Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
การลำเลียงน้ำและธาตุอาหารของพืช

ในต้นพืชไม่มีปั๊มน้ำ ไม่มีปาก แต่มันดูดน้ำไปใช้ได้อย่างไร

การลำเลียงน้ำและธาตุอาหารภายในต้นพืชจะเคลื่อนที่ในรูปสารละลายเท่านั้น พืชไม่เหมือนกับสัตว์ที่สามารถใช้กล้ามเนื้อลำเลียงของแข็งได้ เพราะฉะนั้นเวลาเราใส่ปุ๋ยในรูปเม็ดจึงจำเป็นต้องรดน้ำตาม เพราะพืชไม่สามารถดูดปุ๋ยเข้าไปทั้งเม็ดแล้วเคี้ยวกร้วมๆ แบบสัตว์ทำได้ การลำเลียงสารละลายในต้นพืชมีหลายลักษณะ โดยกลไกเริ่มจากพืชคายออกทางปากใบ เซลปากใบ (Stoma) มีลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วแดง 2 เม็ดประกบกันอยู่ เซลนี้สามารถปิดเปิดได้ตามอัตโนมัติเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป การลำเลียงน้ำและอาหารของพืชมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์และแสง นั่นคือเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและความเข้มของแสงมากขึ้น ทำให้ความร้อนภายในต้นพืชสูงขึ้น แต่เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศภายนอกลดต่ำลง อาจจะเป็นด้วยมีลมเป็นตัวพัดพาเอาความชื้นเหล่านี้เคลื่อนที่ไป ทำให้เกิดความไม่สมดุลภายในต้นพืชและอากาศภายนอก พืชจึงต้องมีการคายน้ำออกสู่บรรยากาศ หากปลดปล่อยในรูปไอน้ำก็จะปล่อยออกทางปากใบ แต่มีบางครั้งที่มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Guttation” เช่นตอนที่ความชื้นในอากาศสูงมากๆ อุณหภูมิต่ำและไม่มีแสงสว่าง เช่นหลังจากฝนตกใหม่ๆ พืชจะไม่คายน้ำในรูปไอน้ำออกทางปากใบ แต่จะปล่อยน้ำออกทางรูเล็กๆ ที่ภาษาประกิตเขาบัญญัติไว้ว่า Hydathode เรามักเห็นเป็นหยดน้ำเล็กเกาะอยู่ที่ปลายใบพืช



ทีนี้กลับมาดูว่าพืชดูดน้ำไปใช้ได้อย่างไร เพราะเมื่อพืชได้คายน้ำออกไปสู่บรรยากาศแล้ว ความดัน ความต่างศักย์ และความเข้มข้นของสารละลายภายในและที่อนุภาคดินต่างกัน พืชจะใช้วิธีการดูดน้ำโดยการแพร่แบบออสโมซิส (Osmosis) โดยผ่านเซลขนรากซึ่งมีอยู่มากเป็นล้านๆ เซลในบริเวณรากฝอยของต้นพืช เซลเหล่านี้จะค่อยๆ ดูดซับเอาสารละลายเข้าสู่เซลด้านในโดยผ่านผิวแผ่นกรองหลายชั้นจนกระทั่งถึงส่วนที่เป็นเซลท่อลำเลียงน้ำที่เรียกว่า Xylem แต่ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติไม่หมดเท่านี้ เพราะการลำเลียงน้ำของพืชอาจไม่จำเป็นต้องผ่านเซลนี้ ซึ่งพืชจะใช้พลังงานที่ได้จากการสังเคราะห์แสงที่เก็บสะสมไว้ดูดเอาน้ำผ่านช่องเล็กๆ เข้าถึงชั้นเซลผนังด้านในโดยตรงก็ได้ พืชที่มีระบบท่อลำเลียงจะมีเซลที่เป็นท่อลำเลียง (Pipeline) 2 แบบแยกกัน คือท่อลำเลียงน้ำและท่อลำเลียงอาหาร สมัยเด็กๆ หากใครจำการทดลองที่ครูให้น้ำผักกะสังไปแช่ในน้ำหมึก จากนั้นเอามีดคัตเตอร์ตัดขวางที่ลำต้นไปส่องกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่าผักกะสังซึ่งเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะมีท่อน้ำและท่ออาหารปะปนกัน แต่พืชใบเลี้ยงคู่จะมีกลุ่มเซลลำเลียงน้ำอยู่ด้านในและมีเซลลำเลียงอาหารอยู่ด้านนอก นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อตอนต้นไม้ (Layering) เมื่อเรากรีดเนื้อเยื่อผิวนอกของต้นไม้นั้นออก นั่นคือการตัดเอาท่ออาหารทิ้งไป แต่ยังสามารถลำเลียงน้ำได้ตามปกติ เมื่อเรานำกาบมะพร้าวหรือดินไปหุ้มในบริเวณที่กรีด เนื้อเยื่อเจริญที่อยู่บริเวณแผลด้านบนก็จะแทงรากออกมาใหม่ได้

ทั้งหมดนี้ทำให้เราทราบว่าพืชต้องการอุณหภูมิ ความชื้น และแสงในสมดุลที่เหมาะสมจึงจะเกิดกระบวนการลำเลียงและคายน้ำ หากปัจจัยดังกล่าวมิได้อยู่ในภาวะที่สมดุล พืชอาจแสดงอาการเหี่ยว ฉ่ำเกินไป ไม่เจริญเติบโต เจริญเติบโตช้า เมื่อสุขภาพพืชไม่ดี การเข้าทำลายของเชื้อโรคและแมลงศัตรูก็ง่ายขึ้นด้วย การรดน้ำให้ดินเปียกตลอดเวลาทำให้การดูดน้ำและการลำเลียงของพืชไม่ดีเท่าการปล่อยให้ดินมีความชื้นลดลงบ้างแล้วจึงให้น้ำอีกครั้ง แต่การปล่อยให้ดินหรือเครื่องปลูกแห้งและไม่มีความชื้นอยู่เลยก็อาจทำให้เซลของรากขนเหี่ยวแห้งไป เมื่อได้รับน้ำอีกครั้งพืชจะไม่สามารถดูดและลำเลียงน้ำได้ตามปกติ ลักษณะเช่นนี้ถือเป็นจุดวิกฤตที่พืชจะแสดงอาการเหี่ยวถาวร กู่อย่างไรก็ไม่กลับแล้วครับ


Create Date : 28 พฤษภาคม 2549
Last Update : 5 สิงหาคม 2551 16:21:08 น. 24 comments
Counter : 3276 Pageviews.

 
มาลักจำแว้ว...........


โดย: หมีป่า IP: 203.209.104.83 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:32:15 น.  

 
มาแอบอ่าน


โดย: สำเภางาม วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:5:46:02 น.  

 
ความรู้ดีจริงๆครับ



โดย: ยองยู้ฮู IP: 203.188.28.188 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:37:33 น.  

 
อ่าน


โดย: กาฝากไร้ใบ IP: 125.25.144.39 วันที่: 29 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:46:05 น.  

 
ชอบอ่าน


โดย: ลูกปืน IP: 203.156.25.233 วันที่: 30 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:23:56 น.  

 
ขยันจังนะน้า ผมขี้เกียจยังไงไม่รู้แฮะ ช่วงฝนตกเนี่ย


โดย: เสือพุทธมณฑล IP: 58.9.197.97 วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:17:04:47 น.  

 
^
^
ผมรู้นะว่าเป็นพี่คนไหน อิอิ


โดย: น้าโหด วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:19:04:39 น.  

 
หากพืชแสดงอาการเหี่ยวถาวร คิดว่าน่าจะมีต้นอื่นอีก

แต่ถ้าของคนเหี่ยว บรื๋อ...ไม่อยากคิด

ขอบคุณครับที่นำมาให้อ่าน


โดย: JUNGLE MAN วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:21:54:03 น.  

 
กะลังจะเหี่ยวถาวร

ขอบคุณสำหรับความรู้ คู่คุณธรรมจ้า..


โดย: ลั๊นลา IP: 203.113.37.11 วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:22:24:36 น.  

 
มาปัดฝุ่นทบทวนความรู้ค่ะ .. (ได้ความรู้หม่ด้วย)


โดย: คำหล้า IP: 124.120.128.10 วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:23:07:41 น.  

 
มาเก็บ(ความรู้)ค่ะ


โดย: noojew วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:15:51:25 น.  

 
เอ่อ .. ว่าจะไม่พูดละค่ะ
แค่อยากจะบอกว่าคำหล้าไม่เคยทดลองเรื่องนี้กับผักกะสังเลย .. (หน้าตามันเป็นยังไงหนอ)

สงสัยจะเกิดไม่ทัน .. หุหุ


โดย: คำหล้า IP: 124.120.132.133 วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:23:12:42 น.  

 
เยี่ยมมากครับพี่ ขอบคุณครับ


โดย: Hexter IP: 203.185.133.6 วันที่: 7 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:23:24 น.  

 


ขอบคุณที่ให้ความรู้ดีๆค่ะ
..............ขอบอกอีกนิดนะคะ ..เอ่อแบบว่า อ่านไปแล้วมันไม่เข้าใจอะ
แต่ก็ดีกับคนที่เข้าใจนะคะเนี่ย แต่หนูขอ บายคะ


โดย: เด็กดี IP: 203.113.57.132 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:41:08 น.  

 
ความรุเพียบ


โดย: พี่น้อง IP: 222.123.84.61 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:17:07:45 น.  

 


โดย: อ้อ IP: 61.91.161.245 วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:32:13 น.  

 
ขอบคุงคับ


โดย: ... IP: 125.24.138.40 วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:47:13 น.  

 
มีเนื้อหาน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆควรมีรูปมากกว่านี้


โดย: เจมมี่ IP: 203.118.84.133 วันที่: 14 มิถุนายน 2551 เวลา:12:48:09 น.  

 
ทบทวนความจำ.. เมื่อครั้งวัยละอ่อน ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้นี้


โดย: จันหอม IP: 158.108.200.64 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:14:32:36 น.  

 
ขอบคุนค่าสำหรับความรู้พวกนี้ที่หาเว็บยากมาก


โดย: นิรนาม IP: 203.156.32.182 วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:13:59 น.  

 
ความรุ้ดีค่ะ แต่มันไม่น่าสนไจ น่าจะมีการ์ตูน เเต่ชอบค่ะ


โดย: เด็กแก่นนคร IP: 222.123.11.212 วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:57:59 น.  

 
มานก้อดีนะค่า

มีสาระละฟามรู้แยอะดค่า

นู๋เคยทดลองแล้ว

เกี่ยวกับ....ต้นกระสังนี่เหละ

แต่....ว่าหน้าจามีข้อมูลมากกว่านี้

อีกนิดดดดดดดดดดดดดด 1


โดย: ......................... IP: 125.26.58.66 วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:53:04 น.  

 
ดีจัง


โดย: บัฟ IP: 118.174.2.128 วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:33:42 น.  

 
มีแต่ความรู้และสาระที่ดี


โดย: ก3698741250 IP: 125.26.111.243 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:29:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

น้าโหด
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าโหด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.