Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
22 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
[ ป า ย - เ ชี ย ง ใ ห ม่ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น . . . ก็ เ จ็ บ ป ว ด เ ท่ า กั น # ๘ #

**คำเตือน** 




เรื่องนี้ . . .









เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิง









ไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 









หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้









ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด









ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก

























ต อ น ที่   ๘






Free TextEditor

โกเมศวร์ มาเรียนต่อ . . .

ผมยินดีเป็นที่สุด ที่มันเดินเข้าสู่โลกของการศึกษาอีกครั้ง ผมหวังแค่ว่า มันจะได้เติบโตมีอนาคตที่ดีต่อไป


. . . ผู้ปกครอง . . .

ผมมองเอกสารที่อยู่ข้างหน้า ก่อนที่จะเซ็นชื่อตัวเองลงไป นับจากที่ผมจดปากกาลงไปในเอกสารนั้น ผมจะมีภาระที่แบกเอาไว้บนบ่า ภาระที่ผมเองก็ไม่รู้จะมีอะไรบ้างที่จะตามมา หากจะมีอะไรก็ตามแต่ที่จะเกิดขึ้น

ผมยินดี . . .

. . . ผมยิ้ม

หัวใจเต้นแรง เมื่อยื่นเอกสารส่งกลับให้เจ้าหน้าที่ เพราะต่อจากนี้ โลกของผม ไม่ได้มีแค่ผม

ยังมีอีกหนึ่งชีวิต

มันก้าวมาในชีวิตผม . . .

. . . พร้อมภาระที่ผมต้องรับผิดชอบ

ผมต้องดูแลมัน . . .ให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างผมจะทำได้ แต่การจะดูแลใครสักคน มันดูเหมือนว่าจะเป็นภาระ

ถึงจะเป็นภาระ . . .

. . . แต่ผมยินดี

ระหว่างผมกับมัน . . .

ต่อจากวันนี้นอกจากหัวใจที่ผมส่งไปถือมัน เรายังผูกกันด้วยกฎหมาย . . .

. . . ผู้ปกครอง

หน้าที่ . . . บริบาลคน ๆ นึงให้เติบใหญ่ในทางที่ดี ผมแน่ใจ ข้อนี้ผมผ่านบททดสอบได้ไม่ยาก เพราะ ผมรู้จักตัวเองดี ผมจะเป็นแบบที่ดี

แต่ . . . ผมคงไม่ผ่านความรู้สึกทางจริยธรรม

เพราะ . . .

หัวใจผมมันรักโกเมศวร์มากกว่าน้อง มากกว่าที่จะยอมให้มันเติบโตไปตามครรลองของธรรมชาติ จุดนี้เองที่แย่ที่สุดที่ผมจะแก้มันอย่างไร

“โก . . . เรียนใกล้จะเปิดแล้ว โกอยากจะอยู่กับพี่ หรืออยากจะอยู่หอ” ผมถามมัน ทั้ง ๆ ที่กลัวคำตอบเหมือนกัน

ผมกลัว . . . คำตอบอย่างหลัง

“พี่ไม่อยากให้ผมอยู่ด้วยหรือ ?” ผมรู้มันนอนตะแคงหันมามองหน้าผม

แต่ . . . ผมชอบมองเพดานห้องสีขาว ๆ มากกว่า ผมทำได้เพียงแค่นอนนิ่ง ๆ มองสีขาวของเพดานห้อง ผมอยากให้ชีวิตผมสีขาว ไม่มีสีแห่งความรู้สึกอื่น ๆ มาแปดเปื้อนหัวใจผมเลย สีอื่น ๆ ที่มาแต้มเหมือนรอยด่าง

รอยด่างในหัวใจ

“ไม่ใช่ แต่พี่ไม่รู้ว่าโกจะอึดอัดมั้ย”

“ไม่ . . . ไม่เลยพี่ ผมอยากอยู่กับพี่นะ ผมพูดจริง ๆ นะพี่อาร์ม พี่อาร์มจะทิ้งผมเหรอ” มันจับแขนผมเอาไว้

ผมมองมือที่มันจับแขนผมเอาไว้ . . .

ทุกอย่างมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพความทรงจำสำหรับผมชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสียงที่พูดคุยกัน ผมจำได้แทบทุกอณู

“ทิ้งเหรอ . . .” ผมนอนตะแคง หันหน้ามาหามัน

“โกมองตาพี่ แล้วโกจะเห็นว่ามันไม่เคยอยู่ในหัวสมองของพี่เลย พี่ไม่ทิ้งโก ไม่มีวัน ไม่มีวันที่พี่จะทิ้งโก ตราบใดที่โกไม่ทิ้งพี่ พี่จะอยู่ข้าง ๆ โกเสมอ”

ผมจะทิ้งมันได้อย่างไร ในเมื่อมันคือหัวใจของผม ผมไม่มีวันที่จะทอดทิ้งหัวใจตัวเองได้หรอก ผมไม่รู้วันข้างหน้า แต่ผมรู้วันนี้ รู้เมื่อวานนี้ ผมรู้หัวใจตัวเองในตอนนี้

ผมเจอมันครั้งแรก . . .

. . . ผมยิ้มกับรอยยิ้มของมัน รอยยิ้มที่มันยิ้มกับคนอื่น




มันเข้ามาทักทายผมครั้งแรก . . .

. . . หัวใจผมพองโต อิ่มเอมอย่างที่สุด

ผมเดินเล่นที่ริมน้ำปายในยามเย็นกับมันครั้งแรก ผมรักมันจับหัวใจ เพราะมันเหมือนอะไรสักอย่างที่โดนใจผม ทุก ๆ อย่างของมันผมจำได้ จำได้ดีเสมอ ไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น ผมไม่มีวันลืมรอยยิ้มของมัน

ครั้งแรก . . . ที่มันมาจอดรถเพื่อส่งผม

ผมมีความสุข ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นหัวใจผมเจ็บเพราะมัน เจ็บเพราะรับรู้การดำเนินชีวิตไปตามธรรมชาติของมัน ในความเจ็บปวดที่ผมรับรู้ มันหายไปในทันที ที่มันมาส่งผม และมันมีบางอย่างเพิ่มเติมมา เมื่อผมค่อย ๆ ขึ้นไปบนรถ

ทั้ง ๆ ที่ผมไม่อยากจากมันเลย

ผมมองกลับมาทางหลังรถ . . .

. . . มันยังอยู่ที่เดิม มันรอให้ผมไปจนสุดสายตามันอย่างนั้นหรือ ทุก ๆ อย่างที่มีครั้งแรก ผมจารจำไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ

“จริง ๆ นะพี่ ไม่ทิ้งนะพี่”

“ไม่ทิ้ง ไม่มีวันนั้นเด็ดขาด ตราบใดที่โกอยากให้พี่ อยู่ข้าง ๆ พี่จะอยู่ ถึงโกไม่อยากให้พี่อยู่ข้าง ๆ โก แต่พี่จะอยู่ อยู่มองโกในที่ที่โกไม่มีวันมองเห็น”

ผมจ้องหน้ามัน อยากให้มันรู้ และมองมาให้ลึกในแววตาของผม แววตาที่ผมไม่เคยมองใครแบบนี้มาก่อน ผมรู้และรู้ดี ปมบางอย่างผมพยายามสร้างมันขึ้นมา เพื่อกลบปมอีกปม มันเหมือนการหลอกตัวเอง

แต่ . . . ผมจำต้องทำ

ผมหลอกตัวเอง . . . นี่แค่น้อง

“โหยพี่ ผมไม่มีวันนั้นหรอก ผมนี่นะไม่อยากให้พี่อยู่ข้าง ๆ ไม่มีทาง”

“จะคอยดู”

“รับรองน่าพี่ ไม่มีวันนั้นแน่ ๆ”

ผมมองมันด้วยความรัก . . .

มันจะเข้าใจกับสิ่งที่ผมทำมั้ย ผมมองหน้าโกเมศวร์ แววตามันใสซื่อ มันจะเท่าทันทุก ๆ อย่างที่กรุงเทพฯ หรือ คนรอบ ๆ ตัวมันไม่น่ากลัวเท่าคนใกล้ตัว

ผมมองมันนิ่ง นี่คือคนที่ผมรัก รักมากเท่าที่คนหนึ่งคนจะรักใครได้ แต่ถึงผมจะรักโกมากแค่ไหน ไอ้ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ความอยากได้อยากมี มันก็ยังฝังอยู่ในใจของผมอยู่ดี ทุก ๆ อย่างมันค่อย ๆ เผยออกมา




ตามวิสัยมนุษย์ . . .

. . . ได้คืบจะเอาศอก . . .

“แต่การอยู่ด้วยกันมันต้องมีขอบเขต”

“อะไรหรือพี่ . . .”

“อย่างแรก . . .”

ผมมองหน้าโก มันนิ่งเงียบรอฟัง ผมละอายใจนะ แต่นั่นคือทางเดียวจริง ๆ ที่ผมจะวางกรอบเอาไว้ กรอบที่ผมสร้างมองดูสวยหรู

แต่ . .

กรอบ . . . ก็คือ กรอบ

มีขอบเขต ไม่อิสระ หากแต่ผมจำต้องเลือกในเดินใช้ทางนี้ หากวาดหวังให้มันเดินไปสู่ปลายทางที่ผมวาดหวังเอาไว้ ปลายทางที่ผมเองก็ไม่รู้จะไกลแค่ไหน ผมรู้แค่ว่า หากปลายทางนั้นมีมันอยู่ผมไม่กลัว ผมอยากให้มันอยู่ตรงปลายทางแห่งฝัน . . .

ปริญญา . . .

สิ่งเดียวที่ผมจะผลักดันมันได้ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เท่าที่คน ๆ นึงพึงจะทำให้คนที่เรารักได้ ผมยินดีตายกลายทาง หากใครหรือมือไหน ๆ จะมาดึงมันออกนอกเส้นทาง ที่ผมวาดหวังเอาไว้

“. . . ถ้าอยู่ที่บ้าน ห้ามไปค้างบ้านคนอื่นก่อนได้รับอนุญาต โกมีอะไรโกก็พูดกับพี่ได้”

“ครับพี่ . . . ผมว่าผมทำได้ แล้วอย่างอื่นล่ะครับ”

“ถ้าจะกลับบ้านมืดค่ำ ให้โทรบอกพี่ด้วย เพราะพี่จะได้ไม่เป็นห่วง พี่อยากให้โกรู้ การที่โกมาอยู่ด้วย พี่ดีใจนะ แต่เราควรจะอยู่กันด้วยความสุขทั้งสองฝ่าย”

“ได้ครับ”

“ข้อสาม . . . ห้ามพาผู้หญิงมานอนที่บ้าน ถ้าโกมีแฟนจะทำอะไรให้ไปทำที่อื่น พี่ไม่อยากมีปัญหา ที่นี่ไม่เหมือนที่บ้านโก คนที่นี่มีเล่ห์เหลี่ยมมากมายหลายรูปแบบ เราไม่รู้หรอกใครจะคิดกับเราอย่างไร”

ข้อนี้ . . . ผมไม่ได้ตั้งมาเพราะตัวเอง

แต่ . . .

. . . ผมเจอมาแล้ว . . .

เทอมก่อน เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของผม มันมีเด็กมาติดพัน แล้วมันก็เอาเขามาอยู่ด้วยที่ห้องมัน อยู่กันเกือบสองเดือนแล้วมันทะเลาะกัน แล้วผู้หญิงเขาจากไป แล้วอีกอาทิตย์ต่อมา ผู้หญิงคนนั้นกลับเข้ามา อีกสามวันต่อมา พ่อกับแม่เขาพาตำรวจมาจับเพื่อนผม . . .

. . . กักขังหน่วงเหนี่ยว . . . พรากผู้เยาว์





ผมไม่อยากให้มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นกับคนที่ผมรัก แม้มันจะเกิดจากความหวาดวิตก หรือคิดไปเองก็ตามแต่ ผมกลัวนะ ผมไม่อยากให้มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้น ผมคงทำใจไม่ได้แน่ ๆ

“ได้ครับพี่”

“โอเค . . . งั้นก็อยู่กันได้ แล้วไปเปิดสมุดบัญชีไว้หรือยัง ป้าภาโทรมาให้ไปเปิดบัญชีไว้”

“ยังเลย พรุ่งนี้พี่พาผมไปนะพี่อาร์ม”

“ได้” ผมขยี้หัวมันด้วยความรัก

“ถ้ามีอะไรก็บอกกัน คุยกันได้ พี่ไม่ชอบการโกหกหลอกลวง คนเราคบกันต้องมีความซื่อสัตย์ จริงใจกัน”

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้น”

“พี่ก็พูดเผื่อไป เพราะแม้พี่จะไม่ชอบคนแบบนั้น แต่บางทีพี่ก็เป็นแบบนั้นเสียเอง การโกหกมันง่าย แต่การแก้เรื่องที่เราโกหกไปแล้วนี่สิ มันยาก เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการโกหกจะคืออะไรก็ตามแต่ คนที่เขาโดนโกหก จะเสียความรู้สึก” ผมนอนมองหน้ามัน

ไม่รู้ทำไม แค่นอนมองมัน ผมก็ยิ้มได้ . . .

“ผมจะไม่โกหกพี่อาร์ม”

“ต่อท้ายไปได้เลย . . .”

“ต่อท้ายอะไร” คิ้วมันขมวดเข้าหากัน

“ก็ผมจะไม่โกหกพี่อาร์ม ถ้าไม่จำเป็น” ผมยิ้ม

“ทำไมต้องต่อท้าย ผมพูดแค่นั้นก็พอแล้ว”

“นั่นสิเนาะ ทำไมต้องต่อท้าย เพราะพี่คิดว่า ไม่มีใครบนโลกนี้หรอกที่เคยโกหก และเขาก็น่าจะรู้ว่าการโกหกไม่ดี แต่บางครั้งมันจำเป็นไง จำเป็นต้องโกหก พี่เลยต่อท้ายไว้ให้โก หากวันข้างหน้าโกมีเหตุให้ต้องโกหกพี่ โกจะได้โกหกอย่างสบายใจ” ผมยักคิ้วให้มัน

“ใจดีแบบนี้รักตายเลย”

. . . รักตายเลย . . .

รักแบบไหนหรือ ความรักของโกเมศวร์ ใช่ความรักแบบเดียวกับของผมหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ผมรู้แค่ว่า ในเวลานั้นผมมีความสุขกับการได้คุย ได้เรียนรู้ความเป็นไปของมัน

ทุก ๆ เรื่องมันต้องใช้เวลา

เวลา . . . ที่จะเรียนรู้ความเป็นไปของกันและกัน




โกมันกลับบ้านตรงเวลาเสมอ . . . เสาร์อาทิตย์มันอยู่บ้าน แทบไม่ออกไปไหนด้วยซ้ำ แม้ว่าผมจะพยายามบอกให้โกออกไปโน่นมานี่ แต่ดูเหมือนโกจะเต็มใจที่จะอยู่ที่บ้านมากกว่าออกไปตะรอน ๆ นอกบ้าน

จะว่าดีก็ดีอยู่ ที่มันไม่ชอบเที่ยว แต่สำหรับผม การไม่ออกไปไหน เหมือนเราอยู่ในที่แคบ ๆ บางครั้ง เราควรออกไปสู่โลกภายนอกบ้าง เพราะโลกมันไม่ได้มีแค่บ้านเท่านั้น เมื่อมันไม่ออกจากบ้านในวันหยุด ผมเลยพลอยกลายเป็นคนติดบ้านเหมือนมัน

ผมไม่รู้เลย . . .

. . . โลกของผมเริ่มแคบลง . . .

ผมเริ่มห่างหายเพื่อนฝูงอย่างช้า ๆ เหมือนน้ำซึมบ่อทราย มันค่อย ๆ ซึมลง ๆ กว่าที่จะรู้ตัวก็แทบเอาตัวไม่รอด

“ไอ้ห่าอาร์ม ทำไมเมื่อวันศุกร์ไม่ไปกินเหล้าว่ะ นัดแล้ว เสือกไม่มา ปิดมือถือ ยกหูโทรศัพท์บ้านออก หายหัวไปไหนมา” ไอ้เพื่อนนรกครับ มันด่าผมทันทีเมื่อผมโผล่ศรีษะไปมหาวิทยาลัยในวันจันทร์

“ไม่สบาย ปวดหัวมาก กินยาเลยนอน”

“ไปหาหมอมามั้ย เห็นเมื่อตอนกลางวันยังดี ๆ อยู่เลย” แววตามันห่วงผมมาซะงั้น

ผมละอายใจลึก ๆ เพราะความเป็นจริง ผมสบายดี เพียงแต่ผมคิดว่าจะเที่ยวให้น้อยลง เพราะในเวลานี้ไม่ได้มีแค่ผมที่อยู่ในบ้าน แต่ยังมีสายตาอีกคู่ที่คอยจ้องมองผมอยู่ ผมไม่รู้ว่าสายตาคู่นั้นจะมองผมด้วยความรู้สึกเช่นไร

หาก . . . ผมเมากลับบ้านทุกศูกร์ ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา

พิมพ์ . . . ไม่ดี

. . . แบบ . . . จะออกมาดีได้อย่างไร

“ไม่ได้ไปหรอก กินพาราแล้วก็นอน”

“ดูแลตัวเองบ้างนะมึง”

“ห่วงกูด้วย” ผมมองหน้ามัน ยิ้มยั่วมันอย่างเคย

“ห่านี่ เล่นเรื่อยนะมึงเดี๋ยวกูคิดจริง ๆ”

“คิดจริงก็ดิ๊ แสดงว่า . . .” ผมยิ้มยั่วมันอีก

“ว่าไรว่ะ”

“เขยิบทางขวานิดเด่ะ บัง”

“บังไรว่ะ” มันหันไปทางด้านหลัง ก่อนขยับตัว

“ไม่เห็นบังใคร ไอ้ห่านี่”

“บังดิ บังสัญญาณหัวใจกูไง พอมึงขยับปั๊บ เห็นมะ ใจมึงกับกูรับสัญญาณช่องเดียวกันแล้ว” ผมรับหลบฝ่ามืออรหันต์ของมัน ที่มาวนอยู่ปลาย ๆ แก้ม

เพลงหลบฝ่ามือมันยังได้ผลเสมอ . . .




“แมร่ง เลว เล่นตลอดนะมึง”

“กับมึงคนเดียวเท่านั้นละว้า ไม่รักไม่เล่นหรอก กูมีใครที่ไหนนอกจากมึง” ผมแกล้งน้อยใจมัน ก่อนหันหลังเดินหนี

รับรอง . . . นับหนึ่งไม่ทันถึงสิบ มันต้องร้องเรียกหาผม

“ไอ้อาร์ม”

นั่นไง ไม่ทันหายไปจากความคิด มันก็ร้องหาผมเสียแล้ว เร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้เสียอีก ผมหยุดนิ่ง . . .

ยิ้มเยาะมัน . . .

หรือ . . . ยิ้มเยาะตัวเองไม่รู้ แม่งช่างเหมือนนางเอก งอนให้พระเอกง้อเลย

“ขอทีเหอะมึง” มันใช้พลังฝ่าเท้าถีบผมเสียจนกระเด็นไปสามฝ่าเท้า

“ไอ้หอกหักนี่ มาทำงอน อย่ามาแกล้งกูมุขควาย ๆ แบบนี้ กูรู้จักมึงไอ้สาสสสส” มันด่าตามหลัง ก่อนเดินมาเอาผ่ามือตบที่ไหล่แรง ๆ อีกครั้ง

แรงควายนะมึง . . . กูเจ็บ



ตั้งแต่ที่โกเมศวร์มาอยู่ด้วย ผมกลายเป็นคนที่เลิกเรียน ตรงดิ่งกลับบ้านทันที ไอ้ที่คอยเดินตรวจงานที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานทุกวันแบบที่ผ่าน ๆ มาแทบไม่มี อาจแวะนาน ๆ ครั้งที่ขัดเพื่อนรักมันไม่ได้

เด็กมหาวิทยาลับริมคลองนี่ครับ . . . เดินเป็นที่เดียว

มือถือผมดังขึ้น เสียงเรียกเชยมาก ๆ . . .

ในสิบปีก่อน . . . มันยังเป็นสินค้าที่ราคาแพง และมันยังล้าหลังมาก เทคโนโลยี่ไม่ก้าวหน้าเท่าทุกวันนี้ แต่พ่ออยากให้ผมมีเอาไว้ เพราะตามตัวเจ้าลูกชายยากมาก ธรรมดาครับ คนหนุ่มโสดหน้าตาดี มีหรือจะนอนบ้าน

แต่ . . .

ผมค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนนิสัยเดิม ๆ เมื่อมีอีกคนเข้ามาในชีวิต การได้กลับบ้าน ทำกับข้าวกินกันในตอนเย็น ๆ เป็นอะไรที่ผมชอบ และมีความสุข เพราะมันและผม จะมีเมนูแปลก ๆ ที่คนอื่น ๆ ไม่อยากลองลิ้มชิมรสมานำเสนอบนโต๊ะอาหารเสมอ

“สวัสดีครับ” ผมกดรับสาย




“พี่อาร์ม” เสียงโก เสียงมันหอบ เหมือนหมาหอบแดดเชียว

“อ้าว ว่าไง เลิกเรียนแล้วหรือ”

“เลิกแล้วพี่ พี่อยู่ไหน”

“บ้าน เพิ่งมาถึง”

“พี่อาร์มมารับผมหน่อยดิ” เสียงจากปลายสาย

“รับที่ไหน”

“โรงยาบาล . . .”

“ห๊า” ผมมตกใจ มันเอ่ยชื่อโรงพยาบาลที่ใกล้ ๆ หมู่บ้าน นี่มันเป็นอะไรไปหรือ ผม

“น่าพี่ มารับก่อนเดี๋ยวกลับถึงบ้านผมจะเล่าให้ฟัง”

“เออ รออยู่นั่นนะ”

ผมรีบวางสายก่อนออกไปหามัน ในหัวใจมันวิตกกังวล ผมคิดไปต่าง ๆ นา ๆ

ผมกลัวไปหมดในตอนนั้น มันโทรมาบอกว่าอยู่โรงพยาบาล มันจะเป็นอะไรมากหรือปล่าว ยิ่งช่วงนั้นข่าวนักเรียนเทคนิคยกพวกตีกันมันดังเสียด้วย

ผมกลัวเหลือเกิน . . .

ผมไปถึง . . . มันปกติดี

ผมดีใจที่สุดที่มันไม่เป็นอะไร แต่หน้าตามันยังตื่น ๆ ผมไม่สนใจหรอก แค่มันไม่เป็นอะไรผมก็ดีใจที่สุดแล้ว ผมพามันกลับมาถึงบ้านด้วยมอเตอร์ไซด์คันโปรด . . .

ผมชอบมอเตอร์ไซด์ . . .

มันสะดวกดีสำหรับวัยแบบผม ยิ่งขับในกรุงเทพฯ ในเช้า ๆ ที่รถราจอดกันเป็นแพยาวเหยียด ไอ้สองล้อนี่แหละที่จะพาไปเรียนโดยไม่สาย มันกะเวลาได้ดีเสมอ

“ว่าไงเรา เข้าไปโรงบาลทำไม” ผมถาม พลางเปิดตู้เย็นกินน้ำ

“ก็ไอ้โรงเรียนใกล้ ๆ กันนะพี่ พอเดินข้ามสะพานลอยมากับเพื่อน มันชี้หน้า แล้ววิ่งมาไล่ตี”

“ห๊า” ผมแทบสำลักน้ำ

“ไปทำไรเขาป่าว”

“ไม่มีพี่ . . . ผมเดินข้ามมาเฉย ๆ เอง . . .”

ผมส่งน้ำให้โก

“. . .ขอบคุณครับ เออ เมื่อสองวันก่อน เด็กที่ห้องผมยังถูกยิงตายเลยพี่ หนังสือพิมพ์ยังลงข่าวเลย”

“อ้าว ! ที่ไหน” ผมห่วงมันขึ้นไปอีก




“ก็เลยป้ายหน้าป้ายที่ผมลงไปสามป้ายเองพี่ กลับมาพร้อมมันด้วย”

หัวใจผมแทบหยุดเต้น . . .

เย็นนั้นผมคิดหัวแทบแตก จะทำยังไงดี เรื่องที่ผมคิดว่าง่าย ๆ มันไม่ง่ายแบบที่ผมคิดเสียแล้ว ผมเอาน้องมาอยู่ ด้วยหวังว่ามันจะเจออะไรที่ดีขึ้น

แต่ . . . เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันทำให้ผมคิดหนัก

ผมควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี . . .

“นอนไม่หลับหรือพี่” โกถาม ในเวลาที่เกือบเที่ยงคืน

ผมยอมรับเรื่องเมื่อตอนเย็น มันเข้ามาวนเวียนในหัวสมองของ มันทำให้ผมต้องคิด คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปอีก

วันนี้ . . .

มันโชคดีที่วิ่งเข้าโรงพยาบาล แต่คนเราจะโชคดีเสมอไปหรือ ไอ้คนที่จ้อง กับคนคอยระวัง มันสมดุลกันมากน้อยขนาดไหน วันนี้ผ่านมาได้ แล้ววันพรุ่งนี้ล่ะ มันจะเป็นอย่างไร

วันข้างหน้าอีก . . .

“โก . . .” ผมเรียกมัน พลางนอนหันไปตะแคงหามัน

“ครับ”

“พี่ห่วงโก”

“เรื่องอะไรครับ”

“ทุกเรื่อง” ผมกอดมันเอาไว้หลวม ๆ

เรื่องที่ผมนอนกอดมันนี่เป็นเรื่องธรรมดา มันยอมให้ผมนอนกอดมานานแล้ว จนกลายเป็นความเคยชินทั้งของมันและของผมไปแล้วก็เป็นได้ เพราะไม่มีคืนไหนที่ผมไม่นอนกอดมันก่อนนอน

แค่นั้น . . . ก็สุขหัวใจแล้ว

“โก กล้าขับมอเตอร์ไซด์ในเมืองมั้ย”

“ก็ไม่เห็นต้องกลัว”

“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ โกเอามอเตอร์ไซด์ไปเรียนนะ”

“แล้วพี่ล่ะ พี่จะไปเรียนยังไง”

“เดี๋ยวพี่ให้พี่โอ๋มารับ ไปทางเดียวกัน ประหยัดดี”

“ผมไปรถเมล์เหมือนเดิมก็ได้”

“ไม่ได้” น้ำเสียงผมเด็ดขาด

“ไปมาตั้งหลายเดือนมาแล้วพี่”




“แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป โกเอารถไปเรียน เพราะพี่ห่วงโก พี่ไม่อยากได้รับโทรศัพท์แบบวันนี้อีก มันน่ากลัว น่ากลัวมาก พี่คงทนไม่ได้แน่ ถ้าโกจะต้องเป็นอะไรไป พี่ยอมไปงานศพโกเพราะโกโดนรถทับดีกว่าที่โดนยิงเพราะเรื่องบ้าสถาบัน”

“พี่อาร์ม ผมรักพี่จัง รักเหมือนรักแม่ผมเลย” มันมากอดผมเอาไว้

ผมกอดมัน ผมควรดีใจนะ มันรักผมเหมือนแม่มัน . . .

เรากอดกันแน่น มันไม่รู้หรอก ว่าสิ่งนี้จะเป็นความรู้สึกเดียวกันหรือปล่าว แต่สำหรับผมแล้ว ผมทำอะไรก็ได้ ให้คนที่ผมรัก ผมยอมทำได้เสมอ ชีวิตของผม มันเพิ่งเริ่มต้น ผมมีความสุขกับการได้รักคนอื่น กับการได้ทำอะไรเพื่อคนที่ผมรัก

ผมต้องตื่นแต่เช้า . . .

. . . นั่งรถตู้ไปเรียน

แต่ผมมีความสุข . . . อย่างน้อยที่สุด ผมหมดห่วงกับเรื่องของคนที่ผมรัก ผมไม่รู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ มันคืออะไร และจะมีใครบ้างที่บ้าทำแบบที่ผมทำ แต่ผมเชื่อ

ผมเชื่อนะ . . .

คนเรายอมทำอะไรได้ทุกอย่างเพื่อคนที่เรารัก . . . เหมือนที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้ไง

สิ่งโง่ . . . โง่ ที่ผ่านมา ความรักที่ผมมีมันยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่างที่ผมมี





Create Date : 22 ธันวาคม 2552
Last Update : 22 ธันวาคม 2552 11:54:56 น. 4 comments
Counter : 444 Pageviews.

 
ปีใหม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนเปล่าคะ
ขอให้มีความสุขนะคะ
ขอให้มีโชคหมดทุกข์โศกโรคภัย
พ้นเคราะห์ที่เลวร้าย พันภัยด้วยเทอญ


โดย: chabori วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:12:24:52 น.  

 
ภาพสุดท้ายสวยมากค่ะ...
เรื่องราวแต่งได้เก๋มาก...


โดย: auau_pi วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:12:54:16 น.  

 
ชอบรูปสุดจังคะ โค้งตรงไหนเนี้ยะ


โดย: zheezhana วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:14:44:36 น.  

 
รอตอนต่อไปอยู่นะ อ่านแล้วหนุกดี ถึงเรื่องที่แต่งขึ้นมันจะไม่ถูกต้องตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น แต่มันก็เกิดขึ้นได้ในสังคมจิงๆ อยากรู้จังว่าจะจบยังไง


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 22 ธันวาคม 2552 เวลา:16:03:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.