เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
19 เมษายน 2552
All Blog
ทางเดินสายใหม่

จากบ้านมา กทม ต้องมาอยู่บ้านป้า
ป้าเป็นญาติทางแม่ เดิมเป็นคนพื้นเพอำเภอสรรค์ แล่งที่พบ พระสรรค์นั่งชัยนาท หรือปิดตาเมืองสรรค์ พิมพ์ ชีโบ (เหมือนมีหมวก )นั่นแหละ เดิมเป็นเมือเก่าแล้วย้ายมาตลาดปัจจุบัน
นอกจากป้าก็มีลุง และลูกสาวป้าที่ออกเรือนไปแล้วแต่ยังอยู่ใก้ลๆๆสามีเป็นหมอเสนารักษ์รุ่นเก่าที่ได้ทำงานไต่เต้ามาจนได้แพทยศาสตร์ แต่ไม่เคยรักษาคนไข้อีกเลย เพราะเข้ามาทำงานในกระทรวง ตำแหน่งฝ่ายอัตรากำลัง
บ้านป้าร้านขายพวงหรีด ข้างวัด โสมนัสวิหาร เป็นวัดที่จัดการศพทหารเป็นส่วนใหญ่ มีวัดมกุฏ และวัด แคนางเลิ้งที่ชื่อชาวต่างจังหวัดคอเพลงลูกทุ่งจะรู้จักดี เพราะเป็นวัดที่สุรพลสมบัติเจริญ ชอบมาแสดง พุ่มพวงก็ชอบ น่าจะเป็นวัดในกทม ที่จัดลุกทุ่งได้ดังกว่าวัดอื่นๆ และบริเวณที่ไม่กว้างมากกว่าสนามฟุตบอลนัก เมื่อคนเยอะจะดูเหมือนเยอะมากเพราะไม่มีทางเดิน
หน้าที่ผมตื่นเช้าก็จัดการเก็บมุ้ง แล้วลงไปเปิดประตูไม้ขัดดานแบบโบราณ แล้วพับไปหลบไว้ด้านข้าง แต่มักจะตื่นไม่ทันป้าและลุงที่ตื่นมาสวดมนต์ เปิดเพลง พระสวดลั่นไปทุกเช้า อาชีพของลุงทำพวงหรีดเลี้ยงลูกสาวสองคนมาจนออกเรือนไปสบาย อีกคนไปอยู่ห่างหน่อยได้สามีทหารที่เคยมาซื้อพวงหรีดให้นายนั่นแหละ
เสร็จแล้วก็เตรียมตัวไปโรงเรียน
อาชีพของป้า ด้านบนด้านครึ่งซีกไปทางหลังบ้านคือที่ส่วนตัวของท่าน
ทั้งซ้ายและขวาจะมีพระฤษี หัวโขน และพระพุทธรูปอีกมากมายเป็นหิ้งพระสองข้างมีธูปเทียนจุดตลอด ลืมบอกไปอีกอย่างคืออาชีพควั้นธูปขาย
ไม่มากแต่ไม่น้อย ป้าซึ่งอาชีพเป็นร่างทรงหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า พระเกจิชื่อดังของชัยนาท จะมีลูกค้าที่หมดที่พึ่ง ขาดความมั่นใจ มาหา และให้ดูเกณท์ (ดูดวง ดูเนื้อคู่เรียกดูเกณท์ )บางรายบนบวชไว้ พอได้ดั่งประสงค์ ก็ไม่แก้แล้วรถคว่ำตาย
ป้าก็ได้ทีบอกลุกศิษยืให้หวาดกลัวไว้ ตอนเย็นผมเลิกจากเรียนมามักจะยังทันท่านทรงอยู่
มีอยู่คราวหนึ่งท่านได้ยินเสียงผมมาขณะอยู่ในร่างทรง ท่านก็ตะโกนเสียงใหญ๋ว่า
"ไอ้นิด มาเอาของไปกินไป"
แล้วผมก็ต้องคลานเข้าไปหาท่านส่งลูกแอปเปิลให้สองลูก พอพ้นลงมาผมนึกในใจ หลวงปู่มารู้จักชื่อเราได้ตอนไหน
ส่วนมากผมจะเห็นคนที่มาประจำสักสองสามคน ในจำนวนเหล่านั้นบางทีก็คุยกันดังจนผมได้ยิน และจับใจความได้ว่า ไปสืบเรื่องราวของคนที่จะพามาหา ก่อน
แล้วมาเล่าให้ป้าทราบไว้ พอพามา ป้าก็จัดการทำพิธีส่วนกรรมวิธีที่จะแก้ไขปัญหานั่นท่านก้ได้นอนคิดไง้ให้แล้วนั่นเองจากที่ทราบมาก่อน
มักจะเป็นไปแก้เคล้ด ทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ ก็เป็นเรื่องที่ผมเห็นตลอดที่อยู่ที่นั่น
แล้วเสาร์อาทิตย์ ผมก็จัดการไปซักตากผ้าที่บ้านพี่(ลูกของป้า ) แล้วอ่านหนังสือเล่นกับลูกชายพี่ แต่น้อยมากที่จะได้พบพี่เขย ว่างในช่วงบ่ายมักจะมีลูกค้าทหารมาสั่งพวงหรีดไว้ก่อนนายมางานตอนเย็น ผมเลยอาศัยมีฝีมือเขียนอักษรสวยๆๆด้วยสีขาวผสมกาวแล้วบนผ้าแพรสีดำเป็นแถบไว้คาดบนหน้าหรีด พอเขียนสร็จ ก็เอากากเพชร์ เทลงไปให้ทั่ว แล้วเคาะออกเอาแค่ที่ติดตัวหนังสือไว้
พี่เล้กก็ให้ค่าก๋วยเตี๋ยวทานเสาร์อาทิตย์ จากค่าเขียนหรีดนี่แหละ
ส่วนการเรียนก็ปรับตัวเจอเด็กต่างจังหวัดด้วยกันหลายจังหวัดทีเดียว
แต่ผมไม่ค่อยได่สนิทกับใครมากนักนอกจากพวกนั่งติดๆๆกัน เด้กชลบุรี สาม เด้กกทมสอง เด็กใต้หนึ่งสงขลาคนนี่ได้มาเรียนแพทย์ เชียงใหม่ด้วยกัน กับเด้กภูเก็ตอีกคนก็ได้เข้าแพทย์มาด้วยกันเจ้าคนสงขลานี่ตอนมาอินเทรินจุฬาก็มาเทรินโรงพยาบาลตำรวจใก้ลๆๆกันอีก มีความสำคัญที่สอนผมเรื่องทางใต้ไว้มาก ที่สำคัญคือคนที่บอกค่ายาต้องแพงถึงจะเป็นยาดี และนายแพทย์ จะชนะหมอตี๋ หมอเถื่อน ต้องผ่าตัดได้เท่านั้น
ระหว่างเรียนการเดินทาง หรือในโรงเรียนเป็นเรื่องน่ากลัวมาก เหมือนอยู่ในสมรภูมิ
เพราะยุคนั้น พวกกางเกงสีกากี ม ต้น ชอบไปตีกับโรงเรียนต่างๆๆ พวกกางเกงสีดำ มักเป็นเด้กมาจากต่างจังหวัด ต้องเดินหงิมๆๆเร็วไม่มองหน้าใครเอาหนังสือสมุดปิดอก เรียนเสร็จรีบกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อออก ในโรงเรียนที่คนอัดกันหลายพันคน โรงอาหาร ของอาจารย์ พา ไชยเดช ต้องแบ่งเวลากันเข้าไป รุ่นผมได้ชื่อเป็นรุ่นจานบิน เพราะมีการประท้วง แล้วเอาจานในโรงอาหารร่อนกัน ปลิวว่อนไปหมด จำไม่ได้แล้วว่าสาเหตอะไร
แต่หลักการที่นี่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าเขาทำไงให้เด้กสอบมศ5ผ่านมาก และเอนติดวิศวเยอะ
ตอนมศ4 โรงเรียนจะสอนด้วยครูฝึกสอนเป็นส่วนใหญ๋ เหมือนไม่อยากให้สอบได้ เพราะจะได้แป๊ะเจี๊ย แล้วดันเด้กขึ้นไปสักห้องหนึ่ง ฉะนั้นเรื่องนี้เด็กเข้าใหม่จะทราบและเห็นเด้กมศ5ที่ได้รับการประคบประหงมอย่างดี ได้อยู่ตึกใหม่ แล้วมีอาจารย์เก่าๆๆทั้งสิ้นเป็นอาจารย์ ประจำชั้น
ลืมบอกไปว่ามศ4 เดินเรียนคือไม่มีห้องประจำ จะมีตารางออกมาว่าวันไหนไปเรียนห้องไหนแบบเก้าอี้ดนตรี ชั่วโมงที่เด็กเล้กออกไปเรียนวิชาเสรืม พละหรือศิลป ที่มีห้องต่างหากพวกเรารู้แล้วว่ามศ5มีการคัดเกรด นัดเรียนถ้าเกรดดีเด็กเก่งจะได้อยู่ชั้นบน สุด 1ถึงแปด ผมก็ต่อสู้จนขึ้นมศ5มาได้แบบมั่นใจไม่หนักใจอะไรเพราะเรียนทันเพื่อนและผลการสอบแต่ละครั้งก็ได้คะแนนดีดี
ปรากฏว่าได้อยู่ตอนแปดก็พอใจนะแม้จะห้องสุดท้ายของชั้นบนเพราะอาจารย์ประจำชั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชคณิตศาสตร์ เคยเขียนหนังสือขาย วิธีหากรณ์ 3 ซึ่งคิดว่าเด็กหรือคนรุ่นก่อนที่ผ่านคณิตเก่งๆๆมาก็คงลืมกันไปหมดแล้ว ส่วนผมคิดว่าจะจำได้ไปตลอดชีวิตไว้เป็นอนุสรณ์ ที่นึกถึงอาจารย์ ท่านนี้เพราะลงทุนไปเดินหาร้านหนังสือเก่า สนามหลวง (เก่า) มีแผงหนังสือ แถวกระทรวงยุติธรรม จนเจอ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองขึ้นมาอีกว่าเรารู้มากกว่าคนอื่น เพราะตอนนั้น พอจะทราบว่าระบบการสอบมศ5พร้อมก้นทั่วประเทศแล้ว การเอนทรานซ์ จะต้องเลือกวิชาที่เราคะแนนดีดี ว่าจะเรียนคณะสาขาอะไรได้บ้าง สมัยนั้นวิทย์ ไปสอบทางศิลป์ได้สบายไม่ห้ามและเก่งกว่าพวกศิลป์จริงๆๆอีกเพราะวิชาคณิตศาสตร์ที่จะเก่งกว่าพวกสิลป์ ที่ดีเท่าแต่ภาษาเท่านั้น และทราบมาว่าการออกข้อสอบคืออาจารย์ที่เปิดสอนพิเศษ โดยสอนประจำในมหาลัยอยู่แล้ว
การตรวจข้อสอบคณิตศาสตร์ ที่เป็นข้อสอบให้ทำ10ข้อร้อยคะแนน ใช้วิธีจ้างนักศีกษาแพทย์ มหิดล โดยคิดเป็นคนๆๆ
และทราบมาว่า การจะถูก นักศึกษาเหล่านี้จะตรวจ แค่คำตอบเท่านั้น ไม่สนใจวิธีทำ นั่นคือทำสามบันทัด จะได้คะแนนเท่ากัยคนทำสามแผ่น ถ้าคำตอบถูกเช่นเดียวกัน
การเรียนจึงต้องหาวิธีลัดให้มากๆๆไว้เพื่อประหยัดเวลาในการทำ และมีเวลาทำข้อยากหรือทบทวนคำตอบไม่สับเพร่า ตอบไม่ตรงหนาวยที่เขาถาม หรือลืมทด ลืมอะไร ที่เป็นข้อบกพร่องของผม เพราะทำเร็ว
อีกประการหนึ่งพอเทอมสุดท้ายเต็มๆๆเดือน ที่เรียนพร้อมก้นมศ5ทุกห้องในห้องประชุม จะเอาข้อสอบที่คาดว่าจะออกในแนงนี้ มาให้นักเรียนทำ แล้วให้รางวัลคนทำได้ หรืออีกทางหนึ่งคือการโยนหินถามทาง ถ้าเด้กเอาคำถามยากๆๆเหล่านี้ไปปรึกษาหารือ ญาติพี่น้องที่เป็นคนออกข้อสอบเห็นข้อสอบสวยก็จะนำไปเป็นข้อสอบเอนทรานซ์หรือปลายปีด้วย และช่วงเวลาในห้องประชุม อาจารย์ที่โรงเรียนคัดมาสอน เป็นอาจารย์ที่ติวมายาวนานมาก จนชำนาญการเก็งข้อสอบเพื่อให้หัดลองทำไว้ก่อน
ส่วนที่ว่าตอนสอบพร้อมก้นทั่วประเทศ พอเปิดข้อสอบก็ปิดได้เลยเพราะผ่านการติวมาเมื่อวันสองวันก่อนทุกข้อ นั่นพวกเราไม่แปลกใจว่าทำไมเขามีนักเรียนสอบผ่านมศ5มากมายหลักพันเลย ในเมื่อข้อติวคือข้อสอบ
ส่วนผมแอบไปเรียนโรงเรียนกวดวิชาหลายครั้งเพราะไม่มีเงิน เพื่อนที่ไปเรียนจะบอกว่าวันไหนเขาไม่ตรวจบัตร์ ผมก็จะทดลองไปนั่งเรียน ก็เจอสภาพ คนไม่ตั้งใจเป็นส่วนมาก และหวังให้เขายัดเข้าไปให้
หลักการณ์ที่เห็นคืออาจารย์ มาแสดงความสามารถคิดเร็วๆๆให้ดูชั่วโมงละไม่ต่ำกว่าสิบข้อ
หรือมาเฉลยข้อสอบที่ผ่านมาในปีก่อนก่อนนั่นเอง
ผมได้ไปทดลองไม่กี่ครั้งก็ไม่ไปอีก เพราะคิดว่าเราต้องรู้เยอะๆๆก่อนจึงจะไปนั่งฟังแล้วทดสอบตัวเองว่าคิดเร็วหรือเท่าหรือเร็วกว่าอาจารย์ไหม
จึงดำเนินการไปซื้อหนังสือรวมข้อสอบห้าวิชาย้อนสิบปีมาอ่านดู และทดลองทำข้อที่เรียนแล้วจากมศ4 ว่าทำได้ไหมนานไหมแต่ละข้อ
ฝึกจนปลายปีก็มั่นใจว่าหาวิธีลัดได้มากมาย
มีข้อจำแปลกๆๆมากมาย
จนปัจจุบันยังนำมาสอนลูกหลานคนใก้ลชิดได้ยกเว้น อินติเกรด ดิฟเฟอเรนเที่ยล และซีรี่ส์ ที่เขาเอาหลักสูตรมหาวิทยาลัยที่ผมต้องเรียนในสองปีแรกลงมาให้เด้กรุ่นใหม่เรียนแล้ว ตรงนี้ผมจะให้ลูกเรียนเองเพราะลืมไปหมดแล้วเรียนแบบไม่เข้าใจแค่ผ่านเพราะวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ใช่วิชาหลักที่ผมต้องใส่ใจอีกแล้ว
แต่วิถีชีวิตที่ผมคิดว่าเหมาะสมกับผม ก็ต้องมาเปลี่ยนไปก่อนการสอบเอนทรานซ์
จากเป้าหมายการสอบเข้าวิศวะ ก็ไม่รู้ว่าวิศวะอะไรแค่วิศวะก็คิดว่าใช่แล้ว
จากเรื่องที่แม่มาหาที่กทม แล้วผอมมากมาตั้งแต่สาวๆๆ ก็อยากไปตรวจ โรงพยาบาลมหิดล
พี่สาวพาไปทำบัตร์ตรวจแต่เช้า กว่าจะได้ตรวจเป็นช่วงบ่ายแล้ว พอเข้าห้องตรวจแม่ก็บอกหมอตามตรงว่าอยากมาตรวจว่าเป็นอะไรไหมถึงผอม
หมอเขาบอกว่าถ้าป้าไม่เป็นอะไรก็กลับบ้านไปเถอะที่นี้ตรวจแต่คนไม่สบาย
แม่ก็กลับมาบ้านตอนนั้นบ้านพี่สาวปลูกเสร็จแล้วได้ย้ายไปอยู่กับพี่สาวแล้วละ แม่ร้องไห้มาก จนผมกลับจากโรงเรียนก็ทราบ
เลยตั้งปฏิธานว่าจะเลือกเรียนแพทย์ บอกกับแม่ว่า อย่าเสียใจเลย แล้วผมจะเรียนหมอแล้วมาตรวจแม่เอง อีกทั้งทางบ้านตั้งแต่พี่สาวคนแรก ที่สอบเข้าเรียนวิทยาศาสตร์ได้สมัยนั้นจุฬาจะมีสิทธิสอบข้ามฝากไปเรียนแพทย์ ศิริราช แต่พี่สาวทำไม่ได้ ทางพ่ออยากให้มีลุกเรียนแพทย์สักคน พอทราบผมจะสอบทุกคนดีใจกันไปหมด
และแล้วผมก็ทำให้ความฝันของทุกคนเป็นจริง
ดังไปทั้งจังหวัด ส่วนเด้กที่เรียนเตรียม คนบ้านเดียวกัน เลือกแพทย์ แห่งเดียว แล้วไม่ได้ จนมาได้ในปีหลังกระมัง ผมก็ไม่ได้ตามข่าวแล้ว เพราะรู้สึกถึงขีดสุด ในการเดินทางไกลจากบ้านแล้วอดทนอาศัยบ้านคนอื่น และการผจญภัยในการเดินทางในกทมสมัยนั้น ที่โหนรถเมล์ ตลอด แม้ตอนหลังจะอยู่ต้นทางรถเมล์ สายศิริมิตร สีน้ำตาลก็ตาม เพราะเหตุว่ากระเป๋าจะไม่เก็บสตัง เพราะใส่เสื้อ ปัก อนศ ด้วยละ



Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2557 16:43:39 น.
Counter : 311 Pageviews.

1 comments
  
แวะมาคอมเม้นต์ ชื่นชมพี่หมอค่ะ
ตอนนี้ยังอ่านส่วนของบันทึกออปชั่นที่พี่หมอเขียนไม่ได้...เพราะลองแล้วว ม่ายรู้เรื่องเลย 555 คือ
หนูยังอยู่ขั้นอนุบาลหมีน้อยมาก :P
ต้องไปหาอ่านที่เบสิคกว่านี้อยู่ตอนนี้ วันนี้อ่านจนมืนนนแล้ว
เลยมาลองเปิดๆ อ่านส่วนชีวิตที่พี่หมอเล่า ชื่นชมมากๆค่ะ
ไม่แปลกใจเลยที่พี่หมอสำเร็จทุกด้านในชีวิต :)
หนูจะตั้งใจให้มากๆๆ อดทน พยายามมมม ทำให้สำเร็จให้ได้ค่ะ
โดย: finradell IP: 223.207.87.154 วันที่: 14 ธันวาคม 2557 เวลา:20:19:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมอสัจจะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 99 คน [?]



:จำนวนคนกำลังอ่าน