Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 มกราคม 2553
 
All Blogs
 

[ อ ยุ ธ ย า ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # อ ว ส า น #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น อ ว ส า น



สนามบินสุวรรณภูมิ

ไอ้เพื่อนรักมาส่งผมที่ประตูทางเข้าชั้นสี่ ก่อนที่มันจะขับหายไป ผมมองไปจนมันลับตา ไม่รู้อีกนานแค่ไหน ที่ผมจะได้เจอกับมันอีก ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ผมรู้ทั้งหมดแล้ว และผมก็ทำใจได้แล้ว


ความรัก มันอยู่กับเรานั่นแหละ ไม่ได้หายจากเราไปไหนเลย

ตั้งแต่ที่สมุย ผมคิดถึงมันมาตลอด อยากเจอมันนะอยากขอโทษมัน อยากคุยกับมัน สิ่งที่ไอ้เพื่อนรักมันบอกผม ผมลองคิดดู ผมเจ็บปวดนะ กับสิ่งที่มันทำมา แต่เทียบกันได้มั้ย กับสิ่งที่ผมทำกับมันในตอนนั้น ผมเลือกที่จะคิดว่า ถ้าผมเป็นมันผมจะทำแบบเดียวกันมั้ย

. . . แม่ . . . กับคนที่ผมรัก

ผมเลือก . . . แม่

ถ้าแบบนี้ . . . โกเมศวร์ไม่ผิด มันเลือกทำในสิ่งที่ถูก ผมจะไปโกรธไปเกลียดมันได้อย่างไร สิ่งที่มันทำถูกต้องที่สุดแล้ว

ผมรับบอร์ดดิ้งพาสมาถือเอาไว้ พยายามมองรอบ ๆ ตัว ด้วยหวังว่ามันจะมาหาผม ผมคงคิดเข้าข้างตัวเองว่าผมสำคัญสำหรับมัน แล้วผมก็ต้องยิ้มให้ตัวเอง ปลอบใจกับสิ่งรอบ ๆ ตัวที่ผมเห็น

ว่างเปล่า . . .

. . . เฉกเช่นเคยเป็นมา




ผมกระชับกระเป๋าใบเล็กที่ข้างในมีแลปท้อปเข้ากับบ่า อีกนานแค่ไหนกว่าผมจะได้กลับมาบ้านอีก แล้วอีกนานแค่ไหนที่ผมจะได้เจอมันอีก ถ้าเมื่ออาทิตย์ก่อนผมไม่ทิฐิจนเกินไป ผมยอมคุยกับมันดี ๆ ผมคงไม่คิดถึงมันเหมือนตอนนี้

“พี่อาร์ม . . .”

ดูสิ ขนาดคิดถึงมัน ยังได้ยินเสียงมันเลย ผมคงจะเป็นเอามาก แต่ผมไม่เจ็บปวดเหมือนครั้งแรกที่ผมจากมันไปแบบนี้ ตอนนั้นที่ดอนเมือง ผมเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสารทั้งน้ำตา เพราะผมว่า มันคงไม่รักผมแล้ว

แต่วันนี้ . . .

. . . ผมเดินไปโดยที่ผมรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว . . .

ความรัก . . .

. . . มันไม่ต้องการเหตุผลมิใช่หรือ ?

“พี่อาร์ม” ข้อมือผมโดนยึดเอาไว้

ผมก้มลงมองที่ข้อมือ ที่ตอนนี้มีอีกมือจับกระชับเอาไว้ มือที่ผมคุ้นเคยแต่ก่อนเก่า เป็นมือที่ผมโหยหามาตลอดเวลาด้วยซ้ำ

ผมยิ้มกับตัวเอง . . .

บางทีตอนนี้ผมอาจจะกำลังฝันอยู่ก็เป็นได้ มือที่จับมือผมเอาไว้ ทำไมผมจะไม่รู้ ว่านั่นคือมือของใคร ผมค่อย ๆ เลื่อนสายตาจากข้อมือ ไล่มาเรื่อย ๆ รออีกนิดนะ ขอเวลาผมปรับสภาพหัวใจอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง จนผมเห็นชัด ใบหน้านั้น มันดูแก่ไปกว่าที่ผมเจอเมื่อสิบกว่าปีก่อน

ผมยิ้มให้มัน . . .

. . . เหมือนวันแรกที่ผมรู้จักมัน

“พี่อาร์ม ผมยังมีโอกาสอีกมั้ย”

คำถามของมัน น้ำเน่าแท้ ๆ ผมว่า คำถามแบบนี้ผมเคยดูในหนังนะ ตอนที่ศรราม พูดกับน้องนิ้ง กุลสตรี ในหนังไทยเรื่องนึง . . . ฝันติดไฟ หัวใจติดดิน

“โกเคยมี แต่ใช้มันไปหมดแล้ว”

ผมพูดประโยคเดียวกับนางเอกเรื่องนั้นเป๊ะ มันหน้าเศร้าลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำตอบ หากแต่ผมยิ้มให้มัน

“จะไปจริง ๆ หรือ”

“อือ”

เสียงผมมีแค่นั้นจริง ๆ . . .




สามปีที่ผมกับมันมีเรื่อง เราเหมือนคนแปลกหน้า ถึงผมจะรู้ความจริงทั้งหมด แต่ผมยังไม่ชิน ผมชินกับความเหงาที่มันอยู่กับผมมาสามปี ตอนนี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่แน่ใจว่ามันจะใช่ความสุขหรือความเจ็บปวดอีก

“ผมขอโทษ ทุก ๆ เรื่องที่ผ่านมา”

“พี่ก็ขอโทษ ที่ทำอะไรแย่ ๆ ลงไป” ผมแกะมือมันออกจากการเกาะกุม ไม่อยากเป็นเป้าสายตาของผู้คนอีกมากมายในอาคารผู้โดยสาร

“ผมรักพี่อาร์ม”

“แบบพี่ . . .”

ผมมองหน้ามัน ต่อให้มันเสร็จสรรพ ยิ้มยั่วมันเหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนในชีวิต บางที ตอนนี้ผมมีความสุขกว่าตอนไหน ๆ เสียอีก ในเวลาที่ผมได้เห็นใบหน้ามันเปลี่ยนสีเข้มขึ้น

“ทำไมต้องมีต่อท้าย ผมไม่มีคำต่อท้าย ผมรักพี่อาร์ม ได้ยินมั้ยครับ ผมรักพี่อาร์ม”

ผมมองหน้ามันชัด ๆ ส่ายศรีษะตัวเองไปมา

นี่หูผมไม่ฝาด หรือ โลกหมุนกลับอยู่แน่ ๆ กับสิ่งทั่มนพูดมา

แต่ทำไมตอนนี้ ผมไม่ดีใจแบบวันที่ผ่านมา แบบตอนที่ผมอยากได้ยินในตอนนั้น ตอนนี้ ผมแค่อยากขอโทษมัน อยากเห็นหน้ามัน อยากเห็นมันมีชีวิตที่มันอยากจะเป็น ถ้ามันแต่งงานผมก็จะดีใจกับมัน

รอดูหน้าลูกมัน . . .

. . . จะน่ารักแบบมันมั้ย

“ขอบใจ”

“พี่อาร์ม กลับมาอยู่เมืองไทยเหอะ”

“อีกสักพักแหละ ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร”

“รีบมาเหอะพี่ หลวงพ่อแก่มากแล้ว ต้องไปหาหมอทุกเดือน ถึงหมอจะไม่บอก แต่ผมว่าพี่อย่าไปนานเลย”

“หมายความว่าไง”

“คนแก่นะพี่ จะไปวันไหนก็ไม่รู้ อย่าปล่อยให้อะไรมันสายเกินไปอีกเลยพี่อาร์ม ผมไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พี่หนี ถ้าพี่กลับมา หลวงพ่อดีใจ เพราะตั้งแต่พี่กลับมา หลวงพ่อไม่เคยออกธุดงค์อีกเลย”

“ขอคิดดูก่อนนะ”

“พี่อาร์ม”




“หือ”

“รักผมมั้ย ผมยังเป็นคนที่พี่รักอีกมั้ย” ผมมองหน้ามัน มีแต่ผมที่เคยถามมันแบบนี้ สงสัยงานนี้ผมคงหูฝาดแน่ ๆ ผมมองหน้ามัน เลิกคิ้วสูง

ผมกำลังเป็นต่อมันอยู่หรือ ได้ยั่วมัน เหมือนที่มันเคยยั่วผม คำตอบที่ผมเคยอยากได้มาตลอดเวลา บัดนี้คนที่อยากได้กลับเป็นมัน

“ถามไม่ได้ยินหรือไง”

ผมแน่แก่ใจ มันถามผมแน่ ๆ แสดงว่าหูผมไม่ได้ฝาด ผมยิ้มให้มัน ได้เวลาที่ผมจะทวงคืนแล้วล่ะ ขอเล่นอะไรสนุก ๆ หน่อยนะ

“รัก . . .” ผมยิ้มให้มัน มันยิ้มกว้าง

“. . . แบบน้อง”

สีหน้ามันเปลี่ยนลงทันที ผมรู้มันเริ่มหงุดหงิด ปกติมันคุมอารมณ์ ตัวเองเก่ง แต่วันนี้ท่าทางมันไม่มีสติมากที่จะคุมตัวเอง

“ทำไมต้องมีต่อท้าย” น้ำเสียงมันหงุดหงิด

“ก็มันเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เจ็บปวด อย่างน้อย เราก็ไม่ต้องหลบหน้ากัน เพราะเรารู้ว่าเรามีคนที่เรารักอยู่บนโลกนี้”

“ครับ แต่ยังไง ผมก็อยากให้พี่รู้ ที่ผ่านมา ผมรู้สึกยังไง”

“อะไรที่ผ่านมาแล้ว อย่าไปขุดคุ้ยมันเลย ปล่อยมันผ่านไปเหอะ ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าวันนี้ กับวันพรุ่งนี้ ไปแล้วล่ะ จะได้เวลาแล้ว” ผมมองหน้ามัน

“พี่อาร์ม ผมรอพี่นะ”

ผมกอดมันเอาไว้หลวม ๆ เป็นกอดที่ผมอยากกอด ในฐานะที่มันเป็นคนที่สอนให้ผมได้รู้อะไรหลายอย่าง เพราะหากถามว่าตอนนี้ ผมรู้สึกอย่างไรกับมัน ผมเองก็ตอบไม่ได้ รู้แค่ว่า ไม่อยากไปใช้ชีวิตแบบที่ผ่านมาอีก

“รอไหวเหรอ”

“รอพี่ ผมจะรอ”

“สักห้าปี ขอเวลาทำใจก่อน ทำใจให้ความรู้สึกแย่ ๆ มันหมดไปจากใจ”

“ผมรอได้ สิบปี ยี่สิบปี หรือตลอดชีวิตผมก็ต้องรอแล้วล่ะ ยอมแล้วกับสิ่งที่ทำไป”

“อย่าเลย ไปแต่งงานมีลูกให้พี่เลี้ยงดีกว่า สอนมันด้วย นี่ลุง ตอนสมัยพ่ออยู่กับลุง ทะเลาะกันบ่อย เพราะลุงงี่เง่า” ผมยิ้ม

“พี่อาร์ม ผมพูดจริง ๆ อย่าเล่นดิ๊”




“พูดจริงเหมือนกัน บางทีความรัก ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน แค่เรารู้ว่าเรามีคนที่เรารัก และเขาก็รักเราอยู่ ก็ดีมิใช่หรือ อีกอย่างชีวิตแบบที่พี่เป็นไม่จีรังหรอก สักวันเราอาจมีเรื่องต้องทะเลาะกันอีก แล้วจะมองหน้ากันไม่ติดอีก”

“ไม่มีทางหรอกพี่ ไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแน่ ๆ ผมมั่นใจ”

“แต่พี่มั่นใจ ว่ามันต้องมี อย่าพยายามทำอะไรที่หัวใจไม่ต้องการเลยโก ทำในสิ่งที่หัวใจอยากทำไง เหมือนตอนนี้หัวใจพี่อยากมองหน้าโก อยากเห็นโกมีความสุข แม้ว่า . . .”

“อะไรพี่” มันถามเมื่อเห็นผมเว้นระยะ

“แม้ว่าเรื่องที่ผ่านมามันคือบทเรียน คือสิ่งที่เราสองคนเจอมามันจะฝังรอยเอาไว้ลึก พี่รู้การพยายามเลิกรัก ในสิ่งที่ผ่านมามันยาก แต่พี่จะพยายามรักโกให้เหมือนกับที่พี่รักไอ้โอ๋ ความรักแบบที่พี่มีกับไอ้โอ๋ เป็นความรักที่ดีที่สุดแล้วโก พี่พยายามจะรักโกให้ได้แบบนั้น โกว่าพี่พูดถูกมั้ย”

“ครับ”

“เพราะฉะนั้น โกเองก็ต้องพยายามรักพี่แบบนั้นให้ได้ อย่าให้ความรักที่ปนเปมากับความหลงใหลครอบงำหัวใจเรา เพราะมันจะมีแต่ความเจ็บปวดไม่รู้จักจบจักสิ้น”

“ครับพี่ ผมจะพยายาม”

“ไปจริง ๆ แล้ว” ผมตบไหล่มันเบา ๆ

“พี่อาร์ม”

มันดึงผมมากอดเอาไว้อีก นี่คงเป็นครั้งแรกต่อหน้าสาธารณชนที่มันกล้ากอดผม ผมยิ้ม มีความสุขที่สุดแล้ว แค่นี้ก็ดีแล้วสำหรับคนแบบผม

ผมผละออกจากมัน . . .

. . . ยิ้มให้มัน ก่อนหันหลัง

“อ้อ . . .” ผมหันกลับมา

“อะไร”

ผมล้วงเอาอะไรบางอย่างในกระเป๋าแลปท้อป ก่อนมาล้วงที่กระเป๋าสตางค์

“กุญแจห้องที่คอนโด ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเคยขึ้นไปบนห้องหรือยัง แต่ถ้าไม่เคยไป ถามพี่โอ๋แล้วกันว่าอยู่ห้องไหน เช่าเขาอยู่เปลืองตังค์เปล่า ๆ ย้ายมาอยู่ที่คอนโดก็ได้ ไอ้พี่โอ๋ห้องนึง อีกห้อง เจ้าของห้องเขางี่เง่า เจ้าอารมณ์ ขี้ใจน้อย ขี้หึง ถ้าโกทนเขาได้ก็ย้ายไปอยู่ห้องนั้นแหละ . . .” ผมเอากุญแจห้องยัดใส่มือมัน

“. . . ส่วนรูปนี้พี่ให้ เพราะพี่ว่าเจ้าของรูปนะชัด แถมในชุดนี้หล่อมากเลย” ผมส่งรูปที่ถ่ายเอาไว้ตอนมันรับปริญญา รูปเดียวกับที่ไอ้โอ๋เห็นที่สมุย

ต่อจากวันนี้ . . .




. . . รูปนี้ คงไม่มีความหมายกับผมอีกแล้ว

“รูปผมตอนรับปริญญานี่ . . . เฮ้ย พี่มาด้วยเหรอที่ด้านหลังผม”

“มาสิ รอมาตั้งสิบปี ไม่มาได้ไง ต่อให้อยู่ไกลกว่านี้ก็ต้องมา มาให้เห็นกับตา ว่าพี่มองคนไม่ผิด”

ผมยิ้มให้มัน ดูเหมือนว่ามันจะยิ้มกว้างกว่าที่เคย เหมือนรอยยิ้มมันเมื่อสิบปีก่อนที่ผมเคยเห็น บางที ผมอาจได้มันคนเดิมกลับมาแล้วก็ได้ ผมพยักหน้าให้มัน

“ผมเดินไปส่งนะ”

“อือ”

มันเดินตามผมมา ผมอยากให้ทางเข้าด่านตรวจหนังสือเดินทางยาวไปสักสิบกิโลเมตร คนที่ยืนตรงหน้าประตูหนังสือเดินทาง

“ไอ้โอ๋”

“เออ เรียกเหมือนไม่เคยเห็น”

“แผนมึงอีกงั้นดิ”

มันยิ้ม ก่อนเดินมากอดผมเอาไว้

“มึงรู้มั้ยกูไม่เห็นมึงยิ้มแบบนี้มานานมาก นานสักห้าหกปีเลยไอ้อาร์ม”

“แหม ช่างสังเกตุนะมึง”

“เพื่อนกู กูหวงของกู”

ผมรู้ มันห่วงผม ห่วงมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียน จนกระทั่งวันนี้ มันยังห่วงผม ไม่เปลี่ยนแปลง ผมอาจจะเป็นคนโชคร้ายที่เกิดมาเป็นแบบนี้ แต่ในความโชคร้าย ผมก็โชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่ผมยังมีเพื่อนดี ๆ เพื่อนที่ไม่เคยทิ้งผมเลย

“อย่ากลับไปนานนะมึง คิดถึง ถ้าให้ดีรีบไปรีบมาล่ะ” มันตบไหล่ผมเบา ๆ

ผมเข้าใจความหมายที่มันพูด เข้าใจมันดีอย่างที่สุด ผมหันมายิ้มให้มันทั้งสองคน วันนี้ผมมีความสุข มีความสุขแบบที่ไม่ทุรนทุรายอีกแล้ว

“พี่อาร์ม รีบกลับมานะพี่ ผมจะรอ”

มันโบกมือให้ผม เมื่อผมหันหลังกลับมามองมันอีกที ผมพยักหน้าให้มัน ก่อนเดินไปยังแถวตรวจหนังสือเดินทาง

ผมยิ้ม . . .

. . . มีความสุขนะ . . .

ผมมีความสุขกว่าที่ผ่านมาเสียอีก มากกว่าตอนที่เจอมันครั้งแรก มากกว่าตอนที่ได้กอดมันครั้งแรก มากกว่า . . . มากกว่า

ทั้งหมดที่ผมเคยมี . . .




บางครั้งผมยังอดคิดไม่ได้ว่า บททดสอบที่ผมผ่านมาได้ ผมผ่านมาได้อย่างไรกัน ตอนนี้ผมพร้อม พร้อมที่จะเห็นมันเป็นในสิ่งที่มันอยากจะเป็น

ถ้ามันเรียนจบ . . .

ทางที่มันเลือกเดิน . . . ผมจะยอมรับ ไม่ว่าผมจะเจ็บปวดหรือมีความสุข ผมก็จะยอมรับในการตัดสินใจของมัน . . . สิ่งนี้มิใช่หรือที่ผมคิดเอาไว้

ตอนนี้ . . . มันก็จบแล้วนี่หว่า . . .

บางที . . . นี่อาจจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่ผมค้นหามาตลอดชีวิต

การรอคอย . . .ทรมานเสมอ

. . . หาก . . .

ความสุขอยู่ที่เราได้รับรู้ว่า คนที่เรารอ เขาก็รอเราอยู่เช่นกัน



ผมมีความสุข เหมือนพันธนาการทั้งหมดโดนปลดปล่อย ตอนนี้ผมอยู่ด้วยความสุข ความสุขทั้งหมดที่ผมมี เครื่องมาถึงโดฮาก่อนเที่ยง ผมตรงดิ่งไปที่บริษัททันที อย่างน้อยที่สุด ผมรู้แล้วว่าผมควรจะจัดการอย่างไรกับชีวิตตัวเองต่อไปดี

ถนนสายนี้ไกลเหลือเกิน . . .

“พี่อาร์ม กลับมาแล้วเหรอ” ไอ้อาร์มเล็ก ผมเจอมันที่ออฟฟิศตอนที่ผมจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“อืม เพิ่งมาถึงเมื่อตอนสาย ๆ เอง”

“แล้วมาออฟฟิศเลยนี่นะ”

“มีธุระ มาคุยเรื่องคอนเทคปีหน้า อาร์มล่ะ ไม่มีบินหรือ” ผมมองเมื่อเห็นมันในชุดสุภาพ ไม่ใช่ชุดปกติ

“ลาออกแล้วพี่”

“อ้าว เมื่อไหร่”

“สิ้นเดือนนี้ก็กลับเมืองไทยแล้ว” มันยักไหล่ เหมือนไม่แคร์ ผมยิ้มกับท่าทางที่มันสาวขึ้นทุกวัน

“ดีจัง มีเพื่อนกลับเมืองไทยแล้ว ไม่เหงา” ผมยิ้มให้อาร์มเล็ก

มันขมวดคิ้ว



“สงสัยอะไร”

“ที่พี่บอกมีเพื่อนกลับเมืองไทย ผมไม่เข้าใจ อย่าบอกนะว่า . . .”

“อืม ลงจากเครื่องมานี่เลย ก็มายื่นลาออกไง อยู่ทำไมนาน บ้านเมืองคนอื่น ที่ไหน ๆ ไม่สุขใจเท่าเมืองไทยหรอก”

“เอ้ยจริงดิ”

“กลับไปคุยที่ห้องดีกว่า คุยที่นี่ไม่จบแน่ ๆ เรื่องมันยาว” ผมยิ้มให้มันอีกรอบ



ท้องฟ้าโปร่ง มองเห็นปุยเมฆบางเบา เครื่องบินมานานแค่ไหนผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าหัวใจผมมันไป รวดเร็ว ตอนนี้หัวใจผมคงไปถึงกรุงเทพฯ แล้ว หรือที่ผ่านมา หัวใจผมไม่เคยตามผมมาทำงานที่โดฮาเลยก็ได้ บนฟากฟ้าเมฆสวยงาม และมันจะคงงดงามตราบเท่าที่หัวใจของคนเรามีความสุขมิใช่หรือ . . .

การรอคอย . . .ทรมานเสมอ

. . . หาก . . .

ความสุขอยู่ที่เราได้รับรู้ว่า . . .

. . . คนที่เรารอ

เขาก็รอเราอยู่เช่นกัน

ผมปิดสมุดอัลบั้มภาพที่ผมถ่ายเก็บเอาไว้ สมุดภาพบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา ผมหวงแหนสมุดภาพนั้น เพราะมันคือทุก ๆ อย่างในชีวิตของผม ผมลูบอัลบั้มกระดาษสานั้นเบา ๆ ถนอมมันเท่าหัวใจตัวเอง ก่อนที่จะเอามันเก็บในกระเป๋าใบเล็ก ๆ เหมือนเดิม

มีสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ ติดมากับมือ . . .

ผมมองสมุดเล่มนั้น สมุดเล่มเดียวกันกับที่เพื่อนรักผมให้มา ผมดึงรูปที่คั่นเอาไว้ สมุดที่อีกคนบันทึกเรื่องราวเอาไว้ น่าแปลกที่ผมไม่ได้อ่านมันอีกเลยตั้งแต่ที่ผมอ่านไว้ที่หน้าสุดท้ายที่สมุย

บางที . . .

แค่นั้นก็ทำให้ผมสัมผัสถึงความรักที่มันอยู่รอบ ๆ ตัวผมได้เป็นอย่างดี รูปที่คั่นเอาไว้ เป็นรูปที่ผมถ่ายกับโกเมศวร์ที่สมุย เป็นรูปที่ผมถ่ายคู่กับมันครั้งแรก มันจงใจใส่รูปนี้เอาไว้ในสมุดเล่มนี้แน่ ๆ ผมพลิกดูด้านหลังภาพ . . .

หัวใจ . . . ผูกกัน




ผมขมวดคิ้ว ก่อนเปิดดูที่รองปกของสมุดบันทึก ตัวหนึงสือตัวโต ๆ กลางหน้ากระดาษ ใช่อักษรชุดเดียวกันกับในรูป

หัวใจ . . . ผูกกัน

บรรทัดต่อมา . . .

. . . เราไม่ใช่สายเลือด แต่ ความผูกพันเราสองคนมากกว่าคนในสายโลหิตเดียวกันเสียอีก ไม่มีใครทำได้เท่านี้อีกแล้ว คนที่ดีที่สุดในชีวิตของผม . . .

. . . คนที่เอาหัวใจผมไปไกล

ตอนนี้ . . . เขาอยู่ที่ไหนผมรู้แล้ว

ผมสัญญา . . .

. . . สัญญาไว้ตรงนี้ผมจะทำทุกอย่าง ผมจะทำทุกทางเพื่อตามหัวใจผมคืน ผมจะไม่มีวันปล่อยหัวใจไปไกลตัวของผมอีกเด็ดขาด

เพราะผมรู้ . . . ไม่ว่าจะไกลกันแค่ไหน

สักวัน . . .

. . . เราต้องมาเจอกันอีก

เพราะอะไรนะหรือครับ . . . .ที่ทำให้ผมมั่นใจ

. . . . ผมเชื่อ สายใยแห่งหัวใจมันแน่นเหนียวยากที่จะตัด ผมผิดมามากแล้ว จะไม่ยอมผิดซ้ำอีก บันทึกเล่มนี้เหมือนหนังสือสัญญาที่เราสองคนจะมาลงนามร่วมกัน เมื่อวันนึงสิ่งที่ผมเขียนตกไปอยู่ในมืออีกคน ผมถือว่าเป็นการใช้สัญญาร่วมกันอย่างสมบูรณ์ สัญญาที่จะใช้ . . . หัวใจเดียวกัน

ก็ในเมื่อที่ผ่านมา . . .

หัวใจ . . .(เรา) ผูกกัน

๔ มกราคม ๒๕๕๐



จ บ บ ริ บู ร ณ์






Free TextEditor





 

Create Date : 28 มกราคม 2553
7 comments
Last Update : 28 มกราคม 2553 3:45:06 น.
Counter : 1960 Pageviews.

 

รูปสวยมากค่ะ ยุดยาบ้านเกิดเราเอง..

 

โดย: งาขาว 28 มกราคม 2553 5:30:34 น.  

 

จบแบบมีความสุขซะด้วย สนุกจริง ๆ เลยค่ะ อ่านมาทุกตอนติดมาก ๆ ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะค่ะ

 

โดย: ps_2a 28 มกราคม 2553 7:56:11 น.  

 

ขอบคุณที่มีเรื่องดีๆ มาให้อ่านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน แต่ถ้าเป็นความรักจากหัวใจ นั่นคือความรักบริสุทธิ์ และ เป็นรักแท้ ค่ะ รอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ

 

โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 28 มกราคม 2553 9:10:55 น.  

 

เห็นคำว่า อวสาน แล้วใจหาย.. ๑ เม้นท์ แทนคำขอบคุณที่ทำให้มองความรักสวยงามมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ พี่ต้น.. ขอเรื่องอื่นต่อด้วยนะค่ะ..นะนะนะ ชอบคำเขียน.. (เวลาบรรยายอ่าค่ะ) ของพี่ต้นอ่าค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีอ่าค่ะ

 

โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) 28 มกราคม 2553 11:42:06 น.  

 

การจากทั้งที่ใจยังไม่จบ
ก็ทรมานแบบนี้ล่ะค่ะ

ดีใจด้วยนะคะ ที่มีคนที่รอเราอยู่

 

โดย: ผีเสื้อยิปซี 28 มกราคม 2553 23:17:16 น.  

 

This story it make me felling good and must batter know how I can love.

Love ka

 

โดย: Emika Rawai IP: 58.147.60.29 30 มกราคม 2553 21:42:18 น.  

 

แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม

 

โดย: attractions (loveyoupantip ) 7 สิงหาคม 2554 5:23:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.