Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
would you erase me ?

ผมใช้เวลาถึง 3 เดือนทำใจกับ 21 นาทีที่หายไปใน DVD Eternal Sunshine of the Spotless Mind ฉบับJ-BICS

ผมพยายามแล้ว(อย่างน่าสงสาร)ตามหาหนังเรื่องนี้ฉบับเต็ม 108 นาที แต่ไร้ผลครับ หนังเก่าแล้วครับ บนแผงค้าขายไม่มีที่ว่างสำหรับหนังเก่าๆครับ หนังใหม่มีมาทุกวันครับ ลูกค้าก็เลือกซื้อแต่หนังใหม่ๆครับ ครับดูฉบับ 87 นาทีก็ได้ครับ

ดูจบแล้วก็เกิดความคิดแบบแฟนตาซีถึงเรื่องการลบความทรงจำ ครับ มันไม่ใช่ประเด็นใหม่อะไรสำหรับเรื่องการอยากลืม "อยากลืม อยากลืม ..อยากลืม"ผมเชื่อว่าความรู้สึกนี้มีอยู่ในเพลงของทุกภาษา และในหนังมากมายก็เอา"อาการไม่อยากจำ"มาเป็นประเด็น(เช่นในหนังของเฮียหว่อง) คงไม่มีใครหรอกที่อยากให้ความทรงจำอันเจ็บปวดมาเป็นเสี้ยนค้างอยู่ในสมอง แต่ก็อย่างที่รู้กันดีล่ะครับว่า"ยิ่งอยากลืม ก็ยิ่งเป็นการย้ำให้จำชัดขึ้นไปอีก"

ที่พอจะทำได้กับสิ่งที่อยากลืมแต่ไม่อาจลืม สำหรับผม ผมพยายามชินกับมันครับ เมื่อชินกับมันแล้วมันก็จะคลายความพิเศษลงไป จากsuperเจ็บ ก็จะกลายเป็นเจ็บธรรมดา - เจ็บนิดๆ (กระบวนการชินนั้น ขั้นตอน - ผลของมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ,หากใช้มาก อาจเกิดผลข้างเคียง)

แล้วถ้าเราสามารถลบความทรงจำบางส่วนออกได้ล่ะ ลบใครสักคนออกไปจากสมอง คงเหมือนได้ฉีดยาแก้ปวดชนิดร้ายแรงที่สามารถขจัดความเจ็บปวดน้ำเน่าได้หมดสิ้น ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอหายไป A - Z ทุกหน่วยความจำจบลงที่ 0 ไม่ว่าเรื่องเน่าๆหรือความสุขหอมหวานน่ารัก (เธอ)ก็ไม่มีเหลือค้างในตัวตน(ผม)แหว่งวิ่นที่ต้องงงจมอยู่กับความมึนชา จะดีไหมนะ?

อย่างนั้น ผมก็ต้องกลับไปอ่อนแอกับเรื่องพวกนี้อีกครั้งสิ อาจได้หวนไปวนเริ่มใหม่เมื่อโอกาสแบบนั้นผ่านเข้ามา ผมจะกระโจนเข้าไปหาให้มันทำร้ายได้เท่านี้อีกและต้องเจ็บเป็นครั้งแรกอีกครั้ง จะดีหรือ?

ไม่ดีแน่ครับ คิดไปแล้ว ผมก็ไม่ได้มีความทรงจำเลวร้ายระดับจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง สิ่งไม่ดีซึ่งค้างในหัวขณะนี้ยังเก็บใช้เป็นบทเรียนได้อย่างดี เยี่ยม!

ทุกอย่างอยู่ในที่ของมัน รอให้วันวานผ่านเลยไกลแล้วจางหายไปจนไร้ความหมาย บนเส้นทางแห่งอนันต์นี้ ความทรงจำทั้งหมดของเราก็เพียงฝุ่นเถ้าหนึ่งของกาลเวลา


Create Date : 08 กรกฎาคม 2549
Last Update : 22 พฤษภาคม 2551 19:30:47 น. 14 comments
Counter : 419 Pageviews.

 
วันเก่าๆ ดีและเลวล้วนเป็นบทเรียนที่ดีในชีวิตนะ ผมว่า

ผมคงเป็นคนขี้เหนียวและเสียดายของ.. วันเวลาต่างๆ นั้นผมเสียดายถ้าต้องหายไป...

และถ้าไม่มีวันนั้น วันนี้ก็คงจะเปลี่ยนไป.. บางอย่างที่เราจำได้ในตอนนี้ หรือบางอย่างที่เราทำในตอนนี้ มันเป็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เหมือนประสบการณ์และบทเรียนที่เราได้เรียนรู้จนหล่อหลอมให้เราเป็นเราอย่างทุกวันนี้...


โดย: bigg IP: 210.86.135.15 วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:26:53 น.  

 
เผอิญ(อีกแล้ว)ก็ซื้อฉบับ87นาทีไปดูเช่นกัน
เพราะมันลดราคากระหน่ำ

เราดูอีกหนทางCinemaxหรือHBO สักช่องเนี่ยแหละ

มันก็ฟังดูเท่ดีถ้าจะลบความทรงจำ
แต่กว่าจะมีความทรงจำเกี่ยวกับใครหรืออะไรได้
ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันก็ใช้เวลาพอประมาณในช่วงชีวิตเรา

เหมือนตอนนี้อาจารย์อยากให้เราลบทักษะที่เราใช้เวลากว่า10ปีฝึกฝนมา และเป็นทักษะที่เราภาคภูมิใจ

คำตอบคือ เราไม่ลบหรอก สิ่งที่มีอยู่ในความคิดหรือสิ่งที่เรามี เพราะมันมีค่าเกินกว่ากระดาษใบปริญญาบัตรใดจะมาแทนที่ได้

ที่จะทำคือปรับเปลี่ยนและรู้สึกเลือกใช้ให้ถูกจังหวะและสถานการณ์



โดย: keyzer วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:57:56 น.  

 
ได้ดูในโรงน่ะค่ะ
หวังว่าคงไม่โดนลบอะไรออกไป


โดย: grappa วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:00:45 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณ bigg ที่บอกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นบทเรียนที่ดีในชีวิตนะคะ

ประสบการณ์จะสอนไม่ให้เราทำผิดซ้ำแบบเดิม
แม้ว่าหลายครั้งจะเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดเคล้าน้ำตาก็ตามทีนะคะ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผ่านไป เราจะจะรับมือกับเหตุการณ์เดิมได้ดีขึ้นกว่าเดิม

อย่างเช่น ถ้าคนที่เรารักจากไป การคิดถึงเขาช่วงแรก ๆ อาจจะเป็นความเจ็บปวด
ที่ทำให้อยากร้องไห้ ที่บีบหัวใจทุกครั้งที่นึกถึง
แต่เมื่อเวลาผ่านไป และเราทำใจได้

การคิดถึงเขาก็จะเปลี่ยนไป
เราจะคิดถึงเวลาที่มีที่เราเคยที่ร่วมกัน
และก็จะไม่ร้องไห้อีก

หรือ ... ถ้าเราไม่อยากเจ็บปวด ไม่อยากเสียใจ
เราจะเลือกลบประสบการณ์ ทิ้งความทรงจำเกี่ยวกับคน ๆ นั้นหรือไม่?
เราอาจจะไม่เจ็บปวด ไม่ต้องเคยเสียใจ

แต่เราก็จะไม่มีความทรงจำที่ดีกับบุคคลนั้น ๆ

อืมมม เรียกว่าเป็น "การกล้าเผชิญหน้ากับความจริง" ได้ไหมคะ??




โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:46:56 น.  

 
ลืมไป ๆๆ

Oh, therefore, I would never erase you ค่ะ :D :D


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 8 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:47:52 น.  

 
การควบคุมความคิด ทำได้ยากมากครับ
ทุกๆวินาที แทบไม่มีที่ว่างของความสงบให้เราได้พักผ่อนสมองกันบ้างเลย
เพราะดูเหมือนว่าทุกๆ เรื่องราวทั้ง อดีต ปัจจุบัน อนาคต ต้องการที่จะยึดพื้นที่ทางความคิดของเราอยู่ตลอดเวลา

ถ้ามีสักช่วงนึงของวัน ที่จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กระวนกระวาย ไม่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องเก่าๆ ก็คงดี



โดย: K.O.P. IP: 58.9.144.100 วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:0:30:34 น.  

 
ประสบการณ์ทำให้เราได้เรียนรู้และเติบโตนะครับ การลบเป็นสิ่งไม่เป็นประโยชน์เลย มีแต่จะทำให้เกิดความพลาดซ้ำซากวนเวียนครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 9 กรกฎาคม 2549 เวลา:4:49:49 น.  

 
บางอย่างที่มันต้องจางหายไป เราก็อาจนึกเสียดายบ้าง

เพราะในบางอย่างนั้นมันก็คงมีสิ่งที่เป็นความทรงจำดีๆอยู่บ้าง

ทุกๆความทรงจำที่ดีๆ ในอดีต มันก็คงประมวลผลรวมอยู่ในความกล่องความทรงจำของเรา

ส่วนอะไรที่มันไม่ค่อยดี ถึงจะไม่หายไปจากในซะทีเดียว แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องนึกถึงมัน แล้ววันนึงมันก็จะเลือนไปเอง

เพราะมีอะไรเกิดขึ้นมากมายอย่างนี้ ตัวเราถึงได้โตขึ้น และใช้ชีวิตอยู่ได้ในสังคมแบบนี้


โดย: belittle big IP: 61.47.105.3 วันที่: 10 กรกฎาคม 2549 เวลา:10:20:15 น.  

 
อยากลืม ว่าเคยชื่นชมในความพยายามหาเวอร์ชั่นเต็มหนังเรื่องนี้ของเพื่อนคนหนึ่ง คิดแล้วผิดหวังเป็นบ้า


โดย: เสี่ยเอง IP: 203.113.41.4 วันที่: 10 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:24:08 น.  

 
^
^
คุณเสี่ยครับ วันนี้เพื่อนคนนั้นยังไปตามหาฉบับเต็ม(ฉบับแม่สาย)ที่แฟชั่นไอส์แลนด์นะครับ อย่าเพิ่งผิดหวังนา.

ลบไม่ได้หรอกครับเพราะมันไม่อาจลบ


โดย: lomocat วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:1:02:41 น.  

 
แวะมาทักทาย และขอบคุณสำหรับคำแนะนำ+กำลังใจอีกครั้ง



โดย: keyzer วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:2:02:40 น.  

 


เป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องค่ะ ให้คะแนนยอดเยี่ยมคู่คี่สูสีกับบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็ค

ทั้งสองเรื่องทำให้เราคิดถึงประเด็น - ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยากลืมอะไรในอดีต

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไร

แต่มันไม่ง่าย....

เพราะปัญหาคือเรื่องต่างๆที่เราอยากจะลืม อยากจะลบน่ะ

มันมีผลมาจากการกระทำของคนอื่นๆ ด้วยนะ...โดยเฉพาะคนที่เราแคร์


โดย: มัชฌิมา วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:03:41 น.  

 
ผมชอบเรื่องนี้มากเลยนะครับ

มีแต่คนพูดในแง่ ความทรงจำ อดีต บทเรียน เยอะแล้ว
ขอนอกเรื่องเล็กน้อย

คือหนังเรื่องนี้มีมุขแสบเล็ก ๆ นิดหนึ่ง ซึ่งมีไม่ถึงครึ่งนาที แต่ผมว่าสำคัญ แม้ไม่เกี่ยวกับตัวเรื่อง แต่มุขนี้ก็อยู่ในเรื่อง

กล่าวคือ พระเอกถามแพทย์ว่า ไอ้ขั้นตอนทำให้ความจำหายนี่ ปลอดภัยใช่ไหม จะไม่มีอันตรายใช่ไหม

แพทย์ตอบมาประโยคเดียวเลย (ประมาณนี้นะ) ว่า "Sure, we do damage the brain to erase that memory)

กล่าวคือ

1. ด้วยวิธีปกตินี่ เราไม่ลืมเหตุการณืได้ง่าย ๆ หรอกนะ ถ้าไม่ทำลายสมองบางส่วน
2. การรักษาทางการแพทย์นี้ ไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องเสียสละ และต้องรับความเสี่ยงบางอย่างด้วยเช่นกัน


โดย: Plin, :-p วันที่: 12 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:11:38 น.  

 
เคยดูละเหมือนกัน
จบข่าว


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 15 กรกฎาคม 2549 เวลา:4:17:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

lomocat
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




just a cat.
Friends' blogs
[Add lomocat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.