Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
[ ป า ย ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น . . . ก็ เ จ็ บ ป ว ด เ ท่ า กั น # ๕ #

**คำเตือน** 


เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิง





ไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 





หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้





ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด





ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก













ต อ น ที่   ๕





Free TextEditor


ผมเหมือนคนที่หลอกตัวเอง . . . มีหลาย ๆ อย่างที่มันคิดและต่อต้านกันเองในที แต่ผมไม่มองและไม่สนใจ ผมทำเพียงเพื่อ ทำอย่างไรก็ได้ ให้มีโอกาสได้อยู่กับคนที่ผมรัก แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ

ผมยอม . . . ผมยอมทุกอย่าง

อาจเหมือนคนที่คนเคยบอก คนเรามักทำอะไรเพื่อตัวเองเสมอ และหากมันเป็นการกระทำที่กระทบคนอื่นเขาจะหาข้ออ้างสารพัดเพื่อให้ตัวเองดูดีที่สุด ผมก็คงไม่แตกต่างอะไรไปจากคนพวกนั้นกระมัง

ผมเพิ่งยี่สิบสอง

โก . . . สิบแปด

วัยขนาดนั้น . . . ขนาดผมนี่ ยังมีแค่ความรู้สึก รัก

หากหัวใจผมรักใครสักคน ทำอย่างไรก็ได้ที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ คนที่เรารักให้มาก และนานที่สุด ความรักเร่าร้อนไปตามวัย

อนาคต . . .

. . . สวยงามในภาพฝัน

แต่ . . .

ความเป็นจริง บางครั้งผมลืม ลืมที่จะมองว่า คนเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวบนโลกนี ตราบใดที่มนุษย์ยังเป็นสัตว์สังคม เราก็จะยังต้องพบปะ ติดต่อกับคนอื่น ๆ อีกมากมาย เรื่องราวบางเรื่องเราลืมไป

ผมลืม . . .







. . . ลืมที่จะมองว่า ความเป็นจริงมันโหดร้ายเสมอ

ผมไม่ได้มองเป็นอย่างอื่นมากไปกว่า ทำอย่างไรถึงจะได้สมหวังในสิ่งที่เรารัก ความคิดมันไม่ได้มองไกลไปถึงว่า . . . เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร

ความคิดในการดำรงชีวิต . . .

. . . มันแปรผกผันไปตามวัย

วัยเด็ก . . .

คิดแค่ได้ออกมาเล่นกับเพื่อนสนุกไปวัน ๆ ทำอะไรตามแบบที่เพื่อนส่วนใหญ่ทำกัน ยิงนก ตกปลา หรืออาจมีเรื่องชกต่อยกัน พ่อรุ่งเช้าก็มากอดคอกัน ลืมเรื่องที่บาดหมางกันไปเมื่อวานหมดสิ้น และไม่มีอะไรที่สุขไปกว่าเมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้านมีกับข้าวอร่อย ๆ ที่แม่ทำรออยู่

หาก . . .

. . . วัยรุ่น

โตมาอีกหน่อย หลาย ๆ อย่างเริ่มโต อยากมีห้องนอนส่วนตัว อยากมีมอเตอร์ไซด์เอาไว้ขี่อวดสาว ตีท่อไอเสียให้เสียงดังเข้าไว้ เพื่อว่าให้ชาวบ้านหันมาสนใจ และไม่รู้หรอกเสียงที่แผดออกมาแต่ละที มันกลบเสียงสาปแช่งของชาวบ้านขนาดไหน คิดอยากมีแฟนเอาไว้อวดเพื่อน ๆ ว่ากูเองก็หาได้เหมือนกัน

วัยรุ่นตอนปลายผู้ใหญ่ตอนต้น . . .

มองถึงวันพรุ่งนี้ จะเรียนอะไรดี เรียนนิเทศฯ ตามกระแสดีไหม หรือเรียนนิติฯ วาดหวังอนาคตเอาไว้ มองไกลไปถึงขั้นจบออกมาแล้วทำงานที่ไหน เงินเดือนจะได้เท่าไหร่ อยากไปโน่นอยากมานี่ อยากบ้าน มีรถ สารพัดของใช้ที่มันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน

ฯลฯ สารพัดของวัยตามที่เราอยากจะมี อยากจะเป็น

เพราะผมจะไม่พูดถึงวัยที่มากไปกว่านั้น ในเมื่อมันยังไม่ใช่เวลาของผม บางทีผมอาจจะไม่มีเวลาอยู่มากไปจนถึงวัยสุดท้ายบั้นปลายของชีวิตก็เป็นได้ ชีวิตคนเราจะว่าไปแล้ว

บางคนมองสั้น ๆ . . .

และ . . .บางคนมองยาว

คนมั่งมีจะมอง . . .

. . . ทำใมมันสั้นนักชีวิตนี้

หาก . . .

คนที่ไร้ คำถามที่มีมา ชีวิตกรูยาวไกลจัง




หลังสงกรานต์ . . .

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมกระมัง ที่ผมต้องมีภาระที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่น แม้มันจะเป็นภาระในการเริ่มต้นเท่านั้น แต่ผมยินดี ผมมีความสุขมาก ศาลารอรถเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมทือนเดิม วันนี้ผมไม่ต้องคอยมองหันหลังอีกเหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา

ข้าง ๆ กายผม . . .

อีกคนกระชับเป้ใบเล็ก ๆ เข้ากับไหล่ ก่อนเดินตามขึ้นไปบนรถอย่างช้า ๆ ผมมองมัน มันหันหลังมองไปตามถนนที่รถค่อย ๆ เคลื่อนออกมา

เหมือนที่ผมเคยมองทุกครั้ง . . .

เมืองค่อย ๆ เล็กลง และหายไปเมื่อรถวิ่งผ่านมาหลายโค้ง สองข้างทางมีแต่ป่า สลับกับบ้านเรือนของชาวบ้าน เสียงคนขับพูดคุยกับเด็กเก็บสตางค์ สลับกับเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม ผมนั่งเงียบ ๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง

ภาพที่เห็นคุ้นเคย . . .

แต่ว่าวันนี้หัวใจผมเปี่ยมสุข สุขอย่างที่สุด อย่างน้อยที่สุดในเวลานี้คนที่นั่งข้าง ๆ ผม เขาเริ่มก้าวเท้าออกมาแล้ว

ผมไม่รู้ . . . ก้าวต่อไป

เขาอาจหยุด . . .

. . . และ . . .

กลับคืนสู่จุดเดิมที่เขาจากมา

. . . หรือ . . .

อาจก้าวต่อไปตามที่เขาอยากจะเดิน ผมก็ไม่อาจจะทราบได้ แต่ผมสัญญาทางใดก็ตามที่จะทำให้เขาถึงฝั่งฝัน ผมก็จะทำ แม้มันจะแลกด้วยหยดเลือดและหยาดน้ำตา ถ้าปลายทางความฝันของมันคือสิ่งที่ดีสำหรับมัน

ผมยอม . . .

“ง่วงก็หลับ กว่าจะถึงเชียงใหม่ ราวสี่ห้าชั่วโมงแน่ะ”

“ผมรู้น่าพี่อาร์ม เคยเข้าเมืองเหมือนกัน”

“อ้าวเหรอ นึกว่าอยู่แต่ในป่า เข้าเมืองเป็นกับเขาด้วยเหรอ” ผมหันไปยิ้มกับมันที่นั่งชิดกันบนเบาะสีเขียวอ่อนเล็ก ๆ เพียงสองที่นั่ง

“พูดแล้วจะหาว่าคุย โค้งแถวนี้ผมหลับตาขับสบาย”

“ขนาดนั้นเชียว”






“ว่าไปพี่ โค้งจากปายไปแม่มาลัยผมนับได้หมด”

“ได้กี่โค้ง”

“สอง”

“นับยังไงได้สอง เกือบพันโค้ง” ผมเถียงมัน

“สองจริง ๆ นับยังไงก็ได้สอง”

“นอนเหอะเรา เมารถแร่ะนั่น หรือเมาค้างเมื่อคืนว่ะ”

“ไม่เมา นับได้สองจริง ๆ โค้งซ้ายหนึ่งล่ะ โค้งขวาอีกหนึ่ง”

ผมหัวเราะ เอามือขยี้หัวมันเบาๆ บางมุมของมันก็มีเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงเหมือนกัน มุมขี้เล่นที่นาน ๆ มันจะงัดเอามาใช้

ผมไม่รู้ . . .

เวลาค่อย ๆ หลอม

. . . หัวใจ . . .

ความผูกพัน . . .

. . . มันจะรัดแน่น

ตลอดทางที่เรานั่งรถหวานเย็นเข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่ คนที่มันนอนแอบแนบไหล่ผมมาตลอดทางนั้นคือคนที่ผมรัก เพราะเพียงแค่ออกมาจากปายไม่เกินชั่วโมงมันก็หลับเป็นตาย ผมได้แต่นั่งเงียบ ๆ ปล่อยใจลอยไปกับทิวทัศน์สองข้างทาง ปล่อยให้มันนอนอิงแอบแนบไหล่

มันหลับเหมือนเด็ก . . .

บ่อยครั้งที่ผมเอาจมูกไปแตะที่หน้าผากของมันอย่างเผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำจากรอยจุมพิต . . .

. . . ผมจูบมันด้วยความรัก . . .

ผมรู้ว่าผมรักมัน . . .

แต่ผมยังกลัว สิ่งที่ร้าย ๆ ในร่างกายผม อย่างที่ผมเล่ามาในตอนแรก ๆ ว่าผมเป็นคนที่มีนิสัยประหลาดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องที่ผมเองก็มองว่ามันเป็นความผิดปกติหรือเปล่า . . .

ผมชอบมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น . . .

. . . แค่ครั้งเดียว

และ . . .

. . . ผมจะเกลียดคน ๆ นั้นไปเลย

ข้อนี้ . . . ผมกลัวมาก

หากว่าในวันนึง . . .




. . . ผมไปมีอะไรกับโก . . .

และผมไม่สามารถเอาชนะใจส่วนต่ำของผมได้ ชีวิตของโกมันจะเป็นอย่างไร ในเมื่อตอนนี้ มันฝากชีวิตเอาไว้กับผม คนที่ฝากชีวิตไว้กับคนอื่น เขาย่อมรักและไว้ใจคนอื่นมากทีเดียว ผมจะลากมันเข้ามาในเมืองเพื่อทำลายอย่างนั้นหรือ

ผมจะสู้กับอำนาจส่วนต่ำของผมได้หรือปล่าว ?



รถมาถึงสถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่เอาเมื่อบ่ายแก่ ๆ ผมแวะบ้าน โชคดีทีเดียว ที่พ่อกับแม่แกลงมาจากเชียงราย แกไป ๆ มา ๆ เสมอ ระหว่างสองจังหวัด โกเมศวร์ดูจะเป็นที่รักของพ่อกับแม่ เพราะมันเข้ากับทุกคนในบ้านผมได้ง่าย อาจเพราะว่า ที่บ้านรู้ว่า โกเป็นหลานของอาเขยผมก็เป็นได้ ผมบอกที่บ้านแค่ว่า น้องมันไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน มันไปหาที่เรียนต่อ

พ่อผมดูจะปลื้ม . . .

พ่อไม่ได้เรียน แต่พ่อรักที่จะให้โอกาสคนที่เรียนเสมอ

“ดูแลน้องมันดี ๆ ล่ะ เอาน้องไปแล้วอย่าทิ้งเสียกลางทางล่ะ” เสียงพ่อคล้ายออกคำสั่ง

“หูยพ่อโต ๆ กันแล้ว”

“เราน่ะโตแต่ตัว” พ่อเอามือมาขยี้หัวผมเบา ๆ

“อย่างอื่นก็โตนะพ่อ โตขนาดไม่กล้าแก้ผ้ากระโดดน้ำปิงแล้วละครับ”

“ทะลึ่ง” พ่อตบมาบนกบาลผมเบา ๆ

ผมมีความสุขนะ แม้ว่าความเป็นจริงผมจะสนิทกับแม่มากกว่า แต่สำหรับพ่อ ระหว่างผมกับพ่อ เราเหมือนเพื่อนกันมากกว่า พ่อจะเข้าใจอะไรได้ง่าย พ่อบอกเสมอ ไม่มีใครจะทำให้เราได้ดีเท่ากับที่เราทำตัวเราเอง

หากเราเลือกไปในทางต่ำ . . .

. . . เราไม่มีวันก้าวไปสูงได้อีก

ผมจดจำได้ดีคำสั่งสอนของพ่อ เพราะผมเองก็ยึดเอาคำที่พ่อสอนเอาไว้ เป็นแบบอย่าง รอบ ๆ ตัวพ่อ พ่อมีแต่คนที่รักพ่อ ทุกคนล้วนแต่จริงใจกับพ่อแทบทั้งสิ้น เหมือนที่พ่อบอกเสมอ หากเราไม่ทำร้ายเขา เขาไม่มีวันทำร้ายเราหรอก

“อาร์มจำไว้นะลูก หากเราให้โอกาสคนอื่น สักวัน คนอื่นจะให้โอกาสเรา”

“ทำไมเหรอพ่อ”

“เพราะทุกคนมีโอกาสไม่เท่ากันไงอาร์ม อาร์มได้เรียน อยากมีอะไรก็มี ตราบเท่าที่อาร์มยังเดินในกรอบที่พ่อกับแม่เห็นว่าอาร์มสมควรจะได้ ตอนนี้อาร์มยังโตไม่พอที่จะมีครอบครัว อาร์มอาจจะไม่รู้ว่า ความรัก ความห่วงหา มันเป็นอย่างไร ลองอาร์มมีลูก หรืออาร์มรักใครสักคน อาร์มจะรู้ เวลาที่ลูก หรือคนที่เรารักหายไป กลับมาไม่ตรงเวลา เราจะกระวนกระวาย ห่วงหาเขาสารพัด ไว้อาร์มโตกว่านี้ อาร์มจะเข้าใจในสิ่งที่พ่อพูด”




“เทศน์อีกแร่ะ นี่หากบวชสงสัยได้เป็นเจ้าอาวาส”

“ถ้าพ่อบวช ก็คงไม่สึก”

“โห ทิ้งลูกว่างั้น”

“ไอ้ลูกคนนี้” พ่อยิ้มส่ายหน้าช้า ๆ คงเอือมระอาในความเป็นผมกระมัง

“ผมไม่ยอมให้พ่อบวชแน่ ๆ ไม่มีวันยอม”

“บาปนะ ห้ามคนบวช”

“ผมยอมบาป ไม่ยอมให้พ่อบวชหรอก เพราะขืนพ่อบวช ผมกับคุณนายอีแก่ที่พ่อชอบเรียกจะอยู่ยังไง้” ผมขึ้นเสียงสูงในตอนท้าย เป็นเชิงเหย้ากันเล่นตามประสาพ่อลูกที่นาน ๆ เจอกันที

“ระวังเหอะ คุณนายอีแก่ได้ยินจะโดนทั้งคู่ ฐานนินทาคุณนาย” พ่อกระซิบเบา ๆ

ที่แท้ . . . พ่อกลัวเมีย

“เอาเอาน้องไปเรียน ดูแลน้องรักน้องให้มาก ๆ นะอาร์ม”

ผมมองหน้าพ่อ พ่อไม่ได้มีทีท่าว่าจะสงสัยอะไร หรือผมอาจคิดมากไปเองว่าพ่ออาจจะระแคะระคายเรื่องของผมกับโก พ่อจะสงสัยได้ไง ในเมื่อผมไม่ได้เป็นกะเทยนี่หว่า

“ทำไมเหรอพ่อ”

“กรุงเทพฯ มันกว้างนะลูก อันตรายนะอาร์ม เอาน้องไปอยู่ จะทำอะไร คิดให้มาก ๆ แบบจะออกมาดีไม่ได้หากพิมพ์มันผิดมันเพี้ยนมาตั้งแต่แรก อะไรที่ไม่ดีอย่าทำให้น้องเห็น เพราะน้องจะจำ และทำตาม”

“หูย พูดเสียน่ากลัว รู้งี้ไม่ชวนมันมาเรียนหรอก”

“พ่อเชื่อว่าอาร์มทำได้ อาร์มจะเป็นพิมพ์ที่ดีได้ พ่อมั่นใจในลูกของพ่อ อาร์มทำดีแล้วลูก การให้โอกาสคนอื่นได้เรียน ถึงเราไม่ได้ช่วยเขาทั้งหมด แค่เราเป็นแรงกระตุ้นให้เขามีกำลังใจเรียนมันก็ดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แล้วอาร์ม” พ่อยิ้ม แววตาพ่ออบอุ่น

“ครับพ่อ อาร์มจะเป็นพิมพ์ที่ดี อาร์มจะพาน้องไปถึงฝั่ง แม้มันจะลำบาก อาร์มจะอดทนครับพ่อ จะส่งน้องให้ถึงฝั่งพร้อม ๆ กับที่อาร์มหมดลมหายใจพอดี”

“ไอ้ลูกคนนี้ . . . ใครเขาพูดเรื่องตายกัน” พ่อดุทางสายตา

. . . อาร์มหมดลมหายใจพอดี . . .

ผมแค่พูดให้พ่อขำ หากใครจะรู้วันข้างหน้า คำพูดบางอย่าง เหมือนลางสังหรณ์ ที่เรารับรู้ได้




“ยอมตายถวายหัวเลยพ่อ เพื่อคำสอนของพ่อ” ผมยิ้ม

“พ่อเชื่อ ลูกอาร์มของพ่อทำได้” พ่อเอามือวางไว้บนบ่าผมเบา ๆ

แค่ผ่ามือที่วางบนไหล่ ผมรับรู้คล้ายมีอะไรบางอย่างมันถ่ายเทมาจากหัวใจของคนเป็นพ่อ มันค่อย ๆ ไหลมาสู่ตัวผม เหมือนกระแสไฟอ่อน ๆ มันค่อย ๆ ไหลมาหยุดที่หัวใจของผม

ถึงผมกับพ่อจะไม่ค่อยได้คุยกันมากเท่ากับแม่ . . .

แต่ . . .

คำสอนของพ่อ ผมจดและจำ กระทำตามเสมอ. . .

ผมตั้งใจที่จะส่งน้องมันถึงปลายทาง . . .

แม้ว่า . . . ระยะก่อนถึงฝั่ง

ผมแทบจมน้ำตายเพราะเหนื่อยอ่อน หรือมีอะไรมากั้นขวาง ผมจะยังคงตะเกียกตะกายเกาะเรือลำนั้น ดันให้น้องมันถึงฝั่งอย่างปลอดภัยและสวยงามที่สุด ผมไม่ยอมตายในสายน้ำเส้นนั้นเด็ดขาด

ผมจะตายได้อย่างไร . . .

. . . ในเมื่อน้องมันยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง . . .

. . .ปลายทาง

ที่ผมอยากจะเห็นมิใช่หรือ

แม้ปลายทางเส้นนี้ อาจไม่ใช่แบบที่ผมหวังเอาไว้



สิ่งที่พ่อบอกเอาไว้ ผมจะจดจำ นำมาเป็นแนวทางในการเดินของชีวิต คนเรามีโอกาสไม่เท่าเทียมกันทุกคน หากแต่อยู่ที่ว่าเราได้ยื่นโอกาสนั้นให้ใครไปบ้าง วันนี้ผมมีโอกาส และผมก็เผื่อแผ่ไปยังคน ๆ นึง คนที่ผมบอกว่า . . .

. . . มันคือหัวใจของผม . . .

“แม่พี่อาร์มใจดีจัง ทำของอร่อยผมกินเสียพุงกางเลย” มันพูด เอามือลูบท้องไปมา

ในขณะที่สมองผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บนที่นอนหลังใหญ่ ผมนอนหงาย สายตาทอดยาวไปไกล ราวกับจะมองให้เห็นสุดขอบของฟากฟ้า

ขอบฟ้ามีจริงหรือ ?

บ้านพ่อที่เชียงใหม่เป็นบ้านเรือนไม้แบบล้านนา ติดริมปิง ห้องที่ผมนอน ผมมักหันหัวเตียงชิดหน้าต่าง กลางคืนเปิดหน้าต่างให้ลมโกรก ผมชอบนอนแหงนดูดาว ในคืนที่ฟ้ามืดมิดไร้แสงจันทรา มีเพียงดาราดารดาษเกลื่อนฟากฟ้า แสงดาวกระพริบวับวาวราวใครเอาเพชรไปวางกระจัดกระจายเรียงรายบนพื้นนภาสีน้ำเงินเข้ม ผมชอบมอง




“แม่ก็แบบนี้ทุกที ใครมาบ้าน แม่ทำอย่างกะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน”

“พี่อาร์มว่าแม่ ผมจะฟ้อง”

“ไรฟร่ะ มาไม่ถึงวัน อยู่ข้างแม่กรูซะแร่ะ เหมือนไอ้เชี่ยโอ๋เลย แมร่งรายนั้นมาทีไร รวมหัวกับแม่แกล้งพี่ทุกที” ผมนึกถึงอีกคน หัวใจผมมีความสุข

“คนไรชื่อแปลก . . . เชี่ยโอ๋” มันทวนคำ

ผมยิ้ม . . . ขำมัน มันใสซื่อ ขนาดไม่รู้จักคำเรียกขานแบบให้เกียรติยศกันเลยหรือ

“ไม่ได้ชื่อเชี่ยโอ๋หรอกโก แต่จะเรียกมันไอ้เหี้ยโอ๋ มันหยาบ จากไอ้เหี้ยเหลือแค่ ไอ้เชี่ย เพื่อนพี่เอง ชื่อโอ๋ มาเที่ยวบ้านพี่ทุกปีแหละ”

“พี่อาร์มด่าเพื่อนไม่ดีหรอก”

“ด่าตรงไหน”

“ไอ้เชี่ยไง”

“ไม่ได้ด่า” ผมบอกมัน

“ก็พี่บอกเอง ไอ้เชี่ยมาจากไอ้เหี้ย” มันเถียงขาดใจเหมือนกัน

“เอ้า เพื่อนสนิทกันเนาะ มีเย้าเล่นกันเป็นธรรมดา เรียกชื่อเต็มยศไง แบบหากเราสนิทกันมาก ๆ เราก็เรียกแบบสนิทกันไง อย่างแถวบ้านโก เวลาโกคุยกับชัย ยังคุย มึง กู อยู่ใช่ปล่าว”

“ใช่ครับ”

“นั่นแหละ เหมือนกันไง เพื่อนสนิทกัน จะมาเรียก คุณโอ๋ครับ กรุณาเอานั่นให้ผมหน่อยได้ไหมครับ โอ้ยมันไม่ได้ใจ ต้องแบบไอ้เชี่ย เอานั่นมาให้กูหน่อยเด่ะ ประมาณนี้”

“แม่ผมได้ยิน โดนตบปากแน่ ๆ เลยพี่อาร์ม” มันหันมาบอกผม

“เออ อย่าว่าแต่แม่โกเลย แม่พี่เหมือนกัน ได้ยินพี่พูดหยาบกับพี่โอ๋ทีไร หันมามองตาเขียวปั๊ด”

“ดูพี่อาร์มพูดถึงแม่บ่อย ไม่ค่อยพูดถึงพ่อเลย”

“ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ส่วนมากสนิทกับแม่มากกว่า”

“ผมก็สนิทกับแม่ สนิทกว่าพ่อ” มันลงท้ายคำว่าพ่อ ด้วยเสียงต่ำ ๆ จะว่าน้อยใจก็ใช่ จะฟังดูห่างเหินก็น่าคิด

“โก . . .” ผมเรียกในขณะที่สายตาผมมองออกไปในพื้นฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ค่อนไปทางดำ สลับกับแสงเงินยวนของดวงดารา

“ครับพี่”

“เวลาไปเรียน โกต้องปรับตัวนะ ปรับตัวมากกว่าคนอื่น ๆ รู้มั้ย” ผมเปลี่ยนเรื่องที่จุคุยกับมัน เพราะรู้ดีว่า ระหว่างมันกับพ่อ ดูจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่




มันรักพ่อมัน . . . ผมรู้

หากแต่ . . .

มันไม่สามารถทำอะไรได้ ในเมื่อพ่อ เลือกที่จะมีคนอื่น ที่ไม่ใช่แม่ ผมเคยเจอพ่อมันตอนที่ออกไปเดินเล่นกับมัน แววตามันที่มองพ่อ มีทั้งอยากเข้าไปใกล้ มีทั้งชิงชัง ระคนกันไป ปมในใจที่พ่อมันมีเมียน้อยเย้ยแม่มันคงมีมาก

เป็นปมใหญ่ในหัวใจของมัน

. . . ผมเลยเลี่ยงที่จะคุยเรื่องที่เกี่ยวกับพ่อ . . .

“ทำไมครับพี่”

“อ้าว ก็โกหยุดเรียนมาตั้งสองปี เพื่อนรุ่นเดียวของโกขึ้นมอหกกันหมดแล้ว ตอนนี้โกเหมือนไปเรียนในหมู่รุ่นน้อง เราต้องปรับตัวเข้าหาเขา ไม่ใช่เขาปรับตัวเข้าหาเรา” ผมตะแคงมองหน้ามัน

“ครับ”

“แล้วก็หัดนอนตั้งแต่สี่ห้าทุ่ม ตื่นเช้า ๆ ไปเรียน อยู่บ้านเราจะนอนตอนไหน ไม่มีใครว่าหรอก แต่การที่โกตัดสินใจไปเรียน ป้าภาดีใจนะ แกดีใจมาก อย่าทำให้แกผิดหวังเหมือนที่ผ่านมา”

“ผมก็คิดแบบนั้นพี่ ที่ผ่านมา ผมอาจทำอะไรโดยที่ไม่ได้คิดไว้มาก แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ไม่ใช่ตัวคนเดียวในโลก ผมยังมีพี่ไง” มันหันมามองผม

ผมดีใจนะที่มันนึกถึงผม แม้สิ่งที่มันนึก มันอาจไม่ใช่แบบที่ผมต้องการ แต่มันก็ยังดีกว่าที่มันไม่รู้สึกอะไรกับผมเลยมิใช่หรือ

“อืม”

ผมดึงมันมากอดเอาไว้ ผมสอดแขนเข้าไปแทนหมอน มันนอนซุกตัวนิ่งในอ้อมกอดของผม หัวใจผมตอนนั้นนะหรือ มันอิ่มเอม มีความสุข ผมไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจผมเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน ผมยินดีที่จะเก็บความสุขนี้เอาไว้

แม้ . . .

. . . วันข้างหน้าเจ็บเจียนตาย . . .

ผมจะเอาความสุขที่ผ่านมาปลอบประโลมใจ

. . . อย่างน้อยที่สุด . . .

ในช่วงชีวิตหนึ่งของผม ผมยังมีคนที่ผมรัก ผมยังได้กอดคนที่ผมรัก ผมรักมันมาก มากจนผมไม่รู้เหมือนกันว่าตลอดชีวิตนี้ผมจะรักใครได้อีกหรือไม่

คืนนั้น . . .




เป็นคืนที่ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต

ผมเชื่อเช่นนั้น เพราะแม้ว่า

มันจะผ่านมานานขนาดไหน ผมยังจำความรู้สึกแรกที่ผมรวบรวมความกล้าไปกอดมันเอาไว้ได้ มันจะอยู่ในความทรงจำของผมไปตลอดชีวิต

ผมตื่นมาในตอนเช้า แขนผมเมื่อยไปหมด มันชาแทบจะขยับไม่ได้ อะไรไม่รู้ มันหนักมันทับผมอยู่ ลมหายใจอุ่น ๆ นั้นรดที่ต้นคอของผม ผมตื่นมาพร้อมกับความจริงที่ว่า คนที่อยู่ในอ้อมกอดผมตอนนี้

ไอ้โก . . . คนที่ผมรัก

ผมจดปลายจมูกไปที่ไรผมมันเบา ๆ แค่นี้แหละที่ผมต้องการ ผมอยากรักมันให้นาน นานตราบเท่าลมหายใจสุดท้ายของชีวิตผม

มันงัวเงียมั้ง . . .

ผมรีบหลับตา ไอ้นิสัยเจ้าเล่ห์ผมมันแก้ไม่หาย มันดิ้นเล็กน้อยราวขออิสรภาพจากอ้อมกอด แต่ผมกอดกระชับมันเอาไว้ ผมกลัวมันจะไม่ยอมให้ผมกอดมันแบบนี้อีก

ถ้านี่คือ . . กอดแรก

. . . และ . . .

หากมันต้องเป็นกอดสุดท้าย

ผมก็อยากให้เวลาที่มันเป็นอยู่ในตอนนี้หยุดเดิน ไม่อยากให้อะไรมันเคลื่อนไหวอีก เพราะในอ้อมกอดผมตอนนี้ เป็นคนที่ผมรัก และผมจะรักมันไปอีกนานเท่านาน ให้นานมากเท่าที่จะมากได้

“พี่อาร์ม ไม่เมื่อยหรือ” เสียงมันถาม กลิ่นปากมันตอนเช้าได้ใจจริง ๆ แต่ผมไม่รังเกียจนะ ไม่รังเกียจเลย

ยามรัก . . . อะไรก็ดูดี ไปหมดแหละ

“กอดอีกหน่อยนะ”

ผมหลับตา ไม่กล้าลืมตามาเจอกับมัน ผมกลัวว่ามันจะมองผมด้วยสายตาชิงชัง ผมกลัวถ้าผมต้องเจอกับสายตาที่เปลี่ยนไปจากมัน การหลับตา กอดมันนิ่ง ๆ แบบนี้คือความสุขที่ผมไม่อยากให้มันหลุดออกจากอ้อมกอดผมเลยแม้แต่น้อย

“หนาวหรือ”

ผมพยักหน้ารับ ก่อนซุกหน้าไปที่ซอกคอมัน มันกอดผมเอาไว้เหมือนกัน ตอนนี้ผมถ้าผมตายผมคงมีความสุขที่สุดในโลก เพราะผมได้ตายในขณะที่ผมกอดคนที่ผมรักเอาไว้ และมันก็โอบกอดผมเอาไว้เช่นกัน





ผมเริ่มคิดเข้าข้างตัวเอง . . .

. . . มันน่าจะคิดแบบผมบ้าง

การคิดเข้าข้างตัวเอง . . .

. . . นำความทุกข์ใจมาให้เราเสมอ ผมไม่เคยมองถึงจุดนั้นเลย ในวันที่ผมได้กอดมันครั้งแรก

ความรัก . . .

. . . ทำให้ผมตาบอดสนิท

“พอเหอะพี่อาร์ม ผมเมื่อย กอดมาทั้งคืนแล้ว เดี๋ยวถ้าอยากอดคืนนี้ผมให้กอดอีก”

ผมดีใจนะกับสิ่งที่ได้ยิน

ก่อนที่จะค่อย ๆ ปล่อยวงแขนของผมที่พันธนาการโกเมศวร์เอาไว้อย่างช้า ๆ มันไม่ได้รังเกียจผม ผมยังมีโอกาสได้กอดมันอีก มันไม่ได้หนีหายไปจากผมนี่หว่า ผมนอนหลับตานิ่ง หากหัวใจผมสว่างเป็นที่สุดในเวลานั้น

เวลาที่เรารักใครสักคน . . .

เวลาที่เราได้ทำอะไรกับคนที่เรารัก มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุด เสียดายเหลือเกินที่ช่วงเวลานั้น ผมไม่เคยนึกที่จะเก็บความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้เป็นอักษร

หาก . . .ผมปล่อยเวลาผ่านมานานเนิ่น

ความทรงจำเหล่านั้นเริ่มจางหาย . . .

มีแค่บางห้วงเวลาเท่านั้นที่มันกระจ้างแจ้งในหัวใจ และมันไม่มีทางลบมันไปได้เลย ตราบเท่าที่ผมยังมีลมหายใจ ความทรงจำที่ดีของผม แม้แต่มันก็มาเอาไปไม่ได้ . . .





Create Date : 11 ธันวาคม 2552
Last Update : 11 ธันวาคม 2552 11:18:33 น. 5 comments
Counter : 316 Pageviews.

 
รออ่านต่อนะ


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:13:13:30 น.  

 
โอ้ววว์.. สนุกอ่าค่ะ อยากอ่านต่อไวไวจังค่ะ


โดย: mae (maesnake ) วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:15:08:06 น.  

 
ติดตามทุกทุกตอนค่ะ
สนุกมากๆ
ชอบบบบบบบบบที่สุด


โดย: เอมิกา ณ.ราไวย์ IP: 222.123.149.153 วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:15:35:01 น.  

 
ติดตามทุกทุกตอนค่ะ
สนุกมากๆ
ชอบบบบบบบบบที่สุด


โดย: เอมิกา ณ.ราไวย์ IP: 222.123.149.153 วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:15:35:14 น.  

 
อยากไปๆๆๆ


โดย: fon_kannika วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:16:33:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.