Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
<<<+++ออฟฟิศซินโดรม...โรคฮิตของคนออฟฟิศ+++>>>



ออฟฟิศซินโดรม...โรคฮิตของคนออฟฟิศ





โรคออฟฟิศ ซินโดรม “OfficeSyndrome”

เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนวัยทำงานออฟฟิศ
ที่สภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม
การนั่งทำงานตลอดเวลา ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย
ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ
และปวดเมื่อยตามหลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ
รายที่มีอาการของหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่แล้ว
หากทำงานในอริยาบทที่ผิดจะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น

จากการสำรวจพนักงานออฟฟิศในประเทศฝั่งยุโรป
พบว่า ส่วนใหญ่ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยอาการต่างๆ
อันดับหนึ่งคือ การปวดหลัง
รองลงมามีอาการปวดบริเวณคอ/ไหล่ และปวดศีรษะตามลำดับ
ซึ่งเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับภาวะออฟฟิศ ซินโดรม

นอกจากนี้ ยังพบว่า
กลุ่มคนทำงานอายุระหว่าง 16-24 ปี
มีความเสี่ยงของที่จะเป็นสูงถึงร้อยละ 55
เนื่องจากต้องทำงานหนัก
ประกอบอิริยาบถในการทำงานไม่เหมาะสม
ทั้งนั่งหลังค่อม
นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆกว่า 6 ชั่วโมง

ความเครียดก็ส่งผลต่อการเกิดภาวะนี้ด้วย
โดยพบสูงถึงร้อยละ 80
ประเทศไทยเคยสำรวจในคนทำงานจำนวน 400 คน
พบว่าร้อยละ 60 มีภาวะดังกล่าว

ไม่เพียงแต่อิริยาบถของคนทำงานที่ไม่เหมาะสม
สภาพโต๊ะทำงานยังเป็นปัจจัยสำคัญด้วย
ทั้งโต๊ะทำงานที่ไม่เป็นระเบียบไม่สะดวกต่อการหยิบสิ่งของ
เก้าอี้ไม่เหมาะสม ไม่มีพนักพิงที่รองรับหลังอย่างมีประสิทธิภาพ

การกดแป้นคียบอร์ดที่ไม่มีตัวรองรับข้อมือ
การกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ
ส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น
รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา
ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้ว และข้อมือ

ปัญหาที่พบบ่อยในคนทำงานออฟฟิศ คือ
ตาแห้ง น้ำตาไหลระคายเคืองตา ตามัว ปรับภาพได้ช้าลง
ซึ่งเกิดจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ทำให้การกระพริบตาน้อยละหนังตาเปิดกว้างขึ้น
ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งของห้องทำงาน
ส่งผลให้น้ำตาระเหยมาก
จนกระทั่งเกิดความระคายเคืองตาและตาแห้ง

การเพ่งสายตาที่หน้าจอยังทำให้ต้องกลอกตาไปมาตลอดเวลา
ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากขึ้น ทำให้ปวดตาในที่สุด


วิธีสร้างภูมิคุ้มกันโรคออฟฟิศซินโดรม

1. ถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกที่นั่งติดริมหน้าต่าง
เพื่อให้ได้แสงจากธรรมชาติบ้าง
ดีกว่าต้องนั่งอยู่ใต้แสงจากหลอดไฟตลอดทั้งวัน

2. ควรเปิดหน้าต่างออฟฟิศให้อากาศได้ระบาย
อย่างน้อยในตอนเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนมาก
และตอนพักกลางวัน

3. จัดสภาพโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ
โดยให้ด้านขวาของโต๊ะปล่อยโล่งไม่มีสิ่งของมากีดขวาง
เพื่อความสะดวกต่อการเคลื่อนไหวในการหยิบสิ่งของต่างๆ
ส่วนสิ่งของต่างๆ บนโต๊ะทำงาน
ควรวางด้านซ้ายแทนเพื่อให้หยิบจับได้สะดวก

4. ควรเลือกโต๊ะทำงานที่มีระดับพอดีกับข้อศอก
เพื่อให้กดคียบอร์ดได้อย่างถนัด
แป้นคียบอร์ดควรมีที่รองรับข้อมือไม่ให้เกิดการกระดกข้อมือซ้ำๆ

5. เก้าอี้ควรเป็นแบบปรับขึ้นลงได้
มีพนักพิงที่สามารถรองรับศีรษะได้ด้วย

6. ควรเลือกจอคอมพิวเตอร์แบบ LCD หรือจอแบน
จากการสำรวจพบว่าจอแบบ CRT ซึ่งเป็นจอลักษณะโค้งมน
จะทำให้เกิดการเพ่งสายตาและปวดศีรษะมากกว่าการใช้จอแบบLCD

7. ควรฝึกอิริยาบถการนั่งทำงานให้เหมาะสม
เช่นเมื่อนั่งหลังค่อมต้องปรับท่านั่งใหม่

8. ควรพักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์
เปลี่ยนอิริยาบถ ลุกออกไปเดินยืดเส้นยืดสายทุกๆ ครึ่งชั่วโมง
ควรหัดออกกำลังกายคลายเส้นบ้าง
จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตึงจนเกินไป

9. ถ้าคุณเป็นคนติดคอมพิวเตอร์หรือมีงานด่วนที่จะต้องสะสาง
ชนิดที่ไม่สามารถหยุดพักได้
ก็พยายามเตือนตัวเองให้เงยหน้าขึ้นมองออกไปไกลๆทุกๆ 20 นาที
เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าของสายตา
หลับตาทุก 1 ชั่วโมง ลุกเดินเพื่อพักสายตา

10. ควรจัดจอภาพคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตา 15 องศา
เพื่อช่วยลดอาการปวดตาและปวดคอ

11. ควรปรับความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม
โดยปรับความสว่างให้มาก
ประมาณสามเท่าจากความสว่างของสภาพแวดล้อม
ควรปรับสีของจอให้สบายตา

12. จากงานวิจัยพบว่าตัวอักษรสีเข้มบนพื้นจอสีอ่อนจะทำให้สบายตา

13. ควรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน
เพื่อลดระยะเวลาในการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง และความเครียด

14. พนักงานรับโทรศัพท์ก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน
เพราะต้องคอยรับหูโทรศัพท์ตลอดเวลา
ควรหยุดพักบ้าง ใช้เฮดโฟนแทน

15. หาต้นไม้ในร่มมาปลูก เพื่อช่วยดูดซับสารพิษ
และเป็นที่พักสายตาอันอ่อนหล้าจากการต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ

16. ถ้าออฟฟิศคุณมีขนาดเล็ก
ลองลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศลงบ้าง
บางวันคุณอาจจะเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะบางเบา
แล้วใช้พัดลมมาเปิดแทน ก็จะรู้สึกเย็นสบายได้ และประหยัดไฟได้ด้วย

17.ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ
และจะดียิ่งขึ้นถ้ามีตู้ปลาขนาดใหญ่ๆสักตู้
เพื่อช่วยคืนสมดุลความชื้นที่เสียไปกับเครื่องปรับอากาศ

18.หมั่นทำความสะอาดโต๊ะทำงานของคุณเอง ด้วยแอลกอฮอล เพื่อฆ่าเชื้อโรค

ที่มา : Woman plus
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก






Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2558 19:58:10 น. 2 comments
Counter : 1401 Pageviews.

 
รู้สึกเหมือนป้ากล้วย จัดทำหัวข้อนี้เพื่อชินโจฯ โดยเฉพาะ เลยค่ะ 55++ อภิสิทธิ์ จังเลยฉั้น
แต่ก็ตรงกับนู๋ชินโจฯนะคะป้า จะพยายามทำตามคำแนะนำให้ได้ทุกประการค่ะ จะได้มีชีวิตยืนยาว คุยกับป้ากล้วยได้นาน ๆ
รักป้ากล้วยที่สู๊ด....... คิดถึงมากด้วยค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ว่างๆแล้วค่อยเข้ามาทักก็ได้ค่ะ ว่าแต่เปาๆเป็นไงมั่งอ่ะคะ


โดย: ชินโจมายุ วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:10:46:03 น.  

 
เดี๋ยว ให้แม่มาอ่านดีกว่า รู้สึกว่าจะเป็นเหมือนกันเลยนะคะ
ตอนนี้แม่เครียดค่ะ ทำงานแข่งกะเวลา ไม่มีเวลามาเล่นกะนู๋เลย

ลุงเปา ซำบายดีนะคะ แล้วลุงเปาปล่อยให้ป้ากล้วยหนีเที่ยวได้ไงอ่ะ นู๋นะตามแม่กะพ่อเป็นเงาเลย ไม่ให้ไป นู๋ ก็จานอนขวางประตู (ท่าไม้ตาย)

แล้วป้ากล้วย หนีปายเที่ยวไหนคะ
อิอิ บอกนู๋ มาเหอะ รับรองนู๋ม่ายบอกใคร แล้วก็ไม่ตามด้วยค่ะ สัญญา


โดย: มินมินเองเจ้าค่ะ (nardlada ) วันที่: 20 มีนาคม 2551 เวลา:15:29:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Kluaytub
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]







4 สิ่งในโลกที่เงินซื้อไม่ได้
ความรัก
เวลา
ชีวิต
มิตรแท้

วันเวลาในโลกนี้
มีอยู่แค่ 3 วัน
เมื่อวาน :
ซึ่งเราได้ใช้มันแล้ว
และไม่มีวันหวนกลับมา
วันนี้ :
เรากำลังใช้มันอยู่
และใช้ได้แค่ครั้งเดียว
พรุ่งนี้ :
ยังไม่รู้เลยว่า
จะได้ใช้หรือเปล่า?

เวลาใครทำอะไรไม่ดีกับคุณ
อย่าลืม
ขอบคุณเขา
ที่ช่วยเสียสละตัวเอง
ทำให้คุณ
รีบเดินออกไป พบสิ่งที่ดีกว่า

คนเราเปลี่ยน.....
ด้วยเหตุผลสองประการ
เปลี่ยนเพราะได้เรียนรู้มามากแล้ว
เปลี่ยนเพราะเคยเจ็บปวดมามากแล้ว


ชีวิต
ก็เหมือนการขี่จักรยาน
คุณต้องปั่นไปข้างหน้าเท่านั้น
ถึงจะประคองตัวเอาไว้ได้

ความซื่อสัตย์สุจริต
เป็นของขวัญล้ำค่า
อย่าไปคาดหวัง
ว่าจะได้มาจากคนไร้ค่า

คุณสามารถปิดตา
เวลาที่เจอสิ่งที่ไม่อยากเห็น
แต่คุณไม่สามารถปิดใจ
ในเวลาที่ไม่อยากรู้สึก

ถ้าตอนนี้ "หดหู่"
แสดงว่าอยู่กับอดึต
ถ้าตอนนี้ "กังวล"
แสดงว่าอยู่กับอนาคต
ความสุขคือ...
การอยู่กับปัจจุบัน
และทำมันให้ดีที่สุด

การรู้จักชื่นชมสิ่งต่างๆที่มีอยู่
จะทำให้เราตระหนักว่า
ทุกวันนี้...
เรามีความสุขมากมายอยู่แล้ว



#855FA8#8B7D7B
#8B658B#5D478B
#9AC0CD#CD9B9B#CDAA7D

คนที่กำลังดูบล็อก
Friends' blogs
[Add Kluaytub's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.