Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ FD 3200 ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๒๙ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๒ ๙




การหักดิบ . . .

มันทรมาน แต่ผมจะเขียนให้รู้อย่างไร ให้เห็นภาพความทรมานอย่างไรนั่นนะสิยาก คนที่ไม่มีความรัก ไม่มีวันรู้ถึงความสุขของการได้รัก ไม่มีวันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียของที่เรารัก


ทุก ๆ อย่างเหมือนหยุดนิ่ง . . .

. . .ที่ได้ยินคือความเงียบ

สิ่งที่เย็นเฉียบ . . .

คือ . . . หัวใจ

ทุกซอกของบ้านที่สายตามองไป . . . มีแต่ความเจ็บปวด ที่พร้อมจะระบายออกมาเป็นน้ำตา ที่ตรงนั้นเคยมีมัน . . .

. . . ณ ตรงนี้มันนอนเล่น

ทุกอย่างเหมือนยังอยู่ หากมันเหมือนอะไรบางอย่างที่วิ่งเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะแผ่กระจายเข้าเต็มหัวใจ

มันบีบ . . . เหมือนใครมากำหัวใจเอาไว้

สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้น . . . นอนกอดตัวเองเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่เตรียมใจกับการหักดิบ แต่มันยังเจ็บปวดเจียนนี้ . . .

แล้ว . . . โกเมศวร์ มันจะเจ็บแบบที่ผมเจ็บมั้ย

สุดท้ายผมยังอดห่วงมันไม่ได้อยู่ดี . . .

. . . แล้วสิ่งที่ผมหักดิบไป มันจะมีประโยชน์อะไร




. . . อดทนนะอาร์ม อดทนเอาไว้ แกทำดีที่สุดแล้ว แกทำดีที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีใครรักแก แต่แกมีฉันไง ฉันอยู่กับแก . . .

สิ่งที่ผมปลอบตัวเองยามอ่อนแอ ผมกอดตัวเองเอาไว้ และใช้อีกมือลูบศรีษะตัวเอง ทั้ง ๆ ที่น้ำตาอาบแก้ม

ในเวลานั้น . . .

บ้านหลังนี้ ผมอยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ที่ตรงนี้ มันมีแต่ความเจ็บปวดแสนสาหัส ผมจะไม่ทนอยู่ จะต้องมีสักที่ สำหรับผม แต่ไม่ใช่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อผมเลือกที่จะเดินไปข้างหน้า . . .

อะไรที่อยู่ข้างหลัง . . .

. . . ตัดทิ้งเสียให้หมด

แต่ . . .

ผมไปทำงานนะ ผมไปทำงานตลอดทั้งสามวันที่เป็นช่วงที่ทรมานที่สุดในการหักดิบ อย่างน้อยที่สุด ผมได้เจอเพื่อน และที่สำคัญ ผมไม่อยากให้เพื่อนต้องมาทุกข์ใจที่ผมเป็นแบบนี้ แรก ๆ มันอาจจะสงสาร

หาก . . . ยิ่งนานวัน ถ้าผมไม่หายล่ะ

มันจะมานั่งทุกข์ใจกับผมอีกมั้ย หรือมันเบื่อผมที่ผมไม่สามารถจะลุกขึ้นเดินได้เสียที สิ่งเดียวที่ผมคิด ผมต้องเข้มแข็ง ผมต้องลุกให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่จะลุกมาเดินอย่างไรนี่สิ . . .

ผมยังมองไม่เห็นทางเลยจริง ๆ

ผมผ่านสามวันแห่งความเป็นความตายมาได้ . . .

เวลาที่ผ่านมามันสอนผม เวลาเยียวยาความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี . . .

. . . ตอนนี้ผมเดินได้ แม้แข้งขาจะยังอ่อนแรงอยู่ แต่ผมก็อยู่ได้ โดยไม่มีมันมาเป็นเดือนแล้ว ถึงจะคิดถึงมัน แต่ผมบอกตัวเองเสมอ . . .

. . . นั่นคือทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

โดยเฉพาะมัน . . .

. . . คนที่ผมรัก . . .

จะได้ไม่เจ็บปวดกับความรักที่เห็นแก่ตัวของผมอีก ผมไม่ได้รักมันด้วยหัวใจ แต่ผมรักมันด้วยข้อแม้ หลาย ๆ เรื่องที่ผมพยายามบอกตัวเองว่าผมแย่ เพราะมันจะทำให้ผมทำใจได้เร็วมากขึ้น

ผมคิดเสมอ . . .

. . . ความสุขของมัน มาก่อนความสุขของผมนะ





“แดน . . . คืนนี้ไปหาอะไรกินกันมั้ย” ผมเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองมาที่โต๊ะทำงานของมัน ที่นั่งติดกัน ในขณะที่มันง่วนอยู่กับงานเอกสารหน้าคอม

ความนิ่งเงียบ . . .

. . . เฉยชา

ผมเกลียดอาการนี้ของมัน เกลียดจับหัวใจเลยทีเดียว เพราะผมไม่ได้มองหน้าแล้วยิ้ม หรือคุยกับมันเหมือนก่อนมานานแล้ว ตั้งแต่ที่มันสิ้นศรัทธากับสิ่งที่ผมทำลงไปกระมัง

“ไม่พอใจอะไรกูหนักหนาว่ะ พูดด้วยไม่ยอมพูด”

“ผมอยากรู้จักพี่อาร์มคนเดิม ผมไม่ชอบพี่อาร์มที่อยู่กับความแค้น” มันพูด หากแต่สายตามันไม่หันมามอง

“ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ยังเหมือนเดิม”

นิ้วมันหยุดคีย์งาน สายตามันหันมามองผม ผมยิ้มให้มันบาง ๆ

“พี่อาร์ม พี่อาร์มลองหยุด แล้วมองในมุมที่พี่ไม่เคยมองบ้างก็ได้ บางทีพี่อาจจะเจออะไรในนั้น ผมไม่อยากเห็นพี่แบบนี้หรอก พี่ลองดูสภาพตัวเองตอนนี้เหอะ ดูได้เสียที่ไหน . . .”

“หยุดเรื่องอะไร หยุดแล้วจะเอาอะไรกินเข้าไป” ผมพยายามจะเบี่ยงประเด็นที่มันพยายามจะโยงเข้ากับเรื่องที่ผมคุยกับมันก่อนหน้านี้ เรื่องที่เต็มไปด้วยการแก้แค้น เพราะเรื่องที่ผมกับโกจบกัน ยังไม่มีใครรู้ ผมยังไม่ได้บอกใครกับเรื่องนี้

สามวันแรก . . .

. . . เจ็บเจียนตาย

หาก . . . พ้นช่วงนั้นมา

ผมพยายามอยู่กับตัวเองช้า ๆ ค่อย ๆ ประคองตัวเองให้ลุกมาให้ได้ ตอนนี้เดือนกว่าแล้ว ที่ผมอยู่ได้ แม้จะมีอาการทุรนทุรายอยู่บ้าง แต่มันไม่นานเท่าเมื่อก่อน

ผมได้แต่หวัง . . .

. . . แผลที่เกิดจะหายสนิทในไม่ช้า

ผมเลือกที่จะไม่เปิดโทรศัพท์ . . .

หากใครโทรมา ถ้าเป็นคนที่ควรโทรกลับผมโทร แต่มีบางเบอร์ที่ผมมอง แล้วพยายามลบมันทิ้งไป ไม่อยากจดจำเอาไว้อีกแล้ว ที่ผ่านมาเพียงพอกับความเจ็บปวด

เทคโนโลยี่ลบออกได้ . . .

หาก . . . ที่ติดในหัวใจลบมันอย่างไร ?





“. . . มันไม่ตลกนะพี่ พี่อาร์มถ้าใครบนโลกนี้เขาไม่ต้องการเรา มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะพี่ แต่หากว่าเราไม่ต้องการตัวเรานี่สิ เราจะยืนหยัดอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร พี่ลองถามตัวเอง พี่ยังต้องการตัวเองอีกมั้ย”

“พูดอะไร้ ไม่เห็นรู้เรื่อง . . .” ผมยานคง

“. . . มาชวนเพราะรู้ว่ารัก มีคนที่พี่รักไม่กี่คนหรอกบนโลกนี้ และคนที่เห็นเป็นคนแรก ๆ ก็มีแกอยู่ด้วย แต่ถ้ารำคาญก็ขอโทษ อีกหน่อยเหอะจะไม่อยู่ให้รำคาญอีกแล้ว” ผมบอกก่อนที่จะเลื่อนเก้าอี้กลับไปที่โต๊ะของผม

“จะไปไหน”

“ทำงานดิ . . .” ผมหันกลับมามองมัน

“ไม่ใช่ตอนนี้ที่บอกว่าจะไม่อยู่ให้ รำคาญ” มันจ้องหน้าผมเอาไว้ สายตามันอ่อนลงมากว่าหลาย ๆ วัน

“ไม่รู้ . . .” ผมยักไหล่

“. . . ถ้าอยากไปก็ตามไปร้านเดิมแล้วกัน” ผมเอี้ยวตัวมาบอกมัน ก่อนที่จะกลับไปสนใจกับงานตัวเองอีกครั้ง

“น้องอาร์ม” เสียงพี่รัตน์ ผู้จัดการคนสวยของผม วันนี้ลงทุนเดินมาหาผมถึงที่โต๊ะ

“ครับพี่”

“ยุ่งอยู่มั้ย . . .”

“ก็ไม่นะครับ”

“พี่อยากให้น้องอาร์มคิดดูอีกรอบดีมั้ย” พี่รัตน์ ชูซองในมือแกว่งไปมา

“คิดมาแล้วพี่ นั่งคิดนอนคิด ตีลังกาคิดก็แล้ว เลยออกมาแบบที่พี่เห็นไง เอาน่าพี่ ไม่เปลี่ยนใจ” ผมยิ้มให้พี่รัตน์

“โอเค งั้นพี่จะเซ็นต์ส่งให้ผู้ใหญ่แล้วกัน”

“อะไรเหรอพี่รัตน์” เสียงไอ้แดนถาม

“อ๋อ จดหมายลาออกจ๊ะ น้องอาร์มลาออก”

“พี่อาร์ม . . .” ไอ้แดนหันมามองหน้าผม

“. . . จะบ้าเหรอ ลาออกไปทำอะไร แล้วทำไมไม่เห็นบอกกันเลย” สีหน้ามันสงสัย

ผมยิ้มให้มัน . . .

คำถามนี้ ผมยังไม่ตอบมันได้ใหม ? ผมหันกลับมาที่หน้าจอคอมผมยังเปิดค้างอยู่ . . .

. . . เมล์ตอบรับการรับเข้าทำงานจากสายการบินริมทะเลอาระเบียน . . .




ร้านประจำที่เรานั่ง เป็นร้านริมถนนแถววัดเสมียนนารีที่จะทุลุมาริมคลองประปา ร้านติดสี่แยก ฝั่งตรงกันข้ามีร้านสะดวกซื้อ แม้จะเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์แต่ลมหนาวยังมิจางหาย อากาศสบายแบบนี้ นั่งนอกร้านก็เหมือนติดแอร์ เพราะการจัดร้านมีที่นั่งเอนหลัง มองรถที่แล่นผ่านไปมา

“เดือนหน้ากูจะบวชนะโว้ย” ไอ้เพื่อนรักบอก

“ห๊า จะเอาเมียแล้วเหรอ” ผมยิ้มให้มัน

“เออดิ . . . จะสามสิบอยู่แล้ว แต่พวกมึงสองตัวไม่ต้องไปก็ได้มันไกล” ไอ้คนใกล้เข้าวัด ยกแก้วขึ้นดื่ม

“บวชที่ไหนหรือพี่โอ๋” แดนถาม

“บ้านพ่อ . . . ธาตุพนม”

“โหย . . . ริมโขง”

“ถึงบอกไงว่าไกล ไปก็หยุดหลายวันอีก ไม่อยากให้เสียงาน บวชสิบห้าวันเอง ไม่ต้องไปก็ได้ แต่บอกให้รู้ว่าจะบวช”

“วันที่เท่าไหร่”

“ยี่สิบ”

“อีกตั้งเดือนกว่าแน่ะพี่ ไปกันนะพี่อาร์มผมว่าง” แดนมันหันมาชวน

. . . ยี่สิบ . . . ส่วนงานใหม่ผมเดินทางยี่สิบสาม ยี่สิบสองถึงกรุงเทพฯ เตรียมตัวเอาไว้ก่อนก็คงทัน . . .

“ไปสิ ไปได้ ไม่ใช่สิ . . . ต้องไป ถึงอยู่กันครึ่งฟ้าก็ต้องมา ต้องบินกลับมา” ผมบอกมันยิ้มให้มัน

“โห พ่อสำบัดสำนวน ต่อให้ครึ่งฟ้า ก็ต้องบินมา” มันยิ้ม

มันไม่เข้าใจที่ผมบอกมันเลยหรือ . . .

. . . ก็ดีเหมือนกัน อีกหน่อยมันก็คงจะเข้าใจกับสิ่งที่ผมกระทำลงไปทั้งหมด

“เออ คอนโดแต่งเสร็จแล้วนะมึง ย้ายเข้าได้เลย . . .” ไอ้เพื่อนรักมันหันมาบอกผม

“. . . คนบ้าอะไรมีบ้านอยากอยู่คอนโด”

“ไอ้เหี้ยนี่ ทีกูถามว่าดีมั้ย บอกดี ๆ เอาดิ ซื้อเลย กูจะได้ขอมึงห้องนึง พอทีแบบนี้ทำมาบ่น”

เรื่องธรรมดาครับ มันกับผม . . . เถียงกันได้เป็นกิจวัตร แต่เวลาที่มันทำซึ้ง เล่นเอาผมพูดอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

“พี่อาร์มซื้อคอนโดเหรอ” แดนมองหน้า




“อืม”

“มันอยากได้มาก เร่ง ๆ ยิก ๆ ไปดูห้องที่เขาบอกขาย แล้วมันนัดโอนรุ่งขึ้นเลย ไม่รู้ว่ามันจะรีบทำไมนักหนา”

“อ้าว ทำซะให้เสร็จ ๆ จะได้หายห่วงไง” ผมยิ้มให้พวกมัน

“พ่อคนห่วงเยอะ มีอะไรอีกมั้ยที่ยังห่วงอยู่”

“น่าจะหมดแล้วมั้ง . . . อ้าวชนหน่อย ถือว่าเลี้ยงส่ง . . .” ผมยิ้ม พวกมันมองหน้า หากผมกลบเกลื่อนทันทีเหมือนกัน

“. . .ส่งเพื่อนเข้าวัด”

ความหมายผม . . .

. . . พวกมันไม่รู้กันหรอก ผมเจอความทุกข์มามากต่อมาก ต่อจากนี้ผมจะเล่นซ่อนหากับความทุกข์ จะไม่ยอมให้ใครได้รู้อย่างเด็ดขาด

“หมดห่วงแล้วดิ๊ เลยลาออกซะงั้น”

“ใครลาออกว่ะไอ้แดน”

“พี่อาร์มนะดิ ผมเพิ่งรู้วันนี้เอง พี่รัตน์เดินมาถามที่โต๊ะ ไม่อย่างนั้นผมไม่รู้หรอก ก็ดีที่รู้ ผมเลยลาออกตามเลย พี่รัตน์ด่ามาชุดใหญ่เลย แกโวยวายตายแน่ ๆ จะหาใครทำงานแทนทันลาออกทีเดียวสองคนเลย”

“เฮ้ย มึงจะลาออกทำไม” ผมมองหน้ามัน แต่นึกภาพพี่รัตน์ออก เวลาที่แกโวยวาย ภาพนั้นผมยิ้มได้ทุกครั้ง เพราะแกจะจริงจังกับงานเสมอ

“จริง ๆ พี่ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำไปก็ไม่รวย แถมแม่เร่งให้ไปช่วยงานส่งออกที่บ้านอีก นี่ถ้าผมไม่ติดว่าพี่อาร์มทำที่นี่ผมลาออกนานแล้ว”

ความจริงที่มันทำงานที่นี่ . . .

. . . ไม่ใช่เพราะงาน

“ไอ้แดนมีที่ไปแล้ว ทีนี้มึงไอ้อาร์ม ทำไรต่อ” เพื่อนรักมันห่วงผมมั้ง

“ก็ไปหาหลวงพ่อก่อน . . . ไปลา” ผมพูดอะไรออกไปว่ะ

“เฮ้ย ไปขอพร ให้มีความสุข กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สนุกกับงานที่จะทำใหม่ แล้วก็คงมางานมึง”

“จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ลงมากรุงเทพฯ แล้วไปธาตุพนมนี่นะ อย่าไปเลยมึง ลำบากตายห่า กูไม่อยากให้มึงเหนื่อย” แววตามันห่วงผมจริง ๆ

“ไปดิมึง บอกแล้วถึงอยู่ครึ่งฟ้า มึงบวชกูก็ต้องบินกลับมา . . .” ผมยิ้มให้มัน

ความหมายของผม มันไม่เข้าใจจริง ๆ ด้วย




แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้ามันรู้ตั้งแต่วันนั้น บางที ผมอาจจะต้องใจอ่อนกับลูกอ้อนของมันอีก เอาไว้ก่อน ไปลาหลวงพ่อ แล้วค่อยกลับไปบอกมัน ถึงเวลานั้น มันก็รั้งผมเอาไว้ไม่ได้แล้วล่ะ

”. . . แปบมีสายเข้า” เบอร์แปลก ๆ อีกแล้ว ไม่ค่อยอยากรับเท่าไหร่หรอก แต่ก็ต้องรับเพราะไม่อยากให้มันสั่นเรื่อย ๆ ทำลายบรรยากาศในวงเหล้าหมด

“สวัสดีครับ”

“พี่อาร์ม ถามอะไร เล่ามาจริง ๆ ได้มั้ย” เสียงนั่น เสียงที่หายไปนานมากแล้ว สีหน้าผมเริ่มเปลี่ยนเป็นเครียด

เกลียดชิบไอ้คำถาม ประมาณนี้

“ถามมาตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็ไม่ตอบ” คำตอบที่ผมบอกไป มันก็กั๊กแหละ มีหรือที่คนอย่างผมจะยอมจนมุมง่าย ๆ

เสียงอีกฝ่ายอึกอัก เหมือนละล้าละลัง . . .

นั่นแหละสิ่งที่ผมกลัวมาตลอด กลัวคำถามนั้นแหละ มันคงจะถึงเวลาแล้วล่ะ ที่ผมจำต้องตอบคำถาม

แม้จะรู้ . . . ว่าเมื่อตอบไปแล้วผลมันจะตามมาเช่นไร

“พี่อาร์ม พี่กับพี่โก มีอะไรกันปล่าว”

เห็นมั้ยล่ะ . . .

น้องชะนีน้อยเล่นไม่เลิก ผมปวดจิ้ด ขึ้นมา มันจะถามผมเพื่ออะไร ในเมื่อตอนนี้ผมไม่อยู่ในสถานะใดอีกแล้ว เอาเหอะ น้องชะนี เมื่อน้องด้านที่จะถาม พี่ก็ด้านที่จะตอบแล้วกัน

. . . ให้มันรู้กันไป ใครมันจะด้านกว่าใครกัน . . .

เพราะในเวลานี้ ผมไม่มีมันให้ต้องแคร์อีกแล้ว อยากรู้อะไรถามมาเลย แม้วันก่อนจะบอกไปแล้ว แต่เข้าใจว่ารอยหยักในสมองเขาคงน้อย เขาเลยปล่อยเวลาผ่านมาเป็นเดือนแล้วค่อยโทรมาถาม

“น้องครับ น้องลองคิดดูนะครับ มีผู้ชายที่ไหนบ้างที่จะเข้าไปยุ่งกับเรื่องของผู้ชายอีกคน ถ้าเขาสองคนไม่มีอะไรกัน แล้วผู้ชายที่น้องคบ ทำไม มันถึงต้องเดินออกมาจากบ้านน้องเมื่อพี่บอกให้มันออกมา มันเดินออกมาทันที เรื่องแบบนี้ น้องยังคิดไม่ได้อีกหรือ สมองนะมีไว้คิดนะครับไม่ได้มีไว้กั้นหู” ผมพูดแบบเดิม หากมีแอบด่าน้องชะนีไปเล็ก ๆ

แมร่งชะนีตัวนี้โง่น่าดู ไม่เหมาะกับการเอามาสืบพันธุ์ . . .

เป็นได้แค่ . . .

. . . เครื่องบำบัดความใคร่





“ก็หนูไม่เคยคิดไง หนูคิดว่าพี่อาร์มเป็นพี่ชายคนนึง หนูไม่เคยคิดว่าพี่จะมีอะไรกับพี่โก”

โถ . . . โถ ชะนีน้อย

น่าสงสารเสียเหลือเกิน . . .

ทำตัวได้ไร้เดียงสาชะมัด นี่ถ้าผมไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าหล่อนไปนอนแบให้เพื่อนผมอีกคนขย่มตั้งแต่ก่อนเป็นนางสาว ผมจะคิดว่ามันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาเป็นแน่

แต่ . . .

บังเอิ๊ญ บังเอิญ

เพื่อนผม ที่มันถอยออกมาทั้งน้ำตา เมื่อแม่ชะนีน้อยทะเลาะกันตอนหลังปีใหม่ แล้วมันค่อย ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตไอ้โก

เพื่อนผม . . .

. . . มันก้อนามสกุลเดียวกับไอ้โก

มันบอกผม “ถ้าโกมันอยากได้ผมถอยพี่ ผมไม่อยากมีปัญหากับพี่น้อง”

รักแท้คือการเสียสละจริง ๆ พ่อคุณ . . .

. . . ถ้าวันนั้นมันไม่เสียสละ

วันนี้ผมจะมานั่งเอาหัวแม่ตีนเขี่ยหน้าผากแบบนี้มะนี่ แต่ช่างเหอะ ตอนนี้ผมอยากถอยมั่งแร่ะ ผมมะใช่เสียสละหรอก เพียงแต่ผมรู้สึกว่ามันควรถอยออกมา ไม่ควรทำร้ายคนที่เรารักอีกต่อไป . . .

“นี่น้อง พี่จะบอกให้ ไอ้โกมันมาอยู่กับพี่ตั้ง ๗ ปี ล่อกันน้ำเป็นขวดโค้กแล้ว ขนาดตอนที่มันคบกับน้องมันยังนอนเอากับพี่ได้ทุกคืน พี่ไม่อยากพูดตรง ๆ พยายามให้น้องได้รู้ด้วยตัวเอง ถ้าน้องไม่คิดก็หัดคิดซะ แล้วมันก็ออกไปจากชีวิตพี่แล้วด้วย มันจบลงแล้ว ถึงมันจะกลับมา ก็ไม่ได้มีอะไรให้พี่ต้องนึกถึงมันอีก เพราะคนแบบพี่ไม่อยากใช้ของร่วมกับคนอื่น แค่นี้นะครับ”

ผมกดวางสายทิ้งไป . . .

สะใจอยู่ลึก ๆ กระมัง ในเมื่อมันออกไปจากชีวิตผมแล้ว ผู้คนรอบ ๆ ตัวของมัน ก็ไม่มีความหมายอะไรกับผมอีก แล้วผมจะต้องแคร์ทำไม ว่าใครจะรู้สึกอย่างไร ในเมื่อผมกับมัน

เรา . . . คนละชีวิต คนละวิญญาณ

“พี่อาร์ม” ไอ้แดนมองหน้าผม สายตามันตำหนิผมอยู่ในที

ผมยิ้ม . . .

ผมผิดหรือที่บอกไปแบบนั้น ในเมื่อผมไม่ได้เป็นฝ่ายโทรไประรานเขา เขาต่างหากที่เดินเข้ามา และดูเหมือนว่าจะไม่ยอมออกไปจากชีวิตของผมสักที ผมก็ต้องปกป้องหัวใจผมเอง ไม่อยากให้ใครเดินมาทำร้ายตัวผมได้อีก




“ใจเย็นสิมึง” ไอ้โอ๋ กุมมือผมเอาไว้

หากแต่ . . .

. . . อีกฝ่ายเหมือนยังไม่จบ

ผมกดรับอีกครั้งเมื่อเขาโทรเข้ามา

“พี่อาร์ม คือ อย่าโกรธนะถ้าหนูจะถามอะไรอีกสักอย่าง” นั่น น้องชะนีไม่เลิก เดี๋ยวเหอะมึง เตรีมตัวรับพระเพลิงเหอะ ตอนนี้ความเดือดในใจมันพุ่งถึงร้อยองศาแล้วกระมัง

“มีอะไรอีก”

“คือ...คือ ...” เสียงอีกฝ่ายคล้ายลังเล

“ถามมาเหอะ อยากรู้อะไรวันนี้ตอบหมด” ผมบอกไปห้วน ๆ จะต้องมีอะไรที่ผิดบังกันอีก มันคงไม่มีอะไรอีกแล้วล่ะ เพราะตอนนี้ผมว่า ผมเหลือสุดที่จะทานกับคนของไอ้โกมันแล้ว

“ตอนพี่อาร์มมีไรกับพี่โก พี่อาร์มทำไรกันยังไงเหรอ”

เอาล่ะดิ๊ . . .

น้องชะนี กล้ามาก . . .

ผมอายเลยนะ ผมอายทุกครั้งนะที่ต้องเล่าว่าผมมีอะไรกับมันยังไง แต่นี่ผมได้ยินเต็มรูหู ไอ้ความร้อนในร่างกายมันพุ่งจิ้ดขึ้นจุดสูงสุดในบัดดล

“นี่ แล้วตอนที่น้องนอนให้ไอ้ชัยมันเอา น้องทำไรกันบ้างล่ะครับ พี่ไม่เคยถามน้องเลยนะครับว่าน้องเอากันท่าไหนบ้าง ส่วนพี่ พี่เอากับไอ้โกตั้งแต่นมน้องยังไม่แตกพานเลยมั้งครับ แล้วน้องจะอยากรู้ทำไม ว่าพี่เอาท่าไหน เอายังไง เพราะถึงยังไง พี่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกน้องหรอกว่าพี่เอากับมันยังไงบ้าง ถ้าน้องอยากรู้ทำไมน้องไม่ถามไอ้โกมันเองล่ะครับ” แมร่ง มาถามกูแบบนี้ได้ไง เรื่องแบบนี้ มันควรเอามาถามกันมั้ย ผมไม่รู้นะ มันกินในที่ลับจะมาไขในที่แจ้งได้ไง

การศึกษา . . .

. . . ผมเชื่อสอนให้คนรู้จักอายด้วย ผมอายเป็น

“ถามแล้ว แค่อยากรู้ ว่าพูดตรงกันมั้ย”

โห กล้ามากน้องชะนี ผมนี่โครตที่อายเลยนะนี่ มองหน้าไอ้แดนพลาง ไอ้โอ๋พลาง ไอ้สองคนนั้นก็จ้องอยู่เสียด้วย มันด้านกว่ากระหรี่สงครามโลกแฮะ

“น้องอยากโดนมันเอา ก็เชื่อมันเหอะ แต่พี่ขอบอก บทเซ็กส์มันห่วยแตกมาก ถึงไอ้นั่นมันจะใหญ่คับปาก แต่มันเอาไม่ทน ไม่ต้องมาถามพี่หรอกว่าเอากันท่าไหน ในเมื่อน้องอยากได้ พี่ยกให้ไปแล้วไง พี่ไม่มีวันทวงคืนเด็ดขาด ไม่ต้องกลัวหรอก คอยดูแล้วกันว่าพี่ทำได้ตามที่พูดมั้ย เพราะพี่ไม่กินของที่ผิดกลิ่น มันแสลง พี่บอกให้อย่างนึงนะน้อง ผู้ชายลองมันมีอะไรกับผู้ชาย มันไม่มีวันกลับไปนอนกับผู้หญิงได้สนิทใจหรอก แค่นี้นะ”




สะจายยยยยยยยยยยยยยย แมร่งอยากรู้ไร อีกหน่อยคงถามมั้ง หมอยพี่มีกี่เส้น ของพี่โกมีกี่เส้น อีดรอกกกกกกกกก

ผมปิดเครื่อง ก่อนยกแก้วกระดกหมดแก้ว . . .

“เวรชิบหาย กล้าถามกูละอายเลย” ผมยิ้มเยาะตัวเอง ไม่กล้าสบตาไอ้เพื่อนรัก เสียบรรยากาศการกินเหล้าหมด . . .

“มึงนี่สุดยอดเลยว่ะ ทำไปได้ไง” ไอ้เหี้ยโอ๋โอบบ่าผมเอาไว้

“ก็กูทำแบบที่อยากทำ แบบที่มึงบอกไง ถอยมาแค่พี่ แต่ในเมื่อมันไม่เก็บคนของมันเอาไว้ มาระรานกู กูไม่ถอยเหมือนกัน ใครจะยอมก็ยอม แต่ไม่ใช่กูแน่ ๆ ถ้ากูผิดกูจะรับคำพิพากษา แต่ถ้ากูไม่ผิด อย่าหวังเลย หน้าไหนจะมาบังคับให้กูรับ” ผมมองหน้าแดน

ผมว่ามันคงเข้าใจที่ผมพูด มากกว่าตอนที่มันหายไปจากชีวิตผมสองสามเดือน . . .

มันทำให้ผมจิ้ดขึ้นมาอีก คืนนั้นเหล้าเลยไหลลงคอผมมาก มากกว่าที่ผมตั้งใจแค่ว่าไปกินกับเพื่อน ไปคุยกันสนุกสนานเฮฮา แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นโทรเข้ามา มันรบกวนหัวใจผมเหลือเกิน

คืนนั้น . . . ผมเมา

. . .เมามากที่สุดในชีวิตก็ว่าได้

เพราะผมตั้งใจ หลังจากนี้ ผมจะกลับมาเป็นคนเดิม ดูแลเอาใจใส่ตัวเองสักที งานใหม่ที่ผมจะเริ่ม มันทำให้ผมต้องดูแลรักษาตัวเอง รักษาหน้าตา รักษาสุขภาพ

หากผมไม่พร้อมทุก ๆ ด้าน . . .

. . . ผมจะดูแล และคอยบริการคนอื่น ๆ ได้อย่างไร

“ไอ้โกมาแล้ว มีคนมารับแล้ว” ไอ้เพื่อนรักมันชี้ไปที่ร้านเซเวนฝั่งตรงกันข้ามกับร้านที่ผมนั่งอยู่

ผมหันไปตามที่มันบอก . . .

คนที่ยืนรอสัญญาณไฟอยู่ ผมจำได้ดี ผมไม่เคยลืมมันออกไปจากหัวใจผมเลย จะว่าดีใจที่เห็นมันก็ดีใจ แต่มันไม่ใช่ ในเมื่อตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะเจอมัน

“มึงโทรไปเหรอ”

“เออดิ บอกว่ามึงเมามาขับรถกลับไม่ได้”

“มึงทำอะไรลงไป กูกับมันจบกันแล้ว มันย้ายออกไปจากที่บ้านกูเป็นเดือนแล้ว กูไม่อยากเจอมัน กูไม่อยากเจอ” ผมมองมัน ไม่รู้สิ ผมไม่พร้อม

“เฮ้ย กูไม่รู้ มึงไม่บอกกูว่ะ อาร์ม” มันจับมือผมเอาไว้

ผมหันไปอีกฝั่งถนน

คนที่เดินใกล้เข้ามา . . .





. . . ใกล้เข้ามา . . .

ผมเห็นหน้ามัน แต่แปลกจัง หัวใจผมเจ็บ ทำไมหัวใจผมเจ็บแบบนี้ก็ไม่รู้ เหมือนใครมาบีบหัวใจผมเอาไว้ มันแน่นอยู่ในหัวอก

“กูขอโทษ” มันบอก เมื่อเห็นแววตาผม

“หวัดดีพี่โอ๋ พี่แดน” มันยกมือไหว้เพื่อนผม

“. . . พี่อาร์ม”

เสียงมันเรียกผม . . .

ผมนั่งก้มหน้า รอเดี๋ยวนะ ขอรวบรวบความรู้สึกทั้งหลายสักครู่ได้ไหม ตอนนี้มันยังไม่พร้อมที่จะมองหน้าใครทั้งนั้น แต่ยิ่งพยายามสร้างความเข้มแข็ง เหมือนตัวเองยิ่งอ่อนแอ

“เมาอีกแล้ว จะกลับยัง” มันจับไหล่ผม

ผมสะบัด แหงนหน้ามองมัน แววตามันทำไมมองผมแบบนี้ ผมไม่ชอบแววตาที่มองผมด้วยความสงสาร ผมอยู่ได้ จะมามองเย้ยผมอีกทำไม ผมเจ็บปวดกับสายตาที่มันมอง

ทำไมหรือ ?

ทำไมผมต้องมาเจอมันอีก ในเมื่อตอนนี้ ผมกำลังอยู่ในช่วงที่ทำใจ ว่าผมไม่มีมันแล้ว ในเวลาที่ผมไม่อยากจะเจอ

ผมพร้อมที่จะเจอหรือ . . .

“มาทำไม มาดูผลงานเหรอ ยังไม่ตาย ยังหายใจอยู่นี่ไง” ผมจ้องหน้าโก ผมอยากรู้เหมือนกัน คนเราจะไม่เจ็บปวดเลยหรือ

มันใจดำกับผมขนาดนั้นเลยหรือ . . .

. . . แววตามันสลด . . .

“ไอ้อาร์ม . . .” โอ๋มันตบไหล่ผม

“. . . พูดดี ๆ กับน้องมันหน่อย”

“ดีที่สุดแล้ว คงอยากรู้สินะ ผลงานชิ้นโบว์แดงที่ฝากเอาไว้มันจะเป็นอย่างไร . . .” ผมยิ้มเยาะตัวเอง

“. . . ก็ได้นะ ถ้าเห็นมาก จะทำให้ดู จะตายให้ดูเดี๋ยวนี้”

ในตอนนั้นผมเหมือนคนบ้า . . .

. . . ผมวิ่งออกจากร้านอย่างรวดเร็ว . . .

“ไอ้อาร์ม ทำบ้าไรมึง” เสียงเพื่อนผมร้องเรียกดังลั่นไปหมด

“โกอย่า” เหมือนเสียงไอ้แดนร้องห้าม

. . . ผมวิ่งไปหยุดกลางถนน . . .






เสียงแตรรถบีบดังสนั่นไปหมด หูผมอื้อสายตาผมพร่าไปหมด . . .

เสียงเบรกพร้อมกลิ่นเหม็นไหม้ของดอกยางลอยมาปะทะจมูก เสียงทุกอย่างมันดังอยู่รอบ ๆ ตัวผม บางที อาจมีรถสักคันมาปะทะร่างผม แล้วผมก็คงลอยละลิ่วตามแรงปะทะ ก่อนที่ผมจะหมดลมก็เป็นได้ มันจะได้เห็นภาพนั้น ภาพที่น่าจะสวยงามที่สุดสำหรับมัน

เสียงคนหวีดร้องดังลั่นไปหมด เสียงแตรรถ เสียงอะไรต่ออะไรไม่รู ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงแค่สายลมพัดผ่านเท่านั้น ผมรู้แค่ว่า ตอนนั้น มีอีกร่างที่มากอดผมเอาไว้ที่กลางถนน

. . . อ้อมกอดนั้นกอดผมเอาไว้แน่น

ไม่มีการขยับตัวหนีจากคนที่กอดผมเอาไว้ สองมือที่กอดผมเอาไว้ เหมือนอะไรสักอย่างที่คอยปกป้องสิ่งที่ตัวเองรัก . . . ผมแปลได้อย่างเดียว

. . . มีคนอยากตายพร้อมกับผม . . .

อ้อมกอดที่ผมคุ้นเคย . . .

. . . หัวใจผมอบอุ่นอย่างประหลาด

รถคันแรกเฉี่ยวผมไปแค่คืบ เหมือนมีวัตถุอะไรผ่านร่างผมไป เร็วเหลือเกิน แรงมันทำให้ผมยืนสั่น. . . หากผมยังหลับตานิ่งในอ้อมกอดนั้น

มันทำแบบนั้นทำไม . . .

มันมากอดผมเอาไว้แบบนี้ทำไม รถคันหลังตั้งสติได้กระมัง เขาชะลอ หากผมได้ยินเสียงด่า หลาย ๆ เสียง

“อยากตายห่าหรือไง . . . ไฟเขียววิ่งมาทำบ้าไร”

หาก . . .

ผมไม่รับรู้ . .

ผมรู้แค่ว่า ตอนนั้นผมร้องออกมาดังมาก ร้องมากกว่าทุก ๆ ครั้ง มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตผม ทำไม มันไม่เดินออกไปจากผมสักที มันมาทำกับผมแบบนั้นไว้ได้อย่างไร

ผมเจ็บนะ . . .

. . . เจ็บมากเหลือเกิน

“ขอโทษครับพี่ ขอโทษครับ เพื่อนผมเมา” เสียงที่ตามมา เสียงไอ้โอ๋ กับไอ้แดน ผมรู้แล้วตอนนี้ผมอยู่ในพันธนาการของใคร

ผมมันเหมือนคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว . . .

. . . ผมปล่อยโฮออกมากลางถนนแบบนั้น สองขาไร้เรี่ยวแรงจะหยัดยืนบนโลกนี้อีกแล้ว ผมปล่อยตัวเอง ให้อีกร่างประคองผมเอาไว้





ผมเจ็บ . . .

. . . เจ็บมากกว่าวันที่มันเดินออกไปจากชีวิตของผมเสียอีก มันทำแบบนี้ทำไม มันกอดผมไว้ทำไม ถ้าเมื่อสักครู่ มันไม่อยากตายพร้อมผม ก็หมายความว่าตอนนี้ . . .

. . . ผมเป็นหนี้ชีวิตมัน . . .

หนี้รัก . . .

ยังไม่ชดใช้

. . . หนี้ชีวิต ผมจะใช้คืนอย่างไรกัน

“อย่าทำแบนนี้เลยพี่ อย่าทำ ถ้าพี่ตายผมตายด้วย ให้ผมตายกับพี่ก็ได้” มันร้องไห้ มันกอดผม มันได้แต่บอกคำนั้นออกมาที่ข้าง ๆ แก้มผม

. . . น้ำตามัน รดรินที่ข้างแก้มผม

ผมรู้แล้ว . . .

ผมร้องออกมาเหมือนคนบ้า ผมทำอะไรลงไป ผมทำสิ่งที่คนดี ๆ เขาไม่ทำกันหรอก อารมณ์ชั่ววูบที่ผมตัดสินใจ มันเกือบทำลายทุก ๆ อย่าง

มันไม่ใช่แค่ผม . . . แต่มันหมายถึงคนอื่น ๆ อีก

เพื่อนผม . . .

. . . น้องผม . . .

แล้วยังมีคนที่ขับรถอีก ถ้าตอนนั้นเขาชนผมจริง ๆ ลูก เมีย ญาติพี่น้องเขาอีก ผมได้แต่ยืนร้องไห้ ในอ้อมกอดของมัน คนที่เดินไปจากชีวิตผมเมื่อเดือนที่ผ่านมา มันกลับเข้ามาหาผมอีกทำไมกัน

มันกลับมาทำร้ายผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนั้นหรือ ?

“เป็นเหี้ยไรมึง มีสติหน่อย นึกถึงใจกูบ้าง นึกถึงคนรอบ ๆ ตัวบ้างก็ได้ ไม่ใช่แต่มึงนะที่จะตาย คนอื่น ๆ อีกล่ะ . . .” ไอ้โอ๋ตบกบาลผมเต็มแรง แรงพอที่จะเรียกเอาความฉลาดมาหาผมได้บ้าง

“. . . เกือบตายทั้งคู่แล้วมั้ยล่ะ ไป ๆ กลับบ้านเลยไป อยู่ก็อายเค้า เอาโกกุญแจรถ ไปส่งถึงบ้าน แล้วนอนเป็นเพื่อนมันด้วย เดี๋ยวมันคิดสั้นอีก อย่าทิ้งมันนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เข้าไป”

“ครับพี่” มันรับคำ ก่อนดึงผมไปที่รถ

คนโง่ที่ทำร้ายตัวเอง . . .

. . . จะอยู่บนโลกนี้ให้เปลืองอากาศหายใจทำไมก็ไม่รู้ ผมเกลียดตัวเองจับใจเลยในตอนนั้น

เพราะอารมณ์อยากประชดมัน . . . . . . อยากให้มันรู้ . . .

ความรักของผม มากกว่าที่มันคิด ถ้าความตายแปลว่าผมรักมันในสายตาของมัน ผมก็จะตายให้มันดู

ผมฆ่ามันด้วยการกระทำ . . . เมื่อวันก่อน

วันนี้ . . . ผมเกือบฆ่าอีกแล้ว

สิ่งที่ผมมีแค่น้ำตา . . .

ผมตั้งใจเด็ดขาด ชาตินี้ผมจะไม่มีวันทำร้ายมันอีก ผมจะไม่ยอมทำร้ายมันอีกแล้ว ผมจะออกไปจากชีวิตของมัน ไปให้สุดขอบฟ้า ที่ผ่านมาผมทำร้ายมันฝ่ายเดียวมาโดยตลอด

ผมจะไม่ยอม จะไม่มีวันยอมทำร้ายคนที่ผมรักอีกแล้ว . . .








Create Date : 19 มกราคม 2553
Last Update : 19 มกราคม 2553 18:57:42 น. 2 comments
Counter : 635 Pageviews.

 
ปูเสื่อรอตอนต่อไปครับ


โดย: DAN_KRAB วันที่: 20 มกราคม 2553 เวลา:18:40:07 น.  

 
ฮั่นแน่.. มีแต่คนรออ่าน โว้วๆๆๆๆ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:16:26:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.