Bingo 17 #Q10 >> พระราชอารมณ์ขันจากพระโอษฐ์ : วิลาศ มณีวัต




ต่อจาก "พระราชอารมณ์ขัน" ที่หยิบมาอ่านแก้คิดถึง  
คราวนี้เราหยิบเอาหนังสือที่เกี่ยวกับในหลวงออกจากตู้หนังสือมาอ่านอีก



พระราชอารมณ์ขันจากพระโอษฐ์ : วิลาศ มณีวัต
สำนักพิมพ์ปิ่นอักษร พิมพ์ครั้งแรก : 2544
จำนวน 192 หน้า / ราคา 130 บาท
ซื้อเมื่อ : 30 เมษายน 2545
อ่านจบ : 30 ตุลาคม 2559

หนังสือเล่มนี้คล้ายๆ จะเป็นเล่มต่อจาก "พระราชอารมณ์ขัน" 
ซึ่ง "วิลาศ มณีวัต" ได้ค้นคว้าและนำพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จทรงดนตรี
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาฯ เกษตรศาสตร์ มหิดล ประสานมิตร 
ในช่วงปีพ.ศ.2512 - 2516  มานำเสนอรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วย 

  1. ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงดนตรี
    ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  2. เนื่องในวันงานการศึกษาสัมพันะ์ของวิทยาลัยวิชาการศึกษา
    ณ วิทยาลัยวิชาการศึกษา ถนนประสานมิตร
  3. ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงดนตรี
    ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. วันเสด็จฯ ทรงดนตรี
    ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  5. พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะนิสิมหาวิทยาลัยมหิดล ในโอกาสเสด็จฯ ทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์
    ณ สวนอัมพร พระราชวังดุสิต
  6. พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นิสิตมหาวิทยาลัย  ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์
    ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. ในโอกาสเสด็จฯ ทรงดนตรี
    ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  8. ในโอกาสเสด็จฯ ทรงดนตรี
    ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 



แต่ละครั้งที่เสด็จไป จะพระราชทานพระบรมราโชวาทเป็นเบื้องต้น  มีการตั้งโฆษกของรายการ 
จากนั้นจึงเป็นการบรรเลงดนตรีและการขับร้อง ปิดท้ายด้วยคำอวยพร 
ซึ่งทรงให้เวลากับกิจกรรมนานถึง 3 ชั่วโมง  มีการบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลด้วย 
และพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสนั้น จะมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ภายในมหาวิทยาลัยในช่วงเวลานั้นๆ 
นับได้ว่า ทรงศึกษาเรื่องราวและติดตามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างดี แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น
นิสิตต่างคณะตีหัวกัน, การรับน้อง, การเดินขบวนประท้วงภายในมหาวิทยาลัย 
หรือการกล่าวถึงสิ่งที่ทรงเห็นความเปลี่ยนแปลงไป ภายในมหาวิทยาลัย จากที่ทรงได้เห็นเมื่อครั้งเสด็จครั้งก่อน 



แม้พระองค์จะเป็นพระมหากษัตริย์ แต่ก็ทรงเป็น "พ่อ" ของลูกๆ ทั้งสีด้วย 
คราวเสด็จฯ ทรงดนตรี เนื่องในวันการศึกษาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2512 
ได้ทรงเล่าเรื่อง "ลูกๆ" ให้คณาจารย์และนักศึกษาได้ฟัง 

"...วันนี้มาคนเดียว เพราะผู้ที่จะมาด้วยมีอันเป็น พูดถึงลูกก่อน ที่ต้องพูดถึงลูก 
เพราะว่าเขาเป็นคนที่อยู่ไกลที่สุด ก็ทราบดีแล้วว่าเขากำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ
คนหนึ่งที่อเมริกา คนหนึ่งที่อังกฤษ ก็ไม่ได้มา เสียใจ เพราะว่าค่าเครื่องบินแพง (เสียงฮา)
แล้วไม่เปนการประหยัดอีกแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร ได้ข่าวว่าดีมาว่า สอบแล้วก็ได้คะแนน...
ที่อเมริกาได้คะแนนที่นับว่าดี ก็ในฐานะที่เป็นพ่อก็ขอมาอวดหน่อย (เสียงฮาและเสียงปรบมือ)
ว่างทางฟิสิกซ์ และแคลคูลัสได้ A+ หนึ่งอัน แล้วก็ A (เสียงปรบมือ) ก็เป็นที่หวังได้ 
ขาก็เขียนจดหมายมาบอกว่า ลูกทำอย่างนี้แล้วขอให้พ่อสนับสนุนให้เขา เอ็ม.ไอ.ที. ให้ได้ 
หรือว่าขออนุญาตเข้า เอ็ม.ไอ.ที. ก็เลยนึกว่าถ้าเขาทำคะแนนดี ๆ อย่างนี้ ไม่ต้องสนับสนุน
เขาก็เข้าไปได้ แล้วก็คงได้ผลดี ก็ขอเพิ่มเติมคำว่าในฐานะเป็นพ่อ เพราะว่าพูดไปเฉยๆ 
เดี๋ยวจะหาว่าโอ้อวด หาว่าทำอะไร ๆ อย่างนั้นอย่างนี้ เป็นความภูมิใจแท้ พ่อทุกคนเขาก็มี
สิทธิ์ที่จะภูมิใจลูกเขาใช้ไหม คราวนี้สำหรับลูกชาย ก็ได้ข่าวดีเหมือนกัน แต่ก่อนนี้
เป็นคนที่ออกจะเหมือนเด็กผู้ชายทั่ว ๆ ไป ก็ขี้เกียจที่จะเรียน แต่เดี๋ยวนี้ขะมักเขม้น มีหวัง
กลับมาในเดือนกรกฎานี้ มีหวังกลับมาเอาตัวหนังสือโอ มาให้ หมายความว่าได้สอบ
ที่เขาเรียกว่า O Level Mark ได้เป็นผลสำเร็จ ก็มีหวังอย่างมาก สำหรับผู้ที่อยู่ไกลสองคน
ก็มีคำอธิบายแล้วว่าทำไมไม่มา สำหรับคนที่อยู่ใกล้กว่า เดี๋ยว ตอนนี้ต้องดูต้นทาง (เสียงฮา)
เข้าใจว่าเป็นพระราชินี ไม่ได้มา แต่ก็ขอฝากความระลึกมา ไม่ได้มาเพราะเหตุว่าไม่สบาย
จากลูกที่ไม่สบาย (เสียงฮา) ก็ไม่สบายด้วยตนเองด้วย ไม่ได้โทษลูกเท่่านั้นเอง แต่ว่า
ไม่สบายด้วย ลูกด้วย เพราะว่าลูกคนที่สาม... ก็คงอ่านหนังสือพิมพ์แล้ว เขาบริการประชาชนอย่างดี
(เสียงฮา) แล้วก็ลงหนังสือพิมพ์ว่า เป็นประกาศของคณะกรรมการแพทย์แล้วก็คงทราบดีว่าเป็นอยางไร
เมื่อเช้านี้ออกแถลงว่าได้ทำการผ่าตัด ในระยะ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี แล้วก็เมื่อเช้านี้
ตามประกาศว่าลุกขึ้นนั่งได้ แล้วก็พูดได้ แจ่มใสดี แต่ว่าข้อนี้ไมไ่ด้โทษหนังสือพิมพ์เลย...
แต่ว่าประกาศเขาประกาศว่าอย่างนี้... อ่านหนังสือพิมพ์แล้ว  อ่านประกาศแล้วพ่อก็เซ่อ
นึกว่าเขาพูดได้ ก็เข้าไปหาเขา เสร็จแล้วบอกว่า "ลูกสบายรึ" (เสียงฮาและปรบมือ)
ถามว่า "บ่ายนี้จะไปวิทยาลัยประสานมิตรกับเขาไหม" แล้วก็จะไปร้องเพลงอะไร (เสียงฮา)
เขาบอกว่า... (เสียงฮา) ก็ไม่เข้าใจดีว่าเขาจะร้องเพลงอะไร ตกลงลงท้ายก็ไม่ได้มา 
แต่ตามข่าวหนังสือพิมพ์ที่ว่าพูดได้แล้วก็เชื่อไม่ได้ (เสียงฮา) จะโทษใคร เดี๋ยวตำรวจจับ
(เสียงฮา) ก็เป็นอันว่าคนที่สามมาไม่ได้ เพราะเหตุนี้ เพราะว่าถามว่าเขาจะมาร้องเพลงอะไร
เขาก็พูดไม่ได้ แต่ป่านนี้คงพูดจ้อแล้ว ลูกคนที่สี่นั้น เมื่อวานซืนลูกคนที่สามจะผ่าตัด
ก็ต้องให้ยาวแล้วก็แพ้ยาทำให้นอนไม่หลับ อาเจียนตลอดคืน ลูกคนที่สี่ก็เลยสงสารพี่
ก็มาบริการ ก็เลยเท่ากับไม่ได้นอนเหมือนกัน จึงระงับการมาประสานมิตร ตกลงผู้ที่เป็น
มารดาก็ทั้งไม่ได้นอน ทั้งเป็นห่วง ทั้งต้องไปบริการผู้เป็นธิดา ก็จึงไม่ได้มา นี่เป็น
เรื่องอารัมบท กินเวลาไป 20 นาที..." 





อีกเรื่องที่อยากนำมาบันทึกไว้ที่นี่ เป็นพระราชดำรัสอวยพร จากวันทรงดนตรีที่ธรรมศาสตร์ 3 มีนาคม 2516 

"... พลังจิตนี่สำคัญ เมื่อมีพลังจิตแล้วสามารถที่จะฝ่าฟันอุปสรรคได้ทุกอย่าง
การสอบก็ถือว่าเป็นการฟันฝ่าอุปสรรค การเรียนก็เป็นการฟันฝ้าอุปสรรค 
การพูดกับครูก็เป็นการฟันฝ่าอุปสรรคเหมือนกัน ไม่ให้ท่านโกรธ ให้ท่านเมตตา
ก็ถ้าสามารถที่จะทำพลังจิตนี่ก็ทำได้ทุกอย่าง ก็ขอให้พรให้ทุกคนสามารถ
ทำพลังจิตที่ซื่อตรงและที่มีผล มีประสิทธิภาพเพื่่อที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ 
ทุกสิ่งทุกอย่าง  เพื่อความสำเร็จเรียบร้อย เพื่อความก้าวหน้าของแต่ละคน
ก็ขอจงมีพลังจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ทุกคน" 


ปล. อ่านบทความเรื่อง "ทรงดนตรี วันที่รอคอย"  >> ที่นี่ 

ตอบโจทย์ >> ไม่ใช่นิยาย  #2






Create Date : 19 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2559 22:23:43 น.
Counter : 1050 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




รักที่จะอ่าน รักที่จะเขียน
เปิดพื้นที่ไว้ สำหรับแปะเรื่องราว
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ณ ที่นี้



สงวนลิขสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539

ห้ามผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่ายและ/หรือข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ไปใช้
และ/หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

Share |
Instagram my read shelf:
Natt's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)

2014 Reading Challenge

2014 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2015 Reading Challenge

2015 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2016 Reading Challenge

2016 Reading Challenge
Natt has read 1 book toward her goal of 132 books.
hide

2017 Reading Challenge

Natt has read 0 books toward her goal of 100 books.
hide
New Comments
พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
4
5
7
9
12
13
14
16
17
18
21
22
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
MY VIP Friend