Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ภู ทั บ เ บิ ก ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น # ๑ ๘ #

**คำเตือน** 




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล  หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่   ๑ ๘






Free TextEditor

มุมมองผมอาจจะไม่เหมือนคนอื่น ๆ กระมัง ผมรังเกียจการหากินในผ้าเหลือง พระที่ควรจะกราบไหว้ คือพระที่ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ก่อให้เกิดกิเลสทั้งหลายมิใช่หรือ เรื่องนี้ ผมไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมันเกิดปะทุขึ้นมา มันเลยยากที่ผมจะทำใจได้

ทำไมนะหรือครับ . . .

เพราะตั้งแต่กลับมาจากบ้านคราวก่อน . . . อาจารย์ที่มันเรียกนั่น โทรมาปลุกมันทุกเช้า เรื่องนี้ผมไม่พูด ทั้ง ๆ ที่ผมตะหงิด ๆ ในใจเสียตั้งนานแล้ว แต่ผมก็ปล่อย เพราะผมรู้ การเข้าไปยุ่มย่ามกับเรื่องส่วนตัวเขามาเกินไปไม่ดีหรอก

ไม่มีใครอยากให้คนอื่นเดินล้ำเส้นตัวเองหรอก . . .

แต่ . . . เรื่องที่มันเอารถมาใช้นี่สิ ผมรับไม่ได้หรอกนะครับ รับไม่ได้จริง ๆ

คนเรา . . .

ควรมีศักดิ์ศรีในตัวเอง แม้เราไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ถ้าเรามุมานะ สักวัน เราก็เดินไปถึงจุดหมายที่เราต้องการได้ แต่การเดินทางลัดแบบนั้น ผมไม่เห็นด้วย ผมละอายใจ และค่อนข้างรับไม่ได้ หากมันจะรับการช่วยเหลือจากคนในศาสนา

ถ้า . . .

. . . มันเป็นเด็กขายน้ำ . . .

ผมยังมองมันด้วยความรู้สึกสงสารในชะตากรรม และทางเลือกที่มีไม่มากนัก แต่ถ้ามัน รับจากคนในผ้าเหลืองนี่สิ

ผมรังเกียจ . . .

. . . รังเกียจมาก




ผมไม่รู้หรอก มันรับอะไร หรือ เสียอะไรไปบ้าง เพราะมันไม่เล่า และผมเองก็ไม่ได้ถาม เพราะบางเรื่องผมคิดว่า ถามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะในเมื่อเราตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้ว ว่ามีอะไรให้พูดกัน เมื่อมันไม่พูดก็แล้วแต่มัน สิทธิ์ของมัน ที่จะไม่พูด แต่เรื่องแบบนี้ สักวันมันก็ต้องรู้

จะช้าหรือเร็วเท่านั้น . . .

เวลา . . .

. . . จะคลี่คลายทุก ๆ ข้อปัญหาเอง

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเวลา . . .



ผมขับรถมาจอดที่คอนโดไอ้แดน ความรู้สึกบางอย่างมันเกิดขึ้นในใจ สิ่งที่ทำอยู่ในเวลานี้ ดีแล้วใช่ไหม ผมทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือ ผมพยายามถามตัวเอง ไม่ใช่ว่า จะทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากกว่านี้หรอกนะ

ไม่ใช่ว่าผมรู้สึกกับแดนมันแบบที่ผมรู้สึกกับโกหรอก แต่ผมกำลังต่อสู้กับตัวเองมากกว่า สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นี่มันถูกต้องหรือ . . .

ผมออกมาค้างนอกบ้าน . . .

ผมห่วงมันนะ แคร์ความรู้สึกมันมากด้วย แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้ มันเหมือนน้ำเดือด การอยู่ใกล้ความร้อน น้ำที่พวยพุ่งอยู่มันไม่เย็นลงมาง่าย ๆ หรอก มีแต่จะร้อนยิ่งขึ้น

หลายคนอาจมีคำถาม . . .

ทำไมต้องแดน ?. . .

. . . ในเมื่อผมบอกเสมอว่า ไอ้โอ๋คือเพื่อนสนิท

ครับ . . .

ไอ้โอ๋มันคือเพื่อนสนิท . . . และผมก็รักมันมาก

แต่ . . .

เรื่องเดียวที่ไอ้โอ๋ไม่รู้ ก็เรื่องที่ผมชอบผู้ชายนี่แหละ และผมกลัวมาก หากผมบอกมันไป แล้วผู้ชายที่ผมรักดันเป็นคนที่มันสนิทอีก ผมไม่รู้ มันจะคิดยังไง ผมแคร์ความรู้สึกมัน ไม่กล้าที่จะคุยกับมันเรื่องนี้ แม้มันอาจจะมองผมแปลก ๆ บ้าง แต่ผมก็ไม่มีทีท่าให้มันสงสัยมากกว่านี้ เรื่องที่ผมทุกข์ตอนนี้ ผมคงคุยกับมันไม่รู้เรื่อง

เพราะมันเป็น . . .

. . . ผู้ชาย

ผู้ชายที่ไหนจะมาเข้าใจเกย์แบบผม . . .




จึงไม่แปลก ที่ผมเลือกที่จะโทรหาไอ้แดน อย่างน้อยที่สุด ผมคุยเรื่องแบบนี้ได้สนิทใจกว่าไอ้เพื่อนรักของผมแน่นอน

ผมยอมรับว่าตอนนั้น ผมหวงโกเมศวร์มัน หวงมากเสียด้วย แล้วยิ่งมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์

มารศาสนา หลอกตุ๋ยเด็ก . . .

. . . รวบคาผ้าเหลือง พร้อมยาบ้า

สารพัดข่าวที่ไม่ดีในตอนนั้น มันทำให้ผมอดมองในทางลบไม่ได้ ผมไม่อยากให้คนที่ผมรัก เจอกับเรื่องที่แย่ ๆ ขนาดเรื่องที่มันมีอะไรกับผม ผมเองยังรู้สึกละอายใจเลย เพราะมันไม่เคยบอกรักผมสักครั้ง . . .

ทุกครั้งที่มันบอกมา . . .

. . . ผมรักพี่อาร์มนะ . . . แบบพี่ชาย

ผมสงสัยนะ รักแบบพี่ชาย แต่นอนแก้ผ้ามีอะไรกันได้นี่นะ มันทำได้อย่างไรกัน ผมคิดแต่เรื่องตัวเอง โดยไม่มองว่าทำไม มันถึงยอม เพราะถ้าผมมองไปในเวลานั้น ผมอาจจะเจ็บปวดกับสิ่งที่มันทำก็ได้

มันยอมเพราะรักผม . . .

หรือ . . .

. . . มันยอมเพราะนี่คือสิ่งที่ผมต้องการ

จะยอมด้วยอะไรก็แล้วแต่ . . .

ผมสรุปเอาเอง . . .

มันรักผม ไม่น้อยไปกว่าที่ผมรักมันหรอก เพียงแต่ว่า ใครจะกล้าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองมากกว่ากันก็เท่านั้น ความรู้สึกที่ไม่เป็นปกติเหมือนมนุษย์ปถุชนทั่ว ๆ ไป น่าเปิดเผยมากนักหรือ

สำหรับตัวผมเอง . . .

. . . ไม่มีใครที่ผมต้องแคร์อยู่แล้ว

ผมจะเป็นอะไร . . . แบบไหน

ผมว่า . . .

. . . ผมไม่ทำความเดือดร้อนให้ใครเป็นพอ

แต่ . . .

. . . สำหรับโกเมศวร์ . . .




มันไม่ได้มีแค่ผม มันมีอีกมากมายรอบ ๆ ตัวมัน มันยังมีเพื่อน มีสังคม เวลานั้น ผมไม่เคยคิดแบบนี้ ผมมองเห็นแค่มันเหมือนน้องเล็ก ๆ ที่ผมต้องดูแล มันเหมือนทุกอย่างในชีวิตที่จะผิดพลาดไม่ได้

ผมลืมไป . . .

. . .มันคือคน . . .

มีชีวิต . . . มีลมหายใจ

. . . มีความรู้สึก . . .

ใช่ตุ๊กตาที่ใครจะจับมันวางไว้ตรงไหนก็ได้ อาจเพราะผมเองเห็นสิ่งที่ตัวเองผิดพลาดมาแล้ว การที่น้องจะเดินไปตามทางที่เคยผิดพลาด ผมจึงเป็นห่วง ห่วงมันมากกว่าที่เคยเสียด้วยซ้ำ . . .

ผมคิดได้แค่ว่า . . .

. . . สิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาดมา . . .

มันจะต้องไม่พลาด

“ดูทำหน้าเข้า งานเยอะหรือไง ไอ้งานหลวงนี่คงไม่เท่าไหร่ แต่งานราษฏร์นี่สิ สังสัยทำหนักหัวใจ” ไอ้แดนมันแซวทันทีที่เจอหน้า

“เยอะดิ เหนื่อยว่ะ” ผมทิ้งตัวลงบนโซฟาที่มันใช้นั่งดูทีวี

“เลิกตั้งแต่ห้าโมง มาถึงเกือบสามทุ่ม ไมเหรอ มีปัญหากับคนที่บ้านหรือไง” มันส่งน้ำมาให้ผม

“ควยเหอะ เสือกทำเป็นรู้” ผมยิ้มให้มัน

“แล้วจริงมั้ยล่ะ” แดนจ้องหน้าผม

ผมนิ่งเงียบ ไม่ตอบมัน หยิบรีโมทมากดช่องโน้นทีช่องนี้ที หากสายตาปรายตามองมันอยู่ ผมรู้มันเองก็จับจ้องผมอยู่เหมือนกัน ท่าทางมันอยากรู้เสียเต็มประดา แต่ยิ่งมันอยากรู้ ผมจะยิ่งทำเฉย

“อะไรจริง”

“ไม่รู้ ใครก็ไม่รู้ ยืมทองเพื่อนไปตึ้งเพื่อเอาไปจ่ายค่าเทอมให้ . . .” มันทำเสียงยานคาง

“ไอ้เพื่อนเหี้ยอีกแล้ว”

“นั่นยอมรับ . . . เลี้ยงต้อยซะด้วย อิจฉาโว้ย”

“ไอ้ทะลึ่ง” ผมถีบมันเบา ๆ

“พี่อาร์ม”



ผมปรายตาไปมองมัน เห็นแววตาของมันแล้วต้องหลบสายตา เพราะไม่ชอบเลยกับแววตาที่มันมองด้วยความห่วงใยเช่นนี้ ผมไม่อยากแปลความหมายจากสายตาของมัน

“อะไร”

“ทำแบบนั้นไม่เหนื่อยเหรอ”

“ทำอะไร”

“แอบโอนเงินเข้าบัญชีแทบทุกเดือน . . . “ ผมหลิ่วตามอง

“. . . ให้ผ่านพ่อชองเขา . . .”

คราวนี้ผมขมวดคิ้ว มันเอาเรื่องแบบนี้มาจากไหน ผมมองหน้ามัน ใบหน้ามันยียวนกวนโมโหผมจังเลย

“. . . แถมใจป้ำให้แม่เขายืมทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็แทบไม่มีเงินเก็บ ผมเลยถามไงว่าสิ่งที่พี่ทำอยู่นั้นไม่เหนื่อยหรือ” มันมองหน้าผม

ผมแน่ใจเรื่องนี้ ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้กระทั่งไอ้เพื่อนรัก . . .

มันเอามาจากไหนกัน . . .

“ไม่มีอ่ะ แกเอาอะไรมาพูด ไร้สาระน่า ใครจะบ้าทำแบบนั้น หาเรื่องอะไรที่มันน่าอำมากกว่านี้ดีกว่ามั้ง คนที่ทำเรื่องที่แกว่าน่ะ มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละ”

“อย่าหลอกตัวเองเลยพี่ ผมไม่บอกใครหรอก ผมบอกแล้วไงว่าผมรักพี่ และผมไม่หวังที่จะให้พี่มารักตอบผมด้วย เพราะผมรู้ สิ่งที่พี่ทำทั้งหมด ถ้าเป็นผม ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำได้เท่ากับที่พี่ทำหรือเปล่า”

“ขอบใจ”

“เปลี่ยนจากคำขอบใจได้มะ”

“เปลี่ยนอะไร”

“ก็เปลี่ยนจากคำขอบใจ มาเป็นเริ่มรักไอ้แดนวันละนิด ทีละหน่อยไง”

“ทุกวันนี้ไม่รักหรือไง”

“มันคนละแบบกัน” มันทำหน้ากวนโอ้ยเสียด้วย ผมละอ่อนใจกับมัน เพียรพยายามจีบกูจัง เวลาอยู่กันสองต่อสอง

“ได้ รักแบบนั้นก็ได้ คืนนี้นอนกันเลยมะ แล้วหลังจากพรุ่งนี้ก็กลายเป็นคนแปลกหน้ากัน ประมาณว่าน้ำแตกก็แยกทางไง” ผมยิ้มกับมัน

“ไม่เอา ผมรักพี่นะ ไม่ได้ต้องการมีเซ็กส์ ผมรู้น่า เพราะยังไงพี่ก็รักผม ผมแค่แหย่เล่น ไม่อยากเห็นพี่ซีเรียส มีอะไรที่ผมช่วยได้มั้ยพี่”

“มี”




“อะไรครับท่าน” มันชูสองนิ้ว

“ใครพูดเรื่องนั้นกับแดน”

“เรื่องไหน” มันทำหน้า ทำตาน่าถีบชะมัด

“แอบโอนเงิน อะไรพวกนี้”

“ขอโทษพี่ ความลับ บอกไม่ได้”

“ไอ้โอ๋รู้มั้ย” ผมมองหน้ามัน ไม่อยากให้ไอ้เพื่อนรักรู้ เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยความรู้สึกในตอนนี้

“ไม่รู้”

“จะบอกมั้ย” ผมมองหน้ามันทำตาละห้อย

“เอ บอกดีมั้ยน่า พี่ว่าผมจะบอกดีมั้ย” ผมอดยิ้มไม่ได้ มันน่าจะเป็นคนเดียวที่เข้าอกเข้าใจผมมากที่สุด ในฐานะ มันเองก็แอบรักคนอื่นเหมือนกัน คนแอบรักเหมือนกัน ย่อมเข้าใจกันเป็นธรรมดา

“ไอ้แดนนนนนนนนนนนนนน” มองมองมันตาเขียว

“ครับผม ความลับครับผม” มันส่งมือมาให้ผมจับ

“อีกเรื่องนึง”

“อะไรครับท่าน” มันทำท่าล้อเลียนผม

“ทำมาม่าให้กินหน่อยดิ หิวมาก” ผมเอามือลูบท้อง

“ทุกทีอ่ะ”

“อ้าว ไม่เคยมีใครบอกเหรอ ว่าน้องแดนทำมาม่าอร่อย ถึงแดนจะไม่หล่อเท่าทอมครูช แต่แดนทำมาม่าอร่อยนะครับ”

“ไอ้พี่เลว หักคอกันแบบนี้เลยเหรอ” มันบ่นแต่เดินกลับเข้าไปในมุมครัวของคอนโดมัน เรื่องมาม่านี่ ยกให้มันละครับ มันทำอร่อยจริง ๆ

แต่เรื่องที่มันรู้นี่สิ . . .

ผมคิดหนัก . . .

. . . มันรู้ได้อย่างไร

ในเมื่อผมไม่เคยบอกใครเรื่องนี้ แล้วไอ้โกเองมันก็ไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำ สักวันนึงผมต้องรู้ให้ได้ ว่ามันรู้เรื่องที่ผมทำทั้งหมดได้อย่างไร ในเมื่อผมไม่เคยปริปาก บางทีเหมือนกับที่เขาบอก

ความลับไม่มีในโลก . . .




เพียงไม่นานมาม่าชามโตกลิ่นหอมก็โชยมาแต่ไกล หลังจากหายโมโหความหิวมันก็มาเยือน ผมผละจากหน้าจอทีวีไปช่วยมันยก ก่อนมานั่งต่อที่เดิม เปิดพัดลมเป่าเพื่อให้มันหายร้อนเร็ว ๆ

“น่ากินจริ๊ง ๆ . . .” ผมตะแคงชามให้พัดลมเป่า

“. . . อันนี้ขอนะอร่อย” ผมเอาตะเกียบคีบแฮมในชามไอ้แดน ของชอบผมอ่ะ

“อะไรว่ะ ใส่เท่ากันนะโว้ย” มันเอาตะเกียบปัดป้องพัลวัน

“หวงว่ะ”

เสียงโทรศัพท์ของมันดังขึ้น มันหยิบมามอง

“พี่โอ๋ว่ะ . . . เปิดโฟนเลยนะ” มันบอกก่อนที่จะกดรับสาย

“. . . สวัสดีครับท่านพี่”

“เรียกไอ้อาร์มมาคุยกับพี่หน่อย” นั่น เสียงมันสั่งมาเลย ไอ้แดนมันเปิดโฟนอยู่น่ะครับ

ผมทำสัญญาณบอกว่าไม่อยู่

“ไม่มีนี่พี่ . . . แยกกันตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว”

ผมชูหัวแม่โป้งสองนิ้วให้มัน มันแหล . . .

. . . ลื่น

ได้ใจผมทีเดียว เรื่องแบบนี้มันงานถนัดกันจริง ๆ เรื่องสาระแนแหล ๆ ขอให้บอก ทำกันได้อย่างดีด้วย

“อย่ามาฟอร์มไอ้แดน เรียกมันมา” ไอ้เพื่อนรักมันเหมือนมีตาทิพย์ซะงั้น

“มีธุระอันใดไม่ทราบ” ผมกรอกเสียงไป

“ไอ้เหี้ย โทรศัพท์เขามีไว้ติดต่อยามฉุกเฉิน ปิดเครื่องทำพระบิดามึงเหรอ กูกดหามือแทบหงิก”

“ไอ้นี่ด่าหลวงพ่อ เดี๋ยวกูฟ้อง”

“กูด่ามึง ไอ้อาร์ม” มันรีบแก้ตัวเชียว

“มีอะไร โทรตามจิกอย่างกะกูเป็นเมียมึงงั้นแหละ”

“มารับกูด้วย”

“ไอ้บ้า รับห่าไรที่ไหน ก็ตอนเลิกงานก่อนกูเข้าบ้าน กูแวะส่งมึงที่บ้านแล้วนี่หว่า มึงจะออกมาทำเหี้ยอะไรอีก”

“ยังไงก็ต้องมารับว่ะ เพราะกูคงไม่มีรถกลับ”

“ควยเหอะ กูจะนอน”

“ไม่ได้ ต้องมาเดี๋ยวนี้ด้วย เร็วเข้า กูถึงนวนครแล้ว”




“ไปไหนของมึง” คิ้วผมขมวดเข้าหากัน

“อยุธยา รีบออกมาเลยไอ้ห่าอาร์ม” นั่น เพื่อนร๊ากกกกก อยากให้ไปรับ แต่พูดจากไม่ไพเราะเอาเสียเลย ผมล่ะอ่อนใจกับมันจริง ๆ

“. . . อ้อ ไอ้เจ้าของเครื่องด้วย ออกมาเลย แล้วเดี๋ยวกูโทรบอกให้รับที่ตรงไหน อย่าลีลานะมึง กูไม่อยากรอนาน”

ไอ้เพื่อนเลว . . .

. . . สั่ง ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วกดวางสายซะงั้น ผมมองหน้าไอ้แดน ก่อนทิ้งชามมาม่า แล้วลงไปที่ลานจอดรถทันที

ไม่รู้มันมีอะไรของมันนักหนา ผมไม่เข้าใจมันหรอก ว่ามันจะมาอยุธาทำไมดึก ๆ ดื่น ๆ ขนาดนี้ ผมไปถึงอยุยาอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา

ดึกแล้ว . . .

น่ากลัวเหมือนกันแฮะ บรรยากาศเมืองเก่าเงียบสงบ แต่หากให้ผมขับมาคนเดียวสงสัยได้ขับไปทั้งน้ำตาเป็นแน่ ทำไมมันน่ากลัวเช่นนี้หนอ

ผมมองหาร้านที่มันบอกให้แวะไปรับ ก่อนเลี้ยวรถเข้าไป . . .

คนที่นั่งอยู่กับมัน . . .

โกเมศวร์ . . .

“พี่อาร์ม โน่นพี่โอ๋กับไอ้โก” แดนมันชี้ ผมเห็นแล้ว เห็นก่อนที่มันบอกผมเสียด้วยซ้ำไป

ผมจอดรดเทียบร้านที่มันสองคนนั่งกินข้าวอยู่ . . .

“กินไรมั้ยมึง” ไอ้เพื่อนผมมันหันมาถาม แต่ปากมันเคี้ยวตุ้ย ๆ

“รีบกินเหอะมึง จะได้กลับ กูง่วง ขับด้วยนะมึง” ผมโยนกุญแจรถไปที่โต๊ะ ก่อนเดินกลับไปนั่งในรถ

“แดนมากินข้าวต้มก่อนมา ปล่อยแม่งมันนอน”

ผมเหนื่อยนะ . . .

. . . เหนื่อยมาก วันนี้งานยุ่งทั้งวัน แถมมาเจอเรื่องบ้า ๆ อะไรอีกก็ไม่รู้ มันทำให้ผมผล็อยหลับไปมารู้สึกอีกทีก็เมื่อไอ้เพื่อนเลวมันปลุกผมนั่นแหละ

“ห่านี่นอนมาตลอดทางเลยนะมึง” มันเขย่าตัวผม

“ที่ไหนว่ะ”

“บ้านมึงไง”

ผมงัวเงีย มองไปในบ้าน ที่ลานจอดรถว่างเปล่า ผมหันไปมองหน้าไอ้โก ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน . . .




“ไปแดนไปนอน พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้าอีก” ไอ้เพื่อนรักมันคว้าหมับเข้าที่คอไอ้แดน ก่อนเดินเข้าไปในบ้านผมเฉยเลย

“บ้านกู . . .”

“แล้วไงเพื่อน กูขับรถไปกับน้องมึง เอารถไปส่งเจ้าของ แล้วมึงจะใจดำไล่กูกลับบ้านเหรอ เสียใจเพื่อน ถ้ามึงไม่ให้กูนอนห้องมึง น้องมึงมันยกห้องมันให้กูแล้วว่ะ ราตรีสวัสดิ์เพื่อนรัก พรุ่งนี้ตื่นเช้าปลุกกูด้วย . . .” มันหันมาส่งจูบให้ผมซะงั้น

“ . . .แดน จะนอนกับพี่หรือนอนกับไอ้อาร์ม แต่นอนกับพี่รับรองหลับสนิทเพราะพี่นอนไม่กรน” มันเสือกรู้อีก เลวจริง ๆ

“ผมนอนกับพี่โอ๋” มันรีบวิ่งตามตูดเพื่อนผมไปอย่างรวดเร็ว

ดีมาก . . . รู้งาน

ผมไม่พูดอะไร ได้แต่มองหน้ามัน ก่อนเดินขึ้นไปห้องนอน ทิ้งตัวลงกับที่นอน ที่นอนที่ผมรู้สึกสนิทใจที่สุดยามล้มตัวลงนอน ความรู้สึกตอนนี้ มันโล่งนะ ผมว่าผมมีความรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนที่ผมระเบิดอารมณ์ใส่มันเสียอีก ตอนนั้นผมยังกลัวตัวเองเลย จะเรียกว่าไงดี

หึง . . . ก็อาจจะ มีนะ นิดนึง แอบคิด มันจะไปมีอะไรกับนักบวช

แต่ . . .

ไม่น่าจะใช่ทั้งหมด ผมกลัวมากกว่า

. . . กลัว . . .

กลัวว่ามันจะรักคนอื่นมากกว่าผม กลัวว่าคนอื่นจะช่วยมัน แล้วมันจะลืมผมอะไรทำนองนี้ ผมนี่คิดอะไรที่งี่เง่าดีแท้ ประมาณ กลัวว่าตัวเองจะไม่มีความสำคัญอีก

“พี่อาร์ม” เสียงมันเรียกเมื่อล้มตัวลงนอน

จากที่นอนหงาย ผมพลิกตัวกอดหมอนข้างทันที นอนหันตูดให้มันเสียด้วย ประมาณว่ากูงอนนะ

ง้อกูดิ อิอิอิ

“พี่อาร์ม ผมรู้นะยังไม่นอน”

เออ . . . ก็กูยังไม่หลับ

ไม่งั้นพอมึงล้มตัวนอนกูจะหันตะแคงไปกอดหมอนข้างหาพระสวรรค์วิมานอะไรล่ะ นี่มึงไม่รู้หรือว่าอาการแบบที่กูเป็นนี่เขากำลังเล่นตัว อยากให้ง้อ หัดเข้าใจคนอื่นเสียบ้างก็น่าจะดี

“ผมเอารถไปคืนแล้วนะ . . .” มันบอก ก่อนสอดแขนมากอดผมเอาไว้

นี่กูไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย . . .




มันมากอดกูก่อนซะงั้น แต่อย่างว่าล่ะครับ เรื่องงอนนะ เรื่องถนัดของผมเสียด้วย

“พูดกับผมหน่อยสิพี่ นะนะ” มันจูบเข้าที่ท้ายทอยของผม

“อย่ายุ่งจะนอน” ผมดิ้นไปมา ให้ตัวเองเข้าอยู่ในอ้อมกอดมันถนัดขึ้น อิอิอิ เลวได้ใจเลยกรู เจ้าเล่ห์ชิบ

“ผมอยากให้พี่รู้ ผมไม่อยากได้ของเขา ไม่เคยคิดอยากได้”

“ไม่เกี่ยวไรกัน”

“เกี่ยวสิพี่”

“เกี่ยวยังไง”

“ก็พี่ไม่สบายใจ ผมไม่อยากให้พี่ต้องไม่สบายใจ” มันซุกหน้าเอาไว้ที่ท้ายทอยผม

“ช่างเหอะ”

“เออ ผมเอาเงินที่อาจารย์ให้คืนแกหมดแล้วด้วยนะ ผมคืนหมดทุกบาทเลย”

ผมยิ้ม . . .

มันโล่งมากที่สุด อย่างน้อย มันก็ไม่ได้อยากได้เงินของเขา แต่ที่มันรับอาจเพราะมันรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากแต่ผมยังนอนเฉย นอนยิ้มในอ้อมกอดของมัน ในขณะที่มันทุกข์เพราะกลัวผมโกรธ แต่ผมมีความสุข

เพราะอ้อมแขนมันร้อยรัดผมอยู่

“ดีแล้ว ขอโทษแล้วกันที่วันนี้พี่พูดแรงไป”

“ทีหลังผมจะคิดให้มากกว่านี้ ผมรู้พี่ห่วงผม ผมรู้ว่าพี่รักผม ผมไม่อยากให้พี่ต้องไม่สบายใจ”

“ดีแล้ว งั้นคืนนี้นอนคนเดียวนะ”

“ทำไมอ่ะพี่”

“พี่จะไปนอนกับไอ้โอ๋มัน”

“ทำไมอ่ะ”

“ไม่อยากให้มันรู้ ไม่อยากให้มันมองโกไม่ดี นอนคนเดียวได้นะ”

“ครับพี่”

“พี่รักโกนะ” ผมหันไปบอกมัน ก่อนหอมที่แก้มของมัน แล้วลุกเดินไปนอนที่อีกห้อง

ผมมันพวกเจ้าเล่ห์ . . . ไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย

. . . ส่วนดีของผมเหรอ . . .

มีแค่เรื่องเดียวกระมัง . . . รักหมดใจ รักหมดชาม อิอิอิ





Create Date : 12 มกราคม 2553
Last Update : 12 มกราคม 2553 17:33:56 น. 1 comments
Counter : 433 Pageviews.

 
โอ้ววว์.. อ่านตอน ๑๘ ยิ้มได้อีกละค่ะ


โดย: ผูู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:14:06:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.