฟกัลปกระอุปาง[๑๐๕] ตรีนาศ
โอ้อกเรียมร้อนได้[๑๐๖] กว่าแสน ฯ
๑๒๕ ๏ จรลิดลิ่วหล้าจระ ลับแข แข่งฤๅ[๑๐๗]
แขแข่งขัดหวงแหน แม่ไว้
เลงเดือนก็สุดแล ลิวลี่ แล้วแฮ
เดือนสว่างคือไต้ใต้ โลกนี้หายโฉม ฯ
๑๒๖ ๏ กรรดึกแขมาศผ้าย ไตรตรัส
สวะเมฆอัมพรโพยม ผ่องแผ้ว
อกฟ้าจำรูญจรัส เจียรเมฆ
อกราศฤๅรู้แล้ว[๑๐๘] ผ่าวเผา ฯ
๑๒๗ ๏ ฟ้าหล้าใสส่องเท้า เทียมสูรย์ ส่องแฮ
อกพี่ดาลมัวเมา มืดน้อง
พิธีอาจอาดูร เรียมโรค[๑๐๙]
เจ็บเพราะเรียมรักร้อง[๑๑๐] ร่ำนาง ฯ
๑๒๘ ๏ ชลธีปละปลั่งคว้าง ทางสินธุ์
นาเวศนาวาวาง วาดน้ำ
ตกบางขดานดิน สดือแม่
ดลฤดูสั่งล้ำ ไล่ชล ฯ
๑๒๙ ๏ ไล่ชลนาเวศแล้ว เมือโรง
อ่อนรทวยนวยกล กิ่งก้ม[๑๑๑]
เรียมพายรโงงโหง หกอยู่
เพราะเพื่อพลพายห้ม ห่มแรง ฯ
๑๓๐ ๏ กรรดึกเดือนตั้งแต่ง โคมถวาย
ทุกท่วยหญิงชายแสวง ล่องเหล้น
ขับซอปี่แคนหลาย เพลงพาทย์
ติ้งติ่งนิ้วน้าวเต้น ร่อนรำ ฯ
๑๓๑ ๏ โคมทองประทีปแก้ว เรืองใน
อกพี่คือโคมคำ คู่ได้
เพลิงผลาญกระอุใจ วนิเจต
ทรวงรลุงลาญไหม้ ป่วนเปน ฯ
๑๓๒ ๏ ทุกข์ด้วยวณิภาคยลี้[๑๑๒] ลับแลง[๑๑๓]
รสยํ่ายามเขินเขญ ขอดข้อน
รำฦกสมเด็จแสดง รสราค
เพลิงบร้อนเรียมร้อน ยิ่งยง ฯ
๑๓๓ ๏ เสาโคมสราวสราดขึ้น แขวนถวาย
ใจพี่แขวนขวัญจง ไป่ม้วย
ไฟกามกำเดาดาย ดักด่าว เดียวแม่
นุชบ่แรมร้อนด้วย พี่เลย ฯ
๑๓๔ ๏ เดือนดลกรรดึกหล้า ชลาชล
ชลชลานองเนย น่านกว้าง
ท่วมมารคนทีจน ตาฝั่ง
นึกรำฦกไห้ช้าง ที่หั้นใครเห็น ฯ
๑๓๕ ๏ เห็นน้ำคละคลั่งคล้าย ไนยนา แม่ฮา[๑๑๔]
คลุ้มคลั่งอาเปรนเป็น ดั่งบ้า
บเห็นสุดามา[๑๑๕] เมินเคียด ไส้แม่
ลุบ่มีเลยข้า ตากตน ฯ
๑๓๖ ๏ ชลกามนุชกลํ้าเกลศ[๑๑๖] ชลพระ พี่แม่
ไฉนฤไทยชลจน เมื่อหั้น
ชลเหนือหลั่งลงพะ ชลใหญ่
ชลแนบชลนั้นนั้น ย่อมกล ฯ
๑๓๗ ๏ ถวายบุญแบ่งแกล้งกล่าว ผลเผยอ
ถวายพระเปรียงพลางบน[๑๑๗] บ่นน้อง
โคมทองรังรองเลอ แขแข่ง
บุญกุศลเรียมพร้อง พรํ่าถวาย ฯ
๑๓๘ ๏ นาเวศเวียนมารคท้อง ทางสินธุ์
จบนทีธารผาย ทั่วหล้า
พานโภชนาบิณ ฑบาต
บวงสรวงนุชน้องหน้า หนุ่มเจ้าจงสม ฯ
๑๓๙ ๏ สายโคมราวระย้า เรียงราย
คือกังหันหันลม รอกร้อง
สราวโคมปั่นขวัญหาย หาแม่
เสียงรอกราคพาลต้อง โตรดตรอม ฯ
๑๔๐ ๏ เสียงรอกราคตื่นเต้น[๑๑๘] ในนุช
ยึดเชือกสราวโคมจอม[๑๑๙] จวบหั้น
ระย้าไปล่ปลิวบุษป์ บนเวก
รอกเร่งร้องนุชซั้น เร่งรน ฯ
๑๔๑ ๏ มฤคจรัลมาเต้นพี่[๑๒๐] นึกโคม สรฤๅ
กลเมื่อกลกามกล ตื่นต้อน
กลนุชแนบแนมโจรม จรดราค
กลเมื่อเจ็บเรียมข้อน ขอดแสดง ฯ
๑๔๒ ๏ รํ่ารักเดือนอ้ายถั่น ถึงมา แม่ฮา
ฟ้าจากเจียรกินแหนง[๑๒๑] ละห้อย
อกแล้งนอกนัยนา เลอล่ง
แลท่งธารนํ้าน้อย น่านหาย ฯ
๑๔๓ ๏ อกชลคลาแคล้วแผ่น ปรัถพี
หญ้าเน่านองตรอมตาย ต่ำเตี้ย
คือเรียมจำงายศรี เสาวนาฎ
อกแนบเขนยขนนเหงี้ย เงียบศัลย์ ฯ
๑๔๔ ๏ คระหนอกแห้งคระ หิวโหย
ดลฤดูแดยรร หย่อนไส้
ปลาแปลนไปล่วังโอย อกหว่า
ยางยูงยงยังได้[๑๒๒] ดุจหมาย ฯ
๑๔๕ ๏ เรียมตรอมตระโหมดหม้าย เอกา
อกหว่าหวังหวังดาย บ่ได้
ทุงทองท่องกินปลา ทองใฝ่ ฝันนา[๑๒๓]
ออกอุกร้องเรียมไห้ ออกโอย ฯ
๑๔๖ ๏ กระสารังร่อนต้อน[๑๒๔] กระสัง
ออกจากรังซวนโซย เมื่อนี้
ฤดูเมื่อชลหวัง แปลนหาด
ปลาเล็กน้อยสร้อยสี้ สากแขยง[๑๒๕] ฯ
๑๔๗ ๏ แขยงพิษครั้นต้องไม่[๑๒๖] คือดุก รฤๅ
ครั้นเมื่อกลืนกลแกง เกี่ยงก้าง
นึกสร้อยสุบงคลุก นิราศ[๑๒๗]
พระเพื่อนยังรู้บ้าง ที่ข้าเรียมศัลย์ ฯ
๑๔๘ ๏ ท่งนาแลเข้าเรื่อ รวงหนา[๑๒๘]
เหลือไผ่ผอมนาวรร นิศน้อง
ชนบทหมู่ไปมา เหลือแหล่
ยังกระอุอกร้อง ช่วยตรอม ฯ
๑๔๙ ๏ ฤดูดูว่าวคว้าง กลางหาว
เห็นว่าวหว่างอกปลอม ว่าวขึ้น
สายทรุงปั่นอกทาว ทรวงพี่
เห็นละลักชักฟื้น ฟั่นแด ฯ
๑๕๐ ๏ รเร่รร่ายร้อง เรียมตรอม
อึงแอกเสียงเรียมแปร ป่วนไส้
ขาขึ้นยะยรรดอม[๑๒๙] เดียวสวาดิ
พรายทั่วฟ้าอกไหม้ ม่าวถวิล ฯ
๑๕๑ ๏ ลมพัดเผยอข่าวด้วย ลมเฮย
ลมแล่นรับขวัญบิน บ่าไส้
เรียมรักร่ำยังเลย ลาญสวาดิ
สารสั่งว่าววานให้ แม่มา ฯ
๑๕๒ ๏ ว่าวรับข่าวแล้วว่าว บินบน
ลมส่งสายทรุงพา[๑๓๐] ว่าวหว้าย
เรียมฟังข่าวนุชฉงน ไฉนอยู่[๑๓๑]
ว่าวบ่บอกสารหน้าย แสบทรวง ฯ
๑๕๓ ๏ ฤดูดูราษฎร์เหล้น มหรสพ
ทุกทั่วหญิงชายพวง พวกพ้อง
สวนเสียงสำเนียงจบ เจียรโลก
แสนสนุกนิถ้วนถ้อง ทั่วเมือง ฯ
๑๕๔ ๏ มฤคเศียรสาโรชเรื้อง เพ็ญพักตร์
จันทร์แจ่มจันทร์จรเมลือง ล่งฟ้า
ตรียามพวายชัก ชวนเพื่อน เพาแฮ
โอ้ดนัยเดียวหม้า ใหม่ฤๅ ฯ
๑๕๕ ๏ ปางทวิชเริ่มแรกตั้ง แขวนขดาน
ขดานดั่งดวงดือ[๑๓๒] ดอกไม้
กรรแสกรรแสงสาร สายโยค
โอ้อกเรียมคิดได้ เร่งถวิล ฯ
๑๕๖ ๏ เห็นพาหุเลศเหล้น บรรพ์ถวาย
คือคู่โฉมกินริน เฟื่องฟ้า
เสนงทองรรองพราย เพราเพริศ
เห็นบ่เหมือนหน้าหน้า[๑๓๓] หน่ายเดือน ฯ
๑๕๗ ๏ ชุมนุมทั้งห้าเริ่ม ถวายขดาน
นาริศธรณีเหมือน อ่อนไท้
ภูษาธิกทูลธาร พระบาท
เมิลมหรสพไหม้ สวาดิแด ฯ
๑๕๘ ๏ ธรณีธรณิศแก้ว การเต
เห็นประเหลเรียมแล บ่ม้วย
โอ้เหมือนบ่เหมือนเน มลมาศ กูเอย[๑๓๔]
เรียมเร่งเร้าร้อนด้วย[๑๓๕] โศกแสน ฯ
๑๕๙ ๏ มฤคเศียรสมฤทธิสิ้น เสร็จฉินท์
หายบ่เห็นโฉมแผน แผ่นฟ้า[๑๓๖]
เดือนอ้ายก็เจียรจินต์ เดือนยี่ แล้วแฮ
ยังบ่เห็นโหยช้า[๑๓๗] ชวดนาง[๑๓๘] ฯ
๑๖๐ ๏ บุษยาภิเษกสร้อง ศรีสวัสดิ์
รัตนสุดาเดียวกลาง กล่อมเกลี้ย
บยลยุพาพัทธ เพาพี่ เดียวแม่
เสนาะดินฟ้าเหงี้ย เงียบดาย ฯ
๑๖๑ ๏ ทวิชมุขทวิชาติเข้า[๑๓๙] ถวายพร
โอมอ่านอาคมถวาย เษกสร้อง
ถวายสังข์ชลาธร นรนิตย์
พานทำนุกทุกซ้อง แหล่หลาย[๑๔๐] ฯ
๑๖๒ ๏ มนตรีมนตรีศเรื้อง เรืองยศ
ทุกหมื่นขุนมุลนาย นอบเฝ้า[๑๔๑]
สมเด็จปิ่นเสาวคต ยุพราช
โอ้เอนดูนุชเหน้า[๑๔๒] แม่ผ้ายลองใด ฯ
๑๖๓ ๏ เคยดลประพาสถ้วน การกิจ
นั่งแนบเอางานใน บ่แล้ว
ปรากรรม์จากลิวลิศ ลิวลี่ แล้วแฮ
เรียมราศโหยแคล้วแคล้ว คล่าวไนย[๑๔๓] ฯ
๑๖๔ ๏ อัมพรอาเภทแจ้ง จำฉงาย
เดือนยี่เจียรจรัลไกล เกลศกลั้น
มูรธาภิษิตถวาย สังคีต
ยลรบำบนหมั้น[๑๔๔] หมื่นทวี ฯ
๑๖๕ ๏ ถนิมเมืองแมนเษกสร้อง เกษมสุข
ลํ้าเลิศกรุงโกสีย์ หยาดหล้า
โขลนทวารตรวจตรีมุข ไรเรข
ธารชำนันครุฑหน้า เฉิดโฉม ฯ
๑๖๖ ๏ สุริยแสงไพโรจน์เหลื้อม[๑๔๕] จรูญจรัส
จันทรพิมานเพียงโพยม ก่อแก้ว
พรายพรรณจำรูญรัตน์ มุขมาศ[๑๔๖]
เรียมเยียคิดแคล้วแคล้ว คลั่งสมร ฯ
๑๖๗ ๏ พระพลานไชยตั้งแต่ง ตรูตา
แสนส่ำกษัตริย์ถวายกร กราบเกล้า
เพยียเวฐเวี่ยมาลา ลาลาศ[๑๔๗]
กรกอดคลีม้าเคล้า คล่าวโคน[๑๔๘] ฯ
๑๖๘ ๏ เหิรหันเกวียนแก้วแกว่ง[๑๔๙] เหิรเห็จ
วางวิ่งลับลิ่วโทน ท่องล้ำ
รอยสุริยสุราเสด็จ ดวงสวาดิ ไปฤๅ
จากอกเรียมคือหํ้า หํ่าใจ ฯ
๑๖๙ ๏ รบำบรรเยศแกล้ง ถวายโฉม
คืออัปสรสวรรค์ใน[๑๕๐] ฟากฟ้า
มหรสพบแลโลม ลาญสวาดิ
โอ้บ่เหนหน้าหน้า[๑๕๑] โศกศัลย์ ฯ
๑๗๐ ๏ นารินทรนาริศเร้น รักโฉม อยู่ฤา
จากอกองค์เรียมรัน เร่งร้อง
หาหายบ่เหนโคม สมรมิ่ง กูเอย
เร้นสุรางค์ไว้ห้อง แห่งองค์ ฯ
๑๗๑ ๏ เทียนทองพิเศษตั้ง เทียนทิพย์
รัตนสุพรรณบรรจง ช่วงเชื้อ[๑๕๒]
บัดเห็นกระอุสิบ แสนโศก
ด้วยกำเดาเร้าเรื้อ รวดปาง ฯ
๑๗๒ ๏ รันทาทิพยธาตุเที้ยร ดุษฎี[๑๕๓]
โอภาสเพ็ญภพฉวาง ช่อช้อย
โอ้รัตนกมลลี ลาสวาดิ ไปแฮ
เรียมรันทวยทุกข์ร้อย ส่วนเพลิง ฯ
๑๗๓ ๏ เซ็งเซ็งซซ่านนํ้า นัยนา
ตกพ่างบุษบันเกิง ขาดขวั้น
เร่งแลกำเดาอา รมภเรก
ยิ่งกว่าเพลิงเหี้ยมหั้น หั่นแด ฯ
๑๗๔ ๏ มนตรีมนตรีศถ้วน มนทาน ก็ดี
โอ้ป่วยแลเล็งแล โศกซ้ำ[๑๕๔]
แก้วเก้าตระการมาลย์ มลมิ่ง กูเอย
จำอุธรทุกข์ลํ้า เลิศสินธุ์ ฯ
๑๗๕ ๏ อัญชันชูช่อช้อย นิลรัตน์
กลวิมลนัยนิล แน่งน้อง
ครั้นคิดกำเดากลัด กลางเจต
จรลิ่วธารทิพยห้อง[๑๕๕] แห่งองค์ ฯ
๑๗๖ ๏ กณิกากณิเกศสร้อย[๑๕๖] สาวศรี
ทรงสุมาลย์แมนลง แต่ฟ้า
เห็นเป็นประโลมตรี ไตรธาตุ
ยังเบี่ยงพักตราช้า ช่วยเจ้าจอมเดียว[๑๕๗] ฯ
๑๗๗ ๏ เห็นเพลิงเพยียโรจน์ร้อน รุมอก พี่แม่
เจ็บจำงายเครงเครียว พรั่นกว้า
กังหันกังเหิรตก หายสวาดิ
คือชลาไนยหน้า ถั่งแถม ฯ
๑๗๘ ๏ เรียมครวญสวาดิไห้แหบ หานาง
กามกระอุอกแกม กํ่าไส้
บันทัดบันทุผาง อกหว่า แล้วแฮ
จรวดจรดหาววานให้ แม่มา ฯ
๑๗๙ ๏ อัคนีสาโรชฟ้า ครรชิต
เสียงบันฦๅธาดา ดอกไม้
จรวดจรดสิสองสิทธิ์ เซ็งซ่า
เสียงจรวดฤๅอกไหม้ ม่าวทรวงเททรวง ฯ
๑๘๐ ๏ สวายเพชรตกโตรดนํ้า ตาตก แม่ฮา
เมิลมณีมุขพวง พู่แพร้ว
คือนัยวินิลหก มาโนช เรียมเฮย
แลเล่าใช่มุขแก้ว พี่ศัลย์ ฯ
๑๘๑ ๏ เพยียทิพยเมิลมุ่งเพี้ยง เพยียนาง นิ่มเฮย
เคยบิลันธากรรณ เกศแก้ว
โอ้แก้วใช่เพยียกลาง สมรมิ่ง กูเอย
รักษ์เร่งร้างรักษ์แคล้ว[๑๕๘] คล่าวไนย ฯ
๑๘๒ ๏ กังหันเหิรผ้ายปั่น เวหา
คือรันทาดวงใจ พี่ร้อน
มารศรีวนิดา[๑๕๙] ดวงพราก ไปแม่
เจ็บยิ่งเพลิงกามต้อน[๑๖๐] แตกทรวง ฯ
๑๘๓ ๏ จงกลกรรณิเกศแก้ว กรองมาลย์
โอภาสพนมเทียนพวง พรั่นกว้า
เพยียเพชรพี่ยลดาล แดหว่า แล้วแฮ
รุมโรคร้อนอกข้า ขาดขวํ้าขวัญปลิว ฯ
๑๘๔ ๏ โคมทิพยเวหาสห้อง หาวเหน
ธงแลเทียนเรื่อยริว ร่อนฟ้า
คือโคมจำเรียงเปน ปางเสพย์
เสวยสุรสร้อยห้า แห่งกาม ฯ
๑๘๕ ๏ ตรวจเตรินตรูโลกหว้าย เสียงคัก[๑๖๑]
พรายภมรยํ่ายาม ภู่ย้อย
ตรูไตรจำรัสพัก ตราโลก
เรียมรำฦกน้องน้อย เมื่อเคล้าธรจร ฯ
๑๘๖ ๏ พรรณนาทุกสิ่งสร้อย พรรณนาง
ในบุษย์พิมลสมร โสดน้อง
สบสิ่งทั่วสรรพางค์ ประกาศ
ในอนุชเจ้าคล้อง[๑๖๒] พี่ตรา ฯ
๑๘๗ ๏ ในนางเรียมรํ่าสิ้น ในนุช
ดาลกำเดาดลรา[๑๖๓] รํ่าถ้วน[๑๖๔]
สรรพางค์วรางสุด เจียรเจต
แม้แผ่นไตรภพม้วน ไป่วาย ฯ
๑๘๘ ๏ เดือนสามประเวศไว้ เวียรแข
เรียมรํ่าดวงเดียวดาย ด่อนฟ้า
ประจลกมลแด ดาลเทวษ
อกกํ่ากรมเกรียมหม้า ใหม่หมอง ฯ
๑๘๙ ๏ โอ้แก้ววนิภาคพ้น วนิภา
เดือนใหม่ดลใจจอง แจ่มแจ้ง
รัษตินทิวารัง[๑๖๕] ยามโยค
ฤๅห่อนเสียงแส้งร้อง รํ่าคุณ ฯ
๑๙๐ ๏ อาสูรสุดสวาดิสร้อย เสาวคนธ์
เจียรจำงายอาดุร โศกเศร้า
โมลีวิไลยดล[๑๖๖] ใดดั่ง นี้นา
โรคนิรารสเร้า โตรดตรอม ฯ
๑๙๑ ๏ ดวงทิพย์โมลิศเกล้า นารินทร์ พี่เอย
อ้าอาตมดายดอม[๑๖๗] อยู่ได้
อัปสรสุราชินทร เยียวยาตร มาฤๅ[๑๖๘]
เรียมกระอุอกไหม้ แม่รื้อปรานี ฯ
๑๙๒ ๏ ดวงจาววนิภาคย์พ้น[๑๖๙] เสาวบุษป์
ชิดช่อดวงมาลี เสียดสร้อย
กลิ่นเกลี้ยงกำจรอุด ดมภาคย์
เทหฤทัยเรียมคล้อย คลาศแด ฯ
๑๙๓ ๏ เจียรจันทร์พิโยคร้าง แรมรส
พักตรสุดาเจียรแถง หยาดหล้า
สายสมรมิ่งมนมท มาโนช กูเอย
เดือนใหม่มาแล้วหม้า ไป่เมิล ฯ
๑๙๔ ๏ สุริยแสงส่งสร้อยส่อง สุมามาลย์
คือศศิสุริยเดิร ผาดผ้าย
ถวิลทิพยสุดาดาล เสด็จยาตร มาแม่
ในสุธาราคล้าย เร่งยวนใจยวน ฯ
๑๙๕ ๏ จรจิตต์ใจเจตน้อง นางนุช ฤๅแม่
นิลกรรหายโหยครวญ[๑๗๐] สวาดิไหม้
ในเรียมล่งในบุษป์[๑๗๑] บัวมาศ
นึกรำฦกให้ไห้ ถึงน้องฤๅเอ[๑๗๒] ฯ
๑๙๖ ๏ เดือนเพ็ญสาโรชสร้อย สรัทกาล
เรียมราศจักจงเท ท่าวดิ้น[๑๗๓]
กัลยางคนิพาล พักเตรศ
โอ้บ่เห็นหายสิ้น แสบทรวง ฯ
๑๙๗ ๏ เดือนสามรังเริ่มแก้ว กลศรี
สมสอดบุษบาดวง ดอกสร้อย
วันยามโยคราตรี ไตรเพท
โอ้เมื่อวันวางช้อย ช่อมาลย์ ฯ
๑๙๘ ๏ เดือนสามสาโรชน้อง นางเดียว
อกกระอุทรวงธาร เนตรย้อย
เดือนดลใฝ่นุชเขียว มาไป่ มาเฮย[๑๗๔]
เดือนเร่งไกลนุชคล้อย เร่งคลา ฯ
๑๙๙ ๏ เดือนดลนับหน่อน้อง[๑๗๕] นางนุช
นุชว่ามาฤๅมา เร่งแคล้ว
กานดาวลีบุษป์ หายแห่ง ใดนา
เดือนเร่งมาน้องแก้ว เร่งหาย ฯ
๒๐๐ ๏ ภุมรีซรับซราบสร้อย สุมามาลย์
เกลือกสุคนธ์อบอาย กลิ่นกลั้ว
เจ็บคือเยียมาการ บดแบ่ง
เอาชีพเรียมเจียรขั้ว ขาดแด ฯ
๒๐๑ ๏ สายัณห์ยลยั่วสร้อย วนิดา ยิ่งแฮ
ไขศศิแสงแข แข่งแย้ม
โหยหนทรหวนหา วลิภาค
ธารสุคนธธารแก้ม ตฤบตรอง ฯ
๒๐๒ ๏ ศิดางค์เวียรแว่นฟ้า ฤๅพักตร์
ศศิมฤคหมายหมอง ใช่แก้ว
โสภาพิมลลักษณ์ เลอเลข[๑๗๖]
ใสส่องโกมุทแล้ว เลิศจันทร์ ฯ
๒๐๓ ๏ คิดพาลเพาโพธผ้าย ลองใด
ถอนถอดเททรวงกรรม์ ก่องไหม้[๑๗๗]
ฤดูส่งพระไพ สพราช มาแม่
ยังไป่เห็นนุชไห้[๑๗๘] พี่ไห้เอกา ฯ
๒๐๔ ๏ อาจารย์รังเริ่มตั้ง พนมรวง แม่ฮา
ถวายสุคนธมาลา เรียบร้อย
รัถยาบ่าวสาวพวง[๑๗๙] พาลแพละ กันนา
ตามส่งไพสพคล้อย คลาศคลา ฯ
๒๐๕ ๏ แสนสาวสอาดเพี้ยง[๑๘๐] พิมพ์พิศ
โอ้บ่ติดตรึงตรา[๑๘๑] สวาดิไหม้
ดวงเดียวสุธาทิศ ทิพมาศ กูเอย
หล้าแหล่งชมเรียมไห้ ไป่วาย ฯ
๒๐๖ ๏ ศรีสุทธิในนาถพ้น พันแสง
ฤๅว่าอินทร์พรหมหมาย มิ่งน้อง
จึ่งจากภิรมย์แสดง ประดิภาค
ข้องข่ายมารแมนคล้อง บ่วงกาม ฯ
๒๐๗ ๏ พิศเทพีโพธแก้ม เปรมปราง
ทรวงก่ำกรมกลหนาม เสียบไส้
พลแพนร่อนรำฉวาง แหนแห่
เร่งรันลุงลาญไหม้ ผ่าวทรวง ฯ
๒๐๘ ๏ เจ็บจำงายแก้วพราก พลัดแด พี่นา
ฤๅเทพไพสพลวง แม่ผ้าย
ไตรฤทธิ์บ่เล็งแล ไตรโลก นี้ฤๅ
จำพี่ร้อนรนหว้าย โศกศัลย์ ฯ
๒๐๙ ๏ นพรัตน์รังเรขร้อย บุษยมาลย์ มิ่งแฮ
รับบรรจงเจียรจันทร์ ยั่วแย้ม
โหยหวนอุทรธาร สหเทพ
โอ้บ่เห็นแก้วแก้ม เกศเกลา ฯ
๒๑๐ ๏ สุนทรวรภาคย์พ้น แมนสรวง
รอยลอบลักยุพเยาว์ ยอดไท้
ไปเปนธรณีดวง เดียวเด็จ
กลางดนูทิพย์ไว้ หว่างองค์ ฯ
๒๑๑ ๏ เสร็จส่งไพสพสิ้น สารสุด
เพลิงฉี่ใบบัวบง เหี่ยวแห้ง
วาววางกระลาบุษย์ พนิกาศ
โอ้อุทรทรวงแล้ง ลั่นลิว ฯ
๒๑๒ ๏ เดือนสามเจียรจากแล้ว[๑๘๒] แลลับ
ดวงฤทัยเรียมปลิว ปล่งฟ้า
เหิรหาวตระดวดดับ แขมาศ
เดือนใหม่เรียมรั้งถ้า ใฝ่ฝัน ฯ
๒๑๓ ๏ ฤดูเดือนสี่ซั้น มาดล แม่ฮา
ตรุษโตรดเรียมแดยัน[๑๘๓] ด่าวดิ้น
ทินกรจำรัสบน[๑๘๔] บังเมฆ
อกแผ่นผอมตรอมหวิ้น[๑๘๕] หว่าแด ฯ
๒๑๔ ๏ ลองใดฝูงราษฎร์ซร้อง ทำธรรม์
สบสกลเล็งแล ล่งฟ้า
จบจวบจตุรพรรณ[๑๘๖] พิศพร่าง ตานา
เรียมบ่เห็นหน้าหน้า หนุ่มหน้าบัวสมร ฯ
๒๑๕ ๏ อาภาอาภาษเพี้ยง[๑๘๗] เพ็ญพักตร์
อกกํ่ากรมทรวงถอน ถอดไส้
ดวงศรีจุฬาลักษณ์ เฉลิมโลก กูเอย
เดือนใหม่มามาได้ โศกสมร ฯ
๒๑๖ ๏ ลางสาวเสาวภาคย์แพ้[๑๘๘] สาวสวรรค์
ทรงพิภูษาภรณ์[๑๘๙] เสียดสร้อย
กรกุมมุลิวรรณ อภิวาท
ถวายแด่ไตรรัตน์ร้อย ส่วนบุญ ฯ
๒๑๗ ๏ ภรรดาพิเศษสร้อย แสนทุกข์
ด้วยกำเดาดาลพุน[๑๙๐] หมื่นไหม้
ถึงถนอมพิมลมุข ยุพราช เดียวแม่
ยกประนมนิ้วไหว้ คล่าวทรวง ฯ
๒๑๘ ๏ ทุกข์ทับกระอุโอ้ แสนสินธุ์ โสรจแฮ
ในพิมลแมนสรวง หน่อน้อง
จึ่งสงฆ์ลีลาบิณฑ บาตโภชน์ ไปแฮ[๑๙๑]
กรบังคมสุรร้อง รํ่านางหานาง ฯ
๒๑๙ ๏ ทศนัขเกยก่ายเกล้า เศียรศรี
ใจปั่นปลิวไปพลาง[๑๙๒] ละลิ้ง
นัยนาคล่าวนัยนี ธารคลํ่า ไปแฮ
โฉมเฉกสวรรค์สิงคลิ้ง คลาศปอง ฯ
๒๒๐ ๏ ลางสาวพิเศษพ้น อัปสร
ทรงสไบใยยอง ย่องฟ้า
เทียนทองตระกลกร[๑๙๓] เกยเกศ
ถวายสมเด็จแสดงหล้า ใฝ่ผล ฯ
๒๒๑ ๏ ภรรดาตระหง่องโอ้ อาเม มิ่งเอย[๑๙๔]
อกกระอุทรวงทน ที่ร้อน
โดรดวงอกองค์เอ เอกาศ[๑๙๕]
แก้มมุ่ยมาลย์ไข้ข้อน แข่งเข็ญ ฯ
๒๒๒ ๏ พระนุชเพ็ญภาคโอ้ เภาพักตร์
มาละฤๅไทยเป็น ปั่นคว้าง
นึกในตลาลักษณ์ สุทธิโภคย์
แสนกำเดาไห้ช้าง ช่ำงือ ฯ
๒๒๓ ๏ เจ็บเจียรมม่าวไหม้[๑๙๖] ทรวงธร
กามกระอุอกฤๅ รํ่าได้
สายาลำเภาสมร[๑๙๗] หายแห่ง ใดนา
ตายดักเดียวเสียวไส้ ไป่วาย ฯ
๒๒๔ ๏ ไกลสร้อยสาโรชเนื้อ นวลลักษณ์
อกหว่าบินบนพราย พรั่นกว้า
โอ้แก้วเพ็ญพาลพักตร์[๑๙๘] เพาโพธ
หายแห่งใดจำข้า คิดทรวงลาญทรวง ฯ
๒๒๕ ๏ ดวงเดียวสายสวาดิสิ้น[๑๙๙] สุดใจ
เรียมร่ำรักเดียวดวง ดอกไม้
ชีสากึ่งยองใย ฤๅห่อน เอนา
สงวนบ่ลืมตนให้ ห่างไกล ฯ
๒๒๖ ๏ เรียมรักรํ่าสิ้นสบ สรรพางค์
ฟื้นฟั่นเททรวงไป จากแล้ว
เพลิงราคยิ่งเพลิงปาง เผาแฝน ดินนา
ใครอาจดับเลยแก้ว พี่ผลาญ ฯ
๒๒๗ ๏ บลุเลยได้โตรด ตรอมเดียว
พิศม์ผ่าวเผาแดลาญ สวาดิข้า
ววามวังเวงเยียว นฤชีพ
นฤชาติยังหน้าหน้า สบสมร[๒๐๐] ฯ
๒๒๘ ๏ เผยอปัญญาพาสน์สร้าง[๒๐๑] ศีลสุทธิ์
รังเริ่มผลบุญจร[๒๐๒] ฝากแก้ว
สมโภชพิธีพุทธ สมเพท พลางนา
สมเสพอย่ารู้แคล้ว ต่อเท้านฤพาน ฯ
๒๒๙ ๏ ปีมามม่าวมล้าง ทรวงทรุด
โทรมบ่เดลสงสาร แสบไหม้
บ่เดลบ่เดบุษย์ บัวมาศ กูเอย
รสยํ่ายามย่อนไส้ หมื่นปี ฯ
๒๓๐ ๏ ปีมาถถั่นเที้ยร แสนศัลย์ โศกแฮ
อังกุศอรเศียรศรี โศกหม้าย
วันเจียรวลีจันทร์ ภูวโลก
กรรมบุเรรสผ้าย[๒๐๓] ผาดแผลง ฯ
๒๓๑ ๏ โอ้หล้าฟ้าฟื้นฟึก บุญบัง แบ่งฤๅ
โหนทุเรรัตนแสง[๒๐๔] ส่องไส้
สุรางคนางนัง นงโยค กูเอย
มาผ่าวเผาทรวงไหม้ หมื่นทวี ฯ
๒๓๒ ๏ แสงสุริยรังเรขร้อน แรงฤทธิ์
ผลาญแผ่นปรัถพีตรี[๒๐๕] แผ่นขว้ำ
ยังดูลย์บ่เทียมทฤษฎิ์[๒๐๖] ทศจาก เจียรเลย
แสงพระสุริยนั้นก้ำ กึ่งเดียว ฯ
๒๓๓ ๏ นฤวางค์นฤชีพสิ้น แสนกัลป์ ก็ดี
ชีพนิพนธ์ยังเรียว เรี่ยรี้
สรรพางค์ดำฤษณ์พัน วิปวาส
ยิ่งกว่ากัลป์กลกี้ ก่อนหมาย ฯ
๒๓๔ ๏ บลุไกลเกลี้ยแกล่ กลมเกลียว
ใจพี่วังเวงวาย หมื่นม้วย
เยียยลสุดาเดียว[๒๐๗] ตรอมโตรด
เรียมรํ่ารักดิ้นด้วย ดอกไม้ในนาง ฯ
๒๓๕ ๏ โอ้ปรานีนาถเนื้อ[๒๐๘] นงลักษณ์
นั่งฤๅนอนเยียวกลาง สวาดิข้า
เสด็จจรจำรายศักดิ์ โสภิต
รอยรูปน้ำไล้หน้า อาบองค์ ฯ
๒๓๖ ๏ ปาณีนฤเบศร้าง[๒๐๙] แรมเขนย ขนาดฤๅ
แล้งรสบรรจงสรรพ สิ่งถ้วน
อยู่พู้นค่าใครเลย ถนอมราช[๒๑๐]
คือคู่ปลายพฤกษ์ห้วน โตรดตรอม ฯ
๒๓๗ ๏ ปีมาตระบัดร้อน รุมอก โอยแม่[๒๑๑]
ใจจอดจนเจียรจอม จิ่มฟ้า
มหามหรรทก ทุกข์ท่าว ทรวงแฮ
ปีบั่งวายวายหน้า[๒๑๒] ไป่เห็น ฯ
๒๓๘ ๏ เดือนมาถามข่าวน้อง เดือนพราง ว่าฤๅ
เดือนสิบสองเดือนเป็น จรคล้าย[๒๑๓]
เรียมถามทั่วบึงบาง หิมเวศ
หิมวาศเจ้าผาผ้าย[๒๑๔] ผะเด ฯ
๒๓๙ ๏ ทันทึงรอยเรขเรื้อง บัวบุษย์
ดวงพิโดรทรวงเท บ่าไส้
โกมลมิ่งโกมุท กาเมศ เรียมเอย
มาลุดีเดียวไว้[๒๑๕] กึ่งสมร ฯ
๒๔๐ ๏ วันมาวว่องไว้ เวียรไถง
แถงถงาดบังอัมพร ใฝ่ฟ้า
วันเวรบ่อาไลย วันว่า เลยแม่
วันบ่บอกวันถ้า[๒๑๖] แม่เล้ยวันวาง ฯ
๒๔๑ ๏ วันมาคล้ายคล้ายรอบ จนเจ็ด
ดวงพิบุษบาบาง กลีบเกลี้ย
วันรมย์นิราเด็จ ดวงเดช
อกแผ่นดินฟ้าเหงี้ย ช่วยครวญ ฯ
๒๔๒ ๏ ยามมาชรออบโอ้[๒๑๗] สนโทย แม่ฮา
เรียมรํ่าถามผะเดลดวร[๒๑๘] ดอกไม้
ยามกาลกำสรวญโสย โสภิต
เบญจสกลหมองไหม้ เพื่อยาม ฯ
๒๔๓ ๏ ยามไปทั้งสี่สิ้น สนธยา
ยามทิวังพลอยตาม ต่างเต้า
เททรวงพี่เจรจา[๒๑๙] วันไปล่
โอ้กับอกโอ้เจ้า จำงาย ฯ
๒๔๔ ๏ ทวาทศโดยมาสสิ้น[๒๒๐] พรรษา โสดแฮ
ยังบ่สบายเลย[๒๒๑] ก่ายแก้ว
เทเวนทร์สุเรนทรา บรเมศ
ยังดำกลด้วยแคล้ว คลาศโฉม ฯ
๒๔๕ ๏ ขอสมพิเศษสร้อย[๒๒๒] เสาวนี แน่งนา
ปิ่นแบ่งอัมพรโพยม[๒๒๓] เฟื่องฟ้า
เวหาดำเนิรลี เวหาส ไปแฮ
จงร่วมรู้รสหม้า ใหม่คืน ฯ
๒๔๖ ๏ เขาทองเทียมเมฆหว้าย เวหา
ดลพิมานแมนฝืน ฝั่งแก้ว[๒๒๔]
โกสีย์สมเด็จตรา ตรีเนตร
วานเวี่ยองค์อกแผ้ว ผ่อนให้สองสม ฯ
๒๔๗ ๏ พระสุริยผายผาดม้า แมนสวรรค์
รถวิมานชูชม ช่อแก้ว
ขอเสด็จร่วมรมย์จันทร์ มูลเมฆ ไปนา
สมสู่องค์จงแล้ว สว่างร้อนเรียมตรอม[๒๒๕]
๒๔๘ ๏ นงจาวสโรชน้อง นิลนาง แม่เอย
ถนอมบรรทับออมชม ทราบเนื้อ
ควรกลํ้าแกล่กลืนกลาง[๒๒๖] อกอาตม์
ฉมกลิ่นคนธารเกื้อ เศกศรี[๒๒๗] ฯ
๒๔๙ ๏ ฟ้าดินแดนเดียรถด้าว สาวสินธุ์[๒๒๘]
สุริยศศิเมรุตรี แผ่นหล้า
ตราบยังสุราชินทร์ ตระดวด นั้นนา
จิปากทั้งลิ้นล้า[๒๒๙] เพื่อเจ้าเจียรจันทร์ ฯ
๒๕๐ ๏ ดวงเดียวสุดสวาดิเกล้า สงสาร พี่เอย
กลิ่นกำจรหอมหรรษ์ หื่นห้า[๒๓๐]
อัปสรบ่ดลสถาน สามโลก
เทียรไป่ปานนุชหน้า แข่งแข ฯ
๒๕๑ ๏ สบกษัตริย์สุริยเดชล้ำ ดินบน
พื้นแผ่นภพเปรมแปร กราบเกล้า
เดโชชโยรณ[๒๓๑] ฤทธิ์เดช พระนา
ถวายรัชมาลย์เท้า[๒๓๒] ทั่วท้าวมามือ[๒๓๓] ฯ
๒๕๒ ๏ โสฬศเลื่องโลกฟ้า ดินดาล เดชนา
ทุกทั่วไตรภพฦๅ ล่งฟ้า
จักรพรรดิปิ่นจักรพาฬ พันเดช
อัครราชเสวยรมย์หล้า[๒๓๔] เรื่อยรมย์ ฯ
๒๕๓ ๏ จงนฤภัยพยาธิแล้ว นฤศัลย์ โศกแฮ
นฤโรคโรคาคม ไปล่เปลื้อง
จงเสวยมไหศวรรย์ สบสิ่ง
เท่าต่อเสวยสุขเบื้อง บ่ายด้าวนฤพาน[๒๓๕] ฯ
๒๕๔ ๏ บุญญาดิเรกเจ้า จอมกษัตริย์
ครองครอบภูดาธาร ทั่วไท้
จงเป็นปิ่นจักรพรรดิ จอมโลก ธรพ่อ
ร้อยราชถวายกรไหว้ หว่านมาลย์ ฯ
๒๕๕ ๏ ตราบสิ้นสุริเยศฟ้า ดินหาย ก็ดี
ยังพระยศยังสถาน อย่าแคล้ว
ตราบเมรุคีรีทลาย ทบท่าว ลงแฮ
คงคอบบุญท้าวแผ้ว แผ่นฟ้าภพไตร[๒๓๖] ฯ
๒๕๖ ๏ จบเสร็จเกลากาพย์เกลี้ยง[๒๓๗] กลอนการ[๒๓๘]
คือมณีมาไลย เรียบร้อย
เป็นเฉลิมกวีสาร เสาวนิศ
รัตนมณีมาลย์สร้อย[๒๓๙] เษกสร้อยสวมกรรณ ฯ
๒๕๗ ๏ บทใดบถ่องแท้ โดยอรรถ ก็ดี
เชิญกวีวานสรรค์ เษกสร้อง
จงเป็นมไหสวัสดิ์ ดิเรก[๒๔๐]
บทสิ่งใดขัดข้อง อ่านซ้ำยาไฉน[๒๔๑] ฯ
๒๕๘ ๏ การกลอนนี้ตั้งอาทิ[๒๔๒] กวี หนึ่งนา
เยาวราชสามนต์ไตร แผ่นหล้า
ขุนพรหมมนตรีศรี กวีราช
สารประเสริฐฦๅช้า ช่วยแกล้งเกลากลอน ฯ
๒๕๙ ๏ อยุธยายศโยคฟ้า ธรณี
เกษมบุรีภูธร ปิ่นเกล้า
ทวาทศสิบสองมี สังเวช
สังวาสเกษมสุขเท้า ทั่วหล้าเสวยรมย์ ฯ

๒๗๐ ๏ เสวยรมย์ชมมหามไหศวรรย์ ตราบสิ้นจันทร์สุริยศรี ม้วยปรัถพีแผ่นฟ้า[๒๔๓]เกษมสมบูรณ์ถ้วนหน้า ทั่วท้าวยอยศ ท่านนา ฯ




Create Date : 30 มีนาคม 2551
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2564 17:47:16 น. 9 comments
Counter : 11325 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะหนูกำลังหาไปส่งรายงาน

เรื่องนี้พอดี

ขอบคุณค่ะ


โดย: ทิวลิป IP: 125.27.112.164 วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:21:01:19 น.  

 
ขอบคุณครับ
ได้รายงานเลย


โดย: เอฟ IP: 118.174.63.179 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:00:53 น.  

 
ชอบเพลง จระเข้หางยาว ทางสักวา มากครับเสียงซอเพราะมาก ไม่คิดว่าจะทำเพลงออกมาได้ไพเราะขนาดนี้ ฟังเเล้วใจสงบลงมาก


โดย: สายลมนิรันดร์ IP: 202.12.73.18 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:2:12:37 น.  

 
อยากได้ประวัติด้วยอ่ะมีแต่โคลงก็เลยไม่ได้ใช้ แต่เนื้อหาดีมากครับ


โดย: อยากได้ประวัติด้วยอ่ะ IP: 125.24.181.116 วันที่: 19 มกราคม 2552 เวลา:17:10:37 น.  

 
ชอบโคลงแนวนี้อ่าครับ


โดย: เด็กแนว IP: 119.42.85.70 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:22:15:41 น.  

 
ขอบคุณจริงๆนะคับ...ขอบคุณจริงๆเลย


โดย: อี๊ฟ IP: 112.142.201.159 วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:30:54 น.  

 
ดีใจจังมีงานส่งแล้ว

ขอบคุณน่ะค่ะ


โดย: sirinapha IP: 192.168.1.22, 61.90.38.130 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:30:59 น.  

 
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ มีประโยชน์ต่อการเรียนเป็นอย่างมาก


โดย: เด็กภาษาไทย IP: 183.89.87.129 วันที่: 12 กันยายน 2557 เวลา:4:02:07 น.  

 
๑๙๗ จรจิตต์ใจเจตน้อง นางนุช ฤาแม่
นิลกรรหายโหยครวญ สวาทไหม้
ในเรียมล่งในบุษป์ บัวมาศ
นึกรำฦกไห้ไห้ นาฎน้องฤาเอ ฯ
๑๙๘ เดือนเพ็ญสาโรชสร้อย สัรทกาล
เรียมราบจักจงเท ท่าวล้ม
กัลยางคนิพาล พักเตรศ
โอ้บ่เห็นหายส้ม แสบทรวง ฯ
๑๙๙ เดือนสามรังเริ่มแก้ว กลศรี
สมสอดบุษบาดวง ดอกสร้อย
วันยามโยคราตรี ไตรเพท
โอ้เมื่อวันวางช้อย ช่อมาลย์ ฯ
๒๐๐ เดือนสามสาโรชน้อง นางเดียว
อกกระอุทรวงธาร เนตรย้อย
เดือนดลฝ่ายนุชเกลียว กลมสู่ มาแม่
เดือนเร่งไกลนุชคล้อย เร่งคลา ฯ
๒๐๑ เดือนดลนับนิ่มน้อง นางนุช
นุชว่ามาฤามา เร่งแคล้ว
การดาวลีบุษป์ หายแห่ง ใดนา
เดือนเร่งมาน้องแก้ว เร่งหาย ฯ
๒๐๒ ภุมรีซรับซราบสร้อย สุมามาลย์
เกลือกสุคนธ์อบอาย กลิ่นกลั้ว
เจ็บคือเยียมาการ บัดแบ่ง
เอาชีพเรียมเจียรขั้ว ขาดแด ฯ
๒๐๓ สายัณห์ยลยั่วสร้อย วนิดา ยิ่งแฮ
ไขศศิแสงแข แข่งแย้ม
โหยหนทรหวลหา วลิภาค
ธารสุคนธารแก้ม ตริบตรอง ฯ
๒๐๔ ศิดางค์เวียรแว่นฟ้า ฤาพักตร์
ศศิมฤคหมายหมอง ใช่แก้ว
โสภาพิมลลักษณ์ เสาวเลข
ใส่ส่องโกมุทแล้ว เลิศจันทร์ ฯ
๒๐๕ คิดพาลเภาโพธผ้าย ลองใด
ถอนถอดเททรวงกรรม์ ก่องไหม้
รดูส่งพระไพ สพราช มาแม่
ยังไป่เห็นนุชไห้ พี่ไห้เอกา ฯ
๒๐๖ อาจารย์รังเริ่มตั้ง พนมรวง แม่ฮา
ถวายสุคนธมา เรียบร้อย
รัถยาบ่าวสาวพวง พาลแพละ กันนา
ตามส่งไพสพคล้อย คลาศคลา ฯ
๒๐๗ แสนสาวสอาดเพี้ยง พิมพ์พิศ
โอ้บ่คิดตรึงตรา สวาทไหม้
ดวงเดี่ยวสุธาทิศ ทิพมาศ กูเอย
หล้าแหล่งชมเรียมไห้ ไป่วาย ฯ
๒๐๘ ศรีสุทธิในนาถพ้น พันแสง
ฤาว่าอินทร์พรหมหมาย มิ่งน้อง
จึ่งจากภิรมย์แสดง ประดิภาค
ข้องข่ายมารแมนคล้อง บ่วงกาม ฯ
๒๐๙ พิศเทพีโพธแก้ม เปรมปราง
ทรวงก่ำกรมกลหนาม เสียบไส้
พลแพนร่อนรำฉวาง แหนแห่
เร่งรันลุงลาญไหม้ ผ่าวทรวง ฯ
๒๑๐ เจ็บจำงายแก้วพราก พลัดแด พี่นา
ฤาเทพไพสพลวง แม่ผ้าย
ไตรฤทธิ์บ่เล็งแล ไตรโลก นี้ฤา
จำพี่ร้อนรนหว้าย โศกศัลย์ ฯ
๒๑๑ นพรัตน์รังเรขร้อย บุษย์มาลย มิ่งแฮ
รับบรรจงเจียรจันทร์ ยั่วแย้ม
โหยหวนอุทรธาร สหเทพ
โอ้บ่เห็นแก้วแก้ม เกศเกลา ฯ
๒๑๒ สุนทรวรภาคพ้น แมนสรวง
รอยลอบลักยุพเยาว์ ยอดไท้
ไปเปนธรณีดวง เดียวเด็จ
กลางดนูทิพไว้ หว่างองค์ ฯ
๒๑๓ เสร็จสั่งไพสพสิ้น สารสุด
เพลิงฉี่ใบบัวบง เหี่ยวแห้ง
ว่าววางกระลาบุษย์ พนิกาศ
โอ้อุทรทรวงแล้ง ลั่นลิว ฯ
๒๑๔ เดือนสามเจียรจากแม้ แลลับ
ดวงฤทัยเรียมปลิว ปล่งฟ้า
เหิรหาวตระดวดดับ แขมาศ
เดือนใหม่เรียมรั้งถ้า ใฝ่ฝัน ฯ
๒๑๕ ฤดูเดิ่นสี่ซั้น มาดล แม่ฮา
ตรุษโตรดเรียมแดยัน ด่าวดิ้น
ที่นี้จำรัสบน บังเมฆ
อกแผ่นผอมตรอมหวิ้น หว่าแด ฯ
๒๑๖ ลองใดฝูงราษฎร์ซร้อง ทำธรรม์
สบสกลเล็งแล ล่งฟ้า
จบจวบอดุลพรรณ พิศพร่าง ตานา
เรียมบ่เห็นหน้าหน้า หนุ่มหน้าบัวสมร ฯ
๒๑๗ อาฒาอาฒาศเพี้ยง เพ็ญพักตร์
อกก่ำกรมทรวงถอน ถอดไส้
ดวงศรีจุฬาลักษณ์ เฉลิมโลก กูเอย
เดือนใหม่มามาได้ โศกสมร ฯ
๒๑๘ ลางสาวเสาวภาคย์แพ้ สาวสวรรค์
ทรงพิภูษาภรณ์ เสียดสร้อย
กรกุมมุลิวรรณ อภิวาท
ถวายแต่ไตรรัตน์ร้อย ส่วนบุญ ฯ
๒๑๙ ภรรดาพิเศษสร้อย แสนทุกข์
ด้วยกำเดาดาลพุน หมื่นไหม้
ถึงถนอมพิมลมุข ยุพราช เดียวแม่
ยกประนมนิ้วไหว้ คล่าวทรวง ฯ
๒๒๐ ทุกข์ทับกระอุโอ้ แสนสินธุ์ โสรจแฮ
ในพิมลแมนสรวง หน่อน้อง
จึ่งสงฆ์ลีลาบิณฑ บาตโภชน์ ไปแฮ
กรบังคมสุรร้อง ร่ำนางหานาง ฯ
๒๒๑ ทศนัขเกยก่ายเกล้า เศียรศรี
ใจปั่นปลิวไฟฟาง ละลิ้ง
นัยนาคล่าวนัยนี ธารคล่ำ ไปแฮ
โฉมเฉกสวรรค์สิงคลิ้ง คลาศปอง ฯ
๒๒๒ ลางสาวพิเศษล้น อับสร
ทรงสไบใยยอง ย่องฟ้า
เทียนทองตระกลก เกยเกศ
ถวายสมเด็จแสดงหล้า ใฝ่ผล ฯ
๒๒๓ ภรรดาตระหง่องโอ้ อาเม มิ่งเอย
อกกระอุทรวงทน ที่ร้อน
เตรดวงอกองค์เอ เอกาตม์
แก้มมุ่ยมาลย์ไข้ข้อน แข่งเข็ญ ฯ
๒๒๔ พระนุชเพ็ญภาคโอ้ เภาพักตร์
มาละฤาไทยเปน ปั่นคว้าง
นึกในตลาลักษณ์ สุทธโภคย์
แสนกำเดาไห้ช้าง ช่ำงือ ฯ
๒๒๕ เจ็บเจียรมม่าวไหม้ ทรวงธร
กามกระอุอกฤา ร่ำได้
สายาลำเภาสมร หายแห่ง ใดนา
ตายตัดเดียวเสียวไส้ ไป่วาย ฯ
๒๒๖ ไกลสร้อยสาโรชเนื้อ นวลลักษณ์
อกหว่าบินบนพราย พรั่นกว้า
โอ้แก้เพ็ญพาลพักตร์ เภาโพธ
หายแห่งใดจำข้า คิดทรวงลาญทรวง ฯ
๒๒๗ ดวงเดือนสายสวาทเพี้ยง สุดใจ
เรียรารักเดียวดวง ดอกไม้
ชีสากึ่งยองใย ฤาห่อน เอนา
สงวนบ่ลืมตนให้ ห่างไกล ฯ
๒๒๘ เรียมรักร่ำสิ้นสบ สรรพางค์
ฟื้นฟั่นเททรวงไป จากแล้ว
เพลิงราคยิ่งเพลิงปาน เผ่าแผ่น ดินนา
ใครอาจดับเลยแล้ว พี่ผลาญ ฯ
๒๒๙ บลุเลยได้โตรด ตรอมเดียว
พิษผ่าวเผาแดลาญ สวาทข้า
ววามวังเวงเยียว นฤชีพ
นฤชาติยังหน้าหน้า นิ่มสมร ฯ
๒๓๐ เผยอปัญญาพาสสร้าง ศีลสุทธิ์
รังเริ่มผลบุญจร ฝากแก้
สมโภชพิธีพุทธ สมเพท พลางนา
สมเสพอย่ารู้แคล้ว ต่อเท้านฤพาน ฯ
๒๓๑ ปีมามม่าวล้าง ทรวงทรุด
โทรมบ่เดสงสาร แสบไหม้
บ่เดลบ่เดบุษย์ บัวมาศ กูเอย
รสย่ำยามยวนไส้ หมื่นปี ฯ
๒๓๒ ปีมาถถั่นเที้ยร แสนศัลย์ โสดแฮ
อังกุศอรเศียรศรี โศกหม้าย
วันเจียรวลีจันทร์ ภูวโลก
กรรมบุเรรสผ้าย ผาดแผลง ฯ
๒๓๓ โอ้หล้าฟ้าฟื้นฟึก บุญยัง แบ่งฤา
โหนทุเรรัตนแสง ส่องไส้
สุรางคนางนัง นงโยค กูเอย
มาผ่าวเผาทรวงไหม้ หมื่นทวี ฯ
๒๓๔ แสงสุริยรังเรขร้อน แรงฤทธิ์
ผลาญแหล่งปรัถพีตรี แผ่นขว้ำ
ยังดูลย์บ่เทียมทฤษฎิ์ ทศจาก เจียรเลย
แสงพระสุริยนั้นก้ำ กึ่งเดียว ฯ
๒๓๕ นฤวางนฤชีพสิ้น แสนกัลป์ ก็ดี
ชีพนิพนธ์ยังเรียว เรี่ยรี้
สรรพางค์ดำฤษณ์พัน วิปวาส
ยิ่งกว่ากัลป์กลกี้ ก่อนหมาย ฯ
๒๓๖ บลุไกลเกลี้ยแกล่ กลมเกลียว
ใจพี่วังเวงวาย หมื่นม้วย
เยียยลสุดาเดียว ตรอมโตรด
เรียมร่ำรักดิ้นด้วย ดอกไม้ในนาง ฯ
๒๓๗ โอ้ปรานีนาถเนื้อ นงลักษณ์
นั่งฤานอนเยียวกลาง สวาทข้า
เสด็จจรจำรายศักดิ์ โสภิต
รวยรูปน้ำหน้าไล้ อาบองค์ ฯ
๒๓๘ ปาณีนฤเบศร้าง แรมเขนย ขนาดฤา
แล้งรสบรรจงสรรพ์ สิ่งถ้วน
อยู่พู้นค่าใครเลย ถนอมนาถ
คือคู่ปลายพฤกษ์ห้วน โตรดตรอม ฯ
๒๓๙ ปีมาตระบัดร้อน รนอก โอยแม่
ใครจอดจนเจียรจอม จิ่มฟ้า
มหามหรรทก ทุกข์เท่า ทรวงแฮ ฯ
ปีบั่งวายวายหน้า ไป่เห็น ฯ
๒๔๐ เดือนมาถามข่าวน้อง เดือนพราง ว่าฤา
เดือนสิบสองเดือนเปน จรคล้าย
เรียมถามทั่วบึงบาง หิมเวศ
หิมวาศเจ้าผาผ้าย ผะเด ฯ
๒๔๑ ทันทึงรอยแรกเรื้อง บัวบุษย์
ดวงพิโดรทรวงเท บ่าไส้
โกมลมิ่งโกมุท กาเมศ เรียมเอย
มาลุดีเดียวไว้ กึ่งสมร ฯ
๒๔๒ วันมาวว่องไว้ เวียรไถง
แถงถงาดบังอัมพร ใฝ่ฟ้า
วันเวรบ่อาไลย วันว่า แล้วแม่
วันบ่บอกวันถ้า แม่เลยวันวาง ฯ
๒๔๓ วันมาคล้ายคล้ายรอบ จนเจ็ด
ดวงพิบุษบาบาง กลีบเกลี้ยง
วันรมย์นิราเด็จ ดวงเดช
อกแผ่นดินฟ้าเหงี้ย ช่วยครวญ ฯ
๒๔๔ ยามมาชอรอบโอ้ สนโทย แม่อา
เรียมถามผะเดนดวง ดอกไม้
ยามการกำสรวญโสย โสภิต
เบญจสกลหมองไหม้ เพื่อยาม ฯ
๒๔๕ ยามไปทั้งสี่สิ้น สนธยา
ยามทิวังพลอยตาม ต่างเต้า
เททรวงพี่จรรจา วันไปล่
โอ้กับอกโอ้เจ้า จำงาย ฯ
๒๔๖ ทวาทศโดยมาศถ้วน พรรษา โสดแฮ
ยังบ่สบายเลย ก่ายแก้ว
เทเวนทร์สุเรนทรา บรเมศ
ยังดำกลด้วยแคล้ว คลาศโฉม ฯ
๒๔๗ ขอสมพิเศษสร้อย เสาวนี แน่งนา
ปีนแบ่งอัมพรโพยม เฟื่องฟ้า
เวหาดำเนิรลี เวหาส ไปแฮ
จงร่วมรู้รสหม้า ใหม่คืน ฯ
๒๔๘ เขาทองเทียมเมฆหว้าย เวหา
ดลพิมานแมนฝืน ฝั่นแก้ว
โกสีย์สมเด็จตรา ตรีเนตร
วานเวี่ยองค์อกแผ้ว ผ่อนให้สองสม ฯ
๒๔๙ พระสุริยาผายผาดม้า แมนสวรรค์
รถวิมานชูชม ช่อแก้ว
ขอเสด็จรวมรมย์จันทร์ มูลเมฆ ไปนา
สมสู่องค์จงแล้ว สว่างร้อนเรียมตรอม ฯ
๒๕๐ นำจาวสโรชน้อง นิลนาง แม่เอย
ถนอมบรรทับออมชม ทราบเนื้อ
ด่วนกล้ำแกล่กลืนกลาง อกอาตม์
ฉมกลิ่นคั่นธารเกื้อ เศษศรี ฯ
๒๕๑ ฟ้าดินแดนเดรียดด้าว สาวสินธุ์
สุริยศศิเมรุตรี แผ่นหล้า
ตราบยังสุราชินทร์ ดระดวด นั้นนา
จิปากทั้งลิ้นล้า เพื่อเจ้าเจียรจันทร์ ฯ
๒๕๒ ดวงเดียวสุดสวาทเกล้า สงสาร พี่เอย
กลิ่นกำจรหอมหรรษ์ หื่นห้า
อับสรบ่ดลสถาน สามโลก
เทียรไป่ปานนุชหน้า แข่งแข ฯ
๒๕๓ สบกษัตริย์สุริยเดชล้ำ ดินบน
พื้นแผ่นภพเปรมแปร กราบเกล้า
เดโชชโยรณ ฤทธิ์เดช พระนา
ถวายรัชมาลย์ท้าว ทั่วเท้ามามือ ฯ
๒๕๔ โสฬศเลื่องโลกฟ้า ดินดาน เดชนา
ทุกทั่วไตรภพฦา ล่งฟ้า
จักรพรรดิปิ่นจักรพาฬ พันเดช
อัครราชเสวยรมย์หล้า เรื่อยรมย์ ฯ
๒๕๕ จงนฤภัยพยาธิแล้ว นฤศัลย์ โศกแฮ
นฤโรคโรคาคม ไปล่เปลื้อง
จงเสวยมไหศวรรย์ สบสิ่ง
เท่าต่อเสวยสุขเบื้อง บ่าวด้าวนฤพาน ฯ
๒๕๖ บุญญาดิเรกจ้า จอมกษัตริย์
ครองครอบภุดาธาร ทั่วไท้
จงเปนปิ่นจักรพรรดิ์ จอมโลก ธรพ่อ
ร้อยราชถวายกรไหว้ หว่านมาลย์ ฯ
๒๕๗ ตราบสิ้นสุริเยศฟ้า ดินหาย ก็ดี
ยังพระยศยังสถาน อย่างแคล้ว
ตราบสุเมรุคิรีทลาย ทบเท่า ลงแฮ
คงควบบุญท้าวแผ้ว แผ่นฟ้าภพไตร ฯ
๒๕๘ จบเสร็จกล่าวกาพย์เกลี้ยง กลอนการ
คือมณีมาไลย เรียบร้อย
เปนเฉลิมกวีสาร เสาวนิศ
รัตนมณีมาลย์สร้อย เษกสร้อยสวมกรรณ ฯ
๒๕๙ บทใดบถ่องแท้ โดยอรรถ ก็ดี
เชิญกวีวานสรรค์ เษกสร้อง
จงเปนมไหสวัสดิ์ ดิเรก
บทสิ่งใดขัดข้อง อ่านซ้ำยาไฉน ฯ
๒๖๐ การกลอนนี้ตั้งอาทิ์ กวี หนึ่งนา
เยาวราชสามนต์ไตร แผ่นหล้า
ขุนพรหมมนตรีศรี กวีราช
สารประเสริฐฦาช้า ช่วยแกล้งเกลากลอน ฯ
๒๖๑ อยุธยายศโยคฟ้า ธรณี
เกษมบุรีภูธร ปิ่นเกล้า
ทวาทศสิบสองมี สังเวช
สังวาสเกษมสุขท้าว ทั่วหล้าเสวยรมย์


โดย: ช่วยถอดความให้หน่อยได้ไหมคับ ยากมาก ช่วยผมหน่อยนะคับ IP: 125.27.197.158 วันที่: 28 มีนาคม 2558 เวลา:13:54:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ ก็ เห็น
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !!



Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.