เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2552
All Blog
ประวัติศาสตร์ หน้าต่อไป ผ่าเกิด แฝด คู่แรก ที่นี่

หลังผ่าตัด ด้วยบ้านพักที่ห่างกับตึกที่ทำงานสักร้อยเมตร ผมก็เดินไปเดินมากับบนตึกที่เจ้าหน้าที่เริ่มต้องจัดกันอยู่เวร กลางคืนแล้วละหลังจากสบายไปอยู่ช่วง ที่ผลัดเปลี่ยนหมอแต่ละครั้ง

จากที่รู้จากภารโรงที่เก่าและผดุงครรภ์ ที่มีอายุมากสุด ได้ความว่า

หมอคนแรก เป็นหมอที่คน ที่นี่ส่งให้เล่าเรียน โดยก่อนหน้านั้นที่หมอคนแรกจะมาอยู่ตอนได้เข้าเรียนแพทย์ปีแรก นายอำเภอได้มาแจ้งกำนันผู้ใหญ๋บ้าน ช่วยกันบริจาคให้ทุนการศึกษาให้นักศึกษาแพทย์ ผู้นั้น โดยให้เป็นเงินประจำไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน จนหมอคนนั้น(ชาวตรัง)เรียนจบ ก็ขอมาทำงานที่นี้เป็นแห่งแรก เพื่อใช้ทุนให้คนอำเภอนี้ที่ส่งเรียนจนจบ มาได้เพียงหนึ่งปีก็ไป แล้วอำเภอนี้ก็ขาดแพทย์อีกตามเดิมอีกหนึ่งปีจึงมีแพทย์คนที่สองมาอยู่ หนึ่งปี แล้วเว้นไปอีกหนึ่งปี ก็มีหมอคนที่สามมาอยู่อีกหนึ่งปี แล้วเว้นไปหนึ่งปีหมอคนที่สี่มาอยู่เว้นแค่เดือนเดียว ผมก็มาเป็นคนที่ห้า

วันเดียวคนไข้ที่ได้ผ่าใส้ติ่งไว้ เริ่มไม่มีไข้ รีบบอกให้คนไข้ขยับตัวลุกขึ้นให้ลำใส้ทำงานเร็วๆๆแล้วเริ่มให้อาหารเหลวและน้ำ เมื่อมีเสียงลำใส้ทำงานแล้ว คนไข้ผุดลุกผุดนั่งบ่อยๆๆ

ภูมิต้านทานคนต่างจังหวัดจะดูดีกว่าคนในเมือง อย่างเห็นได้ชัดในเรื่องหลังผ่าตัด ไม่ช้าก็ครบเจ็ดวัน ตัดไหมให้กลับบ้านได้

ต่อมาไม่กี่วัน ก้เจอคนไข้ท้อง ใหญ่มาก คิดว่าต้องผ่าท้องให้คลอดจะปลอดภัยกว่าให้คลอดเอง เพราะมีบวมขาทั้งสองข้าง มีความดันเริ่มจะสูง

ปรึกษาคนไข้และสามีเสร็จแล้วก็เตรียมคนไข้ผ่าตัดเลย ราวๆๆบ่ายๆๆที่ปลอดคนไข้อื่นพอดี

เมื่อเตรียมคนไข้เสร็จ ก็จะเดินเข้าไปห้องผ่าตัด ญาติคนไข้ก็เข้ามาจับมือถามว่า หมออีกคน ไม่มาก่อนเหรอครับ ( เขาทราบว่าเมื่อก่อนจะผ่าจะมีหมอสองคนจากอีกอำเภอที่อยู่ติดไปรษณีย์มาช่วยเมื่ออีกฝ่ายมีคนไข้เคาะตะแลบแกรบ ไปทางไปรษณีย์ อีกอำเภอให้ตามหมอให้มาช่วยเพราะสมัยนั้นไม่มีทรศัพท์ แบบปัจจุบัน แล้วรอกันจนครบสองหมอแล้วจึงจะผ่าได้ ) เมื่อบอกไม่รอรู้สึกญาติ เริ่มแสดงอาการไม่มั่นใจ

พอแทงหลังไม่กี่นาทีได้ก็เริ่มผ่าอย่างรวดเร็ว

โดยการที่เตรียมการหัดตัวเองมาก่อน ตอนปีสี่ที่เรียนก็เริ่มออกไปดูงานตามสถานีอนามัย เรียนรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่อย่างไรบ้างแล้วการไปอยู่เพียงคนเดียวจะช่วยตัวเองให้ทำงงานสำเร็จได้อย่างไร

พอเรียนปี ห้าปี หก และอินเทิรน(แพทย์ฝึกหัด) ก็สามารถผ่าตัดได้คนเดียวคล่องแล้ว

แต่การคลอด ถ้าเราคลอดตามธรรมชาติ คนไข้ก็จะต้องเสียเลือดจำนวนหนึ่ง เพราะต้องตัดฝีเย็บปากช่องคลอดให้หัวเด็กลุกคนแรกที่เล็กกว่าช่องคลอดออกมาให้ได้

แล้วกว่าเด็กจะถูกเบ่งออกมาจนเท้าพ้นระหว่างนั้นเลือดก็จะไหลเมื่อแม่เบ่งท้อง

เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเร็วๆๆได้แล้วการผ่าตัดทำคลอดก็ไม่ได้เสียเลือดอะไรมากมายบนักจนเป็นการเสี่ยง ในกรณีเราจำเป็นต้องผ่าตัด

จากการที่ได้ฝึกตัวเองมาก่อนแล้วไม่กี่นาทีเด็กก็ออกมาร้องได้

พอเด้กออกแล้วทุกคนร้องลั่นห้องผ่าตัด เพราะยังมีอีกหนึ่งคน

เจ้าหน้าที่อีกคนต้องรีบวิ่งเข้ามารับเพิ่ม (ทุกคนยังอยู่กันเต็มห้องแบบวันแรกที่ผ่า)

แล้วผมก็เริ่มติดที่จะร้องเพลงไปผ่าไปเสียแล้ว

เพราะคนไข้ยังได้ยินเสียงเช่นเดิม ชาแค่ครึ่งตัว เมื่อเห็นหมอผ่าด้วยอารมณืสบายใจเขาก็นอนอมยิ้มไปด้วยไม่เครียด พอบอกลุกมีอีกคนที่ไม่ได้บอกเขาก่อนเพราะเด้กบังกันไว้ และท้องใหญ่มาก

พอเสร็จคนไข้เข็นออกไปแล้วเมื่อล้างมือเสร็จออกมา พ่อเด้กวิ่งมาจับมือ เมื่อเห็นหน้าลูกสองคนก่อนแล้วจึงได้เห็นหน้าแฟนยังนอนยิ้ม ก่อนจะมาเจอผม เขย่าแสดงความดีใจ ตามแบบฉบับของเขา

ก็เป็นบันทึกอีกหน้า ผ่าท้อง คลอดรายแรก ของอำเภอนี้

และบันทึกต่อไปด้วยว่าผ่าท้องเด็กแฝดของอำเภอนี้ ด้วยคนไข้คนเดียวกัน

หลังจากนั้นเจ้ดวันคนไข้ก็กลับบ้านได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่ตามมา ถ้าผมขึ้นมาดูคนไข้ตอนเย็น จะมีข้าวหรือของกินมาฝากผมทุกวัน จากพ่อเด็ก ที่ดีใจมากคนนั้น



Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2557 6:28:09 น.
Counter : 258 Pageviews.

1 comments
  
สนุกทุกตอนเลยค่ะ
โดย: janny IP: 115.67.7.83 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:9:50:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมอสัจจะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 102 คน [?]



:จำนวนคนกำลังอ่าน