++ม่วนชื่นลาวใต้ สะบายดีจำปาสัก ตอนที่ 3 เที่ยวปราสาทหินวัดพู มรดกโลก มรดกลาว++






          "ลาวใต้" ไม่เพียงแต่จะอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อันได้แก่ น้ำตกสวยงามที่มีให้เลือกเที่ยวกันตั้งแต่น้ำตกเล็กๆ ไปจนถึงน้ำตกสุดยิ่งใหญ่อย่างคอนพะเพ็ง ตามที่ผมได้พาไปเที่ยวกันแล้วในบล็อกที่ผ่านมา แต่ที่ลาวใต้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจให้ได้เที่ยวชมและหวนรำลึกถึงอดีตกาลของเมืองลาวใต้อีกด้วย ซึ่งแหล่งโบราณคดีที่ดูจะโดดเด่นที่สุดและไม่ควรพลาดเป็นอันขาดหากมาเที่ยวลาวใต้ก็คือ "ปราสาทหินวัดพู" ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลก" ทางวัฒนธรรมแห่งที่สองของลาวต่อจากเมืองหลวงพระบางนั่นเอง .....


          วันนี้เป็น วันสุดท้าย ที่เราจะอยู่เที่ยวในลาวใต้กันแล้ว โปรแกรมวันนี้ก่อนกลับเมืองไทยเราจะแวะไปเที่ยวชม "ปราสาทหินวัดพู" กันครับ เรานัดรถมารับตอนแปดโมงเช้าเหมือนเดิม วันนี้เราแวะทานอาหารเช้ากันที่ร้านเฝอชื่อดังในเมืองปากเซ ชื่อ "ร้านเฝอลานคำ" อยู่ใต้โรงแรมลานคำ ฝั่งตรงข้ามถนนเยื้องกับโรงแรมแสงอรุณ ร้านนี้ขายแต่เฝอเนื้อเท่านั้นไม่มีเฝอหมู และยังมีอาหารเช้าอื่นๆ เช่นกาแฟ หรือข้าวจี่อีกด้วย เช้าๆ แบบนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยจีนฝรั่ง จับจองที่นั่งทานอาหารกันแน่นเต็มร้าน เฝอร้านนี้รสชาติอร่อยสมกับที่ได้ยินมา เนื้อเปื่อยมีมันแทรกนุ่มกำลังดี แต่ราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ชามใหญ่ 17,000 กีบ (68 บาท) ชามเล็ก 15,000 กีบ (60 บาท) ถ้าไม่หิวจัดเกินไปแนะนำชามเล็กก็พอ เพราะชามเล็กของที่นี่ก็ใหญ่มากพอๆ กับก๋วยเตี๋ยวชามพิเศษของบ้านเราแล้วล่ะครับ .....




แวะทานเฝอรสชาติดีที่ "ร้านเฝอลานคำ" กันก่อน




ร้านเฝอลานคำอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมแสงอรุณแห่งนี้




"เฝอเนื้อขาลาย" หรือ "เฝอเนื้อเปื่อย"ชามใหญ่สะใจมาก


          ออกจากตัวเมืองปากเซ เราต้องเดินทางต่อไปยังเมืองจำปาสัก ออกจากเมืองไปตามถนนหมายเลข 13 ไปทางทิศใต้ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 30 เลี้ยวขวาประมาณ 3 กิโลเมตรเข้าไปบริเวณริมแม่น้ำโขงที่บ้านม่วง เพื่อข้ามฟากไปยังฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำโขงซึ่งเป็นเขตเมืองจำปาสักนั่นเอง เราสามารถนำรถข้ามฟากไปได้โดยใช้แพขนานยนต์ .....


          ลักษณะจะเป็นเรือเหล็กสามลำต่อกัน แล้วมีกระดานไม้เนื้อแข็งพาดอยู่ด้านบนของเรือ ทำเป็นพื้นสำหรับรองรับรถที่จะข้ามฝั่ง ลำหนึ่งก็รับรถได้ประมาณ 9 คันเป็นอย่างต่ำ แพจะออกเมื่อรถเต็มลำแล้ว โชคดีวันที่เราไปนั้นมีรถรอข้ามฟากตลอดเวลา ไปถึงรอคิวขึ้นแพซักพักก็ได้ไปแล้ว ที่จุดนี้จะมีร้านขายของพื้นเมืองวางขายอยู่เต็มไปหมด ระหว่างรถจอดรอข้ามฟากหากเบื่อๆ สามารถไปเดินเลือกซื้อของแก้เบื่อกันได้ เราใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็ข้ามมาถึงเขต "เมืองจำปาสัก" ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำโขงแล้วครับ .....




รถจอดรอคิวขึ้นแพขนานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง




ตำรวจลาวหนึ่งนาย คอยดูแลความเรียบร้อยที่ท่าแพข้ามฟาก




พ่อค้าตัวน้อย หาบข้าวเกรียบว่าวมาเร่ขาย




แม่ค้าขายข้าวปุ้น ติดตามขึ้นมาขายบนแพด้วย




ใกล้ถึงอีกฝั่งแล้วครับ ใช้เวลาข้ามโขงประมาณ 20 นาที


          หลังจากขึ้นฝั่งที่ "เมืองจำปาสัก" รถเราวิ่งผ่านตัวเมืองเก่าซึ่งยังมีตึกโบราณเก่าแก่เหลือให้เห็นอยู่ทั่วไป บางแห่งก็ถูกดัดแปลงเป็นเรือนพัก หลังที่สำคัญและน่าสนใจก็เห็นจะเป็นวังเก่าของเจ้าบุญอุ้ม เจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้ายก่อนที่จะเกิดการปลดปล่อยหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเป็นระบอบสังคมนิยมในปี พ.ศ. 2518 รถวิ่งต่อไปตามถนนลาดยางขรุขระประมาณ 10 กิโลเมตร ก็มาถึงเขตมรดกโลก "ปราสาทหินวัดพู" กันแล้วครับ .....


          ที่นี่เราต้องเสียค่าเข้าชมในราคาสูงกว่าที่เที่ยวที่ผ่านๆ มา คือคนละ 30,000 กีบ (120 บาท) อาจเพราะว่าที่นี่เป็นมรดกโลกค่าตั๋วเลยแพงกว่าที่อื่น ก่อนไปชมองค์ปราสาท เราแวะเข้าชม "พิพิธภัณฑ์วัดพู" กันก่อน ภายในจัดเก็บโบราณวัตถุที่น่าสนใจมากมายเช่น ศิวลึงค์ฐานโยนีขนาดเล็กที่ส่วนหัวเป็นแก้ว และวัตถุโบราณที่ค้นพบในบริเวณวัดพู บริเวณจัดแสดงใช้ภาษาลาวและภาษาอังกฤษคู่กันเลือกอ่านได้ตามอัธยาศัย แต่น่าเสียดายที่ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปจึงไม่มีรูปมาฝากกันครับ ก่อนไปชมปราสาทก็แวะเข้าห้องน้ำกันเสียให้เรียบร้อยที่นี่เลยนะครับ เพราะตัวปราสาทอยู่อีกไกล เสียค่าห้องน้ำคนละ 5 บาท ที่ลาวนี่แทบจะไม่เจอห้องน้ำฟรีเลยครับ เรียกว่าเก็บค่าเข้าห้องน้ำทุกที่แม้แต่ในพิพิธภัณฑ์ .....




ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์วัดพู เสียดายภายในห้ามถ่ายรูป


          "ปราสาทหินวัดพู" เป็นสถาปัตยกรรมโบราณอันยิ่งใหญ่สมัยขอมโบราณอายุก่อนนครวัด เป็นศิลปะแบบบาปวน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ปราสาทวัดพู หรือ วัดพู นครจำำปาสักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2544 ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละ, อาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนา .....




ปราสาทหินวัดพู มรดกโลกแห่งที่สองของลาว


          ออกจากพิพิธภัณฑ์ รถมาจอดส่งเราที่ลานจอดรถข้าง "บาราย" หรืออ่างเก็บน้ำใหญ่ ซึ่งในอดีตตามความเชื่อของศาสนาฮินดู หมายถึง มหาสมุทรที่ล้อมรอบโลก ปัจจุบันเป็นสถานที่พักเก็บน้ำเพื่อการชลประทาน ขอบสระก่อด้วยศิลาทราย กว้าง 200 เมตร ยาว 600 เมตร วางตัวในแนวยาว ตามทิศตะวันออก-ตะวันตก คะเนดูด้วยสายตาก็เห็นว่ากว้างใหญ่มากจริงๆ เลยล่ะครับ .....




"บาราย" หรืออ่างเก็บน้ำโบราณขนาดใหญ่ มีมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรขอม




จากตรงนี้จะห้ามรถเข้า ต้องอาศัยสองเท้าของตัวเองแล้วล่ะครับ


          สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นทันทีที่มาถึงเขตปราสาทวัดพู ก็คือภูเขาด้านหลังปราสาทที่ตั้งเด่นตระหง่านมองเห็นแต่ไกล รูปร่างคล้ายนมของผู้หญิงและคนเกล้ามวยผม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูผาแห่งนี้ว่าเขานมสาว แต่ชาวบ้านนิยมเรียก "ภูเกล้า" มากกว่า แต่ในสมัยขอมโบราณจะเรียกว่า "ลึงคบรรพต" .....




จากจุดนี้มองเห็น "ภูเกล้า"หรือ "ลึงคบรรพต" อยู่ตรงหน้า


          อาณาเขตของปราสาทวัดภู เริ่มต้นจากริมฝั่งสระน้ำ โดยมีบันไดทางขึ้นลดหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุด จากลานจอดรถเราต้องเดินต่อไปไปตามชาลา(ทางเดินเท้า) ระยะทาง 280 เมตร ปูพื้นด้วยศิลาทราย ขอบทางเดินตั้งเสานางเรียง 2 ฟาก เป็นเสาหิน มีสระน้ำขนาดเล็กแทบไม่มีน้ำขังขนาบข้าง ทางเดินโบราณนี้ เชื่อกันว่าสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 2 นับว่าเก่าแก่มากๆ เลยล่ะครับ .....




ทางเดินไปปราสาท มีเสานางเรียงขนาบอยู่สองข้าง




แวะพักระหว่างทาง


          ระหว่างทางขึ้นมีชั้นพักซึ่งมีบรรณาลัยสองแห่งตั้งอยู่คู่กันทางทิศเหนือและใต้ มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยหินทราย มีการแกะสลักที่หน้าบัน และลวดลายตามเปลือกผิวหิน มีบริเวณว่างใช้สอยด้านใน ยังไม่ประจักษ์ว่า อาคารทั้งสองหลัง ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือเป็นที่พักของกษัตริย์หรือประชาชน แต่ชาวบ้านพากัน เรียกว่า "โรงท้าวกับโรงนาง" อันหมายความถึง ที่ประทับของพระอิศวรสำหรับโรงท้าว กับที่ประทับของมเหสีพระอิศวรสำหรับโรงนาง ปัจจุบันบรรณาลัยทั้งสองนี้มีสภาพทรุดโทรมอย่างมาก ทางราชการลาวและองค์การยูเนสโกกำลังบูรณะอยู่ทำให้ไม่สามารถเข้าชมภายในได้ ที่จุดนี้จะมีร่มเงาจากต้นตาลคู่ให้นั่งพักหลบร้อนกันก่อนจะต้องเดินต่อไปอีกไกล .....




ปราสาทที่พบแรกสุดบริเวณที่พักชั้นหนึ่ง ชาวลาวเรียกว่า "โรงท้าวโรงนาง"




หน้าบันด้านข้างองค์ปราสาท




ขอเก็บภาพเป็นหลักฐานซะหน่อย เดี๋ยวเขาว่ามาไม่ถึงถึงวัดพู




ดื้อเล็กรูปนี้ ถ่ายบริเวณด้านหลังปราสาทโรงท้าวโรงนาง




แวะพักหายเหนื่อยแล้วก็ไปต่อกันเลยครับ




ต้นจำปาลาว(ลีลาวดี) ดอกไม้ประจำชาติลาว มีปลูกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทางเดินขึ้นปราสาท




ทางเดินขึ้นปราสาท เป็นบันไดสูงชันอยู่เป็นช่วงๆ


          ทางเดินก่อนขึ้นไปถึง "ปราสาทองค์ประธาน" บางช่วงจะเป็นบันไดหินที่สูงชันและแคบมากครับ เรียกว่าต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะถ้าพลัดตกลงมาก็อาจได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้ เราต้องเดินขึ้นกันจนเหนื่อยเลยครับกว่าจะถึงด้านบนปราสาทองค์ประธาน แต่อย่าเผลอบ่นออกมาว่าเหนื่อยนะครับ เพราะชาวลาวเขามีความเชื่อกันว่า ถ้าบ่นแล้วจะไม่ได้บุญ .....




ทางเดินขึ้นบางช่วงเป็นแผ่นหินวางเรียงกันคล้ายเกล็ดพญานาค


          "ปราสาทองค์ประธาน" จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำโขง สร้างด้วยหินทรายมีขนาดไม่ใหญ่นัก มีทางเข้าสามประตูด้านหน้า และอีกสองประตูด้านข้างซ้ายและขวา ตัวปราสาทสร้างขึ้นริมหน้าผาสูงชันของเขาเก่าใกล้กับแหล่งน้ำซับซึ่งมีน้ำไหลอยู่ตลอดปี เชื่อกันว่าน้ำซับนี้ไหลมาจากยอดซึ่งเป็นเสมือนศิวลึงค์อันศักดิ์สิทธิ์ พบร่องรอยของท่อโสมสูตรเพื่อชะลอน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งน้ำซับนี้ไหลผ่านศิวลึงค์ซึ่งประดิษฐาน ณ ตัวปราสาทและปล่อยให้ไหลสู่บารายเบื้องล่างต่อไป .....




ถึงปราสาทองค์ประธานแล้ว




ทับหลังรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ อยู่ที่หน้าบันตรงกลางปราสาท




ทับหลังรูปพระวิษณุทรงครุฑอยู่ที่หน้าบันด้านขวามือ




รูปสลักนางอัปสร อยู่ข้างประตูด้านซ้ายมือ




รูปสลักทวารบารคอยอารักขาองค์ปราสาท




สองเด็กดื้อมาถึงปราสาทวัดพูกันแล้วครับ




รูปสลักนางอัปสรอีกด้านหนึ่งของประตูกลาง


          ปราสาทหินวัดพูนี้ ต่อมาภายหลังที่อิทธิพลของขอมสิ้นสุดลงและพุทธศาสนาเข้ามามีอิทธิพล บริเวณนี้จึงกลายเป็นวัดทางพุทธศาสนา มีการชะลอพระพุทธรูปมาประดิษฐานแทนศิวลึงค์ในปราสาทประธาน ชาวบ้านนิยมนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา และเรียกปราสาทองค์ประธานแห่งนี้ว่า "หอไหว้" และทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงวันเพ็ญเดือนสามเป็นเวลารวม 3 วัน จะมีการจัดงานบุญประเพณีวัดพูอย่างยิ่งใหญ่ ชาวลาวนิยมนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้บูชาตามจุดต่างๆ ภายในงานยังมีการออกร้านขายอาหาร การละเล่น และการแข่งขันอื่นๆ ตามความนิยมของชาวลาว จนถึงวันสุดท้ายของงานจะมีพระสงฆ์ออกมาบิณฑบาตรับข้าวปลาอาหาร และสิ่งของที่ชาวบ้านนำมาทำบุญ .....




พระพุทธรูปภายในปราสาทองค์ประธาน




ดอกไม้บายศรีที่ชาวบ้านนำมาบูชาพระ




องค์พระพุทธรูปอีกมุมหนึ่ง


          ส่วนทางด้านหลังซ้ายมือของปราสาทองค์ประธานมีแผ่นหินขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีภาพแกะสลักรูป "ตรีมูรติ" ขนาดเกือบเท่าคนจริง ซึ่งหมายถึงเทพเจ้าทั้ง 3 องค์ ผู้เป็นใหญ่ในศาสนาฮินดูได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม .....




แผ่นหิน มีภาพแกะสลักเทพเจ้าทั้ง 3 องค์


          ส่วนที่ด้านข้างๆ ของปราสาทองค์ประธานก็มีพระพุทธรูปขนาดเท่าคนประดิษฐานไว้ให้สักการบูชาอีกหนึ่งจุด และสิ่งที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวหลายๆ คนมักจะมองข้ามไป ก็คือที่เชิงเขาด้านหลังทางฝั่งซ้ายของปราสาท จะมีซอกหินที่มีน้ำธรรมชาติหยดลงมาจากยอดภูเกล้า ชาวลาวเขาถือกันว่านี่คือน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครได้ดื่มกินล้างหน้าล้างตา ก็จะเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต เราเห็นมีบางคนวักน้ำมาดื่ม บ้างก็ใส่ขวดกลับบ้านด้วย .....


          ส่วนฝั่งขวามือของปราสาท เดินต่อไปอีกนิดก็จะพบกับ "ภาพสลักหินรูปจระเข้" เป็นการสลักหินแบบร่องลึก ที่สามารถจับจระเข้ตัวจริง ไปอัดขังอยู่ในร่องรอยรูปนั้น และฆ่าเพื่อบวงสรวงพิธีกรรมได้ บางคนสันนิษฐานว่า ร่องลึกรูปจระเข้ยังสามารถบังคับคนเข้าไปอยู่ในร่องนั้น ก่อนจะถูกฆ่าสังเวยอะไรบางอย่าง นอกจากนั้นยังมีภาพสลักรูปหัวช้าง และรูปสลักบันไดนาคให้เดินชมกันอีกด้วย .....




ภาพสลักหินรูปจระเข้ เชื่อกันว่าในอดีตเคยใช้เป็นแท่นบูชายัญ




ภาพสลักบันไดนาค อยู่ตรงข้ามกับหินสลักรูปจระเข้


          นอกจากนี้ที่บนยอดเขาปราสาทองค์ประธานก็ถือเป็นจุดชมวิวชั้นดี คือเมื่อมองย้อนทางเดินขึ้นลงไปก็จะเห็นบารายขนาดใหญ่ เห็นท้องทุ่งกว้าง เห็นคนเดินขึ้นเขา เห็นต้นจำปาที่ขึ้นเป็นซุ้มสวยงาม รวมถึงเห็นทิวทัศน์ส่วนหนึ่งของแขวงจำปาสักด้วย .....




วิวมุมสูงมองจากยอดเขาองค์ปราสาท




ดื้อใหญ่ขอผูกข้อมือสู่ขวัญจากแม่ใหญ่ชาวลาว




ดื้อเล็กไม่ยอมน้อยหน้า ขอผูกข้อมือบ้าง


          เราใช้เวลาเที่ยวชม "ปราสาทหินวัดพู" กันเกือบสองชั่วโมง หลังจากนั้นจึงออกเดินทางมุ่งสู่ "ด่านชายแดนช่องเม็ก" เพื่อทำเรื่องผ่านแดนกลับสู่ประเทศไทยบ้านเรา ถึงด่านประมาณบ่ายสามโมง แวะช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษีฝั่งลาวอยู่พักนึง หลังจากนั้นก็ต้องไปติดต่อทำเรื่องผ่านแดนที่ด่านฝั่งลาว ขาออกต้องเสียเงินอีกคนละ 50 บาท ส่วนด่านฝั่งไทยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย .....


          ออกจากด่านก็เย็นมากแล้ว เราแวะพักในตัวเมืองอุบลราชธานีอีก 1 คืน และเดินทางกลับปราจีนบุรีในเช้าวันรุ่งขึ้น ขากลับรถบนท้องถนนหนาแน่นมากเพราะเป็นวันหยุดปีใหม่วันสุดท้าย ทุกคนก็เริ่มทยอยกันเดินทางกลับไปทำงานต่อ แต่ถึงกระนั้นรถก็ยังพอไหลไปได้เรื่อยๆ โชคดีที่เราออกเดินทางค่อนข้างเช้า เพราะหลังจากกลับมาถึงบ้านก็ได้ยินข่าวว่ามีอุบัติเหตุใหญ่บนเส้นทางที่เราใช้เดินทางกลับ จนทำให้การจราจรติดขัดนานกว่าสิบชั่วโมงเลยล่ะครับ .....




มาเที่ยวครั้งนี้ ดื้อใหญ่ได้ของฝากจากลาวกลับไปด้วยครับ




ดื้อเล็กอยากลองเป่าแคนดูบ้าง




ลาก่อนประเทศลาว แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า




กลับเมืองไทยกันเสียที ไม่มีแผ่นดินไหนน่าอยู่เท่าบ้านเราเอง


          ทริปลาวใต้ของเราในครั้งนี้ นับเป็นการเดินทางที่น่าประทับใจอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นการเปิดประตูสู่โลกกว้างของเรา แม้จะเป็นแค่ประตูบานเล็กๆ แต่ก็ให้ประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย นับเป็นกำไรชีวิตที่ควรค่าแก่การเสาะแสวงหา และเราหวังไว้ว่าคงจะได้มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองลาวอีกครั้ง ไม่วันใดก็วันหนึ่งข้างหน้า ลาก่อนจำปาสัก ลาก่อนประเทศลาว แล้วเราคงได้เจอกันอีก "สะบายดี" ครับ .....




       










 

Create Date : 18 มกราคม 2553
46 comments
Last Update : 1 เมษายน 2555 2:20:18 น.
Counter : 9518 Pageviews.

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: นนนี่มาแล้ว 18 มกราคม 2553 3:14:31 น.  

 

Beautiful pictures ka. Thank you.

 

โดย: CrackyDong 18 มกราคม 2553 4:07:43 น.  

 

แวะพักทักทายเด็กดื้อใหญ่และเด็กดื้อเล็ก พร้อมมารดาที่อุตส่าห์พาลูกทั้งสองคนเดินขึ้นไปเที่ยวประสาทวัดพู ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ

 

โดย: Innocent IP: 68.106.97.123 18 มกราคม 2553 4:36:00 น.  

 

แวะมาทักทายตอนสายๆ ค่ะ

 

โดย: ying&yammy 18 มกราคม 2553 9:15:46 น.  

 

อยากไปดูปราสาทเหมือนกันคะ

ท่าทางอากาศจะร้อนนะคะ แต่ทั้ง 2 ดื้อก็ยังยิ้มแย้มไม่มีถอย

 

โดย: behappybecool 18 มกราคม 2553 11:03:13 น.  

 

มาเที่ยวลาวด้วยคนนะคะ มะคืนดูทีวี ก้อมีพาไปเที่ยวเหมือนกัน
ชอบตรงที่เค้ารักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ได้ดีมากๆ ไม่เหมือนเมืองไทยเลยนะคะ

 

โดย: kokophiz 18 มกราคม 2553 11:46:28 น.  

 

ปราสาทดูขลังมากๆเลยนะคะ ฝรั่งก็เยอะด้วย


แดดคงร้อนน่าดูเลยคะ ดื้อเล็กตาหยีเชียว

 

โดย: อาราเล่ กะ กั๊ตจัง 18 มกราคม 2553 12:21:37 น.  

 

ขอตามไปเที่ยวต่อนะค่ะ ^^

ดื้อเล็ก ดื้อใหญ่ น่ารักจริง ๆ ยิ่งดูก็เหมือนคุณแม่มาก

ปราสาทวัด ดูยิ่งใหญ่และสวยงามมาก ๆ ค่ะ ดูทางประเทศลาวจะบำรุงรักษาดีมาก ๆ

 

โดย: phety talon 18 มกราคม 2553 12:34:28 น.  

 

ท่าทางจะร้อนนะคะ
แถมยังต้องเดินอีกตั้งไกลแน่ะ

แต่ดื้อเล็กก็ร่าเริงสุดๆ
หรือเป็นเพราะมีคุณแม่อุ้มอยู่คะ

 

โดย: chenyuye 18 มกราคม 2553 13:52:08 น.  

 

ถ่ายรูปได้สวยมาก เราไปที่เดียวกัน แต่รูปออกมาต่างกันมากเลย

 

โดย: พนมรุ้ง12 18 มกราคม 2553 13:59:29 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะยังไม่เคยไปแถวนี้เลย

 

โดย: ณ มน 18 มกราคม 2553 14:02:13 น.  

 

หวัดดีครับ.....

ฟ้าแจ่มดีนะครับ
ไปเมื่อปีที่แล้ว ฟ้าไม่สวยขนาดนี้

ตอนข้ามน้ำโขงจะไปวัดพู....โหยเสียวมาก
แพที่ข้ามก้อเก่ามาก.... ดีแต่ว่าเพื่อนในแพเยอะ ใจเลยสู้

โรงแรมแสงอรุณนั่นก็ไปพักคืนหนึ่ง
ทำไมเราไม่เห็นร้านนี้หว่า.....

ธรรมชาติในลาวยังเหลือมากมาย
เหลือไว้ให้ไทยแลนด์แดนสไมล์...ดายอีสซี ไปเที่ยวชม

ว่าแล้วก็คิดถึงบ้านเราเมื่อก่อนเน๊าะ..
มีความสุขมากมายครับ

 

โดย: wicsir 18 มกราคม 2553 15:06:28 น.  

 

ตามมาจากบ้านอย่างว่องเลยค่ะ
ว้าวๆๆ...เจอภาพสวยถูกใจ
ขอแอดไว้เลยละกันนะคะ จะได้มาบ่อยๆ

 

โดย: พี่ปูนิ่ม 18 มกราคม 2553 15:31:45 น.  

 

สุดยอดดดด....ค่ะ

ทั้งเรื่อง ทั้งภาพ

เคยเห็นปราสาทนี้เเต่เพิ่งรู้ชื่อ กว้างมากกกกกก 555+

ต้องขอบคุณ จขบ.ก่อนเลยค่ะที่เตือนล่วงหน้า(เรื่องบ่น)

เพราะคาดว่าถ้าไปต้องบ่นเเน่(ถ้าไม่รู้นะ)

ตอนเเรกยังสงสัยว่าดื้อใหญ่ไปไหน โผล่มาตอนท้ายนี่เอง อิอิ

แบบว่าอยู่แก็งค์รักเด็กอ่ะคะ ฮิ๊ววว

ป.ล.อย่าแบนไอพีเค้าน๊า....เด๋วไม่ได้ตามมาดูดื้อเล็ก ดื้อใหญ่ กร๊ากกก

 

โดย: แบกกล้องท่องโลก 18 มกราคม 2553 16:02:36 น.  

 

ตอนนี้ Prewedding ก็ยังมีไปถ่ายค่ะ

แต่ที่บูมขึ้นมาใหม่ก็คือสวนรถไฟ

งานพฤกษาก็ยังมีอยู่นะคะ ส่วนใหญ่จะจัดช่วงวันพ่ออ่ะค่ะ

ยังไงปีหน้าลองพาเด็กดื้อทั้ง 2 ไปนะคะ (แต่ร้อนมาก ขอบอก)

 

โดย: แบกกล้องท่องโลก 18 มกราคม 2553 16:22:37 น.  

 

ตามมาเที่ยวอีกค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 18 มกราคม 2553 17:30:06 น.  

 

ขอบคุณที่แวะมาเจิม blog ค่ะ

ทางทับเบิก ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ ลงภาพให้ดูแล้วนะค่ะ กลางปีนี้ คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จ

ปล เด็กดื้อน่ารักจังเลยค่ะ แอบติดตามผลงาน คุณพ่อเด็กดื้อเมื่อครั้งไปนอน สะเลเต ชาเล่ห์ มาด้วยล่ะ ทำให้อยากไปพักที่นั่นเลย

 

โดย: คุณหนูคั่วกลิ้ง 18 มกราคม 2553 21:51:09 น.  

 

คุณ Net Mania ทายถูกด้วยคะ เป็นรูปที่เกาะมันกลาง

แสดงว่าพาทั้งสองดื้อไปบุกมาแล้วซิคะ

 

โดย: behappybecool 19 มกราคม 2553 9:39:40 น.  

 

เด็กๆแบกข้าวเกรียบขายกันอย่างงี๊เรยเนอะ แต่ดีค่ะที่ไม่หนัก

เด็กดื้อทั้ง2คน น่ารักมากๆเรยนะคะนี่

 

โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ 19 มกราคม 2553 12:35:10 น.  

 

ถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว พร้อมกำไรชีวิต ประสบการณ์ในต่างแดน
น่าอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง ไว้จะขอตามรอย จขบ.บ้าง

 

โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา 19 มกราคม 2553 14:23:59 น.  

 

ต้องแอบจำ มุมกล้องคุณ NET-MANIA ไว้ ถ้ามีโอกาศได้กลับไปอีก จะไปหัดถ่ายให้ได้แบบนี้บ้าง ^___^

เห็นด้วยกับความเห็นข้างบนครับ ไปที่เดียวกันเลย แต่ทำไม่ภาพเรา ไม่สวยเลยอ่า.....T-T

 

โดย: TonTon1977 IP: 124.121.109.172 19 มกราคม 2553 16:34:29 น.  

 

อยากไปสักครั้งครับ

 

โดย: selflearning 19 มกราคม 2553 17:11:07 น.  

 

ลาวนี่ยังน่าไปเหมือนเดิมเลยนะ ต้องหาเวลาไปลาวใต้มั่งละ

 

โดย: พระจันทร์สัญจร 19 มกราคม 2553 23:07:58 น.  

 

ขอบคุณ NET-MANIA นะคะที่แวะมาเยี่ยม ตอนนี้ได้ทำการเพิ่มเติมภาพวิวลุ่มน้ำสะแกกรังเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนอื่น ๆ ใน tummydeday มีอะไรน่าสนใจอย่าลืมแวะไปชมดูนะคะ

 

โดย: tummydeday 20 มกราคม 2553 15:08:26 น.  

 

เคยแพลนว่าจะไปเที่ยวลาวกลางมีนานี้ค่ะ

แต่เผอิญมีเรื่องต้องใช้เงินก็เลยอดซะงั้นค่ะ

อาศัยดูบล็อกนี้แทนละกันเนอะ

ปราสาทคล้ายๆ ทางภาคอีสานเรานะคะ ท่าทางแดดร้อนน่าดูเลย

ป.ล. ดื้อใหญ่กับดื้อเล็กหน้าตาน่ารักมากๆ เลยค่ะ

 

โดย: นู๋สุ 20 มกราคม 2553 21:50:46 น.  

 

สวัสดีครับคุณ NET-MANIA ขอบคุณที่ช่วยแนะนำนะครับ... ผมต้องซ้อมถ่ายรูปบ่อยๆ และ ขอแอบจำ มุม การถ่ายรูป ของคุณ NET-MANIAไปใช้บ้างนะครับ......

น้ำตกตาดเลาะ ไกลจริงๆครับ.... ทริปผม ออกจาก ตาดผาส้วม วิ่งไปตาดเลาะ และ จากตาดเลาะ ไปวัดพูต่อ...

ก็ต้องวิ่งย้อนกลับมา (ย้อนไปย้อนมา) ระยะทางเป็น ร้อยกิโลเมตรเลยครับ.... ผมว่าไกลเกินไป...

ถ้า เช้าเที่ยววัดพูก่อน บ่าย ไปตาดเลาะ ก็จะใช้ได้เลย...ไม่ร้อนเกิน และ ไม่ย้อนแสง...

ช่วงบ่ายของวัดพูนี่ร้อนสุดยอดจริงๆ .......

อยากกลับไปเที่ยวอีกจัง...แก้มือ หุหุหุ

 

โดย: TonTon1977 21 มกราคม 2553 9:16:09 น.  

 

เห็นภาพแล้วทำให้อยากไปเที่ยวบ้างค่ะ

 

โดย: nokkatua 21 มกราคม 2553 21:13:55 น.  

 

ปลาเคยไปลาวมาหลายครั้ง แต่ไม่รูตรงไหนเป็นลาวใต้ อิอิ แต่เห็นจากภาพที่พี่ถ่ายมาไม่เคยเห็นแสดงว่ายังไม่เคยไป หุหุ ถ่ายภาพได้สวยมากๆค่ะ

 

โดย: NIRISSA 21 มกราคม 2553 21:27:42 น.  

 

มาส่งเด็กดื้อทั้ง2เข้านอนคร่า ฝันดีนะคร้า

 

โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ 22 มกราคม 2553 0:41:00 น.  

 

ว่าจะเข้ามาเที่ยวหลายวันแล้แต่ไม่มีเวลา แม่บ้านเก่งจังยิ้มได้ตลอดเลย ครั้งต่อไปจะไปไหนน่า จะรอดูนะคะ

 

โดย: NUTCHA IP: 172.16.0.155, 125.27.124.55 22 มกราคม 2553 15:41:06 น.  

 

สวัสดียามเย็นค่ะ...

วันนี้แวะมาชวนไปชิมกาแฟสดๆ จากต้นด้วยกันค่ะ

 

โดย: chenyuye 22 มกราคม 2553 17:49:45 น.  

 

สวัสดีตอนค่ำ ๆ ค่ะ

ดีจังบ้านนี้ แวะมาทีไร ได้ไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ทุกทีเลย

พูดถึงเรื่องฝนตก ที่ระยองก็ครึ้ม ๆ มาสองวันแล้วเหมือนกันค่ะ ทำเอาหลงฤดูไปเล็กน้อย ยังงัย ขอให้อากาศที่เขาใหญ่ สดใส รอคุณ
NET-MANIA ไปเยือนนะคะ อัพรูปเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะมาชวน ญ. ตามไปเที่ยวด้วยนะคะ

 

โดย: ญ. (peachgirl_pp ) 22 มกราคม 2553 21:40:43 น.  

 

รูปสวยทุกรูปค่ะ ขอบคุณคุณ Net Mania ที่แวะเที่ยวด้วยกันค่ะ ชิรอดูรูปชุดต่อไปนะคะ ขอให้ไม่เจอฝนค๊า

 

โดย: ด.ญ คณิตกร 22 มกราคม 2553 22:01:04 น.  

 

สวัสดีค่ะ ชอบคุณที่ไปเยี่ยมชมบล็อคนะคะ

ถ่ายรูสวยจัง

 

โดย: ต้นไพร 23 มกราคม 2553 9:20:09 น.  

 

สวัสดีค่ะ

ขออนุญาตเรียกตัวเองเป็นพี่นะคะ
พี่แหม่มแวะมาเยี่ยมค่ะ ทุกคนสบายดีนะคะ
ช่วงนี้ยุ่งเหรอ ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนกันเลย แล้วจะมาเยี่ยมกันใหม่นะคะ

คิดถึง 2 ยุ่งด้วยล่ะ

 

โดย: mamminnie 23 มกราคม 2553 15:21:05 น.  

 

ลองมาชิมก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยดูนะคะ

 

โดย: chenyuye 25 มกราคม 2553 9:41:34 น.  

 

ขอไปเที่ยวลาวด้วยคนนะคะ...

อยากไปบ้างจัเลย ยิ่งเห็นรูปสวยๆยิ่งเกิดกิเลส

รูปสวยมากเลยคะ เจ้า2เด็กดื้อหน้าตาจิ้มลิ้มจังเลยค่ะ

 

โดย: BiBie IndyGirl 25 มกราคม 2553 9:50:26 น.  

 

เข้ามากี่ทีกี่ทีก้อชอบค่ะ บล็อกนี้... เลยแอดเปนวีไอพีเลย แล้วจะมาใหม่นะค่ะ

 

โดย: วิ (WikiPK ) 25 มกราคม 2553 11:10:24 น.  

 

เข้ามาดูบ่อย ชอบค่ะ
ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกเลย

 

โดย: กา่นต์ IP: 124.121.222.53 7 เมษายน 2553 11:04:42 น.  

 

ตามมาแอ่วลาวใต้ อ่านครบทั้ง 3 แบบรวดเดียว
เป็นอีกที่หนึ่งที่อยากไป

เมื่อช่วงวันแม่ ได้พาลูกชายนั้่งเรือข้ามน้ำโขง
เที่ยวลาว ทางเชียงของ
ไปแค่เมืองบ่อแก้วแนวชายแดนเองค่ะ
ลูกชายจอมสำอาง น้ำตาร่วงแหมะแหมะ


แบบว่าฝนตก ลุยน้ำฝน แถมโคลนที่ตลาดเล็กน้อย
ก็แบบไม่เคย

เที่ยวไปน้ำตาไหลไป เฮ้อ! ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ไป




ปล.ช่วงนี้เรื่องเทศบัญญัติกำลังจะทำประชาพิจารณ์
เลยตั้งเป็นหน้าหลักไว้ค่ะ
ขอบคุณที่ตามไปอ่านเรื่องอื่นๆค่ะ

 

โดย: me-o 20 สิงหาคม 2553 22:45:53 น.  

 

วัดนี้น่าเที่ยวจังค่ะ แอบตามไปเที่ยวมาด้วยล่ะ

 

โดย: mariabamboo 11 มกราคม 2554 14:45:56 น.  

 

เคยไปเที่ยวลาวครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เลยอ่ะ

แต่อากาศมันร้อนมากมายนะค๊ะ

 

โดย: แป้นเหย้า 21 เมษายน 2554 16:17:11 น.  

 

ภาพสวยค่ะ เด็กๆน่ารักจังทั้งดื้อเล็กดื้อใหญ่ไม่เจอตัวจริงเป็นปีละ(หน้าเหมือนแม่เอ้จริงๆ) ไว้มีโอกาสเจอกันนะคะ จำน้องข้าวปั้นได้มั้ย อิอิ

 

โดย: ข้าวโอ๊ต IP: 119.42.67.253 18 พฤษภาคม 2554 13:43:45 น.  

 

โรงแรมลานคำนี้อย่าไปพักเลย บริการห้องพักแย่ และเจ้าของก็อัธยาศัยไม่มี พูดจาไม่รับลูกค้า ด่าลูกน้องข้ามหัวลูกค้า ขี้เหนียวอินเตอร์เน็ต พักโรงแรมนี้เสียดายเงิน เสียดายความรู้สึก ดูภายนอกแล้วดี แต่เจ้าของแย่มาก เสียดายตังค์ เสียดายเวลา ต่อไปจะไม่ไปพักอีกแล้ว

 

โดย: ลูกค้าประจำลานคำ IP: 58.9.223.84 15 ตุลาคม 2554 22:33:07 น.  

 

ขออนุญาตนำข้อมูลไปทำรายงานสร้างบล็อคส่งอาจารย์นะคะ

 

โดย: ma IP: 58.11.119.68 3 มกราคม 2557 0:15:59 น.  

 

ตอบคุณ ma .....

ยินดีให้นำข้อมูลไปใช้ทำรายงานได้ครับ .....


 

โดย: NET-MANIA 3 มกราคม 2557 13:00:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


NET-MANIA
Location :
ปราจีนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 109 คน [?]




เริ่มเขียนบล็อก : 30 กรกฎาคม 2552


...... ด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยว ตอนที่ยังไม่มีลูกก็ได้ไปเที่ยวมาแล้วหลายที่ทั่วเมืองไทย จนมาวันนี้มีลูกแล้วสอง ก็ยังคงชอบเที่ยว และอยากให้เจ้าตัวเล็กรักการท่องเที่ยวด้วย ตอนนี้จะไปเที่ยวไหนเลยต้องกระเตงกันไปทั้งหมด เหนื่อยกว่าเที่ยวตอนยังไม่มีลูก แต่ก็มีความสุขมากกว่าเดิมเช่นกันครับ ......


สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน นำรูป ข้อความที่เขียนไว้หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในบล็อกแห่งนี้ ไปเผยแพร่อ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก














New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add NET-MANIA's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.