หน้ารวมงานเขียนตามใจของคนชอบเขียนคนนี้ล่ะ
 
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
19 พฤษภาคม 2556

นาน สักเพียงไหน

ตอนที่หนึ่ง

"แม่ ร้านเหล้ามาเปิดฝั่งตรงข้ามร้านเราล่ะ" 


แก้ว หญิงสาวร่างบางหันกลับไปคุยกับมารดาหลัง
จากปิดม่านหน้าต่างลงดังเดิม มารดาเงยหน้ามองบุตรสาวพร้อมกับอมยิ้มรู้ทัน หญิงสาวคอยเฝ้ามองเสมอเมื่อมีความเปลี่ยนแปลง จากตึกฝั่งตรงข้าม นั่นก็เพราะใครคนหนึ่ง

"ไม่เข้าใจเลย ป้าเอมให้เค้ามาเปิดร้านเหล้าได้ยังไง " 

หญิงสาวพูดต่อ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาสีครีม ไม่เข้ากับร้านดอกไม้ของฉันเลยสักนิด หญิงสาวคิด น่าจะเป็นร้านหนังสือ...

"น่าจะเป็นร้านหนังสือ....."

เอ๊ะ นี่เธอคิดดังจนได้ยินเสียงตัวเองผ่านแก้วหูเลยเหรอ หญิงสาวหันไปมองหน้ามารดา

"เมื่อกี้หนูคิดดังไปหรือแม่พูดอ่ะ" หญิงสาวถาม

"แม่พูด" มารดาตอบโดยที่ไม่ได้หันมามอง ยังคงยุ่งอยู่กับการทำความสะอาดพื้น

"ใช่มั้ยๆ แม่ก็คิดเหมือนหนูแก้วใช่มั้ย" หญิงสาวกระโดดจากโซฟามาเกาะแขนมารดาเหมือนเด็ก

มารดามองด้วยความเอ็นดู แม้ว่าหญิงสาวจะอายุเลยเบญเพศมาแล้ว แต่ก็ไม่เคยโตเกินกว่าเด็กหญิงแก้วเลยในสายตาเธอ

"เปล่าเลย" เธอตอบ

"อ้าว ไมอ่ะ" หญิงสาวยังคงฉุดมารดาพร้อมกับโยกไปมา

"พอแล้วๆ อย่าดึงแม่สิหนูแก้ว เดี๋ยวข้าวของในร้านแตกหักกันพอดี" เธอแกล้งดุลูกสาว ก่อนจะพูดต่อ

"ก็ใครมาเปิดร้านอะไรที่ตึกนั้น หนูแก้วก็ต้องพูดว่าน่าจะเป็นร้านหนังสือทุกทีสิน่า คนอยากเปิดร้าน
หนังสือ ป่านนี้ไปไหนแล้วก็ไม่รู้"

"แม่อ่ะ" หญิงสาวปล่อยมือจากมารดากระโดดกลับขึ้นไปบนโซฟาตัวเดิม หลังจากที่มารดาพูดจี้ใจดำ

"นี่ก็หลายปีมาแล้วน้า จะเอาร้านหนังสือมาเป็นกำแพง คนใกล้ตัวอีกนานมั้ยน้า" มารดาพูดหยอก

แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อหญิงสาวก็รู้ว่ามารดาหมายถึงณัฐ เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่พักหลังมักจะแวะ
เวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ

"ณัฐก็น่ารักน้า" มารดา พูด บุตรสาวเธอแม้จะไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ถึงกับปฏิเสธน้ำใจของเพื่อนหนุ่ม
คนนี้

"ม่ายล่ะ" หญิงสาวพูดเสียงยานคาง "ตานี่เฉื่อย ความรู้สึกช้า" เธอพูดต่อ

"หืม แม่ไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างนั้นนี่ ล่าสุดเห็นว่าได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแล้วไม่ใช่เหรอ"
มารดาถาม

"ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น" หญิงสาวตอบ แววตาเจ้าเล่ห์

" เรียนมาด้วยกันตั้งสี่ปี ไม่เคยจีบหนูเลย กว่าจะรู้ว่าหนูแก้วสวยแล้วมาจีบก็จบมาจะสี่ปีแล้ว
แม่ว่าความรู้สึกช้ามั้ยล่ะ"

คราวนี้มารดาถึงกับหลุดขำกิ๊ก เออนะ ช่างกล้าลูกสาวฉัน น่าสงสารหนุ่มน้อยคนนั้นเสียจริง

"เดี๋ยวหนูแก้วจะแวะไปดูร้านเหล้าซะหน่อย ว่าจะไปได้สักกี่น้ำ จะไปยุป้าเอมให้บอกพี่เอกมาเปิด

ร้านหนังสือ" 

หญิงสาวพูดพร้อมกับลุกเดินไปเปิดม่านอีกครั้ง ใจนึกไปถึงชายหนุ่มที่เป็นทั้งพี่และ
เพือนเล่น ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเรียนต่อเมืองนอก  แรกๆ ชายหนุ่มยังคงส่งอีเมล์ให้กับเธออย่าง
สม่ำเสมอ และค่อยๆห่างออกไป แม้แต่ในวันที่เธอรับปริญญาบัตรก็ไม่เห็นแม้เงาของเขา มีเพียงแต่
ดอกไม้ช่อใหญ่ที่ระบุว่าผู้สั่งอยู่ต่างประเทศส่งมาให้เธอ


ผับฝรั่ง เป็นชื่อที่ชาวบ้านและนักเที่ยวเรียกร้านขายเหล้าร้านนี้ แทนที่จะเป็น "เดลิซิโอ" ชื่อร้าน
เพราะเจ้าของเป็นฝรั่งรูปร่างสูงใหญ่กับหญิงสาวชาวไทย บรรยากาศในร้านค่อนข้างมืด จะมีแสง
อยู่บ้างก็เพียงทางเดินและเคาน์เตอร์

"เฮ้ ฮันนี่ คุณมีความสุขไหม" ปีเตอร์ หนุ่มอเมริกันโอบเอวภรรยาชาวไทยไว้หลวมๆ หญิงสาวเอน
ตัวพิงแผ่นอกกว้าง

"ค่ะ ฉันมีความสุข แต่เกรงใจคุณจัง ต้องอยู่แต่ในครัวตลอด ฉันสิทำอะไรก็ไม่เป็นนอกจากผสมเหล้า" หญิงสาวที่ถูกเรียกเป็น ฮันนี่ ตอบ 

"ก็ใครให้ผม เป็นพ่อครัวล่ะ" คนตัวใหญ่พูดพร้อมกับโยกตัวไปมา 

"แต่ถ้าไม่เป็นเพราะคุณติดใจในฝีมือปรุงอาหารของผม ผมคงไม่มีโอกาสได้เจอคุณหรอก"

"ฉันไปดื่มเหล้าต่างหาก นั่นเป็นผับประจำของฉันกับเพื่อนนะ" หญิงสาวนึกถึงร้านขายเหล้าที่มี
บรรยากาศคล้ายคลึงกับที่นี่ ซึ่งเธอกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานได้กลายเป็นขาประจำเพราะอยู่ใกล้ที
ทำงาน และที่พักจึงเป็นสถานที่ที่เหมากับการแฮงค์เอาท์ของเธอ หลังจากที่เธอจบจากมหาวิทยาลัย
เธอตัดสินใจที่จะทำงานต่อที่อเมริกาจนกระทั่งแต่งงานแล้วจึงกลับมาที่เมืองไทย

"ไหนคุณบอกว่ามีน้องสาวอีกคนนะ ไม่แนะนำให้ผมรู้จักเหรอ อยากรู้ว่าจะสวยเหมือนคุณไหม"

"แน่ะ" หญิงสาวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าพร้อมกับทุบไปที่อกกว้าง

"ห้ามเลยนะ คนนี้หวง" ไม่พูดเปล่าหญิงสาวยังจ้องตาคนตัวโตพร้อมกับทำหน้าดุ
คนตัวโตได้แต่หัวเราะชอบใจที่ยั่วหญิงสาวสำเร็จ

"รู้แล้ว รู้แล้ว ผมล้อเล่นน่า มีคนเดียวก็แย่แล้ว" ปีเตอร์ นึกไปถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก กว่าที่ครอบครัวของทั้งเขา และเธอ จะยอมรับในความรักของทั้งคู่และยอมให้มีการแต่งงาน

"ขอโทษนะ" หญิงสาวรำพึงเบาๆ รู้สึกได้ถึงวงแขนที่กอดรัดแน่นขึ้น รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นข้างหู

"ไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอก ไอริณ ผมเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกนะ ที่ได้รู้จักและรักคุณน่ะ "
หญิงสาวอมยิ้ม ก่อนจะผลักอกกว้างนั้นออก และเงยหน้าจูบคางของอีกฝ่ายเบาๆ

"เข้าครัวได้แล้วค่ะ ลูกค้าจะมาแล้ว" เธอบอกพร้อมกับชี้ไปยังนาฬิกาข้อมือ ในขณะที่อีกฝ่ายทำหน้ามุ่ย

"เฮ่อ อย่าลืมเอาออเดอร์ไปให้ในครัวบ่อยๆนะฮันนี่" ปีเตอร์คลายวงแขนก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋า
ผ้ากันเปื้อนด้วยความเคยชิน

"ไปได้แล้ว" หญิงสาวรุนหลังอีกฝ่ายเข้าไปในครัวจนได้



ตอนที่สอง

รถญี่ปุ่นคันเล็กเคลื่อนมาหยุดนิ่งที่หน้าผับ ชายหนุ่มเชื้อจีนเปิดประตูรถก้าวลงมาหยุดอยู่หน้าป้าย
"เดลิซิโอ" ผับแอนด์เรสเทอรอง เขาหันซ้ายหันขวาอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่เห็นหญิงสาวที่นัดเขามายัง
ผับแห่งนี้ เขามองไปยังร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามใจคิดจะข้ามถนนไปตามแต่ก็เคยเห็นความอารมณ์ร้าย
ของ"หนูแก้ว"เมื่อโดนขัดใจมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว จึงตัดสินใจเข้าไปนั่งรอในผับก่อน เขาเลือก
นั่งบนเก้าอี้ทรงสูงตัวหนึ่งที่เคาน์เตอร์

"ขอเบียร์ ครับ" ชายหนุ่มบอกบาร์เทนดี้ ก่อนจะหันมองไปรอบๆ ลูกค้าในร้านโดยมากเป็นชาว
ต่างชาติ เบียร์เย็นๆถูกเลื่อนมาตรงหน้า เขาดื่มเบียร์เข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจเหมือนอยาก
ให้ความอ่อนล้าทั้งหมดถูกระบายออกมากับลมหายใจ

"เหนื่อยมากเหรอคะ" บาร์เทนดี้สาวชวนคุย

"อ่อ เปล่าครับ แต่ผมทำจนเป็นนิสัยไปแล้วเวลาได้ดื่มเบียร์เย็นๆ" ชายหนุ่มตอบ พร้อมกับหมุนแก้ว
เบียร์เล่น

"มาคนเดียวหรือคะ" เธอถาม " เหมือนมาคอยใคร"

"ครับ พอดีนัด ... เพื่อน... ไว้น่ะครับ" 

ชายหนุ่มรู้ตัว ว่า เขาใช้เวลานานไป กว่าจะเอ่ยคำว่า"เพื่อน" ออกมาได้  เขาเองก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขานั้นคืออะไร เขาแสดงออกอย่างเปิดเผย ว่าชอบเธอและพร้อมจะเดินเคียงข้าง แต่เธอยังคงเก็บใครคนหนึ่งไว้ในใจอยู่เสมอ และมักจะเอ่ยถึงใครคนนั้นและความฝันที่มีร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง เมื่อไม่ต้องการให้เขาเข้าใกล้เธอมากไปกว่านั้น

"มานานแล้วเหรอณัฐ" หญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาในร้านเอ่ยถาม ก่อนจะกระซิบกับเขาเบาๆ

"ใครบอกให้มานั่งตรงนี้ ไปนั่งมุมๆหลบๆหน่อยสิเราจะมาแอบสังเกตการณ์นะ"

ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าณัฐหัวเราะเบาๆ สำหรับเขาแล้ว ถ้าไม่นับอารมณ์ร้ายของหนูแก้ว เวลาโมโหแล้ว
ต้องบอกว่าเธอเป็นหญิงสาวที่น่ารักและจิตใจดีทีเดียว แม่หนูแก้วเคยเล่าให้เขาฟังว่าพ่อหนูแก้วนั้น
ตามใจหนูแก้วมาตั้งแต่เด็กจนท่านเสียไป จากนั้น พี่เอก เพื่อนรุ่นพี่ของหนูแก้วก็เป็นอีกคนที่ตามใจ
หนูแก้วจนเธอติดเป็นตังเม ก่อนที่จะขาดการติดต่อกันไป

"จะสังเกตอะไรกัน อยากรู้อะไรก็ถามพี่เค้าก็ได้ " ญัฐบุ้ยปากไปยังบาร์เทนดี้สาวที่เขาประมาณว่า
น่าจะอายุมากกว่าเขาและหนูแก้วสักห้าหรือหกปี

"อยากรู้อะไรหรือคะ เอ๊ะ" บาร์เทนดี้สาวอุทานเมื่อเห็นหน้าลูกค้าสาวชัดๆ

"....หนูแก้ว" หญิงสาววางเชคเกอร์ในมือลง แม้ว่าเธอจะเตรียมใจมาก่อนหน้าแล้วก็ตาม แต่เมื่อเผชิญหน้ากันตรงๆ เธอกลับพูดไม่ออก

"คะ" หนูแก้วเลิกคิ้ว "พี่รู้จักหนูเหรอคะ"

เธอพยายามเพ่งมองบาร์เทนดี้สาว ใบหน้าเรียวยาว จมูกโด่ง คิ้วโค้งได้รูป ผมยาวสลวย ดูคุ้นตา แต่
เธอกลับนึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน

"พี่หน้าคุ้นมากเลย แต่หนูแก้วนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน" ลูกค้าสาวยังคงมองหน้าพยายามนึกทบทวน

"เจอกันสมัยอนุบาลละมั้ง" ชายหนุ่มแทรกพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวทั้งคู่ก่อนจะเริ่มสังเกตเห็นความ
อึดอัดของบาร์เทนดี้สาว

"พี่เอง หนูแก้ว" บาร์เทนดี้สาวพูดกับเธอเบาๆ มือที่จับเชคเกอร์เริ่มสั่น ความรู้สึกผิดแล่นขึ้นมาในใจ

"ใครอ่ะ......." หญิงสาวพยายามนึกก่อนที่จะนึกได้ พร้อมๆกับความรู้สึกว่าโลกหมุนคว้างจนทรงตัวไม่อยู่จนต้องทรุดนั่งกับเก้าอี้ พร้อมๆกับมือแข็งแรงของชายหนุ่มที่ฉุดแขนเธอไว้

"พี่เอก......" หนูแก้วเอ่ยชื่อนั้นผ่านริมฝีปากอย่างยากเย็น รู้สึกถึงความว่างเปล่าในสมอง ก้อนแข็งๆขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจเล็กๆนั้นบีบตัวจนเริ่มสะอื้น

"หนูแก้ว.. " หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าพี่เอกเอื้อมมือมากุมมือของเธอไว้ หญิงสาวบีบมือของหนูแก้วเบาๆ
เหมือนจะให้เธอได้รับรู้ถึงคำว่าขอโทษ

หนูแก้วไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร กว่าเธอจะกลืนก้อนแข็งๆในลำคอนั้นลงไปได้และพูดออกมา

"ทำไม "

"พี่ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกหนูแก้ว " เอก หรือหญิงสาวที่มีชื่อใหม่ว่าไอริณพูด 

"แต่พี่ก็กลัวว่าถ้าหนูแก้วรู้ความจริงแล้วหนูแก้วจะเกลียดพี่"

หนูแก้วบอกไม่ถูกว่าความรู้สีกในขณะนี้คืออะไร โกรธ เกลียด หรือขยะแขยง เธอดึงมือกลับให้พ้น
จากการเกาะกุมพร้อมกับแกะมือของชายหนุ่มออกและยืนขึ้น

"วิปริต" หนูแก้วไมได้พูดดัง แต่ก็เพียงพอที่จะให้ไอริณได้ยิน

แม้ว่า เอก หรือไอริณ จะได้ยินคำพูดนี้มาก่อนจากคนรอบข้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่ากับที่ได้ยินจากคนที่เธอรักเหมือนน้องสาวแท้ๆ ก้อนแข็งๆขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ พยายามกลำกลืนเพื่อที่จะไม่ร้องไห้

"หนูแก้ว เกินไปแล้วนะ" ชายหนุ่มพยายามเตือนสติพร้อมกับบีบต้นแขนเธอเบาๆ แต่หญิงสาวสะบัด
แขนจนไปถูกแก้วเบียร์ตกลงมาแตกที่พื้น

"กลับมาทำไมเมืองไทย ไม่ไปมีแฟนฝรั่งอยู่เมืองนอก ไปชอบพวกวิปริตด้วยกันแล้วไม่ต้องกลับมา" หนูแก้วตะโกนโดยไม่สนใจลูกค้าอื่นๆในร้าน เธอก็ไม่รู้ว่า หัวใจที่เจ็บปวดอยู่ในขณะนี้เป็นเพราะความโกรธเกลียดเสียใจของเธอที่ถูกหลอกหรือเป็นเพราะน้ำตาของอีกฝ่ายที่ทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"แก้ว" ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอเฉยๆแทนที่จะเป็นหนูแก้ว เขามักเรียกเธออย่างนี้หากรู้สึกว่าเธอทำบางอย่างเกินไป

"ว็อทแฮปเพ้น เกิดอะไรขึ้น" ปีเตอร์ ในชุดพ่อครัวเดินออกมาจากครัว มองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที เหมือนอยากรู้คำตอบ

"กลับได้แล้วแก้ว" 
ชายหนุ่มจับต้นแขนเธอก่อนจะดึงตัวเธอออกไปจากร้าน "ค่าเบียร์กับค่าเสียหายเดี๋ยวผมมาจ่ายวัหลังนะครับ" ณัฐบอกก่อนจะพาหนูแก้วออกจากร้านไปขึ้นรถ

ไอริณมองตามหนูแก้วจนพ้นประตูไป เมื่อมีมือแข็งแรงมาแตะที่ไหล่เธอหันไปและร้องให้กับอกกว้าง วงแขนแข็งแรงโอบเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะถอนหายใจและถามเธอเบาๆ

"น้องสาวที่คุณว่าใช่ไหม"



ตอนที่สาม


"พาหนูแก้วไปส่งบ้าน" หญิงสาวพูดขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากที่ชายหนุ่มพาขึ้นรถและขับออกมาจาก"เดลิซิโอ"ได้สักพัก

" คุยกันให้รู้เรื่อง แล้วจะพาไปส่ง" เขาตอบ

หญิงสาวหันมองไปนอกหน้าต่าง "ไม่มีอะไรต้องคุย ไม่ใช่เรื่องของนาย" เธอพูดโดยไม่หันกลับมา ได้ยินเสียงชายหนุ่มถอนหายใจ

"ทีทำเมื่อกี้ ไม่น่ารักเลยนะหนูแก้ว" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"เหรอ จะให้ทำยังไง จะให้กระโดดกอดดีใจเหรอ คนที่หนูแก้วรอคอยมาตลอดกลับมา แต่กลายเป็นผู้หญิง แล้วก็มีคนอื่น จะให้ทำยังไง" น้ำเสียงสั่นมากขึ้นในตอนท้าย ก่อนจะเป็นเสียงสะอื้น

ชายหนุ่มปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้จนเสียงสะอื้นเบาลง

"ก็ไม่ต้องทำอะไร แค่ยอมรับมัน" ชายหนุ่มยังคงพูดด้วยเสียงเรียบๆเช่นเดิม

"พูดได้สิ นายไม่ได้รอเขามาเกือบแปดปีนี่ นายไม่รู้หรอกว่าความรักเป็นยังไง มันเจ็บปวดแค่ไหน" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเบาลง เมื่อคุมตัวเองได้แล้ว

ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่ม เขาได้แต่ตอบคำถามของเธอในใจ ใครกันที่ไม่รู้ว่าความรักเป็นยังไง เขาเฝ้ามองเธอมาตั้งแต่ปีหนึ่งและได้ยินว่าเธอมีแฟนแล้วอยู่ระหว่างเรียนต่อที่เมืองนอก เขาจึงพยายามอย่างที่สุดที่จะเป็นเพียงเพื่อนของเธอ แต่สุดท้ายเขาก็ห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้ รักเธอทั้งๆที่รู้ว่าหัวใจเธอมีใครอีกคน

"หนูแก้วไม่ได้รู้จักความรักจริงๆเลยสักนิด"

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายของเขาและเธอก่อนที่ญัฐจะเลี้ยวรถกลับและมาส่งเธอที่บ้าน


"ทำไมแก้วยังไม่กลับอีกนะนี่ก็ค่ำแล้ว" หญิงวัยกลางคนบ่นกับหญิงสาวอีกคน 

"แม่ให้ไปรับดอกลิลลี่ที่ร้านขายส่งตั้งนานแล้ว ปกติไม่เคยเถลไถลนะ" แม่ของแก้วหันกลับมาคุยกับหลานชายที่กลายมาเป็นหลานสาว เธอทำใจให้ยอมรับไอริณได้มากกว่าลูกสาว และเชื่อว่าเวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผลของทั้งคู่ให้หายเป็นปกติได้ในไม่ช้า แม้ว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็กว่าสามเดือนแล้ว ลูกสาวเธอพยายามหลบหน้าไอริณมาโดยตลอด

"เดี๋ยวหนูไปดูให้ดีกว่าค่ะคุณแม่" ไอริณบอก "เดี๋ยวนี้พอมีนิคมอุตสาหกรรมมาตั้งคนเยอะแยะไปหมด มิจฉาชีพก็เยอะ"

"จ๊ะ " มารดาไอรินตอบรับ "ยังไงแม่ฝากดูน้องด้วยนะ"

ไอริณยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรอีกแต่เปิดประตูออกไป คิดว่าจะเดินไปรอหนูแก้วที่หน้าปากซอย ระยะทางจากหน้าปากซอยมาถึงร้านคงพอให้พูดคุยกันได้หลายเรื่อง


หญิงสาวที่หอบดอกไม้ช่อใหญสีขาวที่เดินผ่านหน้าวงเหล้าไปทำให้วัยรุ่นในกลุ่มเป่าปากแซว พร้อมหัวเราะตามหลัง ก่อนที่ใครคนหนึ่งในกลุ่มจะชวนเพื่อนอีกคนให้ลุกตามไป

นิคมอุตสาหกรรมที่มาตั้งในพื้นที่ทำให้ธุรกิจแถวนี้เติบโตขึ้นก็จริงแต่ก็ทำให้อาชญากรรมเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เธอรีบเดินให้เร็วขึ้นด้วยหวังว่าจะพ้นจากวัยรุ่นกลุ่มนั้นโดยเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นเพราะข้างหน้าจะต้องเดินผ่านตึกร้างอีกช่วงหนึ่ง หากถูกตามเธอคงไม่รู้จะทำอย่างไร

"เดินเร็วนี่น้องสาว" วัยรุ่นคนหนึ่งในกลุ่มที่ตั้งวงสุรากระโดดออกมาจากช่วงตึกข้างหน้าเธอ ทำให้เธอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

"ถอยมาหาพี่เหรอจ๊ะคนสวย" วัยรุ่นอีกคนออกมาดักเธอจากด้านหลัง

"หลีกไปนะ ไม่งั้นจะร้องให้คนช่วย" หนูแก้วพูดเสียงดัง วัยรุ่นทั้งสองดูจะไม่ได้กลัวกับคำขู่นั้นแม้แต่น้อย

"อยากรู้จัง ว่าใครมันจะมากล้าช่วย รู้มั้ยว่าพี่เด็กใคร พี่น่ะเด็ก...." คนที่ดักอยู่ข้างหน้าเอ่ยชื่อนักการเมืองท้องถิ่นที่เธอเคยเห็นชื่ออยู่บนป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ ในขณะที่เธอลังเลว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไรก็มีมือมาล๊อคเธอจากด้านหลัง แม้ว่าเธอจะพยายามดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด คนที่จับตัวเธออยู่โวยวายให้อีกคนเข้ามาช่วยจับขาและอุ้มเธอเข้าไปยังตึกร้าง หญิงสาวร้องตะโกนให้คนช่วยอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งคนที่จับขาเธอกระแทกหมัดลงมาที่ท้องจนเธอจุกจนร้องไม่ออก
จากเสียงร้องตะโกนเหลือเพียงแต่เสียงอ้อนวอนให้ปล่อยเธอไปพร้อมๆกับเสียงสะอื้น 

แต่ก่อนที่เศษเดนมนุษย์ทั้งสองคนจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้้น คนที่ล็อคเธอจากด้านหลังได้ล้มคว่ำไป ทำให้เธอถีบวัยรุ่นอีกคนออกไปได้

"หนูแก้ว พี่มาช่วยแล้ว" 

"พี่เอก" หนูแก้วเรียกพร้อมกับวิ่งเข้าไปหา มือทั้งสองเกาะแขนของไอริณไว้แน่น สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอลืมความขุ่นข้องหมองใจไปชั่วขณะลืมแม้กระทั่งว่า "พี่เอก" ในตอนนี้เป็นหญิงสาวที่ไม่ได้ต่างกับเธอเลย

เดนมนุษย์ทั้งคู่ลุกขึ้นมองหญิงสาวทั้งสอง ก่อนที่คนหนึ่งจะพูดขึ้น "แม่..ง ผู้หญิง ห่..า อะไรวะตีนหนักฉิบหาย"

"ก็ดีวะ สองคน จะได้ไม่ต้องแย่งกัน" อีกคนพูด ก่อนจะพุ่งเข้าหาหญิงสาวที่มาใหม่

"อุ๊บ" คนที่พุ่งเข้ามาร้องได้คำเดียวก็ลงไปกองกับพื้นเมื่อเจอหมัดสวนเข้าที่ลิ้นปี่ เดนมนุษย์อีกคนดึงมีดออกมาจากซองที่เหน็บหลัง แสงสะท้อนวาววับจากมีดบ่งบอกถึงความคมของมันได้เป็นอย่างดี

"พี่เอก มันมีมีด " หนูแก้วบอกเสียงสั้น

"ไม่เป็นไรพี่จัดการเอง " ไอริณพูด ก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่ถือมีดเจตนาให้หนูแก้วอยู่ห่างจากวงต่อสู้  ภาพของมือมีดที่กวัดแกว่งมีดในมือไปมากับหญิงสาวที่คอยหลบฉากและสวนหมัดเข้าไปเป็นระยะทำให้หนูแก้วลืมสังเกตวัยรุ่นอีกคนที่ลุกขึ้นมาหลังจากที่อาการจุกที่ลิ้นปี่บรรเทาลง

"แก้วไปตามคนมาช่วยไปเร็ว" 

ไอริณร้องบอก ทำให้แก้วได้สติวิ่งออกจากตึกร้าง ไปยังปากซอยอีกด้าน จนเจอ
รถกระบะคันหนึ่งสวนมาเธอกระโดดเข้าขวางรถเอาไว้จนคนขับเหยียบเบรคตัวโก่ง ก่อนที่เธอจะอธิบายและพาคนในรถมาช่วยไอริณที่ตึกร้าง

เมื่อเธอและพลเมืองดีมาถึง ไม่มีร่องรอยของวัยรุ่นทั้งสองแล้ว ได้ยินเพียงเสียงรถจักรยานยนต์ขับออกไปไกลๆ

"พี่เอก" หนูแก้วตะโกนเรียก อยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบ

"ไปกันหมดแล้วมั้ง" พลเมืองดีที่มาด้วยกันคนหนึ่งพูด "จะไปแจ้งความไหมล่ะ ให้ตำรวจช่วยหาอาจยังทัน "

หนูแก้วยังคงยืนตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก นึกถึงพี่เอก ในตอนนี้ไม่ได้มีความโกรธ เกลียดใดๆเหลืออยู่ คงเหลือเพียงความห่วงใย ที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร

"หนูแก้ว..."

หญิงสาวได้ยินเสียงเรียกเบาๆและอ่อนแรงมาจากที่ใดที่หนึ่ง "พี่เอก" เธอเรียกกลับไป

"พี่อยู่นี่" เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ใครคนหนึ่งในกลุ่มเดินไปยังพงหญ้ารกท่วมเอวก่อนจะร้องโวยวาย "เฮ้ย อยู่นี่ๆๆ เร็ว ผู้หญิงถูกแทง"


ตอนที่สี่

ที่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ชายหนุ่มชาวอเมริกันยืนรออยู่อย่างกระวนกระวายในขณะที่หนูแก้วนั่งอยู่บนเก้าอี้ สองมือจิกเนื้อที่หน้าขาจนชา ชายหนุ่มนั่งลงข้างหน้าเธอจากนั้นจึงค่อยๆแกะมือเธอออก

"พี่เอกจะเป็นอะไรมั้ย" เธอถามเสียงสั้น น้ำตาที่เพิ่งจะแห้งล้นเอ่อออกมาอีก

"คงไม่เป็นอะไรหรอก หนูแก้วบอกว่าไอริณรู้สึกตัวมาตลอดจะเข้าห้องผ่าตัดไม่ใช่หรือ" ปีเตอร์ถาม

"ค่ะ พี่เอก รู้สึกตัวอยู่ตลอด"

"ไอริณเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง เธอจะไม่เป็นไร" หนุ่มต่างชาติพูดปลอบใจทั้งตนเองและหนูแก้ว

"คุณ..." หญิงสาวไม่รู้จะเรียกเขาว่าอย่างไร

"ปีเตอร์ เรียกผมปีเตอร์"

" คุณชอบผู้ชายเหรอ " เธอถามหลังจากที่เขาขยับมานั่งเคียงข้างเธอ

"เปล่า" หนุ่มอเมริกันตอบสั้นๆ

หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความแปลกใจ

"ผมชอบผู้หญิง" เขาตอบ

"แต่.... "

"ไอริณเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย "  
ปีเตอร์พูดแทรกก่อนที่หญิงสาวจะถาม พร้อมกับเล่าเรื่องราวเมื่อไอริณไปเรียนที่ต่างประเทศให้เธอฟัง ไอริณนั้นมีความรู้สึกแบบผู้หญิงมาโดยตลอดแต่เพราะครอบครัวและสังคมไม่ยอมรับเธอจึงได้แต่ปิดบังเอาไว้ จนกระทั่งไปเรียนที่ต่างประเทศเธอเริ่มเป็นตัวของตัวเองอยู่ในสังคมที่เปิดรับเธอได้

เธอยังคงติดต่อกับน้องสาวของเธอและยังคงให้ความหวังเพื่อให้น้องสาวที่เธอรักเรียนจนจบมหาวิทยาลัย จากนั้นเธอและเขาได้พบและรักกัน จนในที่สุด ไอริณตัดสินใจแปลงเพศและแต่งงานกับเขา ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยเพราะแม่ของไอริณสุขภาพไม่ดีและไอริณเป็นลูกเพียงคนเดียว

"คุณแย่งคนรักของฉัน" เธอพูดเบาๆ เพียงให้เขาได้ยิน

"รักหรือสาวน้อย" ปีเตอร์เลิกคิ้ว "เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักคืออะไร"

"ไม่จริง" หญิงสาวเถียงทันที "ฉันรอเขาอยู่ถึงแปดปี"

การที่รอใครสักคนถึงแปดปีมันจะไม่ใช่ความรักได้อย่างไรกัน

"จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังคงมองไอริณด้วยมุมมองของเธอเท่านั้น ไม่ได้มองในสิ่งที่ไอริณเป็นเลย" เขาพูดช้าๆ

"เธอมองไม่เห็นไอริณเลยสักนิด เห็นแต่ภาพที่เธอสร้างขึ้นมาเองแล้วเธอรักอะไร" เขาพูดต่อเมื่อเห็นว่าเธอกำลังฟัง

"ถ้ามองไม่เห็นตัวจริงของคนที่เรารัก ก็แสดงว่าเรารักตัวเองมากกว่า" 

ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกก่อนที่ไอริณจะถูกเข็นออกมา

"เป็นอย่างไรบ้างครับ" ปีเตอร์ถามหมอ

"พ้นขีดอันตรายแล้วครับแต่เสียเลือดไปมากต้องนอนพักที่โรงพยาบาลอีกสักระยะ" หมอตอบ

หนูแก้วเดินเข้าไปชิดเตียงรถเข็น ใบหน้าของคนที่นอนอยู่ นั้นสวยได้รูป คิ้วโค้ง จมูกโด่งเป็นสัน ไม่เหมือนผู้ชายเลยสักนิด เธอก้มลงกระซิบเบาๆ

"หนูแก้วไม่เป็นไรแล้วค่ะ พี่ไอริณพักผ่อนเยอะๆนะคะ พี่สาว" 

หนูแก้วบีบมือของอีกฝ่ายเบาๆ เหมือนเธอจะเห็นรอยยิ้มน้อยๆจากใบหน้าของคนที่หลับเพราะฤทธิ์ยา คุณหมอพยักหน้าให้พยาบาลนำคนเจ็บไปยังห้องพักฟื้นในขณะที่ปีเตอร์หันรีหันขวาง

"ไม่เป็นไรปีเตอร์ คุณไปดูพี่ไอรินเถอะ" หญิงสาวบอก

"แต่ว่า.. "

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวหนูแก้วมีคนมารับ" เธอบอก ปีเตอร์พยักหน้าอย่างเชื่อฟังก่อนจะเดินตามพยาบาลไปยังห้องพักฟื้น

หญิงสาวยังคงนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน คิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา จนใครคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า

"รอนานมั้ย" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น

"นาน แต่รู้ว่าต้องมา" หญิงสาวตอบ  

"นี่พอคุณแม่คุณโทรบอกก็รีบออกมาเลย แต่วันนี้วันศุกร์รถติดหน้าดู เมื่อกี้สวนกับปีเตอร์เห็นว่าคุณไอริณไม่เป็นอะไรแล้ว" ณัฐ ชายหนุ่มเชื้อจีนบอก

เขาหยิบกระเป๋าหญิงสาวขึ้นสะพายก่อนจะเดินนำไป หากเป็นเมื่อก่อนคงโดนหนูแก้ววีนไปแล้ว แต่วันนี้เขารู้ว่าเธอไม่เหลือพลังจะมาต่อปากต่อคำกับเขาแล้ว

"รอนานมั้ย" หญิงสาวถามคนที่เดินอยู่ข้างหน้าเมื่อถึงลานจอดรถของโรงพยาบาล

"นาน.... " คนที่เดินอยู่ข้างหน้าตอบ "แปดปี" คนพูดทำท่าจะหันมาก่อนจะถูกหญิงสาวรุนหลังให้เดินต่อไป

"ไว้พี่ไอริณหายแล้ว จะไปเดทด้วยนะ" คนตัวเล็กที่รุนหลังคนตัวโตออกแรงเต็มที่ที่จะไม่ให้อีกฝ่ายหันมาเจอใบหน้าเปื้อนยิ้มที่คลอด้วยน้ำตา

"ฮื่อ " คนตัวโตก็คร้านจะดื้อหันมา 

" รอมาแปดปีแล้ว จะรอต่ออีกสักอาทิตย์จะเป็นไรไป"

มือเล็กที่รุนอยู่ข้างหลังผ่อนแรงลงเป็นจังหวะให้อีกฝ่ายหันมา หญิงสาวเลยเหมือนกับโผเข้าอ้อมกอดโดยบังเอิญวงแขนของชายหนุ่มโอบเอวของหญิงสาวไว้หลวมๆในขณะที่หญิงสาวพยายามยันตัวออก

"ให้รออีกอาทิตย์เดียวจริงๆนะ"

"ฮื่อ ปล่อยได้แล้ว โรงพยาบาลนะ"

ชายหนุ่มคลายวงแขนออกแต่ไม่วายคว้ามือข้างหนึ่งของหญิงสาวไปจูง

"ทำไมรู้สึกว่าอาทิตย์เดียวมันนานกว่าแปดปียังไงก็ไม่รู้" 

คนจูงบ่นในขณะที่คนถูกจูงอมยิ้ม รู้สึกว่าหัวใจตัวเองอุ่นขึ้นมาทีละนิด
...................................................................................................




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2556
5 comments
Last Update : 29 กันยายน 2556 12:41:39 น.
Counter : 1404 Pageviews.

 

แวะมาทักทายค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปอ่านที่กระทู้นะคะ ^^

 

โดย: lovereason 20 พฤษภาคม 2556 0:13:28 น.  

 

ครับผม คุณฤดูแห่งรัก ^ ^

 

โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) 20 พฤษภาคม 2556 7:51:51 น.  

 

เกือบลืมไปแล้ว....
ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องดีๆ ให้ได้อ่าน

 

โดย: แมง mangotip IP: 113.53.253.116 1 มิถุนายน 2556 23:18:12 น.  

 

นาน เป็นปีเลยค่ะ เอ๊ะ สองปีสิ
ดีใจที่คุณกลิ่นกาแฟกลับมาเขียนเรื่องสั้นดีๆให้อ่าน
จะติดตามอยู่เรื่อยๆนะคะ

 

โดย: Bobby Berry 3 กรกฎาคม 2556 15:25:25 น.  

 

อ่านจบแล้วนึกถึงชีวิตตัวเองเลยค่ะ บางทีเราก็มองคนที่เรารักในแบบที่เราอยากจะมอง ตัวตนของเค้าบางทีอาจจะเป็นคนละเรื่องกันกับที่เราหวัง เราคิด ก็เหมือนในเรื่องนี้เลยค่ะ จริงๆ คนในอดีตหนูก็คล้ายๆ พี่เอกเลย ฮ่าๆ
ชอบงานเขียนของอากลิ่นกาแฟทู้กเรื่องเลยค่ะ^^ เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

โดย: LA IP: 188.165.201.164 10 ตุลาคม 2559 6:19:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


กลิ่นกาแฟครับ
Location :
ปราจีนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




กาแฟหอมๆสักแก้วมั้ยครับ


หากเพื่อนๆต้องการเผยแพร่งานเขียน
ของนายกลิ่นรบกวนทำลิ้งมานะครับ
หรือไม่ก็ช่วยลงเครดิตให้กับผู้แต่ง
หน่อยนะครับ
New Comments
[Add กลิ่นกาแฟครับ's blog to your web]