เมษายน 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
 
 
Not today, he said เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ Ms.Ambiguous เขียน



 


 

Not today, he said เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ (2 เล่มจบ) 

Ms.Ambiguous เขียน 

สำนักพิมพ์ Hermit Books 

พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2563 

ราคาปก 899 บาท 875 หน้า 

ราคาอีบุ๊ก (meb) 765 บาท 


#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #นิยายคนไทยแต่ง #NottodayHesaid #เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ #MsAmbiguous #HermitBooks #Hermit #รีวิวนิยาย #ออโอ


*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย


 

หลังปกเล่ม 1 

 

เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดที่พยายามกระโดดสะพาน 

แต่ดันเจอมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง 

ขี่สกูปปี้ไอสีฟ้าเข้ามาขวาง 

ด้ายการหลอกล่อพาไปกินชองอร่อย 

หลังจากนั้นความพยายามฆ่าตัวตายของเด็กน้อยคนนั้นก็ลดลงเรื่อยๆ  

สวนทางกับความผูกพันที่มีให้มนุษย์เงินเดือน 

ผู้มีใจรักการสะสมหนังสือ 

และร้านเหล้าบนถนนช้าวสาร 

 

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

ช่วงนี้โอป่วยและก็เปื่อย แต่เรื่องนี้ชอบเลยอยากเขียนรีวิว คงเขียนสั้น ๆ นะคะ (เดี๋ยวมาดูกันว่าจะสั้นได้จริงมั้ย 😛) 

เนื่องจากซื้อเป็นอีบุ๊กเลยดึงภาพมาเว็บของสนพ.ค่ะ โอเพิ่งเห็นปกหลังนะนี่ ฮ่า ๆ 

เรื่องนี้โอเห็นตั้งแต่ตัวเล่มเพิ่งออกใหม่ ๆ เลย ตอนนั้นสะดุดตาปกกับชื่อเรื่อง คิดว่าภาพปกน่ารักจัง ว่าจะไปหาตัวอย่างอ่านแล้วก็ลืมยาวจนมาถึงไม่กี่วันนี่แหละค่ะ เกิดได้ไปอ่านตัวอย่าง ตอนนั้นอ่านตัวอย่างไปนิดเดียวก็ปิ๊งเลย ชอบสำนวน มันมีเสน่ห์ แล้วเนื้อเรื่องก็น่าติดตาม ยิ่งอ่านยิ่งชอบ ก็เลยหาเล่ม คราวนี้เหมือนมันออกมานานพอสมควรแล้ว พวกร้านตัวแทนหนังสือหมด แล้วเราอยากอ่านทันทีเลยไง เลยซื้ออีบุ๊กก็ได้  

 

เรื่องเล่ากับตัวนายเอกชื่อ ก้อง อายุสิบเจ็ดย่างสิบแปด น้องกำลังจะไปกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย แต่ได้คุณพี่อู๋ พระเอกมนุษย์เงินเดือนที่ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเห็น เลยเรียกไว้ อู๋ชักชวนก้องให้ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ แรกเริ่มก็ชวนไปกินสตาร์บัค บอกว่า ลองกินก่อนมั้ย พี่จะเลี้ยง จะตายก็ได้ แต่ไม่ใช่วันนี้ แล้วน้องก็คิดว่า ลองสักหน่อยก็ได้ ก็ไปลอง วันต่อมา พี่อู๋ก็ชวนน้องไปทำอย่างอื่นอีก ทำไปเรื่อย ๆ ก้องจะตายก็ไม่ได้ตายสักที ในที่สุดพี่อู๋ก็สามารถดึงน้องไปหาหมอได้ เพราะก้องเป็นโรคซึมเศร้า ที่บ้านก็ไม่มีใคร ก้องอยู่คนเดียวโดยมีเพื่อนบ้านแถวนั้นช่วยเหลือตามกำลัง ไปหาหมอได้สักพัก บ้านก้องก็ไฟไหม้ อู๋ช่วยก้องไปแล้วก็ไม่อยากทิ้งครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็เลยชวนมาอยู่ด้วยกัน กลายเป็นความสัมพันธ์ของสองคนที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดแต่ค่อย ๆ ผูกพันจนขาดกันไม่ได้ในที่สุด 

 

เรื่องจะเล่าแบบค่อยเป็นค่อยไป มีรายละเอียดยิบย่อยที่เสริมให้เรื่องมีน้ำหนัก จุดเด่นของเรื่องนี้คือตัวละครแต่ละตัวไม่มีใครดีสุดหรือร้ายสุด ทุกคนอยู่ตรงกลาง เป็นสีเทา ๆ ถ้าใครยังไม่อ่านเรื่องนี้แล้วอ่านที่โอเขียนไปตอนต้นแล้วรู้สึกว่าพี่อู๋เป็นพระเอกประเภทไฟฉายหรือประภาคาร คอยส่องทางสว่างให้น้อง โอขอตอบว่าไม่ใช่ อู๋ช่วยเหลือก้องจริง แต่อู๋ก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดา รักโลภโกรธหลงกลัวอิจฉาและทำผิดได้ เวลาอู๋หงุดหงิดอู๋ก็สามารถพูดจาร้าย ๆ ทำร้ายความรู้สึกก้องได้มากเลย ส่วนก้องก็ไม่ได้เป็นนายเอกแสนดี เขามีมุมร้าย เห็นแก่ตัว และทำผิดได้พอ ๆ กับทุกคน  

 

โทนเรื่องจะหม่นหน่อยตอนแรกที่ก้องอยากตายตลอดเวลา ดิ่งง่าย แล้วก็ค่อย ๆ สดใสขึ้น โดยรวมคิดว่าค่อนข้างไปในทางค่อนข้างสดใสนะ มีมุกตลกสอดมาเรื่อย ๆ เหมือนคนพูดหน้านิ่งแต่ปล่อยมุกฮา ๆ ส่วนตัวถูกจริตกับความตลกลักษณะนี้ หลายฉากโอฮาก๊ากเลย  

 

สองคนนี้ไม่ได้ชอบกันแบบคนรักแต่แรก อู๋คิดแค่ว่าอยากช่วยก้อง เพราะก้องทำให้นึกถึงน้องชาย ส่วนก้องก็รักอู๋ในแง่ของคนที่เข้ามาดึงเขาในวันที่แย่ เป็นคนที่คอยเป็นกำลังใจ สนับสนุน ช่วยเหลือทุกอย่างจนกระทั่งก้องลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง ก้องจะมองอู๋เป็นพี่ เป็นพ่อ เป็นผู้ปกครอง จะมามีความรู้สึกแบบคนรักเอาตอนหลัง ๆ เลยค่ะ 

 

โอคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดนะ ละเอียดอ่อน และก็ใส่รายละเอียดได้ดี ผู้เขียนสนใจในหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ แวดวงเลยจะปรากฏให้เห็นชัดในเรื่อง  

 

พูดถึงพระนายหน่อยดีกว่า 

อู๋ เป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นวัยสามสิบต้น ๆ (อ่านจากทอล์ก ถ้าเข้าใจไม่ผิดผู้เขียนน่าจะทำงานล่ามภาษาญี่ปุ่นเหมือนกันกับอู๋) ทำงานบริษัทอย่างทุ่มเทมาตลอด มาโดนเจ้านายเทตอนรู้จักก้องพอดี อู๋เป็นคนเก่งในการทำงาน แต่ในแง่การใช้ชีวิตบางอย่างก็ไม่ค่อยผ่านนะ อู๋ชอบอ่านหนังสือ ห้องของเขาเต็มไปด้วยหนังสือทุกประเภท และคุณพี่ไม่ขยันเก็บด้วย พอก้องมาอยู่ด้วยเลยต้องช่วยเก็บให้เป็นที่เป็นทางบ้าง ไม่งั้นไม่มีที่เดิน 

ก้อง เด็กอายุสิบเจ็ดที่อยู่คนเดียวเพราะแม่ตาย ส่วนพ่อทิ้งตั้งแต่เด็ก มีภาวะซึมเศร้าและไม่ต้องการมีชีวิตอยู่แล้ว จริง ๆ ก้องเป็นเด็กจิตใจดีนะ พอมาอยู่กับอู๋ก็จะเห็นแง่มุมดี ๆ ของเขามากขึ้น ก้องค่อนข้างเก่งงานบ้านงานเรือน คอยทำอาหารให้พี่อู๋ ดูแลการใช้ชีวิตของพี่บ้าง 

สองคนนี้ไม่ได้เข้ากันได้ตลอดเวลา ก็มีบางอย่างต้องปรับจูนกัน ทะเลาะกัน กว่าจะมาลงตัวกันได้ก็ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะเลย 

อู๋อายุมากกว่าก้องสิบสี่ปีค่ะ  

อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างเรียล เพราะฉะนั้นเลยจะมีฉากที่เห็นก้องหนวดเคราขึ้น สิวตรึม หรืออู๋พุงออก หัวล้าน... แฮ่ม แต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตนะ อ่านแล้วฮาดี ชอบ ๆ 

เรื่องนี้มีฉากบนเตียงนะ ไม่มากประมาณสองสามฉากมั้ง โอชอบสำนวนคนเขียนอยู่แล้ว ฉากในเรื่องก็คิดว่าเขียนได้ดีเลย 

 

ตอนพิเศษในเล่มและอีบุ๊กจะเป็นการเล่าเรื่องในมุมมองของอู๋ เล่าตั้งแต่ยังไม่รู้จักก้อง เล่าเรื่องเอม น้องชายของอู๋ ที่เรื่องหลักไม่เอ่ยถึง เล่าสิ่งที่อู๋คิด อู๋ทำ และอนาคตของอู๋กับก้องหลังจากนั้น 

 

คิดไม่ออกแล้ว เขียนอะไรอีกดีละ อ๋อ โอชอบเล่มหนึ่งมากกว่าเล่มสอง เพราะเล่มสองมีจุดที่ส่วนตัวอึดอัดคือช่วงโดนคนในโลกโซเชียลรุมทึ้ง แต่เข้าใจประเด็นที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารนะ 

 

คือโอน่ะ คิดว่าอะไรที่อ่านหรือมองแล้วไม่จรรโลงใจมัน toxic น่ะ  

เหมือนขยะ เหม็นหึ่ง เพราะฉะก็อย่าไปดมเลย เดินเลี่ยงไปทางอื่นให้สบายตาสบายจมูกดีกว่า 

บางคนจมูกไวต่อกลิ่น ได้กลิ่นนิดเดียวก็มึนตึ้บ บางคนจมูกด้าน กลิ่นแรงแค่ไหนก็บ่ยั่น แต่มันก็เห็นอยู่ดีนะว่านั่นมันขยะ ฝืนฝ่าไป ขยะเหล่านั้นก็ติดตัว เราก็จะเหม็นหึ่ง ไม่สบายใจและกายไปด้วย ถึงตอนนั้นก็ต้องไปอาบน้ำ หาสบู่กลิ่นหอม ๆ ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยนะ 


 

ให้ 5 ดาว โอประทับใจหลายส่วนในเรื่องนี้ ซื้ออีบุ๊กแล้วก็อยากได้เล่มอยู่อะ ทำไงดี ฮ่า ๆ 
 

เออ แต่บ่นได้มั้ย อ่านอีบุ๊กไฟล์ epub แล้วเหมือนเขาทำชื่อบทผิด คือมันรวบเนื้อหาต้นตอนเข้าไป ตอนแรกฉันงงเลยว่าทำไมอ่านไม่ค่อยเข้าใจ ดูดี ๆ อ๋อ มันดันดึงส่วนเนื้อหาเข้าไปในชื่อบทด้วยในบางตอน 

อ้อ มีภาพประกอบด้วยนิดหน่อย คนวาดเดียวกับคนวาดภาพปกค่ะ 



 

คำผิด  

ตีตัวออกห่าง ไม่มีนะ หลายคนอาจคุ้นเคยกับอย่างนี้ แต่สำนวนที่ถูกจริง ๆ คือ ตีตัวออกหาก  

ตีตัวออกหาก ก. ห่างเหินไปไม่ร่วมมือร่วมใจเหมือนเดิม, ตีตัวจากไป, ปลีกตัวออกไป, เอาใจออกหาก ก็ว่า. 

สุนัขพันธุ์ทาง ที่ถูกต้องเป็น สุนัขพันทาง 

พันทาง น. เรียกไก่ที่พ่อเป็นอู แม่เป็นแจ้ ว่า ไก่พันทาง, ภายหลังเรียกเลยไปถึงสัตว์ที่พ่อแม่ต่างพันธุ์กัน (ยกเว้นปลากัด) จนถึงสิ่งต่างชนิดบางอย่างที่แกมกันหรือไม่เข้าชุดกัน เช่น สุนัขพันทาง เครื่องลายครามพันทาง. 

 

 

ตัวอย่าง (?) คลิก

อีบุ๊ก (meb) คลิก ตอนนี้มีโปรฯ อยู่ เหลือ 689 บาท หมดเขต 25/4/64 (อีก 2 วัน)

รูปเล่ม คลิก

 

 

 

Thumbnail Seller Link
SET Not today, He said เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ (2 เล่มจบ)
Ms.Ambiguous
www.mebmarket.com
เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดที่พยายามกระโดดสะพาน แต่ดันเจอมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ขี่สกูปปี้ไอสีฟ้าเข้ามาขวาง ด้ายการหลอกล่อพาไปกินชองอร่อย หลังจาก...



Create Date : 23 เมษายน 2564
Last Update : 23 เมษายน 2564 16:38:08 น.
Counter : 463 Pageviews.

9 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณเริงฤดีนะ, คุณsettembre, คุณhaiku, คุณnewyorknurse

  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 23 เมษายน 2564 เวลา:14:31:38 น.
  
ขอบคุณครับ
ชายรักชาย มีบทบน...ด้วย
5 ดาว น่าสนใจ ให้ชวนอ่านครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 23 เมษายน 2564 เวลา:21:58:22 น.
  
สวัสดีครับคุณออโอ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ

พล็อตเรื่องของ Not today he said น่าสนุกดีนะครับ
ดูเป็นเรื่องราวชีวิตที่เกิดได้จริง
ทำออกมาสองเล่ม แปลว่าต้องดึงดูดผู้อ่านได้มากพอควร และมีแฟนประจำด้วยใช่ไหมครับ
ปกเค้าทำเป็น panorama สวยดีครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 23 เมษายน 2564 เวลา:23:38:30 น.
  
เห็นคุณโอ อัพบล็อกหนังสือแล้ว
ยินดีนัก

รักษาตัวค่ะ..
หายป่วยไวๆนะคะ..
ส่งกำลังใจค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 เมษายน 2564 เวลา:12:24:20 น.
  
หนังสือชื่อเพราะมากค่ะ
โดย: settembre วันที่: 25 เมษายน 2564 เวลา:16:39:30 น.
  
คุณ **mp5** ขอบคุณสำหรับกำลังใจเช่นกันค่ะ

คุณสองแผ่นดิน จริง ๆ เรื่องนี้เขานำเสนอประเด็นค่อนข้างหลากหลายเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง อันนี้เขียนไปเพราะบางคนก็อยากรู้เนอะ มีประเด็นเรื่องโรคซึมเศร้าเป็นใจความหลักเพราะตัวเอกเป็นโรคนี้ (และคนเขียนก็มีประสบการณ์ตรง) นำเสนอเรื่องราวและความรู้สึกของคนที่เป็น และแนะนำแนวทางในการก้าวผ่าน นำเสนอความเครียดกดดันของปัญหาชีวิต การทำงาน การเรียน การบูลลี การยอมรับตัวตนและต้องการการยอมรับ การยอมรับถึงความผิดพลาด การเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น มุมมองของคนในเรื่องก็จะขึ้นอยู่กับพื้นฐานลักษณะนิสัยและสังคมที่เติบโตด้วย ก็ได้อะไรหลายอย่างอยู่นะคะ ถ้าสนใจลองอ่านตัวอย่างดูก่อนได้ค่ะ


คุณเริงฤดีนะ ขอบคุณมากค่ะ สุขภาพไม่ดี ช่วงนี้ก็กังวลเรื่องโควิดอีก ฮ่า ๆ รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ

คุณ settembre โอก็ชอบชื่อเรื่องค่ะ เป็นอย่างแรกที่สะดุดตาเลย

ขอบคุณสำหรับทุกโหวตและทุกกำลังใจค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 25 เมษายน 2564 เวลา:16:59:00 น.
  
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 25 เมษายน 2564 เวลา:23:48:54 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 28 เมษายน 2564 เวลา:8:49:45 น.
  
คุณสองแผ่นดินกับคุณ **mp5** สวัสดีค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 30 เมษายน 2564 เวลา:17:52:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments