เมษายน 2550

1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เมื่อรุ้งทำกงเป่าจีติงแบบพิศดาร มันก็เลยออกมาพิกลพิการแบบนี้แหละ (มีรูปเยอะนะ)
ก่อนจะเล่าว่าทำอีท่าไหน ก็ขอท้าวความก่อนว่าตอนอยู่เมืองจีนแรกๆ อาหารการกินลำบากเหลือเกิน ดันอยู่ในดงคนต่างชาติ ร้านอาหารแถวบ้านล้วนแล้วแต่ไฮโซหมด แถมส่วนใหญ่เป็นอาหารเกาหลีบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ฝรั่งบ้าง พอไปกินที ก็อิ่มจุกชะมัด สุดท้ายก็ต้องไปฝากท้องกับเซี่ยวหลงเปาและก็เกี๊ยวนึ่งที่ร้านระหว่างบ้านกะมหาลัย

ไอ้อร่อยมันก็อร่อย ไอ้ถูกมันก็ถูก แต่ว่ามันไม่ไหวแล้ว มันเกิน ผักก็ไม่ค่อยมี ขาดสารอาหาร ท้องผูกและอื่นๆ ออกไปซื้ออาหารกินก็หนาว วันๆ นั่งต้มแกงจืดอยู่บ้านเพราะทำอะไรไม่เป็น โชคดีข้างล่างของแฟลตมีเพลิงขายผักเล็กๆ ก็เลยไปถามเขาว่าทำอะไรกินดีที่ง่ายๆ เขาก็เลยแนะนำกงเป่าจีติง

กงเป่าจีติงก็คือไก่ผัดเม็ดมะม่วงนั่นเอง แต่สไตล์จีน อร่อยเป็นบ้าเลย (ตอนไปกินที่ร้าน) จขบ.ชอบมากๆ แต่พอทำกินเองที่แฟลต เพื่อนบอกว่า ไอ้นี่บ้านมันเรียกว่าผัดผัก -_-' ก็พอเข้าใจ เล่นเปลี่ยนส่วนผสมตามใจฉัน แหะแหะ

ส่วนผสมของกงเป่าจีติงก็มี (ตามสายตาคร่าวๆ นะ)

-ไก่ (หั่นเป็นลูกเต๋า)
-แครอท (หั่นเป็นลูกเต๋า)
-มันฝรั่ง (หั่นเป็นลูกเต๋า)
-พริกหวาน (หั่นเป็นชิ้นๆ ให้ใกล้เคียงลูกเต๋า)
-แตงอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่เมืองจีนเรียกว่า Huanggua ยาวกว่าแต่ความอ้วนพอๆ กะแตงกวา ผิวจะขรุขระ ไม่เรียบ และก็ไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนแตงกวา
-ถั่วลิสง (มั้ง) เม็ดใหญ่ๆ เม็ดมะม่วงก็ได้ แต่มันแพง
- หอมหัวใหญ่
- พริกแห้ง (น่าจะแห้งมั้ง)

ถ้าจำไม่ผิดก็มีประมาณนี้ๆ ผัดๆๆๆๆๆๆๆ แบบแห้งๆ ใส่เครื่องปรุงแบบจีน ออกมาก็อร่อยเหาะ ไม่มันเยิ้ม ร้านประจำที่กินก็จำชื่อไม่ได้ แต่ไปอีกก็จำได้ ^^"



ภาพจะขึ้นไหมหนอ ^^" เอาภาพมาจากเวปนี้ค่ะ //static.flickr.com/79/243870948_9a3ce67ecf.jpg?v=0

สรุปว่า นั่นแหละ ก็อยากกิน วันนี้เดินๆ ตลาดนัด เหลือบไปเห็นแครอทกะมั่นฝรั่ง ก็เลยซื้อมาเลย ไม่ดูตาม้าตาเรือเล้ย เดินไปร้านขายไก่ ก็เห็นเขาวางขายน่อง ปีก อก ไม่เห็นเป็นเนื้อๆ พูดง่ายๆ ซื้อไม่เป็น ก็เลยไปซื้อหมูมาแทน

หมูก็ไม่รู้จะซื้อยังไง ก็เลยเลือกๆ อันที่ไม่ติดมันเพราะไม่ชอบกินมัน ขอซื้อเขา 20 บาท นึกว่าจะไม่ขาย แหะแหะ

เลยได้ของมา 3 อย่าง 2 อย่างอยู่ในส่วนผสม อีกอย่างก็ไปหามาใส่เอง แล้วมันจะได้เรื่องเหรอเนี่ย

เอาล่ะ ลองมาทำมั่วๆ ดูละกันเนอะ

1. เอาหมูมาหั่นเป็นลูกเต๋า จขบ. ชอบให้มันใหญ่ๆ จะได้เต็มปากเต็มคำ ก็หั่นออกมาแล้วก็เอาซีอี้ว น้ำปลา พริกไทย เหยาะมันลงไป เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เหยาะมั่ว กลัวเค็มชะมัด เอามือลงไปคลุกๆๆๆๆๆ มันจะได้เข้ากัน เอาเข้าตู้เย็น (ปล. รูปจากมือถือสุดห่วย แสงเลยอนาถหน่อยนะคะ)



2. เอาผักต่างๆ ที่มี (พูดเหมือนเยอะเลยเนอะ) มาหั่นเป็นลูกเต๋า และแน่นอนว่า ต้องชิ้นใหญ่ๆ





อ๊ะ จขบ. กลัวมีด ปอกเปลือกอะไรพวกนี้ไม่ค่อยเป็นด้วย เนื้อเลยติดเปลือกไปซะเยอะ แต่ไม่เป็นไร เรามีหน่วยกำจัดขยะสดอยู่ในบ้านเยอะ



แต่รู้สึกว่าผักจะน้อยเกินไปซะหน่อย ไปคุ้ยๆ ตู้เย็นได้หอมใหญ่มา 1 ลูก แต่ จขบ.ไม่ชอบกิน เลยหั่นมาแค่ 1/4 ลูกก็พอ แล้วก็เหมือนเดิม หั่นชิ้นใหญ่ๆ พอเวลาที่จะเขี่ยมันออก จะได้สะดวก (แล้วจะใส่ทำไมเนี่ย)





3. รู้สึกหมูจะชิ้นใหญ่จัง เอาเข้าเตาอบอบก่อนท่าจะดี หมักหมูอยู่ได้แค่ 15 นาที มันจะอร่อยเหรอเนี่ย



4. ระหว่างที่อบหมู เราก็ตั้งกะทะ เอาน้ำใส่พอประมาณ แล้วเอาพวกแครอทกะมันลงไปต้ม เพราะจขบ. ชอบกินแครอทกะมันนิ่มๆ (แก่แล้วกินของแข็งๆ เดี๋ยวสุภาพฟันจะแย่)



5. หั่นไปดูน้องหมู ก็พบว่าเตาอบดังติ๊งแล้ว ลองเขี่ยๆ ดูก็รู้ว่าหมูข้างในๆ ยังไม่สุกดี แต่ไม่เป็นไร ผัดๆ เอาเดี๋ยวก็สุกเองแหละ แต่ปัญหาก็คือ พอหันกลับไปดูน้องผัก น้ำระเหยหมด ติดกะทะหมดเลย



6. ช่างมัน แงะๆ ผักออกใส่จาน แล้วหันไปล้างกะทะ ตั้งเตาอีกที ใส่น้ำมันเล็กน้อยที่สุดเท่าที่จะเล็กน้อยได้ เอาหมูน้อยลงไปผัดๆๆๆๆๆ



7. พอผัดเสร็จก็ใส่น้ำลงไป เพราะว่า จขบ. ชอบขลุกขลิก (มันไม่ใช่กงเป่าจีติงแล้วล่ะ มันควรจะเป็นหมูผัดตามใจจขบ.)



8. พอซักพัก ไม่รู้ว่าพักละเท่าไหร่ เอาเป็นว่าใส่ผักที่เมื่อกี้ติดกะทะลงไปละกัน ใส่ไปก็คนๆ มันไป



9. ก็คนๆๆๆ มันไปเรื่อยๆ แล้วก็ปรุงรส แต่ว่า ตอนที่หมักหมูแล้วอบ มันมีน้ำหมูที่เค็มใช้ได้เลย (คือว่าใส่เยอะเกิน) ก็เลยปรุงแค่นิดหน่อยเอง ที่ทำไปกินไปนะเนี่ย เครื่องปรุงก็มี น้ำปลา ซีอิ้ว ซอสหอยนางรมแล้วก็พริกไทย ถ้าใส่ครบก็รับรองได้เลยว่า


เค็มปี๋

เลือกๆ ใส่ละกันน้อ แต่รู้สึกว่าจะพลาดใส่พริกไทยไป 2 รอบ เผ็ดแหงๆ -__-'

10. กี๊ซซซซซซซซซซซซซซ ลืมหอมใหญ่ โกยใส่แทบไม่ทัน ก็เอากระบวยคนๆ มันหน่อย เดี๋ยวมันจะน้อยใจ เกือบไปแล้ว -_-'

11. ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยมีรูป เพราะตื่นเต้น ถ้าถ่ายไปทำไป สงสัย คงดับอนาถแหงๆ เอาเป็นว่าเล่าละกัน ก็คิดว่าอยากให้มันเหนียวๆ หน่อยๆ ก็เลยเปิดหาแป้งข้าวโพด (ไม่รู้ว่าแป้งมันหรือแห้งข้าวโพดดี แต่ชอบข้าวโพดมากกว่ามันเลยเลือกแป้งข้าวโพด) ปัญหาคือเข้าใจว่าคอฟฟี่เมตคือแป้ง เกือบใส่ลงไปแล้ว โชคดีเคยดูรายการครัวอาโนเนะ แล้วเห็นผู้เข้าแข่งขันใส่แป้งผิดประจำเลยตะโกนไปถามแม่ ยังถือว่าบุญยังพอเหลือเก็บนะเนี่ย

11. แม้ว่าจะสามารถใส่แป้งได้ถูกต้อง แต่ทว่าใส่เยอะเกิน เหนียวหนึบเลย แย่ชะมัด



12. กินไปได้ 3 คำ ฝืดคอเป็นบ้า ไม่ถูกจริต เลยเอาน้ำลงไปคั่วๆ มันหน่อยแล้วปรุงรสเพิ่ม ดันพลาดใส่พริกไทยลงไปเป็นครั้งที่ 3 แค้นตัวเองชะมัด

ไม่มีภาพถ่ยตอนท้ายเพราะหิว พอได้ก็ฟาดซะ ทีเหลือก็เข้าตู้เย็นไม่ให้ใครกิน กลัวชาวบ้านท้องเสีย

สรุปว่าอาหารที่ได้มีคอมเม้นท์ดังต่อไปนี้

1. หมูเหนียวชะมัด
2. มันไม่ค่อยถูกใจ
3. แครอทกะหอมใหญ่รสชาติดีมากๆ โชคดีนะเนี่ยที่มาใส่หอมตอนท้าย ขนาดไม่ชอบหอมยังกินเรียบ เสียดายไม่ใส่ซักครึ่งลูก
4. เผ็ด

ก็ประสบความสำเร็จ (คิดเอาเอง) อย่างดี แต่แนะนำว่า ถ้าอยากทำ ไปหาในเวปดูที่เขามีวิธีให้จะดีกว่า สารภาพว่าทำอาหารไม่เป็นเลย ไอ้วิธีทั้งหมดที่ทำคือ มั่วหมด ขอย้ำว่า มั่วหมด คือคิดเอาเองว่า อยากให้แครอทนิ่มก็ต้มก่อน ไม่รู้ชาวบ้านเขาทำยังไง

กงเป่าจีติงก็กลายเป็นหมูผัดอะไรก็ไม่รู้ซักอย่าง แม้ว่าจะไม่ได้เรื่อง แต่ก็ประทังความหิวไปได้แหละน่า




Create Date : 21 เมษายน 2550
Last Update : 21 เมษายน 2550 21:06:11 น.
Counter : 1249 Pageviews.

3 comments
  
ชื่อเมนูแปลกดีค่ะ ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่น่ากินดีจัง
โดย: Complicatedgirl วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:4:40:38 น.
  
หมูก็ไม่เป็น กินได้ ก็กิน กินไม่ได้ก็ไม่กิน แต่ดูมาก็น่ากินนะคร้าบ....เป็นหมูกังเป่า เราก็ไม่แคร์กินได้ๆ
โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:9:22:12 น.
  
สูตรมั่วไปหน่อย แต่ก็น่ากินดีครับ
โดย: waidhaya วันที่: 2 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:44:53 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ

  •  Bloggang.com