Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
22 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
As I see it

ชื่อ theme ของ blog นี้ผมเอามาจาก คอลัมน์ As I see it ของโคโนสุเกะ มัตซึชิตะผู้ก่อตั้ง National – Panasonic ตีพิมพ์ในนิตยสาร Intersect (..ขอละรายละเอียดนี้ไปนะครับ) ซึ่งได้มีการรวบรวมแล้วแปลเป็นไทยในชื่อหนังสือ "ในทัศนะของข้าพเจ้า"(นานแล้ว) จากชื่อคอลัมน์นี้แสดงถึงความถ่อมตัวของโคโนสุเกะ มัตซึชิตะ เพราะผู้เขียนพยายามบอกว่าเรื่องราวที่เขียนลงในคอลัมน์เป็นเพียงทัศนะของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปหรือความถูกต้อง ซึ่งอาจจะมีที่ผิดหรือสับสนปนอยู่

"ท่านโคโนสุเกะ มัตซึชิตะแสดงทัศนะของตนอย่างจริงใจ คราใดที่ท่านเชื่อมั่นว่ามีจุดยืนที่ถูกต้อง ท่านก็จะโต้แย้งด้วยทัศนะที่หนักแน่นแจ่มชัด แต่คราใดที่ท่านเกิดไม่แน่ใจเพียงน้อยนิดว่า ทัศนะของท่านอาจจะไม่ถูกต้องก็เป็นได้ ท่านก็น้อมรับอย่างถ่อมตนว่าตนเองเกิดความสับสน" (จากบทนำในหนังสือ)

"บุคคลใดที่มีทัศนะที่ปลอดจากการยึดถือตนเองเป็นที่ตั้ง บุคคลใดที่มีค่านิยมซึ่งมุ่งเสมอสู่เป้าหมายที่เชิดชูคุณค่าของมนุษย์ บุคคลนั้นย่อมมีความคิดที่ข้าพเจ้าเรียกว่า SUNAO ในภาษาญี่ปุ่นคำว่าซูนาโอะสื่อค่อนไปทางเคารพเชื่อฟังผู้มีอาวุโสหรือผู้มีบุญคุณ แต่ข้าพเจ้าพอใจมากกว่าที่จะเรียกว่า ระดับความคิดและจิตใจ ที่ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น ไม่คับแคบและใจกว้างพอที่จะเรียนรู้จากผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องคล้อยตามผู้อื่นเสมอไป

เมื่อใดที่ท่านเห็นสรรพสิ่งว่าอะไรคือสิ่งที่จริงแท้ โดยไม่ยึดติดกับดักความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกของตนเอง ว่าต้องยึดติดยึดมั่นแต่ความคิดความเชื่อของตัวเอง ความรู้สึกนึกคิดของท่านจะเป็นแบบซูนาโอะ"

"ผลกำไรเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับบริษัทที่จะแบกรับภาระความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการชำระภาษีอากรต่างๆ เงินปันผล และกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสังคมด้วยเมตตาธรรม ตามที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวถึงในคอลัมน์นี้ กิจการของเอกชนนั้นเป็นองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ และผลกำไรที่ได้มา ช่วยทำให้สามารถดำเนินการหรือให้ภาระกิจทางสังคมเป็นจริงขึ้นมาได้"

และนี่คือเรื่องที่ผมชอบที่สุดในหนังสือนี้
"เรื่องนี้เกิดขึ้นกับร้านทำขนมเจ้าเก่าแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่าทำขนมได้อร่อยที่สุด เป็นร้านขนาดใหญ่โอ่อ่า ขายแต่ขนมที่มีราคาแพงมีคุณภาพเท่านั้น ลูกค้าของร้านขนมนี้ ก็ล้วนแต่เป็นคนร่ำรวย หรือไม่ก็เป็นพวกผู้ดีชั้นสูงในเมือง อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีชายคนหนึ่งมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนจนท่าทางโทรมๆเดินเข้ามาในร้านและขอซื้อขนมมันจู(ขนมที่ทำด้วยแป้งนึ่งยัดไส้ด้วยถั่วญี่ปุ่น) ซึ่งนับเป็นเรื่องที่แปลกมากที่คนจนๆแต่งตัวโทรมๆจะกล้าเหยียบเข้าไปในร้านที่โอ่อ่าและถือว่าเป็นร้านชั้นหนึ่งเช่นนั้น เด็กฝึกงานที่อยู่หน้าร้านก็เลยไม่แน่ใจทำท่าลังเลว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุด ก็ตัดสินใจหยิบขนมมันจู จัดการห่อและจะได้รีบขายให้แบบต้องการให้ลูกค้ารายนั้นรีบๆออกไปจากร้าน พอเด็กหน้าร้านจะยื่นห่อขนมให้ เจ้าของร้านก็โผล่ออกมาแล้วยับยั้งเขาทันที "เดี๋ยวๆ ฉันส่งให้เอง" พูดแล้วเจ้าของร้านทำขนมก็ยื่นห่อขนมให้กับลูกค้าอย่างสุภาพ พร้อมกล่าวขอบคุณด้วยคำพูดที่ให้เกียรติยิ่ง

เด็กหน้าร้านคนนั้นงุงงง จึงถามเจ้าของร้านเมื่อลูกค้าคนนั้นเดินออกจากร้านไปแล้วว่า "ท่านครับ ทำไมท่านถึงได้บริการลูกค้าคนนั้นเอง ท่านไม่เคยบริการลูกค้าด้วยตัวเองเลยนี่ครับ"

เจ้าของรานพยักหน้าและบอกว่า "ถูกแล้ว แต่ลูกค้าคนนี้ถือเป็นลูกค้าพิเศษ เราควรสำนึกบุญคุณที่เขาเข้ามาอุดหนุนร้านเราวันนี้"
"ลูกค้าคนนั้นพิเศษอย่างไรครับท่าน"

"ลูกค้าประจำของเราล้วนแต่เป็นคนฐานะดี จึงไม่มีอะไรพิเศษเมื่อลูกค้าระดับนั้นเข้ามาอุดหนุนร้านเรา แต่ชายคนนั้นต้องการได้ขนมของเรามากเหลือเกิน เขาคงจะต้องใช้ทุกบาททุกสตางค์ที่เขามีอยู่ เพื่อจะได้ซื้อขนมของเราเพียงชิ้นเดียว เราไม่ควรจะต้องขอบคุณเขาเป็นพิเศษกระนั้นหรือ นี่คือเหตุที่ฉันตัดสินใจบริการเขาด้วยตัวเอง ในฐานะนักธุรกิจไม่มีอะไรที่น่าปิติยิ่งไปกว่าการที่มีลูกคาประเภทนี้"

- จบ -


Create Date : 22 มิถุนายน 2549
Last Update : 22 พฤษภาคม 2551 19:54:17 น. 14 comments
Counter : 301 Pageviews.

 

ทำได้ยากนะการมีทัศนะที่ปลอดจากความรู้สึกของตัวเอง

จะว่าไปคนเราก็เชิดชูคุณค่าของมนุษย์ต่างกัน



โดย: keyzer วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:18:14:55 น.  

 
ชอบเรื่องที่คุณ lomocat คัดลอกมาให้อ่านมากเลยครับ
ถ้าพ่อค้า แม่ค้า คนทำธุรกิจคิดแบบนี้กันทุกคนก็คงดี
ไปซื้อของที่ไหนก็คงไม่หงุดหงิดรำคาญใจ

นานมาแล้ว
บ่ายวันหนึ่ง วันนั้นเป็นวันเสาร์น่ะครับ
ผมกลับบ้านตอนบ่ายๆ และหิวมาก
ก็เลยกะแวะกินก๊วยเตี๋ยวร้านนึงใกล้ๆ บ้าน
ลูกสาวเฮียเจ้าของร้าน อายุราวสามสิบต้นๆ
พูดกับผมด้วยน้ำเสียง และหน้าตาที่ทำร้ายหัวใจผมอย่างรุนแรง
ผมเลยตอบกลับไปว่า
"คุณพูดจาแบบนี้ ไม่อยากขายใช่ไหม
พูดกับลูกค้าแบบนี้ได้ยังไง
ผมไม่ได้มาขอกินฟรีนะ..."

แล้วผมก็เดินออกจากร้านไป
และไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกเลย





โดย: King Of Pain วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:20:50:49 น.  

 
ดีใจที่ได้อ่านค่ะ


โดย: Love U forever. วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:22:44:14 น.  

 


ชอบเรื่องนี้จัง
ขอบคุณนะคะ ^^



โดย: jengly วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:23:14:47 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องดีๆให้อ่านนะครับ

คนญี่ปุ่นสร้างชาติมาได้แบบนี้ไม่ใช่ความบังเอิญจริงๆ เรื่องที่เอามาให้อ่านอาจจะเป็นแค่แง่มุมหนึ่ง แต่ก็สะท้อนการเป็นที่สุดในรูปแบบหนึ่งของคนญี่ปุ่นได้ดีจริงๆครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:23:47:53 น.  

 
จากประสบการณ์ คนยากคนไร้ หลายต่อหลายคนที่ไม่รุ้จักวางกล้ามใหญ่โต เหมือนกับพวกผู้ลากมากดี ซึ่งเราขอสดุดีกลุ่มคนเหล่านั้นว่า

"คนจนผู้ยิ่งใหญ่"

ไม่ทราบเห็นอย่างไรครับ ?

ปล. ขอเชิญคุณโลโมแคทลดตัวลงมาส่งใบสมัครดัชชิ่วแป๊ะแอนด์ซิ้ม 2006 ที่ดำรงเฮฮาบล็อกแก็งค์ด้วยนะครับ หนุกหนาน ๆ ...


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 23 มิถุนายน 2549 เวลา:2:05:40 น.  

 
ที่บ้านก็ทำมาค้าขาย เวลาตัวเองดูร้านก็จะปฏิบัติตัวให้เสมอภาคกับลูกค้าทุกราย ไม่ว่าลูกค้าจะมีซื้อของเพียงเล็กน้อยก็ตาม เราก็ไม่ลืมที่จะพูดดีๆ กับเค้า

ขณะเดียวกัน กับมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีในบางครั้งกับลูกค้าคนรวย บ่อยครั้งที่เค้าพูดไม่ค่อยดี เราก็เลยไม่ค่อยชอบลูกค้าพวกนี้สักเท่าไหร่

และในขณะเดียวกันเมื่อกลับเป็นเราเป็นลูกค้าซะเอง เวลาไปซื้อของก็จะพูดดีกับคนขาย ถึงแม้บางทีคนขายจะดูงงก็ตาม

แต่หลายครั้งเราก็ไม่ยอมนะเวลาที่คนขายพูดไม่ดี ทำหน้าไม่อยากขายเรา เราก็ไม่ง้อเหมือนกัน


โดย: belittle big วันที่: 23 มิถุนายน 2549 เวลา:11:07:43 น.  

 
อืมมมม ขอให้ panasonic จงเจริญ...

เรื่องนี้เสี่ยบ้านหมี่แมนเจ้าของร้านหนังสือจอมโหดน่าจะอ่านไว้นะครับ...


โดย: biggg วันที่: 23 มิถุนายน 2549 เวลา:16:13:47 น.  

 
ใช่ครับ เป็นไปไม่ได้ที่จะแสดงทัศนะซึ่งปลอดจากความรู้สึกของตัวเอง ผมเองก็พยายามให้ได้ดังนี้ครับ "ทัศนะที่ปลอดจากการยึดถือตนเองเป็นที่ตั้ง "

KOP - เป็นผมก็ทำแบบคุณครับ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าพวกร้านค้าแบบบ้านๆจะปรับเรื่องบริการกันแล้วนะครับ ที่ไม่ปรับก็รอดยาก โดนพวกโมเดิร์นเทรดงาบไปหมด แถวบ้านผมมีเครปเจ้าหนึ่งขายดีมาก คนกินต่อคิวกันเป็นชั่วโมงๆ(2-4ชั่วโมง บางทีถึง 6) เมื่อเทียบเวลาที่รอกับเครปราคา 25 บาทก็ดูเป็นเรื่องไร้สาระ ถามว่าเครปอร่อยระดับเทวดา? มหัศจรรย์พิศดารกว่าเครปเจ้าอื่นรึเปล่า ก็เปล่า แล้วทำไมคนถึงภักดีต่อเครปป้าเฉื่อยขนาดนี้(มีมาก่อนโรตีบอยเนิ่นนาน และต้องรอกันนานกว่ามากๆด้วย) ผมคิดว่าที่ลูกค้าติดเครปเจ้านี้ก็เพราะอัธยาศัยที่ดีมากๆของคนขาย ใจเย็น พูดคุยกับลูกค้าอย่างกันเอง ป้าแกบรรลุแล้วซึ่งเซียนเครปแน่ๆครับ

Love U forever ,jengly ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน พิมพ์ลอกตั้งนานก็นึกกลัวว่าจะไม่มีคนเข้ามาอ่าน

ครับ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนที่ญี่ปุ่นเจริญรุ่งขึ้นมาได้หลังแพ้สงครามโลก เขาก็มีสิ่งๆของเขาน่ะครับ ซึ่งเราควรเรียนรู้อะไรที่ดีๆจากทุกๆด้านเท่าที่สามารถเก็บได้
จริงๆแล้วสาเหตุที่ผมเขียนหน้านี้ เพราะพักนี้"เรื่องเกี่ยวกับนานกิง"ได้ผ่านตาผมมากเหลือเกิน ความโหดร้ายนั้นทำให้ผมฝันร้ายติดต่อกันหลายคืน ผมพยายามยุติฝันร้ายด้วยการมองหาเรื่องดีๆของญี่ปุ่นมาค้าน /ก็อย่างว่าน่ะครับ ทุกอย่างย่อมมีหลายด้าน และแต่ละสิ่งย่อมมีความแตกต่าง

"คนจนผู้ยิ่งใหญ่" ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นจังครับ หมายความว่าเราจน เราเป็นคนบ้านนอก แล้วจะต้องมากลัว มาหงอกับคนที่ชอบแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ไม่ครับ อย่าไปยอมครับ ถ้าเรายอมอยู่เรื่อย เราไม่มีวันได้เข้าใกล้ความถูกต้องยุติธรรมกันแน่ๆ ประการแรกควรภูมิใจในตนเอง(อย่าไปยึดติดกับเรื่องเงิน) ถึงเราจะจน แต่เราก็ยิ่งใหญ่ได้ใช่ไหมครับคุณดำรง (เมื่อวานผมเข้าไปอ่านกติกาแล้วครับ พอดีผมไม่มีรูป 2 นิ้วอะครับ ขอเป็นคนเชียร์ก็แล้วกันนะ ..อ้อ คำว่าลดตัว ทำเอาผมสะดุ้งจนเจ็บหลังเลยครับ)

ผมว่าใครก็อยากให้คนอื่นพูดดีกับเรานะครับ /คนจิตใจดีย่อมอยากให้คนอื่นมีความสุข ดังนั้นเมื่อพูดกับคนอื่นก็ย่อมพูดจาด้วยสำเนียงดีอย่างเจตนาดี นี้ก็แสดงได้ว่าคุณbelittle big เป็นคนจิตใจดีนะครับ


เฮียเสือบิ๊ก เหมือนเอ็งอ่านสมองกูได้เลยว่ะ จะว่าไปไอ้หนังสือเล่มนี้ ทำให้กูมองpanasonicดีกว่ายี่ห้ออื่น แต่ก็ไม่ได้คิดมากว่านี่เป็นการสร้างภาพให้องค์กรหรือตัวเองกำลังตกเป็นเหยื่อของการตลาด(เจ้าของsony เขาก็สนใจเรื่องการพัฒนาเด็กนะครับ ถ้าสนใจก็ไปหาหนังสือ "รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" มาอ่านได้)


โดย: Lo! cat IP: 61.90.165.53 วันที่: 23 มิถุนายน 2549 เวลา:22:11:58 น.  

 
อืมม จริง ๆ สงสัยมานาน - ตั้งแต่เริ่มแรก - แล้วมังคะ ว่าทำไมใช้ชื่อว่า As I see it
เพราะว่าเป็นชื่อที่ฟังแล้วชอบมาก

As I see it เขียนอย่างที่ได้มอง เขียนอย่างที่ได้เห็นโลก
ซึ่งก็จริง เพราะเป็นข้อเขียนของเรา ในพิ้นที่ของเรา

แล้ววันนี้ก็ได้เห็นคำตอบเสียที :D :D :D

เรื่องน่ารักจังนะคะ
คนที่มาซื้อขนม ไม่ได้มาเพราะ "ต้อง" มา
แต่มาเพราะอยากมา "ต้องการ" มาจริง ๆ

จึงจำเป็นที่สุด ที่เราจะต้องเห็นค่าของคนที่เห็นค่าเราที่สุด

เอ ไม่เกี่ยวอีกแล้ว ^^"


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:2:30:15 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปที่ Blog นะคะ
แล้วก็ขอบคุณมากๆสำหรับกำลังใจ


โดย: Love U forever. วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:3:34:20 น.  

 

มนุษย์ที่มีคุณค่า คือมนุษย์ที่มองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น




ป.ล. " กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว " เป็นหนังสือที่อยากให้ทุกคนได้อ่านนะ
ไม่ว่าชาตินี้ตั้งใจจะมีลูกหรือไม่มีก็เหอะ


โดย: มัชฌิมา วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:13:56:43 น.  

 
กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว - เล่มของผมโดนหลานตอนอายุยังไม่เข้าอนุบาลทำลายไปซะแล้วครับ


โดย: lomocat วันที่: 24 มิถุนายน 2549 เวลา:20:18:12 น.  

 
เธญเธขเธฒเธเน„เธ”เน‰เน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธขเนˆเธญเธ—เธตเนˆเธชเธธเธ”เนเธซเนˆเธ‡เธ„เธงเธฒเธกเธชเธณเน€เธฃเน‡เธˆเธ‚เธญเธ‡เน‚เธ„เน‚เธ™เธชเธธเน€เธเธฐ เธกเธฑเธ•เธ‹เธถเธŠเธดเธ•เธฐ


โดย: iuy IP: 61.91.194.13 วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:6:33:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lomocat
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




just a cat.
Friends' blogs
[Add lomocat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.