Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
2 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
จากเดล คาร์เนกี้จนถึงซูซาน หว่อง

ผมมีเพื่อนเก่าที่สนิทกันมากอยู่หนึ่งคน ไอ้หมอนี่มันรับอิทธิพลความหลงใหลของพ่อมันที่มีต่อเยอรมันและหนังสือแปลของอาษา ขอจิตต์เมตต์มาเต็มสมอง แต่ในหน้านี้ผมคงไม่กล่าวถึงเยอรมันที่รักของมัน แต่จะพูดถึงหนังสือ "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" เขียนโดยเดล คาร์เนกี้ และแน่นอนว่าต้องฉบับแปลโดย อาษา ขอจิตต์เมตต์ (อีกฉบับซึ่งแปลโดยอีกคน เพื่อนผมมันว่าแปลห่วยเหลือเกิน)

เมื่อประมาณเกือบสิบปีก่อน นักอ่านหน้า(ปัญญา)อ่อนๆจะถูก"หนังสือที่ว่าด้วยหนังสือ"ยัดเยียดความคิดเหยียดหนังสือประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า HOW TO ซึ่งตอนนั้นผมก็ยังอ่อนจนเห็นว่าหนังสือพวกนี้คือของยี้!ตามพวกท่านๆไปด้วย[พวกท่านๆที่เคยประกาศถึงบางคนว่า ชิ! เป็นตลกริมาเขียนหนังสือ เฮ้อ! ..และโดนตลกคนนั้นตอกกลับว่า แล้วพี่จะเก็บตัวหนังสือไว้ใช้กันเองเฉพาะนักเขียนรึไงครับ(ประมาณนี้ในความทรงจำผม)] มาวันหนึ่งผมก็ได้รู้ว่าเพื่อนคนนี้มันชอบหนังสือ"วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" อ๊ะๆ นี่มันหนังสือฮาวทูนี่หว่า ผมเริ่มมีปฏิกริยาล้อปนเหยียด "โอ๊ะๆ มึงจะมาชนะไรกูวะ" "มึงหาวิธีจูงใจน้องทัชเจอยัง 55" "เย้ดด กลัวถูกมึงพิชิตว่ะ เอิ๊กๆ" ฯลฯ ตอนนั้นผมคงสร้างความรำคาญแก่มันมากมาย

และต่อมาผมก็รู้ว่าหนังสือสุดรักของมันเล่มนี้เก่าขาดและมอดกินพิกลพิการ มันซื้อฉบับที่คนอื่นแปลก็อ่านไม่ได้เรื่อง บ่นอยากได้เล่มใหม่ให้ผมช่วยหาให้ ผมก็ช่วยมันหาอยู่เหมือนกันแต่ไม่เจอเล่มที่อาษา ขอจิตต์เมตต์แปลเลย ผ่านมาหลายปีผมถึงมาเจอหนังสือเล่มนี้ที่ร้านหนังสือเก่าย่านจตุจักร บนปกเขียนตัวเลขบอกราคา 200 แต่เห็นมีเด็กอยู่เฝ้าร้านอยู่คนเดียว ผมเลยลองเอาน้ำลายป้ายลบเลข 0 ออกหนึ่งตัว พอดีว่ามันลบได้ผมเลยได้หนังสือหายากเล่มนี้มาในราคา 20 บาท และก็ไม่รอช้า ผมรีบโทรไปอวดเพื่อนทันทีว่ากูหาซื้อได้แล้วเฟ้ย 20 บาทเองด้วย แต่มันไวกว่าผมแฮะ มันหาซื้อเล่มใหม่ได้ตั้งนานแล้ว ชิ!แล้วดันไม่บอกกันอีก ผมฉุนใส่เพราะไม่อยากได้หนังสือเล่มนี้เลยสักนิด

ต่อมา ผมก็พบว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ใน "หนังสือดีในรอบศตวรรษ" กะเขาด้วย แต่ก็ยังไม่วายสะใจที่ในรายละเอียดบอกว่าเป็นหนังสือที่ไม่ถูกใจพวกนักวิจารณ์เท่าไร 55

แล้วผมก็หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ด้วยเหตุผลที่ว่าผมจะได้เก็บเนื้อหาเอาไปคุยขัดกับเจ้าเพื่อนที่น่าสงสาร แต่พอได้อ่านก็พบว่ามันเป็นหนังสือที่อ่านเพลินทีเดียว มีสำเนียงถ่อมตน ไม่ใช่ประเภทส่งเสริมทะเยอทะยานอย่างที่คิด ทั้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ยกเรื่องราวถ้อยคำจากคนสำคัญในประวัติศาสตร์ก็เลือกมาได้ดีและเข้ากับเนื้อหา ที่สำคัญมันทำให้ผมได้คิดว่า ที่ผ่านมาเราได้ทำได้พูดในสิ่งซึ่งไร้ประโยชน์สร้างแต่โทษไว้มากมาย ได้เห็นตัวตนว่าแท้จริงแล้วเราโคตรจะอ่อนแอ พยายามปกป้องซ่อนเร้นความอ่อนด้อยด้วยการรีบชิงโจมตีเรื่องที่จะขัดต่อความคิดเราด้วยคำพูดรุนแรง เพราะกลัวว่าความเชื่อความคิดอันน้อยนิดและไม่มั่นคงจะถูกทำลาย โถ..น่าสงสาร (แต่ก็ยังเจอจุดเอาไว้ล้อเพื่อนได้อยู่ดี - ในหนังสือแนะอยู่บ่อยๆว่า จงยิ้มอย่างจริงใจ - "เฮ้ย มึงยิ้มอย่างจริงใจให้กูดูหน่อยดิ .. เฮ้ยยิ้มสิวะ เดล คาร์เนกี้สอนย้ำแล้วย้ำอีกนะเว้ย")

แต่ผมก็ไม่ใช่พวกบัวใต้น้ำใต้ตมซะทีเดียว เพราะยังไงตัวตนผมในวันนี้ก็เปลี่ยนจากเดิมเพราะหนังสือเล่มนี้อยู่โข เช่น ผมเป็นนักฟังที่ดี(ขึ้น) ไม่พูดแย้งพูดขัดในทางร้ายถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างสรรค์หรือเพื่อความถูกต้อง(พยายามอยู่) ไม่พูดอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์(ไม่ได้หมายถึงคิดถึงแต่ผลประโยชน์นะครับ) รู้จักการรักษาน้ำใจคนมากขึ้น ..ก็ต้องพูดกว่าต้องพยายามล่ะครับ เพราะบางทีจิตใฝ่ต่ำก็ทำให้เราอยากบลั๊ฟ อยากแขวะ ประชดสวนกลับ เพื่อความสะใจ เพื่อสนองความอ่อนแอในตัวตน ต้องพยายามรักษาสติ รู้ทันมันครับ

เขียนมายืดยาวยังไม่ถึงซูซาน หว่องสักที

คืองี้ครับ ที่ผมเขียนหน้านี้ขึ้นมาก็เพราะตอนไปงานหนังสือเห็นหนังสิอเล่มนี้ฉบับแปลโดยอาษา ขอจิตต์เมตต์พิมพ์วางขายอีกครั้ง(ที่จริงเห็นมาหลายปีแล้วล่ะ) และเมื่อเร็วๆนี้ผมได้รู้จักนักร้องสาวเอเซีย ซูซาน หว่อง ซึ่งเสียงเธอระดับนางฟ้าและการอัดการผลิตแผ่นก็ระดับ audiophile เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนคนนึงครับ ..ก็คนเดิมน่ะแหละ 55

เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นผมออกจะภูมิใจนิดๆกับรสนิยมการฟังเพลงที่หลากหลายของตัวเอง แต่มาวันหนึ่งได้ไปบ้านเพื่อนคนนั้นขณะกำลังต่อเติมอาคาร ระหว่างนั้นเครื่องเสียงของพ่อมันถูกขนมากองไว้ที่ห้องโถง OMG ! แม่งมีกี่ชุดวะเนี่ย ลำโพงวางเป็นสิบคู่(เคยไปซื้อขายของมือสองกับมันที่อมรินทร์พลาซ่า เลยพอรู้ราคาของที่กองอยู่ตรงหน้า) ที่สำคัญคือกองซีดีเพลงนี่สิครับ เยอะกว่าที่ผมมีมากมาย มีทั้ง ไทย ฝรั่ง(Cliff Richard พ่อมันชอบ) คลาสสิค(มีวากเนอร์ จริงๆด้วยไอ้พวกคลั่งเยอรมัน) แจ๊ส เฮ้ย!มี Thelonious Monk ด้วยเว้ย(คอแจ๊สตัวจริงนี่หว่า) สิ่งเหล่านี้ทำความภูมิใจของผมในตอนนั้นบุบบี้ลงทันใด เทป500กว่าตลับ(เทปpeacockมากกว่าเทปลิขสิทธิ์)และซีดีสิบกว่าแผ่นกับมินิคอมโบ้แบบแยกชิ้นของผมดูจ้อยร่อยในบัดดล ..ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักเดล คาร์เนกี้ครับ ยังไม่มีภูมิคุ้มกันความงี่เง่า ก็พอดีเหลือบไปเห็นพวกแผ่นเพลงจีน ส่วนมากเป็นแผ่นพวกนักร้องจีนที่ร้องเพลงสากล เห็นแบบนั้นก็เข้าทางสิครับ "อุ๊ย! ต๊ายตายมีเพลงจีนด้วยเว้ย" "ทำไมพ่อมึงฟังมั่วไปหมดเลยวะ มีทั้งแจ๊ส คลาสสิค เพลงจีน ปรับหูได้ไงวะ ฟังโชแปงแล้วก็มาฟังดุ๊ก อีลิงตั้นเหรอ 55" ตอนนั้นผมนิสัยดีและพูดจาได้น่ารักประการฉะนี้แหละครับ

มาอายุนี้ ก็เพิ่งจะรู้จักซูซาน หว่อง และก็เพิ่งรู้ว่าอย่าดูถูกDIVAเอเซียนะ และแผ่นของนักร้องพวกนี้มันระดับที่เขาใช้เทสเครื่องเสียงราคาแพงๆกันเลยนะครับ

// เขียนด้วยสำนึกผิดต่อความโง่ที่ทำไว้ในอดีต โชคดีที่ได้ทำสิ่งดีๆไว้บ้าง ตอนนี้มันกับผมเลยยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ผมเปลี่ยนแล้วครับ คุณล่ะเปลี่ยนแล้วหรือยัง //


Create Date : 02 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 27 มีนาคม 2552 21:42:05 น. 4 comments
Counter : 612 Pageviews.

 
เปิดสุ่มมาที่หน้า 318

ซอคราตีส สอนสานุศิษย์ของเขาในกรุงเอเธนส์ ซ้ำๆ ซากๆว่า "มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ข้าพเจ้ารู้ดี นั่นก็คือ ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย"

คนอย่างข้าพเจ้าไม่มีหวังที่จะวิเศษไปกว่าซอคราตีสหรอกท่าน ด้วยเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงเลิกบอกผู้อื่นว่าเขาผิด ข้าพเจ้าได้พบความจริงว่ามีผลดีอย่างยิ่งทีเดียว

ถ้ามีบุคคลใด กล่าวคำพูด ซึ่งท่านคิดว่าผิด หรือท่านอาจรู้แน่ว่าเขาผิดจริงๆก็ตาม จะไม่ดีกว่าหรือที่ท่านจะพูดว่า "เดี๋ยวก่อน ฟังผมก่อน ผมคิดไปอีกอย่างหนึ่ง แต่ผมอาจผิดก็ได้ เรามาพิจารณาข้อเท็จจริงกันดีกว่า"


โดย: lomocat วันที่: 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:53:55 น.  

 


รักษาสติ คอยตามรู้ให้ทัน


..

ชอบเรื่องที่คุณโลโม่เขียนหน้านี้มากค่ะ
คุณเปลี่ยนแล้วยินดีด้วยนะคะ ^^

แต่เรายังไม่เปลี่ยน(ซะทีเดียว)
แต่ก็ยังพยายามอยู่ค่ะ ^^


ปล ผลของความพยายามทำให้เราเห็น
ข้อเสียของตัวเองเยอะเชียวล่ะค่ะ


โดย: azamiya วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:20:02 น.  

 
เย้ มีคนเข้ามาอ่านแล้ว คุณพยัคฆ์สาวโยโย่โลกันตร์นี่เอง^^


โดย: lomocat วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:08:50 น.  

 
change แม่งนโยบายโอบาม่านี่หว่า


โดย: เสี่ยเอง IP: 114.128.31.248 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:32:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lomocat
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




just a cat.
Friends' blogs
[Add lomocat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.