Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ล า ว ๖ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๒ ๗ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๒ ๗



ความแค้นที่เกาะกุมหัวใจ มันไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันทำให้ผมเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ทุกครั้งที่ผมมีอะไรกับโก หัวใจผมเจ็บปวด เพราะนั่นไม่ใช่ความรักอีกต่อไปแล้ว

มันคือ . . .

. . . ความแค้น คือไฟที่สุมในหัวใจ มันยากที่จะดับลงได้ง่าย ๆ ไฟมันจะเผาหัวใจผมอย่างช้า ๆ และยากเกินกว่าที่ผมจะถอนตัว

การอยากเอาชนะ . . .

. . . อยากได้อยากมี ความอยากที่เป็นกิเลสทั้งหลาย ผมเหมือนคนบ้าที่ทำอะไรไปโดยที่ไม่เคยตรองดู ความดีที่ผมเคยมีมันหายไปหมด มันหายไปโดยที่ผมเองก็ไม่รู้ตัว เพราะในหัวของผมมีแต่ความรู้สึกว่าผมโดนทรยศ

ในเมื่อผมเจ็บ . . .

. . . คนที่หยิบยื่นความเจ็บมาให้ผมต้องเจ็บปวดยิ่งกว่า

“เฮ้ย ไอ้อาร์ม มึงไปทำไรมา” ไอ้เพื่อนรักมันทักผม หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน

“ทำไร” ผมมองหน้ามัน

“ทำไมมึงโทรมแบบนี้” มันเอามือมาจับคางผม พลิกไปพลิกมา แววตาที่มันมองมา มันมีแต่ความแปลกใจ กับสภาพร่างกายที่ผมปล่อยปละ แทบไม่เอาใจใส่ดูแลมันสัยเลย ผมจะเอาเวลาไหนมาใส่ใจในร่างกาย ในเมื่อตอนนี้หัวใจผมร้าวระบมเป็นที่สุด

“ไม่ได้ทำไร”

“ดูแลตัวเองบ้างสิมึง ปล่อยตัวโทรมไรขนาดนี้ว่ะ”




“อือ. . . ” ผมไม่อยากพูด ตอนนี้ผมรู้แค่หัวใจผมมันลอย ๆ เหมือนคนที่ไม่มีชีวิต ผมมีชีวิตอยู่อีกหรือ

“. . . คืนนี้ไปหาไรกินมันมะ”

“วันพุธนี่นะมึง . . . ใครออกเที่ยวกัน”

“กูไง. . . “ ผมบอกมัน มองมันด้วยแววตาออนวอน ในเวลานี้ ผมมีใครเสียที่ไหน ผมมีแต่มันคนเดียวเพียงเท่านั้น

“ตามใจไม่ไปกูไปคนเดียวก็ได้”

ผมยักไหล่ ไม่เห็นแปลก จะมีใครอยู่กับผมหรือไม่อยู่กับผม มันไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป ผมจะต้องเรียนรู้การที่จะอยู่คนเดียวบนโลกนี้ให้ได้

ผมมีใคร . . .

. . . ไม่เห็นมีใคร . . .

ทำดีไป ไม่มีใครเห็น ทำไปทำไม เพื่ออะไรกัน

ในเวลานั้น . . . ผมไม่มีสติพอที่จะดูแลตัวเอง ไม่มีความรู้สึกพอที่จะรู้สึกดีกับใคร เพราะในหัวผมมีแต่ความหวาดระแวง มีแต่จะทำยังไงดี คืนนี้ผมจะทำยังไงกับคนที่บ้านต่อดี

แต่ . . .

อีกความรู้สึกหนึ่ง . . .

. . . ผมเจ็บปวด ผมไม่อยากเห็นหน้ามัน ผมอยากอยู่คนเดียว อยากหนีไปให้ไกล ไปให้ไกลที่สุด เพื่อว่าจะได้ไม่ต้องทำร้ายมันอีก ผมไม่อยากทำร้ายคนที่ผมรัก

ผมเจ็บปวดทุกครั้งที่เริ่มทำร้ายมัน . .

และ . . . เจ็บปวดยิ่งกว่าที่เห็นเบอร์หน่อยในเครื่องมัน เบอร์ที่เพิ่งผ่านการใช้งานมาไม่นาน มันเจ็บปวดแทบขาดใจ เพียงแค่เห็นเบอร์โทรเท่านั้นเอง

มันเคยโทรหาผมหรือ . . .

ไม่มี ข้อนี้ผมน้อยใจอยู่เต็มหัวอก . . .

แค่เศษเงินไม่กี่บาท . . . ซื้อความรู้สึกของคนแบบผมได้ แต่มันไม่ทำ มันไม่เคยทำเลย ผมได้แต่เก็บเอาความน้อยใจที่มีเป็นทุนเดิมเป้นความแค้น เป็นเชื้อที่พร้อมจะปะทุได้ทุกที่ทุกเวลา

แดนมันคอยหลบหน้าผมตั้งแต่วันนั้น . . .

วันที่ซาตานเข้าสิงผม สายตาที่มันมองผมด้วยความชื่นชมไม่มีอีกต่อไป มีแต่แววตาว่างปล่าวเสมือนว่าไม่มีผมอยู่บนโลกใบนี้

ผมรู้ดี . . .





ผมรู้จักแดนมันดี มุมมองความรักของมันคือการให้ มันให้ได้ทุกอย่างสำหรับคนที่มันรัก มันเลี่ยงที่จะคุยกับผม แววตาที่มันมองผม มีแต่ความสงสาร แต่แค่เพียงแว๊บเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้น แววตาที่แดนม่ จะมีแค่ความว่างเปล่า

มันวางตัวเฉย มันไม่ยอมพูด ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้มันจะอยู่ข้าง ๆ ผมอีกมั้ย ในเวลานี้จะมีใครสักกี่คนที่ยืนเคียงข้างผม ไม่มีหรอก ไม่มีเลย

แต่ . . .

ในตอนนั้น ผมรักแค่ตัวเอง

ปมปลอม . . .

ปมที่ผมสร้างมาเพื่อหลอกตัวเองว่าคือความจริง แต่มันไม่ใช่ สิ่งที่ผมสร้างเอาไว้ ไม่ใช้ความจริงแต่มันคือปัญหา ที่จะตามมา ปมปลอมไม่ได้ช่วยให้สิ่งต่าง ๆ มันดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ผมไม่รู้จักตัวเอง หลงไปกับมายาที่ผมสร้างเอาไว้

“เฮ้ยมึง มาจริง ๆ เหรอนี่” เกือบห้าทุ่ม มันมาที่ผมนั่งที่ร้านเดิม ร้านที่ผมกับเพื่อน ๆ จะมากันเป็นประจำ

ไอ้เพื่อนรักมันนั่งลงข้าง ๆ ผม

“ไหนบอกวันพุธใครเขาเที่ยว” ผมหันไปมองมันก่อนยกกระดกหมดแก้ว

“ไอ้เหี้ยนี่ เป็นบ้าไร มีอะไรกลุ้มใจหนักหนาว่ะ”

“ใครกลุ้ม ไม่มี”

“เออไม่มี กูคิดไปเองมั้ง”

“ก็ดี” ผมตอบมันสั้น ๆ สนใจกับดนตรีที่เล่นอยู่มากกว่า อาจเพราะผมไม่อยากให้มันเห็นอะไรในตัวผมก็ได้

“มึงเป็นอะไรมากมั้ยนี่ เห็นไอ้แดนบอกมึงปล่อยตัวโทรม ทีแรกกูไม่อยากเชื่อหนุ่มเจ้าสำอางค์แบบมึงจะทำได้ จนวันนี้กูมาเห็นกับตา กูถึงกับช็อคเลยนะมึง”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่เหนื่อย”

“งานเหรอ”

“ก็มีส่วน”

“อาร์ม ถึงช่วงที่ผ่านมากูจะไม่ค่อยได้เจอมึง แต่กูห่วงมึงนะโว้ย มึงมีอะไรมึงก็พูดสิวะ มีอะไรมึงก็เล่าให้กูฟังได้ กูไม่ชอบเลยที่มึงทำตัวแบบนี้ กูอยากเห็นมึงสดใสแบบเมื่อก่อนมากกว่า”

“กูไม่มีอะไรจริง ๆ” ผมบอกมัน แต่น้ำตาตกใน

ผมจะบอกมันได้อย่างไร ในเมื่อมันเคยรู้เรื่องผมกับโกเมศวร์เสียที่ไหน ถ้าผมบอกมันแล้ว มันจะยังเป็นเพื่อนผมอยู่อีกมั้ย ผมแคร์มัน เพราะในเวลานี้มันคือเพื่อนคนเดียวที่ผมมีอยู่




ด้ายเส้นบาง ๆ . . .

เป็นเพียงด้ายเส้นเดียวเท่านั้นที่ยึดตัวผมให้อยากยืนอยู่บนโลกนี้ เพราะในเวลานี้ผมไม่มีใคร ไม่มีใครอีกแล้วจริง ๆ ผมมีมันเป็นเพื่อน เป็นทุก ๆ สิ่ง แล้วผมไม่กล้าที่จะบอกอะไรกับมัน ผมกลัว หากผมพูดออกไป มันจะห่างหาย . . .

“กูโทรไปหาไอ้โก มันบอกมึงกลับบ้านดึก เมาไปทุกคืนเลย มึงเป็นอะไรนักหนา” มันจ้องหน้าผม

ผมยิ้ม . . .

ยิ้มทั้ง ๆ ที่น้ำตามันท่วมใจ มองหน้าเพื่อนรักเอาไว้ ผมอยากจดจำมันเอาไว้ให้มากที่สุด ให้มากเท่าที่จะมากได้

ผมพูดกับมันยังไงดี . . . อยากพูดแต่ไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว

“เพื่อนพี่นี่แน่มากเลย พวกผมยอม” ไอ้บอลเด็กเสิร์ฟยกน้ำแข็งโซดามาเพิ่ม มันยกนิ้วหัวแม่โป้งให้ผม

“ทำไมเหรอน้อง”

“เล่นเมาติดกันมาวันนี้วันที่แปดแล้ว ผมพนันกับเพื่อนอยู่เลย ว่าวันนี้พี่เขาจะมาอีกมั้ย คนอะไรกินอึดชะมัด” มันคีบน้ำแข็งใส่แก้วจะชงให้

“ไอ้บอล มากไปแล้ว” ผมปรามมัน

“ไอ้อาร์ม กลับบ้านเหอะ กูมีเรื่องต้องคุยแล้วว่ะ” ไอ้โอ๋มองหน้าผม

“ยังไม่อยากกลับ” ผมเทเหล้าลงแก้วตัวเอง

“แต่กูสั่งให้มึงกลับ”

“พ่อกูเหรอ” ผมมองหน้ามัน กวนตีนสุดชีวิต มันจะแปลกอะไร ถ้าชีวิตนี้ผมจะไม่มีคนที่ผมรักเหลืออยู่

จะแปลกหรือ . . .

. . . ถ้าผมจะอยู่คนเดียวบนโลกนี้

ยามเกิดมา . . .

. . . ผมก็เกิดมาคนเดียว

แม้กระทั่ง . . . ฝาแฝด

ยังเกิดมาไม่พร้อมกันเลย แล้วผมจะกลัวทำไมว่าผมจะอยู่โดยไม่มีคนที่ผมรักเหลืออยู่อีกแล้ว ในเมื่อตอนนี้ ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ผมไม่มีใครที่อยู่กับผมสักคน

“ไม่ใช่พ่อ เพื่อน . . .” มันมองหน้าผม

“. . . เพื่อนแท้คนสุดท้ายที่มึงจะมีไง” มันจ้องหน้าผม



น้ำตาผมเอ่อ . . .

. . . เพื่อน . . .

ผมจำต้องยอมกลับ ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะกลับ มันขับมาทางพระรามแปด ก่อนที่จะจอดที่ใต้สะพาน ผมมองหน้ามัน . . .

“เดินเล่นดีมั้ย”

“ตามใจมึงสิ” ผมบอกมันหากแต่ลงจากรถก่อนมัน

ยามดึก อากาศกลางแม่น้ำลมพัดโชยเย็น ผมเดินกับมันมาหยุดที่กลางสะพาน เรายืนเกาะราวสะพานเอาไว้ มองไฟของกรุงเทพฯ สวย สะพานที่ใกล้กันมองเห็นชัด สะพานพระปิ่นเกล้า เรือข้ามฝากยังคงแล่นอยู่กลางแม่น้ำช้า ๆ ที่ตรงนั้นยังมิหยุดนิ่งยังคงดำเนินต่อไป

หาก . . .

ชีวิตผมล่ะ ผมยังหายใจ ยังไม่หยุดนิ่ง ชีวิตคนก็ไม่แตกต่างจากเรือ ยามไร้ลมไร้คลื่นก็ราบเรียบ แต่เมื่อเจอคลื่นใหญ่ เรือจะต้องประคองตัวเอง เพื่อฟันฝ่ามรสุมไปจนถึงฝั่ง ผมมองดูเรือ แล้วย้อนมองดูตัวเอง

ไม่แตกต่างกับเรือนี่หว่า . . .

“มึงมีอะไรจะพูดกับกูมั้ย” เสียงมันถามผม หากสายตามันทอดยาวไปทางทิศที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช

“ไม่มี”

“อย่าหลอกตัวเองเลยเพื่อน ไม่เหนื่อยหรือที่ต้องหลอกตัวเอง”

“ทำไม” ผมหันไปมองหน้ามัน หากมันยังคงมองไปที่เดิม ผมเห็นแค่ใบหน้ามันครึ่งซีก แต่ผมรู้ได้ มันห่วงผม เพราะหากมันไม่ห่วงมีหรือที่มันจะทำแบบนี้

“เพราะกูรู้จักมึง”

“ใครบอกอะไรมึงไอ้โอ๋” ผมมองหน้ามัน

“ไม่มี . . .” มันหันกลับมามองหน้าผม

“. . .ไม่มีใครบอกอะไรกูทั้งนั้น กูไม่ได้เจอมึงมานานนะ เพราะตั้งแต่เรียนมา ไม่เจอกันอย่างมากสองอาทิตย์ แต่นี่ ตอนนี้เกือบเดือนมั้ง แล้วจะให้กูรู้อะไรล่ะ กูไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้อะไรจริง ๆ ถ้าจะมีสักคนที่บอกกู . . .”

“ใคร”

“ตัวมึงนั่นแหละไอ้อาร์ม มึงมีอะไรในใจที่มันพูดออกมาไม่ได้อย่างนั้นหรือ มึงบ้ามั้ย ไปกินเหล้าทุกคืน มึงไปทำงานไหวเหรอ มึงมีอะไรทำไมมึงไม่บอกไม่พูด มึงเป็นแบบนี้กูสบายใจหรือ”

“กูไม่รู้จะพูดยังไง” ผมหันไปทางสายน้ำที่ไหลลงต่ำ





สายน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ

สายน้ำไหลไปแล้ว . . . ไม่ย้อนคืนกลับ แล้วชีวิตผมล่ะ ชีวิตของผมต่อจากนี้จะทำอย่างไรดี ผมจะให้สิ่งต่าง ๆ มันย้อนคืนแบบสายน้ำหรือ

“ก็เริ่มจากที่มึงพูด”

มันไม่รู้หรือ ผมอึดอัด อึดอัดมากกับสิ่งที่ผมต้องเก็บมันเอาไว้ตอนนี้ ผมไม่รู้ ว่าสิ่งที่ผมทำลงไป มันจะชั่วขนาดไหนในสายตาของเพื่อนที่ผมรักมากที่สุด

“มึงจะโกรธกูมั้ย”

“โกรธเรื่องอะไร”

“ถ้ากูจะบอกมึง มึงอย่าโกรธกูได้มั้ย”

“ไม่โกรธ กูไม่โกรธ แต่ถ้าวันนี้มึงยังไม่พูดอะไรออกมา กูโกรธ” มันหันมายิ้มน้อย ๆ

บรรยากาศค่อยดีมานิดนึงเมื่อผมเห็นรอยยิ้มของมัน . .

รอยยิ้มมันอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง บางทีมันคงถึงเวลาที่ผมควรจะยอมรับความจริงเสียที ผมจะกลัวอะไรอีก ในเมื่อตอนนี้สภาพของผมก็ไม่มีอะไรดีอยู่แล้ว การจะมีใครหรือไม่มีใครเข้าใจผมตอนนี้ มันไม่แปลกอะไร

“กูว่ากูชอบผู้ชายวะ” ผมจะได้แม่น ประโยคแรกที่ผมพูดออกไป ผมรวบรวมความกล้าแทบแย่

“ใครว่ะ ชอบกูเหรอ” มันหันมาทางผม

“สัสสสสส ไม่ใช่มึงหรอก”

“แล้วใคร” มันหันมามองหน้าผม

“ไอ้โก”

“กูนึกแล้ว . . .” มันถอนหายใจ ก่อนหันกลับไปทางเดิม

“. . .ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่ที่เจอมัน กูก็รู้สึกถูกชะตา ก่อนที่มันจะมาเรียนเสียด้วยซ้ำ”

“ไอ้เหี้ยเอ้ย กูน่าจะคิดตั้งนานแล้ว” มันเอามือมาโอบไหล่ผมเอาไว้ มันไม่ได้รังเกียจผม ในสิ่งที่ผมบอกมัน

“ทีแรกกูรักมัน กูแค่ไม่อยากให้มันอยู่กับเมียมัน เพราะเมียมันเป็นเด็กบาร์ แล้วพอแม่มันมาพูดให้กูพามันมาเรียน กูเลยทำเพื่อให้มันมาเรียน” ผมพูดโดยไม่ได้มองหน้ามัน

ความทรงจำในวันเก่าของผม . . .

“มิน่า เลยออกแผนให้พวกกูไปเที่ยว เพื่อมันจะได้มีเงิน แผนสูงชิบหาย แล้วเรื่องทองที่กูไปตึ้งอีก โอ้ยทำไมกูโง่ไม่คิดเสียตั้งแต่ตอนนั้นว่ะ”




“กูไม่กล้าบอกมึง กูกลัวมึงจะไม่คบกู”

“ทำไม”

“กูเป็นเกย์”

“แล้วมันเป็นโรคติดต่อเหรอ ถ้ากูอยู่ใกล้มึงกูจะติดจากมึงเหรอ แล้วเกย์ที่มึงบอกมันไม่ใช่เพื่อนกูเหรอ”

ผมน้ำตาไหล . . .

ผมรักมันนะ เพื่อนที่ดีที่สุดของผม ยามที่ผมทุกข์ที่สุดในหัวใจคงมีแต่มันเท่านั้นที่อยู่ข้าง ๆ ผม มันอยู่กับผม ไม่ทิ้งผมไปไหน มันแบ่งเบาความทุกข์ในหัวใจของผมให้บางเบาลงไม่ได้ แต่มันทำให้หัวใจที่เต็มไปด้วยความทุกข์อบอุ่นได้

มันเหมือนกระแสน้ำเย็นกลางลาวาอันร้อนรน

“มึงจะอยู่กับมันไปนานแค่ไหน จนตายเหรอ”

“ไม่ใช่ ไม่ใช่เลยเพื่อน กูขอแค่มันเรียนจบปริญญาตรี แล้วกูไม่สนหรอกว่ามันจะไปจากชีวิตกูหรือเปล่า”

“เหรอ งั้นตอนนี้ก็เจ็บที่ต้องทำใจลาจากสินะ อีกไม่ถึงปีมันก็จบแล้วนี่”

“ไม่ใช่ มันมีคนอื่น มันมีผู้หญิงอื่น” ผมเหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคอ มันตีบแน่นเมื่อนึกถึงผู้หญิงคนนั้น

“มึงน่าจะดีใจกับมันนะไอ้อาร์ม อย่างน้อยมันก็ได้ใช้ชีวิตแบบที่มันอยากเป็น”

“ไม่ กูไม่อยากให้มันมีเมียแบบนั้นแน่”

“หึงเหรอ บ้าไปแล้วมึง ผู้ชายที่ไหนจะอยู่กับผู้ชายไปจนตาย มันไม่มีจริงหรอก ขนาดหญิงชายยังเลิกกันเลย มึงจะรั้งมันไว้ได้อย่างไร”

“กูไม่รั้ง ถ้ามันจะมีคนที่ดีกว่านั้น มึงคิดดูนะโว้ยกูเอามันมาเรียน มาจากสังคมที่แย่ ๆ เอามันมาจากหญิงบาร์ แล้วตอนนี้มันจะกลับไปที่จุดเดิม มันจะกลับไปหาผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลย จบแค่ปอหก แล้วพ่อเขาเอามาฝากคนที่นั่น ยังไม่ทันเป็นนางสาวก็มีผัวแล้ว แล้วผัวมันก็นามสกุลเดียวกันกับไอ้โก ในขณะที่มันยังนอนกับผัวมัน แต่มันแอบคบไอ้โก แล้วมึงจะให้กูทำยังไง ให้กูปล่อยให้มันไปเจอคนแบบนั้นเหรอ ที่สำคัญ ทำไมมันต้องโกหกกู ทำไมมันไม่บอกกูตรง ๆ” เสียงผมสั่น หากหัวใจผมตีบ สิ่งที่ผมพูดมันออกมาพร้อมอะไรบางอย่างในร่างกาย

มันดึงผมไปซบกับบ่ามัน . . .

“ทำไมชีวิตคนเรามันถึงได้เหี้ยแบบนี้ว่ะ” ไอ้เพื่อนรักผมมันสบถออกมา

“กูไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว แค่ปีเดียวเองเพื่อน แค่ปีเดียวกูก็จะปล่อยมันแล้ว แต่มันทำแบบนี้กับกู กูเจ็บ กูเจ็บ” ผมร้องไห้ออกมา ใช้บ่ามันเป็นที่รองรับซับน้ำตา




มันไม่พูดออกมา ไม่มีคำปลอบจากเพื่อนรัก . . .

. . . มันมีแต่มือที่ลูบไปมาบนหัวผม หัวที่ซบอยู่กับบ่ามัน

แค่นี้ . . .

. . . ยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ทั้งหมดที่ผมเคยได้ยินจากมัน สัมผัสอันอบอุ่นจากปลายนิ้วของมันแล่นผ่านมาสู่หัวใจของผมอย่างช้า ๆ มันเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุด และเป็นเวลาที่ผมจะจดจำเอาไว้มากที่สุดเช่นเดียวกัน

“กูแค้นมัน กูเกลียดมัน กูเลยโทรหาผู้หญิงของมัน แต่มันไม่รู้ กูอยากแก้แค้น ที่มันทำกูเจ็บ กูเลยต้องเมา เพราะเวลากูเมา กูกลับไปบ้าน กูจะได้แก้แค้นมัน กูทำกับมันเหมือนมันไม่ใช่คน กูอยากทำอะไร กูก็ทำ ก็ไม่สนหรอก มันจะคิดยังไง กูรู้แค่ว่าถ้ากูเจ็บ มันต้องเจ็บ”

“ไอ้อาร์ม . . .” เสียงมันตกใจ

“. . . มึงทำบ้าอะไรไป มึงทำได้ไง น้องมึงทั้งคน”

“กูไม่รู้ กูไม่รู้ตัวเหมือนกัน กูรู้แต่กูแค้น กูเจ็บ กูทำไงก็ได้”

“แล้วมันหายมั้ย มันหายมั้ยมึง”

ผมอ่อนแอ . . .

ตัวตนที่แท้จริงของผม ผมร้องไห้ออกมาโดยที่มันยืนให้ผมใช้ไหล่มันแทนที่พัก ยามที่ผมอ่อนล้าที่สุดแล้ว ขาผมแทบยืนไม่ไหว หัวใจผมบอบซ้ำอย่างที่สุด เมื่อผมสารภาพถึงความสารเลวในตัวเองที่ผมได้ทำลงไป

“ไม่เลย ไม่มีครั้งไหนเลยที่กูมีความสุข กูสะใจ แต่กูเจ็บยิ่งกว่าตอนที่กูรู้ว่ามันโกหกกูเสียอีก กูทำมันเจ็บ มันต้องเสียใจ”

“เอาน่าเพื่อน เอาน่า ไม่ต้องทำอีกแล้ว ไม่ต้องทำอีก น้องมึงทั้งคนนะโว้ย มันรักมึงเหมือนกันแหละ ไม่อย่างนั้น มันคงไม่ยอมให้มึงทำกับมันแบบนั้นหรอก” มันกระชับไหล่ผมเอาไว้ เอาปลายนิ้วตบที่ไหล่ผมเบา ๆ

“มึงจำตอนวันเผาแม่ได้มั้ยไอ้โอ๋ วันนั้นมึงก็อยู่กับกูแบบนี้ วันนั้นกูรู้แล้ว กูไม่มีใคร ไม่มีใครอีกแล้ว มึงบอกไม่ทิ้งกู ไอ้โกบอกไม่ทิ้งกู แล้วไง ตอนนี้ มันทิ้งกู มันทิ้งกูไปแล้ว มันฆ่ากูอย่างเลือดเย็นที่สุด คนที่กูรัก และหวังว่าเราน่าจะเป็นพี่น้องที่ดีกันได้ มันฆ่ากูแล้ว มันฆ่ากูทั้งเป็นไอ้โอ๋” ผมร้องไห้ไม่หยุด ตอนนี้คงไม่มีอะไรที่จะมาหยุดผมเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่ผมเจอ สิ่งที่อัดแน่นในหัวใจ . . .

“แต่กูไม่ทิ้งมึงหรอก มึงจะเป็นยังไง กูไม่มีวันทิ้ง”

ผมรู้ . . .




ผมรู้ มันไม่ได้ปลอบผม แต่นั่นคือความเป็นจริงที่สุดในสิ่งที่มันพูด คำพูดของมัน มันรักษาคำพูดเสมอ มันเคยทิ้งผมเสียที่ไหน

“เอาน่า ยังไงมันก็น้องมึง”

“แต่กูทำลายมัน กูทำร้ายมัน กูเกลียดตัวเอง ถ้ากูไม่ทำมัน ถ้ากูไม่ทำร้ายมัน ถ้ากูรักมันเหมือนที่กูรักมึง มันก็คงไม่เจ็บ กูก็ไม่เจ็บ แต่กูมันเลวไง กูเลวที่ทำมันได้ กูไม่มีความสุขเลยตั้งแต่ที่กูรู้ว่ามันมีคนอื่น ตั้งแต่ปีใหม่กูไม่เคยได้นอนเต็มตา บางคืนกูต้องสะดุ้งตื่นมากลางดึก ทั้ง ๆ ที่กูหลับ แต่ทำไมน้ำตากูไหล กูเลวนะ กูเลว กูไม่มีวันให้อภัยตัวเองที่กูทำให้มันเจ็บ” ผมร้องไห้ออกมาอีก

ความแค้นที่ผมหลอกตัวเอง . . .

. . . ว่ามันเป็นความสุข คือสิ่งที่ผมต้องทำ

แท้จริง แล้ว . . . มันมีแต่ความเจ็บปวด

“เอาน่าเพื่อน เริ่มใหม่นะ เริ่มใหม่ สิ่งที่ผ่านมาอย่าเก็บไปคิด มึงเริ่มทำสิ่งที่ดีใหม่ ท่องเอาไว้นะ มันคือน้อง มันเป็นน้องไง”

ผมไม่รู้วันนั้น . . .

ผมร้องไปมากขนาดไหน ผมรู้แต่ว่าสิ่งที่ผมพูด สิ่งที่ผมระบายออกมา ผมเกลียดตัวเองจับหัวใจ ผมทำลงไปได้อย่างไร ผมทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดให้กับคนที่ผมรักมากที่สุดได้อย่างไรกัน

ไฟที่สุมอยู่ในอก . . .

. . . คือนรกดี ๆ นี่เอง



ไม่รู้มีใคร บอกว่าโลกมีอยู่ ๒ ใบ

ใบแรก . . .

. . . โลกแห่งความจริง

ใบที่สอง . . .

. . . โลกแห่งความฝัน


ความฝันไม่เคยทำร้ายใคร แต่ความจริงมันอาจจะเจ็บปวดบ้าง เพราะมันคือลูกอมฮอลล์ รสชาติของชีวิตไง เพราะแต่ละคนสัมผัสโลกต่างแง่ ต่างมุม ต่างทัศนคติ โลกเปลี่ยนไปตามมุมมองที่คนจะมองว่าเป็นเช่นไร มีทั้งสุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง มันขึ้นอยู่กับโลก

หัวใจไม่ได้มีไว้เพื่อเจ็บ . . .

แต่ . . . หัวใจมีไว้เพื่อรัก




แล้วผมก็รักมันมากเสียด้วยสิครับ มากจนเรียกว่า หวง หลง หรืออะไรอีกร้อยแปด ที่อยากผูกมันเอาไว้กับผมเสียด้วยซ้ำ อ้าว ก็คนเราเห็นแก่ตัวเพราะความรักด้วยกันทุกคนมิใช่เหรอครับ

สิ่งที่ผมทำลงไป

ผมรู้ ไม่ได้ทำให้ผมมีความสุขขึ้นมาเลย ตรงกันข้าม มันมีแต่ความทุกข์ ไฟมันเผาหัวใจผมช้า ๆ กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว

สายเสียแล้ว . . .

. . . ผมเกลียดคำนี้จับหัวใจ

บางที . . .

ผมอาจจะต้องทำอะไรสักอย่าง สิ่งที่ผมไม่เคยทำมาเลยตลอดชีวิต สิ่งที่ผมหลอกตัวเองเสมอ . . . ว่าผมทำเพื่อมัน

หรือ . . .

. . . แท้จริงแล้ว ผมทำเพื่อตัวเองกันแน่

“QR รับลูกเรือต่างชาติร่วมร้อย ต้อนรับโดฮาเกมส์ 2006” ไอ้แดนมันอ่านเสียงดัง ก่อนเหลือบมามองผม

“พี่น้อย ไม่อยากเป็นแอร์หรือพี่ ไฟว์สตาร์แอร์ไลน์นะพี่ หรูด้วย” มันหันไปบอกพี่อีกคนที่ในออฟฟิศ หากผมรู้ หางตามันมองมาที่ผม

“ไหนแก รับจริงหรือ พี่อยากไปสมัคร”

“นี่ไงพี่ ข่าวในเวปประชาชาตินี่ไง” มันเอี้ยวตัวหลบให้รุ่นพี่ที่ลุกมาดู

“รับเยอะนะเนี่ย แบบนี้รอไม่ได้แล้วล่ะ แต่ภาษาขนาดพี่นี่จะไหวมั้ยนี่ ถ้าแบบน้องอาร์มนี่หายห่วง ได้แน่ ๆ”

ผมนั่งนิ่ง . . .

คิดหาทางว่า ผมควรจะทำอย่างไรดี กับการเดินออกไปจากชีวิตของมัน ผมไม่อาจทนเห็นมันเจ็บได้อีกแล้ว ผมไม่อยากทำร้ายมันอีก ถึงแม้ว่ามันจะโกหกผมเอาไว้ แต่สิ่งที่ผมตอบแทนให้มัน

คงล้างความดีที่ผมทำให้มันหมดสิ้นแล้ว . . .

“น้องอาร์มว่าไง นั่งใจลอยเชียว” พี่น้อยหันมาทางผม

“ว่าไงนะครับพี่” ผมยิ้มเก้อ ๆ

“แน่ะใจลอยจริง ๆ ด้วย QR รับลูกเรือต่างชาติไง แดนมันเปิดเวปอยู่นี่ น้องอาร์มไม่สนใจเหรอ เงินดีนะ ดีกว่าทีจีอีก"




“เหรอพี่ แล้วต้องประจำที่ไหน”

“DOHA จ๊ะ ลองไปสมัครดูมั้ย”

“DOHA” ผมได้แต่ท่องชื่อนี้เอาไว้ในใจ บางทีวิถีชีวิตของผม อาจจะต้องหันเหก็ได้

“โอ้ย พี่อาร์มไม่ไปหรอกพี่ ผมเอาหัวเป็นประกัน เขาไม่ไปไหนจากเมืองไทยหรอก เงินดีก็ไม่มีทางไป คนมีห่วงขนาดนั้น”

เสียงแดนมันเหมือนกระตุ้นอะไรผมบางอย่าง . . .

ผมหันไปมองหน้ามัน ยิ้มให้มัน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน หลังจากที่ผมรู้สึกว่าระหว่างมันกับผมมีม่านบาง ๆ คอยกั้นเราอยู่ สิ่งที่มันพูด น่าจะกระตุ้นให้ผมลุกยืนอีกครั้ง บางที . . . การตัดสินใจของผมครั้งนี้ น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว

เส้นทางชีวิต . . .

. . . มีถนนอีกเส้นที่ผมมองเห็น

ตอนนี้มันเหลืออยู่แค่ว่า ผมจะเดินไปบนถนนเส้นนั้นหรือไม่ ถนนที่ผมไม่เคยคิดว่าจะเดินเข้าไปเลย . . .

. . . ลูกเรือ . . .

QR ไฟว์สตาร์แอร์ไลน์

ชื่อนี้ . . . มันติดอยู่ในความทรงจำของผมตลอไป . . .





Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 14 มกราคม 2553 21:04:57 น. 2 comments
Counter : 757 Pageviews.

 
"ลูกอมฮอลล์ รสชาติของชีวิต" 555 อีก ๑ เม้นท์ค่ะ รออ่านทุกวันเลยแหะๆๆ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:22:15:41 น.  

 
รอชมตอนต่อไปอยู่นะ พลาดไม่ได้


โดย: ผักกาด (คังฮุนแจ ) วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:11:38:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.