Group Blog
 
All blogs
 
โรตีที่รัก(1)

แดนภารตะแห่งนี้มี “ภาพชีวิต” ที่หาดูได้ยากยิ่งในที่อื่นใด
อินเดียมีทั้งสุขให้เราเลือก มีทั้งทุกข์ให้เราผจญ ผู้คน ภาษา วัฒนธรรม อาหาร
ที่สำคัญคงเป็นจิตใจที่พร้อมจะเรียนรู้และปรับตัวรับมือกับสถานการณที่ไม่คุ้นเคย
แม้การเที่ยวอินเดียจะต้อง “ออกแรง” มากหน่อยและสะดวกน้อยกว่าประเทศอื่นๆ แต่ก็เต็มไปด้วยรสชาติการเดินทาง
....ทุกอย่างอาจเริ่มจากหนึ่งอย่าง......



ทริปนี้ขอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวหลักของอินเดีย “สามเหลี่ยมอารยะ(Golden Triangle) เส้นทางมรดกโลก” ประกอบด้วยสามเมืองหลัก คือ เดลี อัคร ชัยปุระ แต่ละแห่งอยู่ห่างกัน 200 -300 กิโลเมตร และสามารถเดินทางเป็นวงกลมได้ โดยไม่ต้องย้อนรอยเดิม ฉันใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะอยากเที่ยวแบบสบายๆ ตามใจตัวเอง เราเลือกใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับ จัดว่าคุ้มค่าคุ้มราคา และสะดวกและอิสระในการเที่ยวแวะชมสถานที่ต่างๆ ตามความพอใจของเรา



การไปเที่ยวอินเดียวในหน้าหนาวถือว่าดีที่สุด เพราะอากาศกำลังสบาย กลางวันอุณหภูมิประมาณ 20 องศา กลางดึกก็ประมาณ 10 องศา ส่วนเรื่องวีซ่า เรากรอกแบบฟอร์ม on line แล้วก็จ้าง messenger ไปทำให้ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 400 บาท แต่ถือว่าคุ้มมาก เพื่อความประหยัดเวลา และหลีกเลี่ยงความหงุดหงิดใจ




เพื่อนๆทราบมั๊ยเอ่ย “อินเดีย” หมายถึงอะไร คำนี้มีความเป็นมา เริ่มจากแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งแม่น้ำสินธุ(Sindhu) อยู่ไปอยู่มาถูกยึด ผู้ครอบครองรายใหม่ออกเสียงตัว S ไม่ชัด จาก S กลายเป็น H จาก Sindhu กลายเป็น Hindu เริ่มคุ้นบ้างหรือยังคะ นั่นแหละคือที่มาของชื่อชาวฮินดู
ต่อมา กรีกเป็นอีกกลุ่มชนที่รุกรานอินเดีย และกรีกก็แผลงชื่อจาก Hindu กลายเป็น Indus เรียกไปเรียกมา เพี้ยนออกเป็น India ชาวอินเดีย ไม่ได้เรียกตัวเองว่า อินเดียน แต่จะเรียกตัวเองว่า “ชาวภารตะ” คำนี้มีที่มาจาก “มหาภารตะ” ซึ่งเป็นมหากาพย์ยิ่งใหญ่ของอินเดีย ซึ่งมีอิทธิพลต่อชาวอินเดียทั้งในเรื่องความเชื่อ การดำรงชีวิต มาก หากเปรียบเทียบคงเป็นยุคเดียวกับ lliad(สงครามกรุงทรอย) และ Odyssey ของกรีก



ในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 อิทธิพลของสุลต่านจากเอเชียกลางใต้ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม มีการนำสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่เข้ามาเผยแพร่ ยอดโดมทรงกลมที่สร้างอยู่บนฐานสี่เหลื่ยมผืนผ้าหรือจัตุรัส และซุ้มประตูโค้ง



ในช่วงศตวรรษที่ 17 ชาวยุโรปเริ่มเดินทางเข้ามาเอเชีย ชาติยุโรปหลายชาติต่างจัดตั้งบริษัท East India ของตนขึ้น อังกฤษทุ่มเทความพยายามมากมายกับอินเดีย เพราะเห็นตัวอย่างจากพวก Dutch ในอินโดนีเซีย อินเดียจึงถูกอังกฤษเข้าครอบครอง ใช้ยุทธวิถีการค้านำ ตามด้วยให้อำนาจและสินบนกับมหาราชาผู้ครองแคว้น จนสามารถยึดอินเดียเป็นอาณานิคม จนปี 1858 อินเดียก็กลายเป็นการปกครองเด็ดขาด เมื่อ Lord Canning เป็นข้าหลวงใหญ่คนแรกแห่งอินเดีย อินเดียอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษถึง 350 ปี(1858 -1947) "Delhi is a Jewel in the Crown of United Kingdom"




เราเริ่มสัมผัสความเป็นอินเดียตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินของสายการบินไทย เพราะอาหารเช้าเสริฟ์ด้วยอาหารมังสวิรัติ โรตีกับแกงกะหรี่ ที่สนามบิน อินทิรา คานธี (Intira Gandhi International Airport) เราได้มีโอกาสประเดิมใช้ Terminal ใหม่ ต้องขอบคุณ commonwealth Game ที่อินเดียได้เป็นเจ้าภาพเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เพราะฉะนั้น อะไรใหม่ๆ หรือ แบบผักชีโรยหน้าก็ไม่ได้มีแต่พี่ไทยอย่างเดียว

เริ่มต้นที่เดลีก่อน เรามาทำความรู้จักเมืองนี่สักหน่อย เดลีเป็นเมืองกึ่งเก่ากึ่งใหม่ ปัจจุบัน เมืองเดลีได้รวมเมืองเก่าและเมืองใหม่เข้าด้วยกัน ทั้งส่วนที่เป็น Old Delhi และ New Delhi

ในส่วน Old Delhi เคยเป็นเมืองหลวงของอินเดียในยุคสมัยที่ผู้ปกครองเป็นมุสลิม ระหว่าง ศตวรรษที่ 17 -19 เห็นได้จาก สุเหร่า อนุสาวรีย์ และป้อมที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิมในอินเดีย

ในส่วน New Delhi หมายถึงเมืองใหม่ที่อังกฤษสร้างขี้นในยุค George V (พระเจ้ายอ์ชที่ 5) ปกครองอินเดีย ศูนย์กลางแห่ง New Delhi คือ ทำเนียบประธานาธิบดี ( Rashtrapati Bhavan) สร้างด้วยหินทรายแดง




บริเวณข้างๆ คือ ที่ทำการของรัฐบาล Secretariat Building สร้างในปี 1911 อีกไม่กี่วันอาคารนี้อยุ่ครบร้อยปีเต็มพอดี แต่ไม่มีทีท่าว่าจะผุพัง เพราะสร้างจากหิน ดูคงทนมาก ถนนบริเวณนี้กว้างขวาง มีต้นไม้ร่มรื่น ศูนย์รวมของสถานที่ราชการ



Indian Gate อังกฤษสร้างขึ้นในช่วงปี 1931 เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารอินเดียผู้เสียชีวิตจำนวน 90, 000 นายที่เข้าช่วยอังกฤษรบในสงครามโลกครั้งที่1




อยากจะแนะนำ ก่อนที่ใครจะมาอินเดีย ควรดูหนังเรื่อง คานธีก่อนสักหนึ่งรอบ เพื่อที่จะได้เข้าใจที่มาที่ไป และหลังจากกลับมาแล้ว ควรจะดูอีกสักรอบเพื่อที่จะดื่มด่ำ และเข้าใจความหมายของประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะนักการเมืองไทย

"There is enough in the World for everybody’s need, but not enough for anybody’s greed."




Gandhi museum มหาตมะ – จิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ คานธี หรือ คนอินเดียเรียกท่านว่า บาบู หมายถึงคุณพ่อ ผู้ชายที่ปลดปล่อยอินเดีย และผู้นำการต่อสู้แบบอหิงสาและสัตยาเคราะห์ หลังจากจบการศึกษาที่อังกฤษ คานธีได้เดินทางไปทำงานที่แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษเช่นกัน คานธีได้พบเห็นความไม่เป็นธรรมจากการเหยียดผิว เมื่อกลับมาบ้านเกิด จึงได้เข้าเรียกร้องเอกราชคืนจากอังกฤษ โดยใช้หลักการต่อสู้แบบอหิงสา



ฝันสลาย ในคืนก่อนที่อินเดียจะได้รับเอกราช คานธีต้องหลั่งน้ำตาให้กับการสูญเสียหลักการที่เขายึดมั่นมาโดยตลอด ทั้งหลักอหิงสา มนุษยธรรม และเมตตาธรรม โดยไม่คำนึงถึงสีผิว ศาสนา และความเชื่อ เมื่อฝ่ายมุสลิมถือโอกาสนี้แยกตัวออกไปเป็นประเทศปากีสถาน และไม่อาจสนิทใจกันได้จนถึงทุกวันนี้



คานธีกล่าวว่า my life is my message ชีวิตของฉัน คือ สิ่งที่ฉันอยากบอกโลก แม้ชีวิตจะสูญสลาย แต่ความทรงจำยังคงเหลือ จิตวิญญาณยังดำเนินต่อไป



จุดที่เขาถูกยิงโดยชาวฮินดูหัวรุนแรงซึ่งไม่พอใจในนโยบายขันติธรรมอยู่ที่กลางสวน มีอนุสาวรีย์เล็กๆ ตั้งเอาไว้เป็นที่หมาย คำพูดสุดท้ายของเขาคือ “เห..ราม” โอ้..พระผู้เป็นเจ้า

Rajghat สถานที่เผาศพคานธี อยู่อยู่ในสวนสาธารณะ สร้างอย่างเรียบง่าย เป็นลานหินอ่อนสีขาว ล้อมรอบแท่นหินสีดำสนิท ทุกวันที่ 2 ตุลาคมของทุกปี ประธานาธิบดีอินเดียและผู้ที่เคารพในท่านมหาตมะ คานธี จะนำดอกไม้มาเคารพ ณ ที่แห่งนี้



รถประจำตำแหน่งของข้าราชการชั้นสูง



สีสันของชีวิต



Indira Gandhi Memorial Museum เดิมเป็นบ้านของนางอินทิรา คานธี ลูกสาวของคนโตของ Jawaharlal Nehru นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย นางอินทิรา คานธี สตรีเหล็กผู้เป็นนายกรัฐมนตรี 4 สมัย แต่สุดท้ายจบชีวิตลงด้วยน้ำมือองครักษ์ชาวซิกข์ของเธอเอง เพราะไม่เห็นด้วยที่นางอินทิรา ประนีประนอมกับพวกฮินดู

โดยส่วนตัว ฉันชอบการนำเสนอที่ Museum นี้มาก ใช้ภาพข่าว จากหนังสือพิมพ์ สีขาว ดำ และ มีภาพถ่ายของครอบครัว ต่อเนื่องไปจนถึงลูกชาย ราจีฟ คานธี อดีต นายกรัฐมนตรีของอินเดียที่ถูกลอบสังหารด้วยระเบิด ระหว่างหาเสียงลงเลือกตั้งครั้งต่อไป ปัจจุบันครอบครัวนี้ ยังมีอิทธิพลต่อสังคมอินเดีย แม้กระทั่งภรรยาของราจีฟ คิอ Sonia เคยเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เธอปฏิเสธ อีกอย่างเธอเป็น อิตาเลี่ยน และมีอาชีพ designer จึงขออยู่เบื้องหลังดีกว่า โดยลูกชาย คือ ราหุล คานธี เป็นสมาชิกพรรค Congress ในปัจจุบัน อดเศร้าใจไม่ได้ว่า ครอบครัวนี้ เหมือนมีอาถรรพ์ คล้ายครอบครัว Kennedy เพราะแม้แต่ลูกชายคนเล็กของ นางอินทิรา คานธี ก็ประสบอุบัติเหตุ เครื่องบินตก



เสื้อที่ไหม้ของ ราจีฟ คานธี



สงสัยมั๊ยคะ ว่า ทำไม นางอินทิรา คานธี ลูกสาวของคนโตของ Jawaharlal Nehru ถึงนามสกุล คานธี เป็นอะไรกันหรือเปล่า คือว่า อินทิรา คานธี เกิดในตระกูลผู้นำของอินเดีย มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ช่วงที่ไปเรียนอังกฤษ มีความรักกับ Feroze Khan ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก เนื่องจาก Feroze Khan เป็นลูกของชาวมุสลิม และปัญหาการเมืองมุสลิมกับฮินดู Nehru ผู้พ่อไม่ยอมรับ คานธี ซึ่งสนิทสนมกับครอบครัว Nehru มาตั้งแต่ อินทิราเกิด จึงแก้ปัญหาด้วยการรับ Feroze Khan เป็นบุตรบุญธรรม และมอบนามสกุล “คานธี” ให้ใช้ ปัญหาจึงหมดไป



Shri Lakshmi Narain Temple (Hindu Temple) วัดศรี ลักษมี นารายณ์ เป็นวัดของชาวฮินดู ไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพด้านใน ที่นี่คู่บ่าว สาวจะมาขอพรจากเทพเจ้าที่ตนนับถือ



Jama Masjid มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย รอบด้านยังเป็นชุมชนมุสลิม



อินเดียกับไทย ไม่ใช่อื่นไกล เราได้รับอิทธิพลจากอินเดียอย่างมากมาย เช่นเรื่องภาษา ลิง เรียกว่า หนุมาน อูฐ เรียกว่าอูฐ หรือแม้แต่ยานพาหนะ Rickshaw สามล้อตุ๊ก ตุ๊ก




Create Date : 08 มกราคม 2554
Last Update : 9 มกราคม 2554 10:14:56 น. 1 comments
Counter : 2305 Pageviews.

 
ชื่อทริปแนวมากอ่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:18:12:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Please.Peace
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หนึ่งใน New Year Resolutions คือความตั้งใจอยากจะเขียน เล่า เรื่องราวผ่าน Blog ส่วนหนึ่งคงเป็นการจัดระบบความคิดที่ดีของตนเอง อีกส่วนคงเป็นการได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใน Cyber space มากขึ้น

ใช้ชีวิต กึ่ง ๆเหมือนพวก Urban living ชอบหาร้านกาแฟ หอมๆ นั่งอ่านหนังสือในวันหยุด

ขออภัย เมื่อใหม่หัดใช้ Blog ด้วยจ้า
New Comments
Friends' blogs
[Add Please.Peace's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.