Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
WASI



เครื่องบินแบบใบพัดขนาด 66 ที่นั่งร่อนลงสู่สนามบินเล็กๆ ที่ Buan Ma Thuat เมืองใหญ่ในจังหวัด Dak Lac ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเวียดนาม หากไม่นับรวมฮานอยกับโฮจิมินห์ซิตี้ เวียดนามมีสนามบินขนาดเล็กอีก 15 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ สนามบินเหล่านี้สร้างขึ้นโดยกองทัพสหรัฐในสมัยที่ทำสงครามกับเวียดนาม หลังสงครามสงบจึงบูรณะเป็นสนามพาณิชย์ ในจำนวน 17 สนามบินในประเทศ มี 11 แห่งที่เป็นสนามบินที่ติดทะเล ถ้าเรายืนอยู่ไม่ว่าจะจุดใดของเวียดนาม เราจะไม่ห่างจากทะเลเลย เพราะชายฝั่งด้านตะวันออกของเวียดนามติดอยู่กับมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนออกจากตัวเครื่องนักบินประกาศเป็นภาษาอังกฤษแบบกระท่อนกระแท่นว่าอุณหภูมิภายนอก 20 องศาเซลเซียส ช่วงนี้ที่เวียดนามดูคักคักมาก เพราะอยู่ในเทศกาลตรุษ (Tet) ก็เหมือนตรุษจีนบ้านเรานี่แหละครับ ชาวเวียดนามหลายคนที่ไปทำงานในเมืองใหญ่ต่างเดินทางกลับบ้าน อุ้มลูกอุ้มหลานซื้อของฝากไปฝากคนที่บ้านเกิด บรรยากาศที่สนามบินขนาดเล็กจึงดูโกลาหลดีแท้

WASI เป็นสถานีทดลองพืชในบนที่สูง ย่อมาจาก The Western highlands Agro-forestry Scientific and technical Institute ที่นี่มีงานวิจัยพืชหลายชนิดเช่นไม้ป่ายืนต้นพวกสน ยูคาลิปตัส สัก ไม้ดอกในกลุ่มเบญจมาศ หน้าวัวและกล้วยไม้ รวมทั้งมะคาเดเมีย มะม่วงหิมพานต์ พริกไทย กาแฟ โกโก้ ยางพารา ที่นี่มีนักวิชาการ 80 คน พื้นที่รวม 600 กว่าไร่ แต่ก่อน WASI เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับรัฐบาล แต่มีการปรับองค์กรใหม่ให้มาขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเมื่อปี ค.ศ.1995 ผมว่าที่นี่เหมือนพิพิธภัณฑ์มากกว่า ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากเท่าที่ควร งานด้านพืชของเขาดูจะออกไปในทางคัดเลือกพันธุ์ แต่การปรับปรุงพันธุ์และการขยายพันธุ์เพื่อการนำไปใช้นั้นน้อยมากๆ นี่คือข้อจำกัดเพราะเมื่อได้ผลลัพธ์จากการทดลองมาแล้วมันจะไม่ได้ถูกถ่ายทอดให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ต้องการที่แท้จริง ผลงานวิจัยทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในกระดาษและเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งที่มันควรจะอยู่ในไร่นาหรือสวนของเกษตรกร




เขามีงานเกี่ยวกับกล้วยไม้ด้วยครับ เขามีฟาแลนนอปซิส ช้าง หวาย ซิมบิเดียมและวานิลลา บอกตามตรงว่าไม่ได้เรื่องเลยครับ เขามีห้องแลปแต่ใช้ประโยชน์กันแบบสะเปะสะปะ ผมตกใจมากที่เห็นนักวิชาการของเขาเดินเข้ามาในห้องแลปพร้อมกับรองเท้าผ้าใบที่มีดินเกาะหนาเตอะ ถ้าเป็นบ้านเราลองใครใส่รองเท้าแบบนี้เข้ามารับรองได้ว่าโดนเจ้าของห้องแลปตบหัวทิ่มแน่นอน

อยากกล่าวถึงการปลูกวานิลลาของเขาครับ เพราะดูจะเป็นงานทดลองด้านกล้วยไม้ที่มากที่สุดของเขา ที่ WASI เขามีการทดลองปลูก Vanilla planifolia โดยปลูกใส่ถุงดำและตะกร้าพลาสติกแล้วปล่อยให้ลำต้นทอดเลื้อยขนานกับผิวดิน (บ้านเรานิยมปลูกแบบเกาะหลัก) ปัญหาด้านเขตกรรมที่พบก็เหมือนกับที่อื่นๆ ทั่วโลกคือปัญหาการเน่าจากเชื้อแบคทีเรีย และปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตเพราะการจะได้ฝักวานิลลาเพื่อจะนำไปบ่มสกัดในขั้นตอนต่อๆ ไปนั้นจำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์หรือพาหะในการช่วยผสม วานิลลามีอัตราการผสมตัวเองได้น้อยมากในธรรมชาติ เป็นที่น่าสังเกตว่าค่าแรงงานบ้านเขาถูกกว่าไทยมากโขอยู่ เขายังยอมแพ้บอกว่าสู้ค่าแรงไม่ไหว การปลูกวานิลลาในเชิงพาณิชย์คงไม่ง่ายนัก ตอนนี้วานิลลาที่ผลิตเป็นการค้าจะเป็นชนิด pompona ที่เขาเรียกว่า “Vanillon” ไงครับ ในห้องแลปเขาเอาวานิลลามาขยายแบบ Micro cutting ด้วยครับ เขาบอกว่าง่ายดี แต่ผมกลับมองว่าไม่มีประโยชน์ เพราะการขยายพันธุ์วานิลลาทำได้ง่ายๆ ด้วยวิธีปักชำ ซึ่งโดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อเลย

ตอนนี้เวียดนามมีทุเรียนหมอนทองกับมะม่วงน้ำดอกไม้แล้วนะครับ มันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงไม่ขอบอก กลัวติดคุกครับ แต่มองดูแล้วน่าห่วงจัง อีกหน่อยบ้านเราอาจไม่ใช่ประเทศผู้ส่งออกทุเรียนกับมะม่วงอันดับหนึ่งของโลกอีกต่อไป ผมคิดถึงข้าวหอมมะลิแล้วเสียวสันหลังทุกที

ตบท้ายด้วยธุรกิจเบียร์ที่นี่ครับ ดูจะไปได้สวยทีเดียว ราคาไม่แพงด้วย มีทั้งยี่ห้อดังๆ และยี่ห้อท้องถิ่น เบียร์สัญชาติเวียดนามส่วนใหญ่จะออกจืดๆ และแอลกอฮอล์ต่ำมาก ประมาณ 3.8% กินครึ่งโหลยังไม่รู้สึกตึงเลยครับ




Create Date : 28 มกราคม 2549
Last Update : 28 มกราคม 2549 16:50:30 น. 8 comments
Counter : 760 Pageviews.

 
ไร น้าแค่ครึ่งโหลเองหรือ อิอิ


โดย: ปลาวาฬน้อยคนสวย IP: 61.91.66.2 วันที่: 28 มกราคม 2549 เวลา:21:11:49 น.  

 
Very interesting, wait 4 next story :)


โดย: Lican IP: 161.200.70.14 วันที่: 29 มกราคม 2549 เวลา:11:18:29 น.  

 
"ตอนนี้เวียดนามมีทุเรียนหมอนทองกับมะม่วงน้ำดอกไม้แล้วนะครับ มันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงไม่ขอบอก กลัวติดคุกครับ แต่มองดูแล้วน่าห่วงจัง อีกหน่อยบ้านเราอาจไม่ใช่ประเทศผู้ส่งออกทุเรียนกับมะม่วงอันดับหนึ่งของโลกอีกต่อไป ผมคิดถึงข้าวหอมมะลิแล้วเสียวสันหลังทุกที"

อ่านของน้าโหดแล้วคิดถึงเรี่องนี้ครับ....

เราก็ต้องปรับปรุงคุณภาพ, ปรับปรุงพันธุ์ใหม่-----> กลัวประเทศอื่นเอาไป copy-------> จดสิทธิบัตรคุ้มครองพันธุ์ ------->(แล้วก็เข้าตัวเอง ที่ค่อยปฏิเสธ การจดสิทธิบัตรทางพันธุ์พืช) !!!!


โดย: สำเภางาม IP: 202.5.80.81 วันที่: 30 มกราคม 2549 เวลา:14:06:02 น.  

 
น้าโหด เขาให้ไปดูเรื่องกาแฟไม่ใช่หรือค่ะ แอบ แวบไปดูกล้วยไม้นี่นา กินเบียร์เวลาทำงานด้วย อิอิ


โดย: ไม่ได้ตั้งใจโสด วันที่: 31 มกราคม 2549 เวลา:1:49:18 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ

ความเห็นของคุณสำเภางามนั่นแหละครับ ใช่เลย

คุณไม่ได้ตั้งใจโสด ทำหลายอย่างจ้า ไม่ใช่อย่างเดียว แล้วก็ไม่ได้กินเวลางานด้วยนะ เดี๋ยวเขาไล่ออกกันพอดี


โดย: โหด IP: 203.156.32.235 วันที่: 31 มกราคม 2549 เวลา:9:05:07 น.  

 
ยังไม่รู้สึกตึงต้องกินอีกครึ่งโหล อิอิ


โดย: noojew วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:57:51 น.  

 
เบียร์น่าทานๆอร่อยเป่าครับอิอิ


โดย: นายเมฆนรก IP: 203.113.35.9 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:21:50 น.  

 
เอาพริกไทย มาผัดเผ็ดหมาปู่แกลมเบียร์ดีก่าน้าโหด

ทางใต้ มีเบียร์อีกคือ บาบาบาหรือ333 แล้วก็ halida อะไรอีกน๊าจำม่ายด้าย มาวก่อนทุกที อิ อิ


โดย: JUNGLE MAN วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:50:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้าโหด
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าโหด's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.