Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ภู ทั บ เ บิ ก ๓ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๒ ๐ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๒ ๐



ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผม . . .

คงจะผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ ชีวิตที่เหลือของผมต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ผมเองยังไม่รู้ ผมไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้อะไรเลย ผมรู้แค่ ผมอ่อนล้า หัวใจผมมันเจ็บปวดทุกครั้งยามเห็นหน้ามัน . . .


แปลกจัง . . .

. . . ทำไมผมเจ็บที่มันบอกว่าคิดถึงคนอื่น

แล้ว . . .

ถ้าวันนึง . . .

. . . เปลี่ยนจากคำว่าคิดถึงเป็น ?

ผมสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้ง จะอย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็ต้องเรียนรู้ และก้าวข้ามผ่านเวลาเหล่านี้ไปให้ได้




ผมตื่นมาตอนเช้า หัวมันหนักอึ้งด้วยอาการเมาค้าง ผมพยายามลืมตา คนแรกที่ผมเห็น . . .

. . . ผมน้ำตาไหล

มันจะรู้บ้างไหม . . . ผมเจ็บ

เจ็บจนทนจะไม่ไหวอยู่แล้ว ผมจะอยู่แบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ชีวิตที่ไม่รู้อะไรเลยมันทรมาน ผมคงต้องเรียนรู้กับความทรมานที่ผมเองก็ไม่ได้อยากเจอมันเลย

ผมมองมัน จารจำมันผ่านม่านน้ำตา . . .

“ไปดูหนังกันมั้ย” ผมบอกมันหลังจากที่นอนหลับต่อไปอีกหนึ่งวันเต็ม ๆ มันเป็นเวลามากพอที่ผมจะหายจากอาการเมาค้าง

“ไม่อยากไป”

“พรุ่งนี้ก็กลับบ้านแล้วไม่ใช่เหรอ กว่าจะได้เจอกันอีกตั้งนาน” เสียงผมสั่น ๆ

นาน . . .

. . . หรือ . . .

. . . อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็เป็นได้ มันสอบเสร็จแล้ว มันจะกลับไปหาคนของมันแล้วกระมัง

ถ้าไม่เจอกันอีกตั้งแต่คราวนั้นก็คงจะดี ผมคงไม่ต้องจากลี้หนีหน้าไปไกลสุดขอบฟ้าเช่นนี้ หากสิ่งที่เราเลือกมักจะเดินสวนทางกับสิ่งที่เราต้องการเสมอ ผมทำใจไว้แล้วสักวันมันต้องไป

แต่ . . . หลังมันเรียนจบ

เส้นทางเดินจากนั้นเป็นของโกเมศวร์

ส่วนผม . . .

โลกใบใหญ่ใบนี้ มีสักที่ไหมให้ผมซุกลี้หนีความเจ็บปวด สิ่งที่รวดร้าวที่สุดในตอนนี้คือหัวใจ มันเหมือนอ่อนระโรยโรยแรงลงทุกวัน ลมหายใจผมอ่อนลงอย่างนั้นหรือ

“ไปก็ไป แต่ตัดผมก่อนได้ไหม”

“ก็เอาดิ ของพี่ก็ยาวแล้ว”

“งั้นพี่ไปอาบน้ำ เดี๋ยวออกไปเลย”

ผมเดินไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย . . .

เข้าใจตัวเองดีว่า เวลาต่อจากนี้ ไม่ใช่เวลาของผมแล้ว เพราะหลังจากปีใหม่จนกระทั่งมันสอบเสร็จ มันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

“ขับให้ด้วย” ผมส่งกุญแจรถ ก่อนล๊อคประตูบ้าน

ผมมานั่งในรถ มันขับออกมายังไม่ทันพ้นหน้าหมู่บ้าน . . .




เสียงโทรศัพท์ของมันดัง มันรับสาย เสียงมันคุยบาดแทงไปในหัวใจของผม ผมพยายามหนีหน้าออกไปนอกกระจก ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว

. . . ผมกลายเป็นพวกหวาดระแวงเสียงโทรศัพท์

มันคิดอะไรบ้างมั้ย มันจะรู้สึกบ้างมั้ย ว่าคนที่นั่งมากับมันจะรู้สึกอย่างไร ที่มันเอาแต่คุยโทรศัพท์จนกระทั่งมาถึงร้านตัดผม . . .

. . . มันคงไม่รู้สึกอะไรหรอก . .

แต่ . . .

ผมล่ะ . . .

. . . ใครก็ไม่รู้มาควักหัวใจผมออกไปแล้ว

ตอนนี้ผมมันเหมือนตัวอะไรสักอย่างกระมัง . . .

. . . มีแค่ชีวิตกับลมหายใจ

. . . หากแต่ . . . ไร้วิญญาณ

“ไปตัดก่อนไป๊” ผมไล่มันไปตัดผม เพื่อว่ามันจะได้วางหูจากคนนั้น

หาก . . . เมื่อมันตัดเสร็จ ผมต้องตัดต่อจากมัน

มันหยิบโทรศัพท์มากดออกทันที . . .

ผมมองมันผ่านกระจกเงา ที่สะท้อนความเศร้าของตัวเอง ผมอิจฉาปลายสาย ผมอิจฉาทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่เคยเห็นหน้าฝ่ายโน้นด้วยซ้ำ

นี่คือ . . .

. . . ความหึง . . .

. . . เหรอ . . .

ผมหึงมัน เพราะผมรักมันมากอย่างนั้นหรือ ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม ผมถึงต้องเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นมันคุยโทรศัพท์นาน ๆ อาจเพราะว่ามันไม่เคยคุยกับผมนาน ๆ ก็เป็นได้

ช่างจะตัดทรงไหน . . .

สำหรับผมมันไม่สำคัญหรอก เพราะผมไม่ได้สนใจว่ามันจะออกมาดูดี หรือไม่ถูกใจ แต่สิ่งที่ผมมอง มันคุยไปยิ้มไปต่างหาก . . .

. . . รอยยิ้มมันเหมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของผม . . .

มันเจ็บปวดเหลือเกินที่จะทนได้ ใครก็ได้ ช่วยเสกผมให้หายลับไปจากโลกนี้ได้ไหม ผมเหมือนคนหน้ามืดตามัว . . .

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นสักเจ็ดปี ผมเคยยิ้มตามมันยิ้มมิใช่หรือ ?

แล้ว . . .




ทำไมตอนนี้ผมเจ็บปวด . . .
. . . เพราะรักใช่ไหม เพราะความรักนำพาความเจ็บปวดมาให้ผมอย่างนั้นหรือ ผมมองมันหัวเราะ มันยิ้ม เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเนื้อ มันเจ็บเหลือเกิน

ผมตัดผมเสร็จ . . . เดินมาที่รถ

โกเมศวร์ เดินตามา มันเปิดล๊อคแต่มันไม่วางสาย ผมน้อยใจสุดกำลัง พรุ่งนี้มันก็จะกลับแล้ว แต่ทำไม มันทำเหมือนไม่มีผมอยู่ตรงหน้าของมันเลย มันยังไม่วางสาย ยังคงคุยมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าลานจอดรถ นั่นแหล่ะ มันถึงได้หยุดคุย . . .

“หาไรกินก่อนหิว”

“ตามใจพี่สิ”

ยังดีที่มันยังพูดคำนี้ แค่ก้าวเท้าเข้าห้าง มันรับโทรศัทพ์อีก

. . . ผมหรือ แทบจะก้าวขาไม่ออกอีกแล้ว มันเจ็บปวดไปทุกก้าวที่ผมย่างเท้า ผมแทบยืนอยู่บนโลกใบนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

หากความรัก . . .

. . . คือความเจ็บปวดขนาดนี้

ผมจะทนอยู่อีกหรือ . . .

ผมเดินนำมันมาที่ร้านซิสเลอร์ พยายามมองมัน อยากให้มันรู้ถึงความรู้สึกของผมในตอนนี้ ผมไม่พอใจ ไม่พอใจเป็นที่สุดแล้ว หากแต่ผมจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อสายตาที่ผมส่งไป มันไม่เคยมอง . . .

ผมสั่งรายการของผม . . .

. . . มันสั่งของมัน

ผมเดินไปตักสลัดบาร์ . . .

. . . มันตักของมัน

หาก . . . มันไม่เคยวางสายโทรศัพท์

. . . ผมเป็นตัวอะไรว่ะ . . .

ผมจะนั่งทนอยู่แบบนี้เพื่ออะไร นี่ผมยังเป็นคนอยู่อีกหรือเปล่า ผมไม่รู้เวลามันผ่านไปนานแค่ไหน ผมรู้แค่อาหารมื้อนั้น ผมกลืนไม่ลง มันติดอยู่แค่ลำคอเท่านั้น . . .

เพราะ . . .

. . . น้ำตาผมท่วมหัวใจเสียแล้วกระมัง . .

สิ่งที่พนักงานเอามาวางเสิร์ฟ ผมแค่เขี่ยไปเขี่ยมา . . .




ผมหยิบบิลก่อนเดินมาที่เคาน์เตอร์ เมื่อเห็นมันกินเสร็จ มันเก่งมาก กินไปคุยไปได้ หากเป็นผม ผมคงทำไม่ได้หรอก ผมไม่เก่งขนาดนั้น และผมไม่สามารถที่จะฆ่าคนที่เขาดีกับผมได้ลงคอ

ผมไม่แข็งแกร่งพอขนาดนั้น . . .

“อ้าว ไหนบอกว่าหิวทำไมไม่กิน” มันบอกเมื่อเดินออกมานอกร้าน

“กินไม่ลง” ผมเดินออกจากร้าน

มันไม่รู้ตัวเลยหรือว่าทำไม ทำไมผมถึงกินไม่ลง ที่ผ่านมา มันไม่เคยรู้เลยหรือว่าผมรู้สึกอย่างไร มันไม่เคยเรียนรู้คนใกล้ตัวแบบผมเลยใช่ไหม ผมเดินออกมาจากร้าน ผมอยากกลับบ้าน

ผมคิดถึงหมอน . . .

หมอนที่มันคอยซับรับน้ำตาผมมาตลอดสองเดือนกว่า ตอนนี้ผมอยากซบหน้ากับหมอน ผมอ่อนล้าเหลือกำลัง

“ดูเรื่องอะไร”

“กลับบ้าน”

“อ้าวทำไม”

“ไม่มีอารมณ์” ผมมองหน้ามัน จ้องมันนาน สายตาผมตอนนั้นคงประมาณอยากจะฉีกร่างมันออกมาเป็นชิ้น ๆ เสียกระมัง

“แค่นี้ก่อนนะ” เสียงมันบอกไปตามโทรศัพท์

มันอาจจะรู้ตัวแล้ว . . .

ช่างเหอะ. . . ตอนนี้ผมไม่มีหัวจิตหัวใจทำอะไรทั้งนั้น ผมอยากนอน อยากอยู่เงียบ ๆ มากกว่า

. . . ผมอาจรักมันมาก มากจนลืมมองตัวเอง

ลืมนึกถึงตัวเอง . . .

และที่สำคัญที่สุด . . .

. . . ลืมรักตัวเอง . . .

บางที . . . มันถึงเวลาที่ผมควรจะหันมารักตัวเองบ้างก็ได้ หากเราไม่รักตัวเอง ไม่รู้คุณค่าของตัวเอง ใครจะมารักเรา และเห็นคุณค่าในตัวเรา

“ไหนบอกว่าอยากดูหนัง มาถึงแล้วก็ไปดูสิ” มันบอก

“ไม่มีอารมณ์ก็ไม่มีอารมณ์สิ กลับบ้าน”

ผมหันไปตะคอกใส่มัน ก่อนเดินตัวปลิวไปที่รถ อารมณ์ส่วนต่ำผมคงมีมาก มากเกินกว่าที่ผมจะควบคุมมันเอาไว้ได้ เพราะอะไรนะหรือ ผมหึง ผมหวง ผมกลัวเสียมันไป ทุก ๆ อย่างที่แปลว่า มันกับผม กำลังจะจบลง




“พี่อาร์ม” มันเรียกเสียงละห้อย
ผมยืนรอที่รถ ทันทีที่มันกดล๊อค ผมเข้าไปนั่งในรถทันที ก่อนที่จะปรับเบาะเอน ผมฝากแก้มไว้แนบกระจก ปล่อยสิ่งที่อัดอั้นออกมา มันมีแค่น้ำตาที่ไหนริน อย่าหวังเลยจะได้ยินเสียง

หาก . . . ยิ่งกดเก็บไว้มันยิ่งเจ็บ

“พี่อาร์มเป็นอะไร”

“เป็นควาย”

“เอ้า พูดดี ๆ สิครับ”

ผมเป็นอะไรได้ . . . เป็นคนดีอย่างนั้นเหรอ ผมคงได้แต่ยิ้มเยาะตัวเอง

สิ่งที่คนดีได้รับคือน้ำตาใช่ไหม ?

แล้วผมจะเป็นคนดีไปอีกมั้ย ผมจะอยู่แบบนี้ไปอีกนานขนาดไหน ผมไม่อยากพูด เพราะถึงพูดไป มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น สิ่งที่ทำได้ คือการนิ่งเงียบ

พร้อมกับความคิดวกไปวนมา . . .

ผมเจ็บ . . .

เจ็บจนพูดไม่ออกอยู่แล้ว พรุ่งนี้มันจะกลับบ้าน วันนี้น่าจะเป็นวันที่มันให้เวลากับผม น่าจะเป็นวันที่เรากินข้าวกันแล้วยิ้มสบายใจที่สุด แต่ทำไมมันกลับกลายเป็นวันที่ผมรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว . . .

แล้วมันก็ลามไปถึง . . .

. . . หัวใจ . . .

น้ำตา . . .

คือสิ่งเดียวที่อยู่ใกล้ผมที่สุดตอนนี้ ยิ่งคิดมันยิ่งเจ็บ มันแน่นมาถึงหน้าอก แล้วสิ่งที่ผมพยายามกดเก็บมันเอาไว้ ก็หมดแรงต้านทาน ผมร้องไห้ออกมาอย่างเสียงดัง มันคงไม่ไหวแล้ว ถ้าผมไม่ได้ปลอดปล่อยผมคงแย่ ตอนนี้มันอัดแน่นเหมือนจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

“พี่อาร์มเป็นอะไร”

เสียงของมัน ทำให้ผมหมดความต้านทาน มันไม่เคยรู้ ไม่เคยสนใจผมเลย ถ้ามันสนใจผมมันจะถามผมมั้ยว่าเป็นอะไร มันไม่รู้จริง ๆ เลยหรือ คนที่นอนกับมันมาหกปีเป็นอะไร

ผมไม่ตอบ . . .

สิ่งเดียวที่ผมต้องการตอนนี้ การกลับถึงบ้านให้เร็วที่สุด . . .

ผมเข้าไปเปิดประตูอย่างรวดเร็วเมื่อไปถึงบ้าน ห้องนอนคือที่ของผม มันคงเหมาะที่สุดสำหรับคนแบบผม ผมกอดหมอนเอาไว้แน่น ยึดมันเอาไว้เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมมี

ต่อจากนี้ . . .




. . . ผมควรหัดรักตัวเอง . . .

“พี่อาร์มเป็นอะไร” มันเข้ามากอดผมเอาไว้

ทำไม . . . ทำไมมันต้องมาทำดีกับผมแบบนี้ ผมไม่อยากอ่อนแอ

“เป็นอะไร ทำไมโกไม่ถามตัวเองล่ะว่าพี่เป็นอะไร”

“อ้าว พี่เอาแต่ร้องแล้วผมจะรู้มั้ย บอกอยากดูหนังผมพาไปแล้วไง พอไปถึงก็ไม่ดู”

ผมร้องหนักไปอีก . . .

“ดูเหรอโก โกไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าพี่รักโกมากกว่าน้อง พี่รักมาตั้งนานแล้ว”

“ผมรู้”

“โกรู้ แต่โกยังทำกับพี่ได้ โกทำกับพี่แบบนี้ได้อย่างไรกัน” ผมสะอื้น กอดหมอนข้างเอาไว้แน่น

“ผมทำอะไร ไม่เข้าใจ งงไปหมดแล้วพี่”

“โก โกกำลังทำอะไรอยู่ พรุ่งนี้โกจะกลับบ้าน แล้วอีกนานขนาดไหนที่จะได้เจอกันอีก โกไม่คิดเหรอว่าพี่มีเรื่องจะคุยกับโก”

“แล้วทำไมพี่ไม่คุย”

“คุยตอนไหนล่ะโก ตั้งแต่ออกไม่ทันพ้นหมู่บ้าน โกก็เอาแต่คุยโทรศัพท์ ไปถึงร้านตัดผม โกยังไม่วางเลย ขนาดออกมาจากร้านตัดผม ขับมาถึงเดอะมอลล์ ถ้าสัญญาณไม่ขาดไปโกจะวางมั้ย” ผมสะอื้น

ผมเจ็บ มันปวดไปหมดแล้ว

. . . เนื้อ . . .

กระดูก . . . เหมือนมีใครมาสับ

มาฉีก ผมแทบไม่อยากหายใจอีกแล้ว มันทรมานเหลือเกิน ทรมานอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต

“ไม่วางหรอก เพราะอะไรพี่คิดแบบนั้น เพราะพี่เห็นไงโก พี่เห็นมาตลอด ขนาดเดินไปกินข้าว โกยังไม่วางเลย โกไม่วางไม่เคยวางโทรศัทพ์จากคนนั้นเพราอะไรเหรอ เพราะโกไม่อยากคุยกับพี่ . . .” ผมสะอื้นหนักกว่าเดิม ยิ่งคิดมันยิ่งเจ็บ หัวใจผมทานทนอะไรได้ขนาดนี้เลยหรือ

“. . พี่ไม่ว่าอะไรหรอก แต่โกไม่รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่ให้เกียรติคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยเลย ทำไมเหรอโก คนนั้นเขาสำคัญมากเลยเหรอ โกรักเขามากเลยเหรอ” ผมหยุดตัวเองไม่ได้ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกับสิ่งที่ได้รับ มันมากมายมหาศาล

“เพื่อนกันพี่”

“โกหก อย่ามาโกหกอีกเลย”




“จริง ๆ พี่”

“ไม่จริง อย่าหลอกตัวเองเลยโก ไม่มีเพื่อนที่ไหนเขาคุยกันยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอก เพื่อนที่ไหนเขาจะโทรมาตอนตีสองตีสาม เพื่อนมันควรรู้เวลาไหนควรโทรหา เวลาไหนควรวางสาย คนที่สามารถโทรหากันได้ตลอดเวลา มันมากกว่าเพื่อนแล้ว โกไม่ต้องหลอกตัวเองหรอก ไม่ต้องหลอกพี่”

ผมสะอื้นหนักกว่าเดิมอีก ถ้ามันยอมรับ ผมคงไม่เจ็บปวดขนาดนี้ อย่างน้อยผมจะได้รู้ และมีเวลาทำใจ

แต่นี่ . . .

มันโกหกผม มันโกหกอย่างหน้าด้าน ๆ ที่สุด ผมมีความรู้สึกมากพอว่านี่คือคำโกหกที่ผมได้รับ

“เพื่อนกันจริง ๆ นะครับพี่”

“เหรอ จะให้พี่เชื่อจริง ๆ ว่านั่นคือเพื่อนหรือโก”

“เพื่อนพี่ เพื่อนจริง ๆ ครับ”

ผมคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดอีกแล้ว . . .

. . .ทุกอย่างมันแน่น

มันอัดอั้น . . .

ผมได้แต่นอนนิ่ง ๆ ปล่อยน้ำตาไหลเป็นทางยาว บางครั้งที่ผมสะอื้นมันจะมากอดผมเอาไว้ ผมอยากสลัดจากอ้อมแขนมัน แต่ผมทำไม่ได้ในเมื่อหัวใจของผมยังอยากได้อ้อมแขนของมัน ในเมื่อผมยังบอกว่านี่คือความสุขที่ผมมีจากมัน

ความสุขเล็กน้อยที่ผมพอจะหาได้จากมัน . . .

“โก โกไปเสียเหอะ ออกไปจากชีวิตของพี่ ก่อนที่พี่จะเกลียดโก ก่อนที่พี่จะเกลียดตัวเองมากกว่านี้ แค่นี้พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว พี่ไม่รู้จะทำไงแล้วโก”

“พี่อาร์ม ผมไม่มีอะไรนะพี่ มันแฟนไอ้ชัยไงพี่ มันทะเลาะกันแล้วโทรมาหาผม ผมก็คุยปลอบมันเฉย ๆ พี่” มันกอดผมเอาไว้ มันค่อย ๆ บอกออกมา

“แฟนเพื่อน โอโห ไอ้ชัยมันก็นามสกุลเดียวกันกับโก หนักกว่าเพื่อนอีก”

“มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิด”

“อย่าเลยโก อย่าหลอกตัวเอง โกบอกพี่มาตลอดว่าโกรักพี่แบบที่พี่รักโกไม่ได้ วันนี้โกมีคนอื่นเข้ามาในชีวิต คนที่เป็นเพศที่โกไม่รังเกียจ พี่ไม่ว่าอะไรโกหรอก ถ้าโกจะเดินออกไปจากชีวิตของพี่ ไม่ต้องห่วงหรอกโก พี่อยู่ได้ . . .” ผมสะอื้นหนักกว่าเดิม

“. . . พี่ต้องอยู่ได้”




มันพลิกตัวผมให้หันมาหามัน จมูกมันแตะที่ปลายจมูกของผม

“ไม่นะพี่อาร์ม พี่อาร์มไม่ไล่ผมนะ ผมบอกว่าเพื่อนก็เพื่อนไงพี่ ทำไมพี่ไม่เชื่อผม ทำไมพี่ไม่เชื่อใจผมล่ะครับ ไหนพี่อาร์มบอกว่าอยากเห็นผมใส่ครุยแดงไง ผมต้องทำได้พี่ ผมจะทำให้พี่เห็นให้ได้” มันเองก็สะอื้น

เรา . . . มีแต่ความเจ็บปวด

ผมไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว . . .

. . . ผมไม่อยากเห็นน้ำตาของมัน . . .

ผมไม่อยากเห็นมันเจ็บ . . .

แล้วผมก็ไม่อยาก . . .

. . . เจ็บ . . .

ทางที่ดีที่สุดคือหยุดทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ตรงนี้ . . .

แล้วต่างฝ่ายต่างเดินออกไปจากชีวิตของกันและกัน นี่น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับคนสองคน ที่ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคงอยู่ในสถานะไหนกันแน่ มันยุ่งเหยิงไปเสียหมด

เรากอดกันกลมราวกับจะประสานให้เป็นเนื้อเดียวกัน . . .

. . . หรือ . . .

ตอนนี้เรากำลังประสานกันอยู่ โดยมีตัวเชื่อมคือ . . .

น้ำตา . . .

เพราะทั้งมันและผมสภาพคงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ต่างฝ่ายต่างมีน้ำตาทั้งคู่ แต่คนที่อาการหนักน่าจะเป็นผม เพราะผมเก็บมันเอาไว้มาตลอดตั้งแต่หลังปีใหม่ ผมไม่อยากเจ็บอีก

“จะให้พี่เชื่อหรือโก ในเมื่อสองหูที่พี่ได้ยินมาตลอดสองสามเดือนก่อนนอน คิดถึงนะ ดูแลตัวเองนะ แล้วพี่จะเชื่อมันได้อีกหรือโก ในเมื่อทุกคืน พี่ต้องหลับทั้งน้ำตา บางคืน . . .” ผมหอบตัวโยน

เพราะผมร้องไห้ออกมามากเกินไปแล้ว . . .

ผมร้องไห้ทุก ๆ ครั้งที่นึกถึงเรื่องที่ผมเจอมา คำพูดที่ออกมา มันออกมาจากส่วนน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุด

“. . . บางคืนพี่ต้องนอนสะดุ้งตื่นมา ทั้ง ๆ ที่น้ำตามันไม่แห้งไปจากแก้ม มันเป็นฝันร้ายที่ยาวนานตลอดเลยโก ถ้าพี่ย้อนเวลาได้ พี่รับร้องโกไม่มีวันได้กลับไปบ้านเมื่อตอนปีใหม่ แต่มันไม่ใช่โก เราย้อนเวลาไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือทำยังไงก็ได้ ให้พี่ยืนบนโลกนี้ได้โดยไม่เจ็บปวดอีก”

“พี่อาร์ม . . .”




“แล้ววันนี้ มันที่สุดของพี่แล้วไงโก มันถึงที่สุดแล้ว วันสุดท้ายที่คนที่พี่รักอยู่กรุงเทพฯ พี่อยากกินข้าวอยากดูหนัง แต่สิ่งที่พี่ได้รับคือน้ำตา โกไม่รู้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พี่ต้องทนเจ็บปวดขนาดไหน จากโกคนเดิมที่อ่านหนังสือด้วยความตั้งใจ แล้วเป็นไงล่ะ สองสามเดือนมานี้ โกเคยสนใจตำราเรียนเหมือนเมื่อก่อนมั้ย ตั้งแต่มีผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิต ทุกอย่างมันแปรเปลี่ยนไปหมด มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว โกเชื่อพี่เหอะ เทอมนี้ โกสอบได้ไม่เท่าเทอมก่อนหรอก”

“แล้วถ้าได้ล่ะ”

“ไม่มีทางโก ไม่มีวัน ไม่มีวันที่โกจะได้เท่า”

เกือบสามชั่วโมงแล้ว ที่มันกอดผมเอาไว้ . . .

. . . เกือบสามชั่วโมงที่ผมยังไม่สามารถหยุดตัวเองได้

ผมมีแต่ความอัดอั้นอย่างที่สุด ผมคิดแค่ว่า ถ้ามันจะจบ ผมยินดี หนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ผมไม่รู้

แต่ . . .

สิ่งที่ผมทำ มันดีที่สุดแล้วสำหรับคนแบบผม ผมไม่เรียกร้องให้มันต้องมารับผิดชอบความรู้สึกของผม เพราะความรู้สึกที่ผมได้รับมา มันไม่สามารถเรียกคืนได้อีก

แก้วของผม . . .

. . . ร้าว . . . ยากเกินจะประสานเสียแล้ว

เสียงโทรศัพท์มันดัง . . .

ผมรังเกียจเสียแล้ว ดิ้นเพื่อให้ตัวเองหลุดรอดจากพันธนาการของมัน มันปล่อยให้เสียงเรียกเงียบหายไปเอง . . .

. . . เพียงไม่นาน เสียงนั้นเรียกกลับเข้ามาใหม่

หากเจ้าของเครื่องยังทำเช่นเดิม . . .

มันเป็นอยู่แบบนั้นร่วมสิบครั้ง . . .

“รับ ๆ ไปสักที โทรแบบนี้ไม่ได้นอน” ผมบอกมัน น้ำเสียงเย็นชา

“ฮัลโล นอนแล้วแค่นี้นะ” มันกดวางสายทิ้ง

เพียงแค่ชั่วอึดใจ . . . มันโทรเข้ามาอีก คราวนี้เสียงโกมันตะคอกกลับไป

“บอกว่านอนแล้วไง แค่นี้”

หาก . . .

. . . อีกฝ่ายความพยายามสูงส่ง โทรเข้ามาอีก

ผมรู้ได้ . . .

. . . ไม่ใช่เพื่อนอีกแล้ว . . .




มากกว่าที่มันบอก สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันมีอีกคนแทรกเข้ามาในหัวใจ อย่างช้า ๆ กว่าที่มันจะรู้หัวใจตัวเองก็เมื่อสายเกินไป

สายเกินไป . . .

. . . ผมเกลียดคำนี้จับหัวใจ

มันทำร้ายหัวใจผมขนาดนี้เชียวหรือ . . .

สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือสมน้ำหน้าตัวเอง ผมร้องไห้อีก หลังจากที่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ ร้องมันเสียให้พอ ให้สมกับความเจ็บปวดที่มีอยู่ ให้วันนี้อ่อนแอที่สุด ก่อนจะลุกมายืนใหม่ในวันพรุ่งนี้นะอาร์ม

“บอกว่านอนแล้ว นอนแล้ว ไม่รู้เรื่องหรือไง โทรมาทำไมนักหนา” มันตะโกนกลับไป ก่อนปิดเครื่อง

มันมานอนกอดผมเอาไว้ . . .

. . . ผมหลับไปในอ้อมกอดของมัน . . .

ผมหลับทั้ง ๆ ที่น้ำตาอาบแก้ม แล้วผมก็สะดุ้งตื่นอย่างไม่มีสาเหตุ เหมือนฝันร้าย หากแต่สิ่งเดียวที่ทำให้ผมหายกลัวในตอนนั้น มันนอนหลับสนิท ทั้ง ๆ ที่ยังกอดผมอยู่

ผมหยิบโทรศัพท์มันมา . . .

. . . ถือวิสาสะเปิดเครื่อง

๔๓ สายที่โทรเข้ามาตอนมันปิดเครื่อง . . .

ผมแกะแขนมันที่กอดผมอยู่ . . .

. . . ต่อจากนี้ไป . . .

ผมต้องเรียนรู้ในการอยู่คนเดียว เวลาที่ผมมีอยู่ มันค่อย ๆ หมดลงไปทุกที ผมรู้ตัวดี อีกไม่นานหรอก โกมันก็ต้องเดินไปในเส้นทางที่มันอยากเดิน

เส้นทางที่ผมกลัวมาตลอดตั้งแต่ที่เริ่มมีอะไรกับมัน . . .





Create Date : 12 มกราคม 2553
Last Update : 12 มกราคม 2553 18:33:04 น. 2 comments
Counter : 488 Pageviews.

 
อ่า.. ตื้นตันไปกับตัวละคร อินไปกับอารมณ์ของอารมณ์ ๑ เม้นสำหรับตอนที่ ๒๐ นะค่ะ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:14:45:47 น.  

 
น้ำตาพาลจะไหลตาม ความรู้สึกรัก มันไม่เข้าใครออกใครเน้อ


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:9:24:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.