Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ธ า ตุ พ น ม ] รักฤๅผูกพัน ฯ # ๑๔ #

**คำเตือน** 



เรื่องนี้ . . .



เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิง



ไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 



หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้



ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก




ต อ น ที่   ๑ ๔







Free TextEditor


ไอ้เพื่อนรักกลับไปเมื่อตอนค่ำ หลังจากที่มันกับแดนไปซื้อของกินมากินยั่วผม กลิ่นอาหารของชอบ ชวนอาเจียน อาจเพราะฤทธิ์ยาที่โดนรมยังอยู่ในปอด ถึงได้ไม่อยากกินอะไรเลย

ผมยังไม่หลับ เพราะหมดฤทธิ์ยาสลบ มันเจ็บปวดทรมานสุด ๆ ต้องร้องขอมอร์ฟีน มันปวดมาก ปวดกว่าตอนที่ยังไม่ตัดทิ้งเสียอีก ผมโดนไอ้เพื่อนรักมันหลอกเสียแล้วล่ะงานนี้

โกเมศวร์กลับมาอีกครั้งในตอนดึก . . .

มันยิ้มมาแต่ไกล หอบข้าวของมาพะรุงพะรังไปหมด ผ้านวม ของกิน และที่ผมเห็นในอ้อมแขนมัน หมอนเหม็น ๆ ที่ผมใช้หนุนนอนทุกคืน

ผมติดหมอน . . .

ไม่รู้สิ เวลาผมไปเมามา ต้องอยากกลับบ้าน เวลาได้หนุนหมอนใบที่หนุนประจำมันหลับสบาย

“พ่อกินข้าวยังครับ ผมซื้อเกี๊ยวปูหมูแดงมาฝาก” มันชูถุงที่หิ้วมาในมือ

ผมมองมัน . . . เมื่อมันเอาของไปวางไว้

“กินตอนเย็นกับลูกโอ๋ รายนั้นไปซื้อของมาเต็มเลย”

“แปรงสีฟัน ยาสีฟันละครับ ขาดอะไรมั้ยครับผมได้ลงไปซื้อ”

“แม่เตรียมมาแล้วลูก โกล่ะกินอะไรมาหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“โอ้ย” ผมร้อง เพราะมันเจ็บอีก

“พี่อาร์ม”




มันปรี่มาถึงที่เตียงในทันที ผมมองหน้ามัน สายตามันที่ทอดมองมายังผม ผมไม่รู้จะอธิบายได้อย่างไร ผมรู้แต่สายตามันพูดได้ ความห่วงใยที่มันส่งมา ผมรับมันได้

ผมเอาหมอนมาทับหน้าท้องกดทับแผลที่เพิ่งผ่าตัด มันทุเลาลงมาก . . . เมื่อโดนกดทับ

“ไหว หมุนเตียงขึ้นหน่อยได้ไหม”

มันทำตามอย่างว่าง่าย “อย่าขยับมากดิ แผลเพิ่งผ่าตัด”

“หมอบอกให้พยายามขยับตัว อวัยวะจะได้เข้าที่ แต่มันปวด เพิ่งขอมอร์ฟีนไปเอง”

“พูดไป ถึงกับต้องขอมอร์ฟีนเลยเหรอ”

“จริง ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองหัดเดิน”

“ลุกให้รอดก่อนเหอะพี่”

“อ้าว ถามพี่โอ๋ดิ มันบอกพี่ ตอนมันผ่าวิ่งได้ในเจ็ดวัน” ผมมองหน้าโก มุขนี้ไอ้เพ่าอนรักผมมันเล่น ตอนที่ไอ้โกนอนหลับ หวังว่าคงเห็นมันยิ้มได้อีกรอบ

“โม้แล้ว”

“จริง ๆ นะ” ผมอมยิ้ม ตีหน้าจริงจัง

“ยังไง วิ่งได้ไง ยังไม่ตัดไหมด้วยซ้ำ”

“ก็นับดิ จันทร์ อังคาร พอถึงอาทิตย์ จันทร์อีก เจ็ดวันเอง ไม่เคยมีวันที่แปด”

“โห มิน่า คบกันได้ มุขแต่ละมุข”

ผมยิ้ม กลั้นหัวเราะ เอาไว้ ขืนหัวเราะตอนนี้มีหวังตายแน่ ๆ มันเจ็บจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว โกมันยิ้มกว้าง แบบที่ผมอยากเห็น หากไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ผมเจ็บมันคงฟาดผมเต็มมือแน่ ๆ มันเดินกลับไปแกะของที่มันซื้อมาใส่ชาม

“แม่ลองกินดู เจ้านี้อร่อย พี่อาร์มยังชอบเลย” มันจำได้เสมอ ผมชอบกินอะไร

ผมได้แต่มองสิ่งที่โกมันทำ . . .

สิ่งที่ผมคิดตอนนั้น ผมยิ้ม ทั้ง ๆ ที่เจ็บแผลอย่างที่สุด ร้อยทั้งร้อยเจอแบบผม คิดแบบเดียวกับผมทั้งนั้น ผมไม่ได้คิดแบบเข้าข้างตัวเองจนสุดโต่ง

. . . แต่สิ่งที่ผมเห็นด้วยสองตา รับรู้ด้วยความรู้สึกมันบอกผมแบบนั้น

ผมไล่มันกลับหลังเวลาเที่ยงคืน . . .

ดูท่ามันไม่อยากกลับ อยากนอนเฝ้าผม แต่ผมไม่ยอมหรอก พรุ่งนี้มันต้องทำงานแต่เช้า แล้วตอนบ่ายมันต้องไปเรียนอีก งานมันเยอะเพราะมันเก่งปฎิบัติด้วยมั้ง อาจารย์เลยหางานพิเศษให้มันทำ

คืนแรกของการผ่าตัด . . .



ผมนอนร้องครวญครางทั้งคืน มันเจ็บปวดเหลือเกิน คนที่สลับวิ่งไปมาดูที่เตียงของผม . . . พ่อกับแม่

แววตาที่แม่มองผม . . .

. . . คล้ายอยากเจ็บแทน . . .

ผมยิ้มทั้ง ๆ ที่เจ็บ ไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจไปกว่านี้

“เผลอพลิกตัวไปทับแผลครับแม่ แม่ก็รู้ อาร์มชอบนอนตะแคงขวา แต่ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ แม่นอนเหอะ เดี๋ยวมีอะไรอาร์มเรียก”

การโกหกเป็นบาป . . .

. . . แต่การโกหกบริสุทธิ์แบบผมบาปมั้ย . . .



ผมต้องทนนอนกัดฟันเจ็บไปจนเกือบรุ่งสาง มันบอกไม่ถูก อาจเพราะบางอย่างถูกเฉือนทิ้งกระมัง ร่างกายยังปรับสภาพไม่ได้ คงต้องรอเวลาอีกสักระยะ แล้วร่างกายจะปรับสภาพของมันเอง

เวลา . . .

ทุกอย่างมันขึ้นกับเวลาทั้งนั้น

ร่างกายเจ็บป่วย ก็ต้องใช้เวลาในการรักษา เวลามันเยียวยาได้ ไม่แตกต่างอะไรไปจาก

. . . หัวใจ . . .

ทุกอย่างเยียวยาด้วย . . .

. . . เวลา

ผมหลับไปได้ไม่นานก็ต้องตื่น เพราะพยาบาลเข้ามาตรวจวัดไข้แทบทุกชั่วโมง เช้าแล้ว เพราะแสงที่ลอดหน้าต่างเข้ามา เป็นแสงแดดอ่อน ๆ แม่เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ ผมจับมือแม่เอาไว้

“รักแม่นะครับ”

“อะไร ลูกคนนี้นี่”

“จริง ๆ นะแม่ อาร์มรักแม่ แต่แม่ดูผอม ๆ ไปนะครับ ไปหาหมอบ้างหรือเปล่า”

“จ๊ะแม่รู้ แม่ก็รักอาร์ม อยู่เฉย ๆ แม่เช็ดให้ก่อน” มือแม่เบา ยามที่ผ้าผ่านเนื้อไปตามที่ต่าง ๆ ผมรู้สึกเหมือนลอยได้

แค่ . . .

. . . สัมผัสจากแม่

“แม่ผอมมากเลยนะเนี่ย” ผมจับข้อมือแม่



“ทำไมมันกำได้รอบแบบนี้ล่ะแม่” ผมมองหน้าแม่ แม่ยิ้มสวยแบบเคย

“อ้าว หุ่นนางแบบ ตามสมัยนิยามไม่ใช่เหรอ เห็นสาว ๆ สมัยนี้อยากผอมกันจะตายไป” แม่ยิ้มอีกครั้งหัวเราะเบา ๆ

“เสร็จแล้ว ทาแป้งหน่อยมั้ย”

“ไม่ดีกว่า” ผมยิ้มให้แม่ แม่ยิ้มตอบ

รอยยิ้มแม่กว้าง ฟันเรียงสวย ผมชอบมองเวลาแม่ยิ้ม แววตาแม่ใจดี ยิ้มด้วยเสมอ แม่อารมณ์ดีอยู่เป็นนิจ

ประตูเปิดเข้ามา . . . .

ผมหันไปมอง . . .

โกเมศวร์ . . . ผมขมวดคิ้วเข้าหากัน เจ็ดโมงกว่านิดหน่อย มันมาทำไรตั้งแต่เช้า มันไม่ไปทำงานหรือ อีกหลาย ๆ คำถามที่เกิดขึ้นในใจของผม

หาก . . .

. . . คำถามเหล่านั้นได้คลี่คลายลงหมด . . .

“ตื่นยังครับ มีกาแฟกับปาท่องโก๋ ข้าวเหนียวสังขยาด้วยครับ” มันบอกพ่อกับแม่ ก่อนเอามันไปแกะใส่แก้ว

ผมมองมัน . . . ก่อนหลับตานิ่ง

ความคิดผมเตลิดไปไกลเสียแล้ว ผมดีใจนะ มันไม่ได้แค่ดูแลผมยามผมเจ็บป่วย แต่สิ่งที่มันกำลังทำอยู่นี่ มันดูแลพ่อแม่ของผมด้วย มันแคร์คนที่ผมรักทุกคน

“ตอนเที่ยงจะกินอะไรมั้ยครับ ผมจะแวะเอามาให้”

“ไม่ต้องหรอก ไปทำงานเหอะ ตอนเย็นก็ต้องไปเรียนอีก อย่าลำบากเลย แม่กับพ่อหากินแถวนี้ก็ได้” แม่เสียงหวาน

“เมื่อคืนเจ็บอีกมั้ย” คำถามมัน มาก่อนที่มันจะมาถึงเตียงของผมเสียอีก

ผมพยักหน้ารับ ไม่อยากบอกว่ามันเจ็บขนาดไหน กลัวแม่จะเป็นห่วง เพราะเมื่อคืนก็ทำให้แกไม่ได้นอนทั้งคืนแล้ว

“ปวดฉี่ เอาคอมฟอร์ตหน่อย”

“อยู่ไหน”

“ห้องน้ำ”

มันเดินไปหยิบอกมา ก่อนรูดม่านปิดบังสายตา พ่อกับแม่ที่นั่งกินมื้อเช้าที่มันซื้อมาอยู่

“ฉี่เองได้นะ”



สายตามันเหลือบไปทางพ่อกับแม่ ผมรู้ความหมายจากสายตาโดยไม่ต้องแปล ของบางอย่าง ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกให้ใครได้รับรู้ ยิ่งเป็นคนที่เรารักที่สุด บางทีเขาจะรับรับสภาพไม่ได้เป็นแน่

“อือ”

มันออกไปนอกม่าน ปล่อยให้ผมทำธุระส่วนตัว เมื่อคืนตอนฉี่ แม่ยืนมอง จนผมบอกให้หันไปก่อน แม่ยังบอก เดี๋ยวนี้หัดอาย แม่คงลืมไป ผมโตแล้ว แต่ในสายตาของแม่ ผมคงเหมือนเด็ก ๆ เช่นเคย

“โก เสร็จแล้ว” ผมร้องเรียก เมื่อสิ่งที่อยู่ในคอมฟอร์ตมันเกือบเต็มไปด้วยน้ำอุ่น ๆ สีเหลือง

มันรับไปก่อนเปิดม่านเหมือนเดิม . . .

ผมมองมันเอาของเสียจากร่างกายผมไปเททิ้ง จากที่ผมรักมันมาก สิ่งที่มันทำ ผมรักมันมากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม ผมรู้เพียงแค่ว่า

คนนี้แหละ . . . ใช่

อาการเจ็บเริ่มหายไปเมื่อครบยี่สิบสี่ชั่วโมง ผมพลิกตัวไปมาบ่อยขึ้นตามที่หมอบอก ผมไม่อยากเป็นภาระ อยากจะช่วยเหลือตัวเองให้เร็วมากที่สุด ไม่อยากให้แม่ต้องกังวลกับการดูแลคนป่วยแบบผม

“หวัดดีคร๊าบ น้ำเงี้ยว แคปหมูน้ำพริกหนุ่มเจ้าอร่อยจากดอนเมืองครับ” ไอ้เพื่อนรักมันโผล่มาในตอนเย็น มือมันหิ้วของกินมาเต็มหมด

“แต่มันอร่อยสู้ฝีมือแม่ได้ได้หรอกครับ จริงมั้ยพ่อ” มันหาแนวร่วม

ผมยิ้ม อาการเจ็บป่วยคราวนี้ ผมรู้ได้ถึงคนที่ห่วงใยผม อีกสองคนนอกจากพ่อกับแม่ . . .

“ไงมึง ดีขึ้นมั้ย”

“อืม”

“แต่เมื่อคืนเจ็บแทบตายใช่มั้ย” มันมองหน้าผม

“เออเด่ะ ทำไมมึงไม่บอกกูว่ะ ว่าวันแรกมันเจ็บขนาดนี้ หนอย ตัดก็หายไม่เจ็บอีก ถุย หลอกกูได้”

“อ้าว บอกว่าเจ็บมึงก็กลัวดิ นี่กูผิดเหรอ”

เออ มันหวังดี ผมเข้าใจ ไม่โกรธมันหรอก เข้าใจมันดี เพราะไม่มีใครหรอกที่จะบอกว่าผ่าแล้วเจ็บ เพราะขืนบอกไปแบบนั้น ผมกลัวหนักกว่าเดิมอีก





ผมนอนอยู่โรงพยาบาลมาหกวันแล้ว แต่ทำไมกลับรู้สึกเหมือนกับว่ามันนานเสียเหลือเกิน ผมไม่อยากนอนแบบนี้เลย มันน่าเบื่อมากสำหรับคนทำงานแบบผม ที่วัน ๆ ผมต้องวิ่งไปโน่นมานี่เสมอ

สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกดีที่สุดในการนอนโรงพยาบาล . . .

ผมรักโกเมศวร์มากขึ้น . . .

. . . มันจะซื้อของกินมาให้พ่อกับแม่ทุกเช้า ส่วนตอนดึกหลังจากที่มันเลิกเรียน มันจะแวะมาทุกวัน ซื้อของกินมาให้พ่อกับแม่ สิ่งที่มันทำทั้งหมด ผมไม่เคยร้องขอ ผมมองมันแล้วอดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้

ทำไมนะหรือครับ . . .

เชื่อไหมครับ

สิ่งที่มันปฎิบัติกับพ่อและแม่ ผมไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ผมไม่เคยซื้อของกินเข้าบ้าน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่แม่ทำให้เสมอ โกเมศวร์มันสอนให้ผมรู้ว่า การเอาใจใส่คนที่รักเรา แค่สิ่งละอันพันละน้อยแบบนี้ จะทำให้คนที่เรารักมีความสุขขนาดไหน

ถ้า . . .

ใครเจอแบบที่ผมเจอ . . .

. . . จะเกลียดมันได้ลงคอหรืออย่างไร

สิ่งที่มันทำยามผมเจ็บป่วย . . .

. . . มากพอที่ผมตัดสินใจจะฝากชีวิตไว้กับมันได้มิใช่หรือ ?

มันทำแบบนั้นทุกวัน ในขณะที่ผมนอนที่โรงพยาบาล สิ่งที่มันทำเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่มันต้องดูแล

“อาร์ม พรุ่งนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว กลับถึงบ้านโทรบอกแม่นะลูก” แม่จับมือผมเอาไว้ เพราะแม่ต้องกลับเชียงราย ผมยิ้มกับแม่

“ครับผม”

“พ่อครับ รักพ่อนะครับ” ผมโผเข้ากอดพ่อเบา ๆ ก่อนปล่อย หันไปมองแม่ ที่มองเหมือนน้อยใจ

“แม่ครับ ให้อาร์มกอดหน่อย” ผมอ้อนแม่แบบเด็ก ๆ

แม่ยิ้ม ก่อนที่จะเดินมากอดผมเอาไว้ ผมกอดแม่เอาไว้แน่น มีความสุขกับอ้อมกอดของคนที่ผมรัก แม่กอดผมเอาไว้นาน หอมที่แก้มผมเบา ๆ

“รักอาร์มนะลูก ดูแลตัวเองด้วยนะ หายไว ๆ แล้วกลับบ้านเรานะ โกดูพี่เขาด้วยนะลูก แล้วไม่ต้องตามใจพี่เขาให้มากนะ โดนตามใจเสียจนเคยแล้วล่ะ”




“ครับ” มันรับคำเสียด้วย

ถ้าผมรู้ล่วงหน้า . . . .

. . . ให้ตายเหอะ . . .

ผมก็จะไม่ยอมให้พ่อกับแม่กลับเชียงรายเด็ดขาด . . .

“ไอ้ลูกแหง่ ไปได้แล้ว เดี๋ยวตกไฟลท์” ไอ้เพื่อนรักผมมันเร่ง

“อิจฉาเหรอมึง แม่ลูกเขารักกัน” ผมกัดกับมันได้ทุกเรื่อง ทุกทีด้วยซ้ำสิน่า ตอนนี้แผลไม่เจ็บแล้ว ผมเดินได้มากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ หมอยังบอก ผมฟื้นตัวเร็ว

แหม . . . กำลังใจดีขนาดนี้ ไม่หายก็แปลกละครับ

“โก ดูแลพี่อาร์มดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่กลับมา” ไอ้โอ๋หันมาสำทับอีกรอบก่อนที่จะหิ้วของพ่อกับแม่ออกไปจากห้อง

“โก” ผมเรียกมัน หลังจากไอ้เพื่อนรักของผม ไปส่งพ่อกับแม่ที่ดอนเมือง

“เอาอะไรพี่”

“เหนียวตัวมาก เหม็นไม่ไหวแล้ว”

“เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้”

“ไม่อ่ะ อาบครึ่งท่อนได้มั้ย ตรงนี้ เหม็นสุด ๆ” ผมเอามือจับที่ขาหนีบก่อนเอามาดม กลิ่นมันได้ใจมากเลยครับ แทบอ้วก

“ได้ ๆ แต่ต้องระวังไม่ให้โดนแผล พี่เดินไหวมั้ย”

“จับไว้ด้วยก็ดี ตายังลายอยู่เลย”

เข้าแผนชั่วผมละครับ อ้อนมันซะขนาดนั้น เดี๋ยวมันก็ต้องพาผมไปอาบน้ำครึ่งท่อน จะว่าไปแล้ว แค่เช็ดตัวนี่มันไม่ไหวอ่ะ เหงื่อที่ออกมามันกลิ่นยาชัด ๆ ผมไม่ชอบเลยกลิ่นแบบนั้น

มันแก้กางเกงผมช้า ๆ

น้ำจากฝักบัวราดลงช่วงล่างต่ำกว่าแผล โดยผมเอาผ้าปิดแผลไว้อีกชั้นกันพลาด ร่างที่ไม่โดนน้ำล้างมาเจ็ดวันแล้ว ไม่อยากบอกเลยว่ามันมีความสุขมากขนาดไหน มันค่อย ๆ ใช้สบู่ฟอกจากขาขึ้นมาถึงเข่า . . .

“ถูเองได้มั้ย” มันชี้ไปที่ตรงนั้น

“ถ้าทำเองได้จะขอให้ช่วยเหรอ”

“เออเนาะ” มันยิ้มก่อนที่จะใช้มือฟอกตรงไอ้อาร์มน้อยของผม มันลื่น ๆ เสียว ๆ จนผมมีอาการ

“อะไรว่ะ หื่นไม่เลือก” มันบอกพลางเอามือตบไปมาเบา ๆ

“อย่าเล่นดิ อาบเร็ว ๆ”




“อืม แต่ต้องอาบให้สะอาดเอี่ยมก่อน” ว่าแล้วมันก็ค่อย ๆ ก่อนที่จะฟอกสบู่ คราวนี้ไอ้อาร์มน้อยโมโหใหญ่เลย

มันหัวเราะ ก่อนเอาน้ำฝักบัวราด ผมอดที่จะหัวเราะตามมันไม่ได้ หัวเราะจนปวดแผลไปหมด นี่ตกลงมันจะอาบน้ำให้ผมดีขึ้นหรือจะทำให้ผมตายเพราะขำกันแน่ แต่ถึงจะตายตอนนี้ผมก็ยอมละครับ

มีความสุขเสียขนาดนั้น . . .


ผมไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาทั้งหมดจะเรียกว่าอะไรดี เพราะจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ผมยังไม่สามารถหาคำตอบจากเรื่องที่เกิดมาทั้งหมดได้ ผมรู้แค่ว่า สิ่งที่มันผ่านมาแล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้

เหมือนสายน้ำ . . .

. . . ธรรมชาติของน้ำ . . .

น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ อะไรก็ตามที่ผ่านมาแล้ว มันก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีก เฉกเช่นเดียวกับสายน้ำ

“อะไรเหรอพี่” ผมยื่นธนบัตรราคาสูงสุดสิบฉบับให้โก มันมองหน้าผม ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำ

“ให้โก”

“มาให้ผมทำไม” มันเลิกคิ้วสูง

“ที่จ่ายไปตอนที่พี่อยู่โรงพยาบาล”

ก็ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งวันที่ออกจากโรงพยาบาล โกมันใช้เงินไปมากอยู่ ทั้งค่าตรวจที่โรงพยาบาลแรก ค่ากิน ที่มันซื้อมาให้พ่อกับแม่ผมเสมอทุกวันจนกระทั่งท่านทั้งสองกลับเชียงราย

“ไม่เอา” มันผลักมือผมกลับ

“รับไว้เหอะ”

“ไม่รับพี่”

“ทำไม”

“พี่อาร์ม ตอนนี้ผมมีงานทำแล้วนะ ถึงจะเงินเดือนไม่มากก็เหอะ แต่อย่างน้อยมันก็พอใช้นะพี่ แล้วอีกอย่างพี่ช่วยผมมาเยอะแล้ว”

“ไม่เห็นช่วยอะไรนี่”



“ช่วยสิพี่ มอเตอร์ไซด์ พี่ก็ซื้อให้ ค่าเทอมพี่ก็ออกให้บ่อย ๆ รถยนต์เวลาผมจะเอาไปใช้พี่ก็ไม่หวง แถมวันหยุดยังพาไปดูหนัง อีก แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไงแล้ว”

“โก” ผมเรียกมัน ตื่นตันในหัวใจ

“พี่เจ็บป่วยผมก็ดูแลสิครับ ผมไม่มีพี่ พี่คือพี่คนเดียวของผมที่ผมมีนะครับ เรื่องแค่นี้ ผมทำให้พี่ได้ ผมรับเงินพี่ไม่ได้จริง ๆ หรอกนะครับ ถ้าพี่รักผมแบบที่พี่บอก เรื่องนี้ผมขอนะครับ ขอให้ผมได้ทำอะไรเพื่อพี่บ้าง”

ผมดึงมันมากอดเอาไว้ . . .

ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ทุกอย่างมันมาจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ มันตื้นตันจนบอกไม่ถูก ผมไม่สามารถที่จะอธิบายความรู้สึกในเวลานั้นออกมาได้ ผมรู้เพียงแค่ว่า คนที่อยู่ในอ้อมกอดผมเวลานี้ คือคนที่ผมรัก

มันรักผม . . .

มันจะไม่มีวันทอดทิ้งผมเป็นอันขาด ผมได้แต่กอดมันเอาไว้ ไม่รู้จะบอกความรู้สึกที่ตัวเองมีได้อย่างไร สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คือกอดมันเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ คนที่ผมเอามาเรียน มันไม่ได้ไปไหนไกลผมเลย มันอยู่ข้าง ๆ ผมตลอดเวลา ผมเหมือนคนที่โชคดีที่สุดในโลก . . .

หาก . . .

ไม่มีใครรู้อนาคตข้างหน้า

. . . ผมเองก็เหมือนกัน . . .

ไม่รู้สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คือเก็บเอาความสุขที่มีในวันก่อน มาปลอบประโลมใจยามที่ผมต้องเสียสิ่งที่ดีที่สุดไป เพราะเราไม่สามารถเรียกสิ่งที่ผ่านไป กลับคืนมาได้อีกแล้ว

เวลา . . . ให้ผมมาเจอกับสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด

แล้ว . . .

เวลา . . .

. . . ก็พรากสิ่งนั้นไปจากผม . . .






Create Date : 09 มกราคม 2553
Last Update : 9 มกราคม 2553 19:08:28 น. 1 comments
Counter : 457 Pageviews.

 
555+ ตอนนี้มีแอบฮาเล็กน้อย เพราะฮามากไม่ได้เวลางานอ่าค่ะ ค่าอ่านอีก ๑ เม้นท์ค่ะ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:10:23:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.