Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ FD 3182 ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๓ ๓ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๓ ๓



ผมจะบอกยังไงดี . . .

กับสิ่งที่เกิดขึ้นมากับผมทั้งหมด มันนานมากแล้วแต่ภาพทุกอย่างมันยังแจ่มชัดในหัวใจผม มันเหมือนเหตุการณ์เพิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่นี้เอง ผมดีใจที่ผมก้าวผ่านเวลาช่วงนั้นมาได้


ผมยิ้ม . . .

. . . เมื่อนึกถึงวันเก่า ๆ

. . . ผมร้องไห้ . . .

เมื่อโหยหามัน . . .

แต่นั่น . . .

. . . มันคืออดีต มันคือสิ่งที่เราไม่สามารถจะกลับไปแก้ไขอะไรมันได้อีกแล้ว สิ่งที่ผ่านมา มันเหมือนตะกอนที่ค่อย ๆ ตกลงสู่ก้นบึ้งทับแน่นกันเป็นชั้น ๆ อย่าพยายามเอาอะไรไปคนให้ตะกอนนั้นขุ่นมัวอีกเลย ปล่อยมันตกอยู่ในก้นบึ้งนะดีที่สุดแล้ว

“แดน . . . โอเคอยู่มะ “ ผมเรียกหามัน

หากมันเงียบ . . .

. . . จนผมต้องถามซ้ำ

“ไหวมะ”

“ดีแล้วล่ะพี่ ผมขอโทษนะพี่ ที่พูดจาหยาบคาย แต่มันไม่ไหวจริง ๆ มันทำร้ายพี่มานาน ผมทนไม่ได้หรอก . . .” มันหันมาทางผม

“. . . แผลเป็นไงบ้าง”




“เลือดแห้งแล้วมั้ง”

“ไม่ไปให้หมอดูหรือ”

“ช่างเหอะ อยากมีแผลเป็น” ผมหันไปยิ้มให้มัน ของบางอย่างมัน ไม่สามารถที่จะบอกออกมาได้ ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการแบบไหนกันแน่

“ทำไมพี่”

“ไว้เตือนความจำไง ยิ่งแผลที่หน้าอีก เวลามองกระจก จะได้รู้ ว่าอันนี้ท่านได้แต่ใดมา” ผมยิ้ม

“พี่ไม่โกรธมันเลยเหรอ”

“ไม่หรอกแดน เพราะพี่เลือกแล้วที่จะวาง พี่ไม่อยากทำร้ายกันอีก ที่ผ่านมามีแต่เราทำร้ายกันไปทำร้ายกันมา มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย ตอนนี้เราไม่ทำร้ายกันอีกแล้ว ต่างคนต่างอยู่ มันคงมีความสุขกว่าที่ผ่านมา”

“พี่อาร์ม ผมดีใจนะ ที่พี่กลับมาเป็นคนเดิม”

“ยังหรอกแดน ยังไม่รู้จะกลับมาเป็นคนเดิมได้แค่ไหน อีกเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้เลย แต่วันนี้ตอนเห็นแดนอาละวาดนะ พี่กลัวเลยว่ะ” ผมหัวเราะเบา ๆ

ภาพของมันยังติดตาติดใจผมอยู่เลย . . .

“นาน ๆ ผมจะฟิวส์ขาดสักทีพี่ ผมเห็นพี่หัวแตกแล้วมันพุ่งปรี๊ดมาเลย ผมไม่สนหรอก ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น เพราะถ้าไม่พูด บางทีมันอาจจะโง่อยู่แบบนั้น พูดเสียบ้างเผื่อมันจะฉลาดขึ้น”

“ก็ได้แต่หวังไว้แบบนั้น” ผมชะลอ เมื่อรถเริ่มเข้าถนนที่สูงชัน

ความจริงผมไม่ชอบขับรถที่ถนนเส้นนี้เท่าไหร่ เพราะสองข้างทางมีแต่เขา แล้วก็เขา ผมชอบมองภูเขา ผมกลัวว่าผมอาจเผลอมองเขามากกว่ามองทางที่รถกำลังเคลื่อนตัวอยู่

“แล้วแดนไม่กลัวมันโกรธเหรอ”

“ใคร”

“ไอ้โก”

“ไม่หรอกพี่ ตอนผมด่ามัน มันคงช๊อคมากกว่า มันอาจจะสงสัยว่าพี่ทำอะไร แต่มันไม่มีใครยืนยันในสิ่งที่พี่ทำ วันนี้ทุกคนไม่ปฎิเสธ เท่ากับว่า มันมีวันนี้ได้เพราะพี่ แล้วมันทำร้ายพี่อีก เป็นผมเจอแบบมันก็คงช๊อคไปเหมือนกัน แต่ผมรู้ . . .”

มันหันมามองหน้าผม

“รู้อะไรอีก”

“มันจะต้องขอบใจผม มันต้องขอบคุณที่ผมทำไปแบบนั้น”




“แน่ใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“แน่นอนที่สุดเลยพี่ . . . ผมไม่เคยมั่นใจและดีใจกับสิ่งที่ผมทำไปวันนี้เลย วันนี้ผมดีใจที่สุด ที่ได้ทำอะไรให้กับพี่”

“อืม ขอบใจ ถ้าพี่พูดเองกลายเป็นว่าพี่ทวงบุญคุณ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นพี่”

“แล้วเรื่องอะไร” ผมมองหน้ามัน หากไม่ใช่เรื่องนั้นจะมีเรื่องอะไรอีกหรือ มันมีอะไรมากไปว่าเรื่องที่มันสติแตกแล้วอาละวาดเสียจนผมเองยังขยาด

“ความลับพี่ แต่พี่สบายใจเหอะ ไอ้น้องรักของพี่มันยังไม่มีลูกหรอก มันไม่มีแน่นอน”

แดนมันยืนยันหนักแน่น . . .

ข่าวดีของผมหรือ . . . แต่มันไม่มีอะไรแล้วนี่หว่า ในเมื่อตอนนี้ ผมไม่มีอะไรที่ติดค้างกับมันอีกแล้ว ผมขับรถถึงทางแยก . . .

ผมเลี้ยวไปทางขวา . . .

. . . เพื่อมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่

หากบางที . . .

ทางซ้าย อาจเป็นทางที่โกเมศวร์ขับไปก็ได้

ถนนสายชีวิตของผมกับมัน คงหมดสิ้นกันอีก เพราะอย่างไรเสีย ผมไม่มีวันที่จะกลับไปสู่เส้นทางที่ผ่านมาอีก

ผมรักมัน . . .

. . . รักมันเหมือนเดิม

ห่วงมัน . . . ก็มีบ้าง

แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน ผมรู้แค่ นับจากนี้ ไม่มีวันที่มันต้องเจ็บปวดเพราะผมอีก ทางที่ผมคืนให้มัน สวยงามที่สุดแล้ว



ก่อนหน้านี้ ผมเหมือนคนที่สับสน อะไร ๆ มันเลยดูมั่ว ๆ ชุลมุนชุลเกไปเสียหมด เหมือนห้องที่โดนรื้อนั่นแหละครับ พอรื้อ ๆ มันมากอง คราวนี้มันกระจัดกระจายปนเปกันไปมั่วไปหมด ไอ้เรามันอยากได้ห้องใหม่ แต่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า รื้อ ๆ มาก่อนไงครับ พอถึงเวลาจะจัดมันเข้าที่เข้าทางมันเลยยังมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ไงครับ

เอาล่ะ ตอนนี้มันถึงเวลาที่ผมจะจัดห้องเข้าที่แล้ว . . .

. . . ผมรู้แล้ว ชีวิตผมมีอะไรที่จะทำอีกบ้าง . . .

อย่างแรกที่ต้องทำ




ผมต้องเอาซิมการ์ดของผมทิ้ง ผมไม่อยากให้ใครโทรหาผมอีก นอกจากผมจะเป็นฝ่ายโทรหาเขาเอง ซึ่งรับรองว่าจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด และห้ามไปไอ้เพื่อนรัก กับไอ้แดน บอกเบอร์ใหม่กับคนอื่น ไม่อย่างนั้นผมเปลี่ยนเบอร์หนีไปเรื่อย ๆ แล้วผมจะไม่บอกพวกมันอีก ที่สำคัญที่สุดห้ามคุยถึงคนชื่อโกเมศวร์อีกเด็ดขาด

เพราะผมไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าผมจะทนได้ขนาดไหน หากได้ยินชื่อนี้อีก ผมไม่อยากให้โลกที่ผมเดินเข้าไปใหม่ มีอดีตที่หลงเหลืออยู่ ไอ้แดนนี่พอสั่งได้ เพราะมันรักผม มันเป็นพวกผมแน่นอน

แต่ . . .

. . . ไอ้เพื่อนรักนี่สิ . . .

ขานั้น . . . มันชอบค้านผมตะบัน

ขนาดผมบอกมันว่าผมเกิดวันที่ ๔ มันเถียงผมแทบตายว่าไม่ใช่ มึงเกิดวันที่ ๖ มันจำได้ มันซื้อกางเกงในให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดปีที่ผ่านมา ผมเกิดวันที่ ๖ แน่ ๆ เล่นเอาผมอึ้ง ต้องควักบัตรประชาชนมาดู ถึงรู้ วันที่ ๔ แน่นอน

พอส่งบัตรให้มันดู . . .

. . . แทนที่มันจะยอมรับ

“ไอ้เหี้ย ทะเบียนราษฏร์ลงวันผิดแน่ ๆ มึงเกิดวันที่ ๖ กูจำได้”

เอากับมันสิครับ . . .

สุดท้าย ผมก็คิดว่าทะเบียนราษฏร์คงลงวันที่ผิด ตั้งแต่ที่แม่ผมเบ่งออกมาแล้วล่ะ เอ หรือว่าแม่ผมรู้ล่วงหน้าว่าจะได้ลูกชาย เลยไปแจ้งตั้งแต่วันที่ ๔ ก่อนผมเกิดตั้งสองวัน

แต่ . . . มันก็รักผม

“ขับรถมาทำไมก็ไม่รู้ อันตราย ไกลก็ไกล” ทันทีที่ผมจอดรถที่หน้าบ้านมัน มันไม่ถามสักคำเหนื่อยมั้ย

แต่สิ่งที่มันถาม . . .

. . . หายเหนื่อยเป็นปลิดทั้ง มันห่วงใยในตัวผม มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือคำตอบ

“เฮ้ย . . . เดี๋ยว ๆ ไปโดนอะไรมา” มันเห็น ทั้ง ๆ ที่ผมดึงผมลงมาปิดเอาไว้แล้ว ไอ้เพื่อนรักมันเห็นทุกอย่างที่เปลี่ยนไป

“ล้ม โดนอ่างปลา”

ผมไม่ได้พูดโกหก เพียงแต่ว่า บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องพูดความจริงทั้งหมดก็ได้ หากว่ามันจะทำให้คนรอบ ๆ ตัวเราสบายใจขึ้นมาบ้าง ผมยิ้มให้มัน

“ . . .ไกลหัวใจน่า ไม่เป็นไรหรอก”




“เออ ทีหลังระวังหน่อยแล้วกัน”

“อือ”

“เย็บกี่เข็ม”

“หือ . . .” ผมส่ายหน้า

“. . . บอดว่านิดเดียวไง ไกลหัวใจ”

“อาร์ม . . . มามะ มากินข้าวปุ้นก่อน เดี๋ยวมีหมกไก่อีก กำลังนึ่งอยู่” แม่มันละครับ ใจดี แถมแกเอ็นดูผมกว่ามันเสียอีก รู้ว่าผมจะมา ทำหมกไก่รอเอาไว้เลย ของชอบของผม

ผมเข้าไปกอดแม่เอาไว้ . . .

“สบายดีมั้ยแม่”

“สบาย ว่าแต่เราเหอะ ซูบไปเยอะนะ ไหนโอ๋บอกว่าไปหาหลวงพ่อที่เชียงใหม่มาเหรอ. . . เอ๊ะ หัวไปโดนไรมา”

เหมือนกันเป๊ะ ทั้งแม่ทั้งลูก จ้องมองที่แผล แต่ก็น่าจะเป็นที่สนใจอยู่หรอก แผลบนใบหน้ามันเด่นเสมอ . . .

“ล้มครับครับแม่นิดเดียวเองครับ เพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่เมื่อวาน แล้วก็ขับรถมานี่กันเลย ส่วนพุงนี่ต้องลดหน่อยแม่ เดี๋ยวไม่หล่อ ที่ทำงานใหม่เขาไม่จ้าง ”

“อูย หล่อ ลูกอาร์มของแม่หล่อ แดนล่ะลูก มามา กินกันก่อน จะขับรถมาทำไม ไกล นั่งรถทัวร์มาก็ได้” แม่แกกุลีกุจอ หาของกินมาเต็มโต๊ะ จนเพื่อนรักผมมันค้อนเสียหลายรอบ

“จะโกนหัวอยู่แล้ว ห้ามอิจฉาว่ะ ทีเมื่อก่อนแม่กูอยู่ ไปยึดตำแหน่งลูกรัก มาตอนนี้ ทีใครทีมันโว้ยเพื่อน” ผมได้ทียิ้มยั่วมัน

“สัสสสสสส แดก ๆ ไปเลยปากจะได้ไม่ว่าง. . .” มันปั้นข้าวเหนียวยัดปากผมซะงั้น เออดีเหมือนกันมีคนป้อน

“. . . ไอ้โกไม่มาเหรอ”

“สัสสสส ลองมาเด่ะ กูกลับ”

“ไอ้อาร์ม ยังไงก็น้อง. . . ” มันตบไหล่ผมซะแทบเคล็ด ก่อนหันไปหาแนวร่วม

“. . . ใช่มั้ยแดน”

“ถุย . . . หาพวกผิดคนแล้วมึง กูอยากให้มึงเห็นกับตา เมื่อวานไอ้แดนอาละวาดซะ จนกูเองยังกลัว”

“เฮ้ย อาละวาดอะไร ที่ไหน”

“มึงให้มันเล่าเองเหอะ นึกแล้วยังกลัวม่ายยย . . . หาย” ผมทำท่าขนลุกขนพอง

“ความลับเยอะกันจั๊งงงงง เออแล้วมึงได้งานใหม่ยัง” มันฉีกไก่ย่างส่งให้ผม





ผมเหมือนมีอะไรมาติดคอ . . .

มันห่วงผม แล้วทำไม ผมถึงต้องปิดบังมันจนถึงวันที่เกือบสุดท้ายก็ไม่รู้ ผมอาจเป็นเพื่อนที่ไม่เอาไหนของมันก็เป็นได้ ในขณะที่มันห่วงผม แต่ผมรู้สึกเหมือนกับว่าปิดบังมันอยู่

“มึงโกนหัวกี่โมง”

“สามโมงเย็น”

“ยังไม่เที่ยงเลย กินข้าวเสร็จพากูไปไหว้พระธาตุหน่อยดิ”

“เอาดิ๊ แต่วันนี้ถ่ายรูปให้กูด้วยนะ ฝีมือมึงหาตัวจับยาก”

“แน่นอน . . . ไม่ถ่ายมึงวันนี้ ไม่รู้จะได้ถ่ายอีกเมื่อไหร่” ผมมองหน้ามัน

รับรองมันไม่รู้ความหมายที่ผมพูดหรอก ตอนนี้ผมแข็งแรงขึ้นมาเยอะ ชีวิตผมเจออะไรมามาก มากจนผมรู้ว่าจะเล่นซ่อนหายังไงกับความทุกข์

อย่าว่าแต่น้ำตาเลย . . .

. . . แค่แววตาแดง ๆ ผมก็จะพยายามเก็บมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด ไม่อยากให้เพื่อนมันต้องจับได้อีกต่อไป



องค์พระธาตุสีขาวลายทอง ที่สูงชะลูดไปบนอากาศ ยอดฉัตรเป็นทองคำนั้น เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของผู้คนสองฝั่งโขง ผมก้มกราบองค์พระธาตุ วันนี้อากาศเป็นใจ แม้จะบ่าย แต่ฟ้าปิด ไม่ร้อน ไม่มีแดดแรงกล้า

“มึงขออะไรพระธาตุ” ไอ้เพื่อนรักมันถาม เมื่อมานั่งใต้ต้นพิกุลใหญ่ใกล้อุโบสถ หน้าองค์ธาตุ

“ขอได้เหรอ” แดนมันทำหน้าเหรอหรา

“อย่าไปบ้าตามมัน ไหว้พระ ใครเขาขอกัน”

“ขอได้จริง ๆ นะมึง ใคร ๆ เขาก็ขอกันทั้งนั้น ว่าแต่มึงไอ้อาร์ม หางานใหม่ได้ยังว่ะ ลาออกทำไมว้า ที่นั่นก็ดีอยู่แล้ว” มันมองหน้าผม

ผมยิ้มให้มัน . . .

. . . มองหน้าไอ้แดน

“คุยกับกูเรื่องนี้แล้วห้ามโวยวายนะ ในวัด” ผมมองหน้ามัน

“บ้ามั้ยนี้ ความลับเยอะนะมึง ทำไมกะอีแค่เรื่องงานใหม่ มันจะมีอะไรให้ต้องโวยวายนักหนา”

“แบบนี้แปลว่าไม่โวยวาย”

“เออ เออ เล่ามาเหอะ สมัครที่ไหนยัง”

“ได้แล้ว เริ่มงานวันที่ยี่สิบสามนี่แหละ” ผมยิ้มให้มัน





“ก็ดีนี่หว่า ได้งานเร็วดี วันนี้สิบเก้า อีกสี่วันเอง . . .” ถ้ามันรู้ทั้งหมด มันจะดีใจแบบนี้มั้ยหว่า

“. . . เป็นไรว่ะแดน ทำหน้าเศร้า”

ผมหันไปปรามแดนด้วยสายตา . . .

“ไม่มีไรพี่”

“บริษัทไรว่ะ”

“ออกจาก PG กรูก็ต้องหาดีกว่าที่เดิมดิ๊ QR ว่ะ” บอกแบบนี้ คนที่ทำงานสนามบินก็รู้กันอีก

“ดีนี่หว่า ไฟว์สตาร์แอร์ไลน์ กราวน์เหรอ”

ผมส่ายหน้า . . .

“ออฟฟิศที่สุขุมวิท”

“ไม่ใช่ สจ๊วตโว้ย” เสียงผมเบาลง มันเหมือนมาสารภาพบาปยังไงไม่รู้ ผมไม่ค่อยกล้ามองหน้ามันเลย

“เอ้าจริง เงินโครตดีเลย. . . “ เสียงมันดังดีใจใหญ่

หาก . . . มันร้องลั่นตกใจเมื่อนึกอะไรบ้างอย่างได้

“เฮ้ย . . . มึงพูดใหม่อีกทีดิ”

มันเอามือมาแตะปลายคางผมให้มองตามัน

คราวนี้ล่ะคุณ ๆ เอ้ย ใจผมระส่ำเหลือหลาย ผมผิดมากมั้ยนี่ ที่ไม่ได้บอกกับมันมาตั้งแต่ต้น ผมน่าจะคุยกับมันก่อน แต่ถึงผมคุยกับมันก่อน บรรยากาศแบบนี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

“มึงได้ยินไม่ผิดหรอก สจ๊วต”

“ไอ้แดน” มันหันไปทางไอ้แดน

“อย่าไปว่ามันเลย มันเองก็เพิ่งรู้เมื่อสองวันก่อนว่ากูได้งานใหม่ตอนกูไปกราบลาหลวงพ่อ แถมมันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากูได้งานที่ไหน มันรู้แค่เมืองนอก”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่” ทำไมเสียงมันคล้ายน้อยใจ

ผมละอายใจจริง ๆ ที่ไม่พูดเรื่องนี้กับมันเสียก่อน . . .

“เมื่อไหร่ไอ้อาร์ม” มันตะคอกเสียงดัง ผมมองหน้ามัน แววตามัน โกรธผม หรือน้อยใจผมหว่า แต่มันมองผมนิ่ง

“ถ้าตอนที่ส่งใบสมัคร ก็หกเดือนได้มั้ง แต่รู้ว่าได้แน่ ๆ ต้องไปอยู่ที่โน่น วันที่กูกระโดดให้รถชน”

“ไอ้เหี้ยอาร์ม มึงทำบ้าอะไรของมึง ปิดมามิดชิด มึงจะหนีเหรอ ตกลงที่มึงไปนี่เพราะมึงหนี” มันจ้องหน้าผม ก่อนดึงผมไปกอดไว้หลวม ๆ




“ทีแรกก็ว่าหนี แต่พอเจอหลวงพ่อ ได้ยาดีทุเลาลงมาหน่อย ให้กูไปเหอะนะ ถือเสียว่ากูไปเที่ยวเมืองนอก”

“ฐานบินอยู่ที่ไหนว่ะ”

“โดฮา”

“นานแค่ไหน”

“สัญญาปีต่อปี”

“วันหยุด สวัสดิการเป็นไง”

“คัมโฮมทุกหกเดือน สิบห้าวัน เดือนนึงมีรูทบินเข้ากรุงเทพฯ ครั้งนึง มีคอร์ทให้อยู่ มีประกันชีวิตให้ห้าแสนปอนด์”

“เยี่ยมเลย เพื่อนกู ทำอะไรไม่เคยปรึกษา”

“ก็ตอนนั้นมันไม่อยากอยู่เมืองไทย แม้กระทั่งตอนนี้ก็เหอะ ก็ยังรู้สึกว่า อยากห่าง ๆ สักระยะ เวลามันอาจช่วยได้ มึงไม่เข้าใจหรอก เพราะมึงไม่เคยหลงรักใครนี่หว่า เอาน่า ไว้แชทคุยกันก็ได้” ผมตบไหล่มันเบา ๆ

อะไร ๆ ที่ผมคิดเอาไว้ ไม่น่าจะยาก โลกเดี๋ยวนี้ใกล้กันแค่ปลายนิ้วสัมผัส ระยะทางมิใช่ปัญหาสำหรับโลกที่เดินหน้าด้วยเทคโนโลยี่

“มึงเจ็บขนาดนี้เลยเหรอว่ะไอ้อาร์ม . . . ” โอ๋มันลูบหัวผม เหมือนผมเป็นเด็กที่มันต้องคอยปลอบ

“ . . . แดน มึงไม่พูดอะไรหน่อยเหรอว่ะ”

“ผมพูดจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้วพี่”

“เรื่องขายบ้าน ซื้อคอนโดเป็นชื่อกูนี่ ก็เตรียมการเอาไว้ คิดเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่างั้น”

ผมพยักหน้ารับแทนคำตอบ

“แม่งเอ้ย . . .” มันตบกะโหลกตัวเอง

“. . . ทำไมกูโง่แบบนี้ว่ะ ทำไมกูไม่นึกเฉลียวใจเลยว้า แล้วใครฝากให้มึงว่ะ”

“ทำไม คนแบบกูความสามารถไม่พอเหรอ”

“พอ แต่กูอยากรู้”

“มึงจะรู้ไปทำไม” ผมมองหน้ามัน

“ก็กูจะไปกระทืบแม่งมันให้จมตีน หนอยความคิดดีนัก ที่จริงกูน่าคิดนะโว้ย คนที่หนีรักทำอะไรก็ได้ แล้วมึงมันก็ลูกบ้าเยอะเสียด้วย พูดแล้วหงุดหงิด อยากเห็นหน้าไอ้คนเจ้าความคิด” มันหัวฟัดหัวเหวี่ยง

ผมยิ้ม “ไอ้แดน”




“เฮ้ย ผมเกี่ยวไรพี่”

“ก็วันนั้นมึงอ่านเองนะ QR รับลูกเรือต่างชาติร่วมร้อยรับโดฮา 2006 ก็เลยเข้าเวปอ่าน แล้วก็เลยส่งไปสมัครดู . . .” ผมมองหน้าไอ้เพื่อนรัก มันมองหน้าไอ้แดนตาเขียวปั๊ด

“. . . อย่าว่ามันเลย ถ้ามึงจะกระทืบ ไปกระทืบไอ้น้องรักมึงโน่น เพราะถ้าไม่ใช่มันกูคงไม่ไปสมัครหรอกวันนั้น”

“คนใกล้ตัวทำพิษ” สุดท้ายมันก็ทำอะไรใครไม่ได้

“โอ๋ มึงว่าขออะไรจากองค์ธาตุได้จริงเหรอ”

“อืม”

“งั้นกูขอสัญญาจากมึงข้อนึง”

“อะไร บอกมาก่อนว่าให้ได้หรือไม่” มันมองหน้าผม แบบคนที่หวาดระแวง ตกลงนี่กูกลายเป็นคนที่เพื่อนรักมันระแวงไปแล้วหรือนี่ . . .

“กูขอข้อเดียว สัญญาจากเพื่อน ต่อหน้าองค์ธาตุ สัญญากับกู ต่อจากนี้ ไม่ว่าไอ้โกจะถามว่ากูอยู่ไหน ห้ามบอกเด็ดขาดว่ากูอยู่โดฮา” ผมมองหน้ามัน

“งั้นกูขอสัญญาจากมึงข้อนึงเหมือนกัน”

“อะไร”

“ตอนนี้กูยังนึกไม่ออก ไว้กูนึกออก กูจะบอกมึง”

“ได้ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องที่ให้กูกลับไปหาไอ้โกอีก ถ้าเป็นเรื่องนั้น กูขอคิดด้วยตัวกูเอง ส่วนเรื่องอื่น ถ้ามึงขอ กูให้มึงได้ทุกเรื่อง แม้แต่ชีวิตกูเอง” ผมมองหน้ามัน

“ตกลง กูจะไม่บอกมันเด็ดขาดว่ามึงทำงานที่โดฮา”

“ขอบใจเพื่อน”

“ไม่เป็นไร แล้วอย่าลืมสัญญาที่ให้กูไว้แล้วกัน”

“เออ กูไม่เคยลืมสัญญา”

หาก . . . ผมพลาดอย่างมหันต์ ผมจำกัดคำอยู่แค่โดฮา ทำไมเวลานั้น ผมไม่บอกมันว่าตะวันออกกลางก็ไม่รู้ ผมน่าจะจับมันเอาหัวโขกกับกำแพงวัด

คำสัญญาที่ผมค้างมันไว้ . . .

. . . รอเวลามันมาทวงคืน






Create Date : 21 มกราคม 2553
Last Update : 21 มกราคม 2553 13:52:31 น. 5 comments
Counter : 519 Pageviews.

 
สวัสดีตอนบ่ายครับ หนังท้องตึง หนังตาย่อน เจ้านายก็ไม่อยู่ หลับดีฝ่า z Zz ZZ


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:13:58:08 น.  

 
รอชมนะ


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:14:08:06 น.  

 
มารอ ติดตามตอนต่อไปค่ะ


โดย: Noolee IP: 113.53.45.149 วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:15:41:37 น.  

 
ช่วยแสดงความคิดเห็น ตอบแบบสอบออนไลน์เพื่อการศึกษา ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน่อยค่ะ
ตาม link
//spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dFBZSVJOeks5QUJxeHVGNy1ISlplMnc6MA

ปล. หากเป็นการรบกวนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: kaewnumsai วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:16:41:44 น.  

 
555+ อ่านแ้ล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว จน(ที่ออฟฟิต)เค้าว่าบร้าไปละค่ะ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:17:13:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.