"We hope that peace is born in the heart of everybody so, together , we can build a world in peace"

 
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
5 กันยายน 2552
 

คืนของความเหงาและความคิดถึง

เที่ยงคืนวันศุกร์...คืนเหงาและคิดถึง

คืนวันศุกร์ต้นเดือนแบบนี้ ตามร้านรวงต่างต่าง คงแน่นขนัดไปด้วยผู้คน และปาร์ตี้ บรรยากาศคึกคัก รอบรอบเมืองใหญ่แห่งนี้ แอบถอดแว่นสายตา บิดเนื้อตัวแก้เมื่อย หลังจากนั่งหลังขดหลังแข้ง กับงานตรงหน้า มองออกไปจากประตูกระจกบานใหญ่ในห้อง เห็นแสงไฟจากตึกหลายตึกยังคงสว่าง ชีวิตเมืองใหญ่ไม่เคยหลับไหล ลุกไปยืนพิงบานกระจก พักสายตา พักใจ....

เสียงโทรศัพท์จากบรรดาเพื่อนเพื่อน ชาวรักไร้ขีดจำกัดที่ส่งเสียงมาเมื่อเย็นเย็น ชักชวนไป hang out ด้วยกันที่ร้านเดิมของพวกเขา ฉันตอบปฎิเสธบรรดาเพื่อนเก้งกวางที่รักไป เพื่อนเพื่อนยังคงทิ้งท้าย ..."ถ้าเปลี่ยนใจก็ตามมานะ"...ฉันยิ้มให้กับโทรศัพท์และตัวเอง ...เพื่อนเพื่อนน่ารักเสมอ...

ด้วยมีงานที่ต้องสะสางก่อนออกเดินทางครั้งใหม่ เพื่อไปทำหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลในประเทศเพื่อนบ้าน แวะประชุมพูดคุยกับทีมงานในย่างกุ้ง ลงพื้นที่ติดตามงาน โครงการดูแลช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ห่างไกล... กลับมาไทย ไปต่อที่ลาวใต้ พื้นที่เขตสงครามเก่า ชายแดนลาว เวียดนาม กับโครงการโรงเรียนของเด็กเด็กชนเผ่า แค่ได้คิด...หัวใจก็ออกเดินทางไปก่อนซะแล้ว

แล้วจะได้มีโอกาสกลับมาบ้านเรา ขึ้นเหนือไปเยี่ยมหมู่บ้านและโรงเรียนเล็กเล็ก ในพื้นที่หมู่บ้านนอกแผนที่ประเทศไทย กับสายน้ำอีกสายที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สายน้ำใด...สาละวิน...

รู้สึกเหมือนโลกข้างนอกรอเราอยู่ ช่วงปลายปีตารางเดินทางเต็มไปหมด ...เต็มทั้งใจ และเต็มทั้งเวลา ยาวเหยียดถึงสิ้นปีเลยทีเดียว กัมพูชา เวียดนาม
หลงรักงานตัวเองก็ด้วยเหตุผล เพราะการได้เดินทางแบบนี้แหละ ได้เห็นคน เห็นโลกที่ต่างออกไป ดีใจด้วยซ้ำที่แต่ละที่ที่เราไปยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่พื้นที่ ที่เจริญด้วยวัตถุแต่อย่างใดเลย กลับตรงกันข้าม มันเจริญด้วยหัวใจ น้ำใจของผู้คนซะมากกว่า แล้วอย่างนี้จะให้ทิ้งงานลงไปได้ยังไง

และด้วยการทำงานของเราที่เป็นแบบนี้ด้วยล่ะมั้ง ที่เป็นที่มาของความเหงา ที่ไม่เคยหายไปซะที...เวลาและชีวิตไม่เป็นกิจวัตร เดินทางอยู่เสมอ กลับมาช่วงสั้นสั้น ประชุมและรายงานกองเต็ม แต่ดีสำหรับตัวเราเอง อิสระไม่ต้องนับว่าเสาร์อาทิตย์อยู่ที่ไหน อยากพักเมื่อไหร่ ทำงานตอนไหน
แต่ก็ทำให้เราไม่มีเวลาที่ตรงกับใครคนอื่นอื่นเหมือนกัน แต่ละเดือนแต่ละอาทิตย์ เราเลยเป็นอีกหนึ่ง Top Ten นินจาล่องหนหายตัวของหลายหลายคน ทั้งเพื่อนและใคร ใครต่อใคร...

เลยทำให้หลายหลายคนที่เคยอยากเข้ามา ล่าถอยไปในเวลาไม่ช้า ไม่นาน เข้าใจพวกเขานะ ความรักที่ไม่มีเวลาให้และไม่ได้ดูแล คงเป็นความรักที่แห้งแล้ง น่าดู...แต่ขอบคุณมากนะ ที่เคยอยากเข้ามาเรียนรู้กันและกัน

แต่พวกเขาจะรู้ไหมนะ ว่าผู้หญิงคนนี้รู้สึกอบอุ่นแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาที่เดินทางไปไกลแสนไกลกลับมาแล้ว รู้ว่ามีคอยอยู่ ชอบเวลาที่มีใครไปรอรับที่สนามบิน เวลาที่เราเดินออกมาด้วยท่าทีเหนื่อย โทรมโทรม ลากรถเข็นของมากมาย และเป้ใบใหญ่ออกมาที่ประตูทางออก แล้วเจอใครบางคนยืนยิ้มให้เมื่อเห็นเรามาแต่ไกล กุลีกุจอเข้ามารับรถเข็นไปเข็นแทน ปลดเป้จากหลังเรา มือข้างหนึ่งลากรถเข็นมุ่งหน้าไปที่รถ อีกมือหนึ่งจับมือเราไว้เหมือนไม่อยากให้ไปไหนไกลไกลจากเค้าอีกแล้ว...

ฉันไม่เคยเปิดโทรศัพท์ก่อนเมื่อเครื่องบินลงจอด เพราะอยากรับความรู้สึกดี ที่ได้เห็นหน้าใครบางคน เมื่อผ่านประตูออกมา แบบเต็มเต็ม ไปลดทอนด้วยเสียงการโทรว่ามาถึงแล้ว อันนี้เป็นความชอบส่วนบุคคลนะ แอบชอบความตื่นเต้นเล็กเล็กแบบนี้ มันทำให้ความรู้สึกคิดถึงที่มีมัน ท่วมท้น...ใจ...จริงจริงนะ

แต่ตอนนี้นะเหรอ...ผู้หญิงคนนี้ก็ยืนเหงาอยู่ตรงนี้...ไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วนะ การกลับมาแต่ละครั้ง ก็จะเก็บเกี่ยวบรรยากาศรอบข้าง ของคนอื่นอื่น ให้เห็นให้ยิ้มได้กับความอบอุ่นที่สนามบิน ที่เกิดขึ้นรอบรอบตัว ชอบบรรยากาศนั้นมากมากเลย ถึงแม้ไม่ใช่ตัวเรา แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้ยิ้มได้เสมอ กับความรัก ความผูกพันที่คนที่รักกัน มอบให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ครอบครัว คนรัก เพื่อน และอีกหลายรูปแบบ อบอุ่นหัวใจไปกับพวกเขาด้วย คราวหน้า ลองมองไปดูบรรยากาศรอบตัว ที่สนามบินดูนะ ว่ารู้สึกอย่างเดียวกันไหม....

เลยเที่ยงคืนมานานแล้วสินะ ฟุ้งซ่านคิดไปแสนไกล ฟ้าดึกดื่นแบบนี้ ก็เหงาไม่ใช่ย่อยเหมือนกันนะเนี๊ยะ ความเหงา ตอนเที่ยงคืนแบบนี้ก็ทำให้เรา รู้สึกถึงความคิดถึงได้มากมาย เหมือนกันนะ...คืนของความเหงาและความคิดถึง...


Create Date : 05 กันยายน 2552
Last Update : 5 กันยายน 2552 1:14:02 น. 3 comments
Counter : 549 Pageviews.  
 
 
 
 
ชายหนุ่มที่เสาะแสวงหาความสำเร็จ

ดั้นด้นเดินทางออกจากบ้านมาหลังจากจบการศึกษา

ผ่านไปแล้ว หลายปีฝน

มาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

ประการณ์ทำให้เขารู้ว่าจะอยู่อย่างไร

ทุกๆครั้งเมื่อความเหงามาเกาะกินหัวใจ

เขาจะมีวีธีแก้ที่ดีเสมอ

หนึ่งในวิธีนั้นก็คือ......


....ร้องไห้....

 
 

โดย: คนเหงา IP: 58.97.37.61 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:12:27:38 น.  

 
 
 
ร้องไห้....อึมมมมม...เหมือนน้ำตามันจะช่วยล้างล้าง ความรู้สึกเหงาเหงาข้างในให้ผ่อนคลายไปได้ จริงด้วยเนอะ
แอบร้องไห้เล็กเล็ก ก็แล้วกันนะ ดูเหมือนจะเริ่มชินกับความเหงา บางแล้วล่ะ อย่างน้อยก็รู้ว่ามันอยู่เป็นเพื่อนเราเสมอเลย
 
 

โดย: chance (changnon ) วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:14:52:30 น.  

 
 
 


นั้นนะสิ อยู่ไม่เป็นที่เลยเพื่อน
ดีนะเป็นคนร่างกายแข็งแรง
จึงไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย

แต่ถ้าได้เป็นเพื่อนเราแล้ว
หายห่วง...

เราไม่ทำให้เพื่อนเหงาหรอก
แต่ว่าเพื่อนเราหายไปไหนเนี้ย

ก๊อกๆๆ ไปแอ๋วไหนแล้วสาวเชียงใหม่




 
 

โดย: aenew วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:21:53:11 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

changnon
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรียนรู้...ระหว่างทาง...ของชีวิต
[Add changnon's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com