ธรรมะที่แม่บันทึก (4)


“ชาติในปฏิจจสมุปบาท คือ การเดินทางจิตวิญญาณ อันจะมีขึ้นทุกคราวที่ความรู้สึกเป็นตัวกู – ของกูเกิดขึ้นมาในจิต และเป็นทุกข์ทางใจหนักหน่วงทุกคราวที่เกิด ส่วนชาติทางกายนั้นมีครั้งเดียวจนกว่าจะเข้าโลง และมีทุกข์ทางกายพอสถานประมาณ ไม่ทรมานมากเหมือนทางจิต

ถ้าไม่มีการเกิดทางจิตทางวิญญาณในจิตใจว่า ; “ตัวกู – ของกู” แล้ว การเกิดทางกายที่เกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียวก็หาทำให้เกิดทุกข์ใดๆ ได้ไม่ แม้ความแก่ – เจ็บ – ตาย ก็หาทำให้เกิดทุกข์ได้ไม่ เพราะไม่มีการรับเอามาเป็นของกู

ความทุกข์สอนอะไรๆ ให้เราได้ดีกว่าความสุข คือ สอนตรงกว่า – มากกว่า – รุนแรงกว่า ; ความสุขมีแต่ทำให้ลืมตัว เหลิงเจิ้งไม่ทันรู้ และไม่ค่อยสอนอะไร ขอขอบใจความทุกข์ ซึ่งเป็นเสมือน “เพชร” ในหัวคางคก

การบรรลุธรรมหรือมีธรรมนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเรียนอภิธรรม – กินแต่ผัก – ห่มจีวรกรัก – แบกกลด – ถือไม้เท้ายาว – พูดเบาๆ – เดินค่อยๆ – แขวนลูกประคำ เป็นต้น แต่การบรรลุหรือมีได้ ด้วยการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎอิทัปปัจจยตาของศีล – สมาธิ – ปัญญา”

พุทธทาสภิกขุ



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 0:14:18 น.
Counter : 333 Pageviews.

ธรรมะที่แม่บันทึก (3)


ขอคัดลอกสัจธรรมบางบทของท่านพุทธทาสที่ฝากมรดกไว้แก่โลก ดังนี้

“โลกรอดได้แม้เพียงด้วยมนุษย์เป็นผู้กตัญญูกตเวที คือ รู้ว่ามนุษย์แต่ละคนต่างมีบุญคุณต่อกัน แล้วก็เบียดเบียนกันไม่ได้ และรู้ว่าโลกมีบุญคุณแก่มนุษย์ โดยให้ปัจจัยแก่ชีวิต จึงทำลายโลกไม่ได้ เพียงเท่านี้โลกก็รอดแล้ว”

“สวนโมกข์ คือ สถานที่ให้ความสะดวกในการเป็นเกลอกับธรรมชาติ ทั้งฝ่ายจิตและฝ่ายวัตถุ ควรจัดให้มีกันทุกแห่งหน เพื่อการศึกษาธรรมชาติโดยตรง เพื่อการรู้จักกฎของธรรมชาติ และเพื่อการชิมรสของธรรมชาติ จนรู้จักรักธรรมชาติ ซึ่งล้วนแต่ช่วยให้เข้าใจธรรมะได้โดยง่าย”

“การอยู่อย่างเป็นเกลอกับธรรมชาตินั้น ให้ความสะดวกในการเข้าถึงสัจธรรมของธรรมชาติ อันจะทำให้หมดปัญหาทุกประการที่เกิดมาจากธรรมชาติ เพราะสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้โดยแท้จริง”

“ต้นไม้พูดได้ และแสดงธรรมอยู่เสมอ... แต่คนไม่ได้ยินเอง มันพูดเรื่องหน้าที่ เรื่องไตรลักษณ์ เรื่องความสงบ และพูดว่า พวกมนุษย์อย่าบ้ากันเกินไปนักโว้ย แต่มนุษย์ไม่ได้ยินเอาเสียเลย”

(จาก... มรดกที่ฝากไว้ และอิทัปปัจจยตา : ธรรมโฆษณ์ของพุทธทาส)

คัดจากหนังสือที่อ้างแล้ว หน้า 113 - 114



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2560 0:26:58 น.
Counter : 348 Pageviews.

ธรรมะที่แม่บันทึก (2)


“...รวมความว่าธรรมะหรือพระศาสนาต้องการให้ชีวิตเยือกเย็น แล้วก็เป็นประโยชน์ที่สุดที่จะเป็นได้ เยือกเย็นคือไม่มีความทุกข์ มีชีวิตเยือกเย็นไม่ร้อนด้วยความทุกข์ใดๆ เป็นที่พอใจ แล้วก็ไม่อยู่เปล่า ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ตัวเอง ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งหมด สนุกไปเลย

เยือกเย็นและเป็นประโยชน์ เป็นจุดสูงสุดของความเป็นพุทธบริษัท ชีวิตเยือกเย็นและเป็นประโยชน์ พระอรหันต์นั้นไม่มีตัวกูตัวตนที่ต้องการอะไร ได้อะไร หรือเสียอะไร มันไม่มี มันอยู่ตรงกลาง ไม่อยากและไม่หิว เรียกว่าไม่ฟูไม่แฟบ ไม่ดีใจไม่เสียใจ ไม่ขึ้นไม่ลง ไม่บวกไม่ลบ

บางทีมันก็สูงไปสำหรับคนบางพวกบางถิ่นก็ยังไม่ต้องการ แต่ว่าในครั้งพุทธกาลเขาต้องการกัน มาจนถึงนี่ก็ได้กันมาตามลำดับๆ ก่อนหน้านั้นก็ได้ความดับทุกข์ในขั้นต้นๆ มาเรื่อยๆ จนถึงขั้นสูงสุด มาที่นี่ นิพพาน นี่เรื่องของชีวิตเยือกเย็นและเป็นประโยชน์

ชีวิตที่เยือกเย็น ถึงแม้ไม่ได้ทำอะไรให้แก่ใคร ก็เป็นประโยชน์

เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำได้ แสดงให้ประชาชนชาวโลกเห็นว่า มีชีวิตที่ทำได้ และอยู่ได้ และมีได้ เยือกเย็น เยือกเย็น อันนี้ก็เรียกว่าเป็นประโยชน์

ฉะนั้น พระอรหันต์ถึงจะไม่ได้มาสอนใครโดยตรง แต่ว่าอยู่อย่างไม่มีความทุกข์ให้ดูก็เรียกว่าทำประโยชน์สูงสุดแหละ”

ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุตอบคำถามของแพทย์ที่จะมาทำการรักษาอาการเจ็บป่วยของท่านเกี่ยวกับเรื่องของ “การตาย” และ “การมีชีวิตอยู่”

ปรากฏในหนังสือที่อ้างถึงแล้ว หน้า 85 - 86



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2560 0:39:42 น.
Counter : 329 Pageviews.

ธรรมะที่แม่บันทึก (1)


ธรรมะที่นำมาลงในเอนทรี่นี้และเอนทรี่ต่อๆ ไป เป็นธรรมะที่แม่ของดิฉันได้บันทึกเอาไว้ ในช่วงที่ไปปฏิบัติธรรม และได้อ่านหนังสือธรรมะ ณ วัดป่าเหล่าหลวง (วัดพุทธมงคลวนาราม) บ้านอุ่มเม่า ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยบันทึกตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2560 – 29 ตุลาคม 2560

ข้อคิดต่างๆ ที่แม่ได้บันทึกเอาไว้นำมาจากหนังสือ “บทศึกษา ความตายของท่านพุทธทาส” โดย อ.อโณทัย จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ 


ตกกระได พลอยกระโจน

เมื่อเจ็บไข้ ความตาย จะมาถึง
อย่าพรั่นพรึง หวาดไหว ให้หม่นหมอง
ระวังให้ ดีดี “นาทีทอง”
คอยจดจ้อง ให้ตรงจุด หลุดได้ทัน

ถึงนาที สุดท้าย อย่าให้พลาด
ตั้งสติ ไม่ประมาท เพื่อดับขันธ์
ด้วยจิตว่าง ปล่อยวาง ทุกสิ่งอัน
สารพัน ไม่ยึดครอง เป็นของเรา

ตกกระได พลอยกระโจน ให้ดีดี
จะถึงที่ มุ่งหมาย ได้ง่ายเข้า
สมัครใจ ดับไม่เหลือ เมื่อไม่เอา
ก็ดับ “เรา” ดับตน ดลนิพพาน ฯ

พุทธทาสภิกขุ



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2560 1:04:19 น.
Counter : 387 Pageviews.

ธรรมะจากไลน์แม่ :: “จิตของผู้มีบุญ”


อ้างอิง :
โอวาทธรรม ขององค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันนะมหาเถระ
วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี



“จิตของผู้มีบุญ”

คุณสมบัติขั้นมาตรฐาน ของนักบวช นักบุญ ผู้มีศีล มีธรรม และ นักสร้างปัญญาบารมี

๑. ไม่บ่น
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น ความเป็นไปของชีวิตนั้นขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเราเอง

๒. ไม่กลัว
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำอะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น

๓. ไม่ทำชั่ว
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อยใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เห็นถึงความเสียหาย หลายภพหลายชาติ เห็นถึงผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคม อย่างมากมายมหาศาล

๔. ไม่คิดมาก
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังแห่งความสงบ แห่งจิตแห่งใจ ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์ ความคิดทุกความคิด ล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกายใจ ไม่คิดเบิกความทุกข์มาใช้ก่อน

๕. รอได้ คอยได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่ใจร้อน ใจเร็ว เห็นถึงจังหวะ และโอกาสของชีวิต

๖. อดได้ ทนได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทน ที่เป็นหนึ่งเป็นเลิศ มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว เห็นความสำเร็จทุกชนิดมาจากความอดทน อดทนอย่างมีความสุข

๗. สงบได้ เย็นได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่ร้อนรน กระวน กระวาย สับส่าย วุ่นวาย ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ในสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ในเหตุการณ์ที่เลวร้าย ก็ทำใจได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

๘. ปล่อยได้ วางได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่รู้จักการละ การวาง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่แบกทุกอย่างที่ขวางหน้า ยึดทุกอย่างที่เกิดขึ้น

๙. รู้ได้ ตื่นได้ และเบิกบานได้
เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความรู้ตื่น เบิกบาน ตามกำลังของบุญฤทธิ์ เป็นผู้รู้ ต่อความเป็นจริงของชีวิต ไม่ปล่อยชีวิตให้ตกไปในกระแสของความโลภ ความโกรธ ความหลง จิตใจมีความอิสระเต็มที่ ทุกวันทุกเวลาทุกนาที



Create Date : 04 พฤษภาคม 2560
Last Update : 4 พฤษภาคม 2560 1:19:55 น.
Counter : 582 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

BlogGang Popular Award#15



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com