Group Blog
 
All blogs
 
Nothing to say...On the way to Iceland

หลังภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งในฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ที่ชื่อ Eyjafjalljὄkull ของไอซ์แลนด์เริ่มปะทุเมื่อวันพุธที่ 14 เมษา แรงระเบิดส่งให้เถ้าธุลีและไอน้ำพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศสูงถึง 6-11 กิโลเมตร การระเบิดทำให้ธารน้ำแข็งหนาละลาย เกิดน้ำท่วมรุนแรง แรงระเบิดยังส่งกลุ่มควันดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้าทั่วยุโรปเหนือ จนเที่ยวบินจากหลายประเทศทั่วโลกต้องถูกยกเลิก

เหตุผลหลักที่สายการบินต่างๆต้องระงับเทียวบินเพราะเถ้าธุลีภูเขาไฟประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กๆ ของหินผงและแก้วที่สามารถสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์และลำเครื่องบิน มีผู้โดยสารติดค้างหลายแสนคน นับเป็นเหตุโกลาหลของการจราจรอากาศครั้งเลวร้ายที่สุดนับแต่เหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐ ในวันเดียวคาดว่ามีสายการบินเที่ยวเดียวถูกยกเลิกราว 17,000 เที่ยวบิน

ประเทศไอซ์แลนด์เลยกลายเป็น talk of the town ภายในช่วงเวลาข้ามคืน หลายคนคงสงสัยว่าประเทศนี้ เมืองนี้มันอยู่ตรงไหนของโลกนะ ถึงสร้างความปั่นป่วนได้ขนาดนี้



วันนี้ฉันเลยอยากมาเล่าเก็บตกเรื่องราวท่องเที่ยวอีกหนึ่งทริป ณ แผ่นดินน้ำแข็งที่ใครต่อใครพากันเอ่ยอ้างให้ฟัง ที่นี่แผ่นดินนี้เป็นดินแดนแห่งความหลากหลาย ร้อนสุด เย็นสุด น้ำตก น้ำพุร้อน ธารน้ำแข็ง ทุ่งดอกไม้ เทือกเขาสูง ทะเลสาบ ทุกอย่างที่ว่ามา คือความงดงามทางธรรมชาติของไอซ์แลนด์นั่นเอง



หลังจากไฟในตัวมอดไปเกือบปีแล้ว ก่อนอื่นฉันอยากให้เครดิตกับข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมาทั้งจากหนังสือ เที่ยวกรีนแลนด์และไอซ์แลนด์ของคุณ วีณา, //www. Lonelyplanet.com, //www.icelandreview.com,www.hnlfi.is, //www.wikipedia.com,www.watthaiiceland.net,www.icelandtouristboard.com, //www.reykjavik.is, //www.icelandnaturally.com,www.iceland.org

ขอถ่ายรูปเพื่อนคู่ใจสำหรับนักเดินทางอย่างฉัน Passport เล่มนี้ ที่อยู่กันมาสิบปี เพิ่งจะหมดอายุไปเมื่อเดือนที่แล้ว


ช่วงปลายมิถุนายนปีที่แล้วเราออกเดินทางจาก Nuuk เมืองหลวงของ Greenland มุ่งสู่ Reykjavik เมืองหลวงของ Iceland โดยสายการบิน Iceland Air โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง สนามบินนั้นอยู่ที่เมือง Keflavik ห่างจากเมืองหลวงประมาณ 45 นาที
เรื่องที่พักและตั๋วเครื่องบินทริปนี้ต้องยกความดีความชอบให้คุณสามีที่เป็นธุระจัดการหาข้อมูลและจองให้เรียบร้อย เนื่องจากฉันยุ่งมากก่อนเดินทางเลยไม่มีเวลาหาข้อมูลใดๆ เลย ตอนแรกZorn ตั้งใจจะชวน camping แต่ไม่แน่ใจว่าคุณนายจะทนความลำบากไหวหรือเปล่า เลยจองที่พักที่เป็นแบบ service apartment เพราะเราตั้งใจจะอยู่ที่โน่นประมาณ 1 อาทิตย์ โดยจองที่พักแถวนอกเมือง เพราะตั้งใจจะเช่ารถขับกัน เรามาถึง Reykjavik เกือบๆ บ่ายสอง ตามที่นัดกับเจ้าของ apartment เค้าจะมารับที่สถานีรถใจกลางเมือง คิดว่าเป็นความโชคดีของเรา พอมาเจอกับ เจ้าของ เค้าเกิดเปลียนใจให้เราพักใน Apartment ในเมือง ในราคาเท่าเดิม ทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะเช่ารถไปเยอะมากๆ อีกอย่าง Reykjavik เป็นเมืองเล็ก เราเดินตลอดเวลา




Reykjavik เป็นเมืองหลวงที่ทอดตัวอยู่ในตำแหน่งใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุด บางคนก็เรียกว่านครแห่งสปา เพราะเมืองหลวงแห่งนี้มีบ่อน้ำร้อนเกือบ 10 แห่ง เอาไว้นอนอาบน้ำแร่แช่น้ำอุ่น เวลาเปิดน้ำร้อนจากก๊อกจะได้กลิ่นกำมะถัน เหมือนก๊าซไข่เน่าเลย



ระหว่างอยู่ใน Reykjavik ได้มีโอกาสเดินเล่นรอบๆ เมืองจะเห็นว่ามีสระว่ายน้ำสาธารณะมากมาย เพราะรัฐมีนโยบายให้ทุกๆ หมู่บ้านมีสระว่ายน้ำโดยอย่างน้อยหนึ่งแห่ง เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านได้ออกกำลังกาย อันส่งผลให้มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลโดยอ้อม ปรากฏได้ผลเกินคาด เพราะชาว Iceland มีอายุโดยเฉลี่ยยืนยาวเป็นที่สองของโลกรองจากชาวญี่ปุ่น นอกจากนั้น น่าจะมาจากปัจจัยอื่นๆ เช่น อากาศดี ทิวทัศน์สวยงาม ปลาทะเลเป็นอาหารหลัก



Hallgrímskirkja นับว่าเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ที่สูงที่สุดในไอซ์แลนด์ เป็นจุดที่สูงอีกจุดหนึ่งของเมืองที่เมื่อขึ้นไปด้านบนจะมองเห็นทัศนียภาพของเรกยาวิก โดยรอบ คำนวนง่าย ๆ ก็สูงพอ ๆ กับภูเขาทอง วัดสระเกศ ที่กรุงเทพของเรา โบสถ์ดังกล่าวมีความสำคัญในฐานะเป็นศาสนสถานที่สำคัญ เป็นสถาปัตยกรรมแนวอิมพราสชั่นนิสท์(Impressionist) และมีเอกลักษณ์ รวมทั้งเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของไอซ์แลนด์)กว่าจะได้สร้าง รวมเวลาการก่อสร้าง 38 ปี ออกแบบโดย นายกุดโยน (Guðjón Samúelsson)






โบสถ์แห่งนี้ตั้งชื่อตามพระในศาสนาคริสต์ที่ชื่อฮาลล์กริมูร์(Hallgrímur Pétursson) ที่เป็นทั้งนักกวี นักประพันธ์ ผลงานที่มีชื่อและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีของชาวไอซ์แลนด์ คือ Passion Hymns ที่ถูกนำดัดแปลงเป็นบทเพลง บทสวดในวิถีชีวิตทางศาสนาของชาวไอซ์แลนด์ ฮาลล์กริมูร์มีอายุอยู่ระหว่าง ศตวรรษที่ 16 ถ้านับช่วงเวลาของไทยก็ต้องบอกว่าเป็นบุคคลร่วมสมัยกับสมเด็จพระนารายมหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา



ด้านหน้าของโบสถ์มีอนุสาวรีย์ของเลฟร์ อีริกสัน(Leifr Eiriksson) ยืนตระหง่านสวมหมวก มีผ้าคลุมลักษณะพริ้วสะบัด ถือขวานขนาดใหญ่ และอีกมือถือหนังสือแนบไว้กับอก เป็นสัญลักษณ์ของการผจญภัย ในประวัติศาสตร์ไอซ์แลนด์ถือวาเลฟร์ เป็นชาวนอสร์ ชาติยุโรป คนแรกที่ไป “เหยียบ” ดินแดนแถบอเมริกาเหนือซึ่งรวมถึงกรีนแลนด์ด้วย โดยอนุสาวรีย์ดังกล่าวสหรัฐอเมริกามอบให้แก่ไอซ์แลนด์เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1 พันปี รัฐสภา “Althing” ของไอซ์แลนด์
รูปปั้นของเลฟร์ อีริกสัน ยังตั้งอยู่ที่หน้าศาลาวาการเมืองมินิสโซต้า (Saint_Paul Minnesota) สหรัฐอเมริกาอีกด้วย รัฐสภาอเมริกากำหนดให้วันที่ 9 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันของเลฟ เรียกว่า “Leif Eiriksson Day” มีความสำคัญในฐานะเป็นผู้บุกเบิกดินของทางอเมริกาเหนือและนำคนเข้าไปบุกเบิกตั้งถิ่นฐาน



Hofoi(Cape house) เป็นบ้านในประเทศ Iceland ที่มีคนรู้จักมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะเมื่อปลายปี 1986 ได้รับเกรียติให้เป็นสถานที่ประชุมขั้นสุดยอดเพื่อการลดอาวุธและสันติภาพระหว่างอเมริกากับ โซเวียต




Perlan(The Pearl) คงไม่มีคนไอซ์แลนด์เลยที่ไม่รู้จัก อาคารหลังนี้ตั้งเด่นแปลกตา อยู่บนเนินเตี้ยๆ แห่งหนึ่งชานเมือง Reykjavik ที่มองเห็นได้ในระยะไกลโดดเด่น Perlan นี้มีความสูงเฉพาะตัวอาคารจากพื้นดิน 25.7 เมตร เป็นอาคารขนาดใหญ่ด้านลนเป็นรูปทรงคล้ายลูกโลกครึ่งวง ตั้งอยู่บนฐานที่คล้ายถังน้ำขนาดใหญ่ 4 ฐาน ใบ ซึ่งแต่ละใบสามารถบรรจุน้ำได้ถึง 4 ล้านลิตร มีความสูงของอาคารอยู่ 5 ชั้น มีพื้นที่ ประมาณ 10000 ตารางเมตร ซึ่งจัดแยกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านไอซ์ครีม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไวกิ้ง สวนน้ำ จุดชมวิวที่สามารถดินได้รอบเป็นวงกลมคล้ายบนดาดฟ้าเรือ ร้านขายของที่ระลึก รวมไปถึงโซนจัดแสดงนิทรรศกาลในโอกาสต่าง ๆ





ความน่าภูมิใจคงเป็นเพราะเทคโนโลยีอันล้ำยุคที่สามารถนำน้ำร้อนใต้ดินมาควบคุมอุณหภูมิของอาคารใหญ่ๆ โดยไม่ต้องผ่านขบวนการปรับเปลี่ยนในโรงผลิตพลังงานอีกต่อไป ระบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิให้พอเหมาะในแต่ละฤดูกาลก่อนที่จะส่งน้ำไปตามท่อเหล็กซึ่งใช้เป็นโครงยึดเรือนแก้วทั้งหลัง ส่วนที่เป็นโดมแก้วชั้น 5 ชั้น 6 เป็นที่ตั้งของภัตตาคารและบาร์ ที่นี่เคยต้อนรับคนดังๆ มากมาย



จุดชมวิว (View Point)






แวะกินอาหารกลางวันเป็น Sushi หน้าเนื้อปลาวาฬ(เนื้อสีเข้มๆ) โหดไปมั๊ยเนี่ย เราทำตัวแบบ when in Reykjavik, do as the Reykjavikers



เดินเล่นบนถนนที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง






บ้านเรือน อาคาร สถาปัตยกรรมต่างๆ Catholic Church, the house of Parliament






ที่พักผ่อน ทะเลสาบกลางเมือง









ป้ายถนน






City Hall ทันสมัยมาก ๆ



National Museum



Poster ข้างทางที่ฉันชอบมาก



ไอซ์แลนด์มีพื้นที่ประมาณหนึ่งในห้าของไทย ประกอบด้วยตัวเกาะใหญ่ และเกาะเล็ก เกาะน้อยมากมาย สำหรับภูมิประเทศของตัวเกาะใหญ่ เป็นที่ราบริมชายฝั่งลึกเข้าไปในใจกลางแผ่นดินเต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง(Glacier) แม้จะตั้งอยู่ในเขตอากาศหนาวและอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ Iceland มีอากาศดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศในละติจูดเดียวกัน เพราะได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่น Gulf Stream โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคใต้ ผู้คนจึงหนาแน่น แต่ภาพรวมก็ต้องบอกว่าอยู่กันอย่างหลวมๆ ทั้งประเทศมีประชากรประมาณ 3 แสนกว่าคนเอง



เกริ่นเช่นนี้ต้องพูดถึงประวัติศาสตร์สักนิด คือชาวไวกิ้งเป็นพวกแรกที่ได้อพยพจากนอร์เวย์มายัง Iceland เมื่อปี ค.ศ, 874 เพื่อแสวงหาอิสรภาพในการปกครองตนเอง แต่จากชีวิตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ ทำให้กษัตริย์แห่งนอร์เวย์ตามเข้ามามีบทบาทใน Iceland เมื่อปี 1262 จวบจนเดนมาร์กมีอิทธิพลเหนือนอร์เวย์ในปี 1380 Iceland จึงตกอยู่ใต้อำนาจของเดนมาร์กโดยปริยาย Iceland เพิ่งได้อิสรภาพเมื่อปี 1944 นี่เอง ในยุค King Christian IX



Iceland เพิ่งได้เอกราชประมาณ 66 ปี และใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แต่ก็สนับสนุนรัฐสวัสดิการเหมือนประเทศแบบScandinavian อื่นๆ ถ้าเปรียบเทียบจากประเทศที่เคยเป็นอาณานิคม ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาสูงสุดในโลก ค่าครองชีพก็แพงที่สุดในยุโรป เมือก่อน คน Iceland ใช้ชีวิต ประมาณว่า ไปเที่ยว ชอปปิ้ง เสาร์- อาทิตย์ ที่ Florida เพราะบินแค่ 3-4 ชั่วโมง แต่ในที่สุดเมือประมาณ 2 ปีที่แล้ว Iceland เกิดสภาพเกือบล้มละลาย เป็นต้นเหตุแห่ง Economic recession ทั่วยุโรปและ เกือบทั่วโลก ขนาดว่า Iceland ไม่ได้เป็นสมาชิกของ EU แต่ EU ต้องมาอุ้มเลย

ส่วนเรือ่งการเมืองก็ทันสมัยใช่ย่อย Iceland มีนายกรัฐมนตรีที่ประกาศชัดเจนว่าตัวเองเป็นเลสเบี้ยน



ขอเท้าความไปที่เรื่องภูเขาไฟ น้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือด Iceland มีภูเขาไฟกว่า 200 ลูก แต่ราวๆ 10% เป็นพวก active เฉลี่ยทุกๆ 5 ปีจะระเบิดสักครั้ง แต่มักไม่ค่อยมีอันตราย เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ สามารถให้ข้อมูลได้ล่วงหน้า และมักเป็นบริเวณที่ใกล้บ้านเรือนผู้คน ว่ากันแล้วการที่มีแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดอยู่เนืองๆ ส่งผลดีมากกว่าผลร้าย เพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นใต้ธารน้ำแข็งอันเป้นแหล่งสำคัญของต้นน้ำ ส่งผลให้น้ำตกทั้งสูงทั้งปริมาณน้ำมาก Gull Foss ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ Iceland จึงได้แหล่งพลังงานทั้งจากใต้พื้นพิภพ (Geothermal Reservoir) และจากแหล่งน้ำตกตลอดจนแม่น้ำลำธาร ซึ่งนอกจากต้นทุนถุกแล้ว ยังไม่ก่อมลพิษทางอากาศ
ไหนๆ เกริ่นถึงน้ำก็ขอคุยถึงคุณภาพของน้ำประปา ว่ากันว่า Purest in the World ขนาดมีการบรรจุขวดส่งไปขายนอกประเทศและเป็นสินค้าออกที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของไอซ์แลนด์ Coca –Cola มาตั้งโรงงานที่เมือง Keflavik เป็นแห่งแรกในทวีปยุโรป ก็เนื่องจากคุณภาพน้ำประปานี่แหละ



เส้นทางขาไปเลียบชายฝั่งแอตแลนติก พออกนอก Reykjavik ไม่นานนัก เห็นทุ่งลาวาสุดลูกหูลูกตา มีมอสขึ้นเต็มฉากหลังเป็นภูเขาสูงๆ ต่ำๆ ภูมิประเทศ แปลกๆ แบบนี้ องค์กร NASA เค้าใช้ Iceland เป็นที่ฝึกนักบินก่อนออกไปทำงานบนนอกโลก เพราะจะให้ชินกับสภาพภูมิประเทศนอกโลกของเรา



เส้นทางยอดนิยมนอกเมืองเห็นจะหนีไม่พ้น The Golden Circle ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ห่างจากชายฝั่งเล็กน้อย ประกอบด้วย น้ำพุร้อน Geysir แหล่งอุทยานแห่งชาติ Thingvellir และน้ำตก Gullfoss

น้ำพุร้อน Geysir น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นมาพักหนึ่งแล้วนิ่งไป อีกประเดี๋ยวขึ้นใหม่ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Geyer นั้น ก้เป็นคำศัพท์ที่มาจากเจ้า Geysir อันลือลั่นใน Iceland นี่แหละ น้ำพุร้อนประเภทนี้มีความนร้อนประมาณ 400 C เวลาพุ่งขึ้นกระจายเป็นละอองน้ำสวยดี



เมื่อ Iceland ตั้งอยู่ในแนวภูเขาไฟ ใต้ดินจึงเป็นแหล่งสะสมพลังงานมหาศาล มีการนำ Geothermal Reservoir มาใช้สารพัดประโยชน์ นอกจากต้นทุนถูกมากๆ ยังไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม



อุทยานแห่งชาติ Thingvellir เป็นร่องแตกแยกของแผ่นดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก (the Mid –Atlantic Rift) เมื่อมองลอดร่องลงไปจะเห็นถนนอยู่เบื้องล่าง อุทยานแห่งชาติ นี้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของ Iceland ก่อตั้งเมื่อปี 1928 Thingvellir ในภาษาอังกฤษคือ Parliament Plain แล้วอุทยานเกี่ยวกับรัฐสภาอย่างไร เล่าย้อนไปเมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 10 ช่วงปี 874 นาย Ingolfur Arnarson ชาวไวกิ้งจากนอร์เวย์ออกแล่นเรือค้นพบ Iceland โดยบังเอิญ เห็น Fjord ตามชายฝั่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือเต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg) เลยตั้งชื่อดินแดนแห่งนี้ว่า Island ซึ่งเป็นภาษา นอร์เวย์และมีความหมายเดียวกับ Iceland ในภาษาอังกฤษ




ปี 930 ได้มีการจัดตั้งรัฐสภาแห่งแรกของโลกขึ้น โดยเลือกนาย Thorsteinn In Golfsson(ลูกชายของ Ingolfur Arnarson) ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา การประชุมสามัญประจำปีจึงถูกกำหนดขึ้นในเดือนมิถุนายน เพราะได้รับแสงแดดเกือบตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง อากาศกำลังสบายอีกต่างหาก

การที่มีมติเลือกสถานที่ดังกล่าว เพราะเห็นว่าสะดวกแก่ตัวท่านประธานรัฐสภา ที่สำคัญรอยแยกตรงบริเวณที่มีชื่อเฉพาะว่า Almammagja นั้นเหมาะที่จะใช้เป็นเวที ทำให้ผู้พุดผู้ฟังมอเห็นกันและกันได้ถนัด สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นที่พบปะสังสรรค์ของชาวบ้านและออกกฎหมายปกครองตนเองอีกหลายฉบับ พร้อมตัดสินคดีสำคัญๆ หลายคดี
ปี 1874 Iceland มีอายุครบ 1,000 ปี พระเจ้าคริสเตียนที่ 9 แห่งเดนมาร์ก ได้เสด็จมาเยือนในปี 1944 Iceland ได้อิสรภาพอย่างสมบูรณ์แบบ



ซิงเควลลิร์ (Þingvellir) ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ว่าให้เป็นสถานที่อันเป็นมรดกของชาวโลก ในปี ค.ศ.2004 ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติแก่ชาวไอซ์แลนด์ด้วย

จากรูปเห็นน้ำใสๆ อย่างนี้ จริงๆ เค้ามีไว้เป็นที่ทำโทษ หากมีการทำผิด เช่น กดหัวจมน้ำให้สารภาพความผิด ฟังแล้วสยอง



น้ำตก Gullfoss แปลเป็นไทย ก็คือน้ำตกทองคำ



น้ำตก Gullfoss ได้รับฉายาว่าเป็น ไนล์แองการาแห่งแผ่นดินน้ำแข็ง สิ่งที่ตืนตาตื่นใจคงเป็นโค้งสายรุ้งที่ทอดผ่านสายน้ำตก






ได้เวลาปิกนิดอาหารกลางวัน กับบรรยากาศ outdoor สบายตา




จากสามี สารถี ก็กลายร่างเป็น Sandwich maker



เมื่อมาถึงแผ่นดินน้ำแข็ง โดยเฉพาที่ธารน้ำแข็ง Myrdalsjokull ทั้งที กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ การซิ่ง Snow Mobil



เราต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดหมี หมวกกันน๊อก ถุงมือและบู๊ทลุยหิมะ อันนี้เป็นความฝันของฉัน อยากเป็นผู้หญิงของ James Bonds จำไม่ได้ภาคไหนนะ เริ่มเข้าใจพวกผู้ชายที่ชอบความเร็วก็ตอนนี้แหละ สนุกจริงๆ ยิ่งตอนขึ้นไปที่สูงๆ มองเห็นแต่หิมะขาวโพลน รู้สึกถึงอิสรภาพ และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เหมือนอัตตาตัวเองลดลงไปเยอะเลย



ขากลับเข้าเมืองแวะ MT.Hekla เป็นภุเขาไฟที่ยัง active อยู่เลย




อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด Puffin & Whale Watching ตอนบอก Zorn ว่าอยากไปดูปลาวาฬ คุณเธอ หันมาทางฉัน แล้วบอกว่า นี่ไงตัวนึง ดูสิ กรี๊ด กรี๊ด



นก Puffin เป็นนกที่มีอยู่เฉพาะในแถบนี้ ส่วนปลาวาฬเป็นพันธุ์ Humpback เค้าจะว่ายน้ำมาแถวนี้เฉพาะฤดูร้อน รูปที่ได้มาจากโปสเตอร์ที่ท่าเรือ เพราะฉันไม่ได้ใช้กล้อง professional พอ ไม่มีทางจะจับภาพได้สวยขนาดนี้

ที่เห็นรูปเรือตามรูป อาจแปลกใจทำไมเรือมีรูโหว่ตรงกลาง มันคือช่องที่ใช้ลากปลาวาฬขึ้นมาจากน้ำ แต่การล่าปลาวาฬจะต้องมีเฉพาะฤดูเพื่อไม่ให้สูญพันธ์



นึกแล้วยังจำความรู้สึกได้ดี สนุกและตื่นเต้นมาก เวลาออกเรือไป ไกด์จะบอก 12 นาฬิกา 9 นาฬิกา 6 นาฬิกา เราต้องรีบหันไปให้ทัน และจะมีฝูงโลมา ว่ายวน กระโดดน้ำโชว์เป็นระยะ อีกอย่างคงเป็นเพราะเคยดูสารคดีที่เกี่ยวกับปลาวาฬ ชอบมาก จริงๆ เค้าไม่ใช่ปลา แต่เป็นเหมือนคนเรา ที่ออกลูกเป็นตัว ดูลำตัวสิว่าใหญ่ขนาดไหน



เล่ามาตั้งนาน ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องอาหารการกินเลย เนื่องจาก Iceland เป็นเกาะ อาหารหลักก็คือ ปลา และผลิตภัณท์นม ด้วยอากาศที่หนาวเย็นตลอดปี คนที่นี่นิยมกินซุปเช่นกัน มีร้านซุปดังๆ หลายร้าน อย่างร้านนี้ที่ท่าเรือ lobster soup อุ่นๆ



เดินเล่นในเมือง ขอชิมซุปร้านนี้




ร้านนี้อยู่ใกล้ที่พัก เห็นคนมา hang out เยอะมาก เลยขอชิม burger อร่อยมากจน Zorn ต้องเขียนชม และราคาไม่แพงเลย



หรือจะ fast food ง่ายๆ Hotdog เป็นอีกอย่างนึงที่ต้องชิมที่เมืองนี้ แล้วก็ร้านนี้ด้วย


อาหารไฮไลท์ ถ้าไม่ชิมคงเหมือนมาไม่ถึง เมนูก็คือ แตน แต๊น แตน..... Puffin Menu & Whale Menu



ร้านนี้เป็นร้านที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองชื่อว่า Laejarbrekka Restaurant อายุ 100 กว่าปีมาแล้ว



อร่อยมาก จนพุงกาง



ในวันสบายๆบ่ายวันอาทิตย์ เราพากันเดินเล่น เอารุปมาฝากเพิ่มเติม






ร้านกาแฟเก๋ๆ



ในความคิดของฉัน ผู้คนที่นี่ ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นมิตรมาก ส่วนนึงคงเพราะ Iceland เป็นประเทศที่เป็นเมืองท่ามานานและคุ้นเคยกับชาวต่างชาติ ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ดีเกือบทุกคน



ในด้านวัฒนธรรม ฉันว่า Iceland ได้รับอิทธิพลจาก Scandinavia สูงมาก ดูได้จากภาษาที่ใช้มีศัพท์หลายๆคำที่พอเดาได้ อาหาร วรรณกรรม ระบบชื่อ



แวะ flea market



น่าแปลกมั๊ย Iceland เป็นประเทศที่ไม่มีรถไฟ



ซื้อของฝาก Zorn แปลงร่างเป็นคนห่อของขวัญ



แวะดุหนัง Ice Age 3 โรงหนังที่นี่ตลกดี ดุไปได้ครึ่งเรื่อง มี break ฉันงงมาก คนก้ออกไป สูบบุหรี่ ซื้อขนมกันเฉยเลย



เรื่องเล่าจากเงินเหรียญและธนบัตร
หน่วยนับเงินของประเทศไอซ์แลนด์ คือ โครน ภาษาไอซ์แลนด์ออกเสียงว่าโครนเน่อ (krónur) ธนบัตรและเงินเหรียญของไอซ์แลนด์เท่าที่เห็นในปัจจุบันก็มีหลายอย่างด้วยกัน เงินไอซ์แลนด์เท่าที่ปรากฏผ่านสายตาในปัจจุบัน มี ธนบัตรอยู่ 4 ชนิดด้วยกันคือ ใบละ 500,1000,2000 และ 5000 โครน ส่วนเหรียญก็มีหลายชนิด คือ เหรียญละ1,5,10,50 และ 100 โครน โดยมีเหรียญที่เป็นสีทอง และสีเงิน แต่ที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังก็คือรูปลักษณ์พร้อมกับเรื่องราวที่จะนำมาบอกเล่า โดยรูปในเหรียญที่จำแนกได้เป็น ๒ ลักษณะคือ รูปด้านหนึ่งจะเป็นรูปของเทพผู้รักษาตามความเชื่อของชาวไอซ์แลนด์ที่มีรูปวัว นกอินทรีย์ ยักษ์ และมังกร ในความหมายของเทพเหล่านี้ชาวไอซ์แลนด์ถือว่าเป็นเทพผู้ปกปักษ์รักษาประจำทิศต่าง ๆ กับอีกด้านของเหรียญทุกชนิดเป็นสัตว์ทะเล เป็นปูและปลา ในความเข้าใจอาจหมายถึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจของไอซ์แลนด์ เพราะรายได้หลักประมาณ 70 เปอร์เซ็น ของประเทศ Iceland มาจากการส่งออกผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางทะเล ถึงกับกล่าวว่า No fish no Iceland เป็นเหตุผลที่ Iceland ไม่ยอมเข้ากลุ่ม EU เพราะไม่อยากให้ประเทศสมาชิกมาจับปลาในเขตน่านน้ำของตนเอง



อาทิตย์เที่ยงคืน ในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ ปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน ทำให้คนแถบนี้มองเห็นพระอาทิตย์ได้นานถึง 24 ชั่วโมง คำอธิบายง่ายๆ ก็คือว่า เกิดจากการที่ส่วนโค้งด้านบนสุดของพระอาทิตย์อยู่เหนือเส้นขอบฟ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้มีแสงสาดส่องตลอดทั้งวันทั้งคืน

ว่ากันว่าคนไทยกลุ่มแรกที่ได้ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนก็คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัวและคณะเมือคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ปี 1907 หลักฐานหาอ่านได้จากพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เป็นอีกหนึ่งทริปที่ฉันอยากมีโอกาสได้เที่ยวตามรอยเสด็จประพาสยุโรป



การเดินทาง คือ การเรียนรู้ที่มากกว่า เหตุนี้เราต้องเดินทางด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง ที่จะรับรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทบทวนในสิ่งที่เราเคยรู้มา




Create Date : 06 พฤษภาคม 2553
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 21:25:24 น. 3 comments
Counter : 4158 Pageviews.

 
โอ๊ะ เข้ามาอ่านเจอโดยบังเอิญ เขียนได้ละเอียด แล้วก็น่าสนใจ น่าติดตามมากๆๆ


ปล.คิดถึงๆ


โดย: ธัช(เลดี้) IP: 217.162.185.249 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:55:54 น.  

 


โดย: Please.Peace วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:10:16:22 น.  

 
Can you give me the name of hamburger shop ka?
I will visit Iceland this Feb ka. ;))


โดย: Por IP: 58.9.111.143 วันที่: 14 มกราคม 2557 เวลา:20:50:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Please.Peace
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หนึ่งใน New Year Resolutions คือความตั้งใจอยากจะเขียน เล่า เรื่องราวผ่าน Blog ส่วนหนึ่งคงเป็นการจัดระบบความคิดที่ดีของตนเอง อีกส่วนคงเป็นการได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใน Cyber space มากขึ้น

ใช้ชีวิต กึ่ง ๆเหมือนพวก Urban living ชอบหาร้านกาแฟ หอมๆ นั่งอ่านหนังสือในวันหยุด

ขออภัย เมื่อใหม่หัดใช้ Blog ด้วยจ้า
New Comments
Friends' blogs
[Add Please.Peace's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.