:: Bingo 8 :: พระรถ-เมรี : โสภาค สุวรรณ
ท่ามกลางกองดองนิยายของนักเขียนรุ่นใหม่ ๆ ที่เราซื้อจากโปรโมชั่นต่าง ๆ
เรากลับมานึกถึงนามปากกาเก่า ของนักเขียนรุ่นอาวุโสท่านหนึ่ง 
ที่ช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยได้ติดตามแล้ว เนื่องจากมี "สาระ" ใส่มาในนิยายเยอะมากไป 
ในวันนั้น เพียงต้องการหานิยานสักเรื่องมาตอบโจทย์ "พระ-นางในเครื่องแบบ" 
ไปรื้อค้นจากตู้หนังสือมาได้เรื่องหนึ่ง ..ชื่อเรื่องไม่บ่งบอกเลยว่าจะมีคนใส่เครื่องแบบ 

พระรถ - เมรี : โสภาค สุวรรณ 



สำนักพิมพ์ใยแก้ว พิมพ์ครั้งแรก : มิถุนายน 2540
จำนวน 606 หน้า / ราคา 230 บาท
ซื้อเมื่อ :  ไม่ระบุ
อ่านจบ : 28 มิถุนายน 2558

:: โปรยปกหลัง ::

หัวใจของเธอ...เข้มแข็งและมั่นคง
ความฝันของเธอ...กระจ่างและสดใส
ความรักของเธอ...งดงามและอ่อนหวาน

แม้เรือแห่งชีวิตจะเกือบพลิกคว่ำครั้งแล้วครั้งเล่า
หากเมรีก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองล่องลอย
ไปตามกระแสเชี่ยวกรากของโชคชะตา

เพราะสำหรับเมรี...
ความทุกข์ไม่ใช่โศกนาฎกรรมของชีวิต
หากคือแรงผลักดันและบทเรียนที่มีค่าที่สุด 

นิยายเรื่องนี้เก่ามากแล้ว แต่ฉบับที่มีในมือเป็นฉบับพิมพ์ใหม่ในปีพ.ศ. 2540
ประเด็นในเรื่องคือ การศึกษา ดังนั้นแม้หยิบมาอ่านในปีพ.ศ. 2558 ก็ไม่รู้สึกว่า "ล้าสมัยไ 
จากคำนำผู้เขียนบอกเล่าถึงเบื้องหลังความคิดเอาไว้ 

"ค่านิยมในสังคมของเราที่ยึดติดมานานว่า คนเก่ง คนดัง คนมีปริญญาบัตร...
ยิ่งหลายใย... หลายระดับ หรือการเลือกยกย่องอาชีพการงานบางอาชีพว่าสำคัญ
ดีเด่นมีค่ากว่ากัน บางครั้งยังหลงติดและหลงผิดยกย่องสถาบันการศึกษา
ลดค่าสถาบันอื่นว่าต่ำต้อย ด้อยศักดิ์ศรีกว่ากัน 

ค่านิยมเหล่านี้ แม้จะไม่โจ่งแจ้ง แต่ก็แอบแฝงอยู่ในความรู้สึกของชาวเราไม่มากก็น้อย
เป็นเหตุให้คุณภาพของคน "ดี" ...ความซื่อสัตย์ สุจริต...และคุณค่าของ "งาน" 
ซึ่งในความเป็นจริงแล้วควรได้รับการยกย่องให้มีความสำคัญเสมอกัน 
ไม่ว่าจะเป็นงานของปัญญาชนหรือกรรมาชีพ... ไม่รังเกียจเดียดฉันท์ว่า
ด้อยคุณค่าอย่างน่าเสียดาย ไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร " 

นี่คือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากนิยายเรื่องนี้ ...และยังคงสะท้อนให้เห็นว่า
วิธีคิดและการให้ค่าของงาน สถาบันการศึกษา จาก ณ เวลาที่เขียนเรื่อง
ซึ่งไม่รู้ว่าย้อนหลังปีพ.ศ.2540 ไปอีกกี่ปี ..ต่อเนื่องมา ณ เวลาปัจจุบัน
ยังคงอยู่ ...ไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด 


เมรี เกิดในครอบครัวยากจนและติดเหล้าทั้งบ้าน ดีว่าเธอแพ้แอลกอฮอล์ไม่งั้นก็กลายเป็น "เมรีขี้เมา" ตามคำล้อแต่เล็ก
เธอเป็นเด็กใฝ่ดี รักการเรียนรู้และสู้ชีวิต คุณย่าพริ้มที่เป็นผู้อุปถัมถ์โรงเรียนจึงขอรับตัวไปเลี้ยงดูที่กรุงเทพฯ
เลี้ยงเสมือนเป็นเพื่อนคนแก่ เพราะครอบคร
ัวลูกหลานท่านก็ไม่สนใจท่านนัก มีลูกสามคนก็มีแต่ปัญหา 
คุณย่าพริ้มจึงใช้การทำงานเป็นสิ่งชดเชยความรู้สึก งานอย่างหนึ่งที่ทำประจำคือ
เขียนจดหมายไปเป็นกำลังใจให้ทหารประจำแนวรบ  เพราะหลานชายสองคนของคุณย่าพริ้ม
ก็ตายในที่รบ  ท่านจึงเขียนจดหมายเสมือนเขียนถึงหลานชายท่านต่อไป 

ใครๆ ก็คิดว่า เมรีจะใช้ชีวิตแบบ "คุณหนู" รอเวลารับมรดก แต่คุณย่าพริ้มก็ยุติธรรมกับลูกหลาน
สิ่งที่ท่านให้เมรีก็คือ ส่งเสียเรียนหนังสือ เรียนไปจนถึงระดับที่สติปัญญาของเมรีจะไปถึง
โดยหวังให้ "ความรู้" เป็นทุนรอนติดตัวเมรีตลอดไป

เมรี สอบเอ็นทรานส์เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้ เธอแสดงเจตจำนงต่อหน้าย่าพริ้มว่า
เธอจะเอาดีเลี้ยงตัวให้ได้ทั้งที่ไม่มีปริญญา และเมื่อเธออยู่ได้ดีแล้ว เธอจะทำให้คนที่บ้านเดิมมีความเป็นอยู่ดีตามไปด้วย
เมื่อคุณย่าพริ้มเสีย เมรีซึ่งเป็นเสมือนเลขาช่วยงานมาตลอด ก็รับงานเขียนจดหมายถึงแนวหน้ามาทำต่อเนื่อง
พร้อมกับมุ่งมั่นใช้ฝีมือที่เธอเรียนเพิ่มทางคหกรรม มาใช้ทำงานฝีมือหาเลี้ยงชีพ 

วันหนึ่ง ร้อยเอกรถาพร หัวหน้าหน่วยรบจากแนวหน้า ก็เดินทางมาพบย่าพริ้ม
เพื่อคืนพระเครื่องที่ท่านส่งให้แก่แนวหน้า  เขาจึงทราบว่าคุณย่าพริ้มที่ลูกน้องเคารพจากไปแล้ว
และเมรี คือ คนที่เขียนจดหมายในนามคุณย่าพริ้มเรื่อยมา เขารู้สึกพึงตาพึงใจ 
และชอบในความสู้ชีวิตไม่ย้อท้อของเธอ ในระยะเวลาสั้น เขาก็ผูกใจรักกับเมรี 
และกลายเป็นอีกคนที่รอคอยจดหมายจากแนวหลังส่งมา  เมื่อมีโอกาสก็เข้ากรุงมาพบกัน
ความรักของทั้งสองงดงามด้วยความเข้าอกเข้าใจกันเป็ฯอย่างดี จนถึงขั้นตกลงปลงใจจะแต่งงานกัน
งานฝีมือของเมรีก็ก้าวหน้า มีตลาดกว้างไกลไปถึงต่างประเทศ  สร้างอาชีพให้คนอื่นได้มากมาย 
มีรายได้เลี้ยงตัวเอง และสอนให้คนอื่นๆ รู้จักทำมาหากิน ยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นมา 

แต่แล้วก็มีข่าวร้ายมาถึงเมรี เมื่อนายทหารคนหนึ่ง มาพบ พร้อมกับส่งแหวนให้เมรรี
แจ้งข่าวว่า ร้อยเอกรถาพรถูกโจมตี บาดเจ็บ และอาจเสียชีวิต 
เมรีทุกข์ใจ และเธอใช้งานเป้นการบรรเทาทุกข์  ไม่สนใจมองชายอื่นอีก 
เหตุการณ์ไม่จบแค่นั้น เมรียังต้องต่อสู้อีกหลายเรื่องกว่าเธอจะมีชีวิตครอบครัวที่เป็นสุข
และได้ครองคู่เป็น "พระรถ - เมรี" สมดังชื่อเรื่อง  


อ่านจบก็ย้อนมองสังคมปัจจุบัน ...ยังคงเป็นไปแบบที่คนเขียนกล่าวไว้ในคำนำ 
พ่อแม่คาดหวังว่าลูกจะสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง 
เรียนจบมาเป็นหน้าเป็นตาแก่ครอบครัว  และให้คุณค่ากับบางวิชาชีพ 
กดอาชีพทางอาชีวะให้ต่ำกว่า และจัดอันดับมหาวิทยาลัย  จนเกิดประเด็นขึ้นมาในสังคม

จึงไม่แปลกอะไรที่ใคร ๆ มักพูดว่า "นิยายสะท้อนสังคม" 
เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ 


ตอบโจทย์ : พระ-นางในเครื่องแบบ





Create Date : 08 กรกฎาคม 2558
Last Update : 9 กรกฎาคม 2558 21:30:59 น.
Counter : 1156 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




รักที่จะอ่าน รักที่จะเขียน
เปิดพื้นที่ไว้ สำหรับแปะเรื่องราว
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ณ ที่นี้



สงวนลิขสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539

ห้ามผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่ายและ/หรือข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ไปใช้
และ/หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

Share |
Instagram my read shelf:
Natt's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)

2014 Reading Challenge

2014 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2015 Reading Challenge

2015 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2016 Reading Challenge

2016 Reading Challenge
Natt has read 1 book toward her goal of 132 books.
hide

2017 Reading Challenge

Natt has read 0 books toward her goal of 100 books.
hide
New Comments
กรกฏาคม 2558

 
 
 
1
3
6
7
9
11
13
15
16
20
21
22
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
MY VIP Friend