Group Blog
 
All blogs
 
“ItaLy Tia Mo”: Pisa: หนีตามกาลิเลโอไปเที่ยวหอเอน

คุณเคยได้ยินประโยคนี้มั๊ย “หากอยากได้คุณค่าจากการท่องเที่ยว จงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ช้าลง”

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังจากที่เราตัดสินใจจะไปใช้เวลาวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ของไทย ซึ่งตรงกับ วันหยุด Easter ของฝรั่ง โดยเราคิดว่าอยากใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ที่ Italy ด้วยกัน สำหรับฉันนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางครั้งนี้ เพราะเราเริ่มจากการเตรียมตัว หาข้อมูลเป็นอย่างน้อย 3-4 เดือน ฟังดูเหมือนจะนาน แต่มันทำให้เราได้รับความรู้อย่างแน่นปึ๊ก และสนุกที่จะค้นหาข้อมูลใหม่ๆ อยู่เรื่อย ๆ
ทริปนี้ เราตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบเนิบช้า slow life slow food slow travel เราอยากตามรอยเมืองโบราณในยุคEtruscanและดื่มด่ำความสวยงามของแคว้น Tuscany และเราตั้งใจจะไปเที่ยวเมืองเล็กๆ ทำตัวให้ผ่อนคลายให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวทอดน่องในแบบของเรา เพราะการเดินทางคือการค้นหา เรียนรู้ ความหมายของชีวิต และ ขอบคุณสำหรับเพื่อนร่วมทางที่ทำให้ Italy สวยงามกว่าที่เห็น



เราออกเดินทางโดยเครื่องบินจาก Copenhagen มาลงที่ Aeroperto Galilei เมือง Pisa พร้อมทั้งรับรถที่เช่าไว้ นับเป็นจุดเริ่มต้นการเที่ยวTuscany ที่สำคัญเราได้มาเจอ Sarah ลูกสาวของ Uncle Peter ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ในเมืองนี้ด้วย
Pisa อยู่ในแคว้น Tuscany เป็นเมืองเล็กๆ ที่น่ารักและสงบเงียบ เป็นเมืองแห่งการศึกษา เมืองมหาวิทยาลัย Pisa อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงสิบกิโลเมตรเท่านั้นและมีแม่น้ำ Arno ไหลผ่านกลางเมือง ในอดีต Pisa เป็นเมืองโบราณตั้งแต่ยุค Etruscan และกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันตั้งแต่ปี 89 ก่อน ค.ศ.



ในยุคกลาง Pisa เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมีกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ ในช่วงสงครามครูเสด Pisa ได้รับใช้ชาติยุโรปในฐานะเป็นเมืองแวะพัก เพื่อไปทำสงครามกับมุสลิม ช่วงนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างมากมาย น่าเสียดายในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 Pisa เองโดนถล่มจากกองทัพพันธมิตร สถาปัตยกรรมและศิลปะของเมืองจึงถูกทำลายอย่างหนัก
ในปี 1987 UNESCO ได้ประกาศให้สิ่งก่อสร้างในจัตุรัสมหาวิหารแห่งเมืองปิซ่า (Piazza del Duomo, Pisa) เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ก่อนจะเที่ยวแวะชมจัตุรัสมหาวิหารแห่งเมืองปิซ่า เรามาทำความรู้จักศิลปะของอิตาลีอันก่อนดีมั๊ยคะ



ศิลปะโรมันเนสต์ (Romaneque Style) คือสกุลศิลปะที่ถือกำเนิดหลังยุคล่มสลายของอาณาจักรโรมัน แต่พยายามลอกเลียนและฟื้นฟูศิลปกรรมโรมัน นำซากศิลปวัตถุของโรมันมาใช้ โดยเฉพาะการนำช่องโค้ง (Arch) และคูหาโค้ง (vault) ของโรมันมาประยุกต์ใช้
ชาวคริสต์นิยมสร้างมหาวิหาร Duomo เป็นองค์ประธาน มีวิหารรับศีลจุ่ม Baptistry และหอระฆัง Campanile เป็นองค์ประกอบ เมือง Pisa ก็เช่นเดียวกัน ในลาน Piazza del Miracoli (ลานมหัศจรรย์) จัดให้เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่งดงามที่สุดของโลก ประกอบด้วย
Duomo หรือ โบสถ์ใหญ์ ( the Cathedral) เป็นโบสถ์ศิลปะโรมันเนสต์แบบปิซา สร้างขึ้นในปี 1064 โดยสถาปนิกชื่อดัง Buschetto ตัวโบสถ์สร้างบนแปลนรูปกางแขนแบบละติน (Latin Cross) เมื่อเข้าไปในตัวโบสถ์จะรู้สึกได้ว่า ศิลปะโรมันเนสต์ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากศิลปตะวันออก หรือที่เรียกว่าพวกแขกมัวร์ เพราะเมืองปิซาเป็นเมืองชายทะเล ผู้คนที่นี่เคยเดินทางไปยังที่ต่างๆ รวมทั้งดินแดนของพวกอาหรับด้วย จึงไปรับเอาศิลปะของอาหรับมาใส่ในงานของตนเอง รูปแบบที่ว่า คือ การใช้หินสองสี สีขาวและสีเทาเข้ม มาสลับกันบนครึ่งวงกลมเหนือหัวเสา



Baptisty โบสถ์พิธีรับศีลจุ่ม เป็นอาคารทรงกลมสร้างขึ้นในปี 1153 เพื่อเป็นเกียรติแก่ St.Jahn the Baptist ลักษณะของโบสถ์เป็นศิลปะโรมันเนสต์และมียอดโดมแบบโกธิค ซึ่งผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน นับเป็นโบสถ์พิธีรับศีลจุ่มที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี



Pisa Leaning Tower หอระฆังหรือหอเอนแห่งเมืองปิซามีความสูงแปดชั้น หอเอนแห่งนี้เอนจนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดแห่งของโลกยุคกลาง เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ใครๆ ต้องการมาเมืองนี้ หอเอนแห่งเมืองปิซาถูกสร้างขึ้นในปี 1173 เพื่อเป็นหอระฆังตามประเพณีนิยม ครั้นสร้างไปถึงชั้นสามเกิดเอียงทรุดลงด้านหนึ่ง เพราะพื้นที่เมืองPisa เคยเป็นหนองน้ำมาก่อน พื้นดินค่อนข้างร่วน จนต้องปล่อยทิ้งร้างไว้นานถึง 90 ปี กระทั่งสถาปนิก Giovanni Di Simone และคณะ ได้ร่วมมือกันสรางต่อจนถึงชั้นที่แปด หอเอนแห่งนี้มีความสูงด้านที่ต่ำที่สุดที่ 55.86 เมตร และ 56.70 เมตร จากพื้นด้านที่สูงที่สุด ไปๆ มาๆ หอระฆังใช้เวลาสร้างๆ หยุดๆ เกือบ 200 ปี



ปัจจุบันหอเอนยังเพิ่มความเอนไปเรื่อยๆ จึงเกิดความคิดที่จะรักษาหอเอนแห่งนี้เอาไว้ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เริ่มด้วยการฉีดซีเมนต์เหลวเข้าไปช่วยรับน้ำหนักด้านที่เอียงและเอาก้อนน้ำหนักนับพันตันไปถ่วงไว้อีกด้านหนึ่ง ทำให้หอเอนดีดตัวกลับมาหลายเซนติเมตรและทำให้อัตรการเอียงการเอียงที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีลดลงทันที



หากมา Pisa แล้วไปพูดถึง Galileo Galilei คงเหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้ Galileo เป็นชาวปิซาโดยสายเลือด เพราะเค้าเป็นคนที่ค้นพบทฤษฎีการตกของวัตถุ/ กฎแรงโน้มถ่วง (The Law of Falling Bodies) เขาทำการทดลองตามความเชื่อของเขาบนชั้นสูงสุดของหอเอนแห่งเมืองปิซา จนกลายเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับกันทั่วโลก แต่น่าเสียดายที่แนวคิดของเขาได้รับการคัดค้านจากศาสนจักร เขาจึงถูกจับกุมคุมขัง หลังออกจากคุก เขายังแอบทำการค้นคว้าวิจัยและเขียนหนังสือ โดยส่งไปพิมพ์ที่ฮอลแลนด์ หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือต้องห้ามในอิตาลี เพราะสิ่งที่เขาเขียนขัดแย้งกับความเชื่อทางศาสนา ท้ายสุดเขาก็โดนจับอีกครั้ง และไม่มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะดวงตาทั้งสองข้างบอดสนิทเสียแล้ว ว่ากันว่ากาลิเลโอกอดหนังสือเล่มนั้นอย่างปลื้มปิติ เขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 78 ปี เพราะถูกบังคับให้กินยาพิษ ก่อนตายยังมีคนได้ยินเขาพึมพำว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์จริงๆ

Pisa เป็นเมืองโบราณที่ยังมีลมหายใจ มีชีวิต เสียดายตอนเราไปเที่ยว Pisa เราลืมเดินตัวเอียงซะอย่างงั้น




Create Date : 07 พฤษภาคม 2554
Last Update : 7 พฤษภาคม 2554 15:30:18 น. 5 comments
Counter : 2237 Pageviews.

 
รูปสวยมากกกกกๆ แอดเป็น Friends' Blog List นะคะ ก็ตั้งใจไว้ว่าก่อนตายจะต้องไปเที่ยวอิตาลีให้ได้
ปล.เจ้าของบล็อคน่ารักจังเลย


โดย: MAYDAY (Spring_in_May ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:43:27 น.  

 
อยากไปหอเอนปิซ่าบ้างจัง


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:01:34 น.  

 
คิดถึงปิซ่าจัง


โดย: apple.007 วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:45:16 น.  

 
ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกความคิดเห็น อยากกลับไป Italyอีกเหมือนกัน


โดย: Please.Peace วันที่: 7 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:10:38 น.  

 

เห็นแล้ว...อยากไปอีกค่ะ...


โดย: ส้มโอลอยแก้ว วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:22:25:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Please.Peace
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หนึ่งใน New Year Resolutions คือความตั้งใจอยากจะเขียน เล่า เรื่องราวผ่าน Blog ส่วนหนึ่งคงเป็นการจัดระบบความคิดที่ดีของตนเอง อีกส่วนคงเป็นการได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใน Cyber space มากขึ้น

ใช้ชีวิต กึ่ง ๆเหมือนพวก Urban living ชอบหาร้านกาแฟ หอมๆ นั่งอ่านหนังสือในวันหยุด

ขออภัย เมื่อใหม่หัดใช้ Blog ด้วยจ้า
New Comments
Friends' blogs
[Add Please.Peace's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.