SHUTDOWN กรุงศรี : ปรามินทร์ เครือทอง
อันที่จริงหนังสือเล่มนี้ ถือเป็นเล่มชูโรงของสำนักพิมพ์มติชน
ในช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมาเลยนะ 
แต่เรากลับรีรอ ยังไม่รีบซื้อมาอ่าน เพราะเชื่อว่าหนังสือแนวประวัติศาสตร์
อยู่ได้ยาว อ่านเมื่อไหร่ก็ไม่ล้าสมัยหรอก 

และแล้วในงานเสวนาสโมสรศิลปวัฒนธรรมประจำเดือนเมษายน
ทางสนพ.มติชนก็จัดขึ้นในหัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ 



เนื้อหาการเสวนาเป็นอย่างไรนั้น ติดตามจาก playlist >> ที่นี่
ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องก่อนจะมาถึงหนังสือเล่มที่ขายดิบขายดีในงานเสวนา และลดเยอะกว่าในงานหนังสือด้วย
เราก็เลยไม่พลาดที่จะต้องหยิบจับมาจ่ายเงิน  พอกลับถึงบ้าน ในสมองยังเต็มไปด้วยความคิดถึงศึกเสียกรุง
ก็เลยหยิบเอาหนังสือเล่มนี้มาอ่านซะ .....รวดเดียวจบ 


SHUTDOWN กรุงศรี : ปรามินทร์ เครือทอง



สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม 2558
จำนวน 152 หน้า / ราคา 150 บาท
ซื้อเมื่อ : 23 เมษายน 2558
อ่านจบ : 24 เมษายน 2558

:: โปรยปกหลัง :: 

"...ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2
คือเรื่องของ 'ประสบการณ์' ในการทำสงครามระหว่างกัน
ซึ่งขาดหายไปนานนับ 100 ปี
สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดทั้งในพงศาวดารพม่าและพงศาวดารไทย
โดยเฉพาะกรุงศรีอยุธยาซึ่งเวลานั้นคือช่วงที่สงบที่สุด
ถึงกับถูกเปรียบเปรยเป็นในยุค 'เมื่อครั้งบ้านเมื่องยังดี'
ทำให้ขาดการตระหนักเรื่องการศึกการสงคราม

ในขณะที่พม่าเองแม้ว่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้
จะได้ทำศึกทำสงครามอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นราชวงศ์อลองพญา
แต่พระเจ้าอลองพญาเองก็ 'ไม่รู้จัก'
กรุงศรีอยุธยาดีพอที่จะเผด็จศึกได้
จนต้องถึงมือของพระเจ้ามังระ
ซึ่งมีประสบการณ์มาแล้วในศึกอลองพญา
จึงสามารถจัดการกับกรุงศรีอยุธยาได้..." 

ผู้เขียนจับสังเกตุถึงเหตุแห่งการเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ในรัชสมัยของพระเจ้าเอกทัศ
มาเป็นประเด็นหลักในการเล่าเรื่อง  โดยเสนอเรื่องราวจากเอกสารฝั่งไทยและฝั่งพม่า
ให้เราได้เห็นว่า นับแต่การเสียกรุงครั้งที่ 1 และหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนเรศวรแล้วนั้น
ชาวกรุงศรีฯ เข้าสู่แห่งความสงบร่มเย็น การค้าระหว่างประเทศรุ่งเรือง 
มีการศึกชิงบัลลังก์บ้าง  มีการศึกกับทางหัวเมืองเหนือหรือทางเขมรบ้างประปราย 
แต่ไม่มีศึกใหญ่ๆ เข้าประชิดติดกำแพงเมืองเหมือนครั้งก่อน  ทำให้ความเข้มแข็งทางการทหารย่อหย่อน
ในขณะเดียวกันกับที่ทางพม่า ก็มีศึกภายในกันเอง เป็นระยะเวลายาวนานประมาณ 100 ปี 

รัชสมัยพระเจ้าอลองพญาแห่งพม่ารวบอำนาจไว้ได้ ก็คิดแผ่ขยายพระราชอำนาจมาทางกรุงศรีอยุธยา
แต่ด้วยความที่ไม่เคยศึกษาพื้นที่มาก่อน แม้จะยกเข้ามาถึงกรุงศรีอยุธยา ก็ล้อมไว้เพียง 5 เดือน
เข้าหน้าน้ำหลาก ก็ต้องถอยทัพกลับคืนพระนครไป 
พอพระเจ้ามังระ ซึ่งเคยเป็นทัพหน้าในศึกครั้งนั้น ขึ้นเป็นเจ้าครองนครอังวะ 
จึงกลับมาทำศึกกับอยุธยาอีกครั้ง  และครั้งนี้เพราะผ่านศึกอลองพญา
ได้เห็นพืนที่มาก่อนแล้ว จึงวางแผนล้อมเมือง แบบตั้งค่ายล้อมถี่ๆ จนปิดกรุงศรีได้นานถึง 2 ปี
ก่อนที่ใช้กลยุทธเจาะทลายกำแพงเมือง กระหน่ำยิงปืนใหญ่ จนทำลายล้างกรุงศรียับเยิน 

ส่วนทางฝั่งไทยนั้น ด้วยความที่ห่างไกลการศึก อาศัยจำได้ว่าอดีตน้ำมา พม่าต้องถอย 
ก็เลยกะใช้กลยุทธเดิม กวาดต้อนผู้คนเข้าไปอยู่หลังกำแพงเมือง รอเวลาให้น้ำมา 
ในขณะที่ส่งแม่ทัพนายกองออกไปยันทัพ หลายทัพ ถ้าไม่แพ้ ก็หนีทัพ เพราะไม่เคยต่อการสงคราม 
ปืนใหญ่ หรือยุทโธปกรณ์ใดๆ ก็ไม่เคยได้ฝึกใช้ให้คล่องมือ เลยยิ่งพลาด 
พอพม่าล้อมนานวันเข้า กระสุนดินปืนก็ไม่มี อาหารการกินก็ไม่พอ
สุดท้ายก็เลยต้องทิ้งเมือง ...แตกพ่าย...ให้พม่ายึดเมืองและกวาดต้อนผู้คนไป 

จนแม่ทัพที่หนีทัพ หลายๆ คน ทั้งพระเจ้าตากสิน เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และคนอื่นๆ รวมมือกัน
กลับมาไล่ล้างพม่าให้กลับคืนเมือง แล้วย้ายมาตั้งเมืองใหม่ คือ ธนบุรี ในเวลาต่อมา 

ผู้เขียนอ้างอิงเอกสารจดหมายเหตุและพงศาวดารไทย เทียบเคียงกับเอกสารทางฝั่งพม่า
หากมีเรื่องใด มุมใดที่ขัดแย้งกัน จึงใช้เอกสารที่ชาวตะวันตกเขียนถึง มาเล่าเทียบด้วยอีกทางหนึ่ง 
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สงครามครั้งนั้น ไม่ใช่เพราะคนไทยขาดความสมัคดี หรือกษัตริย์ไร้สามารถ
แต่เป็นเพราะประสบการณ์ในการสงครามน้อยกว่า จึงไม่อาจรักษาเมืองหรือแก้กลศึกทางฝังพม่าได้ 

สำนวนการเล่าเรื่องของผู้เขียน ไม่ถึงกับเป็นวิชาการ ออกแนวเล่าสู่กันฟัง
ตั้งข้อสังเกตุให้คนอ่านได้ขบคิด และเก็บไปค้นคว้าต่อ 
นั่นจึงทำให้การอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสนุก ...ที่เราควรอ่าน 

ตอบโจทย์ : หนังสือมาใหม่ไม่ดอง 





Create Date : 28 เมษายน 2558
Last Update : 28 เมษายน 2558 19:23:57 น.
Counter : 973 Pageviews.

1 comments
  
เจิมๆๆๆค่ะ
น่าอ่านเลยนะคะคุณนัทธ์
จะตามอ่านเรื่องอื่นๆในเร็ววันนี้นะคะ
เพราะไม่ดอง..ก็ต้องตามติดกันหน่อย

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:23:17:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




รักที่จะอ่าน รักที่จะเขียน
เปิดพื้นที่ไว้ สำหรับแปะเรื่องราว
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ณ ที่นี้



สงวนลิขสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539

ห้ามผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่ายและ/หรือข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ไปใช้
และ/หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

Share |
Instagram Follow Me on Pinterest my read shelf:
Natt's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)

2014 Reading Challenge

2014 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2015 Reading Challenge

2015 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2016 Reading Challenge

2016 Reading Challenge
Natt has read 1 book toward her goal of 132 books.
hide

2017 Reading Challenge

Natt has read 0 books toward her goal of 100 books.
hide
New Comments
เมษายน 2558

 
 
 
2
4
5
9
10
12
14
15
16
20
21
23
25
26
27
29
 
 
All Blog
MY VIP Friend